มโหสถบัณฑิต ตอน ๒๘ (เรื่องออกศึก)...อวสาน..

กุ้งหนามแดง


ยามสงบเตรียมพร้อมซ้อมทหาร
รักษาการเตรียมเสบียงเคียงเสถียร
ซ่อมหอรบลอกคูประตูเวียน
ม้าใช้เวียนส่งข่าวเข้าดินแดน (๔๒๗)
เห็นพระเจ้าสังขพลกะ
เตรียมพละฝึกการทหารแสน
อยู่ที่แคว้นกัปปิลรัฐมิขาดแคลน
ไม่รู้แผนจะรบทัพกับใครกัน (๔๒๘)
ส่งนกแก้วแสนรู้ไปดูหน่อย
นกตัวน้อยจัดแจงแรงขยัน
แถมให้อีกหนึ่งเมืองเฟื่องพอกัน
อุดรปัญจาละพระนคร (๔๒๙)
พระเจ้าจุลนีพรหมทัต
เป็นกษัตริย์ครองธานีมีครูสอน	
นามเกวัฏนักปราชญ์สามารถขจร
อุบายก่อนมากมายขยายความ (๔๓๐)
ยกกองทัพล้อมเมืองถึงหนึ่งร้อยเอ็ด
บังคับเสร็จบรรณณาการส่งให้หลาม
ยินดีมอบไมตรีไม่ตีตาม
ทุกเขตคามยอมสยบหลังทบทวน (๔๓๑)
จึงเดินทางถึงธานีมิถิลา
พระราชาจุลนีบอกตีด่วน
เจ้าเกวัฏคัดค้านไปว่าไม่ควร
สมบัติล้วนมากมายอยู่ในมือ (๔๓๒)
ทั้งชื่อเสียงมโหสถปรากฎอยู่
จะต่อสู้เสียเวลาข้าไพร่หรือ
โลภสมบัติเล็กน้อยปล่อยคนลือ
อย่ายืดยื้อควรมองข้ามด้วยย่ามใจ (๔๓๓)
ก่อนกลับถิ่นบ้านเกิดควรเปิดฉลอง
สุราดองพร้อมเพรียงเรียงไว้ให้
เชิญราชาทั้งร้อยเอ็ดมาอวยชัย	
ฉลองในวาระสามัคคี (๔๓๔)
ความจริงคือในสุรามียาพิษ
หมายจะปลิดชีพให้วายตายคาที่
จะได้เข้ายึดเมืองเขาคิดเข้าที
แต่เรื่องนี้ไม่มีใครรู้นัยเลย (๔๓๕)
พอเริ่มงานเกิดวิวาทโกลาหล
เสียงชอบกลดังโพล๊ะโอ้อกเอ๋ย
ไหเหล้าแตกแหลกยับกับตาเลย
แผนที่เอ่ยพังสิ้นกลิ่นเหล้ากระจาย (๔๓๖)
เหตุเพราะเป็นคำสั่งมโหสถ
เทให้หมดแหล้าพิษคิดสลาย
ช่วยชีวิตเอาไว้ใช้ลวดลาย
โดยส่งสายเข้าปะปนพลศัตรู (๔๓๗)
เมื่อทำลายข้าวของยังร้องผ่าน
เราทหารมโหสถยินเต็มหู
อยากพบตัวเชิญได้ตามไปดู
มิถิลาพร้อมอยู่รับรู้เอย (๔๓๘)
พระเจ้าจุลนีกับเกวัฏ
เห็นได้ชัดเคียดแค้นแน่อกเหวย
แผนการร้ายถูกทำลายไม่น่าเลย
พระราชาร้อยเอ็ดเอ่ยก้างขวางคอ (๔๓๙)
พระเจ้าจุลนีทรงตรัสว่า
ไปดูหน้ามโหสถกันเถิดหนอ
ทุกคนนั้นพอใจไม่ต้องรอ
เกวัฏขอไปลำพังกับเจ้านาย (๔๔๐)
ด้วยตนเองไม่แน่ใจจะชนะ	
เมื่อปะทะมโหสถหมดหน้าขาย
ถ้าแพ้พ่ายอายเขาเจ้าอุบาย
ไปกับนายพร้อมทัพขยับล้อม (๔๔๑)
คิดกักน้ำโดยวางสร้างทำนบ	
บอกมีครบน้ำท่าทุกหญ้าหย่อม
มีทั้งบ่อก่อสระเต็มกระพ้อม
ไม่ตรมตรอมล้อมเป็นปียังมีกิน (๔๔๒)
คิดกักข้าวกักฟืนยื่นความอด
มโหสถบอกอุดมสมบูรณ์ถิ่น
อยู่ในเมืองปลูกทั้งปีดีทั้งดิน
เกวัฏสิ้นความคิดเรื่องริดรอน (๔๔๓)
จึงทูลองค์จุลนีมีกลยุทธ
จะสิ้นสุดใช้ปัญญางดฆ่าก่อน
เสียกำลังเปล่าประโยชน์โปรดไตร่ตรอง
ในสมองเฒ่าปราชญ์ประกาศการ (๔๔๔)
ตั้งกฎไว้ใครไหว้ก่อนเป็นฝ่ายแพ้	
คิดว่าแน่เพราะแก่กว่าจึงกล้าหาญ
อ่อนวัยกว่าต้องคารวะพบปะงาน
แอบหน้าบานภูมิใจในหัวคิด (๔๔๕)
มโหสถคิดรอบแผนตอบโต้
คิดว่าโตแล้วจะยอมน้อมน้อมจิต
จึงขอยืมแก้วมณีที่แรงฤทธิ์
พระราชาให้สิทธิ์บัณฑิตตน (๔๔๖)
พอรุ่งเช้าเผชิญหน้าทั้งสองฝ่าย
แก้วแพรวพรายก็นำไปใช้ส่งผล
มโหสถถามเกวัฏหมายมัดกล
แก้ววิเศษทุกหนเรานำมา  (๔๔๗)
เพื่ออะไรท่านรู้ไหมท่านเกวัฏ
เราจะจัดให้ท่านนั่นแหละหนา
ให้ทำไมปราชญ์เฒ่าถามเห็นงามตา
ปรารถนาแต่สงสัยใยมอบเรา (๔๔๘)
มโหสถว่าท่านทำให้รอดพ้น
ศึกผ่านพ้นงดสูญเสียยังไงเล่า
จึงตอบแทนด้วยมณีที่พริ้งเพรา
เฏวัฏเข้าไปหาแทบคว้าครอง (๔๔๙)
มโหสถส่งให้ตั้งใจจับ
ตะกายรับแก้วหล่นพ้นมือสอง
ด้วยเสียดายเฒ่าก้มเก็บเจ็บเป็นรอง
เสียทีของมโหสถกดหัวไว้ (๔๕๐)
ท่านอาจารย์ให้เกียรติคารวะ
เรารุ่นลูกพบปะโปรดละไหว้
ภาพที่เห็นในสนามเกินห้ามใจ
เพราะว่าใครต่างเห็นเป็นทางเดียว (๔๕๑)
เมื่อเป็นที่ประจักษ์จึงผลักใส
พวกพลไพร่เสียขวัญแลกันเหลียว
ยอมเขาง่ายอย่างนี้หนีลูกเดียว
กำลังใจแห้งเหี่ยวหมดเรี่ยวแรง (๔๕๒)
มโหสถไม่ยอมเสียโอกาส
อย่าให้พลาดตีกระหน่ำคำแถลง
ทัพแตกยับถอยกลับไปได้แสดง
ความแข็งแกร่งของปัญญาและอาวุธ (๔๕๓)
ฝ่ายพระเจ้าจุลนีหนีกลับบ้าน
ยังสะท้านเสียทีมิคิดหยุด
เกวัฏจึงวางแผนอีกหนึ่งชุด
ราชธิดามาฉุดยุดหน้าตา (๔๕๔)
แสร้งบอกไปจะยกให้ธิดาท่าน
ทรงประทานด้วยไมตรีดีหนักหนา
สร้างสัมพันธ์คล้องเมืองมิถิลา
พระราชาวิเทหะต้องเดินทาง (๔๕๕)
เราจะจัดพิธีอภิเษก
ณ.เมืองเอกปัญจาละอย่าขัดขวาง
เรื่องเก่านั้นอย่าคิดบ่อยควรปล่อยวาง
โปรดใช้ทางสันติมิแค้นเคือง (๔๕๖)
มโหสถเตรียมการจะซ้อนแผน	
จึงได้แล่นตั้งเมืองใหม่ให้กระเดื่อง 
ใกล้ปัญจาลนครก่อนเข้าเมือง
ยังคิดเรื่องขุดอุโมงค์ตรงเข้าวัง (๔๕๗)
เมื่อพระเจ้าวิเทหะไปเมืองใหม่
มิถิลาไม่มีใครอยู่คุมหลัง
พระจุลนีเข้ายึดเมืองเมลืองมลัง		
หัวเราะดังเย้ยเยาะเพราะยินดี (๔๕๘)
มโหสถมิตกใจทำไปเถิด
เขาจึงเปิดอุโมงค์ตรงสู่ที่
สู่ปัญจาละนครซ้อนกลดี
มเหสีธิดารวบมาพลัน (๔๕๙)
ลำเลียงจากอุโมงค์ตรงเมืองใหม่	
ไม่ว่าไรคำเปรยหรือเย้ยหยัน
พอรุ่งเช้าพระจุลนีไพรีพัน
ยกมากันที่เมืองใหม่ไม่รู้ความ (๔๖๐)
มโหสถเห็นพระเจ้าจุลนี
ดูหรือมีความสุขทุกข์จะหาม
คิดจะมาจับเราเฝ้าติดตาม	
จึงเอ่ยปรามกับองค์จุลนี (๔๖๑)
ขอพระองค์อย่าเล็งผลว่าตนเลิศ
ไปดูเถิดเมืองพระองค์พระทรงศรี 
มเหสีธิดาในธานี
ยังอยู่ดีหรือเปล่าเจ้าประคุณ (๔๖๒)
พระจุลนีอกสั่นแทบขวัญหาย
ใจสลายห่วงใยให้หัวหมุน 
มโหสถเพียงจับไว้ให้สมดุลย์
สร้างว้าวุ่นเท่านั้นอย่าหวั่นใจ (๔๖๓)
แล้วพาองค์จุลนีทัศนา
และราชาทั้งร้อยเอ็ดลงไปได้
ดูอุโมงค์นำทางที่วางไว้
ขังข้างในเบ็ดเสร็จร้อยเอ็ดองค์ (๔๖๔)
องค์จุลนีมโหสถประจันหน้า
บัณฑิตหนุ่มเงื้อง่าอาวุธส่ง
ทำทีท่าจะประหารให้ซ่านองค์
มีประสงค์ขอสัตย์ปฏิญาณ (๔๖๕)
ต่อไปนี้ไม่คิดร้ายขยายเขต
ไม่ก่อเหตุเดือดร้อนถอนทหาร
คืนบ้านเมืองมเหสีมีศีลทาน
งดรุกรานสักทีวจีรวม (๔๖๖)
พระจุลนีได้บุตรธิดาคืน
ต่างหยิบยื่นไมตรีมาลีสวม
อภิเษกตามเดิมเริ่มมารวม
ไม่กำกวมบอกพ่อก่อนตอนจับไป (๔๖๗)
ทางเมืองนั้นดูแลและให้เกียรติ
ไม่เคยเหยียดหยามเราเข้าอยู่ใกล้
แสนสะดวกสบายเขารับใช้
พระจุลนีจึงชวนไปอยู่ด้วยกัน (๔๖๘)
มโหสถมิอาจจะรับไว้
เพราะไม่ใช่บ่าวสองนายขายคำมั่น
ถ้าสิ้นบุญราชาค่อยว่ากัน
จะตามกันไปอยู่คู่ธานี  (๔๖๙)
ตราบจากนั้นก็อยู่อย่างสันติสุข
มีความสุขตามประสาสง่าศรี
อายุขัยหมดไปได้ไปดี
บารมีในปัญญาขอลาพลัน (๔๗๐)
พวกเราได้อะไรจากเรื่องนี้
ปัญญามีใช้ให้เป็นที่เห็นนั่น
สร้างประโยชน์แก่สังคมเหมาะสมพลัน
จงแบ่งปันกันเถิดเกิดสุขเอย (๔๗๑)
อวสาน..เรื่องมโหสถบัณฑิต ...

คติธรรม : บำเพ็ญปัญญาบารมี
ปัญญาอันล้ำเลิศนั้นย่อมทำคุณให้แก่บุคคล ยิ่งกว่ามีทรัพย์นับแสน แม้มิมีปัญญาดั่งปราชญ์ แต่ถ้าเป็นผู้รู้จักคิดให้รอบคอบก่อน ก็ย่อมเป็นผู้มีปัญญาและประพฤติชอบแล้ว				
comments powered by Disqus
  • ฤกษ์ ไม่ได้ล๊อกอิน

    5 พฤศจิกายน 2547 14:07 น. - comment id 364471

    มาชื่นชม ติดตามมาตลอด ขาดไปบ้าง ไม่ได้โพสต์เลย มาจนตอน อวสาน เยี่ยมจริง ๆ มีความพากเพียรเป็นเลิศ ชื่นชม ๆ
  • คนเมืองลิง

    5 พฤศจิกายน 2547 14:13 น. - comment id 364477

    ^_^ เหนื่อยแทนคุณกุ้งค่ะ อิอิ เหมือนเดิมนะคะ
    
    แล้วbig ฮูกว่าไงคะกี่โมง ตรงไหน ลืมหรือเปล่าคะ
  • กุ้งหนามแดง

    5 พฤศจิกายน 2547 14:33 น. - comment id 364492

    ขอขอบคุณ...จากใจคนเขียน...
    
    ขอขอบคุณ..คนจำแลงแฝงกายแนะ
    ยังเตาะแตะฉันท์ลักษณ์อักษรหล่น
    ต้องฝึกฝนอีกมากมายขายหน้าทน
    แวะมาบ่นว่ากล่าวจนเข้าใจ
    
    ขอขอบคุณ..คุณปีกฟ้าหาพื้นที่
    ให้เรามีที่ลงตรงบ้านใหญ่
    ขอขอบคุณอัลมิตรายิ่งกว่าใคร
    ชักชวนให้มาเรียนรู้เชิดชูตน
    
    ขอขอบคุณ..คุณชัยชนะภาระอ่าน
    แม่ตาหวานคนเมืองลิงอิงทุกหน
    Extreme life ยังตามติดชิดปะปน
    และอีกคนผลิใบเทใจมา
    
    พี่ Tiki แอบมายิ้มอิ่มในอก
    หญิงไร้เงาไม่ตกสำรวจหนา
    แก้วประเสริฐเพื่อนรักยังตามมา
    พี่ดอกแก้วรู้ค่าน่าขอบคุณ
    
    อีกหลายท่านที่ไม่เอ่ยเฉลยชื่อ
    ทุกคนคือน้ำใจได้เกื้อหนุน
    กำลังใจโอบฟ้าช่างการุณย์
    รับละมุนทุกใจในบ้านกลอน
    
    รวมทั้งท่านไม่ประสงค์จะลงชื่อ
    ยังยกมือขอบคุณอบอุ่นสมร
    จบห้าชาติปรารถนาอีกห้าตอน
    แวะมาอ้อนเก็บงานสานต่อเอย..
    
    ขอขอบคุณทุกท่าน ด้วยดวงใจ..ดวงน้อยๆ..นิดๆ..
    
    กุ้งหนามแดง
    
    xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
    
    คุณฤกษ์:  ขอบคุณค่ะ
    
    :)
    
    xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
    
    คุณคนเมืองลิง:
    
    อาทิตย์นี้ไม่สะดวกค่ะ ต้องแวะตัดผมก่อน ..
    
    (ผมยาวแล้ว เลยอายค่ะ ไม่กล้าเผชิญหน้าใครหลังตัดผม ดูหน้าเรามันจะออก เอ๋อๆ นิดนึงค่ะ หลังออกจากร้านเสริมสวย..อิอิ..ขออภัยน่ะค่ะ)
    
    เอาไว้จบงานเขียนครบสิบชาติแล้วเราค่อยเจอกันดีกว่าค่ะ กุ้งจะเย็บเล่มหนังสือชุดนี้ไปให้ด้วย  ดีไหมค่ะ..(เพื่อเป็นการแก้ตัวไง อิอิ) ..
    
    อย่า..งอน..น๊า..    :)
    
    
  • magic

    5 พฤศจิกายน 2547 15:23 น. - comment id 364513

    ปัญญา..ของมนุษย์..พิสุทธิ์เหลือ
    จะคอยเกื้อ..ประโยชน์สุข..ทุกสมัย
    ใช้ปัญญา..ในทางดี..หนีพ้นภัย
    ประเทศไทย..อยู่ยั่ง..และยืนยง
    .............................................................
    อาจเขียนไม่สัมพันธ์กับเนื้อเรื่อง
    แต่..นำข้อคิดจากเนื้อเรื่อง
    มาเป็นจุดสร้าง..ปัญญา..ให้ประเทศชาติ
    .............................................................
    แวะมาอ่านเช่นเคย..
    และได้ความรู้..กลับไปเช่นทุกครั้ง
    .............................................................
    
  • นิรนาม

    5 พฤศจิกายน 2547 15:32 น. - comment id 364516

    ทนอ่านมานานจบเสียที
  • คนเมืองลิง อุลังอุตัง

    5 พฤศจิกายน 2547 17:43 น. - comment id 364571

    ^_^ จ๊าก...คุณกุ้งทำแบบนี้กับคนเมืองลิงได้ไงคะ อุ๊ก็เพิ่งกลับจากร้านตัดผมเมื่อกี๊นี้เอง อุตส่าห์ไปเสริมสวยจำแลงแปลงร่าง .....กินแห้วตามระเบียบ...งอนแล้วค่ะ แงๆๆๆๆๆๆๆๆ
  • extreme life

    5 พฤศจิกายน 2547 18:33 น. - comment id 364582

    ความรู้คือขุมทรัพย์ที่ไม่มีวันหมด ^o^
    เย้ ^o^
    จบแล้น ^o^
    นับถือและเลื่อมใสในพี่กุ้ง ^-^
    เชื่อเค้าเลย
    ทำได้ไงเนี่ยะ ^o^ ?
    สงสัยทำไปเพราะใจรักนะเนี่ยะ ^o^
  • tiki

    5 พฤศจิกายน 2547 21:47 น. - comment id 364732

    555 รู้อีกว่ามาแอบยิ้ม
    เมื่อกลางวันดูแล้วยุ่งกับกระบวนการโยกย้าย
    ถ่ายเทการทำงานอะไรอยู่
    ตอนเย็นคุยกับ คุณ ดาหลาปะการังไปก็สรรเสริญ
    เยิรยอคุณกุ้งฯ ไป สงสัยสำลักไปแล้วมัง
    กว่าจะมาได้ เฮ้อ...
    อะไรเนี่ย สามทุ่มครึ่งยังไม่ได้หม่ำข้าวเย็นเลยเหรอ
     งั้นฝากความไว้ก่อนมีเวลาจะมาอ่านนะคะ
    คนอะไร เขียนยาวเฟื้อย ยอมแพ้แล้วจ้า
    
    จะมาอ่านใหม่นะคะ
    
  • อัลมิตรา

    5 พฤศจิกายน 2547 21:56 น. - comment id 364737

    คราวที่เป็นหนังทีวีช่องเจ็ด อัลมิตราไม่ค่อยจะพลาดชม ด้วยความที่ว่าหลานดูช่องไหน อัลมิตราก็ต้องดูทีวีตามกันไปช่องนั้นด้วย จบจากมโหสถ ก็ต้องไปดูดราก้อนบอล 5 ที่ช่องเก้า จะว่าไปแล้วอ้างหลานๆ ความจริงอัลมิตราชอบดูละครพื้นบ้าน ชอบดูลิเกนะ อัลมิตราคิดว่าพวกเขาอัจฉริยะจัง ยิ่งลิเก ลำตัด ที่ต้องด้นสดๆ 
    
    ศิลปะไทย งามแท้ .. เนอะคุณกุ้ง
    
    
  • ผู้เฒ่า....โง่งม

    5 พฤศจิกายน 2547 22:13 น. - comment id 364749

    ธรรมชาติ คือ เกิด..ไม่มีอะไรมาเลย รักโลภโกรธหลง  โทสะ โมหะ..แม้สมบัติสักชิ้น..
    
                         แก่...เจ็บ..
    
                         ตาย..ก็ ว่างเปล่า เอาอะไรไปไม่ได้เหมือนกัน......นี่คือธรรมชาติ...ที่ครอบคลุมทุกชีวิต..ในโลกนี้  และคือแก่นแท้ของชีวิต
    
    ถ้าเราปรุงแต่งชีวิตมากไป ก็คือการขืนธรรมชาติ ..หวังว่าคุณคงเข้าใจนะ สวัสดี..
  • อัลมิตรา

    5 พฤศจิกายน 2547 22:32 น. - comment id 364761

    
    ..การจะไปบอกให้คนเชื่อว่า
    ..อิทธิปาฏิหาริย์อันเกิดจากบุญญาบารมีและฌาน 
    ..การจะไปบอกให้คนเชื่อว่า
    ..โลกสัณฐานตามที่ผู้ทรงฌานได้เข้าไปเห็น 
    ..เป็นอะไรที่ยากมาก ๆ เลย 
    ..อย่าหาว่าเราไปผูกติดกับฤทธิ์ปาฏิหาริย์เลยนะ
    ..เพราะการศึกษาพุทธศาสนา ธรรมอันเป็นธรรมชาติเหล่านี้
    ..เป็นเรื่องจริง ที่จำเป็นต้องรู้และต้องเรียน 
    ..มิฉะนั้น อธิศีล อธิจิต อธิปัญญา ย่อมไม่เกิด 
    ..อธิศีล ก็คือศีลที่บริสุทธิ์ อันเกิดจากหิริโอตตัปปะที่แกร่งกล้าขึ้น 
    ..โดยมีศรัทธา ความเพียร เป็นเครื่องเสริม
    ..อธิจิต ก็คือ สัมมาสมาธิ ก็คือ ฌานสี่ ที่ไม่มีทางเกิดได้ หากขาดอธิศีล 
    ..และอธิปัญญาก็คือการตัดอวิชชาจนได้เจโตวิมุติ 
    ..หรือการสละกิเลสออกหมดสิ้นจนได้ปัญญาปัญญาวิมุติ 
    ..แน่นอนวิมุติทั้งสองย่อมไม่มีทางเกิดได้หากขาดอธิจิต..
    ..สงสัยเราจะเป็นคนที่ช่างเขียนมากเลย 
    ..อยู่ ๆ ก็วกไปที่พระพุทธศาสนาเสียนี่
    ..ถือเสียว่าเป็นข้อความที่นำมาฝากในช่วงโอกาสพิเศษค่ะ
    
    มิตรภาพตราบสิ้นฟ้า..
    
    
    
    
  • อัลมิตรา

    6 พฤศจิกายน 2547 09:56 น. - comment id 364867

    แวะมาทักทายกระทู้นี้อีกสักครั้ง ความจริงแล้วอัลมิตราต้องคงออกตัวก่อนว่า .. มิได้มีความรู้ ความเข้าใจมากมายเกี่ยวกับพุทธศาสนานัก แต่การที่อัลมิตราได้มีโอกาสเสวนากับสหายบางท่าน สิ่งที่สั่งสมมาก็คือความเข้าใจเพียงระดับหนึ่ง ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่า จะถูกต้องที่สุด ..
    
    คุณสามารถโหลดพระไตรปิฎกได้จากเวบ 84000.org นะคะ เพื่อศึกษาเพิ่มเติม รวมถึงอัลมิตราด้วยค่ะ
    
    :)
    
    
  • แก้วประเสริฐ

    6 พฤศจิกายน 2547 22:56 น. - comment id 365308

    แฮะๆๆๆเสียดายจังจบแล้ว แล้วจะเอาชาดกเรื่องอะไรมาต่ออีกล่ะ  อ้อยังไม่จบ อิอิ  มาอีกนะจ๊ะ  เหมือนเดิมจ้า
    
                             แก้วประเสริฐ.
  • กุ้งหนามแดง

    7 พฤศจิกายน 2547 13:20 น. - comment id 365447

    คุณ เมจิค:
    
    เป็นแง่คิดที่ดีมากค่ะ ปรับเข้ากับปัจจุบันได้ดี..ขอบคุณมากค่ะ...
    
    xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
    คุณนิรนาม:
    
    ขอบคุณค่ะ ..ที่แวะมาอ่าน..จนกระทั่งอวสาน..
    
    xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
    
    คุณอุ๊ เมืองลิง:
    
    แยกกันไปเสริมสวยคนละร้าน เลยมิได้เจอกันเลย..อิอิ..แต่ต่างก็รับความสวยกลับบ้านไป..
    
    xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
    
    คุณ extreme life:
    
    ความตั้งใจค่ะ..เลยทำให้เกิดความสำเร็จ..
    
    xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
    
    คุณ tiki:
    
    ขอบคุณค่ะ  ที่แวะมาให้รอยยิ้มทุกครั้ง..
    
    xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
    
    ลุงผู้เฒ่า:
    
    เรียบ ง่าย น่าจะใช่น่ะค่ะ กุ้งคิดว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ อย่าไปฝืนมันน่ะค่ะ...
    
    ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะ..
    
    xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
    
    คุณอัลมิตรา:
    
    ขอบคุณสำหรับ ธรรมมะค่ะ..รับไว้ด้วยความซาบซึ้งใจ..เสมอ..
    
    การจะบอกสิ่งนั้น ยากยิ่ง ต้องแล้วแต่บุคคล เมื่อถึงเวลา เขาจะเข้าถึงเอง...
    
    มิตรภาพตราบสิ้นฟ้า..
    
    xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
    
    คุณแก้วประเสริฐ:
    
    ยังเหลืออีกตั้ง ห้าชาติเนอะ ยังไม่ได้ลงมือร่างเลย..
    
    ขอบคุณที่แวะมาค่ะ..
    xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
    
    ..
    
    
  • ชัยชนะ

    7 พฤศจิกายน 2547 20:47 น. - comment id 365679

    อ้าว! ปิดกล้องไปเรียบร้อยแล้ว อย่างนี้ต้องเลี้ยงฉลองกันซักหน่อย
    
    มีน้ำอัดลมซักหน่อยก็ยังดี
    
    ผมว่าจะเขียนเหมือนกับจะรีบให้จบเร็วเกินไป
    ตอนกลางเรื่องเขียนเป็นตอน ๆ ผมว่าดีแล้วครับ
    
    แวะมาช้าสักหน่อยแต่ก็ดีใจครับที่ไม่พลาดเรื่องนี้ตอนจบ
  • กุ้งหนามแดง

    8 พฤศจิกายน 2547 09:04 น. - comment id 365884

    คุณชัยชนะ:
    
    อื้อ! ในหนังสือต้นฉบับเขาจะเขียนสองตอนสุดท้ายนี้ (ธรรมะชนะอธรรม และออกศึก) แบบรวบรัดนิดนึง  กุ้งก็เลยเขียนตามน่ะค่ะ อีกอย่างหนึ่งคือ สมควรแก่เวลาแล้ว (เกือบเดือนแล้วค่ะ) ควรจบซะที..
    
    เปลี่ยนเป็นโอเลี้ยง.. ได้ไหมค่ะ..
    
    ขอบคุณที่แวะมาอ่านตอนจบค่ะ..
    
    
  • เพียงพลิ้ว

    8 พฤศจิกายน 2547 10:33 น. - comment id 365920

    ดีใจค่ะที่ได้อ่านตอนจบ ชื่นชมความเพียรและผลงานคุณกุ้งค่ะ
  • กุ้งหนามแดง

    8 พฤศจิกายน 2547 12:01 น. - comment id 365960

    ขอบคุณคุณเพียงพลิ้วค่ะ...ที่แวะมาให้กำลังใจเสมอ..
    ..
  • ผู้หญิงไร้เงา

    8 พฤศจิกายน 2547 14:55 น. - comment id 366112

    มีปัญญาเหมือนมีทรัพย์จริง ๆ ชื่นชมในผลงานคุณมากๆๆๆๆๆๆเลยค่ะ  ดีใจจังที่ได้กลับมาอ่านตอนจบ
  • กุ้งหนามแดง

    8 พฤศจิกายน 2547 20:11 น. - comment id 366305

    ขอบคุณ คุณผู้หญิงไร้เงาค่ะ...ดีใจเช่นกันที่ได้เขียนจนจบ อิอิ..
    
    ..

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน