อัลมิตรา

ในที่สุดพวกเราก็ไปถึงบ้านบ้องตี้ สงบเงียบ ร้านรวงต่างๆก็ไม่มีการขายของ เพิงเล็กๆเปิดอยู่ ขายส้มตำ ไก่ย่าง อย่างน้อยก็ยังพออาศัยกันหิวได้อีกมื้อล่ะ ลองขี่มอไซด์ไปตามซอกซอย  ก็เห็นแต่บ้านหลังเล็กๆ ที่มีเด็กๆหน้าตามอมแมมโผล่หน้าออกมามอง บ๊ายบาย บ๊ายบาย .. ทำอย่างกะรู้จักกันแน่ะ ลูกลิงเองต้นเสียง บ๊ายบาย .. ฮะ ฮะ .. มือน้อยๆโบยหยอยๆ พร้อมกับคำว่า บ๊ายบาย รอยยิ้มละมุนแก้ม น่ารักกันจัง..
ขี่รถเล่นสักพัก เลี้ยวลงข้างทางที่มีป้ายเขียนว่าเส้นทางเดินทัพ เส้นทางนี้แหล่ะที่พวกยุ่นเดินทัพข้ามไปยังประเทศหม่อง อืมม !! เส้นทางประวัติศาสตร์ ที่คร่าชีวิตคนมากมาย เส้นทางแห่งความหายนะ รู้สึกหวิวๆนะ รู้สึกหดหู่ทันใด ใช้เวลาไม่มากในการสำรวจเส้นทางนี้ ก็ตัดสินใจกันว่ากลับที่พักดีกว่า ตรงนี้ไม่มีอะไร ไปวางแผนกันต่อว่าจะเร่ร่อนไปไหน ขากลับ เราใช้เวลาไม่มากไปกว่าขามา ตลอดระยะทางที่เดินทางในวันนี้ ยังไม่โดดแดดกันเลย ไอหมอกปกคลุมไปทั่วหุบเขา เมฆฝนลอยต่ำ ลมเริ่มพัดแรง แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรค เรื่องเปียกฝนเรื่องเล็กเสียแล้ว เรื่องมอไซด์ขี้โรคนี่ต่างหากเรื่องใหญ่ เอาเป็นว่ากลับไปที่พักก่อนดีกว่า จะได้ตัดสินใจกันไหมว่าเบนเข็มไปทางไหนดี

ณ วันที่ฟ้าหม่นฝนโปรยปราย
คงคลับคล้ายหัวใจร่ำไห้เศร้าหมอง
แลหนทางข้างหน้าลางเลือนมอง
ดุจจะพ้องอดีตเป็นเช่นตัวเรา
จะกล้าหาญอย่างไรเพื่อไปถึง
จะดื้อดึงอย่างไรเมื่อใจเขลา
จะแบกรับสิ่งหนักทึกทักเบา
จะต้องเศร้ากี่หนที่ทนไป
เพียงเท่าที่มองเห็นเช่นเคยหวัง
ก็พลาดพลั้งเกินนับสดับไหว
นับแต่นี้คงอยู่อย่างคนไร้ใจ
สิ้นเยื่อใย..มิซึ้งซึ่งคนลวง
ณ วันที่ฟ้าหมองพ้องดุจเหงา
ผู้หนึ่งเศร้าเดียวดายไร้ใครหวง
ต้องทนเจ็บปวดร้าวหนาวแดดวง
จนชีพร่วงดับสลายใต้ฟ้าคราม
				
comments powered by Disqus

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน