30 พฤศจิกายน 2550 04:37 น.

รุ้งทอฝัน#5

ฝากรักฟากฟ้า

ว่าไงพ่อเลี้ยงปราชญ์   ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ  น้ำเสียงกันเองทักทายมาทันทีที่ทั้งสามนั่งลงที่โต๊ะอาหาร
            วันนี้ออกมากินข้าวที่นี่ได้  โอ๊ะ!  สาวน้อยของลุงก้อมาด้วย  
            เขาหันไปทักทายเด็กน้อยพลางมองมาที่ทอรุ้งแวบหนึ่ง  ก่อนจะมองไปทางอื่นอย่างมีมารยาท  
             มีอะไรอร่อยๆ เอาออกมาเสิร์ฟเลย  หิวว่ะ  ปราชญ์สั่งโดยไม่สนใจเมนูที่เด็กบริการในร้านส่งมาให้  
             คร๊าบบบ  พ่อเลี้ยง  เสิร์ฟไวน์ก่อนก้อแล้วกัน  ผู้เป็นเพื่อนสรุปก่อนที่จะให้เด็กบริกรจดชื่อไวน์ลงในใบรายการ  
              "นึกยังไงออกสวนมากินข้าวเวียง"
               "  อ่อ  พอดีได้ลูกหมามาตัวนึง   เลยต้องมาซื้อของแล้วก้ออาหารเม็ดสำหรับเลี้ยงมันน่ะ"
               ผู้เป็นเพื่อนรับแก้วไวน์จากเด็กบริกร  มาวางเรียง   ไม่วายเหลือบมองดูอีกคนที่กำลังง่วนอยู่กับเด็กน้อย  เพิ่งเคยเห็นหน้า  เขาเดาไม่ถูกว่าควรจะทักว่าอย่างไร   พอดีปราชญ์เอ่ยขึ้นอย่างรู้ทัน  
             ลืมแนะนำไป  นี่ครูทอรุ้ง  เป็นครูสอนน้องฝันโดยเฉพาะเลย  
              ทอรุ้งเงยหน้าขึ้นมองพร้อมรอยยิ้มที่ปราชญ์อยากจะบอกว่าไม่ต้องยิ้มทักทายแบบนี้ก็ได้  
             ครูรุ้ง  นี่บดินทร์  เพื่อนผม  เป็นเจ้าของร้านอาหารที่นี่  
             หวัดดีครับ  ยินดีที่ได้รู้จักครับ  บดินทร์เอ่ยทักทายก่อน  
              ทอรุ้งกระพุ่มมือไหว้  
             สวัสดีค่ะ 
              ด้วยกิริยานี่พลอยทำให้น้องฝันยกมือขึ้นมือไหว้ตาม  
             จ้า  
              หนุ่มใหญ่ทั้งสองหัวเราะอย่างเอ็นดู  
             โอ้โห  เก่งจังเลย  ทักลุงก้อเป็นแล้ว  
             ตั้งแต่มีครูรุ้งมาดูแล  น้องฝันรู้จักความขึ้นเยอะล่ะ  
             ดีใจด้วยจริงๆ  พูดชัดขึ้นเยอะแล้วมั้ง  เรียกลุงดินได้ยังครับ  
              ประโยคหลังผู้พูดโน้มตัวลงไปพูดด้วยอย่างอ่อนโยน  น้องฝันยิ้มอายๆ  เบียดตัวไปแอบอยู่ข้างคุณครู  
              เรียกลุงดินให้ชื่นใจหน่อยเถ๊อะ  
              ลุงลิง!  น้องฝันเอ่ยเบาๆ  ผู้เป็นลุงหัวเราะชอบใจลั่นร้าน  
              ฮ่าๆๆๆๆๆๆ  ชัดมากเลยจ้าน้องฝัน  
              ปราชญ์เองก็อดหัวเราะไม่ได้  
             อ่ะ  ตามสบายก่อนนะ  เดี๋ยวจะมาคุยด้วย  
              บดินทร์ลุกจากโต๊ะไป  สักพักอาหารชุดแรกก็ถูกยกมาวาง  เด็กบริกรเสิร์ฟไวน์ให้เขาอย่างรู้หน้าที่  เป็นเพราะเขามาที่บ่อยๆ  ทั้งบดินทร์ก็ยังเป็นเพื่อนที่สนิทคุ้นเคยกันเป็นส่วนตัว  ทอรุ้งปฎิเสธไวน์ขอเพียงน้ำเปล่า  
             ท่าดื่มไวน์ด้วย  เดี๋ยวน้องฝันจะต้องขอดื่มด้วยแน่ค่ะ  
             เหตุผลของเธอทำให้เขานึกถึงครั้งสุดท้ายที่พาน้องฝันมานั่งที่ร้านอาหารนี้  คราวนั้นแทบจะกลายเป็นชนวนที่ทำให้หญิงสาวอีกคนหมางใจกับเขา 
  
             อ๊ะ!  อ๊ะ!  
             มือน้อยๆ ปัดป่ายมาสะกิดเมื่อเห็นแก้วไวน์ถูกเลื่อนมาวางบนโต๊ะ  
            ไม่ได้ลูก  ดื่มไม่ได้ครับ  
             หากเด็กน้อยไม่ฟังเสียงพยายามจะลุกขึ้นยืนบนเก้าอี้  เอื้อมคว้าให้ได้  จนปราชญ์ต้องย้ายไปวางให้ห่างมือ  สายตาอีกคู่ที่มองมาบอกความรู้สึกอย่างหนึ่งที่ทำให้เขารู้สึกอึดอัด  
            น้องฝันนั่งดีๆ   ครับ  เดี๋ยวเก้าอี้จะล้ม  
            ซนจังเลยนะคะ  พี่ปราชญ์  เสียงหวานๆ เอ่ยออกมาคล้ายจะเอ็นดู  หากเขาสังเกตว่าเธอไม่เคยเอื้อมมาแตะน้องฝันสักนิดแม้แต่จะให้นั่งใกล้  
            น้องฝันไม่ค่อยรู้อะไร  ต้องขอโทษด้วยนะ  
            แหม  ไม่เป็นไรค่ะ  เธอชม้ายตาตอบเขา  เด็กเล็กๆ ก้อแบบนี้ค่ะ         
             ระหว่างที่พูดไปเขาก็ต้องคอยจับวางของจากมือลูกสาว  ที่จะมักคว้าสิ่งนั้นสิ่งนี้ขึ้นมาดูอย่างสนใจ  
             น้องฝันขาดแม่นะ  เลยไม่มีใครคอยอบรม  
             ก้อหาเสียสิคะ  พี่ปราชญ์  
             เธอทอดเสียงพลางมองเขาอย่างเชิญชวน  จนปราชญ์แทบจะคว้าตัวมากอดเสียให้ได้   
             อ๊ะ!  
              เสียงเล็กแหลมดังแทรกขึ้นราวกับเรียกจะเอาสิ่งใด  ปราชญ์ต้องละสายตาจากหญิงสาว  ยังไม่ทันจะหันมองเต็มตา  ร่างน้อยที่กำลังจะยืนบนเก้าอี้ก็เซล้มลงจากเก้าอี้  มือน้อยน้อยๆ เอื้อมได้ผ้าปูโต๊ะที่วางอาหารเต็ม  พลันทุกอย่างก็ล้มกระจายพร้อมกับเสียงโครมประสานเสียงหวีดร้องอย่างตกใจ  
              ตายแล้วๆๆ  อะไรยังงี้นี่!!!  
              กว่าปราชญ์จะเข้าใจก็มารู้ตัวเมื่อเห็นภาพโต๊ะที่ล้มคว่ำ  จานชามอาหารบางใบแตก  เศษอาหารหกเลอะเทอะไปทั่ว  
               เขาอุ้มลูกสาวที่กำลังตกใจ  ร้องไห้จ้ากอดคอเขาแน่น   
               ไม่เป็นไรลูก  โอ๋ๆๆๆ  อย่าร้องนะ  
               ปราชญ์ปลอบโยนลูกสาวเบาๆ  
              พี่ปราชญ์  
               เสียงเรียกนั้นทำให้เขานึกขึ้นได้จึงเหลียวไป  ชุดกระโปรงสวยเก๋ไก๋สีชมพูต้องเปรอะด้วยน้ำจิ้ม  น้ำปลา  เธอกัดริมฝีปากแน่น  บ่งบอกถึงความพยายามที่จะไม่โกรธ  
               พี่ขอโทษแทนน้องฝันครับ  คุณส้ม  
                เขาขอโทษขอโพยขณะที่บดินทร์รีบบอกให้เด็กบริกรมาเก็บข้าวของและทำความสะอาด  
                น้องฝันไม่ได้ตั้งใจ  โทษด้วยว่ะ  ดิน  
                เขาหันไปพูดกับเพื่อนรัก  
                เออๆ  ไม่เป็นไร  อุบัติเหตุ  น้องฝันคงตกใจมากเลย  บดินทร์พูดอย่างไม่เอาความ  
                แบบนี้ส้มจะกลับบ้านล่ะ  
                พี่จะไปส่งครับ  
                ไม่เป็นไรค่ะ  ส้มกลับเองได้  หญิงสาวพูดไม่มองหน้าเขาสักนิด  แต่คราวหลังท่าจะพาน้องฝันมาด้วยก้อบอกนะคะ  ส้มจะได้ไม่มา!  
                
                ลุงลิงๆๆๆ  น้องฝันเรียก ลุงลิง  พลางปรบมืออย่างชอบใจ  ปราชญ์ตื่นจากความคิดของตัวเอง  
                อ้าว  เพลงแรกนี้  ลุงลิงก้อขอมอบให้สาวน้อยสุดที่รักของลุงลิงนะครับ  
                บดินทร์ที่นั่งอยู่หลังเปียโนขนาดเล็ก  เอียงออกมาพูดกับแฟนเพลงตัวน้อยก่อนจะเล่นเพลงเปียโนของเด็กๆ   มอบให้  
               มื้อนี้ช่างแตกต่างกับมื้อวันนั้นเหลือเกิน  น้องฝันเรียนรู้จากการทำตามครูทอรุ้ง  เขาลอบสังเกตการที่เธอค่อยสอนลูกสาวไปอย่างใจเย็น  เป็นธรรมชาติราวกับสอน...ลูกสาวของตนเอง...  เขารู้สึกใจหายเมื่อมาคิดถึงผู้เป็นแม่ที่ไม่มีโอกาสจะได้เลี้ยงดูสายเลือดของตน  
               คุณปราชญ์คะ  จะให้ตักข้าวรึยังคะ  ทอรุ้งถามขึ้นเบาๆ  เมื่อเห็นว่าเขายังไม่ได้แตะต้องอาหารนอกจากจิบไวน์  
               สักหน่อยก้อดีครับ  เขาเลื่อนจานข้าวตรงหน้าให้เธอ
               "พอครูทัก  เลยหิวแหละ  
               ตั้งแต่ครูทอรุ้งมาเป็นครูพิเศษ  ดูเหมือนครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เขาพาเธอออกมารับประทานอาหารนอกบ้าน  
               ครูอิ่มรึยังล่ะครับ  
               อ่อ  กินไปเรื่อยๆ  กับน้องฝันค่ะ  
                ตอนนี้ผู้ถูกกล่าวถึงกำลังยืนมองนักร้องด้วยความสนใจอยู่หน้าเวที  
               อ้าว  ไปยืนโน่นแล้ว  ซนจัง 
                เขาเปรยอย่างกังวลกลัวจะเกิดเหตุการณ์วุ่นวายอีก  แต่คนเป็นครูกลับไม่แสดงท่าทีอะไรนอกจากหันไปมองยิ้มๆ  
               น้องฝันชอบดนตรี  ชอบเสียงเพลง  แบบนี้ดีแล้วค่ะ  ครูทอรุ้งอธิบาย  ช่วยให้น้องมีสมาธิ  เรียนรู้ได้ง่าย  เขาเรียกวิธีนี้ว่า  ดนตรีบำบัดค่ะ  
                ปราชญ์ทอดตามองดูผู้บรรยาย  
               เหนื่อยมั๊ยครับ  มาสอนน้องฝัน  
                เธอยิ้ม  
               ตอนแรกๆ  ยอมรับค่ะว่าเหนื่อย  แต่พอรู้จักน้องมากขึ้น  ก้อไม่เหนื่อยค่ะ  ค่อยๆ  ปรับไปทีละน้อย  
               ผมว่าไม่น้อยนะ  ช่วงแค่ไม่ถึงสองเดือนลูกสาวผมเปลี่ยนไปเยอะ  
               ค่ะ  
               ผมเองก้อไม่ค่อยได้อยู่บ้าน  ตอนนี้ต้องเข้าไปในสวนบ่อยขึ้น  เราจะให้มีส้มนอกฤดูส่งเข้าตลาด  
               ค่ะ  
               พอพูดถึงเรื่องงานที่เขาชอบ  ทอรุ้งก็ทำหน้าที่เป็นผู้ฟังที่ดี  สลับกับการแสดงความคิดเห็นเล็กๆ น้อยๆ  และชวนเขารับประทานอาหารไปด้วย  ซึ่งนอกจากสวนส้มแล้วเขายังเริ่มปลูกองุ่นอีกด้วย  
               ครูเคยไปเที่ยวในสวนรึยังครับ  
               ยังค่ะ  ไม่มีเวลาเลยค่ะ  อยู่กับน้องฝันทั้งวัน    
               เดี๋ยววันไหนว่างๆ  เราไปปิกนิกในสวนกันดีกว่า  
                ปราชญ์ผนวกเธอเข้าไปในคำว่า  เรา  หน้าตาเฉย  
               ผมก้อไม่ได้พาน้องฝันเข้าไปเที่ยวสวนด้านในนานแหละ  กลัวเรื่องสารเคมี  กลิ่นมันแรง  
                ดีแล้วค่ะ  น้องร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง  
                แต่ผมว่าลูก..น้องฝัน  ดูดีขึ้นเยอะ  เข้าใจอะไรมากขึ้นเพราะครูรุ้งเอาใจใส่แท้ๆ  
                ก้อไม่ใช่ทั้งหมดหรอกค่ะ  ทอรุ้งกล่าว  มาจากทุกคนที่ช่วยกัน  แล้วก้อน้องฝัน  
                หันไปมองทางลูกศิษย์ตัวน้อยซึ่งตอนนี้ขึ้นไปนั่งบนตัก ลุงลิง  เล่นเปียโนเสียแล้ว  อาการกลัวคนแปลกหน้าลดน้อยลง  หรืออาจเป็นเพราะหนูน้อยมีความสนใจด้านดนตรีก็อาจเป็นได้  
                ครูคิดว่า  น้องฝันจะเล่นดนตรีได้มั๊ยครับ  
                ได้สิคะ   รุ้ง...เอ่อ  ครู....  ทอรุ้งสะดุดคำพูดตนเอง  
                เรียกว่า  รุ้ง  ก้อดีครับ  เป็นกันเองดี  
                 ปราชญ์แก้เก้อให้เพราะเธอมักจะเว้นการเรียกชื่อตนเองเสมอเมื่อคุยกับเขา  
                 งั้นสักวันคงต้องเข็นเอาเปียโนหลังเก่าออกมาสอนลูกสาวดีกว่า   
                 เขาพูด  ทอรุ้งมองด้วยความประหลาดใจไม่คิดว่า  ผู้ชายหน้าตารุงรังแบบนี้จะเล่นเปียโนได้  
                 ผมเล่นเป็นครับ  เขาบอกยิ้มๆ  ราวกับรู้ความหมายในสายตาคู่นั้น

                 ทันทีที่รถจอดนิ่งสนิท  เด็กหญิงแสงจิ่งก้อวิ่งปราดออกมาจากเรือนเล็กด้านหลังบ้านราวกับคอยฟังเสียงรถตลอดเวลาอยู่แล้ว  
                เอาของหลังรถลงให้หน่อย  จิ่ง  พ่อเลี้ยง  สั่งเบาๆ  ก่อนที่จะเดินอ้อมมาเปิดประตูรถอีกด้านหนึ่ง  ทอรุ้งค่อยอุ้มประคองร่างน้อยๆ แบบบางลงจากรถ   น้องฝันหลับมาตลอดทางตั้งแต่ออกจากร้านอาหาร  
                 ส่งให้ผมอุ้มมั๊ยครับ  
                 ไม่เป็นไรค่ะ  เดี๋ยวน้องตื่น  จะช่วยพาขึ้นไปที่ห้องค่ะ  
                 ปราชญ์จึงต้องเป็นคนหอบกระเป๋าของเธอไปแทน  ป้าพรรณแม่บ้านร่างท้วมออกมาจากเรือนพักด้วยใบหน้าที่ประแป้งลายพร้อย  มาช่วยรับกระเป๋าถือของครูรุ้งจากเขา   
                  เจ้าพูห์หลับไปแล้ว  
                  ใครเหรอ  
                   อ้าว  ก้อลูกหมาที่คุณปราชญ์เอามาไง  
                   เหรอ  ชื่อ  พู  เหรอ  ไม่ยักรู้ 
                    เจ้าตั้งหื้อล่ะ  บ่ฮู้จะฮ้องมันจะใด แสงจิ่งเป็นคนเฉลย   
                   อ่อ!  นึกว่ามันเป็นคนบอก  
                   เขาพยักหน้าหงึกหงัก  พลางจะขยับตามครูขึ้นไปที่ห้อง  
                   คุณปราชญ์ช่วยดูของให้จิ่งมันแยกก่อนดีกว่า  
                   ป้าพรรณบอกเรียบๆ  
                  เดี๋ยวป้าไปส่งครูรุ้งเอง  
                   ดังนั้นเมื่อทอรุ้งเดินกลับลงมาพร้อมป้าพรรณจึงเห็นผู้เป็นนายจ้างกำลังนั่งอยู่กับตะกร้าหวายใบย่อมที่แสงจิ่งอุตส่าห์หามาสำหรับเป็นที่นอนของ เจ้าพูห์  
                   คงไม่เป็นภาระของครูรุ้งนะครับ  
                   ในเมื่อเขาตีขลุมลงมาแบบนี้  ทอรุ้งก้อไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร  
                   ค่ะ  จะช่วยดูแลให้ได้ค่ะ  
                   งั้นเอาไปที่บ้านพักของครูเลยดีกว่า  
                   ไม่พูดเปล่า  ปราชญ์ลุกขึ้นคว้าตะกร้าหวายทันที  จิ่ง  แกช่วยหิ้วถุงของนี่ไปด้วยละกัน
                   ป้าพรรณสั่งเด็กหญิงทันควัน  ทอรุ้งได้แต่เดินตามเป็นขบวนไป				
29 พฤศจิกายน 2550 07:25 น.

รุ้งทอฝัน#4

ฝากรักฟากฟ้า

เสียงเพลงเด็กๆ  ดังเจื้อยแจ้วลอยมา  ทำให้แสงจิ่งลูกสาวนางซอ  ซึ่งเป็นเพื่อนเล่นและพี่เลี้ยงเด็ก  ที่ปัจจุบันได้เลื่อนขึ้นเป็นผู้ช่วยครูรุ้ง  ..ตำแหน่งที่เธอคิดขึ้นมาเอง...  เธอรีบล้างจานกองใหญ่ให้เสร็จเรียบร้อย  แล้วขออนุญาตนางซอขึ้นไปที่เรือนใหญ่  เธอรู้สึกรักครูรุ้งขึ้นทันทีที่ได้เห็น  ตลอดเวลาสั้นๆ  ครูรุ้งสามารถเข้าใจสำเนียงการพูดที่มีทั้งภาษาไทยและไทยใหญ่ของเธอและแม่ได้พอสมควร  ที่สนุกก็คือเวลาที่ครูรุ้งสอนหนังสือน้องฝัน  ซึ่งแสงจิ่งมักถือโอกาสมานั่งเรียนเป็นเพื่อนน้องฝันเสมอ
               ครูทอรุ้งมีอะไรสนุกๆมาให้เล่นอยู่เรื่อย  น้องฝันที่แต่ก่อนดูหงอยเหงา  ไม่ค่อยคุ้นเคยกับใครเริ่มที่จะสื่อสารกับคนอื่นมากขึ้น  แม้จะติดขัดในการออกเสียงพูด  แต่ด้วยความพยายามของครูทอรุ้งทำให้น้องฝันพัฒนาการไปรวดเร็วจนน่าแปลกใจ  
              น้องฝันฮ้องเพลงแฮ่มก่อ  แสงจิ่งถาม  หนูน้อยยิ้มให้อย่างไร้เดียงสา  ก่อนที่จะส่งไมโครโฟนตัวเล็กคืนให้พี่เลี้ยง  
              จะอั้นต่าปี้ฮ้องน่อ
              แสงจิ่งรับไมค์ด้วยความยินดี  เธอจัดการเลือกเพลงเพลงของโปรดของเธอเอง    
              ทอรุ้งจัดการปรับเสียงให้พอเหมาะ  นั่งดูนักร้องดาวรุ่งในป่าร้องเพลงทั้งเต้นทั้งร้อง  น้องฝันนั่งตบมือเป็นจังหวะบางไม่เป็นบ้าง  ใบหน้าเกลื่อนรอยยิ้มเธอนั่งมองอย่างเอ็นดู  
             ใช่ว่าน้องฝันจะมีความบกพร่องทางสติปัญญาเท่าใดนัก  ที่ผ่านมาอาจเป็นเพราะการดูแลที่ไม่เหมาะสม  ด้วยคิดว่าตัวเด็กมีปัญหาจนไม่สามารถพัฒนาได้  จึงแค่ดูแลแบบกินอิ่มหลับสบาย  ไม่ให้เจ็บไข้มากกว่า
อีกไม่นานจะเป็นเวลาเปิดเทอมของโรงเรียนทั่วไป  เธอคิดว่าน้องฝันน่าที่จะสามารถเข้าเรียนร่วมชั้นกับเด็กคนอื่นๆ ได้  ซึ่งทางหมอประจำตัวก็ได้แนะนำไว้แต่ทางปราชญ์ยังไม่มั่นใจ
            น้องฝันไม่เคยอยู่กับคนอื่นนะ
            นั่นแหละค่ะ  ยิ่งควรต้องพาไปค่ะ  ฝึกไปทีละน้อย  เธอยืนยัน  น้องจะได้คุ้นเคยกับคนอื่นบ้าง
             วันก่อนทอรุ้งได้ไปพบพูดคุยกับคุณครูโรงเรียนประจำหมู่บ้าน  แต่ยังเป็นปัญหาอยู่ว่าทางโรงเรียนจะสามารถรับเด็กเข้าเรียนและจัดกิจกรรมให้กับเด็กที่มีความบกพร่องอย่างนี้ได้หรือไม่  เธอไม่ต้องการให้น้องฝันต้องกลายเป็นเด็กพิการที่หมดโอกาส  กลายเป็นภาระของสังคม  คงต้องกลับไปขอคำแนะนำจากคุณหมออีกครั้ง
              แม่ครูฮ้องพ่อง  แสงจิ่งส่งไมค์มาหลังจากที่เธอร้องครบเพลงที่เธอต้องการ  เจ้าจะเซาะเพลงฮื่อ  เอาม่วนๆ
              ทอรุ้งอดขำกับท่าทางกระตือรือร้นของเด็กสาวไม่ได้  แสงจิ่งส่งแผ่นร้องเพลงคาราโอเกะมาให้ดูแผ่นหนึ่งเป็นเพลงชุดของวัยรุ่นที่เธอเคยได้ยินมาบ้างหลายครั้ง
              เพลงนี้ม่วน  ผู้จัดการสรุปแล้วก็นำแผ่นเข้าในเครื่อง  ทอรุ้งนึกสนุกด้วยจึงต้องร้องตามที่ผู้จัดการสั่ง   ผู้ชมทั้งสองตบมือเปาะแปะชื่นชม  แววตาที่น้องฝันมองมาด้วยความสนุกสนาน  ทอรุ้งก็ถือว่าคุ้มแล้ว
               
              ....ฉันอาจจะไม่น่าดู  
                  ฉันรู้ตัว  
                  ฉันอาจจะเผลอทำตัวเป็นอย่างนั้น  ....
                ปราชญ์ยืนฟังนิ่งอยู่ข้างรถกระบะคันใหญ่  เสียงเพลงที่ดังลอยมาจากเรือนหลังใหญ่  น้ำเสียงที่เขาไม่คุ้นหู  แต่เมื่อตั้งใจฟังแล้วเขาจึงพอเดาออกว่าเป็นใคร  
                 เขาเอื้อมมือไปอุ้มตัวปุกปุยน้อยๆ ในกล่องกระดาษที่วางอยู่กระบะท้ายรถ  ซ่อนไว้ในเสื้อแจคเก็ตสีน้ำกรมท่าที่เขาสวมทับเสื้อยืด  เขายิ้มละไมอยู่ในใจ  ค่อยเดินอ้อมไปด้านหลังบ้านเงียบๆ  ตามเสียงเพลง   ก็จะเป็นห้องของลูกสาวสุดที่รักนั่นเอง
                 ...ไม่ใช่เพียงแค่ไหล่ไว้ซบอิง  .....
                 เสียงใสๆ หวานๆ  ในยามร้องเพลงที่เขาไม่เคยได้ยิน 
                 ..คงจะร้องกันอย่างนี้บ่อยล่ะสิท่า....  นึกอยากเห็นหน้าขึ้นทันที  เขารู้สึกแปลกใจตัวในบางครั้งไม่ได้  นับตั้งแต่ครูทอรุ้งมาสอนและดูแลลูกสาวให้  เขามักจะกลับบ้านเร็วขึ้น  อยู่บ้านมากขึ้นผิดกับแต่ก่อน  ปราชญ์เพิ่งคิดได้ว่าเขาเป็นเช่นนั้นจริงๆ  
                เมื่อเขาค่อยๆ เปิดประตูเข้าไม่ให้รบกวนกิจกรรมสนุกสนานของสมาชิกในห้อง  เด็กน้อยสองวัยกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนผ้าปูนั่ง  ตั้งใจฟังเพลง  ร่างเล็กๆของครูนั่งกับพื้นเช่นกัน  สายตาจับจ้องที่ตัวหนังสือบนจอโทรทัศน์  ไม่มีใครสังเกตเห็นเขาที่ยืนอิงประตูเลยสักนิดจนเมื่อครูทอรุ้งร้องเพลงจบ  ผู้ฟังทั้งสองตบมืออย่างชอบใจ  ส่งเสียงชื่นชมดังลั่น  เธอวางไมโครโฟนลงขยับตัวจะลุกขึ้นจะเหลือบมาเห็น  ใบหน้าเนียนผ่องปราศจากเครื่องสำอางค์นั้นแดงระเรื่อขึ้นมาคล้ายสาวน้อย  หากเธอยังกลบเกลื่อนกิริยานั้นด้วยการหันไปบอกกับลูกศิษย์ตัวน้อย  
                น้องฝันคะ  คุณพ่อมาแน่ะ  
                น้องฝันหันขวับพร้อมกับลุกพรวดไปหาผู้เป็นพ่อทันที  
                ป๊ะ!  ป๊ะ!  
                คำเรียกนั้นเปลี่ยนเมื่อไม่นานหลังจากที่ครูรุ้งพยายามฝึกให้เธอออกเรียก  สร้างความพึงพอใจแก่คนเป็นพ่อยิ่งนัก  
                ปราชญ์ยังซุกมือซ่อนตัวปุกปุยไว้ในเสื้อ  ใช้มืออีกข้างช้อนอุ้มตัวเบาหวิวของเด็กน้อยขึ้นพาเดินกลับไปนั่งที่เดิม  ทอรุ้งกดรีโหมทเพื่อเบาเสียงเพลง  ขยับตัวลุกออกจากผ้าปูรองนั่งผืนใหญ่ไปนั่งบนเบาะรองนั่งสี่เหลี่ยมใบหย่อมอีกด้านหนึ่ง  
                น้องฝันขา  ลูกเอามือมาหน่อยสิคะ  
               ทอรุ้งมักจะทึ่งเสมอยามที่เขาเรียกลูกสาวตัวน้อยอย่างอ่อนหวานแบบนี้  
               เด็กน้อยจับมือผู้เป็นพ่อทันที  เขาค่อยๆ จับมือบางนั้นเข้าไปในตัวแจกเกต  น้องฝันกระตุกมือออกอย่างรวดเร็ว  ใบหน้าและแววตาตกใจ  งุนงง  พร้อมกับเบี่ยงตัวออกจากแขนพ่อ  ลุกวิ่งไปนั่งตักครูทอรุ้งทันที  ไม่พูดอะไรนอกจากทำตาโตจ้องมองพ่อที่กำลังหัวเราะเสียงดังด้วยความขบขัน  
               อ่ะหยังก๊าเจ้า  ป้อเลี้ยง  แสงจิ่งชะเง้อหน้าเข้าไปถามตามประสาซื่อ   เมื่อปราชญ์เอามือออกจากตัวเสื้อ  ตัวปุกปุยสีขาวก็กำลังทำหน้าตื่นตระหนกอยู่ในมือของเขา  น้องฝันนั่งตัวแข็ง  มือน้อยๆ ขยุ้มลงที่แขนของทอรุ้งแน่น  
                หมาหน้อยๆๆ  ฮะๆ  น่าฮักขนาด  น้องฝัน  
                อ้าว!  ตายล่ะ  ตัวสั่นเหมือนกันเหรอเรา  ใบหน้ารกเคราและหนวดก้มลงพูดกับตัวปุยขาวในมือ  
                 คุณปราชญ์น่าจะเอาออกให้น้องเห็นก่อนที่จะให้จับตัว  ทอรุ้งพูดเชิงตำหนิกรายๆ  ก่อนที่จะประคองน้องฝันลุกจากตัก  เธอคุกเข่าอยู่ข้างๆ  ลูกศิษย์ที่ยืนนิ่ง  ทำตาโตจ้องมองราวกับเห็นตัวประหลาดในมือพ่อ   
                 น้องฝันคะ  มาดูกับครูค่ะ  ไม่ต้องกลัวนะคะ  
                 สายตาที่ตวัดมองมาทำให้เขาอดคิดไม่ได้ว่าเธอค้อนควักตำหนิเขา  ปราชญ์หัวเราะในคอยิ่งทำให้สายตาคมนั้นเข้มมากขึ้น  
                 น้องฝันเดินมาโดยมีครูเดินเข่าประคองมา   เธอค่อยจับมือลูกสาวของเขาแตะขนฟูๆ อย่างเบามือพร้อมกับพูดปลอบโยนให้หายกลัว  
                 หมาหน้อยตั๋วสั่นเลยเจ้า  แม่ครู  แสงจิ่งให้ความสำคัญกับเจ้าปุยมากกว่า  
                  อุ้มหน่อยมั๊ยลูก  เขาพูดพร้อมกับส่งตัวปุยนั้นมา  
                  อย่าเพิ่งค่ะ  ทอรุ้งเอ่ยห้ามทันควัน  ฉีดยารึยังคะ  แล้วน้องฝันเคยแพ้ขนสัตว์รึป่าวคะ  
                 ไม่มั้ง  แต่เจ้าของบอกฉีดวัคซีนรวมมาแล้วครับ  
                 คงจะยังไม่ถึงสองเดือน  พันธุ์อะไรคะ  
                 เอ  ดูเหมือนจะผสมนะ  เห็นตัวแม่เป็นชิสุห์  ส่วนตัวพ่อท่าทางจะเป็นพุดเดิ้ล  เขาชูเจ้าตัวน้อยขึ้นมอง  ครูเลี้ยงเป็นมั๊ยครับ  
                 ฟังจากน้ำเสียงและคำถามแบบนี้คงไม่แคล้วต้องได้เป็นคนดูแลเจ้าตัวเล็กนี่เพิ่มแน่นอน  
                 พอจะรู้บ้างค่ะ  ไม่ทราบเขาให้เริ่มกินอาหารรึยัง  
                 เห็นบอกให้เอาอาหารเม็ดผสมนมให้กินบ้างแล้ว  
                 แล้วคุณปราชญ์หามาไว้รึยังคะ  ปราชญ์มองดูครูทอรุ้งยิ้มๆ  ยังครับ  ไม่รู้จะเตรียมยังไงก้อคิดว่าจะให้ครูช่วยจัดการให้หน่อย  
                 นั่นไง  นึกแล้วเชียว.....ทอรุ้งนึกเข่นเขี้ยว  
                 เอางี้  เดี๋ยวเราเข้าเวียงกันหาซื้อของสำหรับตัวเล้กนี่  อือ...เย็นนี้ผมพาครูไปกินข้าวที่เวียงเลยดีกว่า  เขาสรุปอย่างรวดเร็ว  
                 เจ้าไปโตยก่อ  ป้อเลี้ยง  แสงจิ่งถามขึ้นราวกับต้องร่วมอยู่ในกลุ่ม  
                 ปราชญ์หันมาตอบอย่างใจดี  
                 ไปสิ  จิ่ง  เธอน่ะเป็นผู้ช่วยครูรุ้งนี่  ต้องไปช่วยครูเขาดูน้องฝัน  
                 แค่นั้นผู้ช่วยครู  ก็ยิ้มกว้างรีบลุกปราดออกไปเพื่อแจ้งข่าวให้กับแม่และป้าพันได้ทราบ  
                อ้าว!  ปราชญ์ได้แต่ร้องมองตามเด็กลูกจ้างแสนรู้  แล้วเจ้านี่ทำไงต่อครับครู  
                 คงต้องหาที่อยู่ให้เขาก่อน  คืนนี้คงร้องน่าดู  
                 งั้นฝากครูจัดการเลยครับ  ไม่พูดเปล่า  เขาวางตัวปุยขาวลงบนมือครูทอรุ้ง  เธอต้องเอื้อมมือไปรับแทบไม่ทัน  
                เดี๋ยวผมขอตัวไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อหน่อย  
                ค่ะ  เธอรับทราบ  งั้นจะพาน้องฝันไปเตรียมตัวก่อนนะคะ  
                เขาพยักหน้าตอบก่อนจะหันไปกอดลูกสาวอย่างรักใคร่  
                แต่งตัวสวยๆ  นะคะ  พ่อจะพาไปเที่ยวค่ะ  
                เมื่อผู้เป็นพ่อออกห้องไป  ทอรุ้งยังให้น้องฝันนั่งตักดูลูกสุนัขตัวน้อยที่สั่นงันงกด้วยความไม่คุ้นเคย  
                 ค่อยๆ ลูบเบาๆ  นะคะ  ไม่ต้องกลัวค่ะ  เธอพูดปลอบเมื่อเห็นกิริยาหวาดกลัวของน้องฝัน  จนเธอกล้าที่จะเอามือลูบขนนุ่ม  ปุยสีขาวนั้น  
                  ดูเหมือนเจ้าตัวเล็กนั้นก็ยอมรับมือน้อยๆ นั้นเช่นกัน  มันสงบเงียบลงและน้องฝันเริ่มคลายความกลัวลงไปได้				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟฝากรักฟากฟ้า
Lovings  ฝากรักฟากฟ้า เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟฝากรักฟากฟ้า
Lovings  ฝากรักฟากฟ้า เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟฝากรักฟากฟ้า
Lovings  ฝากรักฟากฟ้า เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงฝากรักฟากฟ้า
>