26 พฤศจิกายน 2553 12:14 น.
จ้อง - เจรียงคำ
สัจธรรมชีวิต..คิดไม่ตก
นัดหัวอกถกนึกตรองตรึกไข
วัฏจักรหลักธรรมโผล่รำไร
สรรพสิ่งนั้นไซร้..ใช่ของเรา
เมื่อเกิดมาตาใสตอนวัยซื่อ
เปลือยล่อนจ้อนนั้นหรือมามือเปล่า
กระทั่งนาม มนุษย์ สมมุติเอา
ไฉนเจ้าเรียกร้อง..นั่นของตน
สัจธรรมคำว่า ธรรมชาติ
ใครต่างล้วน..สามารถ..หมายมาดผล
แต่มนุษย์สุดที่จะสัปดน
ชอบฉ้อฉลยึดครองเป็นของตัว
และมนุษย์นิยม..ภิรมย์สวาท
เผลอเป็นทาสอาจเสีย เรื่องเมีย-ผัว
หากมักมากกามกลจนเมามัว
ความสุขในครอบครัว..หาไม่มี
การถือครองของมนุษย์จงสุจริต
ประพฤติผิดครรลอง..ย่อมหมองศรี
ได้กำเนิดประเสริฐล้ำ..คือทำดี
ประดับที่ชีวิต..ก่อนปลิดปลง
สัจธรรมคำกลอนอักษรกล่าว
ชี้เรื่องราว..อัตตะเพียงประสงค์
ให้มนุษยธรรมเฉิดดำรง
อยู่ยืนยง เหนือวัตถุ..ที่ผุพัง
๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๓
11 พฤศจิกายน 2553 15:07 น.
จ้อง - เจรียงคำ
เสียงวุ่นวายหลายหลากจากรอบทิศ
เบียดประชิดโสตหูผู้โดยสาร
อึกทึกครึกโครมโหมยาวนาน
ตลอดชานชาลาสถานี
สังคมคนบนทางรถรางเหล็ก
สายแคบเล็กลากลู่สู่วิถี
บรรทุกบทบันทึกจารึกนี้
ผ่านโบกี้ที่ฝันใช้สัญจร
เมื่อจุดหมายปลายฝันถูกสรรค์สร้าง
เหมือนเหล็กรางวางไว้บนไม้หมอน
คือบันไดไต่สู้จากภูธร
สู่มหานครในข้ามคืน
เสียงขยี้บี้กดเหล็กบดลู่
จนสางตรู่สู่ตาแสงฟ้าตื่น
ถึงปลายทางรางเทียบเท้าเหยียบพื้น
ย่างก้าวยืนยังจุดสิ้นสุดราง
แสงอร่ามยามอรุณอุ่นแดดสาย
เสียงวุ่นวายถ่ายมอบจากรอบข้าง
สถานีสุดท้ายที่ปลายทาง
เมื่อท้าวย่างวางย่ำ..หัวลำโพง
จุดเริ่มต้นคนยากผู้บากบั่น
เกิดตะกรันมนุษย์ต่างสุดโต่ง
ชนชั้นต่ำล้ำเหลื่อมถูกเชื่อมโยง
อยู่บนโครงสร้างเสื่อมที่เหลื่อมล้ำ!!
สัมภาระตะบันแบกดันบ่า
ล้วนข้าวปลาปล้ำขนกันจนหนำ
นั่นของฝากจากเขต..เกษตรกรรม
ผู้กักตุนทุนต่ำ..ขนลำเลียง
ขบวนแล้วขบวนเล่าเฝ้าขนย้าย
จึงโดยรอบมอบถ่ายวุ่นวายเสียง
แบกความหวังค้างคาจนบ่าเอียง
หวังนั้นเพียงเลี้ยงท้องพวกผองตน
คือชั้นชนคนแกร่งคือแรงงาน
ผู้สร้างบ้านตึกห้างสร้างถนน
ขับเคลื่อนกรุงรุ่งเรืองเทียบเบื้องบน
โดยแรงคนค่าต่ำ กรรมกร
คือฟันเฟืองเครื่องยนต์คือกลไก
ขับความศิวิไลซ์ไม่ย่อหย่อน
แต่ใจต้องสะท้านการสะท้อน
ที่ลิดรอนทอนค่า..คำว่าคน
ดอกผลของงานหนักคือ ทักษะ
แต่ภาวะ มนุษย์ ถูกฉุดปล้น
หัวใจเมื่อมีไว้..เพื่อใช้ ทน!!
สิทธิ์มนุษยชน!..อยู่หนใด?
~ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ~