17 กันยายน 2548 09:44 น.

เหตุการณ์..ปกติ

judas


ผมรัวนิ้วลงบนแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ เร่งงาน เพื่อให้เสร็จทันรถเที่ยวสุดท้ายที่จะมีตอนเกือบสี่ทุ่ม ไม่อย่างนั้นผมคงต้องนอนค้างที่มหาลัย ซึ่งที่จริงแล้ว..มันก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรมากมายนักหรอก เพียงแต่ว่าเมื่อคืนนี้ก็คืนหนึ่งแล้วที่ผมค้างคืนที่นี่ คืนนี้..ผมอยากกลับไปนอนบนเตียงนอนนุ่มๆ ห่มผ้า แล้วหลับตาให้สนิทบ้างสักคืน
ต๊อก ตะล๊อก ต๊อกๆๆๆ เสียงเคาะประตูด้วยปลายนิ้วระรัวขึ้น แค่ฟังจากเสียงผมก็รู้ได้ทันทีว่าคือใคร
เข้ามาสิ ไมเคิล
ไมเคิลเป็นยาม หรือเรียกให้ดูหรูก็ต้องเรียกว่า Security ของมหาลัยแห่งนี้ ช่วงเวลาราวๆนี้ สามทุ่มครึ่งจวนสี่ทุ่ม ไมเคิลกับเพื่อนยามที่อยู่กะกลางคืนอีกสามคนจะขึ้นมากินกาแฟ ดูทีวีกันตรงห้องนั่งเล่นของภาควิชาทุกคืน ซึ่งห้องนั่งเล่นนั้นก็ถ้ดออกไปจากห้องผมเพียงไม่กี่เมตรเอง
นี่คุณยังไม่กลับบ้านอีกหรือ ผมทอง ตาใสสีเขียว บวกกับท่าทางร่าเริงของไมเคิล ทำให้ใครต่อใครรู้สึกถูกชะตาได้ไม่ยากเลย
ยังเลย ผมว่าจะเร่งให้ทันรถเที่ยวสุดท้ายตอนสี่ทุ่มน่ะ
งั้นคุณคงไม่มีเวลากินกาแฟกับพวกผมสิคืนนี้ เพื่อนที่มากับไมเคิล จะเป็นกลุ่มเดิม มีเอียน ไซมอน แล้วก็ไซมอน ซึ่งชื่อซ้ำกัน ผมคุ้นเคยกับทั้งกลุ่ม ออกไปนั่งกินกาแฟด้วยกันกับพวกเขาบ่อยๆ อัธยาศัยดีกันทุกคน
ผลัดไว้พรุ่งนี้ละกัน
โอเค งั้นผมไม่กวนคุณละ คุณจะได้ทำงานต่อ เขามองไปรอบๆห้องผมซึ่งออกจะดูรก
ยังไงคุณก็อย่าหักโหมนักล่ะ ผมกับเพื่อนขี้เกียจพาคุณส่งโรงพยาบาล ยักคิ้วทิ้งท้าย ก่อนปิดประตู ปล่อยให้ผมอยู่กับคอมพิวเตอร์ตามลำพัง

ที่จริงเมื่อก่อนนี้ ผมไม่กล้าอยู่ทำงานดึกๆอย่างนี้นักหรอก มหาลัยที่นี่ก็ไม่ต่างจากมหาลัยทั่วไป ที่มักมีเรื่องผีสางควบคู่ไปกับอายุของมหาลัย ตึกที่ผมอยู่ก็มีเรื่องเล่าอยู่เหมือนกันว่าผีดุ ซึ่งผมก็พยายามหลีกเลี่ยงที่จะอยู่ทำงานดึกๆมาตลอด จนช่วงสามสี่เดือนที่ผ่านมา เทอมสุดท้าย ซึ่งงานต้องเร่งเต็มที่ แม้จะกลัวแสนกลัว แต่เมื่องานไม่เสร็จก็ต้องอยู่ทำ และเมื่อได้อยู่ทำ ผมก็ได้รู้จักกับพวกไมเคิล รู้ว่าพวกเขาจะมากินกาแฟดูทีวีกันประจำในเวลานี้ จากตึกที่เคยน่ากลัว ก็ไม่ได้น่ากลัวอะไรอีกต่อไป

ครั้งหนึ่ง ผมเคยถามไมเคิลและพวกว่ามีใครเคยเจอผีไหม พวกนั้นหัวเราะกันใหญ่ ก่อนที่เอียน ผู้ชายผอมสูง ไว้หนวดจะพูดขึ้นมาว่า
ถ้าจะมีใครน่าสงสัยว่าเป็นผีสักคน ก็คุณนั่นแหละ
อ้าว.. ทำไมล่ะ ผมถามกลับกลั้วหัวเราะ
ผมเห็นห้องทำงานคุณเปิดไฟอยู่ตอนสามทุ่ม ผมยังตกใจเลย นึกว่าโดนดีเข้าให้แล้ว ธรรมดาคนที่นี่หกโมงเย็นก็กลับบ้านหมดแล้ว ไม่มีใครอยู่ดึกขนาดนี้หรอก คราวนี้เป็นไมเคิลพูด
ตอนเราจะไปเคาะห้องคุณเรายังเกี่ยงกันตั้งนานแน่ะว่าใครจะเคาะ ไซมอนเสริม ไซมอนคนนี้อ้วน ต่างจากอักคนที่รูปร่างค่อนข้างเล็ก เพื่อนๆในกลุ่มนี้จะเรียกไซมอนอ้วนว่า Big boy มากกว่าที่จะเรียกชื่อ ส่วนไซมอนอีกคนก็เรียกไซมอนตามปกติ ..ซึ่งวันนั้น ผมจำได้ว่าคนที่เคาะคือไมเคิล เคาะด้วยเสียงเคาะที่เป็นเอกลักษณ์ของเขานั่นแหละ และยังจำได้อีกด้วยว่า ผมสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงเคาะนั้น
นี่ผมนึกว่าวันนั้นผมกลัวคนเดียวซะอีกนะ ตอนที่พวกคุณมาเคาะห้องตอนสามทุ่มครึ่งน่ะ ไม่นึกว่าจริงๆพวกคุณก็กลัวเหมือนกัน
ต่างคนต่างกลัวน่ะนะ เอียนพูดพลางหัวเราะ

เวลาทำงาน ผมมักเปิดเพลงเป็นเพื่อน มีอยู่คืนหนึ่ง ไมเคิลแวะเข้ามาทักทายตามปกติ จู่ๆเขาก็หยุดพูดกระทันหัน นิ่ง ฟังเพลงแล้วถามผม
นี่เพลงอะไรน่ะ
เพลงของ Michael Franti ชอบเหรอ
อืมม ผมชอบเนื้อร้องเขาจัง แล้วไมเคิลก็ฮัมเนื้อร้องตาม ความจำของเขาค่อนข้างดีทีเดียว

Don't fear your best freinds, because a best friend would never try to do you wrong. 
And don't fear your worst friends, because a worst friend is just a 
best friend that's done you wrong

ฟังแล้วรู้สึกดี ไมเคิลว่า ซึ่งผมก็เห็นด้วย หลังจากนั้นผมก็ได้ยินไมเคิลเดินฮัมเพลงนี้อยู่หลายวัน ท่าทางจะชอบเอาจริงๆ

เฮ้..พรรคพวก เดี๋ยวผมกลับก่อนละนะ ผมโผล่หน้าเข้าไปโบกมือลากับแก๊งค์สี่คนที่นั่งหัวเราะกับรายการวาไรตี้โชว์อยู่หน้าจอทีวี
โชคดี..กู๊ดไนท์.. เจอกัน เสียงตะโกนตอบกลับมาดังให้ขรม ผมเดินออกมา ตัวตึกเงียบสงัด ดูวังเวงน่ากลัว นี่ถ้าไม่มีพวกไมเคิลผมคงวิ่งให้เร็วที่สุดออกจากตัวตึกไปแล้ว แต่ความอุ่นใจที่รู้ว่ามีเพื่อนทำให้ผมไม่นึกกลัวแต่อย่างไร คนเรานี่ก็แปลกนะ..แค่ความอุ่นใจก็ช่วยได้ เพราะถ้าว่ากันจริงๆ ผมก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าถ้าเกิดมีผีโผล่ออกมาตอนนี้ ไมเคิลกับพวกจะช่วยอะไรผมได้

And don't fear to walk slow, don't be a horserace, be a marathon. 
And don't fear the long road, because on the long road you got a long time to sing a simple song

ออกนอกตึก อีกมืดและไกล กว่าจะเดินไปถึงป้ายรถเมล์ แต่ผมก็เดินฮัมเพลงไปเรื่อยๆ ไม่รีบ ไม่ร้อน ไม่มีอะไรต้องกลัว เช็คเวลาแล้ว ผมทันรถเมล์แน่นอน

มีรถยนต์คันหนึ่งแล่นผ่านผมไป แล้วจอดลงที่หน้าตึกที่ผมเพิ่งออกมา ผมหันไปมองก็จำได้ว่า เป็นผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเป็นนักศึกษาปริญญาเอก มีห้องทำงานอยู่ในตึก มาพร้อมกับเพื่อนผู้หญิงอีกคน รูดบัตรที่ใช้เปิดประตูแล้วเดินเข้าไป

  
.............................................................


เช้าอีกวัน ผมมาทำงานที่มหาลัยค่อนข้างสาย เกือบสิบโมงผมเพิ่งเดินผ่านตึกเรียนเพื่อจะเข้าห้องทำงาน ก็พอดีสวนกันกับพอล เพื่อนสนิทที่คอยช่วยเหลือผมในเรื่องการเรียนเสมอ พอลเพิ่งเดินแยกออกมาจากนักศึกษาอีกสามสี่คนที่ยืนพูดคุยกันอยู่
หวัดดีพอล สบายดี ?
อื้อ คุณเป็นไงมั่งล่ะ
ก็ดี นั่นมีอะไรกันเหรอ เห็นยืนคุยกันซีเรียสเลย จริงๆที่หน้าตานักศึกษาในกลุ่มที่ผมเห็นมันก็ไม่เชิงซีเรียส แต่ออกจะตื่นเต้นวิตกมากกว่า
เห็นเขาว่าเมื่อคืน เดวิดโดนผีหลอกที่ตึกนี้
บ้าน่า ผมหัวเราะขำๆ
แต่เดวิดสาบานว่าเขาเจอจริงๆ พอลบอก
เขายังบอกเลยว่าเขาอยากเจอคุณ เขาเห็นคุณเพิ่งกลับออกมาจากตึกตอนเขาขับรถสวนไป
ใช่ ผมก็เห็นเขา มากับแฟน
นั่นแหละ เขาเข้าไปกับแฟน เข้าไปเอาข้อมูลในคอมพ์ที่ต้องใช้เช้าวันนี้เพื่อเอาไปตรวจแก้ แล้วเจอดีเลย ก่อนผมจะพูดอะไรพอลก็หรี่ตาถาม
นี่คุณไม่เจออะไรจริงๆเหรอ
ไม่นี่ เหตุการณ์ปกติ เหมือนทุกคืน
แปลก พอลพึมพำ 
ผมว่าคงมีการเข้าใจผิดอะไรกันสักอย่างแล้วหละ ให้ผมสันนิษฐาน เดวิดกับแฟน อาจไปจ๊ะเอ๋กับกลุ่มของไมเคิลเข้า แล้วอารามที่กลัวเป็นทุนเดิมอยู่ก็เลยทึกทักไปว่าเป็นผีเป็นสาง
ไหนเล่าให้ผมฟังซิพอล ว่าเรื่องมันเป็นยังไง
เดวิดเขาเข้าไปเปิดคอมพ์แล้ว ขณะที่กำลังก๊อปปี้ข้อมูลจากคอมพ์อยู่เขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดิน หลายคน พูดคุยกัน
อืมม ใช่แล้วหละ ไมเคิลกับพวก ผมอมยิ้ม ยังไม่พูดอะไร
แล้วก็มีคนมาเคาะประตูห้อง แฟนเขาก็เปิดประตู แล้วก็เจอผู้ชายสามสี่คน เท่านั้นแหละเดวิดที่กลัวอยู่ตั้งแต่ตอนมีเสียงเคาะก็แหกปากลั่นตึก เปิดหน้าต่างโดดออกจากตึกทันที คุณรู้ไหม ว่าแฟนเค้าเลยต้องโดดตาม พอลเล่าไปก็ยิ้มไป ผมก็ขำ นึกภาพออก นี่ดีนะที่ห้องของเดวิดอยู่ชั้นหนึ่ง ถ้าห้องอยู่ชั้นสองเหมือนผมคงได้คอหักกันบ้าง 
นั่นน่ะ พวกไมเคิล พอผมพูด พอลก็มีสีหน้าแปลกใจทันที
คุณรู้จักพวกเขาเหรอ
อื้อ.. กลุ่มนี้น่ะเขามากินกาแฟประจำทุกคืนนั่นแหละ เดวิดคงไม่เคยเจอ เลยไม่รู้จัก แล้วเลยนึกว่าผีสาง พอลอึ้ง อึ้งไปพักนึงเลยทีเดียว ผมเลยพูดต่อ..
กลัวกันไม่เข้าเรื่อง เดวิดอยู่ที่นี่มานานกว่าผม แปลกที่ไม่รู้จักคนพวกนี้ แต่ว่าไปก็ไม่แปลกนะ พวกเขาทำงานกะกลางคืน คนที่กลับบ้านเร็วทุกวันคงไม่เคยเจอ
พอลถอนใจ มองหน้าผมนิ่ง
เดวิดรู้จักพวกเขา ผมเองก็รู้จัก
อ้าว ผมยิ่งขำไปใหญ่ ก็แล้วจะกลัวทำไมล่ะ ถ้ายังงั้น  ท่าทางเดวิดนี่ปอดเอาเรื่อง ขนาดมากับแฟนนะ
ปีนึงก่อนคุณจะมาเรียนที่นี่ พอลไม่ขำกะผม
มีไฟไหม้ตึกเคมี ไหม้ไม่มากแค่ในห้องแลบ ยามกะกลางคืนพยายามเข้าไปดับไฟ แต่ถังสารเคมีในห้องเกิดระเบิด ยามที่เข้าไปตายเรียบ คนพวกนั้นผมรู้จักทุกคน พอลเหลือบมองหน้าผม ก่อนพูดต่อ เน้นเสียงชัดทุกชื่อ
 ไมเคิล เอียน ไซมอน แล้วก็ ไซมอน

.................................................................

พรุ่งนี้ ผมต้องส่งงานแล้ว
นี่ทำไมผมต้องมารู้เรื่องบ้าๆนี่เอาวันนี้ด้วยนะ

ผมปั่นงาน เร่งมือสุดชีวิตมาตั้งแต่บ่าย ยังไงผมตั้งใจว่าวันนี้ต้องกลับบ้านเร็ว แต่ก็เหมือนยิ่งเร่งก็ยิ่งผิด ตัดตรงโน้นแปะตรงนี้ ตัดไปตัดมางานหายไปหน้านึง ต้องมาพิมพ์ใหม่ เสียเวลาอีก พอเงยหน้าอีกทีฟ้าข้างนอกก็มืด
กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง โทรศัพท์เจ้ากรรมดังขึ้น ผมสะดุ้งสุดตัว เอื้อมมือสั่นเทาไปรับ
ฮัลโหล
วันนี้ไปกินข้าวในเมืองกันไหม อยากกินอาหารจีน เป็นพี่คนไทยที่คุ้นเคยโทรมา เกือบหัวใจวาย
ไม่ละพี่ งานยุ่งมาก
เหรอๆ เออ..งั้นไม่กวนละ

ผมเร่งแล้วก็เร่งเต็มที่ ที่สุดก็เสร็จ.. สั่งพิมพ์งานออกที่เครื่องพิมพ์รวมที่ห้องข้างล่าง ธรรมดาผมจะลงไปเช็คก่อนว่าพิมพ์ออกมามีปัญหาอะไรไหม เพื่อที่จะได้สั่งพิมพ์ใหม่ถ้าเกิดปัญหา เช่นหมึกพิมพ์หมด หรือกระดาษติดแต่วันนี้ผมปิดคอมพ์ทันที ช่างมัน..คงไม่มีปัญหา
ขณะคอมพ์กำลังปิดตัวเอง ผมเก็บของลงกระเป๋า ฟ้าเพิ่งมืดได้ไม่นาน ยังไม่น่าจะสามทุ่มครึ่ง ผมควรรีบกลับบ้าน ตอนนี้ยังทันเวลา

แล้วตอนนั้นเองที่เสียงเคาะประตูดังขึ้น

ต๊อก ตะล๊อก ต๊อกๆๆๆ

เสียงเคาะประตูด้วยปลายนิ้ว

ผมเหลือบดูนาฬิกา เพิ่งจะสองทุ่มครึ่ง

วันนี้ไมเคิลมาเร็ว..........










				
Lovers  0 คน เลิฟjudas
Lovings  judas เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟjudas
Lovings  judas เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟjudas
Lovings  judas เลิฟ 0 คน
  judas
ไม่มีข้อความส่งถึงjudas