กลอนอกหัก

ลึกๆ ยังรอเธออยู่

ต้น


...แล้ววันหนึ่งเธอก็ทิ้งกันไป
ปล่อยให้อยู่เดียวดายอย่างทุกวันนี้
ไม่เคยสงสารกันบ้างเลยคนที่เคยดี
จนป่านนี้ยังไม่เคยคิดห่วงใย..
...ไม่มีแม้คำร่ำลา
นับแต่วันที่เธอเดินห่างหาย
ไม่มีแม้ความเอื้ออาทรในหัวใจ
ทั้งๆที่เคยบอกกันว่าห่วงใยแล้วทำไมไม่เคยคิดจะกลับมา
..(คืนดีกัน)..

ดาวก็หม่น คนก็เมา ..เหล้าเกือบหมด

คืนแรมสามค่ำหน้าร้อน


.. ดาวหม่น คนเริ่มเมา เหล้ายังมี
ณ คืนนี้ถ้าไม่เมาเราไม่หยุด
เหตุด้วยเรื่องเปลืองใจคิด ..จิตมนุษย์
ที่มันสุดลึกล้ำเหลือรำพัน
เธอรักเขา เขาไม่รักหนักอกเธอ
เมื่อรักเก้อเพ้อพกตกสวรรค์
เศร้าแสนเศร้าเพียงแค่ไหน รู้ใจกัน
เธอกับฉันมันเพื่อนเก่า ฉันเข้าใจ
...
ดาวก็หม่น คนก็เมา เหล้าเกือบหมด
รินเหล้ารดราดดวงแดแก้หมองไหม้
..จะคอยรับซับน้ำตาทุกคราไป
แม้ที่เธออยากอยู่ใกล้ ไม่ใช่ฉัน
คำเตือน : สุราไม่ใช่ยาแก้อกหัก เด็กและเยาวชน ควรพิจารณาในการอ่านกลอนขี้เมาแต่ง.. หุ หุ

เท่านั้น

ยังแคร์


มีค่า...แค่คนไกลห่าง
มาพบกันเมื่อว่างเมื่อเธอเหงา
มีความหมายแค่ฝุ่นบางเบา
ที่ไม่เคยเข้าไปอยู่ในใจ
มองกันเป็นเศษดอกหญ้า
จะสวยคุ้นตาได้เพียงเวลาไม่มีดอกไม้
ในยามที่เขาลืมเธอยามที่เธอไร้ใคร
นั่นเป็นโอกาสเดียวที่ฉันจะมีความหมายใดๆสำหรับเธอ

..ใช่ตัว"สำรอง"ห้องใจเธอ..

พิมญดา


เมื่อพระพรหมสรรค์สร้างทางรักร้าว
คงถึงคราวเดินออกนอกใจเขา
แม้จะเหลือเพียงรักลางเลือนเงา
กอดแต่ความว่างเปล่าร้าวเกินทน
มาทีหลังหวังไปไกลเกินจริง
เมื่อทุกสิ่งรู้กันฉันสับสน
เขาคนนั้นฉันคนนี้ก็เป็นคน
รักเธอจน..ตัดไม่ขาดสวาทวาย
ศีลธรรมค้ำจิตคิดแล้วถอย
แม้จะเหลือร่องรอยความเสียหาย
เจ็บแค่นี้คงไม่ถึงกับตาย
หากต้องพ่ายตราบาปตราบชีวี
ขอโทษนะ!ที่รักจักต้องห่าง
ฉันขอเดินอ้างว้างข้างศักดิ์ศรี
ตัวสำรองกองไว้นะคนดี
จากกันที..ที่เคยรักหักใจลา
รักให้เป็นเช่นนี้ดีกว่าฝืน
ทนกล้ำกลืนต่อไปใจเหนื่อยล้า
ขอบคุณนะที่รักตลอดมา
ขอมีค่า..บนทางใจ..ใช่สำรอง

เศร้าชิวๆ

อาบูไซยาบ


บนความเหงา เศร้ารัก เกินหักถอน
แม้จะนอน นอนไม่ได้ ใจมันหวิว
ปล่อยใจลอย คอย..!เฮ้อ...!! เศร้าชิวๆ
เวลาหิว ท้องไม่รับ ตับพิการ
ยามอกหัก เพ้อพร่ำ จนเพื่อนเบื่อ
"เมิงจะเพ้อ ไปเพื่อ..."น่าสงสาร
เฝ้าชะแง้ แลเฟส อยู่ตั้งนาน
ใจร้าวราน เธอคงไม่ รับรู้เลย....

3/104 อยาก..บอกว่ารัก (ว่าด้วยกลอักษรสังวาส)

กวีน้อยเจ้าสำราญครับ


วันนี้ ขออาภัย แต่งได้แค่ 4 บท เอาไว้ต่อวันหลัง เพราะมีเวลาจริงๆ ครับ
และที่สำคัญ กลอนกลบท สะบัดสะบิ้ง ผมจะเอาไว้แก้ วันหลัง เพราะใช้คอมฯ เพื่อนนี่แหละ...ทำให้ล่าช้า   ขอรับคำติชม อีกเช่นเคย  อย่ากลัวจะเสียหน้า เพราะหน้า คงที่ ไม่มีเสีย  555+ เย้าเล่นครับ  เชิญวิจารณ์ได้ครับ เพื่อการปรับปรุง แก้ไข และพัฒนาให้ดีกว่าเดิม....(ถ้าทำได้ อิอิ)
*ในใจนี้มีน้องปองจิตคิด
เคยเชยชิดชอบพออ้อล้ออ้อต่อ
กาลนานวันผ่านพ้นหม่นก็รอ
ยังหวังคลอเคลียเคล้าเหงาวันวัน
*กายหายน้องหมองครวญอกรวนป่วน
สุดสุดหวนรำลึกนึกหวั่นฝัน
เหตุเภทใดไกลแล้วแห้วทันควัน
เสีงเยี่ยงสั่นครั่นคร้ามหนามชีวี
*ตอนก่อนเคยเผยคำพร่ำพลอดกอด
แอบแนบสอดกายกานดาอย่ารี้หนี
น้องป้องปัดมือหยอกบอกกี่ที
เตือนเหมือนพี่กอดรั้งครั้งท้ายวาย
*โอ้โซเซซัดซึมอกครึ้มหวั่นหวั่น
ฝนหล่นหลั่นซัดทอดกอดกายหมาย
เมื่อเหลือคำรำลึกตรึกกรายกราย
เพ็งเล็งสายฝนร่วงห้วงใจไหว
*มีกี่ล้านคำอ้างทางปลายสาย
รวมความหมายรักแท้แค่ไหนไหน
ฝืนกลืนกล้ำจำความรวมในใจ
มอบตอบให้สุดรักภักดิ์พลีมี
*ฝนหล่นลาคราหนาวร้าวเพิ่มเติม
แรงแกร่งเหิมหุบยุบหนีศรี
ห่อนกร่อนกัดอารมณ์จมกี่ปี
คำคำนี้ซ่อนราวห้วงหาวดารา
*ร้อยถ้อยพจน์บทคำจำแนกแปลก
พรั่นหวั่นแทรกนับกัลป์ผันมาหา
ยังหวังเรียงเคียงถ้อยร้อยวาจา
บอกออกว่า...เอ่อ เหรอ ...เธอใช่ใหม?
*โอ้โห เราบอกรักสักคราหนา
กลัวกลัวกล้าหน้าชาว่าไม่ไหว
บอกออกยากรักผ

ขอทานรัก

Prayad


ณ ซอกตึกแห่งนี้มีที่ว่าง
สำหรับวางหัวใจอันไร้ค่า
คนมอซอรอเศษความเมตตา
นั่งก้มหน้าคอตกอกขอทาน
ความเจ็บปวดรวดร้าวคราวแรกรัก
สะท้อนทรวงฮักฮักคอยหักหาญ
ดวงฤทัยรักแรกเหลวแหลกลาญ
จนพิการเช่นนี้ฤดีตรม
จึงกลายเป็นยาจกที่อกหัก
ขอเศษรักคนอื่นอย่างขื่นขม
พิการใจไร้หญิงอิงแอบชม
นั่งซานซมหน้าด้านขอทานรัก
ไม่เกินวันพรุ่งนี้หรอกชีวิต
คงปลดปลิดลงด้วยใจป่วยหนัก
ดุจไร้ญาติขาดหญิงไว้พิงพัก
โถ...ใครจักต่อชีพจงรีบไว
โปรดให้ทานรักล้นแด่คนยาก
ผู้ฝันฝากใฝ่รักเจียนตักษัย
มิเคยเกี่ยงเลี่ยงเว้นว่าเป็นใคร
ขอเพียงใจมีรักจักสมปอง
มัวชักช้าร่ำไรอาจใจร้าว
หากได้ข่าวยาจกอกกลัดหนอง
สิ้นชีวาตม์ขาดคนมาสนมอง
เมื่อนั้นน้องอาจช้ำนอนคร่ำครวญ
(ธันวาคม ๒๕๒๘)

อยู่ไป-ไม่มีเธอ

สองตุลา


เมื่อก่อนเคยคิดสงสัย
ถ้าเธอเคยเป็นกำลังใจให้เสมอ
ฉันจะอยู่ได้อย่างไรถ้าไม่มีเธอ
แต่ทุกวันที่เจอ ไม่ใช่เธออย่างที่เคยมี
เก็บมานั่งคิดนอนคิดอยู่ทั้งคืน
ฉันก็ยังคงยืนอยู่ตรงนี้
ยิ่งเข้าใกล้ก็เหมือนไกลขึ้นทุกที
ถึงไม่มีเธอคนดี แต่ฉันคนนี้ยังหายใจ

รัก...เท่านั้นเอง

ต้น


ยังไม่เข็ดหรอกนะกับความรัก
ก็แค่คนอกหัก..แต่ไม่นานก็หาย
เก็บไว้เป็นบทเรียน..จะได้จำไว้จนตาย
ว่าที่เคยเจ็บแบบที่เรียกว่าใจสลาย..สุดท้ายก็อยู่ได้ด้วยตัวเอง
ก็ยังคงมองหาใหม่กับความรัก
ยังอยากรู้จักมากขึ้นอีกกว่านี้
ยังหวังที่จะมีคนรักที่ดีดี
สุดท้ายนี้....ขออวยพรทุกคนที่มีรักดีในใจ

อย่าเหนี่ยวรั้งยั้งไว้ในคำห่วง อย่าเหนี่ยวหน่วงใส่คำหวานสมานแผล

คืนแรมสามค่ำหน้าร้อน


แม้เป็นนกปีกหักยังรักบิน
ยังมุ่งจินต์ ไม่ฟังแม้แต่คำห้าม
หมื่นคำปลอบ หรือจะย้ำแสนคำปราม
ไม่สนความคำเหล่านั้น ดันทุรัง
จะหารักแม้ในที่ไม่มีรัก
จะพิงพักในผืนดินที่สิ้นหวัง
จะคงรักด้วยเศษใจใกล้ภินท์พัง
จะอยู่ยั้งประทังใจไม่ยอมตาย
สารรูปสกปรกนกลากปีก
หัวอกฉีกใจช้ำชา แววตาหาย
ขาดริ้วๆคือเศษฝันพันตามกาย
มองไม่คล้ายเป็นสิ่งที่มีหัวใจ
ดื่มกินน้ำตาต่างอาหาร
ยิ่งร้าวราน ถะถั่งหลั่งรินไหล
ยิ่งกินกลับมาเติมตรมสะสมไป
จากน้ำใส ในวันนี้มีเลือดปน
อย่าปลอบฉันเลยหนา ขออย่าปลอบ
ทำความชอบกับคนนี้ไม่มีผล
เมื่อสิ้นรักก็สิ้นค่าราคาคน
โปรดอย่าสนคนไร้ค่าอย่าได้แล
อย่าเหนี่ยวรั้งยั้งไว้ในคำห่วง
อย่าเหนี่ยวหน่วงใส่คำหวานสมานแผล
อย่าได้ให้หางตามาเหลียวแล
เดี๋ยวโรคแพ้รักจะไพล่ไปเปื้อนเธอ

..12.ปีที่รู้จัก..8.ปีที่รัก..4.ปีที่ลา..

มวลภมร


คิดถึงใคร คนหนึ่ง มากมายนัก
คิดถึงคน ที่รัก ไม่ห่างหาย
คิดถึงเขา ทุกวัน ไม่ผันกลาย
คิดถึงสาย บ่ายค่ำ ย้ำทั้งคืน
..
ใครคนหนึ่ง ที่เขา เราเคยคู่
ใครเคยอยู่ คู่กัน ไม่ผันอื่น
ใครเคยรัก ประคอง น้องทั้งคืน
ใครเคยชื่น แต่สุข แม้ทุกข์มี
...
เราเคยผ่าน เรื่องสุข ทุกข์และเศร้า
เราเคยผ่าน ความเหงา มาอย่างนี้
เราเคยผ่าน อุปสรรค มามากมี
เราเคยผ่าน เดือนปี มาแปดครา
...
วันที่เธอ เดินไป ยังจำแม่น
เธอปล่อยแขน เคยกอด ไม่กังขา
เราสองนั้น จากกัน ด้วยน้ำตา
ถึงแม้ว่า ยังรัก แต่จากไกล
....
ความเข้าใจ ความรัก ยังมีล้น
ใครหลายคน เขาบ่น ยังสงสัย
เมื่อยังรัก แล้วจาก กันทำไม
ตอบไม่ได้ ได้แต่ คิดถึงเธอ
...
ความรักเรา ใช่แค่ เริ่มประเดี๋ยว
เผลอแป๊บเดียว แปดปี ที่เสนอ
วันรักผ่าน เร็วคล้าย ใจละเมอ
แต่วันที่ ขาดเธอ ปีแสนนาน
...
สี่ปีแล้ว สิหนา ผ่านมาแล้ว
สี่ปีที่ ไร้แวว จะประสาน
เป็นสี่ปี ที่แสน จะเนิ่นนาน
สี่ปีผ่าน ผ่านไป แบบไร้เธอ
...
สิบสองปี ที่เรา ได้รู้จัก
อีกแปดปี คู่รัก เธอเสมอ
อีกสี่ปี ที่ฉัน ไม่มีเธอ
ไม่เคยเจอ ใครที่ ดีเท่าเทียม
...
พยายาม หาใคร มาแทนที่
คบคนนั้น โน้นนี้ ไม่มีเขียม
ใครที่พบ รู้จัก เหมือนรักเทียม
มันไม่เยี่ยม ยอดยิ่ง จริงเหมือนเรา
...
ครบสี่ปี เดือนนี้ แล้วสินะ
ไม่รู้จะ ทำไง ให้หายเศร้า
คิดถึงเธอ ทีไร น้ำตาเรา
มันรุมเร้า อยากล้น จากขอบตา
...
ไปทางใหน อย่างไร ก็คิดถึง
ที่เคยซึ้ง ยังมี ทุ

ดาวก็หม่น คนก็เมา เหล้าก็หมด.. (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม)

คืนแรมสามค่ำหน้าร้อน


.. ดาวหม่น คนเริ่มเมา เหล้ายังมี
ณ คืนนี้ถ้าไม่เมาเราไม่หยุด
เหตุด้วยเรื่องเปลืองใจคิด ..จิตมนุษย์
ที่มันสุดลึกล้ำเหลือรำพัน
เมื่อรักเขา เขาไม่รักหนักอกเธอ
เลยรักเก้อเพ้อพกตกสวรรค์
เศร้าแสนเศร้าเพียงแค่ไหน รู้ใจกัน
เธอกับฉันมันเพื่อนเก่า ฉันเข้าใจ
...
ดาวก็หม่น คนก็เมา เหล้าเกือบหมด
เพื่อนยกซด ราวเป็นน้ำหลามรินไหล
รับสภาพ ตราบนี้หนอ ต่อนี้ไป
คงสิ้นไร้สุขแล้วในแววตา
เมื่อรักเขา เขาไม่รักหนักแดเดียว
เปล่าใจเปลี่ยวแสนอนาถวาสนา
มองยังเห็นเป็นความรักประจักษ์ตา
แต่ไร้ค่าเมื่อสิ้นรักประจักษ์ใจ
...
ดาวก็หม่น คนก็เมา เหล้าก็หมด
ราดรันทดรดดวงแดแก้หมองไหม้
คนเมาเหล้าคงหลับลงปลงใจไป
คนเมาใจยังตาค้างอ้างว้างจินต์
น้ำตาคนแอบรักมันหนักหนา
หนักเกินกว่ากำลังใจยกได้สิ้น
..ต้องคอยรับซับน้ำตาที่บ่าริน
จากใจวิ่นแหว่งเว้า รักเขาข้างเดียว..
ฉบับนี้ เรียบเรียงเรื่องใหม่ ให้สมบูรณ์กว่าเดิม แต่ไม่รู้ว่า มันเผยตัวมากเกินไปกว่าฉบับก่อน หรือเปล่า จนทำให้วรรคจบอ่อนแรงกว่าฉบับที่แล้ว

บทกวี..แห่งความชอกช้ำ..

รุ้งสวรรค์


กว่าจะรู้จักกว่าจะรักมากเท่านี้
ใช้เวลากี่ปีกี่วันให้ผันผ่าน
สิ่งต่างที่เกิดขึ้นเหลือเพียงวันวาน
เหลือเพียงสายลมผ่านในวันเหงา
วันนี้คงยังจะมีอะไรเหลือ
คงต้องหวนเผื่อถึงวันเก่า
วันที่ความรักของสองเรา
ยังคงไม่อับเฉาเหมือนวันนี้
รู้ไหมฉันรักเธอมากแค่ไหน
บัดนี้ต่อไปคงต้องอยู่กับที่
ที่ซึ่งฉันคุ้นกับมันดี
ที่ซึ่งมีฉันอยู่เพียงเดียวดาย
หนึ่งบทกวี..กับความชอกช้ำ
กับหนึ่งคำ..ที่ทำให้ใจสลาย
เพียงเพราะเธอไม่รักฉันมากมาย..
เหมือนกับรักที่เธอมอบให้กับเขา
วันนี้ฉันต้องขอลา..
ขอลาไปพักใจให้หายเจ็บ
ขอลาไปดูแลหัวใจที่ชอกช้ำ
เพียงเพื่อเปิดรับความรักครั้งใหม่..ที่จะมาเยือน

เสียงพิณ

Prayad


เสียงพิณแผ่วแว่วผ่านกังวานล้ำ
คลอหมอลำพร่ำมาอุราหวิว
ว่าโอ้หนอคืนนี้ฤดีปลิว
ใจลอยลิ่วล่องหนถึงคนดี
ดอกอะไรไหนเรียมเทียมดอกรัก
ขอสมัครร่วมตายอย่าหน่ายหนี
อ้ายบ้านไกลใฝ่หายอดนารี
ฝ่าราตรีถึงบ้านจงขานคำ
พิณก็เร่งเปล่งคำลำต่อว่า
แม่น้องหล่าเอวกลมเจ้าคมขำ
อ้ายขี้เหล่เป๋ขาซ้ำหน้าดำ
บ่เว้านำเลยหนออ้ายขอลา
เสียงพิณผ่านหวานแว่วแผ่วๆลับ
น้ำหมอกซับพรมดินถวิลหา
พิณสายสองหมองหม่นปนน้ำตา
คลอช้าๆครวญคร่ำลำโศกตรม
โอ้ หนอกรรมค่ำคืนสะอื้นไห้
ถึงรักใคร่คงเพียงชู้มิคู่สม
ช่างอาภัพอับชาติจึงชวดชม
ลำฝากลมอ่อนๆค่อนราตรี
ถึงเถียงนากลางทุ่งมุงหญ้าแพรก
ดอกตะแบกร่วงคลุมมุมม่วงสี
นั่งเหม่อมองข้างซุ้มกลุ้มฤดี
ดีดอีกทีพิณพาทย์...ให้ขาดใจ
(พฤศจิกายน ๒๕๒๘)
Pin Tone;
A sweet sound
of Pin was slightly heard;
Mor Lum was also excitedly humming.
“Oh…tonight is so romantic, and my mind is now flown to meet her.
What kind of flower on earth is equal to Dok Rak, the love flower;
So I would like to be yours until my death, don’t be afraid.
Though my home is far away, but my mind is trying to find and reach you tonight. 
Please reply. 
Rousing Pin tone and singing of Mor Lum were performed with scorning;
You are so a beautiful girl with a slender contour.
But, my face is ugly dark, and my legs are disabling. You have no a

ทะเลใจ

din


เธอเป็นซากซากหนึ่งซึ่งเดินได้
มีหัวใจจมปลักกับรักขม
ยอมให้ความหม่นหมองครองอารมณ์
อยู่กับปมชีวิตที่บิดเบือน
จะรักเก่ารักใหม่เธอไม่รู้
เพราะจมอยู่กับฝันอันลอยเลื่อน
คืนวันผันผ่านคล้อยเป็นร้อยเดือน
ยังขาดเพื่อนขาดมิตรคู่ชิดใจ
หากทะเลน้ำตามันว้าเหว่
จะร่อนเร่ชีวิตทิศทางไหน
ยอมให้รักร้าวรานประจานใจ
ซมอยู่ในช่องว่างที่กว้างเกิน
เห็นเธอหม่นก่นเศร้าฉันเฝ้าคิด
ดวงชีวิต...เวียนวก...ระหกระเหิน
ฉันอยากฉุดเธอลากกระชากเดิน
เธอกลับเมินเหินห่างก่อนร้างไป
เพราะช่องว่างกว้างไกลไร้ขอบเขต
คือมูลเหตุทุกข์ตรมระทมไหม้
ช่องที่ว่าง...กั้นกลาง...หว่างสองใจ
แยกเราให้เหินห่างอย่างที่เป็น
เมื่อทะเลน้ำตามากางกั้น
หวิวหวาดหวั่นร้างราอย่างที่เห็น
ทั้งหนาวเหน็บเจ็บแปลบแสบลำเค็ญ
ไร้ประเด็นเว้นว่างเหมือนอย่างเคย
หากรักกันไม่ได้ไม่ต้องรัก
จำต้องหักใจเดินเหมือนเมินเฉย
เสียเวลาปลอบร่ำพร่ำภิเปรย
แล้วก็เลยจากกันนิรันดร์กาล

น้ำตาแกล้มเหล้า

ขุนพ่ายสุรา


ยิ้มรับโสด กับน้ำตา ผสมเหล้า
มันช่างเข้า กลมกล่อม หอมหวาน
รินใส่ปาก ฝากน้ำใจ ให้วันวาน
ที่เนิ่นนาน ต้องล้ม เพราะลมคน
ฉลองความโสด อย่างชื่นสม
นั่งภิรมย์กับรสเหล้า อย่างสับสน
เพราะภาพเก่ามันเศร้า เข้าเยือนยล
จนตาจน โทรมร่าง ทรมาร
ฝืนหัวเราะ ยิ้มเย้ย เลย ร้องไห้
ถามหัวใจ ไยเศร้า ไม่อาจหาญ
ทั้งที่รู้ ว่ารักนี้ ที่ทรมาร
ยังอาจหาญ ไปเลยเส้น เป็นรักกัน
รักด้านมืด ในมุมอับ จับต้องยาก
เพียงรักฝาก เพียงลม มาห่มฝัน
เพียงชั่วครู่ ชั่วครั้ง ที่รักกัน
ไม่มีวัน จะชื่น ได้รื่นรมย์
นำน้ำเหล้า เคล้าน้ำตา มาไล่รัก
ที่โซมนัก เพราะไข้ใจ ให้ขื่นขม
รักเอ่ย  จงถอนพิษเจ้าไปให้นานนม
ฝากรักขม กับน้ำเหล้า เคล้าน้ำใจ
ฯขุนพ่ายสุรา

ความรู้สึกของคนที่เทอไม่สนใจ

แอบซึ้ง


แรกเริ่มที่ฉันแอบชอบเทอ
มันเป็นเวลาที่ฉันมีความสุข
แต่มันผ่านไปได้ไม่นานฉันก็ได้รู้
เธอมีคนที่เธอรักอยู่แล้วฉันผิดเองที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเทอ
ฉันขอโทษ ที่ฉันทำเพราะฉันไม่เคยรู้
ว่าเธอเป็นของเขา ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ
ฉันอยากให้เธอใจ
ขอบคุณที่เธอที่ทำให้ฉันมีบทเรียน