ท่วงทำนองท่องท่าพาเคลื่อนไหว
หมุนเปลี่ยนไปในกลกาลที่ผ่านผัน
ทักสับเปลี่ยนเวียนรุกรับสารพัน
มีอาจรู้เล่ห์กลนั้นที่ผันแปร
ซ้ายหรือขวาขวาหรือซ้ายหมายที่ใด
ข้างหน้าไหมให้รู้สึกนึกไว้แน่
หรือข้างหลังชั่งใจคิดจิตเฝ้าแล
ทางไหนแน่แก้อย่างไรในทำนอง
รุกเข้ามาหลากสรรปั้นท่าใส่
รับคราดใดใจไหวสั่นผันเป็นสอง
จำต้องเจ็บด้วยเรานี้ที่เป็นรอง
มิอากป้องท้องท่าถาโถมมา
จำหาทางสร้างเชิงเราเฝ้านึกอ่าน
หากเนิ่นนาผ่านไปเราเสียท่า
ใช้กลถ่วงห่วงเอาไว้ในเวลา
เพื่อคิดหาพาโต้กลับปรับกระบวน
ใช้ความนิ่งประวิงจิตคิดอ่าน
ตาประสานอ่านท่วงท่าหาทางสวน
ใช้ความนิ่งสงบท่าพาคร่ำครวญ
แล้วทิ้งทวนท่าโต้ตอบที่ชอบใจ
มาอย่างไรไปอย่างนั้นนึกพลันแก้
ล้วนแล้วแพ้แก่ความนิ่งไม่ติงไหว
ใช้สิ่งนี้สยบเคลื่อนเตือนทันใด
มาไม้ไหนไม่มีแพ้แก่สิ่งใด
หากใจนิ่งต่อสิ่งใดใยกลัวแพ้
นิ่งแล้วแก้ด้วยปํญญาพาเคลื่อนไหว
พร้อมสติไหวพริบดีที่นำชัย
และด้วยใจที่ไม่ท้อต่อศัตรู
9 พฤษภาคม 2547 19:51 น. - comment id 264438
ใช้สติตรองรู้ดูคุณค่า แล้วค่อยแก้กับปัญหาอย่าพาหวั่น ใช้สติความสงบพบจุดนั้น กับปัญหาสำคัญแก้ทันใด *-*กลอนแต่งได้ค่ะ ความหมายดีมากๆๆๆๆๆเลยค่ะ ชอบค่ะชอบ*-*

9 พฤษภาคม 2547 20:59 น. - comment id 264528
สมาธินั้นคงมั่น ไม่ไหวหวั่นแม้มารร้าย เยือกเย็นข่มแข็งใจ ปัญญาใช้นำชัยมา

9 พฤษภาคม 2547 22:15 น. - comment id 264603
..........นี่ละกระบวนการคิด...แบบปัญญาชนเลยละ...ที่สอดใส่ไว้ในบทกลอน ............อืม...ช่วยกันมองศัตรูภายนอกที่จะเข้ามาบ้านเราดีกว่า... ...........แต่อย่าเผลอ มาเห็นคนในนี้เป็นศัตรูกันไปละ งั้นละก็แย่เลยอิอิ ....

11 พฤษภาคม 2547 22:33 น. - comment id 266059
ใช้ความนิ่งสยบความเคลื่อนไหว ฝึกที่ใจตั้งมั่นมิทอดถอน ปัญญารู้กายตรงจงสังวรณ์ มิคลายคลอนที่ดวงจิตพิชิตชัย............ฯ เป็นแนวคิดที่เยี่ยมมากค่ะ..เพราะนะคะ..
