กลอนกลบทเบญจวรรณห้าสี

คนกุลา

กลอนกลบทเบญจวรรณห้าสี
กลอนกลบท
กลอนกลบท ก็คือกลอนสุภาพ ซึ่งมักจะเห็นการเล่นกลอนกลบท ในกลอนแปด  โดยมีการบังคับฉันทลักษณ์พื้นฐานของกลอนสุภาพทั่วไป  แต่มีการบังคับเพิ่มเติม ตามที่แต่ละกลบทนั้นๆจะกำหนดไว้  ผมขอเขียนเรื่องกลอนกลบท  ไปเรื่อยๆตามแต่เวลาจะอำนวย  และความสนใจ ที่ยังมีนะครับ
กลอนกลบท เบญจวรรณห้าสี
กลอนกลบทเบญจวรรณห้าสี เป็นอีกกลบทหนึ่งซึ่งแต่งไม่ยาก และมีความไพเ...ราะ เพราะ
มีการเล่นคำมีข้อบังคับให้วรรคหนึ่งๆ ต้องมีพยัญชนะต้นเสียงเดียวกัน
ตั้งแต่คำที่ ๑ ถึงคำที่ ๕ ซึ่งสอดคล้องกับคำว่า “เบญจ” แปลว่า “ห้า”
ดังแผน
 
(๐) (๐) (๐) (๐) (๐) ๐ ๐ ๐......................(๐) (๐) (๐) (๐) (๐) ๐ ๐ ๐
 
คำในวงเล็บคือ พยัญชนะต้นเสียงเดียวกัน
 
 ตัวอย่างกลอน กลบท  เบญจวรรณห้าสี
**กอ เอ๋ย กอ ไก่** คนกุลา 
 
๐ การก่อเกิดกิจการ.....ให้สานต่อ
ขาดเขินขอขีดเขียน.....พากเพียรหมาย
คือคนคาดเคียงคำ.....ลำนำราย
โง่งมงายเงอะงะ.......อย่าละเรียน
 
๐ จึงจดจารจากใจ......เรียงใส่สิ้น
เฉิดโฉมฉินฉาวโฉ่.....โธ่ยังเขียน
ชิงชังชอบชมเชย......เคยแวะเวียน
ซึมซับเซียนซอกซอน.....ที่ซ่อนนัย
 
๐ ญาติหญิงใหญ่ญญ่าย...กระจายหมู่
ดุจได้ดูดวงแด......หวังแก้ไข
ตอนตกต่ำตรอมตรม....ยากข่มใจ
ถกเถียงไถถากถู.....เขาดูแคลน
 
๐ ท่องเที่ยวทางทุกที่.....มีค่าล้ำ
ธาตุเธียรธรรมธารธม.....ภิรมย์แสน
เนิ่นนานนับแนบเนา......กลับเศร้าแทน
บดบี้แบนเบียดบัง......ก็ยังทน
 
๐ เปิดปมปิดป้องปาน.....กลัวพาลหมอง
ผลิตผลิผองผลีผลาม.....หางามผล
เฝ้าฝึกฝืนแฝงฝัง......ตั้งผจญ
พฤกษ์พงพนพากเพียร......แม้นเจียนตาย
 
๐ เฟื่องฟากฟ้าฟูฟ่อง.....อย่าพองขน
ภัทร์ภาคย์ภณเภทภัย.....ให้ห่างหาย
มวลมิ่งมิตรมุ่งมั่น......มีมากมาย
ยินย่ายายเยินยอ.......หมายคลอเคียง
 
๐ รับรสรักรื่นเริง.....บันเทิงสินธุ์
ฤฤๅฤณฤกษ์ฤติยา.....มาส่งเสียง
ลมลับเลยแล้งลา......คราเคยเคียง
วาดวังเวียงวัดวา.......บอกว่างาม
 
๐ ศัสตร์ศรศิลป์ศักดิ์ศรี.....ฤทธีแกร่ง
สาดสีแสงใสส่อง.....ผ่องไหวหวาม
หากหุนหันหกเหิน.....เกินใครตาม
โอ้อ้ายอามอิงไอ.....อุ่นในทรวง
 
๐ การก่อเกิดกิจการ.....ให้สานต่อ
ขาดเขินขอขีดเขียน......เพียรใหญ่หลวง
อกอิ่มอาบเอิบอวล........ล้วนใช่ลวง
เฮาเฮ็ดเฮือนฮามฮวง........จุ้ยห่วงจำ
 
 
....................คน กุลา ๑๖ กค. ๕๔
 
อีกตัวอย่างหนึ่ง ของกลอนกลบทเบญจวรรณห้าสี
 
  รักแรมร้าง เรียมรู้ เป็นชู้รัก
  เสียเสื่อมศักดิ์ เศร้าโศก โลกสลาย
  จากจิตใจ จนจาง แทบวางวาย
  ให้โหยหาย หดหู่ เพราะรู้ใจ
 
  ไม่มีมิตร มองมา พามืดมัว
   นั่งเนียนัว แน่นหนัก ถูกผลักใส
  หาแห่งหน ห้วงเหว เดินเร็วไว
  แจ้งจนใจ จำจาก พลัดพรากกัน.
 
                ...หยาดกวี...
อีกตัวอย่างหนึ่ง ของกลอนกลบทเบญจวรรณห้าสี*รักร้าว*
kata1991
-------------------------
๐ เคยคลอเคล้าเคียงคู่.....ร่วมชู้ชื่น
กลับกลายกลืนโกรธเกลียด.....ทำเหยียดหยัน
เพียงเพราะพวกพ้องเพื่อน......ก็เลือนกัน
เสแสร้งสร้างสุขสันต์......ให้ฉันชม
 
๐ อบไออุ่นอิงแอบ......เคยแนบชิด
ต้องตามติดเตือนตัก.....จนรักขม
ไหววิเวกเหว่ว้า......เหงาอารมณ์
ชิดเชยชมแชเชือน......ต้องเลือนลา
 
๐ ทั้งที่แท้ท้อทด.....จนหมดหวัง
ยอมยับยั้งหยัดยืน......ทำชื่นหน้า
เฝ้าใฝ่ฝันฝึกฝืน......เธอคืนมา
ให้โหยหาแหนหวง......ร้าวดวงจินต์
 
๐ เย็นยะเยียบเยื้องย่าง.....บนทางฝัน
เศร้าโศกศัลย์ศักดิ์ศรี......เคยมีสิ้น
หม่นหมองมัวเหมือนมา......ให้ราคิน
หลงเล่ห์ลิ้นลวงหลอก......จนชอกช้ำ
 
๐ หนึ่งนัยนี้แน่นหนัก......ด้วยรักแน่
ไปเปลี่ยนแปรปล่อยปละ......จนถลำ
ร้างแรมรารักร้าว.....ถูกเขาทำ
ได้ดื่มด่ำดวงแด.......เพียงแค่มอง
 
๐ วิเวกไหวเวียนวน.....อยู่บนทาง-
ยะเยียบย่างยื้อยุด.....ประทุษผอง
แห่งห้วงห่มหักหาญ.....ใครผ่านมอง
เมื่อหม่นหมองมีไหม.....ผู้ใกล้ชิด
 
๐ นัยหนึ่งนี้แน่นหนัก.....เกินจักค้น
โดยดั้นด้นโดดเดี่ยว.....ทุกเทียวจิต
ฝ่าฝืนเฝ้าฝันใฝ่.....ด้วยใจมิตร
ฤๅรู้ฤทธิ์รอยร้าง.....ยามห่างไกล
 
๐ เอย..อกเอ๋ยออดอ้อน.....ก็รอนลา
หอมห่วงหาเหือดแห้ง.....อยู่แห่งไหน
ไร้เรี่ยวแรงรับรู้.....เถิดผู้ใด
อวลอุ่นไอโอบอ้อม.....ช่วยล้อมที
 
๐ ไยหยอกเย้าเยี่ยงเย้ย.....แล้วเลยหลบ
คนเคยคบเคยเคียง.....ก็เลี่ยงหนี
เปลี่ยนไปเป็นปล่อยปละ.....สิ้นวจี
ไม่หมายมีเหมือนแม้น.....เคยแสนรัก
 
๐ สู้สั่งสมสีสัน.....เมื่อวันสุข
ทัดทานทุกข์ทดท้อ......ที่รอปัก
จวบจนใจจดจ่อ.....แต่รอทัก
ก็กลับกักกีดกัน.....ไม่หันมา
 
๐ ร่องรอยรักเริ่มร้าง......เพราะต่างฝัน
เกี่ยวก้อยกันก่อนเก่า......เคยเฝ้าหา
จรจากเจ้าจำใจ......ไปไกลตา
รักแรมรารอยร้าว......ช่างหนาวใจ
 
๐ เพราะพันพัวเพ่งพิศ......ในจิตที่
หม่อนหมองมีมากมาย......เกินหมายไว้
ทุกข์ท่วมท้นทนทาน.......จนนานไป
หวาดหวิวไหววูบวาบ.....เกินทาบทา
 
๐ ชาติชายชาญชอกช้ำ......เกินคำไข
จนจิตใจจ่อมจม.....ก็สมสา
อกเอ๋ยอกอั้นอัด......จำตัดลา
ให้โหยหาไห้หวน......จนซวนเซ
 
๐ ป่วนปั่นแปรเปลี่ยนไป......มันไม่เหมาะ
ยังยิ้มเยาะเย้ยหยัน......ก่อนหันเห
แรงรักเรารุมรุม.......เคยทุ่มเท
ล้างโลเลเล่ห์ลวง.......ติดบ่วงกรรม.
 
 
โดยส่วนตัวผมเห็นว่าเป็นกลบทที่น่าสนใจ เพราะแต่งง่าย และมีความไพเราะจากการเล่นคำ ใครสนใจลองฝึกแต่งกันดูนะครับ
 
คนกุลา
เรียบเรียง
๑๙  กรกฎ  ๕๔				
comments powered by Disqus
  • ราชิกา

    23 กรกฎาคม 2554 02:38 น. - comment id 23628

    สนใจมากค่ะ..ว่างๆจะลองแต่งดูนะคะ..
    
    ขอบคุณในทุกสิ่งที่มอบให้ค่ะ
    
    36.gif16.gif36.gif
  • cicada

    20 กรกฎาคม 2554 11:03 น. - comment id 34212

    29.gif29.gif29.gif29.gif
    
    งดงามมากค่ะท่านพี่..
    แซมขอสมัครเป็นลูกศิษย์..
    ถ้าแซมเขียนได้เมื่อไหร่ ท่านพี่อย่าลืมกรุณาไปตรวจงานแซมนะคะ...
    นอกจากไพเราะแล้วยังท่าทางน่าสนุกด้วยค่ะ....
    
    36.gif36.gif36.gif
    
    แซมค่ะ
  • คนกุลา

    20 กรกฎาคม 2554 01:13 น. - comment id 34234

    ภาพพิมพ์ใจ
    
    คนกุลา
    
    ๐ สาดสีแสงสวยสด จรดม่านเมฆ
    หวานวิเวกแว่วว่า มาแต่ไหน
    ซอกซุกแทรกซึมซับ กับดวงใจ
    กี่กลไกเกิดการ สานห้วงจินต์
    
    ... ๐ แลลวดลายลึกลับ จับฟากฟ้า
    นับเนิ่นนานไหนหนา กว่าสุดสิ้น
    จงจดจำแจ้งใจ ในคุณดิน
    เริงระรินเรียงร้อย ถ้อยบรรจง
    
    ๐ เพียงพิศภาพเพียงพิมพ์ รอยยิ้มแย้ม
    ต่อเติมแต้มติดตา คราประสงค์
    หมายมุ่งมาดมิ่งมิตร จิตจำนงค์
    คำคืนคงแค้นเคี่ยว.....อยู่​เดียวดาย
    
    ............
    
    คนกุลา
  • คนกุลา

    23 กรกฎาคม 2554 19:17 น. - comment id 34245

    งดงามมากค่ะท่านพี่..
    แซมขอสมัครเป็นลูกศิษย์..
    ถ้าแซมเขียนได้เมื่อไหร่ ท่านพี่อย่าลืมกรุณาไปตรวจงานแซมนะคะ...
    นอกจากไพเราะแล้วยังท่าทางน่าสนุกด้วยค่ะ....
    
    
    
    แซมค่ะ
    cicada
    
    ...........................
    
    ด้วยความยินดี และเป็นเกียรติ ครับ
    จะรออ่านนะครับ และยินดีแลกเปลี่ยนเรียน
    รู้กันนะครับ อย่าถือว่าเป็นการตรวจเลย ครับ
    
    ครับผมก็ว่าเช่นนั้น ครับ
    
    36.gif36.gif36.gif
  • คนกุลา

    23 กรกฎาคม 2554 19:20 น. - comment id 34246

    กราบขอบพระคุณท่านครับที่สละเวลา นับเป็น
    วิทยาทาน ที่มาพบพานแล้วไม่เคยเสียดาย
       นับเป็นคุณประโยชน์ อยากให้คนรุ่นใหม่ๆ
    มิตรกลอน ศึกษาไว้ตามที่ท่านเขียนไว้ให้มากครับ
    # สุญญะกาศ
    
    ..............................
    
    ด้วยความยินดี ที่งานเขียนที่ผมเรียบเรียงขึ้นนั้น
    เกิดประโยชน์สำหรับผู้สนใจในงานวรรณกรรม
    ซึ่งจะได้ช่วยกันสร้างงานเพื่ออนุรักษ์และพัฒนามรดก
    อันมีค่านี้ สืบไป นะครับ
    
    1.gif1.gif1.gif
  • คนกุลา

    23 กรกฎาคม 2554 19:22 น. - comment id 34247

    สนใจมากค่ะ..ว่างๆจะลองแต่งดูนะคะ..
    
    ขอบคุณในทุกสิ่งที่มอบให้ค่ะ
    
    ราชิกา
    
    .........................
    
    ดี ครับ คุณตุ้มลองแต่งดูนะครับ สนุกและไพเราะดี ครับ
    
    ด้วยความยินดี และเต็มใจ ครับ คุณ ตุ้ม
    
    แสนคำนึง
    
    1.gif16.gif36.gif
  • สุญญะกาศ

    20 กรกฎาคม 2554 20:09 น. - comment id 34250

    29.gif36.gif36.gif36.gif
    
       กราบขอบพระคุณท่านครับที่สละเวลา นับเป็นวิทยาทาน ที่มาพบพานแล้วไม่เคยเสียดาย
       นับเป็นคุณประโยชน์ อยากให้คนรุ่นใหม่ๆ มิตรกลอน ศึกษาไว้ตามที่ท่านเขียนไว้ให้มากครับ
  • din

    27 กรกฎาคม 2554 17:05 น. - comment id 34330

    16.gif...........
    
    ขอบคุณจ้ะคุณคนกุลา
    
    จะลองเขียนดู 
    
    ถ้ายังไงรบกวนช่วยตรวจดูด้วย จะขอบคุณมาก
  • คนกุลา

    1 สิงหาคม 2554 01:16 น. - comment id 34383

    ขอบคุณจ้ะคุณคนกุลา
    
    จะลองเขียนดู
    
    ถ้ายังไงรบกวนช่วยตรวจดูด้วย จะขอบคุณมาก
    # din
    
    ...........................
    
    ด้วยความยินดี ครับ ไปอ่านกลอนที่เขียนแล้ว ครับ
    งดงามมาก ครับ
    
    36.gif36.gif36.gif

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน

>