21 มกราคม 2554 15:10 น.
จ้อง - เจรียงคำ
เสียงเจี๊ยวจ๊าวจอแจคนแออัด
แน่นขนัดล้นลานถึงด้านหน้า
ยังมีอีกไม่น้อยทยอยมา
ประเมินด้วยสายตาร้อยกว่าราย
ครั้นจะฝ่าฝูงชนคนคลาคล่ำ
เกรงหัวทิ่มหัวตำคะมำหงาย
ยืนเก้เก้กังกังแถวรั้งท้าย
ห่างที่หมายหลายเมตรนอกเขตรั้ว
ชะเง้อมองชะแง้แต่ฟ้าสาง
จนตะวันคล้อยห่างเคลื่อนกลางหัว
เพียงเพิ่งจะเขยื้อนออกเคลื่อนตัว
พ้นสระบัวด้านในได้ไม่นาน
นิ้วมือกุมชุ่มเหงื่อซอกเนื้อง่าม
ดอกไม้งามถือฝากมาจากบ้าน
คล้ายเริ่มท้อช่อดอกออกอาการ
น่าสงสารเฉาช้ำทั้งกำมือ
เมื่อตะวันผันจนเลยพ้นเที่ยง
ฉายแดดเปรี้ยงเฉียงเฉียดคนเบียดอื้อ
ถึงตัวบ้านด้านหน้าแทบตาปรือ
แต่ยังถือมาลีช่อสีแดง
ค่อยกระเถิบเขยิบกับ..ขยับเขยื้อน
ค่อยค่อยเคลื่อนผ่านแถวพ้นแนวแสง
ค่อยยังชั่วตัวชื่นพอฟื้นแรง
ค่อยตะแคงข้างตนพ้นประตู
ยืนชะโงกโยกหา...ขาเขย่ง
ตาแลเพ่งพลันถลาไปหาตู้
เฮ้ยคนผลักอยู่ไหนอย่าให้รู้
ขบฟันขู่ขณะ..จิตอภัย
เดชะบุญโชคมีพอดีเป๊ะ
ปลายเท้าเตะขาเตียงเอียงไถล
เซถลาถาแถกพุ่งแหวกไป
สบตาใสกลมสวยจ้องงวยงง
ยอมือไหว้วันทาสารทิศ
ขออภัยเพียงศิษย์คิดประสงค์
เยี่ยมป่วยแต่ที่โกยมาโดยตรง
ถูกเท้าใครถีบส่ง..บรรจงจัง
บิดตัวงอพอแต่เพียงแก้เก้อ
เอี้ยวชะเง้อช้อนแขนนวดแผ่นหลัง
แต่พองามตามหลักอีกสักครั้ง
ก่อนขดนั่งเยี่ยมป่วยด้วยห่วงใย
อวยพรครูด้วยคนพ้นเจ็บป่วย
เอาใจช่วยยามยากพ้นจากไข้
ให้ดีวันดีคืน ฟื้นเร็วไว
จากหัวใจ..ดวงนิด...ศิษย์รักครู
ช่อมาลีสีแดงแฝงด้วยรัก
อาจคอหักเหี่ยวไปไม่ควรคู่
แต่ห่วงใยเต็มลานบานน่าดู
ที่ยังชูช่อสดสวยงดงาม
~ ๒๑ มกราคม ๒๕๕๔ ~
20 มกราคม 2554 14:50 น.
จ้อง - เจรียงคำ
จำได้ไหมวันแรกที่ฉันทัก
คือวันรักแรกพบ...อยากคบหา
จำได้ไหมแววแรก..สบสายตา
คือแววเปี่ยมปรารถนา..ที่อาทร
เธออาจเห็นฉันเป็นคนแปลกหน้า
เป็นคนกล้าพิกลคนกะล่อน
เป็นคนชอบพูดมากคนปากบอน
จนลืมสิ่งที่ซ่อน..ลึกข้างใน
ฉันภูมิใจที่ฉันกล้าไปทัก
ได้รู้จักต้นเหตุให้หวั่นไหว
เป็นก้าวที่เปลี่ยนฉันให้เปลี่ยนไป
เป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต
ถ้าเสี้ยวตัดสินใจในวันนั้น
เมินสัมพันธ์คงนึกรู้สึกผิด
คงพลาดแก้วมณีมาแนบชิด
สูญเสียสิทธิ์ประจักษ์ถ่องรักแท้
คนพูดมากปากบอนตอนแรกพบ
เธอเลี่ยงหลบ..ลึกลึก..รู้สึกแย่
เพราะมั่นจึงแวะเวียนมิเปลี่ยนแปร
จนเธอเผลอพ่ายแพ้ความตั้งใจ
เมื่อประตูสู่ใจเธอไม่ปิด
จึงโอกาสหัวจิตเปิดชิดใกล้
คนที่ไม่เข้าท่ามากกว่าใคร
เธอเห็นแล้วใช่ไหมความทุ่มเท
แม้ผ่านมาแสนนาน...ไม่ผ่านพ้น
ตรึงเต็มห้วงกมลมากล้นเล่ห์
และตราบชั่วชีวาตม์คาดคะเน
ใจสดับรักเห่..เหนือเวลา
จำได้ไหมวันแรก..ที่ฉันทัก
คือวันรักแรกพบ..อยากคบหา
และจำไว้..ทุกวารที่ผ่านมา
ฉันยังคงรักษา..สัญญารัก
จากวันนั้นจนถึงซึ่งวันนี้
ความรู้สึกแสนดียังแน่นหนัก
แม้มิอาจคำรบย้อนสบพักตร์
แม้เราจักจากพ้น..คนละทาง
เธอคิดถึงเหมือนฉันคิดถึงไหม
จะเพราะด้วยสิ่งไหนทำไกลห่าง
เยื่อใยความผูกพันอันเบาบาง
ไม่มีวันเลือนราง....แม้ต่างภพ
ครบรอบวันพรากกายเธอวายวาง
ประทับร่าง............สู่สุคติภพ
~ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๔ ~
18 มกราคม 2554 16:29 น.
จ้อง - เจรียงคำ
เล่า..นิยามความรักเคยถักไว้
ฤๅ สิ่งไหนหนอหยัดบรรทัดฐาน
หรือเป็นไปไร้ทิศพิสดาร
ไหนแก่นสารนิยามไหนความจริง
ถ้าความรักนั้นหรือคือการให้
แล้วทำไมช้ำชอกเพราะกลอกกลิ้ง
เอาอะไรไหนบ้างมาอ้างอิง
ก็ยากยิ่ง..นิยามหนอความรัก
เห็นกระทำลำเอียงไม่เที่ยงแท้
เห็นก็แต่ปะทุอุปสรรค
มโนรมย์สมมาดสุดคาดนัก
สิ้นหลัก..สิ้นแหล่ง..แห่งหัวใจ
ไหนว่ารัก..บริสุทธิ์..ใสสะอาด
เห็นเกลื่อนกลาดตัณหา..กับสาไถย
เป็นกับดักโสมมสังคมภัย
เป็นข้ออ้างสนองใคร่..ให้ดูดี
นิยามรักของใครก็ของมัน
แต่ของฉันบัดซบ..กับบัดสี
หน้ากากสวย..สวมทับความอัปรีย์
บนวิถีดิบหยาบ..สุภาพชน
นิยามรักของใครก็ของใคร
พูดกันไปนานา..ขออย่าสน
ผู้ที่หัวใจพังทั้งกมล
เล่านิยามของตน เพียงแค่นี้
- ๑๘ มกราคม ๒๕๕๔ -
13 มกราคม 2554 09:19 น.
จ้อง - เจรียงคำ
หนึ่งหนุ่มน้อยลอยยิ้มริมหน้าต่าง
มือเท้าคางกรุ้มกริ่มหวานยิ้มฉ่ำ
โต๊ะหนังสือนั่นล่ะ!..ที่ประจำ
เขียนถ้อยคำสื่อสารถึงหวานใจ
เสร็จสรรพกิจกรรม ประจำวัน
ตระเวนฝันทั้งที่มิหลับใหล
วางกระดาษวาดคำเวิ้งอำไพ
โปรยยิ้มใหญ่ยิ้มน้อยหลายร้อยตอน
ถอดข้อความของใจ...เป็นลายลักษณ์
บรรยายแทนแน่นหนัก...เป็นอักษร
คะนึงโดยโหยหา...หว่านอาวรณ์
บอกก่อนนอนทุกวัน...ฝันถึงเธอ
เขียนประดิษฐ์ขีดประดับกับดินสอ
ลายเส้นต่อแต้มคละนำเสนอ
ศิลปะบังเกิด..ล้วนเลิศเลอ
เพียงเพราะเพ้อผ่านพร่ำ...โอ้คำรัก
คำขึ้นต้นตื่นเต้น...เพราะเฟ้นร่าย
คำลงท้ายตรึงทรวง...เพราะหน่วงหนัก
คำ ปล. ต่อหน่อย...หวานย้อยนัก
หนอทะลักล้นสู่...เธอผู้รับ
ระหว่างวันเว้นว่างระหว่างห้วง
อันทิ้งช่วงหนึ่งรอบการตอบกลับ
เฉิดหวังทอส่อแล้วฉายแวววับ
หนึ่งฉบับนับผ่านล้านคำนึง
มนตร์เสน่ห์เล่ห์พจน์แห่งจดหมาย
คือขอบข่ายห้วงจิตเฝ้าคิดถึง
คือการจดจ่อคอยถ้อยคำซึ้ง
และวันหนึ่งเหมือนว่ายิ้มหน้าบาน
เมื่อคอยรอส่อผินมาสิ้นสุด
เมื่อบุรุษไปรษณีย์มาที่บ้าน
เมื่อยื่นรับกับกมลระลนลาน
และเมื่ออ่านอวดตาจ่าหน้าซอง
ยิ้มแก้เขินเดินปรี่ไปที่ลับ
ใจขยับเต้นถี่ทั้งสี่ห้อง
ตาเขม็งเล็งวางไม่ห่างมอง
หัวใจพองเปิดอ่านซาบซ่านแท้
แต่!..บัดนี้....อรรถรส...แห่งจดหมาย
กาลล่วงกลายเป็นจุณพร้อมรุ่นแม่
ยุคโลกาภิวัตน์คนอัดแอ
เขาสนแค่เคลื่อนขับเร็วฉับไว
ช้าเป็นเต่า(สูงวัย)...ขัดใจโจ๋
แค่เน็ทหลุดพุทโธ่...โก๋ไม่ไหว
จึงเกลื่อนทั่วหัวอกสุมหมกไฟ
สูบฉีดไปในเลือด...ผู้เดือดดาล
กรอบกำหนดจดหมาย หลายวันรอบ
ที่เขียนตอบด้วยมือผู้สื่อสาร
และบรรจงลงส่วนกระบวนการ
ย่อมแทรกผ่านจิตผู้...เรียนรู้คอย
มนตร์เสน่ห์เล่ห์พจน์แห่งจดหมาย
นิยมหายกลายเห็นเป็นต่ำต้อย
จึงเก่าแก่ทิ้งซองเพียงร่องรอย
และทยอยถอยนำ..ถมตำนาน
...............................................
หนึ่งหนุ่มใหญ่วัยลุงลงพุงแล้ว
ยืนอมยิ้มตาแววแต่เปี่ยมหวาน
ริมหน้าต่างโต๊ะนั่น..คล้ายวันวาน
เขาหยิบอ่านจดหมาย..ป้าสายบัว!
- ๑๓ มกราคม ๒๕๕๔ -