๏ ๏ ๏ ประวัติวันสงกรานต์ ..ตอนที่ ๕ ๏ ๏ ๏

อัลมิตรา


๔๑.
..... สุริยเทพเที่ยงตั้ง-........................ตรงหัว
สิริที่ชมชัว*........................................เนื่องนั้น
สถิตอยู่พอรู้ตัว..................................หรือไม่  นาพ่อ
เปรื่องปราดอาจปิดกั้น........................มอดม้วยมรณา  ๚ 
๔๒.
..... สายัณห์หลังเคลื่อนคล้อย..............อัสดง
วิหคผกผินตรง...................................เยี่ยมเหย้า
ราศรีที่จำนง.......................................สถิตที่-  ใดนา
ขอท่านพ่อหนุ่มเหน้า...............................อย่าให้คอยนาน  ๚  
๔๓.
..... เราขอเจ็ดชั่วคล้อย.......................สุรีย์ฉาย
จักคิดปริศนาคลาย..............................ขุ่นข้อง
หากพลาดจักขอตาย............................ทูนมอบ -  เศียรนา
คำสัตย์เสียงกู่ก้อง................................เทพฟ้าเป็นพยาน  ๚ 
๔๔.
.....จนจิตจนจับไข้...............................คร่ำเคร่ง-  เฉลยแฮ
กาลล่วงกาลเลยเกรง...........................กลัดกลุ้ม
ย่ำค่ำย่ำคืนเหง*...................................ห่อนสุข
ปราศพิชญ์ปราดเปรื่องคุ้ม.....................คลาดแคล้วยมบาล ๚
๔๕.
.....ห้าวันกาลเปลี่ยนแล้ว.......................ยังฉงน
สิริที่ขวายขวน.....................................หลบเร้น
ธรรมบาลหลีกสับสน............................มุ่งทุ่ง-  นาเฮย
มือก่ายหน้าผากเขม้น-............................จากผู้ปราศรัย  ๚
๔๖.
.....เอนหลังใต้ต้นเดี่ยว.........................ตาลนา
สองเหยี่ยวเมียผัวครา..........................หยอกเย้า
เมียนกกล่าววาจา................................ถามต่อ-  ผัวเฮย
วันพรุ่งยามรุ่งเช้า...............................จักได้ภักษา    ๚ 
๔๗.
..... มิต้องลอยล่องฟ้า.........................ปีกสยาย
เนื่องจากธรรมบาลตาย.........................แน่แท้
พรหมฯเฒ่าจักมุ่งหมาย.........................เข่นฆ่า  พ่อเฮย
เพราะมิอาจคิดแก้................................กล่าวข้อปัญหา  ๚ 

๔๘.
..... เหตุไฉนมล้างซึ่ง..........................เยาวพาน
ปราศจิตเมตตาผสาน..........................โหดร้าย
ฤาเป็นเช่นมรณกาล.............................ของพ่อ-  หนุ่มนา
พี่ท่านขอจงส้าย*................................ตอบถ้อยคำเฉลย  ๚ 
๔๙.
..... กุมารจักสิ้นชื่อ.............................เกียรติขจาย
คอขาดชีวาวาย...................................ดับดิ้น
ล่วงกาลเจ็ดวันปลาย...........................กำหนด
ครุ่นคิดปริศนาสิ้น................................มืดคล้ายหมอกบัง  ๚ 
๕๐.
..... ปัญหาข้อหนึ่งนั้น.......................จักเฉลย
ยามรุ่งราศีเผย.................................ที่หน้า
ตื่นเช้าอย่าละเลย..............................ก่อนมุ่ง- การนา
ชำระมลทิลถ้า...................................ผ่องแล้วจักงาม  ๚ 
				
comments powered by Disqus
  • ฤกษ์ ชัยพฤกษ์

    14 เมษายน 2546 11:29 น. - comment id 126321

    ขอต่อก่อนจ้า
  • ใบบอนแก้ว

    14 เมษายน 2546 14:22 น. - comment id 126367

    ....มีโคลงกลให้ศึกษาด้วย...ดีมากครับ...คุณอัลมิตรา...โดยเฉพาะ..บทที่๔๔....
    ....ปุจฉา...ตอนเช้าราศรีอยู่ที่ไหน...
    ....วิสัชนา...กรุณาอ่านในตอนต่อไป..
    
    .............สวัสดีครับ...............
  • ราชิกา

    14 เมษายน 2546 19:45 น. - comment id 126421

    เริ่มมีคำตอบแล้ว..อ่านต่อนะ..
    
  • คนผ่านมา

    15 เมษายน 2546 15:58 น. - comment id 126595

    ให้กำลังใจเสมอครับ
  • นายก๊อง..ต๊องหน่อย ๆ (หรือจะมากก็ไม่รู้เฮะ)

    16 เมษายน 2546 12:36 น. - comment id 126824

    ๔๑.
    ..... สุริยเทพเที่ยงตั้ง-.....................ตรงหัว
    สิริที่ชมชัว*.................................เนื่องนั้น
    สถิตย์อยู่พอรู้ตัว.............................หรือไม่  นาพ่อ
    เปรื่องปราดอาจปิดกั้น........................มอดม้วยมรณา  ๚ 
    
    สถิตนะยะมาอีกละ ฮือ ฮือ ฮือ
    
    ๔๒.
    ..... สายัณห์พลันเคลื่อนคล้อย...............อัสดง
    วิหคผกผินตรง................................เยี่ยมเหย้า
    ราศรีที่จำนงค์.................................สถิตย์ที่-  ใดนา
    ขอท่านพ่อหนุ่มเน้า............................อย่าให้คอยนาน  ๚  
    
    คำว่าพลันเนี่ยไม่ควรใช้ เพราะไม่ได้เน้นว่าพระอาทิตย์มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเฉียบพลันทันที ใช้ หลัง ไปละกัน
    
    จำนง ที่มี ค เนี่ย มีคนเดียวจ้า ท่านจำนงค์ ราชบัณฑิตคนนั้นแหละ จำนงทั่วไปไม่มี ค จ้ะ , คำว่าสถิต เลิกพูดดีก่า
    
    ใช้หนุ่มเหน้าดีก่านะ อิอิ
    
    ๔๓.
    ..... เราขอเจ็ดชั่วคล้อย......................สุรีย์ฉาย
    จักคิดปริศนาคลาย.............................ขุ่นข้อง
    หากพลาดจักขอตาย...........................มอบซึ่ง-  เศียรนา
    คำสัตย์ดังกู่ก้อง...............................เทพฟ้าเป็นพยาน  ๚ 
    
    ไปคัดคำว่าสถิตมา ๑๐ หน
    
    คำว่า มอบซึ่ง ขอแก้เป็น ทูนมอบ ละกัน
    
    บาท ๔ ความไม่เพราะ ขอแก้เป็น..คำสัตย์เสียงกึกก้อง..
    
    ๔๔.
    .....จนจิตจนจับไข้............................คร่ำเคร่ง-  เฉลยแฮ
    กาลล่วงกาลเลยเกรง...........................กลัดกลุ้ม
    ย่ำค่ำย่ำคืนเหง*..............................ห่อนสุข
    ปราศพิชญ์ปราดเปรื่องคุ้ม.....................คลาดแคล้วยมบาล ๚
    
    บทนี้เพราะดีครับ แต่จำไม่ยักได้ว่าอีตาคนนี้ไข้ขึ้น ฮี่ฮี่ฮี่
    
    
  • นายก๊อง..ต๊องหน่อย ๆ (หรือจะมากก็ไม่รู้เฮะ)

    17 เมษายน 2546 17:18 น. - comment id 127452

    ๔๕.
    .....ห้าวันกาลเปลี่ยนแล้ว......................ยังฉงน
    สิริที่ขวายขวน.................................หลบเร้น
    ธรรมบาลหลีกสับสน............................มุ่งทุ่ง-  นาเฮย
    มือก่ายหน้าผากเว้น-...........................จากผู้ปราศรัย  ๚
    
    เกือบดีแล้วเชียวนะ มาติดตรงคำว่า เว้น เนี่ยแหละ แบบว่าความไม่ค่อยคล้องกันครับ ลองพิจารณาคำว่า เขม้น ดูละกัน แล้วไปแก้มานะ อิอิ
    
    ๔๖.
    .....เอนหลังใต้ต้นเดี่ยว........................ตาลนา
    สองเหยี่ยวเมียผัวครา..........................หยอกเย้า
    เมียนกกล่าววาจา...............................ถามต่อ-  ผัวเฮย
    วันพรุ่งยามรุ่งเช้า...............................จักได้ภักษา  สถานใด  ๚ 
    
    ไม่รู้นะ ผมไม่ชอบสร้อยเลย นาน ๆ ครั้งถึงจะเห็นสร้อยดี ๆ ซักกะที อาจจะเนื่องมาจากรู้สึกว่า การที่เราใส้สร้อย เป็นเพราะเราใส่ความไม่หมดก็ได้ เพราะฉะนั้นบทนี้ขอบอกว่า สร้อยบาท ๓ น่ะ โอ.เค. แต่ไม่ชอบสร้อยบาท ๔ ครับ
    
    ๔๗.
    ..... มิต้องลอยล่องฟ้า.........................ปีกสยาย
    เนื่องจากธรรมบาลตาย.........................แน่แท้
    พรหมเฒ่าจักมุ่งหมาย..........................เข่นฆ่า  พ่อเฮย
    เพราะมิอาจคิดแก้..............................กล่าวข้อปัญหา  ๚ 
    
    นึกอะไรขึ้นมาได้อย่างนึง เท่าที่ผ่าน ๆ มารู้สึกว่าจะใช้คำว่า พรหม ตลอดนะครับ แต่ว่าคำ ๆ นี้เป็นคำเฉพาะด้วย น่าจะทำให้คนเข้าใจผิดได้ เพราะพระพรหมท่านออกจะดี ไหงมาแกล้งตัดหัวคนเล่นก็มะรู้ น่าจะใช้ชื่อเต็มบ้างนะในบทแรก ๆ ยอมรับว่ายังไม่ได้อ่าน เพราะเซ้งต่อให้ลุงเวทย์ไปแย้ว แหะ แหะ แล้วหลังจากนั้นใช้ชื่อย่อ รวมทั้งห้อยไปยาลน้อย จะได้รู้ว่าคนละพรหมกัน ฮี่ฮี่ฮี่
    
    ๔๘.
    ..... เหตุไฉนมล้างซึ่ง.........................เยาวพาน
    ปราศจิตเมตตาผสาน..........................โหดร้าย
    ฤาเป็นเช่นมรณกาล............................ของพ่อ-  หนุ่มนา
    พี่ท่านขอจงส้าย*.............................สิ่งเร้นคำลวง  ๚ 
    
    อุตส่าห์เปิดดิกฯเนาะ แต่ก็ยังผิดอีกนั่นแหละ เพราะคำว่าส้ายเนี่ยแปลว่า กำจัด หรือ สู้ แล้วจะไปกำจัดไรง่ะ  อะไรคือสิ่งเร้น อะไรคือคำลวง ตาผัวเค้าเร้นเค้าลวงอะไรเหรอ เค้าแค่พูดไม่ชัดเอ๊ง
    
    ๔๙.
    ..... กุมารจักสิ้นชื่อ...........................เกียรติขจาย
    คอขาดชีวาวาย................................ดับดิ้น
    ล่วงกาลเจ็ดวันกลาย............................กำหนด
    ครุ่นคิดปริศนาสิ้น..............................มืดคล้ายควันบัง  ๚ 
    
    บาทที่ ๓ น่าจะใช้ เจ็ดวันปลาย มากกว่า แบบว่าความชัดกว่าครับ แล้วก็ มืดคล้ายหมอกบัง ไม่เพราะกว่าเหรอ อิอิอิ
    
    ๕๐.
    ..... ปัญหาข้อหนึ่งนั้น........................จักเฉลย
    ยามรุ่งราศีเผย................................ที่หน้า
    ยามตื่นนิทราเสบย.............................ก่อนมุ่ง-  การนอ
    ชำระมลทิลถ้า..................................ผ่องแล้วจักงาม  ๚ 
    
    ไม่ชอบคำว่าเสบยครับ ดูมันยักเยื้องไงมะรู้ ลองหาใหม่น่อ
    
  • อัลมิตรา

    18 เมษายน 2546 08:50 น. - comment id 127750

    แก้แล้วจ๊ะ ปู่ก๊อง คำว่าเสบย เสียงไม่ค่อยเพราะเนอะ  ทีนี้ล่ะ แก้ทั้งบาท นะคะ ปู่ ..
  • อัลมิตรา

    18 เมษายน 2546 08:51 น. - comment id 127751

    ขอบคุณนะคะ ทุกๆคน ขอบคุณค่ ปู่ก๊อง

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน