21 พฤษภาคม 2551 16:10 น.

กิน

ส่องหล้า

กินผักสดลดพุงที่อ้วนพลุ้ย
ลดความตุ้ยนุ้ยเป็นเจ้าเนื้อ
เส้นเลือดตีบตันใจสั่นเครือ
หัวใจเริ่มเบื่อไม่ทำงาน

กินหมูหมูแพงคนกินพ่าย
ยอมอด...เบื่อหน่ายรสอาหาร
วาดรูปหมูชิ้นใหญ่ไว้ใต้จาน
เพื่อครบถ้วนหมู่อาหารของการกิน

น้ำมันพืชแสนแพงทอดแล้วทอด
ลองปิ้งย่างไฟมอดรสนุ่มลิ้น
เบื่อของทอดมีแต่ทอดทอดจนชิน
เผาปิ้งย่างโชยกลิ่นกรุ่นโอชา

หุงข้าวสวยข้าวสุกให้พร้อมสรรพ
ข้าวอุ่นอุ่นนุ่มรับกับชิวหา
เหยาะเหยาะคลุกคละเคล้าด้วยน้ำปลา
ความมั่งมีใช่ปัญหาของคนจน

ทัพพีเดียวเคี้ยวนานนานอาหารน้อย
เล็มละเลียดอย่างอร่อยคราขัดสน
แต่ละคำกินกลืนใช่ฝืนทน
เคี้ยวน้ำปลาแหลกป่นไม่กลัวเปลือง

ยุคข้าวยากของกินแพงค่าแรงถูก
ยุคน้ำมันน้ำมูกที่หนักเขื่อง
ยุคสว่างทางสบายแต่ในเมือง
ยุคคนกินเปล่าเปลืองยังอิ่มเอม


คนจนจนทำงานหนักแต่กินน้อย
แม้เรี่ยวแรงถดถอยเลือดยังเข้ม
ชุ่มฉานฉาบสาปเหงือเจือความเค็ม
เลือดในกายเปี่ยมเต็มด้วยน้ำปลา....

แม้หัวใจเปี่ยมเต็มด้วยน้ำตา...				
14 พฤษภาคม 2551 09:29 น.

โลกพิโรธ

ส่องหล้า

นกยูง...กลางลมพายุโหม
ถาโถมถูกทำลายทุกปลายขน
เกลื่อนนองซากซับกับมณฑล
ร่วงหล่นน้ำตาตกราย

ฤาว่าโลกพิโรธแล้ว
ทั่วทุกแนวล่มสลาย
ยิ่งกว่าทุกข์ในความตาย
เมื่อผู้คนสูญสลายทั้งแผ่นดิน

เป็นมหาพายุอันดุเดือด
ชะล้างร้อนด้วยเลือดกลางแหว่งวิ่น
จมคนจนใต้ฟ้ามหาแผ่นดิน
โหมพายุโถมถิ่นท่วมถึงใจ

มวลมนุษย์มองทุกข์สะเทือนโลก
โถมทับด้วยความโศกสะเทือนไหว
พลัดพากจ่อมจมระทมไกล
ความทุกข์ท้นจะแก้ไขอย่างไรกัน....

มิทันทุกข์จะจางในทางทุกข์
มิทันส่งความสุขดับโศกศัลย์
พระธรณีสะเทือนทับดับโลกันตร์
โยกขยับไหวสั่นสะเทือนเมือง

ภูผาหินลายมังกรสะท้อนโศก
เมื่อแผ่นดินไหวโยกทุกข์หนักเขื่อง
ล้มครืนพังทลายไปทั้งเมือง
พื้นแผ่นดินก็นองเนืองด้วยน้ำตา....

จะหนีทุกข์ให้พ้นทุกข์ไม่จางทุกข์
อยู่ที่ไหนจึงจะสุขที่ใต้ฟ้า
หรือทุกข์อยู่คู่โลกเป็นธรรมดา
หรือมนุษย์เดินฝ่าไปหาทุกข์...				
18 เมษายน 2551 16:37 น.

ใส่บาตร

ส่องหล้า

พุทธ-ธรรมพรั่งพรูสุ่มนุษย์
ทิพย์พิสุทธิ์แสงทองที่ส่องฉาย
ปลุกมนุษย์ตื่นขึ้นจากอบาย
ชำระสิ่งเลวร้ายในใจตน

ตักข้าวหอมน้อมจิตอธิษฐาน
พุทธ-ธรรมชุ่มฉานไปทั่วหน
สุกสว่างกระจ่างใสในมืดมน
ข้าวทุกเม็ดฉ่ำล้นด้วยแสงธรรม

ดวงตาวันส่องนำธรรมวิมุติ
ใสพิสุทธิ์บนทางสว่างล้ำ
บรรเจิดแจ่มประจักเป็นหลักนำ
เคยมืดดำก็สว่างกระจ่างจินต์

ทิ้งอัตตาตัวตนที่ยึดติด
นฤมิตรปรุงแต่งกลับแหว่งวิ้น
ปลดปลงลงกลางธุลีดิน
ดับสิ้นทุกข์-สุข บนทุ่งธรรม

ตักข้าวหอมน้อมจิตอธิษฐาน
แด่พุทธะผู้นิพพานสงบล้ำ
แด่มหามวลโลกที่มืดดำ
จักสว่างด้วยธรรมอันเป็นทาน

จึ่ง...พุทธ-ธรรมพรั่งพรูสู่มนุษย์
บริสุทธิ์เจิดจ้ามหาศาล
ละวางละวางระหว่างกาล
ก่อนชีพละล่วงผ่านธุลีดิน.				
12 ธันวาคม 2550 15:08 น.

เสรีภาพน้ำแกง

ส่องหล้า

ลมร้อนพัดไกวใบไม้แกว่ง
ตะวันแดงอัสดงลงเหลี่ยมเขา
ควายทุยร่วมสู้อยู่เคียงเรา
สู่ลำเนาเคหาเมื่อฟ้ายัง

มอดอาทิตย์กองไฟยังไม่มอด
สุมฟืนสอด-สนั่นลั่นดานรั้ง
ผิงไฟสุมฟืนฟื้นพลัง
อุ่นความหวังเสรีภาพอาบท้องนา....

กรุ่นการเมืองส่องแสงเสรีภาพ
ทาบเมืองสีเทาทะมึนฟ้า
ซ่อนกลกุมกาลเข้าทับทา
ส่องแสงเจิดจ้าท้าตาวัน

ทั่วเมืองโอฬารตระหง่านคลุม
สอดกุมสำทับขยับสรร
ทุ่มทุนปูทางสร้างประชัน
ทุนนิยมเต็มขั้นในชั้นเชิง

คนเขื่องเมืองแข็งเปลี่ยนแปลง-รักษ์
กอบสินคืนศักดิ์ทะลวงเหลิง
ดับทุนทุ่มทางดับเปลวเพลิง
เข้าคลองนองเจิ่งความเพียงพอ

หม่นแสงพร่ามัวสลัวส่อง
คลุมฟ้าสีทองให้ทุกข์ท้อ
เสรีภาพอำไพไฉนรอ
ประชาชนร้องขอฟ้าสีใด

ปวงชนได้สิทธิ์มาโดยชน
เงาปืนคลุมหนเข้าแก้ไข
ยื่นสิทธิ์เสรีอธิปไตย
เสรีภาพสอดไส้กระบอกปืน

ต่างฝ่ายต่างอ้างประชาชน
ชาวบ้านอับจนการขัดขืน
อธิปไตยโดยใดที่ดื่มกลืน
ขมขื่นหมกเม็ดเผด็จการ

ลมเย็นโชยอ่อนที่ปลายทุ่ง
ควายทุยมิมุ่งกระหายหาญ
คลุกโคลนเคี้ยวเอื้องมิรู้กาล
เสรีภาพเบ่งบานหรือร่วงโรย

แท้จริงสิทธิเสรีภาพ
คือเหงื่ออุ่นอาบแห้งระโหย
จากแรงด้วยมือที่หว่านโปรย
หยั่งรากดิ่งโดยน้ำมือชน

ก้อนเส้าสุ่มไฟเดือดไอข้าว
หอมกลิ่นกรุ่นพราวไปทั่วหน
เม็ดข้าวปลูกมาด้วยมือตน
สุขล้ำฉ่ำล้นด้วยเรี่ยวแรง

มอดอาทิตย์กองไฟยังไม่มอด
สุมฟืนสอดสว่างกระจ่างแสง
เปิบข้าวกลืนอุ่นกรุ่นไฟแดง
กำซาบรสน้ำแกงเผด็จการ				
12 พฤศจิกายน 2550 20:30 น.

วิชาแรก..แบกหาม

ส่องหล้า

แบกตำราหนักหนักจนหลังโก่ง
ใจดวงน้อยผูกโยงด้วยความหวัง
ไปเล่าเรียนตำราพะรุงพะรัง
สามสี่ขวบเริ่มปลูกฝังเรื่องการเรียน

เสื้อผ้าใหม่สีสวยเป็นแบบสม
รองเท้าใหม่แบบนิยมทั้งเครื่องเขียน
พี่ให้น้องรับของพี่แบบวนเวียน
หมดสมัยแปรเปลี่ยนไม่ปะปน

มีรถรับรอคอยคุมบังคับ
มีคนขับคนส่งไม่สับสน
ตื่นให้ทันก่อนไก่ร่ายเวทมนตร์
รีบไปหลับกลางหนบนเส้นทาง

กินอาหารแบบฝรั่ง- ดั้งสยาม
ทิ้งข้าวสวยคาชามแห้งเกรอะค้าง
ขนมปังไส้กรอกอุ่นอิ่มจาง
เร่งรีบกิน-ดื่มอ้างแข่งเวลา

เรียนแต่เช้ายันเย็นเข็ญปรุงเคี่ยว
เสริมพิเศษรวดเดียวเก็บเกี่ยวคว้า
หมดวิถีวิ่งเล่นเช่นธรรมดา
สู่วงจรไขว่คว้าของสังคม

แบกชีวิตหนักหนักจนหลังโก่ง
หัวใจหนึ่งเชื่อมโยงเข้าห่อห่ม
แบกภาระการศึกษาแบกทุนนิยม
แบกค่าเทอมแบกเพาะบ่มจนบ่าบวม....				
Calendar
Lovers  2 คน เลิฟส่องหล้า
Lovings  ส่องหล้า เลิฟ 1 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟส่องหล้า
Lovings  ส่องหล้า เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟส่องหล้า
Lovings  ส่องหล้า เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงส่องหล้า