28 พฤศจิกายน 2547 00:27 น.
[ไร้ตัวตน]
เรื่องความตาย
ความตาย น่ากลัวไหมครับ? อืม เรามาทำความรู้จักกับความตายกันดีกว่าครับ ความตายนั้นไม่ใช่สิ่งที่อยู่ไกลตัวเราเลยแม้แต่นิดเดียว ความตายเดินตามเราทุกๆคนทุกย่างก้าว หรือไม่แต่คนที่กำลังนอนหลับ ความตายก็จะหลับและเป็นเพื่อนกับเราทุกชั่วขณะ เราขับรถความตายก็ไปกับเราด้วย เราทานข้าวความตายก็ทานด้วย หรือแม้แต่เราหัวเราะหรือร้องไห้ความตายก็จะอยู่กับคุณ เพราะทุกเสี้ยววินาทีที่เรามีชีวิต ความตายก็กำลังจับจ้องมอดูคุณอยู่.น่ากลัวหละสิ สำหรับผมแล้วความตายไม่น่ากัวเลยครับ จะกลัวมันไปทำไมไหนๆเราเกิดมาก็จะได้ตายอยู่แล้ว ไม่มีใครที่จะอยู่จนโลกนี้จนแตกสลายได้หรอกครับ ลองคิดเล่นๆดูสิครับ ประเทศไทยเรามีประชากรอยู่ 60 ล้านคน ที่เดินตามห้างสรรพสินค้า ที่เดินอยู่แถวๆตลาด หรือผู้คนที่เดินขวักไขว่อยู่ตามถนนที่ไหนซักแห่งก็ตาม อีกไม่ถึง100ปี ผู้คนเหล้านี้ก็จะตายกันหมดลองคิดดูอีกสิครับ ถ้าสมมุติว่าจะไม่มีผู้คนเกิดมาทดแทนโลกเราอีก โลกเราก็จะมีแต่ความว่างเปล่า ยิ่งพูดยิ่งน่ากลัว รวมทั้งผู้คนอีก6พันล้านคนทั่วโลก..ง่ายๆครับคนที่อ่านของผม และ ตัวกระผมเอง100 ปีข้างหน้าเราก็จะได้ตายแล้วฮู้!!!ดีใจ แป่ว! แต่ก็มีคนบางคนนะครับที่อยากตายก่อนวัยอันควร.สำหรับเรื่องตายแล้วมันไม่ยากครับ ! แม้มันจะหาชื้อตามท้องตลาดไม่ได้ แต่คุณก็สามารถตายได้แถวๆท้องตลาด โดยคุณไปจีบลูกสาวพ่อค้าร้านขายปืน หรือไม่ก็ ตายโดยการกัดลิ้นตาย หรือเอามือตบหน้าผากตัวเองตายแบบหนังกำลังภายใน..
ครับ.ถ้าพูดถึงเรื่องความตายแล้ว ทุกคนเองคงไม่อยากตายกันแน่นอน แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้า..คุณรู้ว่าตัวเองต้องตายภายใน อีก 5 วันข้างหน้า น่ากลัวแล้วสิ! แล้วคุณจะทำอะไรก่อนตายหละ ? สำหรับตัวข้าพเจ้าเองก็ไม่มีไรมากกกก ก็ขอจบเพียงเท่านี้ พูดเล่น สำหรับข้าพเจ้าเองก็จะไปขายของที่ไม่จำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตภายใน 5 วันนี้ออกให้หมดเช่น กางเกงใน แปลงสีฟัน ไม้จิ้มฟันมือสอง ฯลฯ ขายเสร็จแล้วก็ไปทำประกันชีวิต ต่อจากนั้น ก็ไปร่ำลาคนที่เรารัก และพอเราได้เงินที่เราขายของมาเราก็ไปเที่ยวชมธรรมชาติ ทำอะไรที่เราไม่เคยทำ อย่างเช่น ไปว่ายน้ำกับจระเข้ในสระ , ขี่เสือจับตั๊กแตน (ตายก่อนพอดี) , เข็ญสิบรถล้อขึ้นภูเขา , อันสุดท้ายนี้เลย!!! ทานหัวหอมใหญ่ (น่าหวาดเสียวมาก)เพราะอะไรที่เราทำแล้วหวาดเสียวมันจะทำให้ตอ่มความสุขเราหลั่ง ฯลฯ คนเราต้องค้นหาความมันก่อนตาย แต่อย่าไปค้นหาความตายก่อนมันหละมันจะยุ่ง ! พอเราเที่ยวให้หนำใจเสร็จแล้วก็มาถึงวันสุดท้ายของชีวิต ตกดึกคืนสุดท้ายที่เราจะมีชีวิตอยู่ ในวันนั้นผมจะออกมานั่งนอกบ้านแล้วก็มองดูดวงดาวยามค่ำคืน ดาวในคืนนั้นบอกได้เลยครับว่ามันต้องเป็นดาวที่สวยงามมาก ยิ่งกว่าฝนดาวตกชะอีก เพราะมันเป็นวันที่เราจะนึกถึงเรื่องเก่าๆที่เราผ่านมาในชีวิต
ว่ามีอะไรบ้างนึกถึงสิ่งดีๆในชีวิตแล้วพอถึงเวลาเราก็หลับไปพร้อมๆกับความสุข..ครับพอพูดถึงเรื่องตายผมมีเรื่องหนึ่งที่อยากเบียร์ให้ฟัง ชื่อเรื่อง ความตายหายนะและชีวิต นิทานเรื่องนี้สร้างจากเรื่องโกหก นำแสดงโดยนักแสดง กำกับโดย ผู้กำกับ ทุ่มทุนสร้างกว่า 2 บาท (ชื้อกระดาษมาเขียน) รายได้ถล่มกระจาย กำลังจะถูกHollywood นำไปสร้างเป็นหนัง เรื่องเกิดขึ้นที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในคืนนั้นเป็นคืนที่เงียบสลัว (ใครรู้จักเงียบสลัวบ้าง!เงียบสลัวก็คล้ายๆกับเงียบสงัดต่างกันตรงที่คำว่า ลัว-งัด ) แม้แต่เสียงมดคุยกันยังได้ยิน เมื่อมองเข้าไปทางด้านในของโรงพยาบาลแห่งนั้น ก็จะเห็นห้องๆหนึ่งซึ่งติดป้ายว่า ห้องสุขารวม ผู้ปว่ยคนหนึ่งถูกทางโรงพยาบาลย้ายมาอยู่ที่ห้องพิเศษห้องนี้ เพราะทางโรงพยาบาลไม่มีห้องที่เหลืออยู่อีกแล้วเพราะคนไข้มีมากเกินจำนวนห้อง แอนผู้ซึ่งเป็นนางพยายามถูกคุณหมอ เสริม มัจจุราช เรียกตัวให้เข้าไปเฝ้าไข้ผู้ป่วยในห้องนั้น เมื่อนางพยายามแอนเข้ามาถึงในห้องนั้น สภาพที่เธอเห็นก็คือ ผู้ป่วยที่เป็นโรคแทรกซ้อนหลายโรคทั้ง ม้ามแตก , อกหัก , ใจหาย , มะเร็ง , เอดส์ , ไข้หวัดนก , ท้องเสีย, ฟันผุ , ฟันแมง , ฟันแล้วทิ้ง (เอ่อ! อันหลังนี้ใครทราบบ้างว่าโรคนี้อาการมันเป็นไง ) ฯลฯ แต่ผู้ป่วยก็ไม่ตายซักที ผู้ป่วยคนนั้นถูกนายแพทย์ เสริม มัจจุราช ใส่เครื่องพันธนาการต่างๆเพื่อช่วยผู้ป่วยอยู่รอด เช่น เครื่องช่วยหายใจ เครื่องตอกเสาร์เข็ม เครื่องสูบน้ำ(ชนิดคูโบตา) เพื่อสูบน้ำออกจากปอดผู้ป่วย เครื่องเล่น วีชีดี เครื่องซักผ้า เครื่องในสัตว์เพื่อที่จะเปลี่ยนถ่ายอวัยวะของผู้ป่วย ฯลฯ แต่เครื่องเหล่านั้นคนนั้นก็ไม่สามารถทำให้ผู้ป่วยอาการดีขึ้นเลยแม้แต่นิด เมื่อนางพยายามแอนมองไปที่สายตาของผู้ป่วยก็ได้เห็นสายตาที่กำลัง หรี่ลงหรี่ลง.หรี่ลงแล้วกระพริบตาให้กับนางพยายามแอน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่า รัก เสียงลมหายใจของผู้ป่วยแผ่ว บางลง.บางลงบางลง(บางลงแบบมีปีกที่บางกระชับ) แล้วทันใดนั้นผู้ป่วยก็หลับลง แล้วสภาพแวดล้อมแถวนั้นก็เงียบสลัวลงอีกครั้ง นางพยายามแอนเห็นท่าไม่ค่อยดี เธอรีบเดินเข้าไปหาที่ตัวผู้ป่วยอย่างรีบเร่ง แล้วก็เอามือจับชีพจรของผู้ป่วย เธอจับไปที่ก้นของผู้ป่วยไม่เต้นแล้วใช้มือจับไปที่ขาไม่เต้น.เธอคิดว่ามันคงไม่ใช่แน่นอน ก็เลยเอาหูของเธอนอนแนบลงไปกับพื้นห้องเพื่อที่จะฟังเสียงชีพจร แล้วเธอก็ได้ผล เธอได้ยินแล้วเสียงชีพจรเต้น ตึกตักอึกอักงักงัก เมื่อเธอได้ยินเช่นนั้นเธอก็รู้ว่าผู้ป่วยแค่นอนหลับไปเท่านั้นเอง เพราะเวลานั้นก็ปาเข้าไปเข้าตีสองกว่าแล้ว รายต่อไปที่หลับก็เป็นนางพยายามแอนนั่นเองหมายเหตุเรื่องนี้เกิดขึ้นที่โรงพยาบาลบ้าแห่งหนึ่ง
สรุปความตายในความหมายของตัวผู้เขียนเองนั้นก็คือ การที่เราหลับสนิทโดยที่เราไม่ฝันไม่รู้สึกถึงอะไรนั่นเองผมว่า เราเองก็ตายกันทุกวันนั่นแหละ บางคนก็ตายวันละ 6-8 ชั่วโมง บางคนก็ตายวันละ3-4 ชั่งโมงเพราะการตายก็คือการนอนหลับที่สนิท และอีกเรื่องหนึ่งพอถึงเวลาที่เราเองจะตายจริงๆ ผมว่าเราทุกคนไม่รู้หรอกครับว่าตัวเองตาย รู้แต่ว่ากำลังจะตาย พอถึงเวลาตายก็ไม่รู้ ลองคิดดูสิครับ! ถ้าเราตายแล้วเราจะรู้ได้ไงว่าเราตายนั่นสิ งั้นทุกคนในโลกนี้ก็หันมามองการตายในแง่ของการนอนหลับพักผ่อนโดยที่เราไม่ฝันไม่รู้สึก ก็คือการนอนหลับนั่นเองเราจะมาตายวันละ 6-8 ชั่วโมงตายหมอบอก เพราะมันเป็นการดี แต่อย่าตายกันบ่อยนะครับเดี๋ยวติดเป็นนิสัย เดี๋ยวก็ได้ตายตลอดชีพ(ไม่ได้แช่งนะครับ) และอีกอย่างหนึ่งครับเวลาคนรอบๆข้างตัวเรานอนหลับไปโดยเขาจะไม่พูดไม่ตื่นแล้วก็อย่าไปเศร้าโศกกับเขาคนนั้นเลย ถือว่าเขาหลับไปแล้วหลับฝันดีจนเขาไม่ยอมตื่นก็แล้วกัน (ไม่พูดดีกว่าเรื่องมันเศร้า) ว่าไปแล้วผู้เขียนเองก็นึกอยากตายแล้วสิ ผมขอตายซัก 2-3 ชั่วโมงก่อนแล้วกันง่วงแล้ว1.2.3.คร๊อกฟี่!!!
กระผมลองเขียนเล่นๆถ้าใครอ่านแล้วช่วยวิจารน์ทีนะครับด่าหรือ...อะไรก็ได้ผมรับได้หมด แต่อย่าด่าแม่ ผมหละ(พูดเล่น)
27 พฤศจิกายน 2547 14:38 น.
[ไร้ตัวตน]
ในคืนหนึงของห้องนอน
เวลาประมาณตี2 ผมตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำด้วยอาหารปวดท้อง
แต่ก่อนที่ผมจะลุกจากเตียง ผมได้ยินเสียงอะไรไม่รู้ดังมาจากบนเพดาน
มันเป็นเสียงเหมือนกับมีคนเอาหัวโขกเพดาน เสียงดัง (ตุ๊บ..ตุ๊บ...ตุ๊บ)
อยู่นาน ผมลุกขึ้นเดินไปหยิบไม่กวาด เคาะเพดานเบาๆแล้วเสียงนั่นก็เงียบหาย จากนั้นก็เดินเข้าห้องน้ำ ปิดไฟจ้าด้วยความกลัวผี ของตัวผมเอง
ขณะที่กำลังนั่งทำธุระใกล้เสร็จ ก็ได้ยินเสียงเหมือนคนกำลังลากถุงที่ถูกใส่ด้วยของที่หนักๆ เข้ามายังห้องน้ำเสียงนั่นสยองมาก ผมรีบเช็ดก้นเพื่อออกมาดูต้นเสียงนั่น พอเปิดประตูออกมากลับไม่มีใครเลย จากทำธุระเสร็จก็เข้าไปยังห้องนอนแต่ผมกลับนอนไม่หลับ ผมได้ยินเสียงแปลกนั่นอีกครั้ง มันดังมากจากห้องน้ำ แต่มันเป็นเสียงของคนกำลังสับเนื้อ อะไรชักอย่าง ผมหันไปปลุกแฟนผมที่นอนอยู่ข้างๆ
แต่ร่างที่นอนข้างๆผมนั้น มันไม่ใช่แฟนผม มันเป็นหญิงสาวชุดขาวที่ร่างกายช้ำเลือดช้ำหนองเต็มด้วยเลือด ผมพลิกหน้าเธอ สายตาของเธอจ้องมาที่ผม ผมพยายามร้องเรียกคนมาช่วย แต่ผมตกใจมากผมร้องเสียงไม่ออก ผมทำอะไรไม่ถูกก็เลยวิ่งไปที่ประตู ผมเปิดประตูออกแล้ววิ่งไปชนกลับใครไม่รู้ เขาคนนั้นหน้าตาเหมือนผมมาก แต่เขากลับไม่สนใจผม เขาเดินไปที่ผู้หญิงที่โชกเลือดคนนั้น มือของเขากำมีดเอาไว้แน่น เดินตรงไปที่เธอ ผมยืนตัวสั่นมองอยู่ไกลๆ
เขาใช้มีดกรีดไปที่คอของเธอ เธอไม่มีทางต่อสู้ จากนั้นเขาก็เอาถูกพราสติกที่อยู่ใต้เตียงใส่ศพของเธอไว้ แล้วลากไป่ห้องน้ำ เสียงสับเนื้อดังขึ้น ผมไม่กล้าดูผมวิ่งไปคว้าผ้าหุ่มของผมที่เตียงมา คลุมหัวของผมไว้ ฟังเสียงว่าเขาทำอะไรกับเธอ
พอเสียงสับเนื้อเงียบลง ก็ได้ยินเสียงลากถุง ที่เพดานจากนั้นทุกอย่างก็เงียบ
ผมออกมาจากผ้าคลุม เสียงบนเพดานก็กลับมาได้ยินอีกครั้ง ผมใช้ไม้กวาดอันเดิม กระทุ้งบนเพดานหนักๆ ด้วยความแรงจากการกระทุ้งเพดานพังลงมา
ชิ้นส่วนของศพ เกลื่อนห้องผมตกใจมากเลย ผมรีบเก็บกวาดศพ แล้วนำไปที่ห้องครัว นำไปต้มให้สุกๆ แล้วเอามาแบ่งเพื่อนบ้านกินกัน เพื่อนบ้านชอบใจใหญ่เชียว.......(ศพนั่นผมฆ่าเองหละ)
27 พฤศจิกายน 2547 02:22 น.
[ไร้ตัวตน]
เห็น ศพใครไม่รู้ลอยมาตามน้ำ
ผมรีบไปหาไม้ยาวๆเขี่ยเข้ามาที่ฝั่ง
ผมจับชีพจรดู ไม่เต้น
ผมรีบปั้มหัวใจทันที พลางเรียกให้เขาฟื้น
ผมปั้มหัวใจแรงเกินไปจนไส้ทะลัก
แต่ศพก็ยังไม่เห็นฟื้น
ทำไงดีๆ ผมควรทำไงดี
ผมคิดวิธีหนึ่งได้ วิธีต่อไปคือ ผายปอด
ผมรีบผายปอดไม่ช้า ผมเอามือปิดจะมูกศพ
พลางเป่าลมเข้าๆออกๆ แต่ก็เงียบไร้ชึ่งความรู้สึก
ผมโกรธที่ศพไม่ฟื้น
ก็เลยตบเข้าไปที่ใบหน้า หัวขาดกระเด็น
ผมตกใจก็เลยรีบไปเอาหัวมาต่อเข้าที่เดิม
แต่ผมรู้สึกแปลกใจอะไรบางอย่างทำไมศพมันขาดง่ายจัง
ก็เลยเอาศพกลับไปที่หลังบ้าน ข้างสระ
ผมกลับไปเอามีดมาจากครัว แล้วตัดศพออกเป็นชิ้นๆ
โยนให้ปลาหลังบ้านกิน อีกส่วนก็เอามาทอดแจกข้างบ้าน
ผมเห็นปลาชอบใจใหญ่เชียว
พอปลาที่หลังบ้านตัวโต
ตัวใหญ่ๆ
ผมก็เลยเอามาขายทอดตลาด
คนชอบใจใหญ่เชียว...........
27 พฤศจิกายน 2547 02:04 น.
[ไร้ตัวตน]
คิดถึงบ้านจัง
คิดถึงพ่อ
คิดถึงแม่
คิดถึงหมาไอ้ดำ
เวลาผมกลับบ้านทุกครั้งมันจะวิ่งมาถีบผม ด้วยตีนที่สกปรกของมัน
แต่ผมก็ไม่รังเกียจ เวลาให้กระดูกมันผมจะใช้ปากคาปเอาไว้แล้วยื่นให้มัน
แต่วันนี้มันหายไปไหนไม่รู้ คิดถึงจัง...
คิดถึงแฟน
อยากหอมแก้มเธอก่อนนอน
อยากกอดเธอเวลาหนาว
ให้อุ่นๆ คิดถึงเวลาแฟนยิ้มแล้วผมก็เอามะเงกโขกหัวเธอเอาๆ เป็นการยอกล้อ
แฟนผมชอบกินเกี๊ยวเตี๋ยว ทุกครั้งผมจะขโมยลูกชิ้นของเธอ บางทีผมก็เอาลูกผักแลกกับลูกชิ้นในถ้วยของเธอเพราะผมไม่กินผัก อยากเห็นหน้าเธอจัง....คิดถึง......
ตอนนี้ไม่มีใครเลย
หน้าพ่อแม่ก็อยากเจอ
หนาวก็กอดได้แค่ผ้าหุ่ม
อยากเจอหน้าก็ดูได้แค่รูป ที่ดูบ่อยๆจนเลือนลาง
คิดถึง...................
27 พฤศจิกายน 2547 01:42 น.
[ไร้ตัวตน]
ไม่มีครับลบทิ้งแล้ว