14 พฤษภาคม 2554 15:51 น.

อยากจะรู้ความนัยใจเธอนัก

จ้อง - เจรียงคำ

กลอนของใครไพเราะ...อาจเพราะว่า
เฟ้นลีลา..ลึกล้ำนำเสนอ
ร่ายชดช้อยร้อยเชิดเรียงเลิศเลอ
ให้หลงพร่ำคำเพ้อละเมอตาม

แต่ก็มิอาจเหมือน..ปมเงื่อนของ
การเรียงถ้อยร้อยกรองเฉียดห้องหวาม
อย่างกลอนเธอเลอพจน์กลั่นงดงาม
เพราะเนื้อความเคลือบแคลงแฝงนัยยะ

คงเพราะใครสักคนดลอักษร
เธอถึงป้อนกลอนหนักอักขระ
ถึงอารมณ์ถมทรวงห้วงวาระ
ถักพันธะละมุนด้วยสุนทร

อยากจะรู้ความนัยใจเธอนัก
ยามขับเคลื่อนเงื่อนรักด้วยอักษร
คนที่มาปรากฏในบทกลอน
สักหนึ่งตอนมีไหมใครคนนี้

บทรำพึงถึงเดือนเอื้อนถึงดาว
บทถึงคราวม่านหมอกเปิดออกคลี่
เทพบุตรผุดผ่องของฤดี
ไหมหนอมีเสี้ยวหนึ่งเอ่ยถึงกัน

หรือมีเพียงเสียงแผ่วแว่วกระซิบ
แล้วเงียบกริบไปกับบทดับฝัน
ถูกถอดออกนอกเนื้อเมื่อประพันธ์
เหตุถอดฉันนั้นออกนอกฤทัย

หรือกลอนเธอที่ว่าลีลาเด็ด
ด้วยคำเผ็ดแสบทรวงทะลวงไส้
ถ้อยคารมคมเหมือนเชือดเฉือนใคร
เธอจงใจฟาดฟันฉันโดยตรง..

อยากจะรู้ความนัยใจเธอนัก
หรือทั้งรักทั้งเกลียดยัดเยียดส่ง
แต่หลังกลอนตอนนี้..ที่จบลง
อยากขอโทษแม้คง..สายเกินไป


ถ้าเธออ่านให้ครบ...เมื่อจบลง
รู้เถอะฉันยังคง..คิดถึงเธอ


~ ๑๔  พฤษภาคม  ๒๕๕๔ ~				
14 พฤษภาคม 2554 10:39 น.

หรือหน้าต่างหัวจิตเธอปิดตาย

จ้อง - เจรียงคำ

อาจเหมือนคนละเมอ..ยามเผลอจิต
ลอยโอบกอดความคิด...คะนึงหา
ทะลวงหมอกออกบินสุดจินตนา
สบสายตาหัวใจ...ไปวันวัน

อาจเหมือนคนใจลอย..คล้อยใจเหม่อ
หยิบเอาเธอมาสวมใส่ความฝัน
ที่ทึกทักข้างเดียว...แท้เกี่ยวพัน
อยู่แค่ความเงียบงันอันเดียวดาย

แค่หนึ่งช่วงเวลาค่าสั้นสั้น
ก็ผูกพันความสุขไปทุกสาย
โชนอยู่ในแววตาทุกประกาย
และกระจายเกลื่อนจิตทุกทิศทาง

เธอจะรู้หรือไม่...ก็ไม่รู้
ว่าจู่จู่..หัวใจคนไกลห่าง
ก็เหมือนถูกทุบเคาะให้เปราะบาง
ในระหว่างรำพึงคิดถึงเธอ

นี่ก็นานนับนานแล้วกาลล่วง
ไฉนดวงใจจำสม่ำเสมอ
ไฉนฉากตรึงตรามิพร่าเบลอ
ทำฉันใดได้เจอ..ฝันของใจ

เปิดหน้าต่างหน้าบ้านนานแล้วนะ
กี่วันจะคำรบพบกันใหม่
หรือหน้าต่างหัวจิตเธอปิดไว
หลังพบใครคนนั้นจึงลั่นกลอน

ปล่อยให้หนึ่งคนนี้..ที่วันนั้น
แอบผูกพันขั้นหนักหลงอักษร
คอยแต่เธอเก้อแล้วสิ้นแววจร
จะจากนิรันดร...หรือกานดา

หากเธอมั่นแล้วจิตมิคิดจร
ขอสักตอน กลบท..ปลดอุรา


~  ๑๔  พฤษภาคม  ๒๕๕๔  ~				
12 พฤษภาคม 2554 15:43 น.

หมาวัด

จ้อง - เจรียงคำ

อนิจจาความรัก...มักไม่เที่ยง
ใจเอนเอียงถลำ..ทำไฉน
ยินถ้อยคำ ต่ำต้อย แสนน้อยใจ
แต่ห้ามทันฉันใดเล่าไฟรัก

ก็ในเมื่อ..เชื้อสุมเต็มขุมจิต
ย่อมมีสิทธิ์ติดไฟโหมไหม้หนัก
แต่จนจิตคิดต่อ.ก็ชะงัก
เมื่อเธอวักน้ำสาด..วาดหางตา

โอ้! เหยียดหยาม เหมือนอย่าง..แทงกลางอก
ดั่งวิหคโดนยิง...ดิ่งเวหา
พร้อมคำพูดเสียดซ้ำตำอุรา
ดั่งกระทืบหมายว่าฆ่าทั้งเป็น

อ่านความหมายสายตาทุกคราครั้ง
คือหยามเหยียดเกลียดชัง..ก็ยังเห็น
อ่านคำพูดเฉือนเชือด..อย่างเลือดเย็น
คือประเด็น หมาวัด..ไม่ทัดเทียม

หนอหัวจิตหัวใจ...แค่ไม่รัก
มันก็หนัก...เกินโอด..ยังโหดเหี้ยม
บ้วนคำบาดทรวงใน..ว่าไม่เจียม
เจ็บเกินเตรียมรับไหวแล้วใจนี้

คำตราหน้า..หมาวัด...ซัดเต็มเหนี่ยว
ให้ห่อเหี่ยวแห้งหดหมดศักดิ์ศรี
ห่างสักแค่ฐานันดร์บอกฉันที
ถึงหั่นค่าปรานีย่ำยีนัก

เมื่อตอกย้ำซ้ำซากก็ยากคิด
และจากพิศวาสก็อาจหัก
กลับขั้วหันผันเหลี่ยมจากเปี่ยมรัก
เป็นสุมหนัก..เนื้อในด้วยไฟแค้น

ขอฉันทำ...อย่างที่เธอทำบ้าง
พูดถากถางทั้งเหน็บให้เจ็บแสน
ขยันบอกกรอกหูคำดูแคลน
ให้เหมือนแม้นฉันเจอตอนเธอทำ

เธอนั้นแน่แค่ไหน..วิไลลักษณ์
ถึงหยามศักดิ์ใครด้อย..หมิ่นต้อยต่ำ
อย่าให้กล่าวสาวไส้..จี้ใจดำ
เพราะมีแต่ถ้อยคำที่ตำใจ

แม่ดอกฟ้าจำแลงแปลงรูปเก่ง
ต้องเขย่งชะแง้สักแค่ไหน
ถึงจะรับรู้ว่า...ท้องฟ้าไกล
เกินกว่าเธอจะไป..เพื่อจะเป็น

เธอแค่ดอกโสน...โตท้ายวัด
ริจะดัดให้เลิศ...เชิดหน้าเข็น
ลืมกำพืดเหล่าเชื้อหรือเนื้อเย็น
ก็ไม่เห็นสูงค่าเกินหมาวัด

โอ้แม่ดอกโสนโตริมหนอง
อยู่อีกฝากฝั่งของเขตคลองตัด
อวดดอกสูงสุดยอดลมพลอดพัด
เคลิ้มถนัดว่าเด่นดุจเป็นดาว

แค่ไอหมอกหยอกล้อพะนอห่ม
ถึงกับสมมุติเสกเป็นเมฆขาว
ยกตนเป็นดอกฟ้า..เลิศสกาว
รอผู้ดีใดสาว..ถึงได้เชย

อย่าเทียวแต่พร่ำเพ้อชะเง้อจ้อง
เทพบุตรเนื้อทองครองเขนย
หากวันไหนพลาดพลั้งร่วงสังเวย
จะเห่าแม่คุณเอ๋ย...เย้ยลั่นวัด


~ ๑๒  พฤษภาคม  ๒๕๕๔ ~				
10 พฤษภาคม 2554 16:02 น.

โอกาส..

จ้อง - เจรียงคำ

เมื่อมีโอกาสดีในชีวิต
จะเอื้อมปลิดสิทธิ์นั้นมาฝันใฝ่
ถึงแม้ต้องเร่งก้าวอีกยาวไกล
จะแต่งฝันเติมไฟ..ใจทะนง

ต่อให้ทางข้างหน้าคือพายุ
จะมุ่งมั่นบรรลุ..วัตถุประสงค์
ต่อให้ทางแสนไกลสุดไพรพง
จะมุ่งตรงฟันฝ่าพยายาม

จะหยัดยืนฝืนลุกสู้ทุกข์ยาก
จะก้าวย่างถางถากสู้ขวากหนาม
จะก่อไฟโหมเปลวสู้เลวทราม
จะฝากนามกระเดื่องให้เลื่องลือ

เกิดมาแล้วทั้งทีหนึ่งชีวิต
ขอพิชิตฝันชมให้สมชื่อ
ขอใช้มันสมองกับสองมือ
ให้ระบือสมเช่นเกิดเป็นคน

เมื่อมีโอกาสมาให้ท้าทาย
ก่อนชีพวายตายจากขอสักหน
มีเป้าหมายหมายมุ่งขอพุ่งชน
แลกหมื่นความอดทน..ก็ตามที

เพราะโอกาสอาจมีไม่กี่หน
หากปล่อยเลยร่วงหล่นพ้นวิถี
นานแค่ไหนฝันถึง...จึงจะมี
หรืออาจแค่ครั้งนี้ทั้งชีวิต


~  ๑๐  พฤษภาคม  ๒๕๕๔  ~				
9 พฤษภาคม 2554 16:20 น.

o ฉันผิดเอง o

จ้อง - เจรียงคำ

หลังสิ้นสุดเนื้อหา..คำว่าจบ
เหมือนถูกตบใบหน้า..ชาทั้งแผง
น้ำตาคลอหยดใสเอ่อไหลแรง
เจ็บทิ่มแทงเนื้อในเกินใจทน

ทยอยพรั่งหลั่งพรู อยู่มิขาด
สุดอนาถน้ำตาลาร่วงหล่น
สะอื้นครวญทวนช้ำอย่างจำนน
นี่นะหรือคือคน...เคยรักกัน

หยดน้ำตาครานี้หรือมีหยุด
เหมือนมันผุดหลุดผล็อยจากร้อยฝัน
ที่สั่งสมล้มครืนราวหมื่นวัน
ทีละชั้นกลั่นช้ำเป็นน้ำตา

ทุกซอกทรวงแทรกรวมทุกความปวด
ค่อยค่อยพรวดพุ่งแหวกเหมือนแหกผ่า
แสบทะลวงทรวงเยื่อเหมือนเกลือทา
โอ้ชีวายับเยินสุดเกินยั้ง

จะทนอยู่ต่อไป...โดยไร้รัก
จะทนหักห้ามใจ...โดยไร้หวัง
จะทนได้อย่างไร...ด้วยใจพัง
ในเมื่อยังมิอาจ..ตัดขาดรัก

จะต้องทำเช่นใด..ให้ใจเชื่อ
ว่าสิ้นแล้วใยเยื่อไม่เหลือศักดิ์
ว่าจบกันพันธะหยุดชะงัก
สะบั้นหักทุกฝันนิรันดร์กาล

ภาพความจริงทิ้งซากเมื่อจากร้าง
ฉากความสุขทุกอย่างเพียงทางผ่าน
กระแทกโครมโหมซัดเกินทัดทาน
ความแหลกลาญลุกลามเกินห้ามทัน

เห็นน้ำตาเจิ่งนองของฉันไหม
ที่มันไหลขังท่วมความโศกศัลย์
แล้วเห็นไหมความรักความผูกพัน
บัดนี้ค่าของมัน..คงไม่มี

ฉันผิดเอง..ข้อแรก รักหมดใจ
ผิดข้อสองร้องไห้ไร้ศักดิ์ศรี
ผิดข้อสามพล่ามรอขอคืนดี
และข้อสี่ผิดหนัก..รักคนเลว


~ ๙  พฤษภาคม  ๒๕๕๔ ~				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟจ้อง - เจรียงคำ
Lovings  จ้อง - เจรียงคำ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟจ้อง - เจรียงคำ
Lovings  จ้อง - เจรียงคำ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟจ้อง - เจรียงคำ
Lovings  จ้อง - เจรียงคำ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงจ้อง - เจรียงคำ