31 มีนาคม 2548 18:58 น.

เกลียดนัก หลานรักคุณปู่

JoyLek

ตื่นดิ ตื่นสิโว้ย 
คราวหน้าไม่ต้องมาแล้วนะถ้าเป็นแบบนี้
ตื่น ตื่น ตื่น !
อือ  รู้แล้ว ตื่นแล้ว ยุ่งจริง  
คนขี้เซาผงกหัวขึ้นจากหัวเข่าที่ยกชันบนม้านั่งยาว
อ้าปากหาวหวอด 
หนวกหู คนจะหลับจะนอนเรียกอยู่ได้ 
โอยทรมานจริง ปวดเมื่อยไปหมด 
แล้วยังเสียงเรียกข้างหูของยัยมิญช์อีก น่ารำคาญชะมัด 
ทั้งยุงทั้งแมลงบินว่อนรอบตัว เฮ้อ! 
เพี๊ยะ !เพี๊ยะ!
อี๋ยยยย!!  เลือดแดงเต็มมือเลย 
เหว๋อออออ!โอ๊ย! 
ร่างบางหล่นปุ๊กกองข้างม้านั่ง 
ลุกขึ้นมา  ชายหนุ่มผู้มาใหม่สั่งเสียงห้วน
นายมาทำไม 
พอตั้งหลักได้ก็ชิงตวาดเสียงใส่พี่ (ที่ไม่อยากจะยอมรับ) ทันที
กวิน เงยหน้ากลอกตามองเพดานอย่างเบื่อหน่าย 
ดูแม่เจ้าประคุณมือกุมสะโพกป้อย ปากยังไม่วายอวดดี 
อย่างกับอยากมานักนี่ ที่แบบนี้ 
กลับไปเลย กลับไป  น้องสาวเท้าสะเอวท้าทาย
ใจเย็นเกี้ยว  
มิญช์ปรามเสียงอ่อย ยกมือไหว้กวินจ๋อยๆ 
จะไม่ให้มิญช์เกรงใจได้ไง 
เจอที่ไหนไม่เจอ ต้องมาเจอบนโรงพัก! 
แล้วดูหน้าคุณพี่กวินสิ 
บรื๋อส์!!!  
หน้าบึ้งยังกับกินรังแตนมาจากไหน
เกิดพี่ท่านโมโหมากๆ จับยัยเกี้ยวหักคอจะทำไง
ถ้าฉันกลับ เธอจะเอาปัญญาที่ไหนหาเงินมาจ่ายไม่ทราบ  
กวินกอดอกด้วยท่าทางสบายๆ  
เอาว่ะ ทะเลาะกับเด็กแก้เซ็ง
นายขู่? 
เปล๊าอยากจะดูหน้าคนนอนในห้องขังแค่นั้น
คิดว่าฉันง้อนาย?
ชายหนุ่มยักไหล่ไม่อยากต่อความด้วย
มองประเมินสถานการณ์รอบตัว
ร้อยเวรนั่งอยู่ประจำที่โต๊ะสอบสวนชำเลืองหางตามาบ่อยๆ ตั้งแต่เขาเดินเข้ามา  
พร้อมด้วยผู้ชายอายุไม่เกิน 35 ปี แต่งตัวด้วยชุดสากลเรียบร้อย
 คงจะเป็นผู้จัดการหรือไม่ก็ตัวแทนของดิสโก้เธคที่ยัยเกี้ยวเกี๊ยวซ่านี่ไปก่อคดี

ทะเลาะวิวาทในเธค
อายุต่ำกว่า 20 ปี แต่ริเป็นสาวนักเที่ยว
ไม่มีเงินจ่ายค่าเสียหาย  
กลิ่นเหล้าคละคลุ้ง
เนื้อตัวมอมแมม หัวยุ่ง ดูไม่จืดจริงๆ
เฮ้อ! หลานรักของคุณปู่
ดีที่เจ้าหล่อนยังอยู่ในชุดเรียบร้อยพอสมควรสำหรับการเที่ยวกลางคืน 
ไม่ใช่สายเดี่ยวเสียวหลุดหรือเกาะอกอย่างที่เขานึกชอบ เอ๊ย! ไม่ใช่  อย่างที่นึกว่าจะเจอ
ไม่เห็นคู่กรณี คงเพราะจ่ายค่าเสียหายและประกันตัวไปแล้ว
ที่นี่จึงเหลือแค่น้องสาวเขาและเพื่อนตัวเล็กๆ นั่งอยู่เพียงสองคน

พูดกันดีๆ ได้ไหมเกี้ยว เรากำลังเดือดร้อนนะ มิญช์พยายามให้เหตุผล
ฉันหาเรื่องที่ไหน นายนี่ตะหากที่ยั่วโมโหจิรัฐติ์นายอยู่ไหน ทำไมยังไม่มา ! 
มือบางกดมือถือเรียกพี่ชายอีกคน 
เป็นตายร้ายดียังไงหล่อนก็ไม่ยอมแพ้นายกวินนี่เด็ดขาด
กวินไม่ได้ยินคำแก้ตัวของจิรัฐติ์  แต่อมยิ้มนิดๆ เมื่อได้ยินเสียงหัวเสียของเจ้าหล่อน
ห๊า ! นายจะบ้ารึ หมายความว่าไงที่ให้อีตานี่มาแทน 
เกี้ยวปิดมือถือด้วยความโมโห 
ให้มันได้อย่างนี้สิ !  
คอยดู ! จะฟ้องคุณตา จะฟ้องป้าจา จะฟ้องทุกคนให้หมดเลย  ว่า
เอ๊ะฟ้องว่าไงดี?? 
ถ้าคุณตารู้ว่าหล่อนมีเรื่องจนต้องขึ้นโรงพักละก็ ต้องโดนตัดเงินเดือนแน่เชียว
ส่วนป้าจา ก็ต้องหยิกจนเนื้อเขียวแน่ๆ  
เพราะยัยเมนี่คนเดียว ไม่น่าก่อเรื่องเล้ย  ทำให้หล่อนและยัยมิญช์พลอยซวยติดร่างแหไปด้วย
แล้วนี่เจ้าหล่อนบอกเข้าห้องน้ำ ป่านนี้ยังไม่โผล่มา หรือว่าแอบหนีเอาตัวรอดไปแล้ว 
ร่างบางคิดอย่างฉุนๆ เดินลงส้นมาหยุดตรงหน้าคนตัวสูงที่ยืนยิ้มแบบเยาะเย้ยอยู่ในที 
จากเดิมไม่ค่อยจะถูกชะตา ตอนนี้ยิ่งรู้สึกเกลียดขี้หน้าเข้าไปหนัก
ขอบอกว่าฉันไม่เคยคิดจะขอให้นายช่วยสักที
ก็ดี ถ้าอยากอยู่ที่นี่นัก กวินวางไม้ตาย
ฉันยอมติดคุกมากกว่าจะขอให้นายช่วย 
เอางั้น  ถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทั้งที่เริ่มกลัวใจหล่อนขึ้นมานิดๆ
ทั้งคู่จ้องหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมแพ้  
คิดว่าเป็นวิธีที่ดีแล้วใช่ไหม ถ้าคุณปู่รู้ท่านจะเสียใจแค่ไหนเธอรู้ตัวรึเปล่าว่าทำอะไรลงไป ทิฐิไม่เข้าเรื่อง อยากติดคุกนักก็อยู่ให้สมใจ ฉันขี้เกียจพูดกับเด็กสิ้นคิดอย่างเธอแล้ว 
ชายหนุ่มสะบัดหน้าเดินลงจากโรงพักด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธ 
อุตส่าห์ตื่นมากลางดึก บึ่งรถจากปทุมธานีเพื่อมาประกันตัวยัยตัวแสบที่นายจิรัฐติ์ลงทุนขอร้องอ้อนวอนให้มาเคลียร์ให้ที เพราะเขาติดธุระสำคัญ 
เขาก็ไม่ถามสักคำ ว่า นายนั่นมีธุระสำคัญอะไรนักตอนตี 1 แบบนี้
พอมาเจอมาดหยิ่งของเจ้าหล่อนเข้า เขาก็ชักโมโห 
จะพูดกันดีๆ ไม่มีเลยสักครั้ง ทะเลาะกันตั้งแต่เล็กจนโต ไม่รู้เจ้าหล่อนผูกใจเจ็บอะไรนัก
แค่ถูกเขาแกล้งไม่กี่ครั้ง ไม่น่าจะจำนานขนาดนี้
ช่างเถอะ พอกันที ! 
กวินถอนใจมองรถที่จอดนิ่งอยู่หน้าโรงพักอย่างตัดสินใจ 
พยายามเดินลากขา เผื่อยัยนั่นจะเปลี่ยนใจ 
แต่จนแล้วจนรอดก็ไร้วี่แวว
ยัยเด็กบ้า!!! 
ออกมาได้แล้ว  
สองสาวและหนึ่งคน (ที่ครึ่งหนุ่มครึ่งสาว) มองหน้ากันงงๆ 
ทั้งที่ทำใจไว้แล้วว่าคืนนี้คงจะต้องนอนบนโรงพักรอให้จิรัฐติ์มาประกันตัววันรุ่งขึ้น
 ใครมาประกัน มนัส หรือ เมนี่ ที่เจ้าตัวพยายามบอกให้ใครต่อใครเรียกแทนชื่อจริงเปรยขึ้น
จิรัฐติ์มั้ง ตอบทั้งที่รู้ทั้งรู้ว่าไม่ใช่ 
พี่จิรัฐติ์อยู่ระยองไม่ใช่เหรอคงไม่มาถึงเร็วขนาดนี้แน่ คงเป็นพี่กวิน 
หล่อนพูดถึงใคร 
พี่ชายยัยนี่ไง มิญช์โบ้ยไปทางอีกคนที่เดินเงียบตามหลัง
ฮ้า !  หล่อนมีพี่ชายอีกคนรึนี่ เป็นไงหล่อเหมือนพี่จิรัฐติ์รึเปล่า โอยสวรรค์ทรงโปรดฉันจะมีโอกาสได้เจอไหมนี่  
เลิกคร่ำครวญซะที รำคาญ อีตานี่ไม่ใช่พี่ชายฉันย่ะ  เขาเป็นหลานคุณตา เป็นลูกคุณลุงแค่นั้นเอง  
น่านแหละที่ชาวบ้านเค้าเรียกพี่ชาย  อิจฉาหล่อนจริงๆ ยัยเกี้ยวมีพี่ชายตั้งสองคน  นั่นแน่ะใช่คนนั้นรึเปล่า  เมนี่จีบปากจีบคออย่างมีจริต ชี้มือชี้ไม้ไปยังร่างสูงที่ยืนรออยู่ข้างรถสปอร์ตสีเข้ม มองมาทางคนทั้งสามไม่วางตา 
โอ้พระเจ้า !  นี่สเป็กเมนี่ชัดๆ  
ถึงแม้จะเป็นตอนกลางคืน แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อสายตาเอ็กซเรย์ของเมนี่ไปได้
ผู้ชายร่างสูง หล่อได้ใจมั่กมากกกก  ตาคมสวย ผมออกสีน้ำตาลเข้ม 
ผิวขาวอย่างคนอยู่เมืองหนาว  พอมองออกว่ามีเลือดผสมของชาวตะวันตก 
คนนี้ใช่ป่ะที่บอกว่าอยู่เบอร์มิงแฮมน่ะ หันไปกระซิบถามยัยมิญช์  เริ่มรู้สึกร้อนเพราะสายตาพิฆาตของยัยเกี้ยว
นี่แหละต้นเหตุที่ยัยเกี้ยวมันไม่ยอมไปเรียนต่อกะฉัน  
หล่อนก็เปลี่ยนสิยะ เบอร์มิงแฮมก็น่าสนใจ 
พูดง่ายนี่ จุ๊ จุ๊เสียงดังไป เดี๋ยวถูกกัดคอ 
เมนี่หัวเราะคิกคัก กระชุ่มกระชวยขึ้นมาทันตาเห็น  
แม้ว่าจะยังแสบๆ คันๆ จากรอยเล็บข่วนของยัยซินดี้ (กะเทยคู่แค้น) อยู่ก็ตาม
กลับได้ยัง ง่วง 
เราน่าจะไปขอบคุณพี่กวินหน่อยนะ
นี่ไม่ต้องเลย ขึ้นรถ 
ช้าไปแล้ว เพราะร่างหนาของยัยเมนี่แถเข้าไปหาพี่ชายเพื่อนชนิดที่ว่าเอาช้างมาฉุดก็ไม่น่าจะรั้งไว้ได้ 
กวินทำหน้าประหลาดรับไหว้แบบงงพอสมควร 
ไม่นานก็พยักหน้าหงึกหงัก
แต่น้องสาวตัวแสบของเขายังเชิดหน้าชูคออยู่ข้างรถอีกคัน ไม่ยอมเฉียดกรายเข้ามาใกล้
อยากรู้นักถ้าต้องนอนในคุกจนถึงเช้าจริงๆ จะหยิ่งไปได้สักกี่น้ำ
พี่กวินนี่เท่ดีเนาะ คนอะไรก็ไม่รู้ดูดีไปหมด น่ารัก น่ากิน 
แหวะ !  
เอ๊ะ ยัยเกี้ยวเลิกขัดคอซะที คนขับหันมาตวาดเพื่อนร่วมทาง
หล่อตาย 
จิรัฐติ์น่ารักกว่าตั้งเยอะ ฮึ! พูดแล้วเจ็บใจ เจอเมื่อไหร่จะทุบให้น่วม  พูดมาได้ให้เรานอนรอในคุกไปพลางก่อน พรุ่งนี้ว่างจะมาประกัน  
พี่จิรัฐติ์หวานใจฉันก็หล่อเข้ม พี่กวินก็หล่อคม อุ๊ย! เลือกไม่ถูก
น้อยหน่อยคุณเมนี่ ฟังแล้วจะอ้วก
แกหวงพี่ชายมากไปป่ะยัยเกี้ยวขัดคอฉันเรื่อย
ฉันนี่น๊า โนเวย์ 
งั้นฉันขอ บอกด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น
หืม 
เกี้ยวหันกลับไปมองยัยมิญช์ซึ่งนั่งอยู่เบาะหลังแล้วยักคิ้ว ลงมติเป็นเอกฉันท์ประมาณว่า ปล่อยมันไป
แกมีเรื่องอะไรกับยัยซินดี้นักหนาถึงขั้นต้องลงมือ
เมนี่ทำเสียงฮึดฮัดในลำคอ
มันหยามฉัน
เรื่องผู้ชายอีกสิ น่าเบื่ออ่ะ แกก็บ้าจี้ไปกับมัน เห็นม๊ะซวยกันหมด 
แทนที่จะเป็นฤกษ์ดีเลี้ยงส่งยัยมิญช์ แต่กลับต้องมาเสียค่าปรับ
น่า ขอโทษแล้วไง ฉันนอนกับพวกแกนะคืนนี้
ไม่มีเสียงตอบรับ แปลว่า ตกลง
ดวงตาที่เปื้อนมาสคาร่าเป็นปื้น เหลือบตามองกระจกหลัง 
รถสปอร์ตสีเข้มตามมาตั้งแต่ออกจากโรงพัก กระทั่งเลี้ยวเข้าปากซอยที่ตั้งคอนโดของยัยเกี้ยว
ฮึฮึ ตามมาเลยที่รัก 
หล่อๆ แบบนี้ คืนนี้เมนี่ไม่ปล่อยให้นอนหนาวคนเดียวหรอกฮ๊า 
เมื่อไหร่นายจะกลับซะที  เกี้ยวเอ่ยขึ้นในที่สุด 
สุดหล่อของยัยเมนี่นี่ลีลาเหลือเกิน กาแฟก็หมดถ้วยแล้วยังไม่มีทีท่าว่าจะลุกซะที
แล้วเพื่อนเธอหล่ะเมื่อไหร่จะกลับ เหลือบตาไปทางผู้ชายครึ่งๆ กลางๆ ที่คอยเล่นหูเล่นตาด้วยอาการแปลกๆ 
ไม่กลับ จะค้างนี่ 
ได้ไม่ กวินทำเสียงไม่พอใจ
นี่หล่อนจะขยันสร้างเรื่องปวดหัวให้เขาไปถึงไหน
ถึงยัยเมนี่อะไรนั่น จะเป็นอะไรที่ไม่เหมือนผู้ชายปกติ แต่ก็ยังเรียกว่าเป็นผู้ชายอยู่ดี 
ทำไมหล่อนไม่รู้จักระวังตัวบ้างนะ 
ปู่เขาจะรู้รึเปล่าว่าหลานรักทำตัวยังไงเมื่อพ้นสายตา 
ทำไมจะนอนไม่ได้มีตั้ง 2 ห้อง กลับไปเลย ฉันง่วงมีอะไรค่อยคุยกัน
มือบางทั้งผลักทั้งดันให้คนตัวสูงออกไปนอกห้อง 
งั้นฉันอยู่ด้วย 
เฮ้ได้ไง บอกว่ามี 2 ห้อง นายจะนอนที่ไหนกับยัยเมนี่เหรอ กลับไปนอนบ้านนายไป 
ร่างสูงหันรีหันขวางอยู่พักใหญ่ สุดท้ายก็ทิ้งตัวลงบนโซฟายาวห้องรับแขก
หลับได้หน้าตาเฉย ทั้งที่อยู่ในชุดเดิม
ตามใจ เกิดอะไรขึ้นฉันไม่รับผิดชอบนะบอกซะก่อนจะมาโทษกันไม่ได้
เกี้ยวยืนเท้าสะเอว มองคนร่างสูงที่เหยียดยาว แล้วส่ายหน้าน้อยๆ 
ก่อนจะเดินตามยัยมิญช์เข้าห้องทางขวามือ  
ทันทีที่ประตูห้องนอนทางขวามือปิดลง ประตูห้องทางซ้ายก็ค่อยๆ แง้มออกมาจนกระทั่งร่างของคนข้างในก้าวออกพ้นจึงปิดงับลงใหม่
อ๊าาาาาาก!.  
พลั่กกกกก!  
โครมมมมมม!
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! 
เสียงทุบประตูโครมๆ แบบไม่เกรงใจ ทำให้มิญช์ต้องลุกขึ้นจากที่นอน ลากสังขารไปเปิดประตูให้แบบงัวเงีย
กี่โมงแล้วนี่ เสียงดังไม่รู้จักหลับรู้จักนอน
หันไปมองบนเตียง ไม่สงสัยที่ยังเห็นยัยเกี้ยวนอนหลับอุตุเหมือนไม่ได้ยินเสียงโลกกำลังจะถล่มอยู่ตรงหน้า
ขอโทษที ร่างสูงรีบมุดเข้ามาข้างในไม่พูดพล่ามทำเพลง แถมกดล็อคเรียบร้อย
หากเป็นเวลาอื่นยัยมิญช์คงโวยลั่นไปแล้ว  แต่นี่ค่อนข้างที่จะเดาเหตุการณ์ได้ล่วงหน้า
เลยไม่รู้สึกแปลกใจ นอกจากจะขำและตอนนี้พยายามกลั้นหัวเราะจนแก้มบวมตุ่ย
มีอะไรรึเปล่าคะพี่กวิน  
เปล่าครับ เปล่า แค่อยากจะรบกวนขออยู่ข้างในด้วย  กวินหน้าจืดเจื่อน 
จะให้เขาอธิบายได้ยังไงว่าเพื่อนเจ้าหล่อนพยายามไปปลุกปล้ำเขา 
เฮ้อ! มันวันซวยอะไรของเขานะ  นี่ถ้ารู้สึกตัวช้ากว่านี้อะไรจะเกิดขึ้น
ยัยตัวแสบ รู้เห็นเป็นใจแน่ๆ แทนที่จะเตือนเขาสักหน่อยไม่มีหล่ะ 
แล้วนี่เจ้าหล่อนไม่คิดจะลุกขึ้นมาดูสักนิดเลยนะ 
นอนสบายอยู่คนเดียว เดี๋ยวจะเอาคืนให้เจ็บเชียว
พี่กวินคะ พี่กวิน 
ครับ  
ร่างสูงที่นอนซุกบนพื้นห้องหน้าเตียง มีเพียงผ้าห่มผืนเดียวใช้ปูนอนและห่มไปในตัว
เขาลืมตาขึ้นอย่างสะลึมสะลือ  เพราะเมื่อคืนกว่าจะข่มตาหลับได้ก็ค่อนรุ่ง
มิญช์จะกลับแล้วนะคะพี่ไปนอนห้องโน้นไหม เมนี่ก็กลับพร้อมกัน  รีบพูดต่อเมื่อเห็นกวินทำท่าลังเล
ไม่ได้หรอกขืนปล่อยให้ยัยเกี้ยวตื่นขึ้นมาเห็นศัตรูคู่อาฆาตอยู่ในห้อง เป็นอาละวาดบ้านแตก
อ้อ ครับ ชายหนุ่มรับคำงงๆ คว้าหมอนและผ้าห่มเดินตามไปยังห้องตรงข้าม
สอดส่ายสายตาเห็นว่าปลอดภัยแล้วจึงหันมาทางหญิงสาวหน้าหมวยคนเดิม
เห็นชัดว่าหล่อนอมยิ้มจนตาหยี
เมนี่รออยู่ข้างล่างแล้วล่ะค่ะ 
บนเตียงกว้างใบหน้าหวานล้อมกรอบด้วยเส้นผมยาวสลวยยิ้มละมุนที่มุมปากน้อยๆ 
เมื่อหน้าผากมนถูกลมหายใจอุ่นกระทบแทบจะไม่รู้สึกก่อนจะลากสัมผัสนุ่มละมายังเปลือกตาทั้งสองข้าง 
 ไล้แผ่วเบาราวกับปีกผีเสื้อระเรื่อยลงมายังแก้มเนียนใส
ให้ความรู้สึกอบอุ่นชวนให้ไม่อยากตื่นจากความฝันนี่เสียเลย
กลิ่นหอมอ่อนๆ ของครีมอาบน้ำคุ้นจมูกอบอวลอยู่รอบตัว 
ริมฝีปากบางถูกปัดผ่านพอให้รู้สึกและผละออกอย่างหยอกเย้า
เปลือกตาที่ล้อมกรอบด้วยขนตางอนยาวกระพริบติดกันหลายๆ ครั้ง
เมื่อรู้สึกว่าความฝันชักจะไม่ค่อยชอบมาพากล
ต้นเหตุชะโงกหน้ายิ้มแฉ่งอยู่ห่างไม่ถึงสองคืบ มือทั้งคู่เท้าบนที่นอนคร่อมร่างบางไว้กลายๆ 
กรี๊ดดดดดดด!  เกี้ยวหลับหูหลับตาทุบตรงหน้าไม่ยั้ง
ไอ้คนลามก นายทำอะไรห๊า ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้นะ นี่แน่ะ  ออกไป!
ถือดียังไงมาใกล้ฉัน คนเลว! คนบ้า ! 
ปากบริภาษไป สองมือคว้าหมอนฟาดใส่ผู้บุกรุกแบบไม่มีออมแรง
ไม่พอสองเท้ายังเตะถีบจนหลบหลีกแทบไม่ทัน
กวินถอยไปตั้งหลักหน้าประตู มือลูบแก้มตัวเองแล้วต้องสะดุ้ง 
ปลายนิ้วสัมผัสกับรอยข่วนเล็กๆ เป็นทางยาว
ล้อเล่นนิดเดียว แม่เจ้าประคุณเล่นซะน่วมไปทั้งตัว
อย่าเข้ามานะ เกี้ยวถอยกรูดไปจนชิดผนังในมือมีอาวุธชิ้นเดียวที่คว้าได้คือมือถือเครื่องเล็ก
คิดว่าแค่นั้นจะทำอะไรได้ 
ขู่ไปงั้นแหละ ความจริงไม่กล้าเสี่ยงเหมือนกัน ก็ฤทธิ์มือเท้าเจ้าหล่อนหนักใช่ย่อย
ลองเข้ามาสิ จะฟ้องคุณตา
โหขี้โกงชะมัด!
สู้ไม่ได้ก็เล่นมุขนี้ทุกที
โอเค ยอมแพ้ 
แค่ตอนนี้หรอกนะอย่าชะล่าใจไป
ล้อเล่นนิดเดียว อารมณ์เสียไปได้ 
นิดหน่อยเร๊อะ ฉันไม่ใช่แม่สาวผมทองที่นายควงจะได้ไม่ถือสาเรื่องแบบนี้ 
พายุไต้ฝุ่นที่ใกล้สงบโหมกระพือขึ้นมาใหม่
แล้วจะได้ทำไง เธอจูบฉันคืนแล้วกัน ยุติธรรมดีไหม คนร่างสูงยื่นหน้าเข้ามาใกล้
ยี๊ยยยย! คนบ้า ฉันจะด่านายยังไงดี อื๊ยยยย! 
ยิ่งด่าคนบ้าก็ยิ่งยิ้มกว้างมองดูสาวน้อยขี้โมโหบนเตียงยุ่งด้วยแววตาขบขัน
หล่อนน่ากอดน่าฟัดขนาดนี้ ปู่จะให้เขาคิดกับหล่อนแค่น้องสาวได้ไง 
ไม่เหมือนนายจิรัฐติ์นี่ที่เชื่อฟังคำสั่งปู่เขาทุกอย่าง
จนหลายครั้งเขาเผลอคิดว่านายนั่นเป็นหลานชายแท้ๆ ของปู่มากกว่าเขาเสียอีก
โมโหมากๆ เสียสุขภาพจิต ลุกมาอาบน้ำได้แล้ว ผู้หญิงอะไรนอนตื่นสายชะมัด 
เรื่องของฉันนายไม่ต้องยุ่ง หล่อนแว๊ดขึ้นมาอีก
ไม่ยุ่งได้ไง ตัวเหม็นออกอย่างนั้น  กวินส่ายหน้า
กอดทีงี้เหม็นไปหมด 
อ๊ะไอ้ไอ้ หล่อนชี้หน้ามือสั่น
เดี๋ยวได้เป็นลมเป็นแล้งไป อาบน้ำเร้ว!
อ๊ะ อ๊ะ อย่ามีปัญหา เช้าๆ อย่างนี้บรรยากาศเป็นใจนะ 
วืดดดด!
หมอนในมือลอยกระทบหน้าคนช่างเย้าแหย่เต็มรัก
คนเขวี้ยงวิ่งปรู๊ดเข้าห้องน้ำล็อคประตูเแน่นหนา
เสียดายไม่มีอะไรที่หนักพอจะเอาเลือดลามกออกจากหัวอีตานั่นได้ 
ดีกรีความบ้าจะได้ลดลงซะบ้าง				
10 สิงหาคม 2547 17:01 น.

-+- แล้วฉันก็ทำให้แม่เสียใจ -+-

JoyLek

ที่นี่คือ โรงพยาบาล
   ไม่ใช่เพราะเจ็บป่วยถึงขั้นต้องเยียวยา แต่เพราะความจำเป็นทำให้ฉันต้องมา นอน อยู่ท่ามกลางผู้คนที่มีลักษณะอาการเดียวกัน คือ เจ็บปวดและร้องครวญคราง
   พยาบาลเดินเข้าออก เพื่อดู อาการ  เป็นระยะๆ และ ก็  ตะคอก เป็นระยะๆ เช่นกัน 
   บัดนี้ฉันหลุดพ้นจากความทุกข์ทรมานนั้นแล้ว ถึงแม้จะยังมีความเจ็บปวดหลงเหลืออยู่บ้าง หากเทียบกับเมื่อชั่วโมงก่อนหน้านี้แล้วก็เรียกได้ว่าช่างเล็กน้อยเสียเหลือเกิน
    เจ็บแผลหรือเปล่าลูก เสียงอ่อนโยนของแม่คอยถามอยู่ข้างเตียง
   ฉันส่ายหน้าน้อยๆ และฝืนยิ้ม
   น้องแอ๋มแค่รู้สึกเพลีย ฉันกลบเกลื่อนความรู้สึกที่อยากจะถามถึง เขา ด้วยประโยคที่คิดว่าจะทำให้แม่เชื่ออย่างไร้ข้อกังขา หากแต่สิ่งที่คร่ำครวญในใจนั้นกลับทะลักล้นออกมาทางหางตา
   ดร.ชโลบล ปาดน้ำตาที่หลั่งรินของบุตรีคนเดียวด้วยความรู้สึกสะท้อนใจ
   ลูกรักไม่เคยมีครั้งใดเลยที่ลูกแม่จะต้องพบกับความผิดหวังหรือเจ็บช้ำน้ำใจตั้งแต่เล็กจนโตพ่อแม่เฝ้าฟูมฟักทะนุถนอมเพื่อให้ลูกได้รับแต่สิ่งดีๆ  และลูกผู้เป็นแก้วตาดวงใจก็ไม่เคยทำให้ครอบครัวต้องผิดหวังเลยสักครั้ง
   แต่แล้วทุกสิ่งก็แตกสลายลงเมื่อแม่ได้รู้ ข่าว ของลูกรัก  
   ข่าวที่ทำให้รู้ว่าลูกของแม่อยู่กับความทุกข์ทรมานเพียงใด
   น้องแอ๋มท้อง เสียงสั่นเครือของบุตรีที่ผ่านมาตามสายตอนหัวค่ำของเมื่อวาน ทำให้เธอชาดิกไปทั้งร่าง
   ท้องน้องแอ๋มท้อง!!!
   เร็วและแรงเสียจนเธอรับไว้ไม่ไหวทรุดตัวลงกับชุดรับแขกข้างๆ โทรศัพท์นั่นเองไม่มีแม้เรี่ยวแรงจะขยับปากไต่ถามเรื่องราว
   และแล้วบางสิ่งก็วูบเข้ามาในสมองไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม แต่เป็นไปได้หรือไม่ที่ลูกสาวของเธอจะสามารถกลับมาเป็น สาวน้อย ได้เหมือนเดิม
   แล้วประโยคถัดมาก็ทำให้เธอต้องช็อคเป็นครั้งที่ 2
    น้องแอ๋มกำลังจะไปโรงพยาบาล แม่มาหาน้องแอ๋มด้วยน้องแอ๋มกลัว 
   เธอรับรู้แล้วว่า ลูกสาวของเธอมิใช่ เพิ่งทราบ ถึงความผิดปกติของร่างกาย แต่ ทราบ  และ เก็บ มานานถึง 9 เดือนแล้ว โดยที่เธอและสามีไม่มีโอกาสล่วงรู้!
   ระยะทางจากกรุงเทพฯ  เชียงราย ไม่ไกลเลย เหินฟ้าไปเพียงชั่วโมงเศษก็ได้พบหน้าลูก 
   หากแต่จนแล้วจนรอดเธอก็ไม่ได้มาเยี่ยมเยือนลูกสาวเพราะไว้ใจลูกเกินไปคิดง่ายๆ ว่า การเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน ตลอดจนความรู้ และหน้าที่การงานของลูกคงจะเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยให้ลูกตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผล และไม่ก้าวพลาดเหมือนหญิงสาวหลายๆ คนที่เธอเคยนึกสมเพชเวทนา
   ลูกสาวคนเดียวของเธอท้อง!!! 
   ท้อง ทั้งๆ ที่ยังมิได้แต่งงาน
   พลโท ศิระ ผู้เป็นสามีขณะนี้ก็มีสภาพมิได้แตกต่างจากเธอมากนัก 

   เช้าวันนี้เธอตีตั๋วมาเชียงรายเพียงลำพังก่อนออกจากบ้านเห็นสามีนั่งอ่านหนังสือพิมพ์และดื่มกาแฟก่อนออกไปทำงานดังเช่นปกติ ยกเว้นดวงหน้าที่อิดโรยและปากที่เม้มเป็นเส้นตรงอย่างเจ็บช้ำระคนทุกข์ใจไม่มีคำกล่าวใดๆ ฝากถึงลูกดังเช่นเคย
   เธอมอง สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่ลูกสาวกำลังโอบอุ้มขึ้นแนบอกด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูกมิได้มีความรู้สึกยินดีดังคนที่เป็น ยาย ควรจะรู้สึกผ่านเข้ามาในหัวใจ 
   ผู้ชายคนนั้น เดินเข้ามาในห้องพักของลูกสาวเธอพร้อมด้วยมารดาของเขาที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นเพียงชาวบ้านที่มีฐานะปานกลางค่อนไปทางอัตคัด
    ผมจะจดทะเบียนรับรองบุตรครับ ไม่ต้องเป็นห่วง 
   ลูกเขย ที่ดูแล้วไม่เห็นจะ เข้าท่า สักนิดในสายตาของคนที่ผ่านโลกมามาก
   ตำแหน่ง ลูกจ้างประจำ ของเทศบาลเทียบไม่ได้เลยกับ ท่านชาริณี 
   อัยการสาว  ผู้มีอนาคตไกล  แต่ต้องมารับสภาพแค่ แม่ ของเด็กคนหนึ่งซึ่งผู้เป็นพ่อนั้นยอมรับเพียงแค่จดทะเบียนรับรองบุตรเจตนาบ่งชัดอยู่แล้วว่าผู้ชายคนนั้นไม่คิดจะแต่งงานจดทะเบียนกับลูกสาวของเธอ !! 
    แม่คะน้องแอ๋มเลือกทางนี้เอง เขาไม่ผิดหรอกค่ะ 
    แล้วทำไมไม่มาคุยเรื่องจดทะเบียนหรือแต่งงานแต่งการให้เรียบร้อย เขาจะเอายังไง 
   คำพูดของแม่กระทบใจฉันจนน้ำตาคลอขึ้นมาอีกครั้งจะบอกแม่ได้อย่างไรว่าชีวิตฉันไม่อาจฝันถึงการแต่งงานได้เลย ในเมื่อเขายังมีใครต่อใครนอกจากฉันอีก  
   ...มิใช่เพียงคนเดียว แต่มีอีกถึง 2 คน !! 
   พ่อของลูกฉัน มีเมียพร้อมกันถึง 3 คน และฉันก็เป็นหนึ่งในนั้น
   ฉันรู้ว่า ผู้คนที่นี่มองฉันด้วยสายตาหมิ่นแคลนแค่ไหน แต่ไม่มีใครเข้าใจถึงความรักที่ฉันมีต่อเขาหรอก
   รัก คำๆ นี้หากใครไม่เคยสัมผัสไม่เคยพบเจอด้วยตัวเองคงไม่รู้หรอกว่ามันมีอนุภาพเพียงใด
   รักอย่างที่ไม่เคยรักใครมาก่อน
   รักอย่างไม่มีข้อแม้
   ฉันพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 3 วัน และวันนี้หมออนุญาตให้กลับบ้านได้แม่มารับฉันเพียงลำพังเช่นเคย
    แม่จัดกระเป๋าให้น้องแอ๋มแล้วนะ เราจะกลับกรุงเทพฯ 
    เด็กตัวแค่นี้เขาจะให้ขึ้นเครื่องหรือคะ 
    แม่จัดการได้แล้วกัน 
    แต่แอ๋มยังอยากอยู่ที่นี่  ฉันบอกแม่เสียงอ่อน ในใจลึกๆ ยังหวังว่าเขาจะมาดูหน้าลูกอีกสักครั้ง
   ฉันแอบกดหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่จำได้จนขึ้นใจ
   ห่วงเหลือเกินหากเขามาหาที่บ้านพักแล้วไม่เจอเขาคงจะโกรธที่ฉันไปโดยไม่บอกกล่าว
    ฮัลโหล เสียงผู้หญิงปลายสายรับค่อนข้างห้วนและคุ้นหูคงจะเป็นผู้หญิงคนนั้น...เมียคนล่าสุดของเขา
   ถ้อยคำที่เตรียมไว้หายลงคอไปดื้อๆ ฉันเลื่อนมือกดปุ่มตัดการติดต่อ
   ...อยากร้องไห้สะอึกสะอื้นดังๆ ให้สาแก่ใจสักครั้งแต่ฉันทำอย่างนั้นไม่ได้เพราะแม่กำลังมองอยู่  
   ฉันรู้ฉันเจ็บ ฉันเสียใจมากแค่ไหนแม่ยิ่งเจ็บกว่าฉันเป็นร้อยเท่าทวีคูณ
   ฉันทอดสายตามองไปยังเบื้องล่างอย่างไร้จุดหมาย  ไม่น่าเชื่อว่าเพียง 2 ปีที่ย้ายมารับตำแหน่งที่นี่จะเกิดเหตุการณ์ที่พลิกผันชีวิตฉันได้มากมายถึงเพียงนี้
   พรุ่งนี้ฉันจะอยู่ยังไงจะเลี้ยงลูกยังไงเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ฉันยังหาคำตอบไม่ได้ทั้งสิ้น
   เสียงเห่กล่อมเจ้าตัวเล็กที่เบาะข้างๆ ทำให้ฉันหวนนึกถึงสมัยเด็กๆ 
   แม่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับฉันจนกระทั่งวันนี้ วันที่ฉันได้เป็น แม่คน 
แม่ก็ยังเป็นผู้ให้ไม่มีวันจบสิ้น
   แต่สิ่งที่ฉันตอบแทนความรักของท่านในวันนี้ คือ ความเสียใจ ความอับอายที่ไม่มีสิ่งใดจะลบล้างไปได้
   ฉันจะบอกท่านอย่างไรดีว่าฉันเองก็เสียใจไปไม่น้อยกว่าท่านเลยและอยากให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นกับฉันเป็นคนสุดท้าย !!				
26 มีนาคม 2547 18:25 น.

+ หากปาฏิหาริย์มีจริง +

JoyLek

เสียงเรียกเข้ามือถือดังขัดจังหวะทำให้ฉันหงุดหงิดเล็กน้อย  แต่เมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอก็อดที่จะอมยิ้มไม่ได้
    ถึงไหนแล้ว เรียบร้อยดีหรือเปล่า 
    ค่ะ กำลังจะกลับ 
    ให้ไปรับไหม เพิ่งออกจากห้องประชุมเดี๋ยวนี้เอง 
    อืมเค้ากลับเองดีกว่า พี่จะได้พักผ่อน 
    งั้นกลับบ้านดีๆ นะจ๊ะ ดึกๆ จะโทรมาใหม่ 
   ณภัทรคนรักและว่าที่เจ้าบ่าวของฉันเอง 
   เขาน่ารักอย่างนี้เสมอเป็นคนมีเสน่ห์ มองโลกในแง่ดี ใครอยู่ใกล้ก็มักจะตกหลุมรักรอยยิ้มที่สดใสของเขาได้ง่ายๆ 

    ไอซ์ 
   ฉันเงยหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มขึ้นมองคนที่ตะแคงซ้ายขวาอยู่ใกล้ๆ อย่างไม่แน่ใจ ผู้มาใหม่ ยิ้มอย่างยินดีลากเก้าอี้มานั่งร่วมโต๊ะด้วย 
    สวัสดีค่ะ ฉันทักขณะที่มือค่อยๆ เลื่อนการ์ดแต่งงานลงกระเป๋าสะพาย
   ไม่อยากให้เขาเห็นสิ่งนั้นทั้งที่เมื่อครู่ฉันแทบจะตะโกนให้คนทั้งโลกรู้ว่าฉันมีความสุขแค่ไหนกับการแต่งงานที่จะมีขึ้นในอีก 4 เดือนข้างหน้า
   อาจเป็นเพราะมีบางสิ่งที่ยังติดค้างอยู่ในซอกลึกของหัวใจฉันกระมังความลับที่ฉันแอบเก็บซ่อนไว้จนถึงทุกวันนี้โดยไม่มีใครรู้

   พี่ปรานต์ ฉันรู้จักเขาพร้อมกับพี่ณภัทรตั้งแต่สมัยยังเป็นนักศึกษา
   สารภาพตรงๆ ว่าฉันแอบชอบพี่ปรานต์ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอเลยทีเดียว
   แต่ก็เป็นได้แค่นั้นเอง เพราะเขามีแฟนแล้ว
   ฉันไม่เคยเจอแฟนพี่ปรานต์หรอก แต่ได้ยินเพื่อนๆ เขาเก็บเอามาแซวกันประจำ
   ทรมานนะกับการแอบชอบใครสักคนโดยที่เราไม่กล้าแม้จะบอกให้เขารับรู้
   ต้องยิ้มทั้งที่อยากร้องไห้เวลาที่ได้ยินเขาพูดถึงคนรัก
   ทั้งอิจฉาทั้งเจ็บปวด
   3 ปีกับความรู้สึกที่ต้องเก็บซ่อนทั้งที่เจอหน้ากันแทบทุกวัน
   กระทั่งปีสุดท้ายพี่ณภัทรเรียนจบและไปทำงานที่ลพบุรี แต่พี่ปรานต์ยังเรียนไม่จบ
   สิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมายของฉันเกิดขึ้นช่วงปิดเทอมซัมเมอร์
   พี่ปรานต์โทรหาฉัน! 
   วันนั้นหัวใจฉันเต้นแทบไม่เป็นจังหวะตั้งแต่รู้จักกันนี่เป็นครั้งแรกที่เราคุยกันโดยไม่มีบุคคลที่สาม
   เขาให้ฉันไปช่วยเลือกซื้อของใช้เข้าหอพักที่เพิ่งย้ายไปใหม่ซึ่งไม่น่าแปลกใจเลยที่ฉันตอบตกลงโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดด้วยซ้ำ
   จากนั้นพี่ปรานต์ก็จะแวะเวียนมาหาฉันเสมอๆ จนกระทั่งฉันเรียนจบและได้รับการบรรจุให้เป็นพนักงานของมหาวิทยาลัย
   ฉันย้ายออกจากหอพักนักศึกษามาเช่าอยู่กับเพื่อนสนิทชื่อ หวาน 
   พี่ปรานต์ยังเรียนไม่จบเหลือทำ Project
   และข่าวใหม่ก็คือ พี่ปรานต์เลิกกับผู้หญิงคนนั้นแล้ว!!
   เพื่อนร่วมงานและคนรอบข้างต่างเข้าใจว่าฉันเป็นแฟนกับพี่ปรานต์
   ความจริงไม่ใช่!เรายังเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันเหมือนเดิม
   แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่ฉันมีความสุขที่สุดหลังจากที่ได้แต่มองเขามาหลายปี
   ฉันอยากให้โลกหยุดหมุนและหยุดเวลาไว้เพียงเท่านั้นใจจะขาดแต่มันเป็นไปไม่ได้!
    วันเกิดครบรอบอายุ 22 ปีของฉัน พี่ปรานต์มารับฉันที่หอพักท่ามกลางความไม่ชอบใจของยัยหวานเช่นเคย
   วันนี้มีบางอย่างเปลี่ยนไปจากเดิมที่ฉันและยัยหวานอยู่ด้วยกันเพียง 2 คน  วันนี้มีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นมา คือ พี่ณภัทร
   ฉันมีความจริงจะสารภาพฉันเป็นแฟนกับพี่ณภัทร!! 
   เราคบกันก่อนที่เขาจะเรียนจบ!!
   ยัยหวานรู้ และพี่ปรานต์ก็รู้ !!
   ฉันเป็นคนบอกเขาเองทำไมนะเหรอ?ก็เพื่อจะเตือนใจตัวเองว่าฉันมีแฟนแล้วฉันมีสัญญากับผู้ชายที่แสนดีคนหนึ่งอยู่แล้ว
   นี่แหละคือเหตุผลที่ฉันรักพี่ปรานต์ไม่ได้!!
   พี่ปรานต์อยู่ทักทายพี่ณภัทรไม่กี่คำก็กลับโดยมีฉันเดินไปส่งที่รถเรามองหน้ากันนิ่งๆ จนถ้อยคำที่จะพูด 
   ฉันไม่อยากโทษพรหมลิขิตที่ทำให้ต้องมาเจอสภาพนี้
   ฉันผิดเองผิดที่ปล่อยให้หัวใจอยู่เหนือเหตุผลผิดที่ดึงดันจะเก็บความฝันเอาไว้

    มาคนเดียวเหรอ
    ค่ะ
    ได้ข่าวว่าจะแต่งงาน เขาถาม 
   ฉันได้แต่ยิ้มไม่ตอบรับหรือปฏิเสธไม่ได้ติดต่อไม่ได้เจอกันปีเศษจนฉันคิดว่าลืมพี่ปรานต์ไปแล้วแต่มันไม่ใช่เลยเขายังอยู่ในใจฉันเสมอ และพร้อมที่จะชัดเจนขึ้นทุกทีที่มีใครขุดคุ้ยขึ้นมา
    แล้วเมื่อไหร่พี่จะมีข่าวดี ฉันฝืนถามออกไปบ้าง
    ไม่รู้สิ คงอีกนาน 
   ฉันอ่อนแออีกแล้วสินะปล่อยให้ความรู้สึกอยู่เหนือเหตุผลอีกจนได้
   ทั้งที่รู้ว่าใจของตัวเองไม่เข้มแข็ง แต่ยังดื้อดึงที่จะทำ
    พี่ไปส่งไหม 
    ไม่เป็นไร ขอบคุณค่ะ 
   เรากล่าวอำลากันในช่วงสุดท้ายหลังจากที่นั่งคุยเรื่องสัพเพเหระที่มุมกาแฟแห่งนั้นเกือบ 4 ชั่วโมงเวลาผ่านไปเร็วจนฉันเองยังตกใจ
    อย่าลืมส่งการ์ดหล่ะ พี่ปรานต์ย้ำพร้อมกับจดที่อยู่และเบอร์มือถือยื่นให้

   จากนั้นฉันแทบจะไม่รู้สึกตัวเลยว่ากลับมาถึงบ้านได้อย่างไร
ในหัวมีแต่เรื่องราวในอดีตระหว่างฉันกับพี่ปรานต์ และเพลงที่เขาเพิ่งส่งเข้ามือถือฉันเมื่อครู่

     ได้แต่มองเธอมาตั้งนาน ก่อนที่เธอจะเป็นของใคร
     อยากให้มันมีปาฏิหาริย์ให้ตัวฉันย้อนเวลากลับไป
     จะไม่ยอมให้เราคลาดกัน ฉันคงจะพบรักเธอก่อนใคร
     มันน่าเสียดายปาฏิหาริย์ไม่มีจริง

   ฉันทุ่มตัวลงบนที่นอนและร้องไห้ให้กับตัวเอง ทั้งที่ไม่เคยคิดจะเสียน้ำตาให้กับเรื่องในอดีตเลยสักครั้ง
   แต่ตอนนี้ฉันกำลังร้องไห้ร้องให้กับทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมา

    ถึงบ้านนานรึยัง เสียงพี่ณภัทรผ่านมาตามสาย
    สักพักแล้ว ฉันพยายามพูดด้วยน้ำเสียงปกติทั้งที่น้ำตายังไหลออกมาไม่หยุด
    โทรเข้ามือถือไม่ได้ โทรมาที่บ้านก็ไม่มีคนรับสาย เป็นห่วงนะ 
    แบตหมดน่ะ 
    ไม่สบายหรือเปล่า 
    ปวดหัวนิดหน่อย ฉันโกหก
    กินยาแล้วรีบนอนนะคนดี กะว่าพรุ่งนี้จะชวนไปดูของชำร่วย แต่ไม่เป็นไรถ้าไม่ไหวก็นอนพักนะจ๊ะ เอาไว้วันหลังค่อยว่ากันใหม่ 
   ฉันอึ้งรู้สึกสับสนเหลือเกิน
    พี่ไปรับรูปมาแล้วนะ  สวยมากเลย อยากให้ไอซ์เห็นเร็วๆ จัง นี่กำลังคิดว่าจะวางไว้ตรงไหนดี ตื่นขึ้นมาปุ๊บจะได้เห็นหน้าไอซ์ก่อนใคร 
   ยิ่งเขาพูดฉันก็ยิ่งรู้สึกเจ็บในอก
   นี่หรือสิ่งที่ฉันตอบแทนให้กับผู้ชายที่รักและซื่อสัตย์กับฉันตลอดมา
   ฉันก็รักเขามิใช่หรือแต่ทำไมความรักของฉันมันสีหม่นอย่างนี้นะ
   ฉันดีพอที่จะรับความรักที่เขามอบให้หรือเปล่า??

    พรุ่งนี้ก็เอามาสิ บอกเขาเสียงแผ่ว
    ไม่ดีกว่า ไอซ์ไม่สบาย ไม่อยากรบกวน 
    นิดหน่อยเอง จะแวะมาที่นี่ก่อนหรือเจอกันที่ร้านดี ฉันตัดสินใจในที่สุด
    อืมรอที่บ้านนะ สัก 10 โมงจะไปรับ 
    ค่ะ เจอกันพรุ่งนี้ 
   ฉันค่อยๆ วางหูโทรศัพท์ลงพร้อมกับประโยคสุดท้ายของเขาที่ยังกึกก้องในหัวใจ
    รู้ไหมพี่รักไอซ์มากแค่ไหนรักมากกว่าชีวิตของพี่ซะอีก
   ฉันปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น
   ปาฏิหาริย์นะหรือฉันก็อยากให้มีเหมือนกับพี่ปรานต์นั่นแหละ
    อยากจะย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีต เพื่อจะได้ไม่ต้องเจ็บปวดกับปัจจุบันที่เป็นอยู่
   ใครนะเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของคน
   ได้ยินเสียงฉันบ้างไหม
   ขอร้องเถอะนะขอให้เกิดปาฏิหาริย์สักครั้ง
   ครั้งเดียวเท่านั้น
   ช่วยย้อนเวลากลับไปได้ไหมช่วยทำให้ฉันไม่ต้องเจอกับพี่ปรานต์ในวันนี้ !! 

                                            ********** จ บ ********				
23 มกราคม 2547 18:15 น.

สักวัน...ฉันจะรักเธอ (ตอนที่ 4...ตอนจบ)

JoyLek

.....เปิดเทอมใหม่......
   จ้าในฐานะสต๊าฟเชียร์ของมหาวิทยาลัยรู้สึกว่าตัวเองแก่ขึ้นเยอะ เมื่อถูกเรียกว่า พี่ ทั้งจากน้องใหม่ในกลุ่มสัมพันธ์และสต๊าฟด้วยกัน
   ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้จะมีการจัดน้องใหม่เข้ากลุ่มสัมพันธ์โดยเฉลี่ยมาจากทุกคณะเพื่อเข้า เชียร์กลาง และทำกิจกรรมร่วมกัน...แบ่งกลุ่มตั้งแต่ A-Z กลุ่มละประมาณ 120 คน และมีสต๊าฟเชียร์ 5 คนเป็นผู้ดูแลน้องใหม่
   2 วันแรกผ่านไปด้วยดี เหลือวันนี้เป็นวันสุดท้ายคือ การลอดซุ้มของคณะและชมรมต่างๆ  ทุกกลุ่มต้องพาน้องใหม่ลอดซุ้มให้ได้ 6 ซุ้มเป็นอย่างน้อย...จ้ากวาดตาดูรายชื่อซุ้มที่ต้องผ่านตามลำดับ
   ...เจอกันอีกจนได้...ชมรมฮอกกี้เป็นลำดับที่ 7 ...
   จ้าภาวนาให้หมดเวลาก่อนเถอะจะได้ไม่ต้องเข้าซุ้มนี้
     กี่โมงแล้ว 
     เพิ่งบ่าย 2 เองพี่ คงต้องเข้าอีกซุ้ม ชมรมอาสาฯ ปล่อยเราเร็วไป
   จ้าถอนใจ
     เรียกน้องๆ ตั้งแถวเลย 
   มีการร้องรำทำเพลงต้อนรับเมื่อไปถึง...หน้าซุ้มขึ้นป้ายตัวอักษรใหญ่ชัดเจนว่า... 
     ชมรมฮอกกี้...นี้เพื่อเธอ
   จ้าเบ้หน้า...แค่ป้ายชื่อยังส่อแวว...
   พิธีกร 2 คนทำหน้าที่กล่าวต้อนรับและแนะนำชมรม หลังจากนั้นก็เหมือนกับซุ้มอื่นๆ คือ ให้เล่นเกมเพื่อหาคนมาทำโทษ
     เราจะทำโทษคนแพ้ยังไงดี พิธีกรทำท่านึก
     เต้นเมียงู...เต้นเมียงู มีเสียงตะโกนบอก 
   น้องๆ ในกลุ่มกรี๊ดกร๊าดกันใหญ่
     เป็นความคิดที่ดี...น้องๆ เข้าแถวเรียงหน้ากระดาน ครั้งแรกจะเป็นการสาธิตให้ดูก่อน พิธีกรอธิบายคร่าวๆ 
     ถ้าพร้อมแล้ว ขอเสียงดนตรีหน่อย
   น้องใหม่หัวเราะกันท้องคัดท้องแข็ง เมื่อหนุ่มผมยาว 2 คนแต่งตัวเป็นสาวฮาวาย ออกมาสาธิตท่าเต้นบิดตัวส่ายสะโพกอยู่เบื้องหน้า
     นี่เป็นแค่ตัวอย่าง คราวนี้น้องๆ ที่อยู่ด้านหน้าต้องเต้นให้สวยกว่านี้นะ ใครเต้นไม่สวยเราจะให้เต้นไปเรื่อยๆ  
     ขอเสียงดนตรี 
   ทั้งกลองและฉิ่งเริ่มบรรเลงเพลงจังหวะเร่าร้อน...มีเสียงซี๊ดซ้าดประกอบเป็นระยะๆ ...
   แม้ว่าน้องๆ จะเขินยักย้ายส่ายสะโพกไม่ค่อยออก แต่ก็เรียกเสียงหัวเราะและสร้างความเฮฮาได้ไม่เบา
     เป็นไงครับท่านประธาน พิธีกรถามความเห็น
   คามินส่ายหน้า
     ประธานชมรมไม่ให้ผ่านครับน้องๆ  
     อย่างนี้ต้องทำโทษพี่สต๊าฟ มีเสียงตะโกนมาอีก
     ทำโทษสต๊าฟ...ทำโทษสต๊าฟ... 
   ความคิดนี้ได้รับการตบมือและเป่าปากเห็นด้วยอย่างท่วมท้นทั้งจากน้องใหม่และคนในซุ้ม
     อ้าว...ไหงเป็นงั้น พี่ๆ ประจำกลุ่มครวญ
     เชิญเลยครับ เชิญพี่สต๊าฟด้านหนัา ขอเสียงปรบมือด้วยครับ 
   พี่สต๊าฟทั้ง 5 คนออกไปยืนด้านหน้า 
   จ้าหันไปมอง ท่านประธาน เห็นเขายักไหล่และส่งยิ้มกวนๆ มาให้
   ...อย่าให้เป็นทีฉันบ้างแล้วกัน!...
   แม้ว่าจะเต้นได้ดีกว่าน้องๆ เพราะผ่านการฝึกให้กล้าแสดงออกมาพอสมควร แต่ก็ยังถูกแกล้งจนได้
     ไม่เร้าใจ ประธานว่าอย่างนั้น
     ...มาเต้นเองสิพ่อคุณ...
     ให้ผ่านเถอะนะคะ เดี๋ยวเราต้องรวมน้องแล้ว สต๊าฟสาวส่งเสียงอ้อนขอความเห็นใจ
     ก็ได้ แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน ชายหนุ่มยอมง่ายๆ และเรียกประชุมสมาชิกฯ เพื่อสุมหัวยื่นข้อเสนอ
   จ้าเริ่มหวั่นใจ คราวนี้จะโดนอะไรอีกเนี่ย...
     มติของชมรมเป็นเอกฉันท์ ถ้าอยากผ่านต้องแลกด้วยจูบคนละหนึ่งที 
สิ้นเสียงประกาศก็มีเสียงโห่ร้องกันเกรียวกราว...
   ...เฮ้ย! เล่นแรงไปหรือเปล่า...
     เอาไงดีพี่จ้า ไม่สนุกแล้วนะ สต๊าฟรุ่นน้องหน้าเสีย
     ไม่กล้าทำจริงๆ หรอก รอดูอีกสักพักว่าจะมีลูกเล่นอะไร จ้าปลอบ เพราะคิดว่านายกสโมสรนักศึกษาน่าจะบอกข้อกำหนดในการทำกิจกรรมแล้ว...แต่ถ้าหากเกินเลยกว่านี้คงต้องคุยกันบ้าง
     เราได้คัดเลือกหนุ่มหล่อมาเพื่อการนี้เรียบร้อยแล้ว...ขอเชิญพี่ปัทม์ พี่ก้อง พี่คามิน พี่บอย และพี่ดล ครับ 
   ชายหนุ่มที่ถูกเอ่ยชื่อออกมายืนประกบคู่สต๊าฟ และมีการทาลิปสติกให้ทุกคนเพื่อเพิ่มสีสัน
     ี่พี่ครับ ผม 2 คน ขอเปลี่ยนคู่เป็นผู้หญิงไม่ได้เหรอครับ สต๊าฟหนุ่มยกมือประท้วง
     เสียใจครับ สาวๆ ชมรมนี้ขี้อาย พิธีกรปฏิเสธ...บอกให้นั่งคุกเข่าหันหน้าเข้าหากันและหันข้างให้น้องใหม่เพื่อจะได้เห็นชัดๆ 
   และแล้วทุกคนรู้สึกโล่งใจเมื่อมีสาวๆ ในชมรมยืนถือกระจกใสขนาดเท่ากระดาษ A4 มาช่วยคั่นกลางระหว่างแต่ละคู่
     ...อ้อ..จูบผ่านกระจก...
     นับถึง 3 แล้วขอให้จูบพร้อมกันเลยนะครับ กติกาคือ ต้องมีรอยลิปสติกติดกระจกทั้งสองฝั่ง ถ้าคู่ไหนรอยจูบไม่ตรงกันหรือจูบไม่พร้อมกัน เราจะให้จูบซ่อมโดยเอากระจกกั้นออก 
     ถ้าพร้อมแล้ว เตรียมตัว 1...2...3 
   จ้าหลับหูหลับตาจูบลงไปบนกระจกท่ามกลางเสียงกรี๊ดเสียงลุ้นจนแสบแก้วหู
     ขอบคุณพี่สต๊าฟทุกคนที่ให้ความร่วมมือครับ
สต๊าฟสาวทั้ง 3 คนหน้าแดงก่ำ 
     ขอให้พี่สต๊าฟผู้หญิงรอก่อนนะครับ พิธีกรเรียก
   ปิดท้ายด้วยการเรียกเสียงกรี๊ดอีกรอบ โดยให้ชายหนุ่มทั้ง 3 คนของชมรมฯ คุกเข่ามอบกุหลาบให้คู่จูบของตัวเอง
   มีเสียงแซวจากพิธีกรว่า
     น้องใหม่กลุ่ม Y ผ่านไปได้ ส่วนพี่สต๊าฟเราขอยึดไว้เป็นตัวประกัน 

                                              *********************

    หลังจากผ่านซุ้มสุดท้ายมาแล้วก็เป็นการพาน้องใหม่มารวมตัวกันเพื่อไหว้เจ้าพ่อมอดินแดง... ที่นี่จะมีรุ่นพี่จากทุกคณะมารอรับน้องเพื่อพาไปเข้าคณะอย่างเป็นทางการ
   จ้าเดินหลบหลีกนักศึกษาไม่ต่ำกว่า 3,000 คนออกมาสูดอากาศข้างนอก...หน้าที่หมดแล้วสำหรับวันนี้เมื่อน้องใหม่ในกลุ่มสัมพันธ์ทยอยแยกย้ายกันไปหารุ่นพี่ตามคณะของตนเอง
   เสียงกลองและร้องเพลงเชียร์ดังกึกก้องทั่วบริเวณศาลเล็กๆ แห่งนี้...
     มีเรื่องจะคุยด้วย คามินจอดรถขวางหน้า
   จ้ายืนนิ่ง ไม่ยอมขยับ...จนมือแข็งแรงนั้นทำท่าจะเอื้อมมาคว้าแขน
   หล่อนขยับออกและตวัดสายตาขุ่น เพราะไม่ชอบให้ใครมาถูกเนื้อต้องตัว
     ขึ้นรถ ชายหนุ่มเสียงขุ่นไม่แพ้กัน 
   คามินขับรถมาจอดในบริเวณสวนสุขภาพ ซึ่งวันนี้ผู้คนที่มาออกกำลังกายค่อนข้างบางตา เนื่องจากนักศึกษาส่วนใหญ่ไปรวมตัวอยู่ที่ศาลเจ้าพ่อมอ
   จ้านั่งบนเนินหญ้าข้างลู่วิ่ง ขณะที่ชายหนุ่มนั่งบนเบาะรถมอเตอร์ไซค์...
ผ่านไปเกือบ 10 นาที  ทั้งคู่ยังนั่งเงียบ
      มีอะไรก็พูดมาสิ ในที่สุดจ้าก็เป็นฝ่ายทนไม่ไหว
     จ้าจะเอายังไง 
     จ้าสิที่ต้องเป็นฝ่ายถาม จ้าขึ้นเสียง
     พี่...เอ่อ..ทำแบบนั้นทำไม หล่อนลดเสียงลง และพอนึกได้ว่ายังถือกุหลาบที่ได้รับเมื่อบ่ายอยู่ในมือก็ยิ่งหน้าแดงขึ้นไปอีก
     พี่ชอบจ้า เขาตอบช้าๆ ชัดเจน
     พี่เอาคนอื่นไว้ที่ไหน จ้าสบตาเขาอย่างเอาเรื่อง
     พี่ไม่มีใคร 
   หญิงสาวยิ้มหมิ่นๆ 
     ไม่มีตอนนี้ใช่ไหม 
     ทำยังไงถึงจะเชื่อ ต้องให้สาบานหรือให้เพื่อนพี่มายืนยันไหม คามินถามประชด
     แน่ใจ หล่อนถามย้ำ
     แน่ใจ
     เฟื่องหล่ะ 
   คนอื่นไม่มีความหมาย แต่เฟื่องคือคนที่จ้าแคร์ที่สุด...อย่างน้อยก็เป็นเพื่อน ไม่อยากจะมองหน้ากันไม่ติดเพราะผู้ชายคนเดียวเป็นเหตุ
     ไม่มีอะไร เคยรับไปกินข้าวดูหนังครั้งสองครั้ง แล้วก็ไม่ได้ติดต่อกันเป็นปีแล้ว 
     ไม่ได้เป็นแฟนนะ 
     จ้านี่แหละคนแรก 
   หล่อนอึ้ง...เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
     แล้วรู้ไหมว่าต้องทำตัวยังไง 
     ลองพูดมาสิ จ้าอยากให้พี่ทำยังไง 
   ...ขออะไรดี...จ้านิ่งไปพักใหญ่
   ...อีตานี่มีข้อเสียซะจนลำดับไม่ถูก 
     ห้ามเจ้าชู้...ต้องไม่มีคนอื่น 
   คามินพยักหน้ารับข้อเสนอ
     และห้ามให้สาวๆ ซ้อนรถด้วย 
     ขออะไรไม่เห็นได้เรื่อง เขาทำเสียงตำหนิ
     ทำได้ไหมหล่ะ 
     ถ้าเจอเพื่อนเดินข้างทาง หรือขอให้ไปส่งจะทำไง 
     เพื่อนกับสาวๆ พี่แยกไม่ออกหรอกเหรอ.... จ้าถามหมิ่นๆ 
     ว่าไงทำได้ไหม 
     แล้วจ้าทำได้หรือเปล่า ถ้าพี่ขอสัญญาแบบเดียวกัน 
     พี่ขอจ้าเป็นแฟนนะ จ้าไม่ได้ขอซะหน่อยทำไมต้องสัญญา 
     ตัวเองยังไม่กล้าสัญญาแล้วจะขอพี่ฝ่ายเดียวได้ยังไง...คนเราจะพูดจะสัญญาอะไรก็ได้ในวันนี้ แต่ต่อไปอีก 5 ปี 10 ปีข้างหน้า จ้าจะรู้ได้ยังไงว่าพี่จะรักษาสัญญา...พี่ไม่ให้สัญญาอะไรทั้งนั้น แต่จะให้จ้าดูการกระทำของพี่เอาเองในวันข้างหน้า
   แม้จะไม่เห็นด้วยทั้งหมด แต่จ้าก็นึกหาประโยคมาค้านเขาไม่ได้
     เป็นแฟนกันต้องทำยังไงบ้างหล่ะ ไม่เคยมีนี่ หล่อนหลับตาค้อน
   คามินส่ายหน้านึกขัน...
   ...ยัยนี่รู้อะไรนอกจากสิ่งที่อยู่ในหนังสือบ้างไหมนะ...
     อย่างแรกเลยต้องหัดเชื่อใจกัน มีปัญหาต้องคุยต้องปรับความเข้าใจ เขาอธิบายตาพราว
     ไม่หูเบา และอย่าเชื่อคนง่ายด้วยใช่ไหม 
     ถูกต้อง ผู้หญิงมักทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่...เพื่อนแหละตัวดีบางทีก็หวังดีมากจนทำให้ทะเลาะกัน พี่ไม่อยากให้จ้าเชื่อคนอื่นมากกว่าฟังจากปากของพี่ 
   จ้าพยักหน้าหงึกๆ ก่อนจะทบทวนทำความเข้าใจ
     ต้องทำหูหนวกตาบอด ถ้าเพื่อนบอกว่าเห็นแฟนเราควงสาวอยู่โทนโท่ แต่แฟนยืนยันว่าเป็นเพื่อนก็ต้องเชื่อว่าเป็นเพื่อน...โอเค..เข้าใจ...มีอะไรอีกไหม 
          ป๊อก!
     ทะเล้นนัก คามินตีหัวด้วยดอกกุหลาบที่อยู่ในมือหล่อนนั่นแหละ
     แค่นี้ใช่ไหม กลับได้หรือยัง จ้าเริ่มตาปรือ
     ไม่หิวเหรอ 
     ง่วง...เหนื่อย 
     ตามใจ พี่ก็จะแวะไปดูน้องที่คณะด้วย จะไปรับกินข้าว 2 ทุ่มนะ 
     ฮื่อ จ้าขึ้นรถง่ายๆ ...รู้สึกง่วงเต็มที  

     จ้าชอบพี่บ้างไหม 
     .................. 
   หล่อนไม่มีคำตอบให้สำหรับคำถามนี้...ไม่อยากโกหกตัวเองและโกหกเขาด้วย
     มิกซ์เลิกกับแฟนแล้วนะ คามินไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องบอกหล่อน
     เกี่ยวอะไรกับจ้าหล่ะ ใจกระหวัดถึงชายหนุ่มคนนั้น
     มันชอบจ้า 
   หญิงสาวรู้สึกเหมือนเลือดร้อนๆ สูบฉีดไปทั่วตัวกับสิ่งที่ได้รับรู้...
   ...เขาน่ะหรือชอบหล่อน?
   ...ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
   ...ทำไมไม่เห็นเขาพูดอะไรเลย?
   จ้าครางในอก...แต่จะมีประโยชน์อะไรเล่าในเมื่อทุกอย่างมันสายไปแล้ว! 
     พี่ก็เลยจะยกจ้าให้พี่มิกซ์งั้นสิ 
     ถ้าจ้าจะเปลี่ยนใจยังทัน คามินข่มอารมณ์น้อยใจเปิดโอกาสให้หล่อนเลือก
     งั้นก็ไปบอกพี่เค้ามากอดจ้าสิ จ้าจะได้เป็นแฟนด้วย หล่อนประชด
     จ้าตัดสินใจแน่แล้วใช่ไหม เขาถามเหมือนไม่แน่ใจ
     โอ๊ย! จะถามอีกนานไหมคนง่วงนอนจะตายอยู่แล้ว จ้าโวย
     ครับๆ ... กลับเดี๋ยวนี้เลยครับผม คามินยิ้มจนแก้มบุ๋มลึกลงไป
     ...มีลักยิ้มด้วยแฮะ......จ้าเพิ่งสังเกตว่าเขายิ้มสวยก็วันนี้เอง...

   แม้วันนี้ยังมีหลายสิ่งที่ยังตอบหัวใจตัวเองไม่ได้ แต่จ้าก็มั่นใจว่าในอนาคตอันใกล้นี้คงจะมีคำตอบที่ชัดเจน
   พี่มิกซ์...หนุ่มขาวตี๋...แม้หน้าตาหรือความคมคายจะสู้คามินไม่ได้ในสายตาของคนทั่วไป แต่เขาก็คือ สเปก ที่จ้าฝังใจมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ และคงจะไม่มีวันลบเลือน
   ชีวิตจริง กับ ความฝัน บางครั้งก็ไม่มีวันที่จะเวียนมาบรรจบพบกันได้
และวันนี้จ้าก็เลือกแล้วที่จะเดินออกมาจากความฝัน...
   หล่อนรู้ว่าตั้งแต่วันพรุ่งนี้ชีวิตของหล่อนจะเปลี่ยนไป...หนทางข้างหน้ายังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น...แต่จ้าก็พร้อมที่จะรับมือหากคามินยังจดจำคำพูดของเขาในวันนี้ได้...
   
        คามิน ชายหนุ่มตรงหน้านี้ต่างหากเล่า คือ ชีวิตจริงของหล่อน! 
 
                                   ********************* จ บ ********************


*หมายเหตุ...

        จากวันนั้นคามินใช้เวลาพิสูจน์ตัวเองอยู่ปีเศษ จึงได้ยินคำว่า รัก จากปากของจ้า 
        ปัจจุบันทั้งคู่ใช้เวลาดูใจกันมาครบ 9 ปีแล้ว และกำลังวางแผนจะแต่งงานในปี 2548

ส่วนคนอื่นๆ ...
         พี่ดล...ยังหล่อเหมือนเดิม ปัจจุบันทำตัวเป็นพ่อพวงมาลัยลอยไปเรื่อยๆ  (หลังจากถูกสาวพยาบาลหักอก)
         ชายหนุ่มผมยาว...ปัจจุบันไม่หล่อแล้ว อ้วนขึ้นเยอะ (ถูกสาวคณะเกษตรฯ หักอกอีกคน) และยังไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตน
         พี่ปัทม์...เพิ่งมีแฟนคนแรกเป็นของตัวเองเมื่อต้นปี 46 (แฟนหน้าตาน่ารักด้วย)... เป็นคู่รักที่หวานแหวว (ถึงขั้นเลี่ยน) ซะจนเพื่อนๆ หมั่นไส้
         แอ๋ม...มีแฟนคนแรกเป็นนักศึกษาเทคโนโลยีราชมงคล แต่ถูกหลอกจนเสียผู้เสียคนไปพักใหญ่  ปัจจุบันมีแฟนเป็นลูกจ้างชั่วคราวของมหาลัย และอายุน้อยกว่า 3 ปี  เธอพยายามจะบอกว่าแฟนเธอหล่อมาก..ก..(แต่ทุกคนปฏิเสธหัวชนฝา) 
         และสุดท้าย พี่มิกซ์ ความหล่อลดลงจนน่าใจหาย ตอนนี้ค่อนข้างปล่อยเนื้อปล่อยตัวมาก หาเค้าเดิมแทบไม่เจอ ...จนถึงปัจจุบันยังไม่มีแฟน...				
22 มกราคม 2547 17:42 น.

สักวัน...ฉันจะรักเธอ (ตอนที่ 3)

JoyLek

งานเลี้ยงปีใหม่ของชมรมฮอกกี้ จ้าถูกแอ๋มลากมาด้วยเช่นเคย
     ฉันไม่ใช่สมาชิกซะหน่อย จ้าบ่นอยู่ท้ายรถมอเตอร์ไซค์โดยมีแอ๋มเป็นคนขับ
     ใครๆ ก็พาเพื่อนไปทั้งนั้นแหละ พาคนนอกไปได้ คนเยอะๆ สิสนุก วันนี้จะเลือกประธานชมรมคนใหม่ด้วย
     ใครมีสิทธิ์ลุ้นบ้างหล่ะ 
     ก็ถูกเสนอชื่อหลายคน ไม่รู้สิ ใครเป็นก็ได้ทั้งนั้นแหละ ขอไว้คนเดียวอย่าให้เป็นพี่มานุ
     ทำไม พี่แกก็ดูแอกทีฟดีออก 
     ขี้โม้จะตายตัวเองเก่งอยู่คนเดียว เขาหมั่นไส้ทั้งชมรม แอ๋มทำปากยื่น
     แอ๋ม... จ้าตบไหล่เพื่อนเบาๆ
     อะไร
     ใครน่ะแอ๋มมายืนทำอะไรมืดๆ ตรงนั้น จ้ากระซิบกระซาบหวาดๆ
     ไหนๆ 
     ตรงแปลงกุหลาบน่ะ คนหรือเปล่า 
     ไม่รู้โว้ย อย่าพูด 
   แอ๋มกลั้นใจบิดรถมาจนถึงห้องชมรม
     หนีอะไรมา 
     ไม่รู้พี่ ไม่รู้ผีหรือคนเห็นเงาตะคุ่มๆ อยู่ตรงแปลงกุหลาบ จ้าหน้าตื่น
     อ๋อ...ไอ้คามินกับสาว สมาชิกชมรมหัวเราะเป็นที่สนุกสนาน
   บางคนแอบเปิดม่านดู เพื่อรายงานความคืบหน้า 
     มาแล้วๆ ผู้สื่อข่าวร้องบอก 
   คามินเปิดประตูเข้ามาด้วยหน้าตาเรียบเฉย...นั่งลงข้างๆ ปัทม์
     น้องหล่ะ ดลกล้าถามเป็นคนแรก ขณะที่คนอื่นๆ ทำท่าไม่สนใจ แต่เห็นได้ชัดว่าเงี่ยหูฟังกันทั้งห้อง
     กลับแล้ว 
     ไม่ไปส่งเหรอ 
     มีเพื่อนมาด้วย 
     น้องเขาลากแกออกไปทำไม ดลรุกเข้าไปอีกขั้น 
   คามินกวาดตามองสมาชิกคนอื่นๆ...ต่างหลบตาทำท่าสนใจกับอาหารและเครื่องดื่มตรงหน้า
     เขามาถามว่าจะเอายังไง 
     ห๊า! กล้าหาญจริงสาวๆ สมัยนี้ ปัทม์แซว
     แล้วแกว่าไง ถามอย่างอยากรู้เต็มที่
     ก็ไม่ว่าไง กันไม่ได้คิดกับน้องเขาแบบนั้นนี่ และอีกอย่างกันก็ยังไม่อยากมีแฟน 
   จ้าอยากย้อนนัก
     ...แล้วพี่ท่านไปจีบหาสวรรค์วิมานอะไร...
      แล้วไงต่อๆ 
     ไม่มีอะไร เขาก็กลับ 
     ง่ายๆ อย่างนี้นะ เพื่อนๆ ทำเสียงผิดหวัง
     เสียดายอ่ะน่ารักขนาดนั้นทำไมไม่บอกว่ายังมีหล่อๆ อีกเพียบในชมรมว๊า หลายคนบ่นกระปอดกระแปด
     น้ำแข็งหมดใครไปซื้อที ประธานชมรมร้องบอกไปทางกลุ่มชายหนุ่ม
     มึงไปเลยไอ้ปัทม์ มึงไป 
     กูง่วง ขับรถไม่ไหว 
     ไอ้ดล 
     ไม่เอาโว้ย กูหนาว ถ้าจะให้ไปต้องมีสาวซ้อนท้าย 
   ผลคือ แอ๋มสะกิดยิกๆ อยากไปซื้อน้ำแข็ง  แต่ประธานชมรมฯ ไม่รับมุข
     แอ๋ม โน่นมุมโน้น ปรุงยำรสแซ่บจะเกิดประโยชน์กว่าน้องรัก แอ๋มเดิน  หน้าง้ำไปรวมกลุ่มกับสมาชิกสาวๆ ที่กำลังช่วยกันลำเลียงอาหารและทยอยส่งมาเรื่อยๆ	
จ้ายิ้มแหยๆ เมื่อเหลือคนเดียว จึงค่อยๆ เลื่อนตัวตามแอ๋ม
   คามินมองหน้ากับมิกซ์ แล้วต่างก็เมินหน้าไปคนละทาง
     คามิน 
      ครับ 
     รีบกลับมานะ 
   เขาคว้ากระเป๋าสตางค์ที่ถูกโยนมาให้ง่ายๆ 
     น้องจ้าหิ้วน้ำแข็ง 
     จ้าจะช่วยแอ๋ม แต่เมื่อเห็นสายตาของท่านประธานแล้วก็จำต้องรับคำอย่างเสียไม่ได้ 
                                              *********************

   คามินขับรถออกมาตามถนนอย่างไม่เร่งรีบ
     หนาวไหม เขาหันมาถาม
      เฉยๆ 
     ทำไมต้องหลบหน้า 
     ไม่ได้หลบ 
     แต่ไม่ยอมคุยด้วย เขาต่อให้
     เก็บกุหลาบได้กี่ดอกแล้ว 
     ไม่ได้นับ 
   หากไม่คิดว่าเป็นการเสียมารยาทเกินไป จ้าก็อยากจะบอกว่า...ไม่ได้มองดูด้วยซ้ำ
   ยัยแอ๋มเป็นคนจัดการทั้งสิ้น...ตั้งแต่รับกุหลาบมาจนกระทั่งหาตะกร้าใบเล็กๆ  ใส่ และวางไว้ที่โต๊ะอ่านหนังสือให้
...อยากส่งมาก็ตามใจ...ดูสิว่าจะส่งได้นานสักแค่ไหนถ้าหล่อนไม่เล่นด้วยซะอย่าง 

   ขับรถไปได้สักครู่ คามินก็ดับเครื่อง
     รถเสียเหรอ 
     เปล่า 
     ไปต่อสิ จ้าชักระแวง 
     อยากขับไหม
     หือ จ้าทำเสียงไม่แน่ใจ
     หัดขับรถไง 
   จ้าพยักหน้ารับงงๆ ....
     ...ใจดีอะไรนี่...
     ขับไม่เก่งนะ จะดีเหรอ กลัวชนคน 
     ถนนโล่งไม่เป็นไรหรอก ขับช้าๆ เดี๋ยวก็คล่อง
     ...แค่จะสอนขับรถทำเอาตกอกตกใจหมด...
     สตาร์ทไม่ติด มือใหม่หัดขับพูดอ่อยๆ
     เพิ่มแรงขึ้น 
   หล่อนพยายามอีกหลายครั้ง จน ครูฝึก ทนไม่ไหวต้องเข้ามาช่วย
   แรกๆ ก็ยังขัดๆ เขินๆ แต่พอเริ่มคุ้นเคยก็ชักติดใจ
     จ้าลดความเร็วลงหน่อย 
    คนขับทำตามแม้จะรู้สึกขัดใจ...อยากบิดเร่งให้เร็วๆ มากกว่า
     จ้า
     อะไร ถามโดยไม่ยอมละสายตาจากถนน
     ดูนี่สิ คามินพูดแผ่วๆ อยู่ข้างหู...น้ำเสียงแปลกๆ
     อะไรเหรอ รถกระตุกเพราะคนขับเริ่มกลัว
     ...อย่าบอกนะว่า...มี อะไร อยู่ข้างทาง 
     ผีเหรอ ไม่ใช่ผีใช่ไหม 
     เปล่า 
   จ้าตัวแข็งทื่อ เมื่อรู้สึกถึงอ้อมแขนที่โอบกอดมาจากคนข้างหลัง...และที่ร้ายไปกว่านั้นคือ ใบหน้าคมคายนั้นซบนิ่งลงกับซอกคอของหล่อน
     จ้า! จ้า! 
     ......... 
     กลับมาก่อน 
   คามินวิ่งตามขณะที่จ้าลงจากรถและเดินลิ่วๆ ไปตามถนนในความมืด...ทั้งโกรธและเจ็บใจมากซะจนน้ำตาไหล... 
   ปกติหล่อนจะเป็นคนที่กลัวความมืดและกลัวผีมาก แต่ตอนนี้ไม่แล้ว
     ...แน่จริงโผล่มา จะกระทืบให้จมดิน!
     คุยกันก่อน 
   เพี๊ยะ!
     คนเฮงซวย!
   จ้าจ้องหน้าเขาทั้งน้ำตา...เจ็บปร่า...ร้าวในอก เสียแรงที่ไว้ใจ! 
   ผู้ชายมักง่าย เขาจะรู้ไหมว่าทำอะไรลงไป...
     จ้า! จ้า!
   คามินลังเล สุดท้ายก็วิ่งกลับไปที่รถและขับตาม
     ขึ้นรถก่อน 
   หญิงสาวสะบัดหน้าหนีเกลียดจนไม่อยากจะมอง
     จะให้พี่ทำยังไง เขาเสียงอ่อน
     ขึ้นรถนะ 
     จะกลับหอ หล่อนพูดเสียงขึ้นจมูก น้ำตายังซึมเป็นออกมาเรื่อยๆ
     ได้ แล้วหายโกรธนะ 
     ฮือ...ฮือ แทนที่จะดีขึ้น หล่อนกลับร้องไห้หนักกว่าเดิม
     ว๊า! ชายหนุ่มทำตัวไม่ถูก
     จะให้ทำยังไงก็บอก อย่าเอาแต่ร้องไห้สิ 
   หล่อนเงียบไป ได้ยินเสียงฮึดฮัดเช็ดน้ำหูน้ำตาอยู่พักใหญ่
   คามินยกมือลูบหน้าข้างที่ถูกตบหงอยๆ ไม่กล้าหันไปมองเพราะกลัวหล่อนเห็น  หน้าเขาแล้วจะร้องไห้ขึ้นมาอีก
     โอ๊ย...ย...ย!
   คราวนี้คนที่ร้องลั่นคือ คามิน 
   จ้ากดงับฟันลงไปบนไหล่เขาอีก เรียกว่า สุดแรงรักเลยทีเดียว
   แม้จะไม่ใช่การชำระหนี้แค้นทั้งหมด แต่มันก็ช่วยละลายความโกรธไปไม่น้อย 
                                                  *******************

     จ้า...จ้า แอ๋มเคาะประตูเรียกตอนเที่ยงคืน
   เจ้าของห้องแง้มประตูพอเห็นหน้า ไม่ยอมให้เพื่อนเข้ามา
     ว่าไง 
     ทำไมกลับก่อนหล่ะ ไม่ยอมรอ 
     ปวดหัวนิดหน่อย 
     แกร้องไห้ด้วยเหรอ เป็นอะไรมากหรือเปล่า
   จ้าเบะหน้าจะร้องไห้อีกรอบ
     พี่สินีกับพี่นกอยู่รึเปล่า 
   จ้าส่ายหน้า
     ไปออกค่าย
     ฉันมานอนเป็นเพื่อนไหม...พี่คามินให้ฉันมาดูแกตอนนี้ยังรออยู่เลย รอนะเดี๋ยวมา แอ๋มผละไป...คงไปรายงานคามิน เพราะเห็นเดินไปทางระเบียง
     ...หนอย! ยังกล้าโผล่หน้ามาอีก...
   อยากจะระบายความอัดอั้นตันใจที่เกิดขึ้นให้ใครสักคนฟัง
   ...ไม่ใช่แอ๋ม เพราะแอ๋มคงไม่เข้าใจ และเข้าข้างคามินอยู่ดี
   ...โม...จ้าคิดถึงเพื่อนรักสมัยประถม...โมคงให้คำแนะนำที่ดีได้
                                                  *****************

   คามินเงยหน้ามองคนที่วางจานข้าวลงตรงหน้า
     ขอนั่งด้วยนะคะ 
   เขาพยักหน้า...ใจเต้นนิดๆ รู้ว่า โม เป็นเพื่อนรักของคนที่เขายังเข้าหน้าไม่ติดกระทั่งบัดนี้
   เพื่อนๆ เลี่ยงไปอีกโต๊ะ
     ไหล่หายเจ็บหรือยัง รุ่นน้องถามเยาะๆ 
   เขาเกลียดนัก ไอ้แววตาและน้ำเสียงแกมประชดประชันแบบนี้...เหมือนกันไม่มีผิด
     ยัยเด็กบ้า! เล่าให้เพื่อนฟังเฉยเลย
     ...คอยดูเถอะ เจอเมื่อไหร่จะทำยิ่งกว่ากอดอีก...คราวนี้ยังจะกล้าเล่าให้ใครฟังอีกไหม...
     พี่ทำทำไม
     ให้พี่ตอบเขาเองจะดีกว่านะ คามินบอกปัด 
     พี่อาจจะเคยเจอผู้หญิงมาหลายแบบ แต่เพื่อนโมไม่ใช่แบบนั้น ปกติเขาจะไม่คุยกับผู้ชายด้วยซ้ำ ยกเว้นมีใครแนะนำให้รู้จัก ชีวิตเขาสะอาดมากๆ พี่เข้าใจไหม...เราอยู่โรงเรียนสตรีมาตลอดและเพื่อนผู้ชายยังไม่เคยมี โมพูดเสียงดัง
     ที่พี่ทำลงไปนั่นเป็นเรื่องร้ายแรงที่สุดที่เขาเคยเจอ ตอนนี้เขาคิดอยู่อย่างเดียวว่าตัวเขาสกปรก  พี่อย่าไปแกล้งเขาอีกเลย  ปล่อยผู้หญิงดีๆ ไว้สักคนเถอะ
เพื่อนของจ้าลุกไปนานแล้ว แต่คามินยังอึ้งไม่หาย
     ...นี่แค่กอดนะ หล่อนคิดอะไรไปไกลขนาดนั้นเชียวหรือ...
   ถ้าเขาทำมากกว่านั้น มิต้องยกขันหมากไปสู่ขอเลยรึนี่!?

   ชายหนุ่มไปดักรอที่หอพักหลายครั้ง แต่หล่อนก็เหมือนนกรู้ เก็บตัวเงียบไม่ยอมออกจากห้อง...เขาไปดักรอที่คณะฯ หล่อนก็ใช้วิธีหลบอยู่ในกลุ่มเพื่อนไม่เปิดโอกาสให้เขาเข้าใกล้เลย
   นานวันเข้าคามินก็เริ่มเบื่อ... เขาพยายามง้อแล้วนะ ในเมื่อหล่อนเลือกที่จะหนีหน้าเขาก็คงต้องปล่อยเลยตามเลย...กระทั่งสอบปลายภาคและปิดเทอม...
                                                ****************

         โปรดติดตามตอนที่ 4				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟJoyLek
Lovings  JoyLek เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟJoyLek
Lovings  JoyLek เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟJoyLek
Lovings  JoyLek เลิฟ 0 คน
  JoyLek
ไม่มีข้อความส่งถึงJoyLek