29 มีนาคม 2554 08:54 น.

หนึ่งระยะ..ระหว่าง..ความห่างหนึ่ง

จ้อง - เจรียงคำ

...........     ๑      ...........

หนึ่งระยะ..ระหว่าง..ความห่างหนึ่ง
จากฉันถึงเธอไกล การไปหา
กำลังถูกโดยสารสู่บ้านนา
ตะบึงหลายแรงม้าอยู่ช้านาน

หากแต่ระยะทาง...ระหว่างถึง
ไม่มีหนึ่งระยะห่าง...ระหว่างฐาน-
ความคิดถึง ฉัน-เธอ เสมอมาน
แนบชิดปาน ทั้งปวง ดวงเดียวเป็น

ระหว่างล้อรถแล่นแกนเพลารอบ
จึงหมายมอบโดยจิตแต่คิดเห็น-
ดวงหน้าคนปลายทางข้างดวงเพ็ญ
ให้ชุ่มเย็นเหมือนอย่างเคียงข้างยืน

อาจคงอีกนานเอนระเนนเบาะ
แต่ใจเคาะเปิดแง้มเปี่ยมแช่มชื่น
แม้กลางดึกมืดดำกลบค่ำคืน
มิอาจพอแผ่ผืนกลืนแววตา-

ที่เปี่ยมทั้งหวังแววท้นแนวเนตร
กระจายเขตกระจ่างไปข้างหน้า
ถึงร่างที่เอนพิง เพลีย, นิ่ง, ล้า
แต่เติมจินตนา..สารพัน

คืนที่บรรยากาศ..อาจคว้างเคว้ง
แต่กลับดูครื้นเครงหฤหรรษ์
แม้แทบทุกที่นั่ง..หลับทั้งคัน
ไม่เงียบงันเครื่องยนต์กล่อมดนตรี

เสมือนดังสั่งลาเมืองฟ้ามุ่ง-
สู่บ้านทุ่งหนแห่งน้อยแสงสี
หัวใจคนพลัดถิ่นกลับยินดี
หลังจากที่จำร้างเพื่อสร้างตัว

       ..........   ๒   ..........

ค่ำคืนแสนยาวนานกว่าผ่านพ้น
สภาวะกมล...ร้อนรนทั่ว
เฝ้าจดจ่อรอจนแทบหม่นมัว
เริ่มระรัวหัวใจเต้นไหวชัด

เมื่อเข้าเขตคดเคี้ยวเปลี่ยววิเวก
เข็มผ่านเลขเวลารอบหน้าปัด
ผู้โดยสารแทบหมดจากรถบัส
ณ จังหวัดสุดสายเกือบชายแดน

      ..........    ๓    .........

เพียงห้าปีที่ผ่าน..ยาวนานนัก
ที่ฉันหักใจยอมลาอ้อมแขน
พร้อมคำมั่นที่มอบ..หวังตอบแทน
เธอผู้แสนดีพร้อมโอบอ้อมใจ

อรุณรุ่งทุ่งเขียว..ด้วยทิวข้าว
ฉันลุกเดิน..ด้วยก้าว..เช้าวันใหม่
หอมดินกรุ่นอุ่นแผด..ของแดดไอ
หอมแต่ไกลกลิ่นฝัน..ของฉัน-เธอ

สัมภาระอะไร..มีไม่มาก
นอกเสียจาก สินสอด ยอดเสนอ
จากน้ำอดน้ำทนจนพบเจอ
ฝันเลิศเลอ..เราสองปองวิวาห์

การรอคอยเหมือนคล้าย..วูบหายวับ
ภาพเธอยืนรอรับมือซับหน้า
เช็ดหยดชื้นตื้นตัน..การกลับมา
ตามคำมั่น..สัญญา..ครบห้าปี

หนึ่งระยะระหว่าง..ความห่างหนึ่ง
จากฉันถึงเธอนั้น..สั้นเต็มที่
และกำลังสิ้นลง..ณ ตรงนี้
เมื่อเราคลี่แขนสอด...สวมกอดกัน

     ........     ๔    ........

สุดระยะระว่างความห่างแล้ว
เมื่อตาแววฉายพบบรรจบฝัน
กลางแขกเหรื่อพร้อมหน้า..วิวาห์วัน
ก่อนจุมพิตยืนยัน..ฉันรักเธอ

         ...................

ต่อสักขีพยาน..จวบนานวัน
จากนี้จนนิรันดร์..มั่นรักเธอ


~ ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๔ ~				
11 มีนาคม 2554 17:00 น.

รักสามเส้า..เราร้าง..หรือสร่างสิ้น

จ้อง - เจรียงคำ

โอ้แม่ดอกรักซ้อน..น้องร่อนกลีบ
โรยรารีบร่วงลงจำนงแน่ว
สุคนธ์ชื่นรื่นฤดีไร้วี่แวว
สุดท้ายแคล้วคลาดสิ้นเพียงกลิ่นจาง

ดอกรักเอยเคยถนอมให้ยอมงอก
รู้ทั้งรู้ชูดอก..นอกกระถาง
ลืมผิด,ชอบ ครอบงำเร้นอำพราง
แต่สุดท้ายปลายทาง..คือร้างไร้

โอ้อุตส่าห์ทอดต่ำโน้มลำต้น
จากเบื้องบนทิ้งศักดิ์..ถือรักใคร่
คลี่กลีบหอมยอมหาบ..ผิด,บาป ไว้
ยอมถูกไฟตัณหาหลอมอารมณ์

สุขนาฏกรรม...ควรดำเนิน
แต่!มิอาจล่วงเกิน..ความเหมาะสม
ดอกรักซ้อนซ่อนไว้ให้หมายชม
กลีบไหวร่วงควงลมกองถมดิน

โศกนาฏกรรม..แห่งน้ำเน่า
รักสามเส้า..เราร้าง..หรือสร่างสิ้น
ยากตัดห้วงห่วงหวามความเคยชิน
โอ้ทว่า อ้าถวิล..กลิ่นดอกรัก

มิอาจเชยชมชื่นยืนแนบน้อง
มิอาจมองสองดวงเนตรตวงตัก
มิอาจเชยชมชิดพิศดวงพักตร์
มิอาจหักจิตพลัน..ได้ทันที

ยามดอกรักกลีบลิ่วปลิดปลิวร่วง
โลกทั้งดวงเปลี่ยนแปลงหม่นแสงสี
กลีบดอกเกลื่อนเหมือนกรรมบีบย่ำยี
แต่ทุกกลีบล้วนมี..พิสุทธิ์พราว

เผชิญโลกโชคดี..เถิดที่รัก
น้อยบุญนักพรากครองแนบน้องสาว
ทั้งที่รักสุดมานแนบนานยาว
ควรถึงคราวปิดฉาก..จากนี้ไป

แต่ไฉนใจเอ๋ยจึงเผยปวด
โอ้ร้าวรวดเกินนี้มีอีกไหม?
น้องขายต่อคอนโด..โถน้ำใจ
ขายเมียพี่..ทำไม..ไม่บอกกัน

จ้องเจ้าของคอนโด..โถทรามวัย
จะบอกเขาอย่างไร..คิดไม่ทัน..


~ ๑๑ มีนาคม ๒๕๕๔ ~				
2 มีนาคม 2554 12:54 น.

น้องคือดอกรักซ้อน..เมื่อตอนสาย

จ้อง - เจรียงคำ

อาจดูเหมือนหมางเมิน..เกินไปนิด
อาจดูเหมือนความคิด..ไม่เคยถึง
อาจดูเหมือนผ่านเลยเฉยบึ้งตึง
อาจเหมือนหนึ่งไม่เห็นเป็นสำคัญ

แต่ลึกลึกลงไป..ใจเล็กเล็ก
มิใช่เหล็กหล่อนูนหรือปูนปั้น
ปรารถนาภายในห้วงใจนั้น
แอบผูกพันกลายกลายทางสายตา

สิทธิ์มิอาจเผยออกแย้มดอกรัก
เพียงพักพัก เผลอไผล..มองใบหน้า
เพียงคิดคิด ไขว้เขว..บางเวลา
เพียงแอบหวง ห่วงหา..บางท่าที

วาสนาน้อยเอย..เคยร่วมสร้าง
จึงต้องร้าง-ห่างหน..คนละที่
ยิ่งเห็นสายตาน้องมองอย่างนี้
ราวสุมดวงฤดี..พี่ทรมาน

เมื่อเปลวเพลิงเริงล่อโหมก่อเลศ
โชนรอบเขตเก็บเชื้อ..เอื้อเพลิงผลาญ
องศาร้อนต้อนไล่เผ่าไหม้นาน
เจียนแทบจุดต้านทานทางความร้อน

แม้นดูเหมือนว่าพี่ไร้ทีท่า
โปรดสายตาอย่าทอดอย่างออดอ้อน
แม้นดูเหมือนเงียบงันมิสั่นคลอน
ก็โปรดอย่าเว้าวอนด้วยวาจา

หากแต่พี่ประสงค์ซ่อนกรงเล็บ
และชักเก็บหัวใจการไล่ล่า
แต่หากน้องนั้นหมายคิดทายท้า
เสืออาจเลือดขึ้นหน้าไร้ปรานี

ที่ดูเหมือนหมางเมินเกินไปนิด
ทั้งที่จิตคิดจองเป็นของพี่
หาใช่เพราะชิงชัง...แต่หวังดี
มิอยากทำย่ำยีราคีคาว

ตัดใจแต่วันนี้..น้องที่รัก
ลุกตั้งหลักเสียใหม่ก่อนใจก้าว
อาจความจริงยิ่งยวด..ความปวดร้าว
เก็บความรักสีขาว..พร่างพราวไว้

พรหมลิขิตสำรอง ..อาจหมองหม่น
เกินกว่าทนยิ้มรื่นหยิบยื่นให้
ถึงดอกรักปักจองเต็มสองใจ
เราต่างรู้ใช่ไหมไกลเกินจริง

โปรดเข้าใจท่าทีของพี่บ้าง
มีฐานะไม่ต่าง..เจ็บอย่างยิ่ง
ครอบครัวต้องมีหลักให้พักพิง
มิอาจทิ้งลาล้มให้ตรมตรอม

น้องคือดอกรักซ้อน..เมื่อตอนสาย
กลิ่นกำจายโชยฟุ้งจรุงหอม
สุดหลงใหลใฝ่ชมฝันดมดอม
พวงพะยอมแย้มยั่วก็กลัวช้ำ

จึงจำใจจากจรแต่ตอนต้น
อเวจีสีหม่นบนคืนค่ำ
สิ้นตรงจุดนัดพบจบเงื่อนงำ
ใต้ราตรีสีดำหน้าคอนโดฯ

....................................

ตัดใจจบหลบเลี่ยงก่อนเพลี่ยงพล้ำ
ตัดใจจำอำลาหน้าคอนโดฯ


~ ๒ มีนาคม ๒๕๕๔ ~				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟจ้อง - เจรียงคำ
Lovings  จ้อง - เจรียงคำ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟจ้อง - เจรียงคำ
Lovings  จ้อง - เจรียงคำ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟจ้อง - เจรียงคำ
Lovings  จ้อง - เจรียงคำ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงจ้อง - เจรียงคำ