ฉันกำลังอกหัก เพราะเลือกที่จะรักผิดที่ ผิดเวลา ชั่วโมง นาที สิ่งที่คิดตอนนี้ เราไม่น่าเจอกัน อยากกลับไปเริ่มต้นใหม่ วันที่อะไรๆมันไม่ผกผัน คุณอยู่ส่วนคุณ เราไม่ข้องแวะกัน ไม่ต้องมาเชื่อมสัมพันธ์อันใด คุณกำลังทำฉันเจ็บ และฉันก็เลือกที่จะไม่ยอมเก็บอาการเอาไว้ โวยวายดื้อรั้นไม่ยอมให้คุณจากไป คุณคงไม่เข้าใจในสิ่งที่ฉันเป็น เพียงอยากให้คุณอยู่ต่อ อย่าทำให้ชีวิตฉันทดท้อกว่านี้จะได้ไหม อย่าทำให้ฉันร้องไห้ในวันที่ไม่เหลือใคร คุณเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ฉันคว้ามือ
เป็นหิ่งห้อย เด็กดอย คอยแต่เหงา ทุกวันเฝ้า มองหา คนบ้าสี เขียนกลอนถึง ทุกวัน มันส์สิ้นดี เข้ามาที รับฟัง อย่างตั้งใจ เพียงแค่เป็น สาวป่า ตามหารัก เพิ่งประจักษ์ แจ้งจิต ผิดวิสัย ว่าความรัก จากพี่ แค่ลมไกว มิได้มา จากใจ ส่งให้กัน อุตสาห์ส่ง มอบใจ ให้ทั้งดวง หวังจะควง คู่ชิด พิสมัย เพียงไม่นาน ก็เฉลย เผยความนัย พี่มีใคร หลายคน พ้นพอดี ก่อนครบรอบ วันเกิดน้อง ต้องผ่าตัด พี่ผิดนัด ไม่มาหา พาหมองศรี แต่ไปหา อีกคนหนึ่ง ซี้งใจดี แม่แตงที่ เธออยู่ เรารู้กัน พี่ไปกิน ขนมบนดอย ปล่อยน้องเศร้า อนิจจา โถตัวเรา เฝ้าแต่ฝัน ว่าพี่จะ มีน้ำใจ ให้สักวัน มาเยี่ยมกัน สักหน่อย ค่อยอำลา แล้วความฝัน คงเป็น เพียงความฝัน ผ่านคืนวัน ไร้เงา เขามาหา มีเพียงเพื่อน ปลอบใจ ได้น้ำตา หลั่งลงมา สู่แก้ม แต้มดวงใจ จึงรู้ว่า รักสำรอง ของหิ่งห้อย แค่เพียงคล้อย หลังเธอ จึงเผลอได้ รักเด็กดอย แค่ลมปาก ใช่จากใจ มาลวงให้ รักจน ทนระกำ บทเรียนนี้ เปลี่ยนชีวิต ลิขิตให้ หิ่งห้อยไร้ ความสุข ทุกข์ถลำ จากที่เคย มีความสุข ถูกเขาทำ ให้เจ็บช้ำ จนขาดแสง ที่แวงวาว ยามค่ำคืน บินไป ไร้แสงสี แค่แรงมี ฝืนอยู่ สู้ลมหนาว เพื่อนที่เห็น เป็นสี ที่แพรวพราว คือดวงดาว บนท้องฟ้า ดูพร่าพราย อีกนานไหม จะกลับเป็น เช่นกาลก่อน ยามนี้ถูก รอนแรง แสงสลาย ก่อนนี้เคย ส่งสี พรรณราย วั
โอ้ชีวิตที่ผ่านแสนเศร้านัก แม้มีรักก็ต้องพรากห่างไกลแสน พรากจากเธอที่ฉันรักดั่งดวงแดน แลหวงแหเธอยิ่งกว่าชีวีตน คนเขาว่าละครเน่ากว่าชีวิต คนเขาคิดละครเวอร์ชวนสับสน แต่ละครก็เลียนจากชีวิตคน ที่เล่นกลจนทำเราเสียน้ำตา ใครจะรู้ว่าฉันต้องพรากจากรัก ต้องอกหักเพราะปัจจัยอย่างที่ห้า ต้องยอมพ่ายสิ่งที่เรียกว่าเงินตรา ต้องจากลาเธอที่ฉันรักหมดใจ ช่วงเวลาสามปีที่พ้นผ่าน ฉันเฝ้าสานต่อความรักจนสดใส แต่วันนี้เธอต้องพรากจากกันไกล เธอรู้ไหมฉันทั้งเจ็บและทรมาน ทำให้เกิดเป็นรอยแผลแสนสาหัส มันถูกกัดกร่อนจนเกินจะผสาน เป็นแผลเป็นในดวงใจที่ร้าวราน เกินประมาณความเจ็บปวดที่ฉันมี ยิ่งเธอบอกไม่ต้องรอหรอกที่รัก ยิ่งช้ำหนักจนตัวฉันอยากจะหนี ไปให้ไกลที่ที่ผู้คนไม่มี ไปรักษาดวงฤดีก่อนกลับมา แต่อย่างไรชีวิตนี้ต้องเดินต่อ ไม่ย้อท้อแม้เจ็บปวดเกินรักษา ขอบคุณเธอกับทุกสิ่งที่ให้มา ขอบคุณฟ้าที่ให้เราได้รักกัน ขอให้เขารักเธอกว่าที่ฉันรัก ให้ทอถักดูแลเธออย่างสุขสันต์ เอาใจใส่ปกป้องเธอทุกคืนวัน ให้รักกันเนิ่นนานกว่าที่เคยมา ส่วนชีวิตของฉันต่อจากนี้ ขอแค่มีคนที่ดีเข้ามาหา คนจริงใจที่มาช่วยฉันเยียวยา ช่วยรักษาใจที่เจ็บให้หายพลัน เราต่างต้องเดินหน้าไปกับชีวิต อย่ายึดติดสิ่งที่ทำให้โศกศัลย์ ขออวยพรให้เธอสุขทุกคืนวัน ขอให้ฉันพ้นความเจ็บทุกวันคืน
แรกเริ่มที่ฉันแอบชอบเทอ มันเป็นเวลาที่ฉันมีความสุข แต่มันผ่านไปได้ไม่นานฉันก็ได้รู้ เธอมีคนที่เธอรักอยู่แล้วฉันผิดเองที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเทอ ฉันขอโทษ ที่ฉันทำเพราะฉันไม่เคยรู้ ว่าเธอเป็นของเขา ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ฉันอยากให้เธอใจ ขอบคุณที่เธอที่ทำให้ฉันมีบทเรียน
มิใช่เป็นเดนใครในปฐพี คือศาลานารีวิถีคงคา เมื่อหัวใจรักกันมั่นนักหนา ครองคู่กันจนกว่าโลกทลาย เหมือนแก้วร้าวรานแยกแตกเป็นเสี่ยง เขาเบนเบี่ยงคงมีที่มองหมาย ตรึกตรองแล้วเบื้องหน้าทางสบาย จึงออกลายลาร้างอย่างที่เป็น อย่าไปหวังเยื่อใยอะไรอีก เมื่อเขาปลีกตัวหนีชี้ให้เห็น มัวคิดครุ่นมุ่นหมกให้อกเต้น เข้าทำนองของเล่นค่าเวลา เหลือบสายตาหาใหม่เปิดใจกว้าง เรื่องรักร้างทิ้งไปอย่าใฝ่หา ยังมีคนมองเห็นเน้นคุณค่า ไม่ร้องไห้เสียน้ำตาอีกต่อไป มาสิมายื่นมือให้กันจับ เพื่อกระชับสัมพันธ์ในวันใหม่ เป็นคู่ขวัญตามครรลองฉลองชัย มอบหัวใจถึงใจไว้ด้วยกัน...
o แม้เรื่องรัก ยากนัก จักลืมได้ ความเสียใจ มากมาย เกินจะเอ่ย ก็ความรัก เคยให้ คนเคยเคย ที่มาเลย ลืมกัน ว่าสัญญา .. o ในเมื่อรัก หมดใจ ได้แค่นี้ หมดไมตรี ก็คง หมดเลยหนา ไม่ต้องมี หวนคิด ถึงสัญญา แต่ก่อนมา อ้อนออด พรอดรักกัน .. o ไม่เป็นไร ลืมได้ ลืมไปเถิด ก็แค่เกิด แผลใหม่ ในใจฉัน ที่เคยหลง ปักใจ ให้ใจกัน คนไม่มั่น ความรัก เป็นหลักใจ ... o ไม่เป็นไร ถึงเจ็บ คงสักพัก แล้วก็คง ตั้งรัก ยึดใจไหว ก็แค่เจ็บ จิ๊ดจี๊ด ในหัวใจ ยังอยู่ไหว หากได้ ใช้เวลา .... o เอาเถอะนะ รู้ซะ สบายมาก อย่าลำบาก ห่วงฉัน นั้นเลยหนา แค่เพิ่มแผล ในใจ เธอให้มา เดี๋ยวได้ยา รักใหม่ คงหายดี.. 27/08/55 15:30
เมื่อมี “รัก” หวามหวานก็ปานว่า ปลูกผกา “ดอกรัก” เป็นสักขี “รัก” หยั่งรากแข็งเข้มเต็มฤดี ดลให้มี “รัก” ไสวกลางนัยนา สองเราฝาก “รัก” ออมถนอมเอื้อ สุขใจเมื่อเริ่ม “รัก” เป็นนักหนา นั่น! น้ำค้างหยาดแย้มแก้มผกา ชุ่มฉ่ำค่า “ความรัก ความภักดี” เขาเคยบอกถ้อยอันแม่นมั่นนัก จะฟูมฟักบุหงามารศรี เราก็เปรยจำนรรจ์โดยทันที จะดูแลมาลีพี่เหมือนกัน อา! สวน “รัก” สองเราเพราพิลาส งามเหมือนวาดเวียงฟ้าวนาสวรรค์ เทียบมณฑารพเสน่ห์พฤกษ์เทวัญ “รัก” นิรันดร์จงผนึกลึกสุดใจ แล้วจู่จู่เหมือนว่าเกิดอาเพศ ต้องเทวษชอกช้ำน้ำตาไหล “รัก” ที่เคยร่มรื่นกว่าอื่นใด ร่วงโรยไปสุดฝืนให้คืนมา โอ้ “รัก” เราไห้โหยร่วงโรยแล้ว ตาเผยแววทุกข์โทมนัสสา ไร้น้ำค้างแต่ฉ่ำด้วยน้ำตา จำจิตลา “รัก” เก่าที่เราครอง “รัก” อำลา พาใจเขาไปด้วย เราเจ็บป่วยเพราะ “รัก” เฉาพาเศร้าหมอง “รัก” เอย “รัก” ไร้หนามเมื่อยามมอง ไยสยองยอกใจเราไม่โรย?
... ยามห่างไกลใจรำพึงคะนึงรู้ ว่าคำพูดที่เขาพล่ามหลายความหมาย อาจตีความต่างๆไปได้มากมาย แต่สุดท้ายรวมความคือ หลอกลวง ... ยามเจ็บหนักได้ยากได้หวนคิด คะนึงจิตคะนึงหาไม่ห่างหาย ใครบอกห่วงใครพร่ำหวงเจียนคลั่งตาย แต่สุดท้ายยามเกือบตาย แลใครเจอ? ... ยามพักกาย พักใจ เพื่อพักฟื้น คิดตื้นตื้นเขาจะมาให้ความหวัง กำลังใจสักนิดเสริมพลัง แต่ทุกครั้งกลับเป็นเพียง ภาพมายา ...เคยมีคำถามที่อยากถาม แต่ปิดความพรางไว้ไม่เปิดเผย เพราะเกรงกลัวคำตอบจากจำเลย คำเฉลยอาจแปรปรวนราว สายลม ... และวันนี้ฉันได้คิดฉันจึงรู้ ได้มองดูสิ่งต่างๆที่หลากหลาย อยากขอบคุณความเจ็บจวนเจียนตาย เพราะเดียวดายจึงกระจ่างใน ความจริง.
ณ ซอกตึกแห่งนี้มีที่ว่าง สำหรับวางหัวใจอันไร้ค่า คนมอซอรอเศษความเมตตา นั่งก้มหน้าคอตกอกขอทาน ความเจ็บปวดรวดร้าวคราวแรกรัก สะท้อนทรวงฮักฮักคอยหักหาญ ดวงฤทัยรักแรกเหลวแหลกลาญ จนพิการเช่นนี้ฤดีตรม จึงกลายเป็นยาจกที่อกหัก ขอเศษรักคนอื่นอย่างขื่นขม พิการใจไร้หญิงอิงแอบชม นั่งซานซมหน้าด้านขอทานรัก ไม่เกินวันพรุ่งนี้หรอกชีวิต คงปลดปลิดลงด้วยใจป่วยหนัก ดุจไร้ญาติขาดหญิงไว้พิงพัก โถ...ใครจักต่อชีพจงรีบไว โปรดให้ทานรักล้นแด่คนยาก ผู้ฝันฝากใฝ่รักเจียนตักษัย มิเคยเกี่ยงเลี่ยงเว้นว่าเป็นใคร ขอเพียงใจมีรักจักสมปอง มัวชักช้าร่ำไรอาจใจร้าว หากได้ข่าวยาจกอกกลัดหนอง สิ้นชีวาตม์ขาดคนมาสนมอง เมื่อนั้นน้องอาจช้ำนอนคร่ำครวญ (ธันวาคม ๒๕๒๘)
เพราะรักดอกจึงบอกมาว่ารักมาก ต้องจำพรากจากนี้ไป ไม่มีหวัง ยินบ้างไหมใจยังเต้นเป็นเสียงดัง เพียงลำพังยังรำพึงคิดถึงเธอ วันผ่านไปใจไม่ผ่านไม่ผันเปลี่ยน วันผ่านเวียนเพียรระลึกนึกเสมอ เทียบวันเก่าเท่าวันก่อนตอนเราเจอ น้ำตาเอ่อปริ่มๆรื้น ชื้นนัยน์ตา ยังรักมาก มากเท่าที่พี่เคยรัก ใจยังภักดิ์ แม้ไม่คาดปรารถนา ว่าคนดีจะมีวันหันกลับมา รู้ดีว่าสิ้นแล้วแววหทัย เมื่อความรักหักบิ่นสิ้นความรัก ใจเคยภักดิ์กลับแพ้เขาที่เข้าใกล้ เคยคิดแค่ รักแท้จะชนะใจ ไม่เตรียมไว้ รักจะพลาดเกินคาดเดา รักเขาแล้วก็รักไปให้หมดดวง อย่าเป็นห่วงดวงใจใครจะเหงา ให้สมที่พี่ยอมใจให้ซบเซา อย่าสนใจใครจะเศร้า ..รักเขานานๆ
วาเลนไทน์ ปีนี้เหมือนปีก่อน โอ้บังอรบังเอิญยังเมินหน้า กุหลาบแดงดอกนี้ที่ถือมา ไม่รู้ว่าทำไงจะให้เธอ คิดจะเอื้อม กดออดยังปอดอยู่ เกาะประตูตาจ้องยืนมองเหม่อ ครบหนึ่งปีที่นอนกอดหมอนเพ้อ หลงละเมอรักเจ้าร้าวฤทัย กุหลาบแดง ดอกนี้สีเพี้ยนผิด มีชีวิตชีวาก็หาไม่ ก้านเขียวคล้ำดำผสมระทมใจ ดอกเปลี่ยนไป กลีบช้ำสีน้ำตาล รวมความกล้า กดกริ่งแล้วนิ่งอยู่ แอบมองดูเห็นใครอยู่ในบ้าน ยื่นกุหลาบส่งให้หัวใจบาน ยิ้มประสานหวานแหววแล้วกุมมือ วาเลนไทน์ ปีนี้ ไม่มีหวัง เดินหันหลังร้องไห้ด้วยใจซื่อ กุหลาบเอ๋ยดอกใหม่เราไม่ซื้อ เราจะดื้อรอไว้ให้ดอกเดิม..!!
วันนี้ไม่พบเธอ แต่ใจก็ล้นเอ่อด้วยความปวดร้าว ภาพเธอยังชัดเจนในเรื่องราว ฉันจึงยังไม่อาจก้าวออกไป วันนี้ฉันพบเขา คนที่เธออยากเป็นเงาเอาใจใส่ คนที่ได้ความรักจากเธอไป คนที่ฉันไม่มีสิทธิ์ใดจะได้เป็น วันนี้ฉันพบตัวเอง ในฐานะคนอวดเก่งที่ยังซ่อนเร้น เก็บน้ำตาไว้ภายในความแกร่งกร้าที่ชาเย็น แต่ในความจริงก็แค่คนตายทั้งเป็นที่ไร้ความสำคัญ
ขอไม่รับ ได้ไหม คำว่าเพื่อนที่เธอ จะให้ นับจากนี้ ขอบเขตของฉัน ได้แค่เพื่อนกัน คงไม่ดี ไม่อยากรักษา ทุกความผูกพันที่มีระหว่างเรา ดูเธอเห็นแก่ความอาทร จึงอยากคงไว้ เพียงสักบทตอน ของวันเก่า แต่สำหรับฉัน ในวันที่รักมันจางเบา ไม่อยากทนเห็นแม้เพียงภาพเงา ของวานวัน ขอไม่รู้ สึก จะได้ไหม กลัวต่อไป เธอจะยังค้างในใจฉัน กลัวพรุ่งนี้ จะเป็นฝันร้าย ทำลายกัน ที่แม้แต่การเลิกพร่ำรำพัน ฉันยังกลัวต้องต่อสู้กับมัน...จนขาดใจ
เจ็บ...หัวอกที่หลงรักคนอย่างเธอ มากจนเพ้อละเมอร้องอยู่หลายหน ที่เธอทำให้ปวดร้าวและทุกข์ทน รักเปรอปรนเจือพิษร้ายทำลายใจ ปวด...หัวใจยามเธอเอ่ยคำรัก ร้าวระบมเกินจะหักใจไปไหน เจียนจวนแล้ว...ใกล้หยุดจังหวะใจ ตายดีไหมจะได้พ้นคนอย่างเธอ เพราะฉันเองก็เผลอไผลให้ใจรัก ฉันถูกผลักลงหลุมแลหลงเพ้อ มาชวนฉันให้รักให้ละเมอ ช้าแล้วเธอ...ฉันมิอาจจะถอนใจ เป็นแค่เพียงคนรักยามขาดแคลน ได้ควงแขนตอนแฟนเธอนั้นเผลอไผล แค่รักลับมิอาจบอกใครออกไป ชู้...นั่งไง....ตำแหน่งนี้...มิอยากครอง
...แล้ววันหนึ่งเธอก็ทิ้งกันไป ปล่อยให้อยู่เดียวดายอย่างทุกวันนี้ ไม่เคยสงสารกันบ้างเลยคนที่เคยดี จนป่านนี้ยังไม่เคยคิดห่วงใย.. ...ไม่มีแม้คำร่ำลา นับแต่วันที่เธอเดินห่างหาย ไม่มีแม้ความเอื้ออาทรในหัวใจ ทั้งๆที่เคยบอกกันว่าห่วงใยแล้วทำไมไม่เคยคิดจะกลับมา ..(คืนดีกัน)..
ก็ไม่รู้ว่าผิดตรงไหน เธอจึงทิ้งไปอย่างไร้เหตุผล ความผูกพันเธอลืมง่ายดายฃะจน ไม่คิดว่าเป็นคนเคยรักกัน หรือเพราะความห่างไกลของเรา จึงทำให้เกิดเงาของเขาแทนฉัน ไม่คิดว่าความไว้ใจจะทำลายความผูกพัน ไม่คิดว่าเธอนั้นจะหักหลังกันเอง