รวบรวมเรื่องราวที่น่าสนใจ ข่าวสารความบันเทิง เทคโนโลยี ความก้าวหน้า แนวคิด เรารวมไว้หมด ความบรรเทิงที่หาได้ไม่ยาก เพียงแค่อ่าน Chicnews เรียนรู้ประวิติศาสตร์ที่ผ่านมา ว่าเราโลกเราผ่านอะไรมาบ้าง ข้อมูลท่องเที่ยวจากทุกมุมโลก อะไรดี อะไรเด่น เราจัดหามาให้ สัตว์โลกในมุมมองที่น่ารัก ทั้งแปลกตา น่าสนใจ เรียนรู้การเขียนเว็บไซต์ง่ายนิดเดียว ทำเรื่องเว็บให้เป็นเรื่องง่าย

คำเป็น - คำตาย

อัลมิตรา

เมื่อ ๔ เดือนที่แล้ว ในกระทู้ -ฉีก- 
กระทู้ที่เป็นโจทย์ กล่าวถึง กลอนที่ฉีกคำจนความเพี้ยน 
ตอนนั้นอัลมิตราเตรียมของรางวัลไว้เป็นพวงกุญแจ ELLE
ซึ่งคุณหนอนดุ๊กดิ๊กและคุณม้าลาย เป็นผู้คว้ารางวัล 
โดยที่คุณหนอนส่งเป็นโคลงฉีกคำ 
และคุณม้าลายส่งเป็นกลอนฉีกคำ
หลายท่านที่ก่อนหน้านั้นที่ไม่รู้เรื่องฉีกคำ คงคิดสงสัย 
แต่อัลมิตราหวังว่าจะได้เรียนรู้ร่วมกัน
เหมือนแบ่งปันความรู้ 
และเหมือนเล่าสู่กันฟังในด้านประสบการณ์งานเขียน
คราวนี้ก็เช่นกัน ..
อัลมิตรามีกลอนกลบทอักษรที่เกี่ยวกับ คำเป็น - คำตาย มาเป็นโจทย์ให้ลองคิด ลองเขียน
โดยอัลมิตราได้ลงตัวอย่างกลอนกลบทอักษรกลอนเป็นไว้ดังนี้
กลอนกลบทอักษรกลอนเป็น
คล้ายคืนหนาวยาวนานเกินทานไหว
เมื่อหัวใจอ้างว้างอย่างที่เห็น
หลังเธอมีทีท่าแสนชาเย็น
ฉันจึงเป็นคนหมองน้ำนองตา
 คําเป็น คือคำที่ประกอบด้วยเสียงสระยาว ( ฑีฆสระ ) 
ในแม่ ก กา และคำที่มีตัวสะกดในแม่ กน กง กม เกย 
( คำที่มีตัว ว สะกด จัดอยู่ในแม่เกย ) รวมทั้งสระสั้นทั้ง ๔ ตัว
 คือ อำ ใอ ไอ เอา 
เช่น ตาดำชมเชยคนหุงข้าวเหนียวในครัวไฟ 
คำตาย คือคำที่ประกอบด้วยเสียงสระสั้น ( รัสสระ ) 
ในแม่ก กา ( ยกเว้น อำ ใอ ไอ เอา ) 
และคำที่มีตัวสะกดในแม่ กก กด กบ 
เช่น นกกระหรอกกับนกกระปูดจิกพริก
ปกติเขาเล่นกลอนคำตายล้วนเป็นกลบท  
แต่คำเป็นล้วน ก็ใช่ว่าจะง่ายนัก งานนี้หินพอสมควร
ถ้าใครเล่นอักษรกลอนตาย  ให้คะแนนคูณสอง
ทีนี้ลองมาดูตัวอย่างของกลอนกลบทอักษรกลอนตายกันบ้าง เผื่อบางท่านจะสนใจ
กลอนกลบทอักษรกลอนตาย
คิดกลับจิตจะประทุษนุชนาฏ 
สบวิบัติพลัดพลาดมิอาจตรึก 
อกจะครากมากทุกข์ระทดระทึก 
จิตตึกตึกสุดโศกเพราะโรครัก 
จะหลบหลีกปลีกอาตม์มิขาดเด็ด 
จะพูดเท็จเฉียบขาดอนาถหนัก 
จะหลอกนุชนึกเนตรพิเศษพักตร์ 
แนบสลักสลัดยากมิอยากคิด 
ถ้าท่านใดเลือกเล่นกลอนกลบทอักษรกลอนเป็น 
ก็หมายความว่า ห้ามมีคำตาย ( เอาคำเป็นล้วนๆ ) 
ใครเขียนได้ยาวที่สุด(โดยได้ความ) เป็นผู้ชนะ
ถ้ามีคำตายเมื่อไหร่  จะนับเฉพาะวรรคก่อนหน้านั้น
แล้วดูความหมายอีกที ถ้ามีผู้เขียน ทำได้ยาวเท่ากัน 
แต่ถ้าท่านใดเลือกเล่นกลอนกลบทอักษรกลอนตาย 
ก็หมายความว่า ห้ามมีคำเป็น ( เอาคำตายล้วนๆ ) 
ใครเขียนได้ยาวที่สุด(โดยได้ความ) เป็นผู้ชนะ
และกติกา เช่นกัน 
ถ้ามีคำเป็นเมื่อไหร่  จะนับเฉพาะวรรคก่อนหน้านั้น
อย่างที่แจ้งไว้ในตอนต้น ..
คะแนนของกลอนกลบทอักษรกลอนตายจะดีกว่า 
ท่านสามารถเลือกเล่นกลบทกันตามถนัด 
ลองเลือกดู คำเป็น หรือ คำตาย
โดยไม่จำกัดจำนวนชุดกลบท และไม่จำกัดประเภทที่เลือกด้วย
แต่จะมีเพียง ๒ ท่านเท่านั้น ที่ได้รับการตัดสินว่าชนะ 
รางวัลคือกวีนิพนธ์ -บนหมอนรองรางรถไฟฟ้า- 
ผลงานของเชษฐภัทร วิสัยจร  สมาชิกของบ้านกลอนไทย 
ที่เพิ่งเปิดตัวเป็นนักเขียนไปเมื่อวันที่ ๑๖ ที่ผ่านมา
ซึ่งกวีนิพนธ์ชุดนี้ อัลมิตราได้อ่านผ่านตาอ่านแล้วเมื่อวาน
จึงขอรับรองได้ว่า เป็นกวีนิพนธ์ที่ทรงคุณค่ามากทีเดียว
การตัดสินจะมีขึ้นในวันที่ ๓๐ ธันวาคม  นี้ เวลา ๑๗.๐๐ น.
                     ///\\
                  (@ @)
     +--oOO---(_)---Ooo---+
     |           ลองหน่อย           I   
     I              นะจ๊ะ               |         
     +----------------------------+
                  |__|__|  
                     ||  ||
                ooO  Ooo				
comments powered by Disqus
  • ม้าลาย

    23 ธันวาคม 2548 08:36 น. - comment id 548755

    รถกระบะเตลิดระเบิดตึก
    โลกชะงักหนักนึกประหลาดจิต
    ตบะแตก-เบรคแตกแหลกเพราะพิษ
    ซัดดะ-บุชออกฤทธิ์ประดิษฐ์เคราะห์
    
    เด็กเด็กช็อคดุจนกกระจอกชัก
    สะโพกเคล็ดบิดหักสะบักเดาะ
    ชักจะหนักปะทะและทะเลาะ
    ระทึกเพราะตึกทรุดมิหยุดรบ
    
    เกิดและดับตระหนักหลักพินิจ
    สละสิทธิ์เศษมนุษย์ดุจผักตบ
    ถูกตักหมกขยะโลกโศกบัดซบ
    ทุกทุกศพแหลกหมดสลดนัก
  • ลักษมณ์

    23 ธันวาคม 2548 08:42 น. - comment id 548756

    ฉันไม่รู้ว่าหัวใจไปอยู่ไหน
    ได้แต่เดินเรื่อยไปไร้ที่หมาย
    ลมหนาวโชยมาข้างกาย
    เหมือนใจหายไปอยู่แสนไกล
    
    ในค่ำคืนนี้ดวงใจ
    เธอไปอยู่หนแห่งไหน
    ที่ตรงนั้นไกลเพียงไร
    ฉันนั่งมองไปบนฟ้าอยู่เพียงลำพัง
    
    ..
    :]
  • แสงไร้เงา

    23 ธันวาคม 2548 08:56 น. - comment id 548758

    แวะมาอ่านเฉยๆๆนะค่ะ
      เพราะแต่งกลอนไม่เป็นนะค่ะ..อิอิอ
    
    
    
    36.gif
  • เพชรพรรณราย

    23 ธันวาคม 2548 10:20 น. - comment id 548768

    ..อืม
       เข้าใจ...
    อืม...จะจำไปใช้ลองดู
    
    ..อะนะ...
    
    30.gif30.gif30.gif30.gif30.gif30.gif
  • กุ้งหนามฯ

    23 ธันวาคม 2548 10:58 น. - comment id 548770

    เมื่อเจอโจทย์อย่างนี้..พี่คิดหนัก
    จึงนั่งจุกขลุกขลักกระอักจิต
    แต่เพื่อสานน้ำใจคนใกล้ชิด
    เขียนถูกถูกผิดผิด..ไม่คิดเพราะ
    
    เอาละวาอย่างไรไปไม่รอด
    จึงขอจอดตรงนี้ใจพี่เสาะ
    มิได้ความเปลืองหมึกอย่านึกเยาะ
    ยื่นหัวเข่าให้เคาะเหมาะไหมจ๊ะ..
    
    แหะ แหะ ตอนเช้าสมองไม่ไหล..
  • แก้วประเสริฐ

    23 ธันวาคม 2548 12:43 น. - comment id 548785

    36.gif   ปกคลุมกุมไว้ใจอยากจะลูบ
    อยากจะจูบเข้าเกาะเลาะรอนหา
    ซ่อนซุกลงตรงหน้าผ่านสายตา
    เอาล่ะหวาใยมาข้าต้องจร.
    
           มิได้ส่งประกวดนะเพราะนึกสนุกๆถูกผิด
    ถูกยังไม่รู้เลยจ้ายอดหญิงที่รัก555
    
                   16.gifแก้วประเสริฐ.16.gif
  • The Golden Goblet (เจ้าพานทอง)

    23 ธันวาคม 2548 13:31 น. - comment id 548799

    3.gif
    
    แวะมาบอกว่าจะร่วมแจมก่อนฮะ
    
    ขอเวรา เอ๊ย เวลาไปคิดก่อนเน้อ
    
    อยากแจม ๆ
  • พี่พุด

    23 ธันวาคม 2548 14:14 น. - comment id 548813

    16.gif29.gif36.gif
    มาชื่นชม
    ที่มีไอเดียงามๆ
    ให้..
    น้องๆและคนกระวีกระวาด
    นักอยากจะเขียน
    ได้เพียรเรียนรู้และศึกษาค่ะ
    น่าสนใจมากกกก
    
    รักคิดถึงมากค่ะ
    36.gif16.gif
  • เรไร

    23 ธันวาคม 2548 14:16 น. - comment id 548816

    
    สะดุดจิตคิดหนักเพราะรักคุด
    ยากจักหยุด ฤ สลัดปัดสลด
    หักอุระเลิกรักมิยักหมด
    ก็เก็บกดกอดเจ็บเหน็บกับจิต
    
    อีกสิบชาติมิลบภาพหวาดวิตก
    หุบนรกวิปโยคโศกก็ติด
    ประดับชีพประดุจขีดลิขิต
    แนบสนิทพิฆาตทุกชาติภพ
    
    ประดับทุกข์เทวษทุเรศหนัก
    เพราะพิษรักปวดแปลบแสบมิจบ
    อุระแตกประดับกับซากศพ
    เพราะประสบพิศวาทอนาถจิต
    
    คราวหน้าเล่นอะไรอีกเนี่ย 
  • อัลมิตรา

    23 ธันวาคม 2548 15:21 น. - comment id 548838

    หากยึกยักทักทึกคึกคักนัก
    เร่งรัดรักจักอดซดสุขแซบ
    หากฮึดฮัดอาจถูกฮุกหมัดแย๊บ
    จักปวดแปลบแสบจิตเพราะพิษรัก
    
    ฤ คิดลึกนึกสนุกบุกรุกฆาต
    หากผิดพลาดอาจสลบพบกับดัก
    สุดโศกสลดหมดสุขทุกข์หนักนัก
    เพราะพิษรักทับจิตดุจติดคุก ฯ
    
    ..มาเขียนเป็นเพื่อน แต่คงให้คะแนนตัวเองไม่ได้
    ..เอาน่า ใครที่จด ๆ จ้อง ๆ .. ลองสักนิด ถือว่าร่วมสนุกกัน นะคะ
    
    มิตรภาพตราบสิ้นฟ้า ..
  • บินเดี่ยวหมื่นลี้

    23 ธันวาคม 2548 16:00 น. - comment id 548852

    กอดกฏขีดกรอบจะมากโศก............ปิดจิตมิดชิดสนิทโลก
    ยากวิโยคโบก...............................ละทุกข์ขาด
    หลบหลีกฉีกกรอบมิขีดวาด.............กักมติคติอุจจาด
    บทจะสามารถ................................ประกาศกล
    31.gif
  • ลักษมณ์

    23 ธันวาคม 2548 16:11 น. - comment id 548855

    แบกวิโยคโบกทุกข์ปลุกโลก
    ประดับโชคโศกสุขขลุกกพิภพ
    ฝากกับขอบฟากสมุทรสุดจะซบ
    จุดพลบกลบสลักปักซากรัก
    
    จบ..
    :]
  • ลักษมณ์

    23 ธันวาคม 2548 16:18 น. - comment id 548857

    แบกวิโยคโบกทุกข์ปลุกโลก
    ประดับโชคโศกสุขขลุกพิภพ
    ฝากกับขอบฟากสมุทรสุดประจบ
    จุดพลบกลบสลักปักซากรัก
    
    จบอีก..
    :]
  • บินเดี่ยวหมื่นลี้

    23 ธันวาคม 2548 17:00 น. - comment id 548864

    อันแรกไม่เอานะ...เอาอันนี้
    
    กอดกฏขีดกรอบจะมากโศก............ปิดจิตมิดชิดสนิทโลก
    ยากวิโยคโบก...............................ละทุกข์ขาด
    หลบหลีกฉีกกรอบมิขีดวาด.............กักมติคติอุจจาด
    บทจะสามารถ................................ประกาศเกริก
    
    31.gif
  • น้ำ

    23 ธันวาคม 2548 19:25 น. - comment id 548884

    อิอิ...สวัสดีครับพี่อัล..คนดีของผม
    สนุกแบบนี้เห็นทีไม่สมัครไม่ได้แล้วนิ
    
    หนาว สายน้ำตามผิวยามเย็นค่ำ
    ลม โลมร่ำให้ห่วงหวลครวญหา
    หม่ แพรพรรณชั้นดีมีราคา
    กลอน คำเป็นพริ้งพาผ่านเพลินเพลิน
    
    หนาว แต่กายหายร้าวใจอุ่นอุ่น
    กลอน ดลคุณฝันใฝ่ให้ขวยเขิน
    หม่ สิ่งใดไออวลสำอางเมิน
    ลม เลี้ยวเชิญหมางหนาวราวผิงไฟ
    
    กล่นกลกลอน กลมกล่อม กลึงเกลาเกลี่ยง
    กลั่นสำเนียง เสียงเป็น เน้นความหมาย
    หลายเชิงชั้น ชูช่อ สื่อบรรยาย
    ขอวอนไหว้ คุณครู สอนกลกลอน
    
    กอกากง  กนกม เกยอำเหล่า
    ไอใอเอา  หมายจำ คำสายสมร
    เช้าหรือบ่าย เย็นค่ำ แม้นยามนอน
    เพียรกลกลอน ตำนาน ชื่นบานใจ
    
    ขอสวัสดีปีใหม่ด้วยครับอิอิ...สนุกสนานนินิ..
  • ดอกข้าว

    23 ธันวาคม 2548 21:52 น. - comment id 548913

    ผมคงไม่ไหว..
  • นัทนิตย์

    23 ธันวาคม 2548 21:58 น. - comment id 548917

    1.gif
  • กวีปกรณ์ มิได้ล๊อกอินขอรับ

    23 ธันวาคม 2548 22:34 น. - comment id 548930

    แม้ชีวาข้านั้นดีหรือเลวร้าย
    ยังยิ้มได้ไม่สิ้นกลิ่นความหวัง
    เมื่อตาวันยังทอแสงแห่งกำลัง
    ข้าจึงยังไม่ท้อย่นย่อใจ
    
    เมื่อท้องฟ้ายังคงเป็นสีฟ้า
    เมื่อธารายังยงคงหลั่งไหล
    เมื่อหิ่งห้อยยังแข่งเบ่งแสงไฟ
    สู้ดวงดาวอำไพในราตรี
    
    ข้ายังใคร่ก้าวไปในแดนนั้น
    สู่วันฝันอันใกล้ไม่ห่างหนี
    ไปด้วยแรงแห่งความเชื่อที่ยังมี
    ด้วยชีวีอันกล้าหาญฝ่าฟัน
    
    แม้หลายถ้อยคำถ่อยให้ถอยล่า
    บางเวลาน้ำตาเกินทนกลั้น
    คอยเตือนใจเอาไว้ ไม่สนมัน
    เจ้าของฝันคือเราใช่เขาเลย
    
    รู้อย่างนั้นพลันก้าวสาวฝันต่อ
    สู่ปลายทางซึ่งรอต่อการเผย
    เอื้อมคว้าดาวดวงนั้นมาชมเชย
    ในครั้งหนึ่งซึ่งเคยลงมือทำ
  • อัลมิตรา

    23 ธันวาคม 2548 23:06 น. - comment id 548932

    แอบย่องมากลางดึก มาเขียนอินทรวิเชียรฉันท์สักนิด
    เกรงว่าฉันท์ของคุณบินเดี่ยว จะเลี้ยวลงผิดที่ไปนิด
    พิกัดผิดไปนิดเดียวจริง ๆ ค่ะ 
    บางบทของคุณมีคำเป็นและคำตายปนกัน
    ยังมีเวลานะ เขียนฉันท์มานี่ ถือว่า อหังการเชียวนา ..
    
    
    ...ฉึกฉักและยักยึก..............มนนึกระทึกนัก
    อึดอัดขยาดรัก..............และประจักษ์ประดุจเจ็บ
  • น้ำ

    24 ธันวาคม 2548 07:05 น. - comment id 548978

    อิอิ...หนึ่งคืนได้กลอนคำตายมาส่งพี่แล้วนิ
    
    ๑หอบรวิหนัก ผลักมืด มากแดดคุ
    มิลวกลุ พฤกษะ วิหกชอบ
    ระยับแดด เหลือบแลบ แบบเก็บกอบ
    ปีกรักบอก บทวาด ประกาศสุข
    
    ๒วิชชุพาด ทอดทาบ ลาดลอดฤทธิ์
    พฤกษผลิ ยอดขยับ รับหยาดมุข
    จิตแทรกทิพย์ เจิดจับ รับปลอบปลุก
    แตกดับทุกข์ อนิจจะ เกิดณ.วัฏ
    
    ๓กอดบาปจัก กลับฟาก นรกสาบ
    ทิฐิซาบ กระซับ จิตผูกมัด
    กี่ทะยาก  กี่มาก  ทุกข์กระหวัด 
    ผิละบาป  กราบเก็บ เพชรมกุฎ
    
    ๔พุทธรัตน  ประทีป  ทาบทบจิต
    วาบวับนิจ สรรพเลิศ  ก็เกิดผุด  
    พิศกิเลส เหตุทุกข์ ลดละหลุด
    พจนพุท มาศบท มุสะแบบ
    
    อิอิ...ขอส่ง สคส.ตลอดปีใหม่แด่พี่คนดีครับ
  • ลักษมณ์

    24 ธันวาคม 2548 09:52 น. - comment id 548982

    ขอแก้อีกคำ2คำเถอะนะ*จะ*ได้จบครบหมดใจ*สิ*น่า.. และต่อมาได้อีก1บทโดยบังเอิญ ดังนี้ครับ..
    ...
    
    แบกวิโยคโบกทุกข์สิปลุกโลก
    ประดับโชคโศกสุขขลุกพิภพ
    ฝากกับขอบฝากสมุทรสุดจะจบ
    จุดพลบกลบสลักปักซากรัก
    
    จบครบหมดมุขขีดวาด
    อกขาดเจ็บปวดรวดหนัก
    แหลกยับอับมิดจิตชัก
    นุชนาฏหักชอกบอกมิรัก
    
    18.gif
  • อัลมิตรา

    24 ธันวาคม 2548 10:13 น. - comment id 548986

    ผ่านไปหนึ่งวันเท่านั้นกับการประลองกลอนกลบทกลอนคำเป็น-คำตาย
    อัลมิตรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง
    ที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านสนใจที่จะร่วมเขียนภายใต้กติกาที่กำหนดให้
    
    แชมป์เก่าคุณม้าลายจากกระทู้ฉีก .. ก็ยังคงรักษามาตรฐานงานเขียนไว้ได้ดี
    
    คุณลักษมณ์..มาในมาดของผู้ชายหัวใจเหงารำพันกลอนกลบทกลอนคำเป็น
    อ่านแล้วชวนให้เคลิบเคลิ้ม
    
    คุณแสงไร้เงาและคุณเพชรพรรณรายยังมีโอกาสซุ่มซ้อมโดยการอ่านเก็บคะแนนไปพลาง ๆ ก่อน
    อัลมิตรายังรอกลอนกลบทของคุณทั้งสองอยู่นะคะ
    
    คุณกุ้งหนามแดง.. ฮา ฮา ตามคอนเซปเลย เขียนถูกถูกผิดผิดไม่คิดเพราะ .. 
    เอาน่า รอตอนบ่าย ตอนเย็น หรือตอนค่ำก็ได้ เพื่อคุณกุ้งฯ อัลมิตรารอได้เสมอ
    
    คุณแก้วประเสริฐ..คุณแก้วต้องทำความเข้าใจกับคำเป็นและคำตายก่อน
    แล้วจึงจะเลือกคำมาเขียนให้ต่อเรื่องเป็นกลอนได้ค่ะ ลองใหม่น๊า
    
    คุณเจ้าพานทอง ..  รออย่างใจจดใจจ่อเชียวค่ะ
    
    คุณพุดพัดชา .. มีของขวัญดีๆสองชิ้น ตัดสินใจยากที่จะมอบให้ใคร ต้องใช้วิธีนี้ค่ะ
    
    คุณเรไร .. คราวนี้กว่าจะตรวจให้คะแนนหมด ก็สิ้นปี 
    คราวหน้าก็ต้องไม่ให้ซ้ำแบบเดิมสิ มุขยังมีอีกแยะ 
    ทำเป็นบ่น แต่ก็เลือกเล่นกลอนกลบทกลอนคำตาย .. เอ..!!
    เหมือนยิมนาสติก ที่เลือกเล่นท่ายากไว้ก่อน ...ใช่มั๊ย นายมานะ
    
    คุณบินเดี่ยวหมื่นลี้ .. มีอยู่ท่อนหนึ่งที่ผสมมาคำเป็น-คำตาย
    พญาครุฑเลือกบินสูงเสียด้วย เหนือเมฆ แต่ชนดาวเทียม โป๊ก โป๊ก
    ถ้าอยากเอาใจอัลมิตรา เลือก อินทรวิเชียรฉันท์นะ คราวหน้า
    โอ๊ย .. ลืมไป ไม่รับซองใต้โต๊ะ
    
    คุณลักษมณ์ .. อั่นแน่ สนุกใช่มั๊ยล่ะ ยังลงได้เรื่อย ๆ นะคะ
    อย่าเบรคจินตนาการเลย ปล่อยให้พรั่งพรูออกมา กว่าจะถึงวันตัดสิน
    เชื่อว่า ของคุณลักษมณ์อาจจะเกินสิบชุด ลุ้นขาดใจเลยค่ะ
    
    คุณน้ำ..  ดีจัง มาร่วมสนุก มาคิดคำ ทำให้สมองแตกฉาน
    คนที่เข้ามาอ่าน ก็อาจได้เรียนรู้คำเป็น คำตาย จับเคล็ดวิชาไปได้ด้วย
    อย่างน้อยประโยชน์ส่วนแรก ก็ต้องเกิดกับคนที่เขียนก่อนล่ะ
    ที่เหลือ ถือว่าเป็นทางอ้อม .. เขียนได้อีกนะคะ ไม่จำกัดจำนวนชุดค่ะ
    
    คุณดอกข้าว .. ไหวน่า !! ลองอ่านตัวอย่างสักสอง-สามรอบ และลองอ่านของเพื่อน
    บางทีความคิดที่ติดขัด ก็จะบรรเจิดทันควันนะคะ
    
    คุณนัทนิตย์ ..อาราย มายิ้ม...มีพิรุธแฮะ 
    
    คุณกวีปกรณ์..อะแฮ่ม !! จัดได้ว่าเป็นกลอนกลบทกลอนคำเป็นที่งามเชียว .. 
    แต่อย่าชะล่าใจนะ  เลือกคำเป็น คะแนนแค่เท่าเดียว
    หรือคุณกวีปกรณ์จะลองเขียนร้อยกรองประเภทอื่นก็ได้นะคะ
    ไม่ว่าจะเป็นกลอนหก กลอนเจ็ด กาพย์ โคลง ฉันท์
    กว่าจะถึงวันที่ 30 ยังมีเวลาพอสมควรเชียวค่ะ ค่อย ๆวางพล๊อตเขียนไป
    (แต่อัลมิตรา งานหัวบานจัง อยากมีอีก 4 มือจัง)
    
    คุณน้ำ..เริ่มสนุกแล้วใช่มั๊ย ว่าแล้ว ว่าคุณต้องไม่มาแค่รอบเดียว
    คราวนี้มาดเข้มกับกลอนกลบทกลอนคำตายเสียด้วย 
    สุขสันต์วันก่อนคริสมาสต์เช่นกันค่ะ
    
    **หมายเหตุ**
    การหัดเขียนกลบทที่มีข้อบังคับมากๆ  เป็นการฝึกการใช้คำทางอ้อม
    แต่ถ้าเอาไปเขียนเป็นเรื่องเป็นราว จะเป็นอุปสรรคต่อการเดินความ
     
    
    มิตรภาพตราบสิ้นฟ้า..
  • เรไร

    24 ธันวาคม 2548 10:19 น. - comment id 548987

    
    จำได้ว่าเคยเขียนกลอนไว้เรื่องนึงเป็นสัมผัสตายทั้งเรื่อง ลองเอามาให้อ่านกันเล่นๆ
    
    เพราะหนทางข้างหน้านั้นมืดมิด
    พรหมลิขิตขีดมาให้อาภัพ
    จากรุ่งโรจน์โชติช่วงดวงตกอับ
    จะหยิบจับอะไรไม่สำเร็จ
    
    จะหวังโชคให้ช่วยรวยทางลัด
    ไปข้างวัดหาเจ้าพ่อขอเลขเด็ด
    ได้เลขเด่นสองเก้าเจ้ากินเช็ด
    ทำเอาเข็ดขยาดอนาถจิต
    
    ร้องโวยวายโทษสวรรค์ท่านไม่ตอบ
    เลยหลุดกรอบเคว้งคว้างเดินทางผิด
    ใช้เล่ห์เหลี่ยมลวงหลอกกรอกความคิด
    ตีสนิทคุยโวแล้วโป้ปด
    
    พอเขาเชื่อหลงกลปล้นเอาทรัพย์
    ทั้งล้วงตับไส้พุงยุ่งไปหมด
    แม้หัวใจชอกช้ำซ้ำรันทด
    ยังต้องปลดมอบให้ไม่ยึกยัก
    
    เอาไส้พุงปอดตับแล้วลับมีด
    ค่อยค่อยกรีดชำแหละแล้วแคะควัก
    เลือกของเสียเขี่ยทิ้งไปไม่เก็บกัก
    ทัพพีตักลงหม้อรอให้เดือด
    
    ฉันต้มตุ๋นเครื่องในขายข้างตลาด
    ริมฟุตบาทหลายอย่างบ้างใส่เลือด
    รับรองสดเพราะสั่งตรงจากโรงเชือด
    กำลังเดือดหอมกรุ่นคุณครับเชิญ
  • อัลมิตรา

    24 ธันวาคม 2548 22:43 น. - comment id 548988

    ขออยู่เหย้าเฝ้าเรือนเป็นเพื่อนเจ้า
    ยามค่ำเช้าใคร่กล่อมแม่จอมขวัญ
    ครั้นร่ายเรียงเสียงโคลงเชื่อมโยงพลัน
    เป็นกลอนฉันท์ปรีด์เปรมอิ่มเอมใจ
    
    แม้นยามคืนเคียงคลอบ่หน่ายหนี
    เอื้อนวาทีที่งามเฝ้าถามไถ่
    เป็นกลอนกานท์หวานแว่วแผ่วผ่านไป
    คราวครั้งใดยามฟังยังชื่นชม
    
    สังวรว่าคราใดอยู่ใกล้พี่
    โคลงกลอนมีชื่นมื่นลืมขื่นขม
    เพลงเก่าใหม่ฟังไปใจรื่นรมย์
    ดนตรีอันนานนมสมควรฟัง
    
    เพลงแมงป่องแว่วหวานเขาขานว่า
    อย่าร้างลาจรไกลไม่หวนหลัง
    you and i ได้ยินกินใจจัง
    แม้นกี่ครั้งยังตรึงซึ้งบ่ซา
    
    ยามราตรีมีเจ้าเฝ้าเคียงคู่
    เชิญชมหมู่ดาวดื่นชื่นจริงหนา
    งามสีสันพรรณพราววาวแววมา
    โน่นดาราแพรวพรายคล้ายเมียงมอง
    
    แสงนวลแขแลงามล้ำเลอยิ่ง
    ช่างพราวพริ้งจริงแท้แลงามผ่อง
    แต่งแต้มฟ้าราตรีที่เรืองรอง
    ขอคู่น้องชมดาวเดือนพราวพราย
    
    ไ ม่ ไ ด้ ม า มื อ เ ป ล่ า  แ ต่ เ อ า หั ว ใ จ ม า ฝ า ก
  • ลักษมณ์

    24 ธันวาคม 2548 10:37 น. - comment id 548990

    ขออภัยท่านผู้อ่าน
    ต้องขอ*ฝาก**ฟาก*คำแก้ไขมาอีก*จัก*ครั้ง
    
    แบกวิโยคโบกทุกข์สิปลุกโลก
    ประดับโชคโศกสุขขลุกพิภพ
    ฝากกับขอบฟากสมุทรสุดจะจบ
    จักจุดพลบกลบสลักปักซากรัก
    
    จบครบหมดมุขขีดวาด
    อกขาดเจ็บปวดรวดหนัก
    แหลกยับอับมิดจิตชัก
    นุชนาฏหักชอกบอกมิรัก
    
    18.gif10.gif
  • อัลมิตรา

    24 ธันวาคม 2548 22:13 น. - comment id 549008

    สำหรับวันที่สองของการเปิดกระทู้นี้ ..
    ยิ่งน่าตื่นตาตื่นใจ .. เพื่อนหลายท่านงัดเอาไม้เด็ดออกมาใช้
    ไม่ว่าจะเป็นคุณน้ำ คุณลักมษณ์ ที่เลือกใช้คำตาย
    แต่อัลมิตราก็ยังทึ่งกับหนุ่มมหัศจรรย์ คุณกวีปกรณ์
    คืนวาน อัลมิตราเพิ่งจะเกทับด้วยกลอนกลบทกลอนคำเป็น ๖ บท
    ทั้งที่ไม่มีสิทธิ์ลงแข่งขันประการใด 
    แต่ก็ถือว่า เป็นการกระตุ้นต่อมกวีได้เป็นอย่างดีเชียว
    หนุ่มคนนี้เขาเขียนกลอนกลบทกลอนคำเป็นได้ยาวถึง ๑๘ บท
    และยังมีคุณน้าใจดี ยกกลอนเก่าที่ใช้สัมผัสคำตายมาให้เพื่อน ๆ อ่าน
    
    เท่าที่ข่าววงในเล็ดลอดออกมา ..
    คุณม้าลายเก็บหมัดน๊อคเอาไว้เป็นกลอนกลบทกลอนคำตาย ๕ บท
    ส่วนคุณหนอน คู่แชมป์เก่า ก็ซุ่มเขียนโคลง
    คาดว่าคงปั่นมาหลายบทอยู่เหมือนกัน
    
    คุณบินเดี่ยวคะ ..หายไปไหนหนอ 
    ผู้ใดพบเห็นเขาบินผ่าน กรุณาตามตัวมาเขียนฉันท์ต่อด้วยค่ะ
  • อัลมิตรา

    24 ธันวาคม 2548 22:18 น. - comment id 549009

    คุณเรไร ..ต้องขอบคุณที่แวะมาฝากกลอนสัมผัสคำตายให้อ่าน
    อัลมิตราขอขยายความอีกนิดว่า.. 
    คำตายที่คุณเรไรยกมามีเฉพาะจุดคำที่สัมผัสกันเท่านั้น 
    แต่ไม่ใช่กลอนกลบทกลอนคำตาย
    อย่างที่ปู่ก๊องเคยย้ำนักย้ำหนามาตลอดว่า เวลาเขียนกลอน 
    เขียนแล้วอ่านออกเสียงด้วย จะได้รู้ว่าเสียงกลมกลืนหรือไม่
    เสียงท้ายวรรคของคำตาย บางคำที่เป็นคำตาย ระดับเสียงต่างกัน ..
    เช่น ทด ชด พด  ซด ...ใช้ตัวสะกดเป็น แม่กด 
    แต่เสียงที่ได้ย่อมแตกต่างจาก ถด ฉด ผด สด ...
    
    คุณลักษมณ์.. ยิ้มกับความเพียรของคุณ
    อัลมิตราจะกระซิบบอกอะไรให้นะ อย่าให้คนอื่นได้ยิน .. เอียงหูมาสิ !
    บทที่ ๑ ของคุณลงท้ายบทด้วย พัก.. และส่งสัมผัสไปบท ๒ ซึ่งรับสัมผัสเป็นทอด ๆ ไป
    แต่ไฉนท้ายบทที่ ๒ ของคุณ ยังเลือกปิดท้ายด้วย รัก ..  
    จุ๊ ๆๆ อย่าเอ็ดไปนะ .. คนอื่นเขาไม่รู้หรอกว่า อัลมิตราแอบเชียร์คุณค่ะ
    ลองปรับอีกสักนิดไหมค่ะ น่านะ .. อีกนิดเดียวเอง 
    กลอนกลบทกลอนคำตายคะแนนสูงเชียวนา
    
    คุณกวีปกรณ์..วาว .. 
    กลอนกลบทกลอนคำเป็นของคุณดูเกือบเข้าตากรรมการ ..
    แต่ ... เอาล่ะสิ จะบอกดีมั๊ยนะ บางวรรคของคุณมีคำตายผสมมา 
    (ถ้าท่านใดเลือกเล่นกลอนกลบทอักษรกลอนเป็น 
    ก็หมายความว่า ห้ามมีคำตาย ( เอาคำเป็นล้วนๆ ) 
    ใครเขียนได้ยาวที่สุด(โดยได้ความ) เป็นผู้ชนะ
    ถ้ามีคำตายเมื่อไหร่  จะนับเฉพาะวรรคก่อนหน้านั้น
    แล้วดูความหมายอีกที ถ้ามีผู้เขียน ทำได้ยาวเท่ากัน ) 
    
    คุณSilky .. ลองดูก็ได้นะคะ ลองสักบทก็ยังดี 
    อย่างน้อยจะได้ทราบความหมายของคำเป็น - คำตาย
    ทั้งนี้ทั้งนั้น ประโยชน์ส่วนตนของคุณย่อมเกิดแน่นอนค่ะ :)
    
    มิตรภาพตราบสิ้นฟ้า ..
  • เด็กชายกวีปกรณ์คับป๋ม

    24 ธันวาคม 2548 14:29 น. - comment id 549011

    (๑) ยินเสียงน้องนงคราญนานเนิ่นแล้ว
    ลอยลมแผ่วแว่วมาให้ใจหาย
    พี่ยิ่งครวญใคร่ครุ่นจนวุ่นวาย
    ไม่เคยต้องห่างกายสู่ทายวัน
    
    (๒) ด้วยจำเป็นหลายเรื่องอย่าเคืองพี่
    ช่วยเห็นใจคนดีแม่ดวงขวัญ
    เมื่อสิ้นงานสัญญาหวนคืนพลัน
    แต่เจ้านั้นดวงแดอย่าแปรไป
    
    (๓) พี่วอนจันทร์กล่อมเจ้ายามเข้านอน
    ด้วยห่วงหาอาทรใคร่ย้อนใกล้
    แต่ช่างเหลือเกินการทำตามใจ
    จึงเพียงได้ไหว้วานขานดวงจันทร์
    
    (๔) ยามเพลาลมฟ้าถึงคราเปลี่ยน
    เหมันต์เวียนเจียนบ้าเวลาหัน-
    มองข้างกายไม่มีแม่ชีวัน
    ใจหนาวสั่นพรั่นพรึงถึงดวงมาน
    
    (๕) คำนึงถึงเจ้าเหลือเจือความห่วง
    คงหนาวทรวงพวงแก้มแช่มเป็นกร้าน
    เอาเสื้อพี่ที่ให้ในวันวาน
    ห่มเนื้อน้องป้องต้านทานลมแรง
    
    (๖) จงลงกลอนก่อนนอนให้ท้วนทั่ว
    อย่าพลั้งตัวเผลอไผลในบางแห่ง
    ป้องกันชายกลายกล้ำกำยำแรง
    เข้ามาแฝงเร้นร้ายทำลายน้อง
    
    (๗) ริ้นไรยุงมุ้งม่านเอากางกั้น
    พ่นยาใส่ไล่มันกันทั่วห้อง
    รวมทั้งเรือนหลังนี้ที่เราครอง
    ด้วยกลัวผิวใยยองหม่นหมองไป
    
    (๘) ด้วยสิ้นห่วงดวงแดแม่เนื้อทอง
    เหลือยามห่างนางน้องอย่าร้องไห้
    ยามพี่ยินเสียงเจ้าแสนเศร้าใจ
    เชื่อคำพี่ที่กล่าวไว้ในสัญญา
    
    (๙) แม่เนื้อเย็นเห็นแก่ใจพี่บ้าง
    จำต้องร้างนางไกลใจประหม่า
    ยามไม่มีคนดีป้อนกระยา
    ทั้งข้าวปลาไร้สิ้นกลิ่นมือนาง
    
    (๑๐) เพลากลืนช่างลำเค็ญจำเป็นฝืน
    จำใจกลืนเพื่อยั้งแลรั้งร่าง
    ไม่ให้กายวายจนพ้นสรรพางค์
    เพียงคอยวันย้อนทางย่างสู่เรือน
    
    (๑๑) ยิ่งก้าวย่างห่างไกลเรือนเราสอง
    น้ำตาพี่และน้องไหลนองเปื้อน
    ยิ่งนานวันผันผ่านนานแรมเดือน
    ยิ่งเร่งวันให้เคลื่อนเลื่อนเร็วไว
    
    (๑๒) ยามหนาวลมห่มผ้ากว่ากายอุ่น
    ไม่เหมือนยามพี่หนุนเนื้อนางได้
    ทั้งอุ่นร่างพลางอุ่นทั่วถึงใจ
    แต่ยามนี้พี่ไร้ใครข้างเคียง
    
    (๑๓) น้องรู้ไหมใจกายพี่นี้ร้อนรุ่ม
    เหงื่อไคลชุ่มคล้ายต้องแสงแรงยามเที่ยง
    ยามนอนเหมือนไฟสุมรุมข้างเตียง
    ไร้ทางเบี่ยงเลี่ยงได้เท่าใกล้นาง
    
    (๑๔) ยามมองจันทร์พลันหวนถึงนวลน้อง
    จันทร์ไม่ผ่องความคำนึงจึงไม่สร่าง-
    หน้าดวงใจไร้รอยคล้ำสีดำจาง
    มาปนเปื้อนเกลื่อนปรางค์แก้มนางนวล
    
    (๑๕) ใครเคยเปรยเอ่ยไว้ให้ยินบ้าง
    สามวันไกลใจนางพลางแบ่งส่วน
    ยิ่งทางไกลใจหญิงยิ่งเรรวน
    ทั้งหลายคำนั้นล้วนป่วนดวงใจ
    
    (๑๖) เมื่อพี่ให้ใจน้องไปครองแล้ว
    ย่อมเชื่อใจน้องแก้วใช่ใครไม่
    เชื่อในสายสัมพันธ์อันโยงใย
    ซึ่งคล้องสองเราไว้ให้ใกล้กัน
    
    (๑๗) พี่ห่างไกลใจน้องต้องไม่กลัว
    ห่างเพียงตัวหัวใจยังคงมั่น
    วอนสายลมโบยคำพี่รำพัน
    ให้นางนั้นกลั้นไห้ใจตรอมตรม
    
    (๑๘) เมื่อเจ้ายินคำพี่ที่โชยไป
    ยามลมปลิวพลิ้วไหวดั่งใจสม
    คลายเสียงนวลครวญไห้ในอารมณ์
    วอนสายลมพรมใจน้องให้ผ่อนคลาย
    
    ** พี่อัลลบ อันที่ส่งไปอันที่สองไปเลยคับ เอาอันนี้แทน มาแก้ไขคำที่ผิดไป ขอบคุณครับ ไว้จะมาฝากกลคำตายอีกคับ ถ้ามีเวลานะคับ
  • ลักษมณ์

    24 ธันวาคม 2548 16:12 น. - comment id 549032

    หากรักมิพรากจากจบ
    แหละมิพบสบทุกข์โศกทัก
    ยากจะซบคบสุขคลุกหลัก
    แนบชิดตักมรรคพุทธวิสุทธิ์ลึก
    
    อยากพบสบพระสละโลก
    ระงับโศกออกบวชกะมิสึก
    ปลดรักชอกชักสลักลึก
    ฝึกละสละหลีกปลีกวิเวก
    
    26.gif
    มาต่อเพิ่มอีก2บท
    เติมคะแนนให้ด้วยครับ
  • ลักษมณ์

    24 ธันวาคม 2548 17:33 น. - comment id 549049

    ผิวจะขอแก้ไขคำ
    แหละสิรวบมาแปะไว้ที่เดียวกัน(เพราะคงไม่มีต่อแล้ว)ครับ
    ทั้งนี้เพราะเหตุที่
    เนื้อหาตามท้องเรื่องได้ดำเนินมาถึงทางสงบแล้ว 
    
    ดังนี้...
    
    แบกวิโยคโบกทุกข์สิปลุกโลก
    ประดับโชคโศกสุขขลุกพิภพ
    ฝากกับขอบฟากสมุทรสุดจะจบ
    จักจุดพลบกลบสลักปักซากพัก
    
    สิจบครบตบมุขกระตุกวาด
    แบะอกขาดบาดปวดรวดหนัก
    แทบแหลกยับอับมิดจิตชัก
    จากนุชพักตร์หักชอกหลอกรัก
    
    ผิวรักมิพรากจากจบ
    แหละมิพบสบทุกข์ขุกทัก
    ยากจะซบคบสุขคลุกหลัก
    แนบชิดตักมรรคพุทธวิสุทธิ์ลึก
    
    อยากจะพบสบพระสละโลก
    ระงับโศกโบกบวชอวดมิสึก
    ปลดรักหลอกชอกชักสลักลึก
    ฝึกละสละหลีกปลีกวิเวก
    
    46.gif
    มาสิ..ทางนี้สว่าง
    กระจ่างแจ้งใจจริง
  • ลักษมณ์

    24 ธันวาคม 2548 18:10 น. - comment id 549054

    อ้าว!! แล้ว*บอกมิรัก*หายไปไหนแล้วล่ะ ประโยคสำคัญซะด้วยสิ ..ว่าแล้วอย่ากระนั้นเลย สิขอ*แจก*แจง*พจน์**จด*แก้อีกครั้งเถอะนะ ..และขออภัยท่านผู้อ่านอีกครั้งครับ ..
    
    ...
    
    แบกวิโยคโบกทุกข์สิปลุกโลก
    ประดับโชคโศกสุขขลุกพิภพ
    ฝากกับขอบฟากสมุทรสุดจะจบ
    จักจุดพลบกลบสลักปักซากพัก
    
    สิแจกพจน์จดมุขกระตุกวาด
    แบะอกขาดบาดปวดรวดหนัก
    แทบแหลกยับอับมิดจิตชัก
    จากนุชพักตร์หักชอกบอกมิรัก
    
    ผิวรักมิพรากจากจบ
    แหละมิพบสบทุกข์ขุกทัก
    ยากจะซบคบสุขคลุกหลัก
    แนบชิดตักมรรคพุทธวิสุทธิ์ลึก
    
    อยากจะพบสบพระสละโลก
    ระงับโศกโบกบวชอวดมิสึก
    ปลดรักหลอกชอกชักสลักลึก
    ฝึกละสละหลีกปลีกวิเวก
    
    46.gif
    ที่นี้ขัดข้องหนอ
    มาสิ..ทางนี้สว่าง
  • Silky

    24 ธันวาคม 2548 20:33 น. - comment id 549077

    กระต่ายมาอ่านคำเป็นคำตายเป็นสิบๆเที่ยวอ่านที่ทุกท่านแต่งกันเพลินดีค่ะ
    แต่ตัวเองความสามารถคงไม่ถึงขอมาเรียนรู้แล้วกันน่ะค่ะ..สนุกดีค่ะ....11.gif36.gif
  • เด็กชายกวีปกรณ์คับป๋ม

    25 ธันวาคม 2548 02:41 น. - comment id 549097

    (๑) ยินเสียงน้องนงคราญนานเนิ่นแล้ว
    ลอยลมแผ่วแว่วมาให้ใจหาย
    พี่ยิ่งครวญใคร่ครุ่นจนวุ่นวาย
    ไม่เคยต้องห่างกายสู่ทายวัน
    
    (๒) ด้วยจำเป็นหลายเรื่องอย่าเคืองพี่
    ช่วยเห็นใจคนดีแม่ดวงขวัญ
    เมื่อสิ้นงานสัญญาหวนคืนพลัน
    แต่เจ้านั้นดวงแดอย่าแปรไป
    
    (๓) พี่วอนจันทร์กล่อมเจ้ายามเข้านอน
    ด้วยห่วงหาอาทรใคร่ย้อนใกล้
    แต่ช่างเหลือเกินการทำตามใจ
    จึงเพียงได้ไหว้วานขานดวงจันทร์
    
    (๔) ยามเพลาลมฟ้าถึงคราเปลี่ยน
    เหมันต์เวียนเจียนบ้าเวลาหัน-
    มองข้างกายไม่มีแม่ชีวัน
    ใจหนาวสั่นพรั่นพรึงถึงดวงมาน
    
    (๕) คำนึงถึงเจ้าเหลือเจือความห่วง
    คงหนาวทรวงพวงแก้มแช่มเป็นกร้าน
    เอาเสื้อพี่ที่ให้ในวันวาน
    ห่มเนื้อน้องป้องต้านทานลมแรง
    
    (๖) จงลงกลอนก่อนนอนให้ท้วนทั่ว
    อย่าพลั้งตัวเผลอไผลในบางแห่ง
    ป้องกันชายกลายกล้ำกำยำแรง
    เข้ามาแฝงเร้นร้ายทำลายน้อง
    
    (๗) ริ้นไรยุงมุ้งม่านเอากางกั้น
    พ่นยาใส่ไล่มันกันทั่วห้อง
    รวมทั้งเรือนหลังนี้ที่เราครอง
    ด้วยกลัวผิวใยยองหม่นหมองไป
    
    (๘) ด้วยสิ้นห่วงดวงแดแม่เนื้อทอง
    เหลือยามห่างนางน้องอย่าร้องไห้
    ยามพี่ยินเสียงเจ้าแสนเศร้าใจ
    เชื่อคำพี่ที่กล่าวไว้ในสัญญา
    
    (๙) แม่เนื้อเย็นเห็นแก่ใจพี่บ้าง
    จำต้องร้างนางไกลใจห่วงหา
    ยามพี่กินไร้คนดีป้อนพี่ยา
    ทั้งข้าวปลาล้วนสิ้นกลิ่นมือนาง
    
    (๑๐) เพลากลืนช่างลำเค็ญจำเป็นฝืน
    จำใจกลืนเพื่อยั้งแลรั้งร่าง
    ไม่ให้กายวายจนพ้นสรรพางค์
    เพียงคอยวันย้อนทางย่างสู่เรือน
    
    (๑๑) ยิ่งก้าวย่างห่างไกลเรือนเราสอง
    น้ำตาพี่และน้องไหลนองเปื้อน
    ยิ่งนานวันผันผ่านนานแรมเดือน
    ยิ่งเร่งวันให้เคลื่อนเลื่อนเร็วไว
    
    (๑๒) ยามหนาวลมห่มผ้ากว่ากายอุ่น
    ไม่เหมือนยามพี่หนุนเนื้อนางได้
    ทั้งอุ่นร่างพลางอุ่นทั่วถึงใจ
    แต่ยามนี้พี่ไร้ใครข้างเคียง
    
    (๑๓) น้องรู้ไหมใจกายพี่นี้ร้อนรุ่ม
    เหงื่อไคลชุ่มคล้ายต้องแสงแรงยามเที่ยง
    ยามนอนเหมือนไฟสุมรุมข้างเตียง
    ไร้ทางเบี่ยงเลี่ยงได้เท่าใกล้นาง
    
    (๑๔) ยามมองจันทร์พลันหวนถึงนวลน้อง
    จันทร์ไม่ผ่องความคำนึงจึงไม่สร่าง-
    หน้าดวงใจไร้รอยคล้ำสีดำจาง
    มาปนเปื้อนเกลื่อนปรางแก้มนางนวล
    
    (๑๕) ใครเคยเปรยเอ่ยไว้ให้ยินบ้าง
    สามวันไกลใจนางพลางแบ่งส่วน
    ยิ่งทางไกลใจหญิงยิ่งเรรวน
    ทั้งหลายคำนั้นล้วนป่วนดวงใจ
    
    (๑๖) เมื่อพี่ให้ใจน้องไปครองแล้ว
    ย่อมเชื่อใจน้องแก้วใช่ใครไม่
    เชื่อในสายสัมพันธ์อันโยงใย
    ซึ่งคล้องสองเราไว้ให้ใกล้กัน
    
    (๑๗) พี่ห่างไกลใจน้องต้องไม่กลัว
    ห่างเพียงตัวหัวใจยังคงมั่น
    วอนสายลมโบยคำพี่รำพัน
    ให้นางนั้นกลั้นไห้ใจตรอมตรม
    
    (๑๘) เมื่อเจ้ายินคำพี่ที่โชยไป
    ยามลมปลิวพลิ้วไหวดั่งใจสม
    คลายเสียงนวลครวญไห้ในอารมณ์
    วอนสายลมพรมใจน้องให้ผ่อนคลาย 
    
    (๑๙) สิ้นงานแล้วแก้วตาถึงคราหวน
    ของพี่ซื้อเพื่อนวลจำนวนหลาย
    พี่รู้เจ้าหวังเพียงพี่ข้างเคียงกาย
    แต่เสียดายไกลบ้านมานานที
    
    (๒๐) ทั้งเงินงามตามเจ้าเคยเซ้าไว้
    พี่ก็หามาให้ในตอนนี้
    เงินหลายอย่างสร้อยบ้างต่างหูมี
    หวังคนดีสวมใส่ใจพี่ยา
    
    (๒๑) แก้วแหวนงามเจ้าเคยบ่นเปรยถึง
    เป็นน้ำหนึ่งพี่สรรไปวันกว่า
    ตรงไหนมีจองดีเร้นพี่เฟ้นมา
    หวังแก้วตาคงชื่นรื่นอารมณ์
    
    (๒๒) ส่วนเครื่องทองน้องพี่ก็มีให้
    หวังสิ่งใดได้สิ่งนั้นตามใจสม
    เห็นโครงสวยด้วยพันเป็นฟั่นปม
    ทั้งยังพรมด้วยมาลีสีสวยงาม
    
    (๒๓) ได้แพรไหมให้น้องมาสองผืน
    ใส่กลางวันห่มกลางคืนครั้งเคยถาม
    ทั้งยังจำคำเจ้าเฝ้าทำตาม
    ต้องผ้างามงามตาราคาเยา
    
    (๒๔) ได้ของไปให้นางตามจำนวน
    ถึงเพลาพี่หวนหานวลเจ้า
    ครั้นแล้วใจใคร่คล้อยลอยเบาเบา
    ด้วยยินดีที่สองเราใกล้เคล้าคลอ
    
    (๒๕) คล้ายหนทางห่างไกลใกล้ขึ้นมา
    ด้วยบาทาเร่งก้าวยาวไม่ย่อ
    ไม่เป็นเช่นครั้งห่างย่างแค่พอ-
    ด้วยใจหนอรั้งเท้าไม่ก้าวไว
    
    (๒๖) แม้นใกล้ค่ำยิ่งย่ำย่างไม่ค้างแรม
    ได้ครึ่งทางพลางยิ้มแย้มแซมหน้าได้
    เพียงเพื่อหวนคืนนางที่ร้างไกล
    ที่จำกลั้นน้ำตาไว้ไปเป็นเดือน
    
    (๒๗) ถึงเคหาฟ้าสางใกล้นางแล้ว
    คอยเหลียวมองน้องแก้วแลเอ่ยเอื้อน
    ยอดชีวาพี่ยาหวนคืนเรือน
    วอนเจ้าเคลื่อนกลอนบ้านให้ผ่านไป
    
    (๒๘) เสียงนางเลื่อนเคลื่อนกลอนใจร้อนเร้า
    คล้ายน้องเอาไฟเผาความเหงาให้
    พอบานเผยเอ่ยชื่อพี่ยาใจ
    น้ำตาพี่นี้ไหลด้วยยินดี
    
    (๒๘) ยื่นของให้นางยิ้มพิมพ์พิไล
    เอาวางไว้นั่งใกล้ไออุ่นพี่
    ความห่างไกลไร้สิ้น...สิ้นเสียที
    พลางหอมปรางคนดีที่รอคอย
    
    (๒๘) กลิ่นแก้มเจ้าใครเขา ฤา แทนได้
    ทั้งเรือนกายยามร่ายแขนแสนแช่มช้อย
    แลผิวพรรณผ่องใสไร้ร่องรอย
    จันทร์ยังด้อยกว่าเจ้าแม่เยาว์มาลย์
    
    (๒๙) ขอผ่อนเหนื่อยเมื่อยล้าค่อยว่าต่อ-
    พี่วอนของนางน้องร้องเพลงหวาน-
    กล่อมพี่นอนจนฝันเหมือนวันวาน
    พลางนงคราญนอนใกล้อย่าไกลเลย
    
    (๓๐)  ยามนอนเคียงเรียงรายข้างกายพี่
    เจ้าชีวินยินเสียงใจพี่เอ๋ย
    ถ้าเจ้าห่างพี่เพียงวาแม่ทรามเชย
    เสียงใจนั้นพลันเงียบเลย
    ครั้นใจพลันนิ่งเฉยเลยทันใด
    
    (๓๑) ช่วยเพิ่มแรงแห่งใจให้เต้นอยู่
    ห่างเพียงครู่พี่ยาทานไม่ไหว
    ครั้งนี้หวนคืนเจ้าเหย้าเรือนใจ
    เพื่อต่อไปไม่ห่างอย่างวันวาน
  • อัลมิตรา

    25 ธันวาคม 2548 10:21 น. - comment id 549112

    ทิวาสวัสดิ์ค่ะ
    
    หลังจากทำงานบ้านเสร็จ และมีเวลามาเอกเขนกที่โต๊ะทำงาน
    ครั้นเปิดเครื่องเข้ามาอ่านกระทู้ คำเป็น-คำตาย ..ก็รู้สึกพิศวงมาก
    เมื่อวานนี้คุณกวีปกรณ์เขียนกลอนกลบทกลอนคำเป็นได้ ๑๘ บท
    ขนาดว่าความยาวยาวเกิดความคาดคิดแล้ว
    วันนี้สิ่งที่ได้เห็น ยิ่งมหัศจรรย์กว่าเดิม เพราะเขาเขียนได้ ๓๑ บท
    ทว่า .... มีบางจุดที่พลาด ควรตรวจสอบให้ดี 
    
    เริ่มต้นวันที่สาม .. วันที่แสงแห่งทิวาอบอุ่นกว่าวันวาน
    หลายคนคงอยากทราบรายละเอียดในการให้คะแนนมากกว่าที่เขียนไว้ต้นกระทู้
    อัลมิตราจะค่อย ๆ แย้มพรายออกมาให้รับทราบทั่วกัน
    
    ก่อนอื่น ..อย่าเพิ่งหวั่นใจว่า...
    คะแนนจากกลอนกลบทประเภทใดจะได้เปรียบหรือเสียเปรียบ
    
    เพราะกติกา..ที่อัลมิตราวางไว้ค่อนข้างเข้มงวดทีเดียว 
    แต่อย่างไรก็ตาม ก็ดูเหมือนว่าหลายคนมีความพยายาม มุ่งมั่นมาก
    รางวัลกวีนิพนธ์ หมอนรองรางรถไฟฟ้า อาจไม่ใช่สิ่งเร้าอย่างเดียว
    หัวใจของแต่ละคนต่างหาก 
    ที่ต้องการสร้างสรรค์ผลงานแข่งขันกับตนเอง
    นั่นนับว่าเป็นนิมิตที่ดี เป็นสิ่งที่อัลมิตราขอคารวะน้ำใจของทุก ๆ คน
    
    ถึงแม้ว่าจะต่างประเภทของร้อยกรองที่เขียนเป็นกลบท
    แต่หากผิดฉันทลักษณ์ ก็จะถูกปรับตกทันที
    หมายถึง   ผิดฉันทลักษณ์ ก็ไม่ถูกนับคะแนนเลย
    
    ส่วนร้อยกรองที่เขียนเป็นกลบท หากถูกฉันทลักษณ์
    แต่ถ้าวรรคไหนอ่านไม่รู้เรื่อง ก็จะไม่มีคะแนนให้
    จากนั้นจะมองภาพรวมอีกทีด้วย ว่ามีเอกภาพ หรือไม่
    
     ทีนี้เรามารับทราบร่วมกันถึงความหมายของคำว่าเอกภาพ ใน ณ ที่นี้
    ความหมายของเอกภาพก็คือ
    ก็เป็นเรื่องเป็นราวกลมกลืนต่อเนื่องกัน 
    หากความยาวของงานเขียนแต่อ่านแล้วไม่กลมกลืนเป็นเรื่องเดียวกัน
    ถือว่า ยังไม่มีเอกภาพ ..
    
    มิตรภาพตราบสิ้นฟ้า ..
  • ลักษมณ์

    25 ธันวาคม 2548 16:12 น. - comment id 549167

    แบกวิโยคโบกทุกข์สิปลุกโลก
    ประดับโชคโศกสุขขลุกพิภพ
    ฝากกับขอบฟากสมุทรสุดจะจบ
    จักจุดพลบกลบสลักปักซากรัก
    
    สิแจกพจน์จดมุขกระตุกวาด
    แบะอกขาดบาดปวดรวดหนัก
    แทบแหลกยับอับมิดจิตชัก
    จากนุชพักตร์หักชอกตอกสลัก
    
    ผิวรักมิพรากจากจบ
    แหละมิพบสบทุกข์ขุกทัก
    ยากจะซบคบสุขคลุกหลัก
    แนบชิดตักมรรคพุทธวิสุทธิ์ลึก
    
    อยากจะพบสบพระสละโลก
    ระงับโศกโบกบวชอวดมิสึก
    ปลดรักหลอกชอกชักสลักลึก
    ฝึกละสละหลีกปลีกวิเวก
    
    7.gif
    ขอมาแก้และแบกลากดำเนินความตามท้องเรื่องมากันอีกรอบครับ
    
    46.gif
    Merry Christmas
  • Silky

    25 ธันวาคม 2548 21:03 น. - comment id 549228

    รักระทดจดเจ็บเหน็บหนัก
    คิดจะรักกักเก็บเจ็บสุด
    ยึกยักรักรึมากทุกข์
    ยากสุดหลบหลีกพิษรัก
    
    เพราะพิษรักปวดแปลบแสบจิต
    กิเลสพิศทุกข์กระหวัดสลัดหลุด
    วิโยคโศกพบรักยากจะหยุด
    จิตทรุดโศกหนักประหลาดจิต
    ลองดูตามคำแนะนำค่ะ11.gif36.gif
  • เด็กชายกวีปกรณ์คับป๋ม

    26 ธันวาคม 2548 08:16 น. - comment id 549284

    (๑) ยินเสียงน้องนงคราญนานเนิ่นแล้ว
    ลอยลมแผ่วแว่วมาให้ใจหาย
    พี่ยิ่งครวญใคร่ครุ่นจนวุ่นวาย
    ไม่เคยต้องห่างกายสู่ทายวัน
    
    (๒) ด้วยจำเป็นหลายเรื่องอย่าเคืองพี่
    ช่วยเห็นใจคนดีแม่ดวงขวัญ
    เมื่อสิ้นงานสัญญาหวนคืนพลัน
    แต่เจ้านั้นดวงแดอย่าแปรไป
    
    (๓) พี่วอนจันทร์กล่อมเจ้ายามเข้านอน
    ด้วยห่วงหาอาทรใคร่ย้อนใกล้
    แต่ช่างเหลือเกินการทำตามใจ
    จึงเพียงได้ไหว้วานขานดวงจันทร์
    
    (๔) ยามเพลาลมฟ้าถึงคราเปลี่ยน
    เหมันต์เวียนเจียนบ้าเวลาหัน-
    มองข้างกายไม่มีแม่ชีวัน
    ใจหนาวสั่นพรั่นพรึงถึงดวงมาน
    
    (๕) คำนึงถึงเจ้าเหลือเจือความห่วง
    คงหนาวทรวงพวงแก้มแช่มเป็นกร้าน
    เอาเสื้อพี่ที่ให้ในวันวาน
    ห่มเนื้อน้องป้องต้านทานลมแรง
    
    (๖) จงลงกลอนก่อนนอนให้ท้วนทั่ว
    อย่าพลั้งตัวเผลอไผลในบางแห่ง
    ป้องกันชายกลายกล้ำกำยำแรง
    เข้ามาแฝงเร้นร้ายทำลายน้อง
    
    (๗) ริ้นไรยุงมุ้งม่านเอากางกั้น
    พ่นยาใส่ไล่มันกันทั่วห้อง
    รวมทั้งเรือนหลังนี้ที่เราครอง
    ด้วยกลัวผิวใยยองหม่นหมองไป
    
    (๘) ด้วยสิ้นห่วงดวงแดแม่เนื้อทอง
    เหลือยามห่างนางน้องอย่าร้องไห้
    ยามพี่ยินเสียงเจ้าแสนเศร้าใจ
    เชื่อคำพี่ที่กล่าวไว้ในสัญญา
    
    (๙) แม่เนื้อเย็นเห็นแก่ใจพี่บ้าง
    จำต้องร้างนางไกลใจห่วงหา
    ยามพี่กินไร้คนดีป้อนพี่ยา
    ทั้งข้าวปลาล้วนสิ้นกลิ่นมือนาง
    
    (๑๐) เพลากลืนช่างลำเค็ญจำเป็นฝืน
    จำใจกลืนเพื่อยั้งแลรั้งร่าง
    ไม่ให้กายวายจนพ้นสรรพางค์
    เพียงคอยวันย้อนทางย่างสู่เรือน
    
    (๑๑) ยิ่งก้าวย่างห่างไกลเรือนเราสอง
    น้ำตาพี่น้ำตาน้องไหลนองเปื้อน
    ยิ่งนานวันผันผ่านนานแรมเดือน
    ยิ่งเร่งวันให้เคลื่อนเลื่อนเร็วไว
    
    (๑๒) ยามหนาวลมห่มผ้ากว่ากายอุ่น
    ไม่เหมือนยามพี่หนุนเนื้อนางได้
    ทั้งอุ่นร่างพลางอุ่นทั่วถึงใจ
    แต่ยามนี้พี่ไร้ใครข้างเคียง
    
    (๑๓) น้องรู้ไหมใจกายพี่นี้ร้อนรุ่ม
    เหงื่อไคลชุ่มคล้ายต้องแสงแรงยามเที่ยง
    ยามนอนเหมือนไฟสุมรุมข้างเตียง
    ไร้ทางเบี่ยงเลี่ยงได้เท่าใกล้นาง
    
    (๑๔) ยามมองจันทร์พลันหวนถึงนวลน้อง
    จันทร์ไม่ผ่องความคำนึงจึงไม่สร่าง-
    หน้าดวงใจไร้รอยคล้ำสีดำจาง
    มาปนเปื้อนเกลื่อนปรางแก้มนางนวล
    
    (๑๕) ใครเคยเปรยเอ่ยไว้ให้ยินบ้าง
    สามวันไกลใจนางพลางแบ่งส่วน
    ยิ่งทางไกลใจหญิงยิ่งเรรวน
    ทั้งหลายคำนั้นล้วนป่วนดวงใจ
    
    (๑๖) เมื่อพี่ให้ใจน้องไปครองแล้ว
    ย่อมเชื่อใจน้องแก้วใช่ใครไม่
    เชื่อในสายสัมพันธ์อันโยงใย
    ซึ่งคล้องสองเราไว้ให้ใกล้กัน
    
    (๑๗) พี่ห่างไกลใจน้องต้องไม่กลัว
    ห่างเพียงตัวหัวใจยังคงมั่น
    วอนสายลมโบยคำพี่รำพัน
    ให้นางนั้นกลั้นไห้ใจตรอมตรม
    
    (๑๘) เมื่อเจ้ายินคำพี่ที่โชยไป
    ยามลมปลิวพลิ้วไหวดั่งใจสม
    คลายเสียงนวลครวญไห้ในอารมณ์
    วอนสายลมพรมใจน้องให้ผ่อนคลาย 
    
    (๑๙) สิ้นงานแล้วแก้วตาถึงคราหวน
    ของพี่ซื้อเพื่อนวลจำนวนหลาย
    พี่รู้เจ้าหวังเพียงพี่ข้างเคียงกาย
    แต่เสียดายไกลบ้านมานานที
    
    (๒๐) ทั้งเงินงามตามเจ้าเคยเซ้าไว้
    ครั้นก็หามาให้ด้วยใจพี่
    เงินหลายอย่างสร้อยบ้างต่างหูมี
    หวังคนดีสวมใส่ใจพี่ยา
    
    (๒๑) แก้วแหวนงามเจ้าเคยบ่นเปรยถึง
    เป็นน้ำหนึ่งพี่สรรไปวันกว่า
    ตรงไหนมีของดีเร้นพี่เฟ้นมา
    หวังแก้วตาคงชื่นรื่นอารมณ์
    
    (๒๒) ส่วนเครื่องทองน้องพี่ก็มีให้
    หวังสิ่งใดได้สิ่งนั้นตามใจสม
    เห็นโครงสวยด้วยพันเป็นฟั่นปม
    ทั้งยังพรมด้วยมาลีสีสวยงาม
    
    (๒๓) ได้แพรไหมให้น้องมาสองผืน
    ใส่กลางวันห่มกลางคืนครั้งเคยถาม
    ทั้งยังจำคำเจ้าเฝ้าทำตาม
    ต้องผ้างามงามตาราคาเยา
    
    (๒๔) ได้ของไปให้นางตามจำนวน
    ถึงเพลาพี่หวนหานวลเจ้า
    ครั้นแล้วใจใคร่คล้อยลอยเบาเบา
    ด้วยยินดีที่สองเราใกล้เคล้าคลอ
    
    (๒๕) เมื่อหนทางห่างไกลใกล้ขึ้นมา
    ด้วยบาทาเร่งก้าวยาวไม่ย่อ
    ไม่เป็นเช่นครั้งห่างย่างแค่พอ-
    ด้วยใจหนอรั้งเท้าไม่ก้าวไว
    
    (๒๖) แม้นใกล้ค่ำยิ่งย่ำย่างไม่ค้างแรม
    ได้ครึ่งทางพลางยิ้มแย้มแซมหน้าได้
    เพียงเพื่อหวนคืนนางที่ร้างไกล
    ที่จำกลั้นน้ำตาไว้ไปเป็นเดือน
    
    (๒๗) ถึงเคหาฟ้าสางใกล้นางแล้ว
    คอยเหลียวมองน้องแก้วแลเอ่ยเอื้อน
    เจ้ามาลาพี่ยาหวนคืนเรือน
    วอนเจ้าเคลื่อนกลอนบ้านให้ผ่านไป
    
    (๒๘) เสียงนางเลื่อนเคลื่อนกลอนใจร้อนเร้า
    คล้ายน้องเอาไฟเผาความเหงาให้
    พอบานเผยเอ่ยชื่อพี่ยาใจ
    น้ำตาพี่นี้ไหลด้วยยินดี
    
    (๒๘) ยื่นของให้นางยิ้มพิมพ์ไฉไล
    เอาวางไว้นั่งใกล้ไออุ่นพี่
    ความห่างไกลไร้สิ้น...สิ้นเสียที
    พลางหอมปรางคนดีที่รอคอย
    
    (๒๘) กลิ่นแก้มเจ้าใครเขา ฤๅ แทนได้
    มีหรือใครมาแทนได้แม้ปลายก้อย
    แลผิวพรรณผ่องใสไร้ร่องรอย
    จันทร์ยังด้อยกว่าเจ้าแม่เยาว์มาลย์
    
    (๒๙) ขอผ่อนเหนื่อยเมื่อยล้าค่อยว่าต่อ-
    พี่วอนขอนางน้องร้องเพลงหวาน-
    กล่อมพี่นอนจนฝันเหมือนวันวาน
    พลางนงคราญนอนใกล้อย่าไกลเลย
    
    (๓๐)  ยามนอนเคียงเรียงรายข้างกายพี่
    เจ้ามาลียินเสียงเสียงใจเอ๋ย
    ถ้าเจ้าห่างพี่เพียงวาแม่ทรามเชย
    เสียงใจนั้นพลันนิ่งเฉยเลยทันใด
    
    (๓๑) ช่วยเพิ่มแรงแห่งใจให้เต้นอยู่
    ห่างเพียงครู่พี่ยาทานไม่ไหว
    ครั้งนี้หวนคืนเจ้าเหย้าเรือนใจ
    เพื่อต่อไปไม่ห่างอย่างวันวาน
    
    (๓๒) ต่อแต่นี้ขอมีเพียงเราสอง
    ที่ร่วมครองเรือนใจจนใครขาน
    ตั้งแต่ร้างสร้างเป็นเช่นตำนาน
    ด้วยหัวใจใกล้ปานสานสัมพันธ์ ฯ
    
    บริบูรณ์
    
    กรขอโทษทุกคนนะคับที่กรมันยาวเว่อไปหน่อย ด้วยเพราะว่าอยากให้ทุกคนเห็นว่ากรได้เข้ามาแก้และเห็นความต่างด้วยเลยไม่อยากให้เบื่อไปเสียก่อน และสนุกเสียด้วยสิกับการแต่ง 
    และด้วยเหตุพี่อิมไม่ยอมลบอันก่อน ๆ ด้วยว่ากลัวจะคล้ายตนเองตอบความข้างเดียว กรเลยต้องเพิ่ม ๆ ไปให้เห็นว่างานต่างคับ อย่าว่ากันนะคับ ไม่เบื่อกันก่อนนะคับ
  • รักษ์รัก

    26 ธันวาคม 2548 18:43 น. - comment id 549315

    เรียมขอไปร่างมาก่อนได้มั้ยจ๊ะ  แม่อัลมิตรา
    58.gif
  • silky

    26 ธันวาคม 2548 20:22 น. - comment id 549321

    โอ้หัวใจใยหนอช่างออ่นล้า
    เพียงพบว่าออ่นแรงและสิ้นหวัง
    คนที่เคยอยู่เคียงร่วมเรียงกัน
    เริ่มแปรผันวันนี้เธอเปลี่ยนไป
    
    ในยามที่สายลมพัดพาใบไม้ร่วง
    คนเคยห่วงหวงหาหายไปไหน
    ในยามที่รักร้าวรานผลาญผล่าใจ
    คนห่วงใยห่างหายไปไหนกัน
    
    แสนช้ำน้ำตานองรินสองแก้ม
    รักเคยแย้มเลือนหายใจกายสั่น
    ซ้ำเหน็บหนาวรวดร้าวปานชีวัน
    ความจริงคล้ายความฝันผันผวนแปร
    
    แสร้งใจแข็งแล้วใยใจรวดร้าวนัก
    สิ้นรสรักลืมสิ้นเคยหวงแหน
    รักแสนช้ำระกำใจในดวงแด
    รักหันเหห่างหายยามไกลกัน
    
    ถอยกันเพียงก้าวเล่าดีไหม
    สานเยื่อใยวันเก่าเติมสีสัน
    ลืมเรื่องเลวร้ายให้หายพลัน
    ขอรักนั้นมาย้อนคืนได้ชื่นใจ
  • อัลมิตรา

    26 ธันวาคม 2548 22:03 น. - comment id 549337

    คุณลักษมณ์ .. แหม๊ ใช้คำว่าแบกลาก ..น่าตีจังค่ะ
    Merry Christmas...เช่นเดียวกันค่ะ ซานต้าครอสให้อะไรมาบ้าง แบ่งซะดี ๆ
    
    คุณSilky .. ในคห.ที่ 36 บทแรก เข้าใจว่าต้องการเล่นเป็นกลอนหก
    นับคำว่า รักระทด ได้สองคำ คำว่า ระทด คำว่า ระ ถือว่าเป็นลูกเก็บ
    แต่พอมาในบทที่สอง ชักไม่แน่ใจว่าจะเล่นกลอนเจ็ดหรือแปด
    เพราะมีลูกผสม.. เสียงของคำทั้งหมดเป็นคำตายค่ะ
    
    คุณกวีปกรณ์ ..ยี้ อันไหนอัลมิตราลบได้ ก็ลบให้แล้วนา .. 
    แต่อันไหนลบแล้วเหมือนอัลมิตราพูดกับสายลม แสงแดด อัลมิตราก็ไม่จะลบนะจ๊ะ
    ไหนมาไล่ดูก่อน ... อืมมมม อืมมมม อืมมม.. อ่านแล้วแอบซึ้งไปด้วย
    แต่ยังมีเวลาเหลืออีกหลายวัน พอที่จะปรับคำสัมผัสในแต่ละวรรคได้อีกนะคะ
    
    คุณรักษ์รัก .. ได้จ๊ะ ..
    
    คุณSilky .. ในคห ที่ 39
    เรามาดูกันที่บทแรกนะคะ
    
    โอ้หัวใจใยหนอช่างอ่อนล้า
    เพียงพบว่าอ่อนแรงและสิ้นหวัง
    คนที่เคยอยู่เคียงร่วมเรียงกัน
    เริ่มแปรผันวันนี้เธอเปลี่ยนไป
    
    สระแอะ เสียงสระสั้น ถือว่าเป็นคำตายค่ะ
    ส่วนในบทอื่น ๆบางคำที่มีตัวสะกดในแม่ กก กด กบ  ก็ถือว่าเป็นคำตายเช่นกันค่ะ
    (ตัวอย่างเช่นคำว่า รัก เหน็บ รวด)
    
    .. อย่าเพิ่งท้อนะคะ เอาใจช่วยค่ะ ..
  • กวีปกรณ์

    27 ธันวาคม 2548 10:17 น. - comment id 549420

    (๑) ยินเสียงน้องนงคราญนานเนิ่นแล้ว
    ลอยลมแผ่วแว่วมาให้ใจหาย
    พี่ยิ่งครวญใคร่ครุ่นจนวุ่นวาย
    ไม่เคยต้องห่างไปหลายวัน
    
    (๒) ด้วยจำเป็นหลายเรื่องอย่าเคืองพี่
    ช่วยเห็นใจคนดีแม่ดวงขวัญ
    เมื่อสิ้นงานสัญญาหวนคืนพลัน
    แต่เจ้านั้นดวงแดอย่าแปรไป
    
    (๓) พี่วอนจันทร์กล่อมเจ้ายามเข้านอน
    ด้วยห่วงหาอาทรใคร่ย้อนใกล้
    แต่ช่างเหลือเกินการทำตามใจ
    จึงเพียงได้ไหว้วานขานดวงจันทร์
    
    (๔) ยามเพลาลมฟ้าถึงคราเปลี่ยน
    เหมันต์เวียนเจียนบ้าเวลาหัน-
    มองข้างกายไม่มีแม่ชีวัน
    ใจหนาวสั่นพรั่นพรึงถึงดวงมาน
    
    (๕) คำนึงถึงเจ้าเหลือเจือความห่วง
    คงหนาวทรวงพวงแก้มแช่มเป็นกร้าน
    เอาเสื้อพี่ที่ให้ในวันวาน
    ห่มเนื้อน้องป้องต้านทานลมแรง
    
    (๖) จงลงกลอนก่อนนอนให้ท้วนทั่ว
    อย่าพลั้งตัวเผลอไผลในบางแห่ง
    ป้องกันชายกลายกล้ำกำยำแรง
    เข้ามาแฝงเร้นร้ายทำลายน้อง
    
    (๗) ริ้นไรยุงมุ้งม่านเอากางกั้น
    พ่นยาใส่ไล่พลันกันทั่วห้อง
    รวมทั้งเรือนหลังนี้ที่เราครอง
    ด้วยกลัวผิวใยยองหม่นหมองไป
    
    (๘) ด้วยสิ้นห่วงดวงแดแม่เนื้อทอง
    เหลือยามห่างนางน้องอย่าร้องไห้
    ยามพี่ยินเสียงเจ้าแสนเศร้าใจ
    เชื่อคำพี่ที่กล่าวไว้ในสัญญา
    
    (๙) แม่เนื้อเย็นเห็นแก่ใจพี่บ้าง
    จำต้องร้างนางไกลใจห่วงหา
    ยามพี่กินไร้คนดีป้อนพี่ยา
    ทั้งข้าวปลาล้วนสิ้นกลิ่นมือนาง
    
    (๑๐) เพลากลืนช่างลำเค็ญจำเป็นฝืน
    จำใจกลืนเพื่อยั้งแลรั้งร่าง
    ไม่ให้กายวายจนพ้นสรรพางค์
    เพียงคอยวันย้อนทางย่างสู่เรือน
    
    (๑๑) ยิ่งก้าวย่างห่างไกลเรือนเราสอง
    น้ำตาพี่น้ำตาน้องไหลนองเปื้อน
    ยิ่งนานวันผันผ่านนานแรมเดือน
    ยิ่งเร่งวันให้เคลื่อนเลื่อนเร็วไว
    
    (๑๒) ยามหนาวลมห่มผ้ากว่ากายอุ่น
    ไม่เหมือนยามพี่หนุนเนื้อนางได้
    ทั้งอุ่นร่างพลางอุ่นทั่วถึงใจ
    แต่ยามนี้พี่ไร้ใครข้างเคียง
    
    (๑๓) น้องรู้ไหมใจกายพี่นี้ร้อนรุ่ม
    เหงื่อไคลชุ่มคล้ายต้องแสงแรงยามเที่ยง
    ยามนอนเหมือนไฟสุมรุมข้างเตียง
    ไร้ทางเบี่ยงเลี่ยงได้เท่าใกล้นาง
    
    (๑๔) ยามมองจันทร์พลันหวนถึงนวลน้อง
    จันทร์ไม่ผ่องความคำนึงจึงไม่สร่าง-
    หน้าดวงใจไร้รอยคล้ำสีดำจาง
    มาปนเปื้อนเกลื่อนปรางแก้มนางนวล
    
    (๑๕) ใครเคยเปรยเอ่ยไว้ให้ยินบ้าง
    สามวันไกลใจนางพลางแบ่งส่วน
    ยิ่งทางไกลใจหญิงยิ่งเรรวน
    ยิ่งหลายคำย้ำล้วนป่วนดวงใจ
    
    (๑๖) เมื่อพี่ให้ใจน้องไปครองแล้ว
    ย่อมเชื่อใจน้องแก้วใช่ใครไม่
    เชื่อในสายสัมพันธ์อันโยงใย
    ดังเงื่อนป่านสานใจไว้ใกล้กัน
    
    (๑๗) พี่ห่างไกลใจน้องต้องไม่กลัว
    ห่างเพียงตัวหัวใจยังคงมั่น
    วอนสายลมโบยคำพี่รำพัน
    ให้นางนั้นกลั้นไห้ใจตรอมตรม
    
    (๑๘) เมื่อเจ้ายินคำพี่ที่โชยไป
    ยามลมปลิวพลิ้วไหวดั่งใจสม
    คลายเสียงนวลครวญไห้ในอารมณ์
    วอนสายลมพรมใจน้องให้ผ่อนคลาย 
    
    (๑๙) สิ้นงานแล้วแก้วตาถึงคราหวน
    ของพี่ซื้อเพื่อนวลจำนวนหลาย
    พี่รู้เจ้าหวังเพียงพี่เคียงกาย
    แต่เสียดายไกลบ้านมานานที
    
    (๒๐) ทั้งเงินงามตามเจ้าเคยเซ้าไว้
    ครั้นก็หามาให้ด้วยใจพี่
    เงินหลายอย่างสร้อยบ้างต่างหูมี
    หวังคนดีสวมใส่ใจพี่ยา
    
    (๒๑) แก้วแหวนงามเจ้าเคยบ่นเปรยถึง
    เป็นน้ำหนึ่งพี่สรรไปวันกว่า
    ตรงไหนมีของดีเร้นพี่เฟ้นมา
    หวังแก้วตาคงชื่นรื่นอารมณ์
    
    (๒๒) ส่วนเครื่องทองน้องพี่ก็มีให้
    หวังสิ่งใดได้สิ่งนั้นพลันใจสม
    เห็นโครงสวยด้วยพันเป็นฟั่นปม
    ทั้งยังพรมด้วยมาลีสีสวยงาม
    
    (๒๓) ได้แพรไหมให้น้องมาสองผืน
    ใส่กลางวันห่มกลางคืนครั้งเคยถาม
    ทั้งยังจำคำเจ้าเฝ้าทำตาม
    ต้องผ้างามงามตาราคาเยา
    
    (๒๔) ได้ของไปให้นางตามจำนวน
    ถึงเพลาพี่หวนหานวลเจ้า
    ครั้นแล้วใจใคร่คล้อยลอยเบาเบา
    ด้วยยินดีที่สองเราใกล้เคล้าคลอ
    
    (๒๕) เมื่อหนทางห่างไกลใกล้ขึ้นมา
    ด้วยบาทาเร่งก้าวยาวไม่ย่อ
    ไม่เป็นเช่นครั้งห่างย่างแค่พอ-
    ด้วยใจหนอรั้งเท้าไม่ก้าวไว
    
    (๒๖) แม้นใกล้ค่ำยิ่งย่ำย่างไม่ค้างแรม
    ได้ครึ่งทางพลางยิ้มแย้มแซมหน้าได้
    เพียงเพื่อหวนคืนนางที่ร้างไกล
    ที่จำกลั้นน้ำตาไว้ไปเป็นเดือน
    
    (๒๗) ถึงเคหาฟ้าสางใกล้นางแล้ว
    คอยเหลียวมองน้องแก้วแลเอ่ยเอื้อน
    เจ้ามาลาพี่ยาหวนคืนเรือน
    วอนเจ้าเคลื่อนกลอนบ้านให้ผ่านไป
    
    (๒๘) เสียงนางเลื่อนเคลื่อนกลอนให้ใจร้อนเร้า
    คล้ายน้องเอาไฟเผาความเหงาให้
    พอบานเผยเอ่ยชื่อหาพี่ยาใจ
    น้ำตาพี่นี้ไหลด้วยยินดี
    
    (๒๘) ยื่นของให้นางยิ้มพิมพ์ไฉไล
    เอาวางไว้นั่งใกล้ไออุ่นพี่
    ความห่างไกลไร้สิ้น...สิ้นเสียที
    พลางหอมปรางคนดีที่รอคอย
    
    (๒๘) กลิ่นแก้มเจ้าใครเขา ฤๅ แทนได้
    มีหรือใครมาแทนได้แม้ปลายก้อย
    แลผิวพรรณผ่องใสไร้ร่องรอย
    จันทร์ยังด้อยกว่าเจ้าแม่เยาว์มาลย์
    
    (๒๙) ขอผ่อนเหนื่อยเมื่อยล้าค่อยว่าต่อ-
    พี่วอนขอนางน้องร้องเพลงหวาน-
    กล่อมพี่นอนจนฝันเหมือนวันวาน
    พลางนงคราญนอนใกล้อย่าไกลเลย
    
    (๓๐)  ยามนอนเคียงเรียงรายข้างกายพี่
    เจ้ามาลียินไหมเสียงใจเอ๋ย
    ถ้าเจ้าห่างพี่เพียงวาแม่ทรามเชย
    เสียงใจนั้นพลันนิ่งเฉยเลยทันใด
    
    (๓๑) ช่วยเพิ่มแรงแห่งใจให้เต้นอยู่
    ห่างเพียงครู่พี่ยาทานไม่ไหว
    ครั้งนี้หวนคืนเจ้าเหย้าเรือนใจ
    เพื่อต่อไปไม่ห่างอย่างวันวาน
    
    (๓๒) ต่อแต่นี้ขอมีเพียงเราสอง
    ที่ร่วมครองเรือนใจจนใครขาน
    ตั้งแต่ร้างสร้างเป็นเช่นตำนาน
    ด้วยหัวใจใกล้ปานสานสัมพันธ์
    
    บริบูรณ์
    มาปรับนิดหน่อยคงรื่นขึ้นนะคับ
  • หยาดอรุณ (แดดเช้า)

    27 ธันวาคม 2548 13:05 น. - comment id 549454

    โค ค่อยด้อมย่องย้อน .................. มองไกล
    แก่ เนิ่นนานผ่านไป ...................... เชื่องช้า
    กิน เคี้ยวนิ่มคำใด ........................ หลายแหล่ง
    หญ้าอ่อน อ่อนนุ่มท้า .................... ค่อยคล้อยกลืนกิน
    
    เขียน ดินสอเพิ่มเส้น ................... ลายทอง
    เสือ ขู่หน้าเกรงมอง .................... หม่นเศร้า
    ข่ม ขวัญข่มใจปอง ..................... หมายเลี่ยง
    วัว ไม่กลัวไม่เข้า ......................... มุ่งใกล้ฤๅหนี
    
    น้ำ ปรี่เปี่ยมชุ่มล้ำ ...................... ฝั่งไกล
    ร้อน ย่อมปลาดิ้นไป ................... ว่ายคว้าง
    ปลา เวียนวุ่นวายไหว .................. วนว่าย
    เป็น สิ่งเร่งเร้าสร้าง ................... เพื่อให้ดิ้นรน
    น้ำ ล้นนองปริ่มหน้า ................... หนาวเย็น
    เย็น ร่องน้ำซ่อนเซ็น ................... รื่นแท้
    ปลา เพลินว่ายวนเป็น ................. ใจชื่น
    ตาย ที่เบื้องหน้าแก้ ..................... กล่อมแกล้งคำพราง
    
    วา ตารางหนึ่งนั้น ...................... ที่หมาย
    นร หนึ่งคนย่อมคลาย ................ ด่างพร้อย
    ได้ สรรพ์สิ่งเลอลาย ................. งามยิ่ง
    แก้ว ย่อมเหลือค่าน้อย ................ ไม่รู้ค่าพลอย
    
    หัว โล่งเลยไร้ซึ่ง ..................... เส้นผม
    ล้าน เลี่ยนลื่นเกินชม ................. หนึ่งเส้น
    ได้ สิ่งอื่นเพียงลม ................... ไร้ค่า
    หวี หว่านทั่วหัวเร้น .................... ซ่อนค้ำค่าไหน
    
    หน้า เหมือนใจเปี่ยมล้ำ ............. สร้างบุญ
    เนื้อ นิ่มใสเจือจุน .................... อุ่นอ้าง
    ใจ ซ่อนสิ่งแทงพรุน ................ เร้นเลี่ยง
    เสือ ซ่อนเร้นป่ากว้าง ............... ซุ่มจ้องกินกลืน
    
    กิน ยืนเต็มที่ท้อง ................... อิ่มจัง
    ปูน สู่พุงเติมยัง .................... แน่นท้อง
    ร้อน รุ่มเร่าเกินฟัง ................. ถ้วนกล่าว
    ท้อง ปั่นป่วนร่ำร้อง ............... กล่าวฟ้องการกิน
    
    บัว บานเต็มปริ่มน้ำ ............... งามบัว
    ไม่ เบ่งท้าเงามัว .................... ฝุ่นข้อง
    ให้ ชมชื่นถ้วนตัว .................. งามชื่น
    ช้ำ หน่อยแม้น้อยป้อง ............ ไม่ให้หม่นหมอง
    น้ำ บึงคลองย่อมย้ำ ............... เย็นใส
    ไม่ พล่านพลุ่งไปไกล ............. กว่านี้
    ให้ คงชุ่มชื่นไหว ................... ล่วงลื่น
    ขุ่น หม่นอย่าเร้นลี้ .................. เพื่อนพ้องคล้องใจ
    
    ฝน ใสหลั่งสู่พื้น .................. เป็นสาย
    ทั่ง แท่งใหญ่เกลาทราย ......... เลี่ยมล้าง
    เป็น เพียรเพิ่มให้คลาย .......... สิ่งใหญ่
    เข็ม เล่มเล็กน้อยสร้าง .......... เนิ่นด้วยเวลา
    
    พาย เพิ่มกล้าสู่พื้น ................. ฝั่งดิน
    เรือ ถ่อเพียรชีวิน .................. สู่เป้า
    ทวน แหล่งถิ่นน้ำริน ............... รอยย่ำ
    น้ำ ย่อมไหลต่ำเข้า .................. ถ่อขึ้นฝั่งฝัน
    
    กง ผันธรรมย่อมล้อม ........... แรงกรรม
    กำ วุ่นเวียนหมุนนำ ................ ย่อมย้อน
    กง ยังวิ่งตามธรรม .............. เป็นอยู่
    เกวียน ลิ่วล้อตามต้อน ........... แห่งเส้นรอยธรรม
    
    กำ ความเร้นซ่อนไว้ ............... ความนัย
    แพง ค่าคำซ้อนใจ ................. ย่ำย้ำ
    มี ความช้ำซ้ำใด ..................... รู้เลี่ยง
    ตา ย่อมเห็นด่ำล้ำ .................. ซ่อนซ้อนเพียงใด
    หน้า พรางใจใคร่รู้ ................ เพียงตน
    ต่าง แต่ชีวีคน ...................... ล่วงรู้
    มี สินก่องแก้วกล .................. พรางอยู่
    รู ย่อมเผยแจ้งผู้ .................. ย่อมย้อนสิ่งบัง
    
    กิน ยังได้อิ่มท้อง .................. พุงโต
    อยู่ ที่นั่งโอ้โห ....................... ใหญ่กร้าว
    บน บ้านใหญ่แสนโอ- .............. ฬารยิ่ง
    เรือน ย่อมช่วยปันข้าว ............ แบ่งน้ำอาหาร
    ขี้ บนบ้านยิ่งเร้น ................... บังตา
    บน ที่เตรียมงามตา ................ ยิ่งพร้อม
    หลัง เหิมกร่างกร้าวพา ........... ปีนป่าย
    คา สิ่งเหม็นห้อมล้อม .............. เบ่งป้ายขี้ทา
    
    แกว่ง หาเรื่องเร่าร้อน ............. ก่อการณ์
    ตีน ย่ำกวนก๊วนพาล ................ คลั่งบ้า
    หา พลั้งสิ่งเริงราน ................. มาสู่
    เสี้ยน ทิ่มตำช้ำล้า ................... วุ่นแก้เกินกัน
    
    ไก่ ขันยามย่ำเช้า .................... รุ่งสาง
    เห็น พร่างแสงเรืองราง .......... แจ่มฟ้า
    ตีน ยังย่ำย่างวาง .................. ตามแหล่ง
    งู ย่องเลื้อยแกร่งกล้า ............ หยั่งรู้ถ้วนขา
    งู อ่อนล้าย่อมรู้ ..................... ท่านอน
    เห็น ถิ่นหวงดินดอน ............... แท่นถ้ำ
    นม พรางอยู่หรือจร ............... มีอยู่
    ไก่ ซ่อนกายซ้อนซ้ำ ................ กี่เต้าตามเห็น
    
    ข้าว มื้อเย็นเที่ยงเช้า .............. อิ่มหนำ
    ใหม่ ใหม่ย่อมทรงจำ .............. อุ่นลิ้น
    ปลา ทูช่อนแกงตำ ................. หวานชื่น
    มัน ย่องไม่รู้สิ้น .................... อิ่มด้วยรสดี
    
    ทำนา ที่แหล่งหล้า ................... ทำกิน
    บน แห่งผืนแผ่นดิน ................ สั่งสร้าง
    หลัง ไปเกี่ยวผลริน ................ ข้าวใหม่
    คน ชั่วข่มขู่อ้าง ...................... กร่างกร้าวขู่เข็ญ
    
    น้ำ เย็นไหลหลั่งล้ำ ................. รื่นเย็น
    พึ่ง อยู่ตามจำเป็น ................. ง่ายแท้
    พา เปลื้องสิ่งเปื้อนเห็น ........... ใสฉ่ำ
    เรือ วิ่งกลางน้ำแม้ ................. ย่อมรู้สั่นไหว
    เสือ ในไพรใหญ่กว้าง ............. ลำพอง
    พึ่ง อิ่มอาหารรอง .................. อิ่มน้ำ
    พา พรางเร้นบังครอง ............ เลี้ยงร่าง
    ป่า ย่อมช่วยคุ้มค้ำ .................. เพื่อให้เสือยัง
    
    มือ ชี้สั่งเพื่อให้ ....................... ทำตาม
    ไม่ ช่วยสานสิ่งงาม .................. แต่ชี้
    ช่วย เพียงเลี่ยงอ้างความ ......... พรางร่าง
    พาย หน่อยยังคร้านลี้ .............. ก่อให้รำคาญ
    เอา เรื่องพาลเพิ่มให้ ............... วุ่นวาย
    เท้า ก่อกวนกันพาย ................. เคลื่อนได้
    รา รั้งร่องน้ำกราย ................... ยั้งย่ำ
    น้ำ ย่อมเลื่อนกาลให้ ................. ฝั่งช้ายั้งฝัน
    
    เรือ นั้นพายเล่นน้ำ .................. เริงใจ
    ล่ม ถ่ายเทสินใด ..................... จ่อมสิ้น
    ใน แดนแห่งหนองใคร ............. ที่นั่น
    หนอง ย่อมมีสินปลิ้น ............... ดั่งปล้นสินครอง
    ทอง แท้จมหยั่งน้ำ .................. จมทอง
    หรือ ล่มลงในหนอง ................ ด่ำล้ำ
    ไป สู่แหล่งดินจอง .................. น้ำนั่น
    ไหน ร่วมทองแผ่นน้ำ ............... แน่นพร้อมปรองดอง
    
    สี ดีดร้องพร่ำพร้อง ................ เพลงเพลิน
    ซอ ร่ำเสียงจำเริญ ................... รื่นร้อง
    ให้ควาย นั่งยืนเดิน ................... ฟังเพิ่ม
    ฟัง ไม่รู้เสียงก้อง .................... ร่ำร้องเปล่าดาย
    
    เส้นผม คล้ายไม่รู้ .................... บนหัว
    บัง สิ่งอื่นมึนมัว ...................... ซ่อนเร้น
    ภู ผาย่อมใหญ่พัว- ................... พันอยู่
    เขา อยู่ใช่ไกลเส้น ..................... แต่คล้ายไม่เห็น
  • กวีปกรณ์

    27 ธันวาคม 2548 19:36 น. - comment id 549475

    (๑) ยินเสียงน้องนงคราญนานเนิ่นแล้ว
    ลอยลมแผ่วแว่วมาให้ใจหาย
    พี่ยิ่งครวญใคร่ครุ่นจนวุ่นวาย
    ไม่เคยต้องห่างกายไปหลายวัน
    
    (๒) ด้วยจำเป็นหลายเรื่องอย่าเคืองพี่
    ช่วยเห็นใจคนดีแม่ดวงขวัญ
    เมื่อสิ้นงานสัญญาหวนคืนพลัน
    แต่เจ้านั้นดวงแดอย่าแปรไป
    
    (๓) พี่วอนจันทร์กล่อมเจ้ายามเข้านอน
    ด้วยห่วงหาอาทรใคร่ย้อนใกล้
    แต่ช่างเหลือเกินการทำตามใจ
    จึงเพียงได้ไหว้วานขานดวงจันทร์
    
    (๔) ยามเพลาลมฟ้าถึงคราเปลี่ยน
    เหมันต์เวียนเจียนบ้าเวลาหัน-
    มองข้างกายไม่มีแม่ชีวัน
    ใจหนาวสั่นพรั่นพรึงถึงดวงมาน
    
    (๕) คำนึงถึงเจ้าเหลือเจือความห่วง
    คงหนาวทรวงพวงแก้มแช่มเป็นกร้าน
    เอาเสื้อพี่ที่ให้ในวันวาน
    ห่มเนื้อน้องป้องต้านทานลมแรง
    
    (๖) จงลงกลอนก่อนนอนให้ถ้วนทั่ว
    อย่าพลั้งตัวเผลอไผลในบางแห่ง
    ป้องกันชายกลายกล้ำกำยำแรง
    เข้ามาแฝงเร้นร้ายทำลายน้อง
    
    (๗) ริ้นไรยุงมุ้งม่านเอากางกั้น
    พ่นยาใส่ไล่พลันกันทั่วห้อง
    รวมทั้งเรือนหลังนี้ที่เราครอง
    ด้วยกลัวผิวใยยองหม่นหมองไป
    
    (๘) ด้วยสิ้นห่วงดวงแดแม่เนื้อทอง
    เหลือยามห่างนางน้องอย่าร้องไห้
    ยามพี่ยินเสียงเจ้าแสนเศร้าใจ
    เชื่อคำพี่ที่กล่าวไว้ในสัญญา
    
    (๙) แม่เนื้อเย็นเห็นแก่ใจพี่บ้าง
    จำต้องร้างนางไกลใจห่วงหา
    ยามพี่กินไร้คนดีป้อนพี่ยา
    ทั้งข้าวปลาล้วนสิ้นกลิ่นมือนาง
    
    (๑๐) เพลากลืนช่างลำเค็ญจำเป็นฝืน
    จำใจกลืนเพื่อยั้งแลรั้งร่าง
    ไม่ให้กายวายจนพ้นสรรพางค์
    เพียงคอยวันย้อนทางย่างสู่เรือน
    
    (๑๑) ยิ่งก้าวย่างห่างไกลเรือนเราสอง
    น้ำตาพี่น้ำตาน้องไหลนองเปื้อน
    ยิ่งนานวันผันผ่านนานแรมเดือน
    ยิ่งเร่งวันให้เคลื่อนเลื่อนเร็วไว
    
    (๑๒) ยามหนาวลมห่มผ้ากว่ากายอุ่น
    ไม่เหมือนยามพี่หนุนเนื้อนางได้
    ทั้งอุ่นร่างพลางอุ่นทั่วถึงใจ
    แต่ยามนี้พี่ไร้ใครข้างเคียง
    
    (๑๓) น้องรู้ไหมใจกายพี่นี้ร้อนรุ่ม
    เหงื่อไคลชุ่มคล้ายต้องแสงแรงยามเที่ยง
    ยามนอนเหมือนไฟสุมรุมข้างเตียง
    ไร้ทางเบี่ยงเลี่ยงได้เท่าใกล้นาง
    
    (๑๔) ยามมองจันทร์พลันหวนถึงนวลน้อง
    จันทร์ไม่ผ่องความคำนึงจึงไม่สร่าง-
    หน้าดวงใจไร้รอยคล้ำสีดำจาง
    มาปนเปื้อนเกลื่อนปรางแก้มนางนวล
    
    (๑๕) ใครเคยเปรยเอ่ยไว้ให้ยินบ้าง
    สามวันไกลใจนางพลางแบ่งส่วน
    ยิ่งทางไกลใจหญิงยิ่งเรรวน
    ยิ่งหลายคำย้ำล้วนป่วนดวงใจ
    
    (๑๖) เมื่อพี่ให้ใจน้องไปครองแล้ว
    ย่อมเชื่อใจน้องแก้วใช่ใครไม่
    เชื่อในสายสัมพันธ์อันโยงใย
    ดังเงื่อนป่านสานใจไว้ใกล้กัน
    
    (๑๗) พี่ห่างไกลใจน้องต้องไม่กลัว
    ห่างเพียงตัวหัวใจยังคงมั่น
    วอนสายลมโบยคำพี่รำพัน
    ให้นางนั้นกลั้นไห้ใจตรอมตรม
    
    (๑๘) เมื่อเจ้ายินคำพี่ที่โชยไป
    ยามลมปลิวพลิ้วไหวดั่งใจสม
    คลายเสียงนวลครวญไห้ในอารมณ์
    วอนสายลมพรมใจน้องให้ผ่อนคลาย 
    
    (๑๙) สิ้นงานแล้วแก้วตาถึงคราหวน
    ของพี่ซื้อเพื่อนวลจำนวนหลาย
    พี่รู้เจ้าหวังเพียงพี่เคียงกาย
    แต่เสียดายไกลบ้านมานานที
    
    (๒๐) ทั้งเงินงามตามเจ้าเคยเซ้าไว้
    ครั้นก็หามาให้ด้วยใจพี่
    เงินหลายอย่างสร้อยบ้างต่างหูมี
    หวังคนดีสวมใส่ใจพี่ยา
    
    (๒๑) แก้วแหวนงามเจ้าเคยบ่นเปรยถึง
    เป็นน้ำหนึ่งพี่สรรไปวันกว่า
    ตรงไหนมีของดีเร้นพี่เฟ้นมา
    หวังแก้วตาคงชื่นรื่นอารมณ์
    
    (๒๒) ส่วนเครื่องทองน้องพี่ก็มีให้
    หวังสิ่งใดได้สิ่งนั้นพลันใจสม
    เห็นโครงสวยด้วยพันเป็นฟั่นปม
    ทั้งยังพรมด้วยมาลีสีสวยงาม
    
    (๒๓) ได้แพรไหมให้น้องมาสองผืน
    ใส่กลางวันห่มกลางคืนครั้งเคยถาม
    ทั้งยังจำคำเจ้าเฝ้าทำตาม
    ต้องผ้างามงามตาราคาเยา
    
    (๒๔) ได้ของไปให้นางตามจำนวน
    ถึงเพลาพี่หวนหานวลเจ้า
    ครั้นแล้วใจใคร่คล้อยลอยเบาเบา
    ด้วยยินดีที่สองเราใกล้เคล้าคลอ
    
    (๒๕) เมื่อหนทางห่างไกลใกล้ขึ้นมา
    ด้วยบาทาเร่งก้าวยาวไม่ย่อ
    ไม่เป็นเช่นครั้งห่างย่างแค่พอ-
    ด้วยใจหนอรั้งเท้าไม่ก้าวไว
    
    (๒๖) แม้นใกล้ค่ำยิ่งย่ำย่างไม่ค้างแรม
    ได้ครึ่งทางพลางยิ้มแย้มแซมหน้าได้
    เพียงเพื่อหวนคืนนางที่ร้างไกล
    ที่จำกลั้นน้ำตาไว้ไปเป็นเดือน
    
    (๒๗) ถึงเคหาฟ้าสางใกล้นางแล้ว
    คอยเหลียวมองน้องแก้วแลเอ่ยเอื้อน
    เจ้ามาลาพี่ยาหวนคืนเรือน
    วอนเจ้าเคลื่อนกลอนบ้านให้ผ่านไป
    
    (๒๘) เสียงนางเลื่อนเคลื่อนกลอนให้ใจร้อนเร่า
    คล้ายน้องเอาไฟเผาความเหงาให้
    พอบานเผยเอ่ยชื่อหาพี่ยาใจ
    น้ำตาพี่นี้ไหลด้วยยินดี
    
    (๒๘) ยื่นของให้นางยิ้มพิมพ์ไฉไล
    เอาวางไว้นั่งใกล้ไออุ่นพี่
    ความห่างไกลไร้สิ้น...สิ้นเสียที
    พลางหอมปรางคนดีที่รอคอย
    
    (๒๘) กลิ่นแก้มเจ้าใครเขา ฤๅ แทนได้
    มีหรือใครมาแทนได้แม้ปลายก้อย
    แลผิวพรรณผ่องใสไร้ร่องรอย
    จันทร์ยังด้อยกว่าเจ้าแม่เยาว์มาลย์
    
    (๒๙) ขอผ่อนเหนื่อยเมื่อยล้าค่อยว่าต่อ-
    พี่วอนขอนางน้องร้องเพลงหวาน-
    กล่อมพี่นอนจนฝันเหมือนวันวาน
    พลางนงคราญนอนใกล้อย่าไกลเลย
    
    (๓๐)  ยามนอนเคียงเรียงรายข้างกายพี่
    เจ้ามาลียินไหมเสียงใจเอ๋ย
    ถ้าเจ้าห่างพี่เพียงวาแม่ทรามเชย
    เสียงใจนั้นพลันนิ่งเฉยเลยทันใด
    
    (๓๑) ช่วยเพิ่มแรงแห่งใจให้เต้นอยู่
    ห่างเพียงครู่พี่ยาทานไม่ไหว
    ครั้งนี้หวนคืนเจ้าเหย้าเรือนใจ
    เพื่อต่อไปไม่ห่างอย่างวันวาน
    
    (๓๒) ต่อแต่นี้ขอมีเพียงเราสอง
    ที่ร่วมครองเรือนใจจนใครขาน
    ตั้งแต่ร้างสร้างเป็นเช่นตำนาน
    ด้วยหัวใจใกล้ปานสานสัมพันธ์
    
    บริบูรณ์
    มาปรับนิดหน่อยคงรื่นและลื่นขึ้นนะคับ
  • อัลมิตรา

    27 ธันวาคม 2548 23:21 น. - comment id 549512

    ตอนนี้เริ่มนับถอยหลังได้ เหลือเพียงอีก ๓ วันเท่านั้นที่จะตัดสิน
    และ ๕ วันที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่เกิดกระทู้นี้ขึ้นมา 
    อัลมิตราพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า ไม่มีวันไหนที่จะไม่ตื่นเต้น
    เพราะแต่ละวันที่ผ่านพ้น ล้วนแต่เข้มข้นขึ้นทุกที
    
    วันนี้คุณแดดเช้า มาลงโคลงชุดยาว 
    ซึ่งใช้คำสุภาษิตมาเป็นโคลงกระทู้ เล่นกลบทซ้อนสองชั้น
    ก็เป็นอีกสีสันหนึ่งในเกมนี้ 
    อัลมิตราไม่อยากเรียกว่า การประกวด เพราะไม่ใช่เจตนา
    แต่อยากให้คิดว่า นี่คือ เกม เกมที่เพื่อน ๆ สามารถสนุกด้วยกัน
    
    ส่วนคุณกวีปกรณ์ ก่อนอื่นอัลมิตราขอ 41.gif ให้กับความตั้งใจ 
    ตั้งแต่วันที่ ๒๓ - ๒๗ ไม่มีสักวัน ที่จะไม่มีกลอนของคุณ
    ถือว่าคุณให้เกียรติที่จะร่วมเล่นในเกมนี้เป็นอย่างมาก
    และทุกครั้งที่คุณขอปรับคำ ปรับความ
    อัลมิตรามองเห็นบางอย่างในตัวผลงานของคุณ
    นั่นคือ การพัฒนา .. 
    มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่ใครจะคิดกลอนกลบทที่ยาว โดยเลือกใช้แต่คำเป็น
    ต้องคิด .. ต้องตรวจทาน .. ต้องเอาใจใส่
    ทั้งหมดจะเกิดขึ้นไม่ได้ กับคนที่ไม่รักร้อยกรองอย่างแท้จริง
    คุณทำให้อัลมิตรานึกถึงประโยคหนึ่ง ที่ว่า ..
    \"ผมรักร้อยกรอง และรักทุกคนที่รักมัน\"
    
    แฮ่ม !! .. ใครกันหนอที่กระดึ๊บ กระดึ๊บอยู่ .. 
    เขานับเวลาถอยหลังกันแล้วน๊า
    
    คุณรักษ์รัก .. เป็นยังไงบ้างเอ่ย สบายดีบ่ รออยู่นะคะ
    
    หลายคนที่ผลัดไว้ .. ตอนนี้ได้เวลาตามทวงแล้วนะคะ
    
    เฮ้ .. จะมีตัวอักษรสีแดง ๆ อีกมั๊ย เนี่ย
  • กวีปกรณ์

    28 ธันวาคม 2548 10:05 น. - comment id 549563

    (๑) ยินเสียงน้องนงคราญนานเนิ่นแล้ว
    ลอยลมแผ่วแว่วมาให้ใจหาย
    พี่ยิ่งครวญใคร่ครุ่นจนวุ่นวาย
    ไม่เคยต้องห่างกายไปหลายวัน
    
    (๒) ด้วยจำเป็นหลายเรื่องอย่าเคืองพี่
    ช่วยเห็นใจคนดีแม่ดวงขวัญ
    เมื่อสิ้นงานสัญญาหวนคืนพลัน
    แต่เจ้านั้นดวงแดอย่าแปรไป
    
    (๓) พี่วอนจันทร์กล่อมเจ้ายามเข้านอน
    ด้วยห่วงหาอาทรใคร่ย้อนใกล้
    แต่ช่างเหลือเกินการทำตามใจ
    จึงเพียงได้ไหว้วานขานดวงจันทร์
    
    (๔) ยามเพลาลมฟ้าถึงคราเปลี่ยน
    เหมันต์เวียนเจียนบ้าเวลาหัน-
    มองข้างกายไม่มีแม่ชีวัน
    ใจหนาวสั่นพรั่นพรึงถึงดวงมาน
    
    (๕) คำนึงถึงเจ้าเหลือเจือความห่วง
    คงหนาวทรวงพวงแก้มแช่มเป็นกร้าน
    เอาเสื้อพี่ที่ให้ในวันวาน
    ห่มเนื้อน้องป้องต้านทานลมแรง
    
    (๖) จงลงกลอนก่อนนอนให้ถ้วนทั่ว
    อย่าพลั้งตัวเผลอไผลในบางแห่ง
    ป้องกันชายกลายกล้ำกำยำแรง
    เข้ามาแฝงเร้นร้ายทำลายน้อง
    
    (๗) ริ้นไรยุงมุ้งม่านเอากางกั้น
    พ่นยาใส่ไล่พลันกันทั่วห้อง
    รวมทั้งเรือนหลังนี้ที่เราครอง
    ด้วยกลัวผิวใยยองหม่นหมองไป
    
    (๘) ด้วยสิ้นห่วงดวงแดแม่เนื้อทอง
    เหลือยามห่างนางน้องอย่าร้องไห้
    ยามพี่ยินเสียงเจ้าแสนเศร้าใจ
    เชื่อคำพี่ที่กล่าวไว้ในสัญญา
    
    (๙) แม่เนื้อเย็นเห็นแก่ใจพี่บ้าง
    จำต้องร้างนางไกลใจห่วงหา
    ยามพี่กินไร้คนดีป้อนพี่ยา
    ทั้งข้าวปลาล้วนสิ้นกลิ่นมือนาง
    
    (๑๐) เพลากลืนช่างลำเค็ญจำเป็นฝืน
    จำใจกลืนเพื่อยั้งแลรั้งร่าง
    ไม่ให้กายวายจนพ้นสรรพางค์
    เพียงคอยวันย้อนทางย่างสู่เรือน
    
    (๑๑) ยิ่งก้าวย่างห่างไกลเรือนเราสอง
    น้ำตาพี่น้ำตาน้องไหลนองเปื้อน
    ยิ่งนานวันผันผ่านนานแรมเดือน
    ยิ่งเร่งวันให้เคลื่อนเลื่อนเร็วไว
    
    (๑๒) ยามหนาวลมห่มผ้ากว่ากายอุ่น
    ไม่เหมือนยามพี่หนุนเนื้อนางได้
    ทั้งอุ่นร่างพลางอุ่นทั่วถึงใจ
    แต่ยามนี้พี่ไร้ใครข้างเคียง
    
    (๑๓) น้องรู้ไหมใจกายพี่นี้ร้อนรุ่ม
    เหงื่อไคลชุ่มคล้ายต้องแสงแรงยามเที่ยง
    ยามนอนเหมือนไฟสุมรุมข้างเตียง
    ไร้ทางเบี่ยงเลี่ยงได้เท่าใกล้นาง
    
    (๑๔) ยามมองจันทร์พลันหวนถึงนวลน้อง
    จันทร์ไม่ผ่องความคำนึงจึงไม่สร่าง-
    หน้าดวงใจไร้รอยคล้ำสีดำจาง
    มาปนเปื้อนเกลื่อนปรางแก้มนางนวล
    
    (๑๕) ใครเคยเปรยเอ่ยไว้ให้ยินบ้าง
    สามวันไกลใจนางพลางแบ่งส่วน
    ยิ่งทางไกลใจหญิงยิ่งเรรวน
    ยิ่งหลายคำย้ำล้วนป่วนดวงใจ
    
    (๑๖) เมื่อพี่ให้ใจน้องไปครองแล้ว
    ย่อมเชื่อใจน้องแก้วใช่ใครไม่
    เชื่อในสายสัมพันธ์อันโยงใย
    ดังเงื่อนป่านสานใจไว้ใกล้กัน
    
    (๑๗) พี่ห่างไกลใจน้องต้องไม่กลัว
    ห่างเพียงตัวหัวใจยังคงมั่น
    วอนสายลมโบยคำพี่รำพัน
    ให้นางนั้นกลั้นไห้ใจตรอมตรม
    
    (๑๘) เมื่อเจ้ายินคำพี่ที่โชยไป
    ยามลมปลิวพลิ้วไหวดั่งใจสม
    คลายเสียงนวลครวญไห้ในอารมณ์
    วอนสายลมพรมใจน้องให้ผ่อนคลาย 
    
    (๑๙) สิ้นงานแล้วแก้วตาถึงคราหวน
    ของพี่ซื้อเพื่อนวลจำนวนหลาย
    พี่รู้เจ้าหวังเพียงพี่เคียงกาย
    แต่เสียดายไกลบ้านมานานที
    
    (๒๐) ทั้งเงินงามตามเจ้าเคยเซ้าไว้
    ครั้นก็หามาให้ด้วยใจพี่
    เงินหลายอย่างสร้อยบ้างต่างหูมี
    หวังคนดีสวมใส่ใจพี่ยา
    
    (๒๑) แก้วแหวนงามเจ้าเคยบ่นเปรยถึง
    เป็นน้ำหนึ่งพี่สรรไปวันกว่า
    ตรงไหนมีของดีเร้นพี่เฟ้นมา
    หวังแก้วตาคงชื่นรื่นอารมณ์
    
    (๒๒) ส่วนเครื่องทองน้องพี่ก็มีให้
    หวังสิ่งใดได้สิ่งนั้นพลันใจสม
    เห็นโครงสวยด้วยพันเป็นฟั่นปม
    ทั้งยังพรมด้วยมาลีสีสวยงาม
    
    (๒๓) ได้แพรไหมให้น้องมาสองผืน
    ใส่กลางวันห่มกลางคืนครั้งเคยถาม
    ทั้งยังจำคำเจ้าเฝ้าทำตาม
    ต้องผ้างามงามตาราคาเยา
    
    (๒๔) ได้ของไปให้นางตามจำนวน
    ถึงเพลาพี่หวนหานวลเจ้า
    ครั้นแล้วใจใคร่คล้อยลอยเบาเบา
    ด้วยยินดีที่สองเราใกล้เคล้าคลอ
    
    (๒๕) เมื่อหนทางห่างไกลใกล้ขึ้นมา
    ด้วยบาทาเร่งก้าวยาวไม่ย่อ
    ไม่เป็นเช่นครั้งห่างย่างแค่พอ
    ด้วยใจหนอรั้งเท้าไม่ก้าวไว
    
    (๒๖) แม้นใกล้ค่ำยิ่งย่ำย่างไม่ค้างแรม
    ได้ครึ่งทางพลางยิ้มแย้มแซมหน้าได้
    เพียงเพื่อหวนคืนนางที่ร้างไกล
    ที่จำกลั้นน้ำตาไว้ไปเป็นเดือน
    
    (๒๗) ถึงเคหาฟ้าสางใกล้นางแล้ว
    คอยเหลียวมองน้องแก้วแลเอ่ยเอื้อน
    เจ้ามาลาพี่ยาหวนคืนเรือน
    วอนเจ้าเคลื่อนกลอนบ้านให้ผ่านไป
    
    (๒๘) เสียงนางเลื่อนเคลื่อนกลอนให้ใจร้อนเร่า
    คล้ายน้องเอาไฟเผาความเหงาให้
    พอบานเผยเอ่ยชื่อหาพี่ยาใจ
    น้ำตาพี่นี้ไหลด้วยยินดี
    
    (๒๙) ยื่นของให้นางยิ้มพิมพ์ไฉไล
    เอาวางไว้นั่งใกล้ไออุ่นพี่
    ความห่างไกลไร้สิ้น...สิ้นเสียที
    พลางหอมปรางคนดีที่รอคอย
    
    (๓๐) กลิ่นแก้มเจ้าใครเขา ฤา แทนได้
    ทั้งเรือนกายยามร่ายแขนแสนแช่มช้อย
    แลผิวพรรณผ่องใสไร้ริ้วรอย
    จันทร์ยังด้อยกว่าเจ้าแม่เยาว์มาลย์
    
    (๓๑) ขอผ่อนเหนื่อยเมื่อยล้าค่อยว่าต่อ-
    พี่วอนขอนางน้องร้องเพลงหวาน-
    กล่อมพี่นอนจนฝันเหมือนวันวาน
    พลางนงคราญนอนใกล้อย่าไกลเลย
    
    (๓๒)  ยามนอนเคียงเรียงรายข้างกายพี่
    เจ้ามาลียินไหมเสียงใจเอ๋ย
    ถ้าเจ้าห่างพี่เพียงวาแม่ทรามเชย
    เสียงใจนั้นพลันนิ่งเฉยเลยทันใด
    
    (๓๓) ช่วยเพิ่มแรงแห่งใจให้เต้นอยู่
    ห่างเพียงครู่พี่ยาทานไม่ไหว
    ครั้งนี้หวนคืนเจ้าเหย้าเรือนใจ
    เพื่อต่อไปไม่ห่างอย่างวันวาน
    
    (๓๔) ต่อแต่นี้ขอมีเพียงเราสอง
    ที่ร่วมครองเรือนใจจนใครขาน
    ตั้งแต่ร้างสร้างเป็นเช่นตำนาน
    ด้วยหัวใจใกล้ปานสานสัมพันธ์
    
    บริบูรณ์
    มาขอปรับ บทที่ (๒๘) อีกนิดครับ
    แล้วผมเพิ่งมามองเห็นมาผมนับ บทที่ (๒๘) ซ้ำไปตั้งสามรอบ เอ๋อ ๆ นี่หว่า สงสัยเหมาะแล้วที่ไม่เรียนเลข อิอิ
  • อัลมิตรา

    28 ธันวาคม 2548 23:01 น. - comment id 549931

    คุณกวีปรณ์ .. ว่าจะบอกอยู่เหมือนกันค่ะ
    แต่เห็นบอกว่ามาปรับให้รื่นและลื่น ก็เลยคิดว่า ลื่นซะไถลเชียว ๕๕๕
    
    วันนี้งานยุ่งหัวบานตามเคย อัลมิตราล่ะมึนตึ๊บ
    ได้เวลาเอาตาดำไปซ่อนแล้วค่ะ เหลืออีกเพียงสองวัน
    รู้น๊า .. หัวใจของคุณเต้นแรง !!!!!
  • บินเดี่ยวหมื่นลี้

    29 ธันวาคม 2548 08:50 น. - comment id 550050

    5.gif5.gif5.gif5.gif
    หมอกกลบมิลดลบ........รวิหลบมิทาบสาด
    เปรียบโศกคุจิตฆาต.......ผิวอาตม์จะหลบหลีก
    
    อึดอัดสลัดยาก.............จะละจากวิเวกปลีก
    พิษกลับทะลักอีก............ทะลุฉีกสยบจิต
    
    กกกอดอนาถโศก...........ทุรโยคเพราะโศกชิด
    ทุกข์ซัดระทดติด...........ระดะพิษประทุษอก
    
    โศกมากมิพรากลับ.........ฤจะดับวิบัติตก
    โรครักสลักรก...............สิตระหนกสะทกจิต
    
    จวบโลกจะเงียบดับ........สติยับเพราะทุกข์ริด
    เข็ดขลาดอนาถฤทธิ์........สะอึกพิษวินาศรัก4.gif31.gif40.gif
  • ลักษมณ์

    29 ธันวาคม 2548 14:09 น. - comment id 550162

    ขบคิดประดิษฐ์โน้ต..........อวดนุช
    นึกอยากจะพักหยุด..........จิบโค้ก
    แจกเค้กกับสมุด..............ชุดโปรด
    กลับเกิดจะอวกโอ้ก..........เปรอะเชิ้ตสุดรัก
    
    ขออนุญาตเรียกบทโคลงชิ้นนี้ว่า 
    \"โคลงกลบทคำตายสลับอักษรซ้อนคำคู่ลู่สัมผัสข้ามวรรคและสัมผัสในเล็กๆกันอย่างสุดๆ\" ครับ
    
    ป.ล. เป็นท่าไม้ตายสุดท้ายครับ ที่คิดว่าน่าจะไล่ตามคะแนนโคลงกระทู้สุภาษิตกลบทคำเป็นของคุณแดดเช้า, กลอนกลบทคำเป็นของคุณกวีปกรณ์, อินทรวิเชียรฉันท์กลบทคำตายของคุณบินเดี่ยวฯ ตลอดจนถึงกาพย์กลอนกลบทคำตายและคำเป็นของทุกคน ครับ
    
    :]
  • อัลมิตรา

    29 ธันวาคม 2548 21:21 น. - comment id 550234

    เกือบครบทุกรสชาติจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกลอน โคลง ฉันท์
    ซึ่งแต่ละคน ก็เริ่มงัดกระบวนท่าล้ำลึกออกมาแสดง
    คุณบินเดี่ยวหมื่นลี้ ลงรูปดำน้ำมาก่อนที่จะเริ่มอินทรวิเชียรฉันท์
    ถ้าลงรูปนี้ก่อนหน้าสักสัปดาห์  อาจเป็นนัยให้ เชียงใหม่น้ำยังไม่ลด
    ถอดความฉันท์แล้วรู้สึกรันทดตามไปด้วย 
    พิษรักหนอ ทำให้ทุกข์เทวษเช่นนี้
    
    และแล้วอัลมิตราก็ต้องอึ้งกับโคลงกลบทคำตายสลับอักษรฯ ของคุณลักษณ์
    ขอปรบมือให้กับการเลือกใช้คู่โท
    ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ที่จะคิดค้นหาคู่โทที่อยู่ในรูปของคำตาย
    คุณลักษมณ์ช่างเยี่ยมยอดเสียจริงในเชิง create 
    
    โค้งสุดท้ายแล้ว อีกเพียงหนึ่งวันเท่านั้น
    นับจากเวลานี้ ก็นับเวลาถอยหลังได้
    ม้าตีนปลายที่คุณกวีปกรณ์กล่าวถึง อาจจะกำลังง่วนหนัก
    
    อัลมิตรายังทราบมาอีกว่า ..
    คำตาย .. เป็นกระบวนยุทธที่เขาจะเลือกมาเผด็จศึก
    งุบงิบ งุบงิบ ...ดุ๊กดิ๊ก ดุ๊กดิ๊ก ... เห็นที่จะต้องจุดธูปเชิญเสียแล้ว ..
  • หนอนดุ๊กดิ๊ก

    29 ธันวาคม 2548 22:31 น. - comment id 550256

    สวัสดีปีใหม่ครับ ชาวบ้านกลอนไทยทุกท่าน
    เว็บมาสเตอร์และผู้ดูแลระบบ
    ขอให้มีความสุขมากๆทุกท่านครับ
    
    
    ๑) ดึกดึกสิมิหลับนึกนับแกะ
    นับเยอะแยะแกะเกอะเถอะมิหยุด
    ชักหงุดหงิดจิตนักซบพักตร์งุด
    อ๊ะ! กลับผุดภาพมิตรนิสิตต๊อก
    
    ๒) ฮิฮิฮิ! อดีตนึกชักคึกคัก
    ต๊อกแทบชักพรรคพวกผนวกช็อค
    เหตุเกิดเพราะฉุกคิดมิปิดล็อค
    อีกก๊อกก๊อกกึกกึกพิลึกลับ
    
    ๓) นิสิตต๊อกรัฐศาสตร์ประกาศศักดิ์
    กับพวกพักตึกมุขสนุกนับ
    สิบหกมิตรแปดชุดคอกมุดหลับ*
    ทวิระดับจับเบียดยัดเยียดพัก
    
    ๔) มิตรคอก*ต๊อกซิพิสิษฐ์วิทย์ครุฯ
    ออกจะมุขมวดคิดคณิตหนัก
    ชอบเก็บเงียบต๊อกปริวิตกทัก
    หากเครียดนักพักนิดนะ\'สิษฐ์นะ
    
    ๕) เลิกคณะกลับตึกพักต๊อกมักฟิต
    เพราะต็อกติดนักเตะแบ็คคณะ
    กับพวกเด็กพวกมิตรพวกวิศวะ
    มิลดละเตะอัดแบบนัดรบ
    
    ๖) ณ เขตตึกลึกทาบระนาบเขละ
    ก๊กนักเตะลูกฟุตดุจนัดพบ
    สักหกเจ็ดจัดพวกลวกลวกทบ
    มิพักครบรีบเตะเอะอะว้าก
    
    ๗) มิมืดมิดมิเลิกเอิกอึกทึก
    แถบซีกตึกคึกคักนักกรี๊ดก๊าก
    มิเด็กเล็กเด็กหนวดอวดพักตร์หลาก
    และชักมากมิตรพักถูกลักทรัพย์
    
    ๘) และ ณ ศุกร์อีกนิดจะชิดสอบ
    ต๊อกรวบหอบสมุดจดเกือบหมดกลับ
    กะจะกวาดเกรดเด็ดแบบเสร็จสรรพ
    บอกเคล็ดลับทวิจบตรลบบท
    
    ๙) เปิดลูกบิดเก็บสมุดสุดสวาท
    พระกรอบมาศถอดทาบกราบหัตถ์ชด
    สลับชุดออกเตะเละเลอะหด
    รีบลัดลดลัดโลดกระโดดผลุด
    
    ๑๐) ณ เขตเตะเอะอะปะทะบาท
    ต๊อกปรู๊ดปร๊าดกวาดสกัดอัดอุตลุด
    โขยกแหลกแทรกฟัดซัดลูกฟุต
    เกิดพลิกทรุดสะดุดปวดขมวดโอษฐ์
    
    ๑๑) เขยกหยุดขยับนวดนึกสวดโชค
    โลกนะโลกโศกฉิบอุบอิบโอด
    จะกลับลุกฉุกนึกจากตึกโลด
    อยากเขกโคตรศิระรีบมิหนีบล็อค
    
    ๑๒) วะวาบจิตคิดพระจะถูกลัก
    อุระหนักหักหอกต๊อกนะต๊อก
    เจ็บอีกเจ็บบาทแปลบแทบจะช็อค
    คงมิน็อคหรอกวะปลอบซะนิด
    
    ๑๓) โอบปีกต๊อกหอบแฮกแยกกลับตึก
    เยียบระทึกนึกพระโปรดสถิต
    เอ๊ะ!แปลกแฮะแปะประกับแนบงับชิด
    รึล็อคปิด-เงียบนะเงียบสักพัก
    
    ๑๔) สดับซิ\"กึกกึก\"พิลึกออก
    ประดุจตอกเหล็กสกัดแงะงัดสลัก
    ต๊อกทรุดนาบเนตรแทรกจุดแยกหัก
    พิศเลิ่กลั่กพูดมิออกบอกมิถูก
    
    ๑๕) จุ๊จุ๊จุ๊! มิเอ็ดมิเอ็ดนะ
    พิสิษฐ์ว่ะ!ฟุบแปลกกระแทกฟูก
    รึเครียดจัดปิศาจอาจแทรกผูก
    สูดจมูกฟืดฟาดชักหวาดฤทธิ์
    
    ๑๖) อึ๊บ! หลีกสับสลับพิศสักนิดซิ
    ฮิฮิฮิ! ฟูกศิระถูกประชิด
    กกทาบแบบแทบชุดเกิดเพริศพินิจ
    เสร็จพิสิษฐ์กิจพิเศษเหตุประจักษ์
    
    ๑๗) ขณะกระดึ๊บกระดึ๊บพึ่บพึ่บฟุบ
    นิสิตกรุ๊ปมากนับกลับตึกพัก
    พบเหตุลับรีบแวะแขวะคิกคัก
    หยอกทึกทักฟูกศิระประดุจนุช
    
    ๑๘) ขณะวิกฤติมิตรสนุกต๊อกฉุกคิด
    แหวกซอกมิตรพินิจแนบแทบจะทรุด
    พักตร์ซีดเลือดเผือดสลดหยดเม็ดผุด
    พูดมิหยุดฟูกศิระต๊อกน่ะครับ
    
    ๑๙) ดึกดึกสิมิหลับนึกนับแกะ
    นับแหะแหะแกะเกอะเถอะมิกลับ
    นึกมิหยุด.. ฟูกศิระต๊อกน่ะครับ
    ต๊อกรึหลับเพราะพิสิษฐ์ฟิตฟูกต๊อก ๚ะ๛
    
    หมายเหตุ
    คอกมุดหลับ.. คือเตียงเหล็กสองชั้น
    ฟูกศิระ......... หมายถึงหมอน
  • อัลมิตรา

    30 ธันวาคม 2548 08:11 น. - comment id 550303

    สวัสดีวันปลายปีค่ะ คุณหนอนดุ๊กดิ๊ก ..
    ๑๙ บทกลอนกลบทกลอนคำตายของคุณ อ่านแล้วนึกภาพตามเป็นมินิซีรี่ส์ได้เลย ค่ะ เนื้อเรื่องก็....ฮาแท้
    เดาได้เลยว่า คุณคงเขียนกลบทชุดนี้โดยใช้พล๊อตเรื่องจริงสมัยที่คุณเป็นนิสิตจุฬาฯ .. ไม่รู้ว่าจะเดาถูกมั๊ย
    แต่อัลมิตราอ่านแล้ว พอจะสรุปความได้ว่า
    
    นายพิสิษฐ์กับนายต๊อกเป็นเพื่อนกัน อยู่หอพักนิสิตนอนเตียงสองชั้น
    นายพิสิษฐ์นี่ท่าจะเรียนเครียดจนนายต๊อกเป็นห่วง และเปรยอยู่เสมอว่า พักซะบ้างก็ได้นะ ..
    นายต๊อกนี่ เป็นนักฟุตบอล มักจะนักซ้อมบอลกันเสมอกับพวกวิศวะ
    มีอยู่วันหนึ่ง (วันเกิดเรื่องฮา นี่แหล่ะ)
    นายต๊อกนี่ก็ไปซ้อมบอลตามเคย แต่ทว่าวันนี้นายต๊อกเกิดนึกได้ว่า ห้องไม่ได้ล๊อค
    \" ..ตายล่ะ โอยตายๆๆๆ แล้ว กลัวพระเครื่องจะหาย อยากเอาเขกกระบานตัวเองจัง ดันลืมล๊อคห้อง..
    เพี๊ยง เจ้าประคู๊น พระเครื่องหายล่ะแย่เลย ...ฮ่วย มิน่าลืม เซ่อนัก !!..\" (ใส่ไข่น่าดู !! กิ กิ..)
    และแล้ว ก็ได้ยินเสียง กึก กึก กึก .. เสียงอะไรหว่า (ต๊อกคิดในใจ)
    เอ !! นายพิสิษฐ์เป็นอะไรไป เห็นฟุบร่าง หนำซ้ำยังกระแทกฟูก
    หรือว่าหมอนี่จะเครียดจัด เสียงหายใจฟืดฟาดดังเสียด้วย
    ปรากฏว่าภาพที่เห็นต่อหน้า .. ทำให้พวกที่แอบดูแทบหงายท้อง .. นายพิสิษฐ์ ทำอะไร อั่นแน่
    แถมหมอนใบที่นายพิสิษฐ์ปู้ยี้ปู้ยำอยู่นั้น เป็นหมอนหนุนหัวของนายต๊อกอีก .. ฮา
    
    ฮา  และ ก็ ฮา ..... คุณหนอนดุ๊กดิ๊ก .. เฮี้ยนจริง ๆ จุดธูปแล้วฮาทันใด
  • กวีปกรณ์

    30 ธันวาคม 2548 16:37 น. - comment id 550346

    (๑) ยินเสียงน้องนงคราญนานเนิ่นแล้ว
    ลอยลมแผ่วแว่วมาให้ใจหาย
    พี่ยิ่งครวญใคร่ครุ่นจนวุ่นวาย
    ไม่เคยต้องห่างกายไปหลายวัน
    
    (๒) ด้วยจำเป็นหลายเรื่องอย่าเคืองพี่
    ช่วยเห็นใจคนดีแม่ดวงขวัญ
    เมื่อสิ้นงานสัญญาหวนคืนพลัน
    แต่เจ้านั้นดวงแดอย่าแปรไป
    
    (๓) พี่วอนจันทร์กล่อมเจ้ายามเข้านอน
    ด้วยห่วงหาอาทรใคร่ย้อนใกล้
    แต่ช่างเหลือเกินการทำตามใจ
    จึงเพียงได้ไหว้วานขานดวงจันทร์
    
    (๔) ยามเพลาลมฟ้าถึงคราเปลี่ยน
    เหมันต์เวียนเจียนบ้าเวลาหัน-
    มองข้างกายไม่มีแม่ชีวัน
    ใจหนาวสั่นพรั่นพรึงถึงดวงมาน
    
    (๕) คำนึงถึงเจ้าเหลือเจือความห่วง
    คงหนาวทรวงพวงแก้มแช่มเป็นกร้าน
    เอาเสื้อพี่ที่ให้ในวันวาน
    ห่มเนื้อน้องป้องต้านทานลมแรง
    
    (๖) จงลงกลอนก่อนนอนให้ถ้วนทั่ว
    อย่าพลั้งตัวเผลอไผลในบางแห่ง
    ป้องกันชายกลายกล้ำกำยำแรง
    เข้ามาแฝงเร้นร้ายทำลายน้อง
    
    (๗) ริ้นไรยุงมุ้งม่านเอากางกั้น
    พ่นยาใส่ไล่พลันกันทั่วห้อง
    รวมทั้งเรือนหลังนี้ที่เราครอง
    ด้วยกลัวผิวใยยองหม่นหมองไป
    
    (๘) ด้วยสิ้นห่วงดวงแดแม่เนื้อทอง
    เหลือยามห่างนางน้องอย่าร้องไห้
    ยามพี่ยินเสียงเจ้าแสนเศร้าใจ
    เชื่อคำพี่ที่กล่าวไว้ในสัญญา
    
    (๙) แม่เนื้อเย็นเห็นแก่ใจพี่บ้าง
    จำต้องร้างนางไกลใจห่วงหา
    ยามพี่กินไร้คนดีป้อนพี่ยา
    ทั้งข้าวปลาล้วนสิ้นกลิ่นมือนาง
    
    (๑๐) เพลากลืนช่างลำเค็ญจำเป็นฝืน
    จำใจกลืนเพื่อยั้งแลรั้งร่าง
    ไม่ให้กายวายจนพ้นสรรพางค์
    เพียงคอยวันย้อนทางย่างสู่เรือน
    
    (๑๑) ยิ่งก้าวย่างห่างไกลเรือนเราสอง
    น้ำตาพี่น้ำตาน้องไหลนองเปื้อน
    ยิ่งนานวันผันผ่านนานแรมเดือน
    ยิ่งเร่งวันให้เคลื่อนเลื่อนเร็วไว
    
    (๑๒) ยามหนาวลมห่มผ้ากว่ากายอุ่น
    ไม่เหมือนยามพี่หนุนเนื้อนางได้
    ทั้งอุ่นร่างพลางอุ่นทั่วถึงใจ
    แต่ยามนี้พี่ไร้ใครข้างเคียง
    
    (๑๓) น้องรู้ไหมใจกายพี่นี้ร้อนรุ่ม
    เหงื่อไคลชุ่มคล้ายต้องแสงแรงยามเที่ยง
    ยามนอนเหมือนไฟสุมรุมข้างเตียง
    ไร้ทางเบี่ยงเลี่ยงได้เท่าใกล้นาง
    
    (๑๔) ยามมองจันทร์พลันหวนถึงนวลน้อง
    จันทร์ไม่ผ่องความคำนึงจึงไม่สร่าง-
    หน้าดวงใจไร้รอยคล้ำสีดำจาง
    มาปนเปื้อนเกลื่อนปรางแก้มนางนวล
    
    (๑๕) ใครเคยเปรยเอ่ยไว้ให้ยินบ้าง
    สามวันไกลใจนางพลางแบ่งส่วน
    ยิ่งทางไกลใจหญิงยิ่งเรรวน
    ยิ่งหลายคำย้ำล้วนป่วนดวงใจ
    
    (๑๖) เมื่อพี่ให้ใจน้องไปครองแล้ว
    ย่อมเชื่อใจน้องแก้วใช่ใครไม่
    เชื่อในสายสัมพันธ์อันโยงใย
    ดังเงื่อนป่านสานใจไว้ใกล้กัน
    
    (๑๗) พี่ห่างไกลใจน้องต้องไม่กลัว
    ห่างเพียงตัวหัวใจยังคงมั่น
    วอนสายลมโบยคำพี่รำพัน
    ให้นางนั้นกลั้นไห้ใจตรอมตรม
    
    (๑๘) เมื่อเจ้ายินคำพี่ที่โชยไป
    ยามลมปลิวพลิ้วไหวดั่งใจสม
    คลายเสียงนวลครวญไห้ในอารมณ์
    วอนสายลมพรมใจน้องให้ผ่อนคลาย 
    
    (๑๙) สิ้นงานแล้วแก้วตาถึงคราหวน
    ของพี่ซื้อเพื่อนวลจำนวนหลาย
    พี่รู้เจ้าหวังเพียงพี่เคียงกาย
    แต่เสียดายไกลบ้านมานานที
    
    (๒๐) ทั้งเงินงามตามเจ้าเคยเซ้าไว้
    ครั้นก็หามาให้ด้วยใจพี่
    เงินหลายอย่างสร้อยบ้างต่างหูมี
    หวังคนดีสวมใส่ใจพี่ยา
    
    (๒๑) แก้วแหวนงามเจ้าเคยบ่นเปรยถึง
    เป็นน้ำหนึ่งพี่สรรไปวันกว่า
    ตรงไหนมีของดีเร้นพี่เฟ้นมา
    หวังแก้วตาคงชื่นรื่นอารมณ์
    
    (๒๒) ส่วนเครื่องทองน้องพี่ก็มีให้
    หวังสิ่งใดได้สิ่งนั้นพลันใจสม
    เห็นโครงสวยด้วยพันเป็นฟั่นปม
    ทั้งยังพรมด้วยมาลีสีสวยงาม
    
    (๒๓) ได้แพรไหมให้น้องมาสองผืน
    ใส่กลางวันห่มกลางคืนครั้งเคยถาม
    ทั้งยังจำคำเจ้าเฝ้าทำตาม
    ต้องผ้างามงามตาราคาเยา
    
    (๒๔) ได้ของไปให้นางตามจำนวน
    ถึงเพลาพี่หวนหานวลเจ้า
    ครั้นแล้วใจใคร่คล้อยลอยเบาเบา
    ด้วยยินดีที่สองเราใกล้เคล้าคลอ
    
    (๒๕) เมื่อหนทางห่างไกลใกล้ขึ้นมา
    ด้วยบาทาเร่งก้าวยาวไม่ย่อ
    ไม่เป็นเช่นครั้งห่างย่างแค่พอ
    ด้วยใจหนอรั้งเท้าไม่ก้าวไว
    
    (๒๖) แม้นใกล้ค่ำยิ่งย่ำย่างไม่ค้างแรม
    ได้ครึ่งทางพลางยิ้มแย้มแซมหน้าได้
    เพียงเพื่อหวนคืนนางที่ร้างไกล
    ที่จำกลั้นน้ำตาไว้ไปเป็นเดือน
    
    (๒๗) ถึงเคหาฟ้าสางใกล้นางแล้ว
    คอยเหลียวมองน้องแก้วแลเอ่ยเอื้อน
    เจ้ามาลาพี่ยาหวนคืนเรือน
    วอนเจ้าเคลื่อนกลอนบ้านให้ผ่านไป
    
    (๒๘) เสียงนางเลื่อนเคลื่อนกลอนให้ใจร้อนเร่า
    คล้ายน้องเอาไฟเผาความเหงาให้
    พอบานเผยเอ่ยชื่อหาพี่ยาใจ
    น้ำตาพี่นี้ไหลด้วยยินดี
    
    (๒๙) ยื่นของให้นางยิ้มพิมพ์ไฉไล
    เอาวางไว้นั่งใกล้ไออุ่นพี่
    ความห่างไกลไร้สิ้น...สิ้นเสียที
    พลางหอมปรางคนดีที่รอคอย
    
    (๓๐) กลิ่นแก้มเจ้าใครเขา ฤา แทนได้
    ทั้งเรือนกายยามร่ายแขนแสนแช่มช้อย
    แลผิวพรรณผ่องใสไร้ริ้วรอย
    จันทร์ยังด้อยกว่าเจ้าแม่เยาว์มาลย์
    
    (๓๑) เจ้าถามพี่ \"ที่ผ่านงานเหนื่อยไหม\"
    พี่ขานไป \"ไม่เลยแม่ตาหวาน
    มีเพียงเนือยเหนื่อยใจที่ไปนาน\"
    แม่นงคราญซ่อนยิ้มปริ่มเปรมใจ
    
    (๓๒) \"พี่ห่างน้องมองใครไปบ้างแล้ว\"
    \"โธ่ ! น้องแก้วพี่ยาจะหาไหน
    ที่พี่เปรยเอ่ยคำย้ำเจ้าไป
    สี่ห้องใจใครเลยเล่าเคยเยือน
    
    (๓๓) พี่ขานพลางย่างเยื้องชำเลืองเจ้า
    \"แม่นงเยาว์เจ้าไม่จำใจคำพี่เอื้อน
    ในวันวานซึ่งผ่านนานแรมเดือน
    หัวใจพี่นี้ไม่เคลื่อนเลื่อนตามวัน\"
    
    (๓๔) นางเดินหนีลี้หมายย้ายกายเลี่ยง
    เพื่อเตรียมตั่งตั้งเตียงแลเรียงกั้น-
    หมอนม่านมุ้งมุ่งหมายให้คลายเหนื่อยพลัน
    เพื่อพี่ยานอนฝันใด้ทันการ
    
    (๓๕) ขอผ่อนเหนื่อยเมื่อยล้าค่อยว่าต่อ-
    พี่วอนขอนางน้องร้องเพลงหวาน-
    กล่อมพี่นอนจนฝันเหมือนวันวาน
    พลางนงคราญนอนใกล้อย่าไกลเลย
    
    (๓๖)  ยามนอนเคียงเรียงรายข้างกายพี่
    เจ้ามาลียินไหมเสียงใจเอ๋ย
    ถ้าเจ้าห่างพี่เพียงวาแม่ทรามเชย
    เสียงใจนั้นพลันนิ่งเฉยเลยทันใด
    
    (๓๗) ช่วยเพิ่มแรงแห่งใจให้เต้นอยู่
    ห่างเพียงครู่พี่ยาทานไม่ไหว
    ครั้งนี้หวนคืนเจ้าเหย้าเรือนใจ
    เพื่อต่อไปไม่ห่างอย่างวันวาน
    
    (๓๘) ต่อแต่นี้ขอมีเพียงเราสอง
    ที่ร่วมครองเรือนใจจนใครขาน
    ตั้งแต่ร้างสร้างเป็นเช่นตำนาน
    ด้วยหัวใจใกล้ปานสานสัมพันธ์
    
    * ม้าตีนปลาย มาแล้วจริง ๆ ด้วย ดีนะคับ ที่ผมได้เก็บความบางตอน ทอนเอาไว้เผื่อมีใคร ใช้กลบทคำตาย มากกว่า ผม
    
    พอกลับมาบ้าน ก็ทนไม่ไหวที่จะไม่เข้าร้านเน็ต ด้วยอยากเข้ามาทักทาย และเยี่ยมเยียนงานของเพื่อน ๆ ในบ้านกลอนไทย
    
    พอเขามาก็สะดุด กลบทคำตาย ของคุณหนอนดุ๊กดิ๊ก ดีนะที่พกเอา คำกลอนที่ทอนไว้ติดมาด้วย เลยขอเอามาแปะไว้ ในบทที่ ๓๑- ๓๔ 
    
    คุณ หนอนดุ๊กดิ๊ก เยี่ยมจริง ๆ คับ ถ้ามีเวลาผมคงจะสนุกกับกลคำตายบ้างแต่นี่งานยุ่งเกินจะทำต่อ เลยขอไว้แค่นี้ 
    
    ขอบคุณครับ
  • กวีปกรณ์

    30 ธันวาคม 2548 16:41 น. - comment id 550347

    (๑) ยินเสียงน้องนงคราญนานเนิ่นแล้ว
    ลอยลมแผ่วแว่วมาให้ใจหาย
    พี่ยิ่งครวญใคร่ครุ่นจนวุ่นวาย
    ไม่เคยต้องห่างกายไปหลายวัน
    
    (๒) ด้วยจำเป็นหลายเรื่องอย่าเคืองพี่
    ช่วยเห็นใจคนดีแม่ดวงขวัญ
    เมื่อสิ้นงานสัญญาหวนคืนพลัน
    แต่เจ้านั้นดวงแดอย่าแปรไป
    
    (๓) พี่วอนจันทร์กล่อมเจ้ายามเข้านอน
    ด้วยห่วงหาอาทรใคร่ย้อนใกล้
    แต่ช่างเหลือเกินการทำตามใจ
    จึงเพียงได้ไหว้วานขานดวงจันทร์
    
    (๔) ยามเพลาลมฟ้าถึงคราเปลี่ยน
    เหมันต์เวียนเจียนบ้าเวลาหัน-
    มองข้างกายไม่มีแม่ชีวัน
    ใจหนาวสั่นพรั่นพรึงถึงดวงมาน
    
    (๕) คำนึงถึงเจ้าเหลือเจือความห่วง
    คงหนาวทรวงพวงแก้มแช่มเป็นกร้าน
    เอาเสื้อพี่ที่ให้ในวันวาน
    ห่มเนื้อน้องป้องต้านทานลมแรง
    
    (๖) จงลงกลอนก่อนนอนให้ถ้วนทั่ว
    อย่าพลั้งตัวเผลอไผลในบางแห่ง
    ป้องกันชายกลายกล้ำกำยำแรง
    เข้ามาแฝงเร้นร้ายทำลายน้อง
    
    (๗) ริ้นไรยุงมุ้งม่านเอากางกั้น
    พ่นยาใส่ไล่พลันกันทั่วห้อง
    รวมทั้งเรือนหลังนี้ที่เราครอง
    ด้วยกลัวผิวใยยองหม่นหมองไป
    
    (๘) ด้วยสิ้นห่วงดวงแดแม่เนื้อทอง
    เหลือยามห่างนางน้องอย่าร้องไห้
    ยามพี่ยินเสียงเจ้าแสนเศร้าใจ
    เชื่อคำพี่ที่กล่าวไว้ในสัญญา
    
    (๙) แม่เนื้อเย็นเห็นแก่ใจพี่บ้าง
    จำต้องร้างนางไกลใจห่วงหา
    ยามพี่กินไร้คนดีป้อนพี่ยา
    ทั้งข้าวปลาล้วนสิ้นกลิ่นมือนาง
    
    (๑๐) เพลากลืนช่างลำเค็ญจำเป็นฝืน
    จำใจกลืนเพื่อยั้งแลรั้งร่าง
    ไม่ให้กายวายจนพ้นสรรพางค์
    เพียงคอยวันย้อนทางย่างสู่เรือน
    
    (๑๑) ยิ่งก้าวย่างห่างไกลเรือนเราสอง
    น้ำตาพี่น้ำตาน้องไหลนองเปื้อน
    ยิ่งนานวันผันผ่านนานแรมเดือน
    ยิ่งเร่งวันให้เคลื่อนเลื่อนเร็วไว
    
    (๑๒) ยามหนาวลมห่มผ้ากว่ากายอุ่น
    ไม่เหมือนยามพี่หนุนเนื้อนางได้
    ทั้งอุ่นร่างพลางอุ่นทั่วถึงใจ
    แต่ยามนี้พี่ไร้ใครข้างเคียง
    
    (๑๓) น้องรู้ไหมใจกายพี่นี้ร้อนรุ่ม
    เหงื่อไคลชุ่มคล้ายต้องแสงแรงยามเที่ยง
    ยามนอนเหมือนไฟสุมรุมข้างเตียง
    ไร้ทางเบี่ยงเลี่ยงได้เท่าใกล้นาง
    
    (๑๔) ยามมองจันทร์พลันหวนถึงนวลน้อง
    จันทร์ไม่ผ่องความคำนึงจึงไม่สร่าง-
    หน้าดวงใจไร้รอยคล้ำสีดำจาง
    มาปนเปื้อนเกลื่อนปรางแก้มนางนวล
    
    (๑๕) ใครเคยเปรยเอ่ยไว้ให้ยินบ้าง
    สามวันไกลใจนางพลางแบ่งส่วน
    ยิ่งทางไกลใจหญิงยิ่งเรรวน
    ยิ่งหลายคำย้ำล้วนป่วนดวงใจ
    
    (๑๖) เมื่อพี่ให้ใจน้องไปครองแล้ว
    ย่อมเชื่อใจน้องแก้วใช่ใครไม่
    เชื่อในสายสัมพันธ์อันโยงใย
    ดังเงื่อนป่านสานใจไว้ใกล้กัน
    
    (๑๗) พี่ห่างไกลใจน้องต้องไม่กลัว
    ห่างเพียงตัวหัวใจยังคงมั่น
    วอนสายลมโบยคำพี่รำพัน
    ให้นางนั้นกลั้นไห้ใจตรอมตรม
    
    (๑๘) เมื่อเจ้ายินคำพี่ที่โชยไป
    ยามลมปลิวพลิ้วไหวดั่งใจสม
    คลายเสียงนวลครวญไห้ในอารมณ์
    วอนสายลมพรมใจน้องให้ผ่อนคลาย 
    
    (๑๙) สิ้นงานแล้วแก้วตาถึงคราหวน
    ของพี่ซื้อเพื่อนวลจำนวนหลาย
    พี่รู้เจ้าหวังเพียงพี่เคียงกาย
    แต่เสียดายไกลบ้านมานานที
    
    (๒๐) ทั้งเงินงามตามเจ้าเคยเซ้าไว้
    ครั้นก็หามาให้ด้วยใจพี่
    เงินหลายอย่างสร้อยบ้างต่างหูมี
    หวังคนดีสวมใส่ใจพี่ยา
    
    (๒๑) แก้วแหวนงามเจ้าเคยบ่นเปรยถึง
    เป็นน้ำหนึ่งพี่สรรไปวันกว่า
    ตรงไหนมีของดีเร้นพี่เฟ้นมา
    หวังแก้วตาคงชื่นรื่นอารมณ์
    
    (๒๒) ส่วนเครื่องทองน้องพี่ก็มีให้
    หวังสิ่งใดได้สิ่งนั้นพลันใจสม
    เห็นโครงสวยด้วยพันเป็นฟั่นปม
    ทั้งยังพรมด้วยมาลีสีสวยงาม
    
    (๒๓) ได้แพรไหมให้น้องมาสองผืน
    ใส่กลางวันห่มกลางคืนครั้งเคยถาม
    ทั้งยังจำคำเจ้าเฝ้าทำตาม
    ต้องผ้างามงามตาราคาเยา
    
    (๒๔) ได้ของไปให้นางตามจำนวน
    ถึงเพลาพี่หวนหานวลเจ้า
    ครั้นแล้วใจใคร่คล้อยลอยเบาเบา
    ด้วยยินดีที่สองเราใกล้เคล้าคลอ
    
    (๒๕) เมื่อหนทางห่างไกลใกล้ขึ้นมา
    ด้วยบาทาเร่งก้าวยาวไม่ย่อ
    ไม่เป็นเช่นครั้งห่างย่างแค่พอ
    ด้วยใจหนอรั้งเท้าไม่ก้าวไว
    
    (๒๖) แม้นใกล้ค่ำยิ่งย่ำย่างไม่ค้างแรม
    ได้ครึ่งทางพลางยิ้มแย้มแซมหน้าได้
    เพียงเพื่อหวนคืนนางที่ร้างไกล
    ที่จำกลั้นน้ำตาไว้ไปเป็นเดือน
    
    (๒๗) ถึงเคหาฟ้าสางใกล้นางแล้ว
    คอยเหลียวมองน้องแก้วแลเอ่ยเอื้อน
    เจ้ามาลาพี่ยาหวนคืนเรือน
    วอนเจ้าเคลื่อนกลอนบ้านให้ผ่านไป
    
    (๒๘) เสียงนางเลื่อนเคลื่อนกลอนให้ใจร้อนเร่า
    คล้ายน้องเอาไฟเผาความเหงาให้
    พอบานเผยเอ่ยชื่อหาพี่ยาใจ
    น้ำตาพี่นี้ไหลด้วยยินดี
    
    (๒๙) ยื่นของให้นางยิ้มพิมพ์ไฉไล
    เอาวางไว้นั่งใกล้ไออุ่นพี่
    ความห่างไกลไร้สิ้น...สิ้นเสียที
    พลางหอมปรางคนดีที่รอคอย
    
    (๓๐) กลิ่นแก้มเจ้าใครเขา ฤา แทนได้
    ทั้งเรือนกายยามร่ายแขนแสนแช่มช้อย
    แลผิวพรรณผ่องใสไร้ริ้วรอย
    จันทร์ยังด้อยกว่าเจ้าแม่เยาว์มาลย์
    
    (๓๑) เจ้าถามพี่ \"ที่ผ่านงานเหนื่อยไหม\"
    พี่ขานไป \"ไม่เลยแม่ตาหวาน
    มีเพียงเนือยเหนื่อยใจที่ไปนาน\"
    แม่นงคราญซ่อนยิ้มปริ่มเปรมใจ
    
    (๓๒) \"พี่ห่างน้องมองใครไปบ้างแล้ว\"
    \"โธ่ ! น้องแก้วพี่ยาจะหาไหน
    ที่พี่เปรยเอ่ยคำย้ำเจ้าไป
    สี่ห้องใจใครเลยเล่าเคยเยือน
    
    (๓๓) พี่ขานพลางย่างเยื้องชำเลืองเจ้า
    \"แม่นงเยาว์เจ้าไม่จำคำพี่เอื้อน
    ในวันวานซึ่งผ่านนานแรมเดือน
    หัวใจพี่นี้ไม่เคลื่อนเลื่อนตามวัน\"
    
    (๓๔) นางเดินหนีลี้หมายย้ายกายเลี่ยง
    เพื่อเตรียมตั่งตั้งเตียงแลเรียงกั้น-
    หมอนม่านมุ้งมุ่งหมายให้คลายเหนื่อยพลัน
    เพื่อพี่ยานอนฝันใด้ทันการ
    
    (๓๕) ขอผ่อนเหนื่อยเมื่อยล้าค่อยว่าต่อ-
    พี่วอนขอนางน้องร้องเพลงหวาน-
    กล่อมพี่นอนจนฝันเหมือนวันวาน
    พลางนงคราญนอนใกล้อย่าไกลเลย
    
    (๓๖)  ยามนอนเคียงเรียงรายข้างกายพี่
    เจ้ามาลียินไหมเสียงใจเอ๋ย
    ถ้าเจ้าห่างพี่เพียงวาแม่ทรามเชย
    เสียงใจนั้นพลันนิ่งเฉยเลยทันใด
    
    (๓๗) ช่วยเพิ่มแรงแห่งใจให้เต้นอยู่
    ห่างเพียงครู่พี่ยาทานไม่ไหว
    ครั้งนี้หวนคืนเจ้าเหย้าเรือนใจ
    เพื่อต่อไปไม่ห่างอย่างวันวาน
    
    (๓๘) ต่อแต่นี้ขอมีเพียงเราสอง
    ที่ร่วมครองเรือนใจจนใครขาน
    ตั้งแต่ร้างสร้างเป็นเช่นตำนาน
    ด้วยหัวใจใกล้ปานสานสัมพันธ์
    
    บริบูรณ์ของแท้ 
    ขอเข้ามาแก้ไขคำที่เกินไปในบทที่ ๓๓ มีคำว่าใจ หลุดมา เดินทางกลับบ้านเหนื่อยครับ เลยตาลาย โทษน้าคร้าบ
    
    มีความสุขมาก ๆ กับวันหยุดยาวนี้นะคับ ทั้งพี่อัลมิตราและเพื่อน ๆ ทุกคน
  • อัลมิตรา

    30 ธันวาคม 2548 17:18 น. - comment id 550359

    กลอนกลบทคำเป็น - คำตาย ในกระทู้นี้ เดิมทีคิดว่าจะได้รับความสนใจไม่มาก
    ทว่า .. กลับตรงกันข้าม กลับได้รับความสนใจ ใฝ่รู้ จากเพื่อนสมาชิก
    จะเห็นได้ว่า ผู้ลงแข่งขันแต่ละคน ต่างก็มีความมุ่งมั่นเป็นอย่างมาก
    ต่างก็พยายามคิดค้นคำที่จะใช้ในการเขียนเป็นกลบท
    
    อัลมิตรายอมรับว่า ครั้งนี้ การตัดสินเป็นไปอย่างค่อนข้างลำบาก
    หากดูจากความยาวของเนื้องาน จะมีสามท่าน 
    บังเอิญคุณหนอนดุ๊กดิ๊ก มือโคลง มาแต่งกลอนกลบทกลอนคำตาย
    กลบทที่คุณหนอนเลือกเล่น ค่อนข้างยากในการใช้คำ
    แต่ก็น่าเสี่ยงเล่นเพราะคำแนนจะสูงกว่า ซึ่งคุณหนอนดุ๊กดิ๊กก็พยายามอย่างเต็มกำลัง
    อย่างที่บอกไว้ ในคห. ที่ ๓๔ จะเห็นได้ว่า เสียงท้ายวรรคผิดหลายแห่ง จึงต้องเป็นไปตามกติกา
    
    คุณแดดเช้า วางโคลงกระทู้โดยเลือกเล่นคำที่น่าทึ่งทีเดียว หนำซ้ำยังมากบท
    คำเป็น ยังเป็นทางเลือกที่ง่ายกว่าจะเลือก คำตาย มาเขียนเป็นโคลง เนื่องจากติดปัญหาที่คู่โท
    คุณแดดเช้าสามารถเลี่ยงคำตายได้อย่างมีโอกาส ทิ้งความให้เป็นแง่คิดอีกด้วย
    
    ส่วนคุณกวีปรณ์ คงไม่ต้องกล่าวถึงมดงานแสนขยัน จะเห็นได้ว่า เขาแวะมาเยือนทุกวัน
    (หลงซูเหน่ เจ้าของกระทู้หรือเปล่า .. ฮา..) ขนาดร่ำลากันแล้ว ก็ยังเห็นอักษรกันอีกแน่ะ 
    
    อืมม !! นั่งคิดมาตลอดวัน จะตัดสินอย่างไรดี 
    อัลมิตราได้รับหนังสือมาสามเล่ม ซึ่งคุณเชษฐภัทรแจ้งไว้ก่อนหน้าแล้วว่า ให้อัลมิตราหนึ่งเล่ม
    ดังนั้น เหลืออีกสองเล่ม คุณเชษฐภัทรเปิดโอกาสให้อัลมิตราเลือกที่จะมอบให้สมาชิกคนใดคนหนึ่ง
    และนี่ คือเหตุผลที่ทำให้อัลมิตรา ต้องวางหมากเป็นกลบท ให้ขบคิดกัน 
    
    เอาล่ะสิ ทีนี้ อัลมิตราเข้าตาจน .. จะทำเช่นไรดีหนอ
    หากให้ทั้งสามคน อัลมิตราก็ต้องอด .. (เรื่องใหญ่เชียวนะ ขอบอก...ฮา)
    
    บังเอิญเจ้าของหนังสือหมอนรองรางบนรถไฟฟ้าใจดี 
    อัลมิตราแค่เปรยว่า .. ขอหนังสือเพิ่มได้ไหม เห็นความตั้งใจของเพื่อนแล้วอยากให้ได้หนังสือกัน
    ดังนั้น สำหรับสามท่าน ที่อัลมิตราเอ่ยนามถึง ณ ที่นี้ อัลมิตราจะส่งหนังสือให้ค่ะ คงเป็นหลังปีใหม่
    
    มิตรภาพตราบสิ้นฟ้า
  • อัลมิตรา

    30 ธันวาคม 2548 22:29 น. - comment id 550385

    สำหรับคุณลักษมณ์ ผู้อุตสาหะเขียนโคลงกลบทโคลงคำตาย 
    อย่างที่อัลมิตราเคยเกริ่นไว้ว่า .. ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะคิดคู่โท
    ในที่สุดคุณลักษมณ์ก็เขียนจนได้ อย่างงดงามถูกใจคนโคลง
    
    อัลมิตราขอมอบของที่ระลึกแด่คุณลักษมณ์ด้วยเช่นกัน
    กวีนิพนธ์บนหมอนรองรางรถไฟฟ้า สำหรับคุณค่ะ
    
    มิตรภาพตราบสิ้นฟ้า ..
  • ลักษมณ์

    31 ธันวาคม 2548 08:07 น. - comment id 550401

    ให้ฉันท์ฯของคุณบินเดี่ยวฯด้วยดิครับ เพราะไม่ง่ายเลยที่จะเขียนได้ ถ้าให้ผมเขียนผมเขียนไม่ได้จริงๆนะ แค่ตรงหาคำคู่ลหุก็ยากสุดๆแล้วครับ
    
    ป.ล.เพิ่งได้เข้ามาเปิดูนี่แหละ แต่ยังไม่เห็นเมล์ของคุณอัลฯเลย ถ้ายังไงลองเข้าไปดูที่อยู่ผมในชื่อกลอน ดวงตะวันมิอาจส่องจวบจนสว่าง #79983 ก็ได้นะ เพราะผมเคยเขียนที่อยู่พร้อมพิกัดบ้านในgoogle earth เอาไว้ท้ายบทโคลงครับ (ไม่รู้ล่ะรีบเข้าไปดูด้วย)
    รอรับรางวัลอยู่นะ !!
    
    :]
  • อัลมิตรา

    31 ธันวาคม 2548 11:19 น. - comment id 550428

    ไม่ต้องห่วงคุณบินเดี่ยวหรอกค่ะ ..
     ประเดี๋ยวอัลมิตราจะส่งในส่วนของอัลมิตราให้เขาค่ะ 
    เท่าที่ขอมาตอนแรก ก็ขอมาแค่ 3 เล่ม
    
    เจให้อัลมิตรา 1 เล่ม และแบ่งให้เพื่อนสมาชิก 2 เล่ม
    ทีนี้อัลมิตราก็เลยขอเพิ่มอีก 2 เล่ม
    ให้คุณกวีปกรณ์ คุณแดดเช้า คุณลักษมณ์ คุณหนอนดุ๊กดิ๊ก .. 
    ส่วนคุณบินเดี่ยว ต้องรอให้อัลมิตราอ่านจบก่อน ..ฮา... 
    แล้วอัลมิตราจึงจะส่งไปให้เขาค่ะ .. 
    บางทีอาจจะไม่ต้องส่งไป เดี๋ยวเขาก็บินมารับเองที่กรุงเทพค่ะ
    
    :)
  • กวีปกรณ์

    31 ธันวาคม 2548 14:58 น. - comment id 550455

    พี่อัลครับ ไหน ๆ พี่ก็ตัดสินไปแล้ว 
    ผมขอเอางานไปเก็บไว้เป็นงานส่วนตัวนะคับ
    
    ขอบคุณไอเดียเจ๋ง ๆ นี้ 
    เพราะทำให้ผมเขียนงานหวาน ๆ ได้ง่ายขึ้น
    เพราะไม่งั้นคงไม่มีปัญญาเขียนงานได้มากมายขนาดนี้
    
    และขอบคุณทุกคนที่สนุกกันจนทำให้ผม มีแรงฮึดอย่างที่สุดนะคับ
  • อัลมิตรา

    31 ธันวาคม 2548 15:05 น. - comment id 550457

    คุณกวีปกรณ์ .. ได้สิ กลอนกลบทกลอนคำเป็นที่คุณเขียน เป็นของคุณ ค่ะ
  • หนุ่มอุบล

    8 มกราคม 2549 15:58 น. - comment id 551954

    อ่านแล้วชอบมากครับ
    
    ตายเป็นเห็นทั่วแท้   ในคน
    ดีชั่วตัวของตน           ที่รู้
    ใครเล่าเล่าหมู่ชน      สอนสั่ง  ได้นา
    ใจจ่อก่อดีสู้                ต่อสร้างก่อนตาย
  • ลักษมณ์

    29 สิงหาคม 2549 21:28 น. - comment id 602199

    ขบคิดประดิษฐ์โน้ต............อวดนุช
    นึกอยากจะพักหยุด............จิบโค้ก
    แจกเค้กกับสมุด................ชุดโปรด
    กลับเกิดจะอ้วกโอ้ก............เปรอะเชิ้ตสุดรัก
    
    36.gif
    มาทำความบริบูรณ์ให้ปรากฏ
    แก่ใจผู้เขียนเป็นครั้งสุดท้ายครับ
  • ลักษมณ์

    29 สิงหาคม 2549 22:28 น. - comment id 602228

    46.gif
    :]
  • แจ็ก

    30 มิถุนายน 2554 10:47 น. - comment id 1039022

    คิดถึงเธอเพ้อห่วงหา
    ทุกเวลายังคิดถึง
    ไม่ต้องยิ้มไม่ใช่มึง
    ที่คิดถึงคือกิ๊กกู49.gif62.gif37.gif38.gif67.gif
  • มีน

    30 มิถุนายน 2553 17:43 น. - comment id 1142139

    10.gif10.gif15.gif57.gif74.gif
  • smd

    4 สิงหาคม 2553 17:33 น. - comment id 1149776

    ทำการบ้านไม่ได้เลยเปิดดู   60.gif51.gif28.gif1.gif74.gifขอบใจนะ
  • เบญญา ศิรินิคม

    18 สิงหาคม 2553 17:02 น. - comment id 1151842

    น่าจะมีข้อมูลเรื่องคำเป็นคำตายมากกว่านี้57.gif
  • เด็กเรียน

    26 กันยายน 2553 09:04 น. - comment id 1158720

    แจ๋วไปเลย  มีสาระดีมาก   น่าจะเพิ่มข้อมูลคำเป็น-คำตายมากขึ้นเยอะๆๆๆ
  • 10 พฤศจิกายน 2553 18:07 น. - comment id 1167974

    ก็เจ๋งดี
     แต่ขอข้อมูลมากกว่านี้อีกนิดนึง
     ก็ยังดี
     แต่นี้ก็okแล้ว
    42.gif1.gif
  • พี่wine พี่ไวน์

    10 พฤศจิกายน 2553 19:40 น. - comment id 1168008

    I ไม่เข้าใจ      
    
    
    
    ดูยังไง48.gif7.gif25.gif
  • เอก

    28 ธันวาคม 2554 17:29 น. - comment id 1219141

    รู้เรื่องมากค่ะ1.gif4.gif5.gif6.gif7.gif8.gif11.gif12.gif13.gif16.gif17.gif19.gif20.gif27.gif28.gif
  • piya

    14 มกราคม 2556 14:49 น. - comment id 1253642

    kgyfrttuoyouiyuygnokzouhfdrt31.gif41.gif27.gif21.gif15.gif8.gif6.gif55.gif57.gif37.gif16.gif27.gif12.gif9.gif69.gif63.gif
  • หมวยเล็ก

    19 มีนาคม 2556 13:15 น. - comment id 1256839

    หนูว่ามันน่าสนใจ จะลองไปแต่งอะนะ40.gif4.gif8.gif58.gif74.gif55.gif1.gif
  • นู๋นุ่น

    19 มีนาคม 2556 13:18 น. - comment id 1256840

    เค้าแต่งกันยังงัยอะ ม.2 ยังแต่งมะเปนเรยงะ7.gif28.gif27.gif24.gif48.gif54.gif53.gif

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน