18 มกราคม 2548 09:38 น.

" เจ้ามอม " สุนัขผู้ซื่อสัตย์....................

)))**--ผลิใบสู่วัยกล้า--**(((

เจ้ามอม 

ความซื่อสัตย์ ความรัก และ การพลัดพราก

                เรื่องนี้ผมเคยอ่านเมื่อตอนเรียนหนังสืออยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่  5  ถ้าจำไม่ผิดนะครับ ด้วยความชอบ จึงนำมาเรียบเรียงผสมผสาน โดยการใหม่เอาเค้าโครงเรื่องที่จำได้มากล่อมเกลาใหม่




             ..เมื่อครั้งในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2  ยังมีบ้านเรือนสองชั้นที่ถูกปลูกสร้างขึ้นด้วยไม้ทั้งหลัง ชั้นล่างเป็นใต้ถุนโล่ง  ซึ่งเป็นที่อยู่ของเจ้าสุนัขผู้ซื่อสัตย์ ที่ชื่อว่า  เจ้ามอม ขนของมันฟูฟ่องสวยงามมาก ก่อนหน้านี้เคยมีคนหลายสิบคนมาขอ แต่ผู้เป็นเจ้าของไม่ให้ใคร  เพราะชอบในความสวยและแสนรู้ของมัน ฝ่ายเจ้ามอมรู้เพียงว่ามันมีนายผู้หญิงและนายผู้ชายที่มันรักมาก  เขาอาศัยบ้านหลังนี้เป็นเรือนหอหลังจากการแต่งงานได้ไม่นาน  เจ้ามอมเป็นสุนัขเพศผู้   

             ..เหตุการณ์ ณ. ช่วงเวลานั้น ไม่ค่อยดีซักเท่าไร พอเสียงหวอเตือนภัยดังขึ้นทีไรชาวบ้านต่างวิ่งกันโกลาหล  รวมทั้งนายผู้หญิงและนายผู้ชายด้วย ทั้งสองพาเจ้ามอมหนีลงไปอยู่ในหลุมหลบภัย  ที่นายผู้ชายและเจ้ามอมช่วยกันขุดไว้โดยมันใช้สองขาหน้าขุดคุ้ยเอาตามประสา  เงียบเสียงระเบิดเมื่อไรก็ค่อยค่อยแอบกันขึ้นมา 

               ..มีอยู่วันหนึ่ง  ระหว่างที่นายผู้ชายออกไปทำงานนอกบ้าน มีตาแปะปั่นจักรยานสองล้อผ่านเข้ามาหาซื้อถ้วยชามทั้งใหม่และเก่า   เสียงตาแป๊ะคุยกับนายผู้หญิงอยู่ครู่หนึ่ง เจ้ามอมพอเดาเหตุการณ์ได้ว่านายผู้หญิงของมันออกมาบอกว่าไม่ขาย  เจ้ามอมเห็นดังนั้นมันก็เห่าไล่ออกไป   นายผู้หญิงเห็นดังนั้นก็เอ็ดเชิงหัวเราะอย่างเอ็นดูเจ้ามอม  ส่วนตาแปะก็รีบปั่นจักรยานออกไป    ครั้นพอนายผู้ชายกลับจากทำงาน   มันก็ช่างประจบประแจงจนนายผู้ชายมีอารมณ์ขันต้องเล่นกับมัน

               หลายเดือนต่อมา...ประเทศไทยถูกญี่ปุ่นบุกหนัก จนกระทั่งนายผู้ชายต้องถูกทางการเรียกตัวไปเกณฑ์ทหาร    ก่อนที่นายผู้ชายจะไปนายผู้หญิงได้ตั้งครรภ์ประมาณสองเดือนเศษ  

               นี่ก็ผ่านหลายเดือนแล้ว  ที่นายผู้ชายปล่อยให้นายผู้หญิงและเจ้ามอมต้องตกระกำลำบาก   เงินทองที่นายผู้ชายหามาไว้ให้นายผู้หญิงเก็บเอาไว้ใช้ไว้กิน  ก็หมดสิ้น  จนต้องอยู่อย่างอดๆอยากๆ   ตาแปะที่เจ้ามอมเคยไล่อยู่เป็นประจำ พอมาคราวนี้เจ้ามอมก็ไล่อีกตามเคย   แต่โดนนายผู้หญิงเอ็ดจนถึงขนาดเอาไม้ไล่ตี   และแล้วก็เรียกตาแปะเข้ามา  นายผู้หญิงขายถ้วยชามจนเกือบหมดเหลือไว้แค่พอใช้  เงินที่ขายได้ก็ยังไม่พอกิน  แค่ปะทังชีวิตไปวันวัน  

                 นี่ก็เดือนสิบสองแล้ว  เจ้าฝ่ายมอมมันเริ่มชอบสุนัขสาวในหมู่บ้าน   หายจากบ้านไปทีหนึ่งเกือบๆวัน มันกับมาบ้านทีไร   เนื้อตัวก็โชกไปด้วยเลือดที่ถูกสุนัขในหมู่บ้านรุมกัดเอา   แต่มันก็ยังพยายามไปหาทุกวันตามประสาสัตว์    

                  อยู่มาวันหนึ่ง ขณะที่เจ้ามอมกำลังอยู่ในหมู่บ้าน  ระหว่างนั้นที่เสียงหวอเตือนภัยดังขึ้นส่งสัญญาณให้รู้ว่าจะมีระเบิด   เจ้ามอมก็นึกถึงนายผู้หญิง   แล้วรีบวิ่งกลับบ้าน แต่พอมาถึงหน้าบ้าน  เจ้ามอมก็เห็นบ้านกำลังมอดไหม้  พอวิ่งไปที่หลุมหลบภัย สิ่งที่มันเห็นก็คือ ตรงที่เคยเป็นหลุมหลบภัยพังพินาศ  มันรีบไปที่หลุมโดยไม่กลัวตาย    เจ้ามอมมันใช้สองขาหน้าขะยุกขุดคุ้ยเอาตามประสา แต่ก็จนปัญญา มันได้แต่นอนเฝ้าหลุมโดยไม่อยากไปไหนเลย  เพราะภายใต้หลุมนั้นมีศพของนายผู้หญิงสุดที่รักของมัน
 
                 หลายวันต่อมาเจ้ามอมมันก็ทนความหิวไม่ไหว  มันเริ่มออกเดินโซซัดโซเซอย่างหมดเรี่ยวแรงไปเรื่อยเปื่อย  ได้แต่หวังว่าขอแค่อาหารประทังชีวิตบ้าง บางวันก็เจอตามถังขยะ   แต่บางวันก็ไม่มีกิน   จนต้องนอนสลบด้วยความหิว  เผอิญตรงที่มันนอนสลบอยู่ที่ตรงนั้น เป็นหน้าบ้านเศรษฐีคนหนึ่ง   พอรุ่งเช้าลูกสาวเศรษฐีออกมาตักบาตร   ก็เห็นเจ้ามอมเข้า   เลยเกิดความสงสารจึงเข้าไปบอกพ่อกับแม่ให้มาดู   ทุกคนสงสารเลยตกลงพร้อมใจกันเก็บมาเลี้ยง นับจากวันนั้นเจ้ามอมได้เป็นอยู่อย่างสบาย จนเป็นสุนัขที่สวยงามมาก

                 ส่วนนายผู้ชายเมื่อปลดจากการเป็นทหาร  ก็รีบกลับบ้านด้วยความคิดถึงเมียและลูกน้อย เพราะว่าป่านนี้ก็คงจะคลอดแล้ว  เมื่อกลับมาเห็นสภาพของบ้านที่เคยเป็นเรือนรัก   ถึงขนาดน้ำตาไหลพรากพร้อมกับตะโกนร้องเรียกทั้งนายผู้หญิงและเจ้ามอมจนสุดเสียง  จนกระทั้งได้ทราบความจริงจากชาวบ้านคนหนึ่ง   นายผู้ชายถึงกับหมดแรงอ่อนล้าทรุดตัวลงกองกับพื้น  อับจนหนทางไม่มีทางไป บ้านก็เหลือแคเถ้าผงธุลี

                  เจ้ามอมหลังจากที่ได้ถูกรับเลี้ยงดูแลเป็นอย่างดี   กลับ สมบูรณ์ แข็งแรง  และแสดงความจงรักภักดี   ใครเข้ามาเป็นอันต้องเห่าจะหรือกัด  ด้วยความหวงเจ้านายใหม่   มีอยู่คืนหนึ่งเจ้ามอมได้ยินเสียงมีคนปีนรั้วทางหลังบ้าน   ในความคิดของมัน มันคิดว่าเป็นโจรแน่ๆ   มันค่อยแอบย่องอย่างเงียบสนิท สิ่งที่มันเห็นก็คือ มีคนรูปร่างสันทัดผิดหูผิดตา เจ้ามอมรีบวิ่งเข้าหวังว่าจะกัดโดยไม่เห่า  แต่พอมาถึงกระชั้นชิดตัวแล้วมันหยุดงงงันอยู่ครู่หนึ่งกับกลิ่นที่ผ่านมาปะทะจมูกของมัน   เจ้ามอมจองมองอย่างสงสัยด้วยความตะลึงอยู่ แล้วมันก็แสดงอาการดีใจมากแบบสุดๆ   เพราะว่ากลิ่นที่มันได้ก็คือ   นายผู้ชายซึ่งเคยเป็นที่รักของมัน   ส่วนนายผู้ชายเมื่อเห็นเจ้ามอมก็จำมันได้   และเรียกมันเบาๆ   เจ้ามอมรีบกระดิกหางเข้าไปหาด้วยความคิดถึง   นายผู้ชายกอดแล้วน้ำตาไหล 
  
                  นับตั้งแต่นั้นมานายผู้ชายก็เลิกที่จะเป็นขโมยแล้วหันมาขอทาน   ส่วนเจ้ามอมก็เลือกที่จะเดินทางลำบาก  ไปกับนายคนเก่าด้วยความผูกพัน  พอถึงเวลาประมาณตีหนึ่งตีสอง  หากมีเสียงเดินเตะกระป๋องกลางถนนเวลาที่ไร้ผู้คนยามค่ำคืน  


                      เสียงนั้นเป็นที่มาของผู้ชายวัยกลางคนผม และหนวดเครารุงรัง พร้อมกับสุนัขอีกหนึ่งตัว




                                                   ...จบ...





๑๘/๐๑/๒๕๔๘ ๐๙:๐๔:๓๓ น.
ผลิใบสู่วัยกล้า
เรียบเรียงผสมผสาน				
11 มีนาคม 2547 17:40 น.

นี่หรือฟ้าลิขิต

)))**--ผลิใบสู่วัยกล้า--**(((

ผลิใบสู่วัยกล้า

ตื่นแต่เช้าอาทิตย์รอนอ่อนแสงล้า เดินโซซัดโซเซเพราะเพิ่งตื่นนอน หลังจากล้างหน้าล้างตาเสร็จ   มานั่งล้อมวงกินข้าวตามประสากับลูกเมียที่รัก ล้อมวงกินกันไปคุยกันไปตามมีตามเกิด ก่อนที่ต้องรีบแต่งตัวไปทำงานแต่เช้า เพราะวันนี้เป็นวันแรกของการทำงาน ได้งานใหม่เป็นกรรมกรก่อสร้างให้กับนายช่างผู้รับเหมาก่อสร้างแห่งหนึ่งอยู่กลางใจตัวเมือง  ถึงแม้ว่าสถานที่ทำงานจะอยู่ไกลออกไปจากบ้านถึงขนาดว่าต้องนั่งรถเมล์ไปกลับเกือบเป็นชั่วโมง  แต่ก็ไม่เลือก ไม่เคยที่จะปฏิเสธเกี่ยงงอน แต่ตรงกันข้ามยินดีรีบไปทำงานด้วยความดีใจที่ตัวเองได้งานทำ ขอให้ได้มาแค่เงินทองที่พอยาไส้ตัวเองและเลี้ยงครอบครัวให้อยู่รอดก็พอใจแล้ว 

       ...เอก...เป็นชายวัยกลางคน เขาต้องทนทุกข์ทำงานทุกอย่างไม่ว่างานจะหนักหนาซักเพียงแค่ใหน เพระต้องรับผิดชอบครอบครัวที่มีฐานะยากจนค่อนข้างมาก ไม่มีจะกิน บางครั้งอยู่เหมือนขอทานเก็บถุงพลาสติกขายเป็นอาชีพ  แต่ยังไม่พอจะกินกันตาย ต้องอดมื้อกินมื้อ ภรรยาของเขาร่างกายก็ไม่ค่อยแข็งแรง เจ็บป่วย...ออดออดแอดแอด...อยู่ทุกวัน ส่วนลูกสาวก็วัย 6 ขวบก็ป่วยเป็นโรคโปลิโอขาลีบทั้งสองข้าง ผูกชะตาชีวิตอยู่ภายใต้ กระท่อมร้างหลังคาที่มุงใบหญ้าคา ผุ ๆ ผัง ๆ ขอได้แค่มีที่ซุกหัวนอนเป็นหลักเป็นแหล่ง ก็ดูว่าเลิศหรูที่สุดในชีวิตที่เคยมี แต่ก่อนเคยอาศัยศาลาข้างริมฟุตบาททางเท้า หรือไม่ก็ตามวัดวาอารามต่างๆ  ขอแค่ซุกหัวนอนไปวัน ๆ ตื่นขึ้นมาแล้วค่อยคิดกันใหม่ว่าจะทำอะไรกันดี ถึงแม้ว่าตอนนี้ย้ายมาอยู่ที่กระท่อมร้างก็ยังไม่วาย วันไหนฝนตกขึ้มาก็ต้องพากันหลบอย่างจ้าละหวั่น หลังคาที่มีอยู่ก็กันอะไรไม่ได้

          พอมาถึงที่ทำงาน เอก..ก็เดินตรงไปหาคนที่เขาคิดว่าต่อไปนี้เขาจะคอยทำตามคำสั่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะให้ทำอะไรก็แล้วแต่หากไม่เหลือบ่าฝ่าแรงของเขา ขอเพียงให้บอกมาอย่างเดียว แม้เหนื่อยก็ยอมทนด้วยความยินดี
 
             ส่วนช่างผู้รับเหมาเห็นว่า ...เอก เป็นคนที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าสกปรกโสโครกมอมแมม ด้วยเสี้อผ้าที่ใส่เก่าขาดเหมือนผ้าขี้ริ้ว บัตรประชาชนก็ไม่มี จึงคิดลำเอียงจ่ายค่าจ้างเพียงแค่วันละ 95 บาท ...เอก..ด้วยความไม่รู้ไม่เคยมีงานที่เป็นหลักเป็นแหล่งทำ เขากลับภูมิใจมากที่ได้ค่าแรงตั้งเยอะแยะมากมาย สิบห้าวันจะมีการจ่ายค่าจ้างหนึ่งครั้ง เขาทนทำงานหนักทุกอย่าง บางครั้งเพื่อนร่วมงานแกล้งบ่นด่าว่าสารพัด เขากลับไม่ใส่ใจทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ไม่สนใจ  เลิกงานก็รีบกลับบ้านไปหาลูกเมียที่นอนรออยู่ ด้วยความเป็นห่วง

             ณ วันที่ใกล้เงินจะออก  พี่ค๊ะ พรุ่งนี้เงินก็ออกแล้วคงจะได้เยอะซินะ  ภรรยาถามเขาด้วยรอยยิ้มแสดงอาการของความดีใจ  ประมาณพันกว่าบาทได้แหละ..ก็ได้วันละตั้ง  95บาทเลย  ทำงาน 15 วันก็..??? โอ้ยช่างมันเถอะคิดไม่ออกปวดหัว เดี๋ยวเขาก็คิดให้เองนั้นแหละ เอก  พูดพร้อมกอดลูกกอดเมียด้วยความดีใจเช่นกัน เพราะเขาไม่เคยได้เงินมากมายก่ายกองอะไรขนาดนี้เลยในชีวิตที่เกิดมา  เออ..พี่ค๊ะพรุ่งนี้แวะตลาดซื้อ น้ำปลา หัวหอม กระเทียม พริกแห้งมาด้วยนะค๊ะบ้านเราจะได้มีเครื่องครัวครบกันซักที ภรรยา ของเอกพูดย้ำกันสามีตนเองลืม ได้ซิจ๊ะเดียวพรุ่งนี้พี่แวะซื้อที่ตลาดมาให้ เอก พูดพร้อมกับเอามือลูบหัวและมองหน้าลูกสาวด้วยความรัก พ่อซื้อตุ๊กตาให้หนูด้วยนะคะ ลูกสาวได้ทีเลยประจบผู้เป็นพ่อตามประสาของความอยากได้แบบเด็กๆ ได้ซิจ๊ะลูก..เดี๋ยวพรุ่งนี้พ่อซื้อมาให้นะ ผู้เป็นพ่อพูดแบบเอาอกเอาใจลูกสาว จริงๆนะ..เย้ๆๆๆๆ  ดีใจจังค๊ะแม่หนูจะได้มีน้องตุ๊กตาแล้ว ลูกสาวเปล่งวาจาด้วยความดีใจสุดชีวิต

               เอก.. เป็นคนที่รักครอบครับมาก เขาจะมักทำอะไรเพื่อลูกและภรรยาตลอด บางครั้งเวลานั่งล้อมวงรับประทานอาหารก็มีแค่ผัดผักอยู่จานเดียว ตัวเขาเองยอมกินข้าวเปล่าเพื่อให้ลูกและภรรยาได้กินกันอย่างอิมเอมเต็มที่ ส่วนตัวเองสู้อดทนทุกอย่าง

             วันรุ่งขึ้นหลังจากที่ทำงานกันเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันเลิกงานแล้ว พนักงานทุกคนก็รีบแย่งกันเข้าคิวรอรับเงินค่าจ้าง ส่วนเอก..ถูกเพื่อนเบียดเสียดบ้างแกล้งกันบ้างจนไปอยู่คนสุดท้ายเลย เขายืนด้วยอาการที่กระสับกระส่ายดีใจอย่างบอกไม่ถูกว่าเป็นอะไร จนเพื่อนร่วมงานมองเขาด้วยสายตาที่รำคาญเป็นที่สุด

            ชื่อเอกใช่ไหมเรานะ นายจ้างถามเอก พร้อมกับมองหน้าด้วยอาการแบบเสียไม่ได้ วันละเก้าสิบห้าบาทนะ..สิบห้าวันก็เป็น..หนึ่งพันสามร้อยห้าสิบบาทนะ..อ่ะนี่เอาไป เขาส่งเงินให้เอก แล้วบอกให้เอกเขียนชื่อลงในสมุดผมเขียนไม่เป็น..ครับ เอก พูดพร้อมกับทำหน้าตาด้วยความเขลา เพราะตั่งแต่เกิดมาไม่เคยเรียนหนังสือเลย เขาเลยรู้สึกน้อยใจในชะตากรรมของตัวเองเล็กน้อย นายจ้างของเขาจึงเดินส่ายหัวเข้าไปหยิบหมึกพิมพ์ลายนิ้วมือ เอ้า พิมพ์ลายนิ้วมือเอาก็ได้..อะไรกันว๊ะ  ผู้เป็นนายจ้างพูดแสดงอาการงุนงง พร้อมให้เอกพิมพ์ลายนึ้วมือจนเสร็จแล้วค่อยส่งเงินค่าจ้างให้  

             เอก ได้รับเงินแล้วดีใจมากเขาไม่เคยมีเงินเยอะแยะขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต ได้เงินแล้วเขาเอาใส่ถุงถึงสองชั้นเอายางรัด พร้อมกับใส่กระเป๋า คอยคลำดูอยู่บ่อยๆ กลัวว่าจะหล่นหาย เขารีบไปตลาดเพื่อหาซื้อข้าวของเครื่องใช้ตามที่ภรรยาและลูกสาวต้องการก่อนที่จะมืดค่ำ ระหว่างทางเขาเดินไปเจอร้านตุ๊กตาที่วางขายตามแผงลอยอยู่ข้างทาง เห็นป้ายราคาติดไว้ตัวละ สามสิบห้าบาท แต่ก็ถามอีกครั้งเผื่อว่าจะอ่านผิด เขาเลือกเอาตัวที่คิดว่าสวยที่สุด แล้วรีบขึ้นรถเมล์กลับบ้านหวังว่าให้ถึงไวไว คนขับก็เหมือนรู้ใจ ออกรถจนผู้โดยสารที่ยืนแทบงายหลังกันเลยทีเดียว

            เย้แม่จ๋าพ่อกลับมาแล้ว เสียงลูกสาวร้องโกนชูไม้ชูมือเรียกแม่ด้วยความดีใจ ที่ผู้เป็นพ่อถือตุ๊กตามา ด้วยความอยากจะวิ่งเข้าไปหา แต่ก็ได้แต่นั่งรออยู่กับที่ เพราะตนเองนั้นเดินไม่ได้ ได้แล้วจ๊ะ..ตุ๊กตาของหนู เอก พูดแล้วนั่งลงเอาตุ๊กตาที่ซื้อมาส่งให้ลูกสาว ด้วยใบหน้าที่ยิ้มอย่างมีความสุข ขอบคุณมากคะพ่อ ลูกสาวพูดแล้วโผลเข้าไปโอบกอดผู้เป็นพ่อด้วยความรักและดีใจ อุ้ย..ใครสอนให้ลูกพูดค๊ะ เอก ถามลูกสาวด้วยอาการที่งงๆ เพราะไม่เคยได้ยินลูกสาวของตนเคยพูดคำหวานออดอ้อนอะไรเช่นนี้เลย อ๋อ..แม่สอนหนูค่ะ ลูกสาวตอบแบบใสซื่อบริสุทธิ์ตรงๆ ไม่มีการอ้อมค้อมตามประสาเด็ก ไหนของที่สั่งให้ซื้อล่ะคะคุณ เสียงภรรยาเขาถาม ด้วยน้ำเสียงที่แปลกๆ เพราะไม่เห็นสามีของตนถือของที่สั่งเอาไว้มาด้วยมา อ้าว..ลืมอ่ะ  เดียวผมออกไปซื้อให้ใหม่แล้วกันนะ เอก พูดด้วยความตกใจตัวเองที่เป็นคนขี้ลืมไปตั้งแต่เมื่อไร ไหนเงินคะพี่ขอฉันดูมั่ง..อู้ฮู..!!..ใบละห้าร้อยตั้งสองใบ ฉันไม่เคยจับเลยเคยจับแต่ใบละร้อย ภรรยาของเขาถามถึงเรื่องเงินสายตาพลางส่ายดูจนทั่วตัวของสามี พอเอกส่งเงินที่ได้มาด้วยน้ำพักน้ำแรงให้ดู  ภรรยาแกก็แสดงอาการดีใจแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พี่อยากให้มันอยู่กับเรานานที่สุดเลย..เราใช้มันใบเดียวนะ อีกใบหนึ่งเราเก็บมันไว้ เอกพูดด้วยน้ำเสียงความเสียดาย ที่ไม่เคยได้มันมาเยอะแยะมากมายขนาดนี้มาก่อน เขาอยากจะเก็บมันไว้ส่วนหนึ่งซึ่งภรรยาก็เห็นด้วย
              ทันใดนั้นเอง เสียงเบรครถดังสะท้าน มันเป็นของรถเมล์คันที่เอกขึ้นนั่งมาเพื่อที่จะกลับบ้าน สุดเสียงเบรค ก็มีเสียงดังโครมอย่างสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงฟ้าฝ่า ผู้โดยสารกระเด็นไปคนละทิศคนละทาง คนที่ไม่เป็นอะไรมากพอจะช่วยเหลือตัวเองได้ ต่างก็ตะเกียกตะกายกันออกจากรถอย่างอลม่าน เอก..ตกใจตื่น แต่รู้สึกว่าตัวก็ไปกระแทกกับรถอย่างแรง ผู้โดยสารคนอื่นๆ กระเด็นมาทับร่างของเขา เขารู้สึกเจ็บท้องมาก จะร้องให้คนช่วย แต่ก็ร้องไม่ออก ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรแต่นอนทนความเจ็บปวด เพราะตนเองถูกทับอยู่ล่างคนล่างสุด จนกระทั่งทางมูลนิธิมาช่วยยกขึ้นทีละคน เอก..รู้สึกหายแน่นท้อง แต่ยังรู้สึกเจ็บปวดเหมือนร่างกายตัวเองจะขาดเป็นสองท่อน แล้วไม่นาน เขาได้ยินแว่วแว่วว่า ฝ่ายมูลนิธิที่มาช่วยก็พูดขึ้นมา  ไอ้คนข้างล่างนี่โดนเหล็กทิ่มทะลุเลยว่ะ..มาช่วยกันดึงหน่อยเร็ว..!  เสียงสมาชิกในหน่วยมูลนิธิที่มาช่วยเหลือ คนหนึ่งพูดขึ้นมา แล้วตะโกนเรียกเพื่อนด้วยความตกใจ  เขาถูกยกใส่เปล เฮ้ย..อย่าหลับนะ ทำใจดีดีเอาไว้เดี๋ยวก็ถึงโรงพยาบาลแล้ว เสียงมีคนตะโกนบอกเขาด้วยความเป็นห่วง  เอก..รู้สึกตัวเองว่าได้ยินเสียงเหล่านั้นแค่แว่วเบา เสมือนว่าอยู่ไกลริบ ด้วยความคิดถึงครอบครัวที่รักของเขาขึ้นมาอย่างสุดหัวใจ เขาหันไปเห็นตุ๊กตาของเขาที่หล่นอยู่บนถนน ตุ๊กตาของผม ..หยิบให้หน่อย   เอก..พยายามร้องให้ตะโกนให้คนอื่นช่วยหยิบให้ แต่ไม่มีเสียง ได้แต่ตะโกนอยู่ในใจแผ่วแผ่ว เขารวบรวมเรี่ยวแรงที่มีอยู่ทั้งหมดที่มีพลิกตัวเองให้ตกจากเปล แล้วค่อยค่อยคลานไปหยิบตุ๊กตา สายเลือดที่ใหลไม่หยุดทำให้เขาอ่อนแรงเต็มที่ พอเอื้อมมือไปหยิบตุ๊กตาได้ เขาก็ไม่อาจทนความง่วงได้อีกต่อไปจนเผลอหลับในที่สุด แล้วมันก็เป็นการหลับครั้งที่ยาวนานที่สุดโดยไม่มีวันตื่นขึ้นมาอีกเลย.				
30 กันยายน 2546 12:00 น.

เจ้ามอม

)))**--ผลิใบสู่วัยกล้า--**(((

ครั้งในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มีบ้านเรือนสองชั้นปลูกสร้างด้วยไม้หลังหนึ่ง ชั้นล่างเป็นใต้ถุนโล่ง  ซึ่งเป็นที่อยู่ของเจ้ามอมสุนัขผู้ซื่อสัตย์และสวยงามมาก  ขนของมันฟู  เคยมีคนมาขอแต่นายผู้หญิงและนายผู้ชายไม่ให้ใคร  ส่วนชั้นบนก็นายผู้หญิงและนายผู้ชายที่รักกันมาก  อาศัยเป็นเรือนหอหลังจากการแต่งงานได้ไม่นาน  เจ้ามอมเป็นสุนัขตัวผู้  มันรักนายผู้หญิงและนายผู้ชายของมันมาก 

             พอเสียงหวอเตือนภัยดังขึ้นว่าจะมีระเบิดมา  นายผู้หญิงและนายผู้ชายรวมทั้งเจ้ามอมก็หนีลงไปอยู่ในหลุมหลบภัย  ที่นายผู้ชายและเจ้ามอมช่วยกันขุดไว้  เจ้ามอมมันใช้สองขาหน้าขะยุกขุดคุ้ยเอาตามประสา  มีอยู่วันหนึ่งมีตาแปะที่รับซื้อถ้วยชาม  รับซื้อทั้งถ้วยชามทั้งใหม่และเก่า  ได้ปั่นจักรยานสองล้อผ่านเข้ามา นายผู้หญิงออกมาบอกว่าไม่ขาย  เจ้ามอมเห็นดังนั้นมันก็เห่าไล่ออกไป  เหมือนกับจะบอกเหมือนกันว่าบ้านหลังนี้ไม่ต้องการขายถ้วยชามอะไรทั้งนั้น        นายผู้หญิง และนายผู้ชาย   ก็เอ็ดเชิงหัวเราะอย่างเอ็นดูเจ้ามอม  ส่วนตาแปะก็รีบปั่นจักรยานออกไป  เจ้ามอมรู้สึกมีความสุขมาก  ที่นายผู้หญิงและนายผู้ชายรักมันมาก  ครั้นพอนายผู้ชายกลับจากทำงาน   มันก็ช่างประจบประแจงจนนายผู้ชายมีอารมณ์ขันต้องเล่นกับมัน

               หลายเดือนต่อมานายผู้ชายต้องถูกเรียกตัวไปเป็นทหาร  ก่อนไปได้บอกให้เจ้ามอมดูแลนายผู้หญิงให้ดี  และไม่เคยกลับมาเลย  ก่อนที่นายผู้ชายจะไปนายผู้หญิงได้ท้องสองเดือนเศษ  นี่ก็หลายเดือนแล้ว  ที่ปล่อยให้นายผู้หญิงและเจ้ามอมต้องตกระกำลำบาก   เงินทองที่นายผู้ชายหามาให้นายผู้หญิงเก็บเอาไว้กิน  ก็หมดสิ้น  อยู่อย่างอดๆอยากๆ   ตาแปะที่เจ้ามอมเคยไล่อยู่เป็นประจำ พอมาคราวนี้เจ้ามอมก็ไล่อีก   แต่โดนนายผู้หญิงนายเอาไม้ไล่ตี   แล้วเรียกตาแปะเข้ามา  นายผู้หญิงขายถ้วยชามจนเกือบหมดเหลือไว้แค่พอใช้  เงินที่ขายได้ก็ยังไม่พอกิน  แค่ปะทังชีวิตไปวันวัน  
 
                 นี่ก็เดือนสิบสองแล้ว  เจ้ามอมมันเริ่มชอบสุนัขสาวในหมู่บ้าน   มันกับมาบ้านทีไร   เนื้อตัวก็โชกไปด้วยเลือดที่ถูกสุนัขในหมู่บ้านรุมกัดเอา   แต่มันก็ยังพยายามไปทุกวัน    ในระหว่างที่เสียงหวอเตือนภัยดังขึ้นว่าจะมีระเบิด   เจ้ามอมก็นึกถึงนายผู้หญิง   แล้วรีบวิ่งกลับบ้าน แต่พอมาถึงหน้าบ้าน  เจ้ามอมก็เห็นระเบิดลงตรงหลุมหลบภัยพอดี  มันรีบวิ่งไปที่หลุมโดยไม่กลัวตาย   พอเข้าใกล้  ก็เห็นดินที่ถูกแรงระเบิดพังทลายทับร่างนายผู้หญิง    เจ้ามอมมันใช้สองขาหน้าขะยุกขุดคุ้ยเอาตามประสา แต่ก็จนปัญญา มันได้แต่นอนเฝ้าหลุมโดยไม่ไปไหนเลย 
	หลายวันต่อมาเจ้ามอมมันก็ทนความหิวไม่ไหว  มันเริ่มออกเดินโซซัดโซเซอย่างหมดเรี่ยวแรงไปเรี่อย  ได้แต่หวังว่าขอแค่อาหารประทังชีวิต บางวันก็เจอตามถังขยะ   แต่บางวันก็ไม่มีกิน   จนต้องนอนสลบด้วยความหิว  อยู่ที่หน้าบ้านเศรษฐีคนหนึ่ง   พอรุ่งเช้าลูกสาวเศรษฐีออกมาตักบาตร   ก็เห็นเจ้ามอมเข้า   เลยเกิดความสงสารจึงเข้าไปบอกพ่อกับแม่ให้มาดู   ทุกคนสงสารเลยตกลงพร้อมใจกันเก็บมาเลี้ยง

                     ส่วนนายผู้ชายเมื่อปลดจากการเป็นทหาร  ก็รีบกลับบ้านด้วยความคิดถึง  เมื่อกลับมาเห็นสภาพของบ้านที่เคยเป็นเรือนรัก   ก็น้ำตาไหลพรากพร้อมกับตะโกนร้องเรียกทั้งนายผู้หญิงและเจ้ามอมจนสุดเสียง  จนได้ทราบความจริงจากชาวบ้าน   นายผู้ชายถึงกับหมดแรงอ่อนล้าจนไม่มีทางไป

	เจ้ามอมหลังจากที่ได้ถูกรับเลี้ยงดูแลเป็นอย่างดี   ก็แข็งแรง สมบูรณ์   และแสดงความจงรักภักดี   ใครเข้ามาเป็นอันต้องเห่าจะกัด  ด้วยความหวงเจ้านายใหม่   มีอยู่คืนหนึ่งเจ้ามอมได้ยินเสียงมีคนปีนรั้วทางหลังบ้าน   มันคิดว่าเป็นโจรแน่ๆ   เจ้ามอมรีบวิ่งเข้าหวังว่าจะกัดโดยไม่เห่า  แต่พอมาถึงตัวแล้วได้กลิ่น   เจ้ามอมมันหยุดตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง   แล้วมันก็แสดงอาการดีใจมากแบบสุดๆ   เพราะว่ากลิ่นที่มันได้ก็คือ   นายผู้ชายที่รักของมัน   นายผู้ชายเห็นก็จำได้มันได้   และเรียกมันเบาๆ   เจ้ามอมรีบเข้าไปหา   นายผู้ชายกอดแล้วน้ำตาไหล   ตั้งแต่นั้นมานายผู้ชายก็เลิกที่จะเป็นขโมยแล้วหันมาขอทาน   ส่วนเจ้ามอมก็เลือกที่จะเดินทางลำบาก  ไปกับนายคนเก่าด้วยความผูกพันธ์  พอเวลาประมาณตีหนึ่งตีสอง  หากมีเสียงเดินเตะกระป๋องกลางถนนที่ไร้ผู้คนยามค่ำ คืน  ก็จะมีแต่ผู้ชายวัยกลางพร้อมกับสุนัขอีกหนึ่งตัว.				
17 กันยายน 2546 13:58 น.

คุณเป็นคน..............???

)))**--ผลิใบสู่วัยกล้า--**(((

1. 
คุณชอบไปชมภาพยนตร์คนเดียว 
ใช่ไปที่ข้อ 2 
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 6 

2. 
ชอบความครื้นเครงสนุกสานาน 
ใช่ไปที่ข้อ 7 
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 3 
3. 
ชอบเขียนจดหมายถึงเพื่อน 
ใช่ไปที่ข้อ 8 
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 4 

4. 
ชอบไปไหนมาไหนเพียงคนเดียว 
ใช่ไปที่ข้อ 5 
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 9 

5. 
ชอบทานข้าวคนเดียว 
ใช้ไปที่ข้อ 10 
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 9 
6. 
เมื่อไปทานข้าวนอกบ้านต้องมีคนเป็นเพื่อน 
ใช่ไปที่ข้อ 11 
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 7 

7. 
ไม่มีเพื่อนที่รู้ใจ 
ใช่ไปที่ข้อ 12 
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 8 

8. 
เมื่ออารมณ์ไม่ดีมักจะไปหาเพื่อน 
ใช่ไปที่ข้อ 13 
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 9 
9. 
ชอบพูดคุยเล่นทางโทรศัพท์ 
ใช่ไปที่ข้อ 14 
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 10 

10. 
ชอบเดินเล่นคลายกลุ้มคนเดียว 
ใช่ไปที่ข้อ 15 
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 14 

11. 
ชอบนั่งคิดคนเดียว 
ใช่ไปที่ข้อ 12 
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 16 

12. 
ต้องการความรู้สึกปลอดภัยมาก 
ใช่ไปที่ข้อ 17 
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 13 

13. 
มีของดี ๆ ต้องแบ่งกัน 
ใช่ไปที่ข้อ 18 
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 14 

14. 
หวังอยากให้ฝ่ายตรงข้ามสนใจคุณ 
ใช่ไปที่ข้อ 18 
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 19 

15. 
เบื่อหน่ายเพื่อนที่มารบกวนถึงบ้าน 
ใช่ไปที่ข้อ 20 
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 19 

16. 
เรื่องใหญ่หรือเรื่องเล็กต่าง ๆ ต้องหาเพื่อน 
ใช่ไปที่ข้อ A 
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 17 

17. 
คิดจะไปหาเพื่อนก็กลัวถูกปฏิเสธ 
ใช่ไปที่ข้อ B 
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 18 

18. 
ต้องพบหน้าเพื่อนทุกวัน 
ใช่ไปที่ข้อ B 
ไม่ใช่ไปที่ข้อ C 

19. 
พยายามที่จะไม่ไปรบกวนผู้อื่น 
ใช่ไปที่ข้อ 20 
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 18 

20. 
ไม่ยืมเงินผู้อื่นโดยเด็ดขาด 
ใช่ไปที่ข้อ D 
ไม่ใช่ไปที่ข้อ A 







บทสรุป


A. ประเภทพึ่งพาอาศัย 
คุณชอบไปไหนมาไหนกับเพื่อน ไม่ว่าจะไปชมภาพยนตร์หรือไปชอปปิ้ง 
คุณต่างชอบให้มีใครอยู่เป็นเพื่อนคุณ โดยเฉพาะในขณะที่อารมณ์คุณดีหรือไม่ดี 
คุณยิ่งต้องการให้เพื่อน ๆ อยู่ข้าง ๆ โดยปกติคุณจะเป็นคนที่ไม่รู้สึกว่า 
ต้องพึ่งพาอาศัยเพื่อน 
เพียงแต่มีความรู้สึกว่า ตนเองเป็นคนโชคดีที่มีเพื่อนดี ๆ มากมายเช่นนี้ 
แต่ถ้าวันใดที่คุณทะเลาะกับเพื่อน หรือติดธุระไปไหนกับเพื่อนไม่ได้ 
คุณจะรู้สึกโดดเดี่ยว เงียบเหงาอย่างยิ่ง 
ขณะนี้คุณจึงยอมรับว่าคุณเป็นประเภทพึ่งพาอาศัยเพื่อน 

B. ประเภทเปล่าเปลี่ยวใจ 

ความเปล่าเปลี่ยวใจ คือโรคจิตของคุณชนิดหนึ่ง และคือโรคประจำตัวของคุณ 
ภายในใจของคุณกลัวถูกเพื่อน ๆ หรือหมู่คณะทอดทิ้ง 
ด้วยเหตุนี้คุณจึงพยายามรักษาสัมพันธ์ที่ดีกับทุก ๆ คน 
ไม่กล้าทำให้ผู้อื่นโกรธเคือง เพราะอะไรจึง เป็นเช่นนี้ 
อาจเป็นเพราะว่าคุณขาดความเชื่อมั่นในตนเอง 
เพราะฉะนั้นจึงต้องการให้ผู้อื่น ให้ความมั่นใจแก่คุณ 
ด้วยเหตุนี้ แม้ความเคลื่อนไหวบางอย่างที่คุณไม่ชื่นชอบ 
แต่คุณก็ต้องจำใจเข้าร่วม มิเช่นนั้น 
คุณก็จะเกิดความรู้สึกไม่สบายใจทางด้านมนุษยสัมพันธ์อาจกล่าวว่า 
คุณไม่มีความรู้สึกปลอดภัย และเป็นคนไม่มีบุคลิกภาพ 

C. ประเภทระบายความในใจ 

ในชีวิตแห่งความเป็นจริงคุณมีอิสระมาก แต่ว่าทางด้านจิตใจ 
คุณยังต้องการความสนับสนุนจากเพื่อน 
ปกติอยู่คนเดียว คุณจะไม่รู้สึกเหงา การเคลื่อนไหวก็อิสระ 
ไม่ได้พบหน้าเพื่อนที่ดีเดือนสองเดือน ก็ไม่รู้สึกเงียบเหงา 
แต่พวกคุณยังคงรักใคร่สนิทสนมกันเหมือนเดิม บางครั้งมีธุระหรือไม่สบายใจ 
พวกคุณก็นัดพบปะพูดคุยกัน ถ้าหากอยู่ห่างกันไม่สะดวกในการนัดพบ 
ก็ติดต่อกันทางโทรศัพท์หรือจดหมาย 
แม้ว่าจะไม่ได้พบหน้ากัน 
แต่พลังจิตที่ได้รับอาจได้มากกว่าพบหน้ากันทุกวัน 
คุณจึงไม่ต้องอยู่กับเพื่อนคุณทุกวัน รูปแบบของการพบเพื่อนประเภทคุณ คือ 
ต่างคนต่างอยู่แต่จิตใจทะลุถึงกัน คือคนประเภทระบายความในใจ 

D. ประเภทอิสระเสรี 

คุณคือแบบอย่างของคนใจเพชร คุณไม่ชอบให้ผู้อื่นติดสอยห้อยตาม 
คุณคือคนปิดตัวเอง คุณไม่เอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากเพื่อนง่าย 
กล่าวทางด้านจิตใจของคุณ คุณมักจะรู้สึกการเป็นหนี้บุญคุณ 
เป็นการที่เสียใจมาก และเป็นการลดคุณค่าของตัวเองให้ต่ำลง 
ผู้คนที่ไม่เข้าใจคุณ จะคิดว่าคุณเป็นคนมีนิสัยสันโดษและเอาแต่ใจตัวเอง 
แต่ผู้คนที่เข้าใกล้คุณมักจะชมเชยความเด็ดเดี่ยวของคุณ 
นิสัยและชีวิตของคุณมีเสน่ห์รัดตรึงใจมาก				
16 กันยายน 2546 07:04 น.

ชีวิตนี้

)))**--ผลิใบสู่วัยกล้า--**(((

......ชีวิตนี้  ผลิใบ  สู่วัยกล้า
       ชีวิตนี้  เกิดมา  ต้องต่อสู้
       ชีวีตนี้  อ่อนเยาว์  เฝ้าคอยดู
       ชีวิตนี้  จะยังอยู่  ถ้าอดทน 

       ชีวิตนี้  จะเติบโต  อีกมากมาย
       ชีวิตนี้  อย่าเสียดาย  ดีสักหน
       ชีวิตนี้  ทำให้ดี  ชื่อว่าคน
       ชีวิตนี้  หากขัดสน  จงแบ่งกัน

          ชีวิตนี้  ทุกชีวิต  ที่เกิดมา
       ชีวิตนี้  มีค่า  ยิ่งกว่าฝัน
       ชีวิตนี้  ร่วมร้อย  อยู่เคียงกัน
       ชีวิตนี้  ทุกคืนวัน  ผ่านพบเจอ

       ชีวิตนี้  อยากมีรัก  ซักกี่ดวง
       ชีวิตนี้  อยากมีห่วง  อยู่กับเธอ
       ชีวิตนี้  เกิดมา  เหมือนละเมอ
       ชีวิตนี้  อยู่กินเจอ  ไม่ถึงร้อย

             ชีวิตนี้  อยากมีเงิน  กองท่วมหัว
       ชีวิตนี้  ได้แต่กลัว   มีเงินน้อย
       ชีวิตนี้  ทำให้จริง  อย่านิ่งคอย
       ชีวิตนี้  เดินตามรอย  ผู้หวังดี

       ชีวิตนี้  อยากมีเกียรติ  สูงเสียดฟ้า
       ชีวิตนี้  เผ้าถามหา  ความมั่งมี
       ชีวิตนี้  เขานับถือ  ที่ความดี
       ชีวิตนี้  ไม่ได้ฟรี  จำเอาไว้

             ชีวิตนี้  ใช้ให้ดี  จะมีสุข
       ชีวิตนี้  แม้จะทุกข์  จงก้าวไป
       ชีวิตนี้  มีความสุข  อยู่ไม่ไกล
       ชีวิตนี้  อย่าร่ำไร  ไปให้ทัน

        ชีวิตนี้  เกิดมา  เวลาน้อย
        ชีวิตนี้  จงค่อยค่อย  รักษามัน
        ชีวิตนี่  ใช้บุญตัว  ไม่ปนกัน
        ชีวิตนี้  ก้าวไม่ทัน  ถ้าช้าเอย				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟ)))**--ผลิใบสู่วัยกล้า--**(((
Lovings  )))**--ผลิใบสู่วัยกล้า--**((( เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟ)))**--ผลิใบสู่วัยกล้า--**(((
Lovings  )))**--ผลิใบสู่วัยกล้า--**((( เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟ)))**--ผลิใบสู่วัยกล้า--**(((
Lovings  )))**--ผลิใบสู่วัยกล้า--**((( เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึง)))**--ผลิใบสู่วัยกล้า--**(((
>