20 กรกฎาคม 2554 15:12 น.

ปฏิบัติการ..ยุติ..ชีวิตคู่

จ้อง - เจรียงคำ

ระหว่างซอยเท้าไปไม่ไกลมาก
หลังปิดฉากนิยาม..ความเป็นผัว
กลองหนังอกข้างซ้ายคล้ายเร่งรัว
ส่งสัญญาณตื่นกลัว..การเดียวดาย

ปฏิบัติการ..ยุติ..ชีวิตคู่
เกือบสวยหรูรูดปิดตามคิดหมาย
ความเป็นโสด ขยิบตา อย่างท้าทาย
อยู่ไม่ห่างจากกาย..แค่ปลายเท้า

หากแต่เมื่อลมพัด...ซัดหนึ่งวูบ
คล้ายโปรยรูปภาพหลัง..เมื่อครั้งเก่า
ภาพผูกพัน..พราวพร่างระหว่างเรา
ถูกพัดเข้าเกลื่อนทั่ว..ลานหัวคิด

เป็นเวลาเท่าใดไม่อาจรู้
ระหว่างอยู่ในห้วงของดวงจิต
กระทั่งจนไออุ่นอันน้อยนิด
เคลื่อนประชิดแก้มฉ่ำ..ผ่านน้ำตา

ความสับสน...คลี่คลาย..ไปหลายเปลาะ
โดยเฉพาะ..การที่ ได้รู้ว่า
หนึ่งก้อนเนื้อแน่นแน่น..ในอุรา
ปรารถนาเช่นใด...ต่อไปนี้

                ...........

ระหว่างซอยเท้าสวนเพื่อหวนกลับ
เร่งขยับเท้าไปไวเต็มที่
กลองอกซ้ายตื่นตัวระรัวตี
ยิ่งกว่ากลองหนังดี..ละแวกใด

            .............

ขอบคุณที่ยังอยู่...คู่ชีวิต
ขอบคุณที่ไม่คิด..จากไปไหน
หลังโผเข้าสวมกอด...ยิ่งมั่นใจ
เราเริ่มต้นกันใหม่..นะที่รัก


หลังโผเข้าสวมกอดยอดยาใจ
ฉันขาดเธอไม่ได้...แล้วที่รัก


~ ๒๐  กรกฎาคม  ๒๕๕๔ ~				
19 กรกฎาคม 2554 15:55 น.

ชีวิตคู่..อยู่..หรือ แยก

จ้อง - เจรียงคำ

ชีวิตคู่อยู่ไป...ทำไมเล่า
หากไม่เข้าใจกัน...หั่นเชือดเฉือน
ความเชื่อใจจืดจาง..ลบรางเลือน
ขมวดเงือนปัญหา..ปมสารพัน

เมื่อมองตา..สบตา...เหมือนหาเรื่อง
ลอบชำเลืองเคืองขุ่น..เหมือนหุนหัน
ถ้อยกระทบกระแทก..เหมือนแดกดัน
ล้วนฟาดฟันตัดขั้ว..ของหัวใจ

ถ้าปากเป็นเครื่องมือ...รื้ออดีต
เธอจะเปลี่ยนเป็นมีด!..กรีดเลยไหม?
คำคุ้ยแคะ แขวะค่อนคืบชอนไช
มิต่างใบมีดคม..ระดมซอย

หากหัวใจดวงขื่น...เป็นผืนผ้า
จะคลี่หาตรงไหนมาใช้สอย
ผ้าขี้ริ้วผืนบาง...ที่ด่างพร้อย
แหลกหลายร้อยรอยกรีด...ด้วยมีดคำ

ผู้ผิดพลาดพ่ายพังเพราะพลั้งเผลอ
คงถูกเธอชิงชัง..วันยังค่ำ
ทุกการแสดงออกไยตอกย้ำ
ต้องให้ต่ำ...เพียงไหน..สมใจเธอ

ถ้าหากคนเคยทราม...จำต้องชั่ว
สิ้นข้อแม้แก้ตัว...มัวหมองเหม่อ
ถ้าหนทางเริ่มใหม่..หาไม่เจอ
โปรดเสนอ...ฉากปิด..ชีวิตรัก

ชีวิตคู่อยู่บนความทนฝืน
พันขมขื่นหมื่นแสนอุปสรรค
อาจหัวใจ..อ่อนล้า..ถึงคราพัก
หรืออาจหนักขาดกัน..เลยทันที!

มองลึกไปในห้วง...ม่านดวงตา
ลึกจนกว่า..ม่านใจ..เริ่มไหวคลี่
อาจในความเงียบงัน...เช้าวันนี้
หลงเหลือสิ่งดีดี..ได้จดจำ

มองลึกไปในห้วง...ม่านดวงตา
จนรู้ว่า..ม่านใจ..ไหวกระหน่ำ
ในภวังค์หลังคลี่..ม่านสีดำ
ความบอบช้ำสองเรา..คล้ายเบาบาง

ชีวิตคู่..จะอยู่..หรือจะแยก
เริ่มหวิวหวิว..ไหวแหวก..และแตกต่าง
จนน้ำตา หยดใส..ไหลเป็นทาง
จึงเข้าใจ บางอย่าง...ในความรัก

หลังโผเข้ากอดกันที่ริมทาง
จึงเข้าใจกระจ่าง...ในความรัก


~ ๑๙  กรกฎาคม  ๒๕๕๔ ~				
8 กรกฎาคม 2554 16:53 น.

ตกอยู่ใน ฤดู...เหงาฤดี

จ้อง - เจรียงคำ

ดวงตะวัน..ผันเวียน...แดด  เปลี่ยนทิศ
แต่ดวงจิต..เปลี่ยนทาง...คว้างสับสน
เหมือนไม่เคย..เปลี่ยนทัน...ผันใจพ้น
จากวังวน ความเปลี่ยว...อันเดียวดาย

โลกส่วนต่าง...ยังคงดำรงอยู่
ผลัดฤดูผันจาก...ความหลากหลาย
แต่กับ  โลกส่วนตัว...มืดมัวคล้าย
คนโชคร้าย..จมอยู่ ฤดูเดียว

สภาพอันอ้างว้าง...คราร้างคู่
ผันเข้าสู่ความท้ออันห่อเหี่ยว
บรรยากาศแต้มขีดแต่ซีดเซียว
คนยึดเหนี่ยว..เหลียวแล...ไร้แม้เงา

เหมือนต้องทัณฑ์...ร่ำไป...ให้ครองโสด
เหมือนต้องโทษ...ซ้ำสอง...ให้ครองเศร้า
เหมือนข้อหาฉกรรจ์...เกินบรรเทา
เหมือนรุกเข้าชีวัน..หมายบั่นทอน 

ตกอยู่ใน ฤดู...เหงาฤดี
ปกคลุมที่ ทรวงใน สุดไถ่ถอน
กินก็ขื่น..ตื่นก็เศร้า..เหงาก็นอน
คล้ายวงจร ถูก-วาด...ให้ขาดรัก

ในหัวใจลึกลึก...นึกแล้วร้าว
แต่ละก้าวหนาวเหน็บ...เกินเก็บกัก
ยามอ่อนล้า...หาไหล่ไหนพิงพัก
หาอ้อมตักไหนนอน...ยามอ่อนโรย

ทั้งที่มีหัวใจ...เหมือนใครหมด
ฟ้ากำหนดหรือไร...ต้องไห้โหย
เมื่อไหร่ความร้าวรวด...ที่หวดโบย
จะถูกแทนที่โดยหนึ่งผู้ใด

ถ้า! ผลัดเปลี่ยนเวียนสู่...ฤดูรัก
ฤดีจักซื่อตรงอสงไขย
สมกับที่ถวิลแทบสิ้นใจ
ถนอมไว้ร่วมเรียงเคียงประคอง

อยากเอ่ยคำว่ารัก..ดูสักหน
อยากเป็นคนหนึ่งที่...มีเจ้าของ
อยากจะสาน สายใย...สายตามอง
อยากผูกคล้อง สองใจ...ไว้ผูกพัน

อยากห่วงใยไถ่ถามยามใกล้ชิด
อยากร่วมคิด..ร่วมเคียง..ร้อยเรียงฝัน
อยากใช้แขนที่ว่าง...เกี่ยวข้างกัน
อยากเป็นคนสำคัญสำหรับใคร


ดวงตะวันผันลา...ฟ้ามืดมิด
แต่ดวงจิต คว้างวน..อยู่หนไหน
ขณะข่มตาหลับ...เหงาจับใจ
จะผ่านไปเช่นนี้ .....อีกกี่วัน


~ ๘  กรกฎาคม  ๒๕๕๔ ~				
1 กรกฎาคม 2554 16:53 น.

อานุภาพวาบหวาม...แห่งความรัก

จ้อง - เจรียงคำ

แสงแดดฉาบอาบแผ่กระแสอุ่น
ส่องละมุนโลมไล้...คละใบคลี่
คราลมไหวใบเอี้ยวเขียวขจี
แสงสุรีย์ลัดลอดทอดถึงธาร

เสมือนเสี้ยวรอยสบ...แรกพบหน้า
ประกายตา รุกลอด สอดประสาน
และโลมเล้าเข้าคลึงทึ้งดวงมาน
ปล่อยจินตนาการให้ซ่านเซ็น

ลอยละล่องท่องปลิวโฉบทิวหญ้า
สกุณาร่อนเคียงเพียงแรกเห็น
ทะยานขึ้นชื่นชมสายลมเย็น
วาดใจเป็นปีกบินสุดจินตนา

แสงแดดอ่อนทอนแสงหรี่แรงลอด
ใจไม่จอดทอดแสงแรงปรารถนา
ครั้นใจปักรักแล้วแก้วกานดา
ฝังตรึงติดนิทราข้ามราตรี

เย็นเยียบลมพรมไล้ยอดไพรพฤกษ์
ขณะดึกพลิ้วโบกเหมือนโยกหนี
ต้องระดมลมรักสักกี่ที
ถึงแย้มคลี่ใจเธอให้เผลอรัก

จันทราฉายแสงผ่องส่องธารทิพย์
ไหวระยิบโยงเก็จแพรเพชรถัก
ทอสุดสายหมายนำเข้าพำนัก
ณ ตำหนักหัวใจ..ใครคนนั้น

อานุภาพวาบหวาม...แห่งความรัก
ไหลทะลักล้นในห้วงใฝ่ฝัน
เพียงเศษเสี้ยวเวลา..สบตากัน
ก็ป่วนใจไหวหวั่นข้ามวัน-คืน

หลังพบรักแนบชิดในนิทรา
ปรารถนาแวบแรก..แปลกเมื่อตื่น
อยากออกไปตรงที่มีเธอยืน
สบนัยน์ตาเริงรื่น...ชื่นหัวใจ

อานุภาพวาบหวามตามประชิด
เฝ้าแผลงฤทธิ์ฟาดฟันให้หวั่นไหว
หากแววนั้นวันก่อนซ่อนความนัย
ขอได้ไหมประสงค์ ..คิดตรงกัน



หากวันก่อนแววนั้นหวั่นและไหว
เหมือนกันไหม..ประสงค์..คือหลงรัก


~ ๑  กรกฎาคม  ๒๕๕๔ ~				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟจ้อง - เจรียงคำ
Lovings  จ้อง - เจรียงคำ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟจ้อง - เจรียงคำ
Lovings  จ้อง - เจรียงคำ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟจ้อง - เจรียงคำ
Lovings  จ้อง - เจรียงคำ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงจ้อง - เจรียงคำ