ฤาจักรอ..ให้สิ้นแผ่นดินทองในมโนน้อมเทิดไว้เหนือดวงชีวิต...!

พุด

1195744673_9976.jpgKing_Naresuan40.jpgKing_Naresuan28.jpgKing_Naresuan43.jpgKing_Naresuan25.jpgKing_Naresuan22.jpg8401ed58f7073cb123ae869aeb14a48b.jpg
ติดปีกใจลอยเหนือพสุธาที่ข้ารัก
แสนทุกข์หนักเห็นแผ่นดินสิ้นสลาย
เห็นเลือดแดงท่วมธรณีแห่งความตาย
เห็นสายใจเจ้าพระยาเป็นสีดำ
เห็นความแค้นทั่วแดนสังเวยโศก
เห็นวิปโยคสายน้ำตาระรินร่ำ
เห็นร่มรัตนตรัยแสงแห่งธรรม
ถูกเหยียบย่ำด้วยทรชนคนนอกแผ่นดิน
เห็นพลัดพรากหนาวเหน็บจนเจ็บลึก
ในรู้สึกเห็นแม่พ่อรอมิสิ้น
ลูกล้มหายตายจากไปน้ำตาริน
เห็นผืนดินลุกเป็นไฟไม่ช้านาน
เพราะมิจฉาทิฏฐิพาหลงทางช่างเศร้านัก
สิ้นไร้รักสามัคคีที่พ่อสาน
ไม่จดจำบทเรียนแต่ก่อนกาล
ประหัตประหารเพื่อบารมีบาปช่างหยาบช้า
ฤาว่าพสุธาทองต้องหมองไหม้
ต้องชดใช้เซ่นกลียุคทุกข์ธุลีหล้า
ต้องสังเวยด้วยหยาดเลือดแลน้ำตา
เจ้าจึ่งซึ้งค่าคำว่าไท
แผ่นดินรักรัตนโกสินทร์สุขสงบ
พาเราพบร่มรัตน์ฉัตรยิ่งใหญ่
ใต้ร่มเงาพระบรมโพธิสมภารเหนือดวงใจ
วิบากใดพาใจเจ้าแสนมืดมน
วิญญาณบรรพชนแห่งกรุงศรี
หลั่งเลือดพลีเพื่อลูกหลานทุกแห่งหน
รักษาชาติไว้ให้เราสิ้นทุกข์ทน
อยู่อย่างคนมีศักดิ์ศรีมีเสรี
แล้ววันนี้เจ้าโง่เง่ารบกันเอง
มาบรรเลงเพลงวาทะน่าบัดสี
จิตหยาบช้าสิ้นไร้มิตรไมตรี
เมตตาลี้อภัยหายหมายฆ่าฟัน
นี่หรือคือจิตคิดเพื่อชาติ
วิปลาสทำลายหมายห้ำหั่น
นั่นก็พี่นี่ก็น้องเลือดเดียวกัน
นรกเท่านั้นรอพวกเจ้าหนาวโกฐิกัลป์
ลดราวาศอกบอกกับใจ
รักษาไทยเทิดไว้สิ่งยึดมั่น
ก่อนสิ้นชาติสิ้นแผ่นดินไปนิรันดร์
ดั่งดวงตะวันสิ้นสูญจากฟ้าไทยไปตราบกาล...!
ดั่งดวงจันทร์สิ้นสลายจากสายใจไปตราบกาล..!
..............................................................

สไบนวลสไบนาง!

http://www.thaipoem.com/forever/ipage/song480.html
(คำมั่นสัญญา)
แสนรักสไบนวลสไบนาง!
...................................
ตะวันดวงรอนรอน
ทอแสงทองทอดสวย...ส้มอมชมพูประปราย
คล้ายสาดสีด้วยฝีมือจิตรกรเอกของโลกชื่อธรรมชาติ
กระจายฉายฉานรัศมีสีรุ้ง
เหนือเจดีย์วัดไชยวัฒนาราม
ในยามตะวันชิงพลบ


ที่งามสงบเก่าคร่ำงามล้ำค่ามลังเมลือง
งามราวเมืองสวรรค์ลอยมาเยือนหล้า
ราวปวงเทพยดาเนรมิตร
เป็นทิพยวิมานสถานสถิต
ผ่าน..
เงางามแห่งอดีตอันวิจิตรศิลป์
หากทว่าฝากเรื่องราวแสนเศร้ารานร้าวใจ


ถึงมาตรแม้นจะเป็นวัดไร้ร้าง 
สิ่งก่อสร้างที่เหลืออยู่มีก็เพียง 
พระปรางค์ศรีรัตนมหาธาตุ
และ..
เจดีย์รายตามพระระเบียงคดรอบ พระปรางค์ 


ให้ดวงใจ..*สไบนวล* เหว่ว้าดายเดียว
ราวไร้เสียงสังคีตดีดสีตีเป่าเหงาเงียบ
ช่างสะเทือนสะท้านสะท้อนใจ
วะแว่วแผ่วเพียงเสียงขับเสภางาม
สุดกำสรวลเศร้ามาจากเวียงวังในครั้งบุราณกาล
...........................


รอนรอนสุริยคล้อย              สายัณห์ 
เรื่อยเรื่อยเรื่อแสงจันทร์     ส่องฟ้า 
รอนรอนจิตกระสัน              เสียวสวาท แม่เอย 
เรื่อยเรี่อยเรียมคอยถ้า       ที่นั้นห่อนเห็น ฯ 
เรื่อยเรื่อยมารอนรอน         สุริยาจรเข้าสายัณห์ 
เรื่อรองส่องสีจันทร์              ส่งแสงกล้าน่าพิศวง 
ลิ่วลิ่วจันทร์แจ่มฟ้า               เหมือนพักตราหน้านวลผจง 
สูงสวยรวยรูปทรง                ส่งสีเจ้าเท่าสีจันทร์ 
เอวอ่อนชอ้อนองค์                โฉมอนงค์ทรงสาวสวรรค์ 
หาไหนไม่เทียมทัน              ขวัญเนตรพี่นี้น่ารัก 
ขาวสุดพุดจีบจีน                    เจ้ามีสีนพี่มีศักดิ์ 
ทั้งวังเขาชังนัก                      แต่พี่รักเจ้าคนเดียว 
นอนนั่งตั้งอาลัย                    สายสุดใจไม่แลเหลียว 
หวังชมสมกลมเกลียว            ควรฤาน้องข้องใจเคือง 
ขาวสุดพุดซ้อนแซม               เนื้อแอร่มอร่ามเหลือง 
โฉมอ่ากว่าทั้งเมือง                หนแห่งใดไม่เหมือนเลย 
ได้น้องทองนพมาศ                มาสังวาสพาดชมเชย 
ร่วมเรือนเพื่อนพิงเขนย        เคยวิงวอนอ่อนหวานคำ 
ฝนตกยกปีกป้อง                   ฟ้าร้องต้องเอาตนงำ 
ชิดเชื้อเนื้อนวลขำ                 อ่อนลมุนอุ่นอกเรียม 
รักนุชสุดสายใจ                     ต้องฤทัยไม่เท่าเทียม 
ขอต้องน้องอายเหนียม           เกรียมจิตเจ้าเฝ้าทุกข์ทน 
ฝนตกฝนหากตก                   แก้วกับอกอย่าโกรธฝน 
ลมพัดรับขวัญบน                   แก้วโกมลมานอนเนา 
ฝนตกไม่ทั่วฟ้า                      เยนแหล่งหล้าในภูเขา 
ไม่เยนในอกเรา                   เพราะเพื่อนเคล้าเจ้าอยู่ไกล 
เรียมร่ำน้ำตาตก                    อกร้อนรุ่มดังสุมไฟ 
แสนคนึงถึงสายใจ                 เจ้าไกลสวาทนิราศเรียม ฯ 

เสียงสรวลระรี่นี้                   เสียงใด 
เสียงนุชพี่ฤาใคร                 ใคร่รู้ 
เสียงสรวลเสียงทรามวัย       นุชพี่ มาแม่ 
เสียงบังอรสมรผู้                   อื่นนั้นฤามี ฯ 
เสียงสรวลระรี่นี้                   เสียงแก้วพี่ฤาเสียงใคร 
เสียงสรวลเสียงทรามวัย       สุดสายใจพี่ตามมา 
ลมชวยรวยกลิ่นน้อง             หอมเรื่อยต้องคลองนาสา 
เคลือบเคล้นเหนคล้ายมา      เหลียวหาเจ้าเปล่าวังเวง 
ยามสองฆ้องยามย่ำ                ทุกคืนค่ำย่ำอกเอง 
เสียงปี่มีครวญเครง               เหมือนเรียมคร่ำร่ำครวญนาน 
ล่วงสามยามปลายแล้ว            จนไก่แก้วแว่วขับขาน 
ม่อยหลับกลับบันดาล              ฝันเห็นน้องต้องติดตา 
เพรางายวายเสพย์รส              แสนกำสรดอดโอชา 
อิ่มทุกข์อิ่มชลนา                      อิ่มโศกาหน้านองชล 
เวรามาทันแล้ว                        จึ่งจำแคล้วแก้วโกมล 
ให้แค้นแสนสุดทน                  ทุกข์ถึงเจ้าเศร้าเสียดาย 
งามทรงวงดังวาด                      งามมารยาทนาดกรกราย 
งามพริ้มยิ้มแย้มพราย              งามคำหวานลานใจถวิล 
แต่เช้าเท่าถึงเยน                     กล้ำกลืนเขญเปนอาจิณ 
ชายใดในแผ่นดิน                    ไม่เหมือนพี่ที่ตรอมใจ ฯ 
เรียมทนทุกข์แต่เช้า        ถึงเยน 
มาสู่สมคืนเขญ                 หม่นไหม้ 
ชายใดจากสมรเปน          ทุกข์เท่า เรียมเลย 
จากคู่วันเดียวได้              ทุกข์ปิ้มปานปี ฯ
.....................................


และพลันพาทำให้สไบนวล
หวนรำลึกนึกคะนึงถึง
บทกวีเอกของเจ้าฟ้ากุ้ง**นิราศธารทองแดง*
ที่ชมไม้ดอกและธรรมชาติอันแสนงดงาม
....................
ชาตบุษ์ปพุทธชาตซาบ    กุหลาบกนาบทั้งสองทาง 
เบงระมาดยี่สุ่นกาง          กลีบบานเพราเหล่าดาวเรือง ฯ 
ชาตบุษ์ปพุทธชาตขึ้น      เคียงกลาง 
กุหลาบกนาบสองทาง       กลิ่นฟุ้ง 
เบงระมาดยี่สุ่นกาง          ตรงกลีบ 
สาวสาวฉวยชิงหยุ้ง          เก็บร้อยรอยกรอง ฯ 
๖๒ เพกาสาเกกุ่ม            ไม้ตาตุ่มทุมราชา 
สุกรมมะยมพวา               ไม้หมากข้าขานางเปล้า ฯ 
เพกาฟักย้อมกุ่ม              ผลหนา 
ตาตุ่มทุมราชา                  เนื่องหน้า 
สุกรมมะยมพวา                ชมพู่ 
สาเกไม้หมากข้า                อิกเปล้าขานาง ฯ 
๖๓ กะจายสยายซร้องนาง  ผ้าสไบบางนางสีดา 
ห่อห้อยย้อยลงมา               แต่ค่าไม้ใหญ่สูงงาม ฯ 
กะจายสยายคลี่ซร้อง          นงพะงา 
สไบบางนางสีดา                 ห่อห้อย 
ยื่นเลื้อยเฟื้อยลงมา            โบยโบก 
แต่ค่าไม้ใหญ่น้อย              แกว่งเยื้องไปมา ฯ 
๖๔ กระเช้าเจ้าบรรจง         ปากแฉกตรงทรงหาบหาม 
แล่งปืนของพระราม             รูปงามดีมีสืบมา ฯ 
กะเช้านางแต่งเจ้า               ผจงงาม 
ปากแฉกทรงหาบหาม          ห่วงห้อย 
แล่งปืนของพระราม              ยังอยู่ 
รูปร่างงามน้อยน้อย              งอนขึ้นสืบมา ฯ 
๖๕ เล็บนางงามแสล้ม           ต้นนางแย้มแกมดองดึง 
สุพรรณิกากากระทึง              ดอกราชพฤกษ์ซึกไทรไตร ฯ 
เล็บนางนวยแน่งน้อย          พอพึง 
นางแย้มแกมดองดึง             อีกอ้อย 
สุพรรณิกากากระทึง              บานแบ่ง 
ราชพฤกษ์ซึกดวงย้อย          พู่เพี้ยงไทรไตร ฯ 
๖๖ ชงโคตะโกตะขบหว้า        ต้นตุมกากาฝากลง 
ชอบกลต้นมหาหงส์               มะเดื่อดูกลูกนมแมว ฯ 
ชงโคตะโกขบหว้า          ดาดดง 
ตุมกากาฝากลง              ติดไม้ 
นมแมวมหาหงส์            เห็นอยู่ 
มะเดื่อดูกลูกงอกได้       แส่ทึ้งสอยกิน ฯ 
.............................


สไบนวล..สนใจเมืองเก่านี้
และหลายครา
ที่เธอจะเห็นในภาพฝัน
คืนที่พระจันทร์ผ่องเพ็ญเต็มดวง


ในฝัน....
เธอจะห่มสไบแพรสไบขวัญสีโศกสีเศร้า
และทัดดวงดอกลั่นทมสีขาว
พราวริมแก้มแซมผมหอม..ให้หอม


ในฝัน..
จะมีบุรุษหนึ่งร่างล่ำสันผิวสีทองแดง
ราวบุรุษอาชาไนยจะคอยเคียงใกล้


และน่าแปลกนัก
ที่เธอและเขากำลังค่อยๆ
ช่วยกันประคอง*โคมลอย*
แล้ว..
ค่อยๆปล่อยขึ้นไปเหนือฟ้าทิศบูรพา
ราวจะช่วยกันพลีบูชา
พระอิศวร พระนารายณ์ พระอินทร์
พระบรมสาริริกธาตุเกศแก้วจุฬามณีในดาวดึงส์พิภพ
ที่บรรจุมวยผม.
*.เจ้าชายสิทธัตถะ*ที่เชือดด้วยพระขรรค์
ก่อนการดำรงเพศนักบวช
จนได้บรรลุเป็น
พระบรมศาสดาองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า


และ
บูชาพระพุทธบาทซึ่งปรากฏอยู่
 ณ หาดทรายที่เรียกว่านะมะทานที 
เป็นที่ฝูงนาคทั้งปวงสักการบูชาอยู่..


และ
ในทุกราตรีมิเว้นว่าง
ตั้งแต่เธอย่างเข้าเป็นกุลสตรีสาวสะพรั่ง
เธอจะฝันบ่อยขึ้นบ่อยเข้า
เกี่ยวกับเมืองเก่าของเราแต่ก่อน
จิตใจอาวรณ์อย่างยากที่จะเล่าให้ใครฟัง


อย่างที่อยากจะรู้จักสัมผัสให้ล้ำลึก
เธอ..จึงรู้สึกยิ่งรักผูกพัน
ราวกับว่าชาติปางก่อนมาบันดาลบุญหนุนนำ
และ
ด้วยดวงจิตวิญญาณอันแสนละเอียดอ่อน
ยิ่งทำให้เธอหวนไห้อาวรณ์
อยู่กับสิ่งที่เธอยังมองไม่เห็น
ที่มิอาจจะบอกใครได้


สไบนวล  จึงทำได้เพียงราวรอเวลา
ให้ดวงตาสวรรค์ฟ้าดินเมตตา
เปิดม่านบังตาให้เธอได้รับรู้
สิ่งที่แสนลึ้ลับพิสูจน์ไม่ได้
ราวปาฏิหารย์รักมหัศจรรย์รอ


สไบนวล..คนดี
จึงต้องวนเวียนกลับมา
สัมผัสเหว่ว้าดายเดียวแทบทุกอณูนะที่นี่..
ที่อยุธยา
*ราชธานีเก่า อู่ข้าวอู่น้ำ เลิศล้ำคนดีศรีอยุธยา*
เมืองที่มี
 แม่น้ำเจ้าพระยา
แม่น้ำป่าสักแม่น้ำลพบุรี แม่น้ำน้อย ไหลผ่านใ
ห้จิตวิญญาณผู้คน
พันผูกกับสายน้ำอย่างมิรู้สิ้นรู้จบ


พบสงบงามเจดีย์เก่าระดะยอด..
พระปรางค์โบราณที่วัดมหาธาตุ
ที่มีผอบศิลา ภายในมีสถูป 7 ชั้น 
มี ชิน เงิน นาก ไม้ดำ ไม้จันทร์แดง
 แก้วโกเมนและทองคำ และชั้นในบรรจุ
พระบรมสารีริกธาตุและเครื่องประดับอันมีค่า


ไหน..จะยังมีโบราณสถานสถิตใจวังหลัง
เป็นอุทยาน สวนหลวง 
ปรากฏสิ่งสำคัญหลงเหลือ
คือ..
*เจดีย์พระศรีสุริโยทัย *
อนุสรณ์สถานของวีรสตรีไทยพระองค์แรก  
เกียรติแห่งวีรสตรีไทย 
ที่คนไทยมิมีวันลืมยังจำตราตรึง
ถึงความเสียสละอันแสนงดงามยิ่งใหญ่
อย่างยากหาผู้ใดมาเสมอเหมือน


และ
ณ..ที่แห่งนี้ทำให้สไบนวล
ได้รู้จักราชธานีเก่า มากขึ้นว่า
นามว่า 
กรุงเทพทวาราวดีศรีอยุธยา
มหาดิลกภพนพรัตนราชธานีบุรีรมย์*


ที่มีคำขวัญว่า
 ราชธานีเก่าอู่ข้าวอู่น้ำ 
เลิศล้ำกานท์กวีคนดีศรีอยุธยา*
ที่มีเมืองอยู่ในที่ราบเป็นดั่งอู่ข้าวอู่น้ำ


เลิศล้ำกานท์กวีคนดีศรีอยุธยา
ก็เพราะ
ในสมัยกรุงศรีอยุธยา มียุคทองของ วรรณคดี
คือ ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
และ..
สมัยพระเจ้าอยู่หัว บรมโกศ 
กอรปด้วยกวีเอกที่มีความสามารถล้ำเลิศ 
เช่นสมเด็จพระนารายณ์
พระมหาราชครูศรีปราชญ์ 
เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ (เจ้าฟ้ากุ้ง) 
พระโหราธิบดี เป็นต้น
 

วรรณคดีที่สำคัญ เช่น สมุทรโฆษคำฉันท์ 
โครงกำศรวลศรีปราชญ์ 
กาพย์ห่อโคลง ประพาสธารทองแดง 
จินดามณี มหาชาติคำหลวง เป็นต้น  


คนดีศรีอยุธยา 
หมายถึง 
จังหวัดพระนครศรีอยุธยากอรปด้วยคนดี 
มีความสามารถทุกยุคทุกสมัยตลอดมา
แม้เมื่อกรุงศรีอยุธยาต้อง เสียกรุง 
ให้แก่พม่าถึง 2 ครั้ง 
แต่ก็ยังสามารถกอบกู้เอกราชกลับคืนมาได้  
ก็ด้วย..
 เหตุเพราะมีคนดีที่มีความสามารถนั่นเอง ...


แล้ว
ไหนจะยังมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย
วัดวาอารามอันงามคร่ำ
วัดพุทไธศวรรย์ 
วัดไชยวัฒนาราม วัดกษัตราธิราช
และเจดีย์พระศรีสุริโยทัยอันสง่างามอีกด้วย 


และที่วัดพนัญเชิงวรวิหาร 
พระประธานในพระวิหาร
ชื่อพระเจ้าพนัญเชิง (หลวงพ่อโต)
สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1867 นับเป็น 
พระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย
ฝีมือปั้นงดงาม เป็นที่เคารพสักการะของชาวจังหวัด 


และตามตำนานกล่าวว่า 
เมื่อคราวพระนครศรี อยุธยาจะเสียแก่ข้าศึกนั้น 
พระพุทธรูปองค์นี้ มีน้ำพระเนตรไหลออกมาทั้งสองข้าง
ราวกับว่าจะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์สถิตอยู่นะภายใน

นอกจากนั้น
ยังมากมีมากมายโบราณสถานที่น่าสนใจ


และ
ด้วยเหตุ
เพราะมีใครบางคน..ในฝัน
ที่แสนย์รักเอยแสนรักในกมล
ราวหมุนวน
อดีตลาลอย เลือนเลยลับให้รอเวลาหวนคืนกลับมา..

ให้ผู้หญิงเรียวหน้าละมุนงามเศร้า
รอคอยราวกับมีบางสิ่งคอยร่ำร้องเพรียกหา
มายาวนาน
ในทุกทิวาหวามราตรีขวัญ
ทุกคืนจันทร์เพ็ญเด่นดวง
ด้วยแรงจิตอธิษฐานบนบานกล่าว
และ
ดั่งคำมั่นสัญญา


http://www.thaipoem.com/forever/ipage/song480.html
คำมั่นสัญญา   
ถึง ม้วยดิน สิ้นฟ้า มหาสมุทร
ไม่ สิ้นสุด ความรัก สมัครสมาน
แม้ อยู่ใน ใต้หล้า สุธาธาร
ขอ พบพาน พิศวาส ไม่คลาดครา
แม้น เนื้อเย็น เป็นห้วง
มหรรณพ
พี่ ขอพบ ศรีสวัสดิ์ เป็นมัจฉา
แม้ เป็นบัว ตัวพี่ เป็นภุมรา
เชย ผกา โกสุม ปทุมทอง
แม้ เป็นถ้ำ อำไพ
ใคร่เป็นหงษ์
จะ ร่อนลง สิงสู่ เป็นคู่สอง
ขอ ติดตาม ทรามสงวน
นวลละออง
เป็น คู่ครอง พิศวาส ทุกชาติไป
แม้ เป็นถ้ำ อำไพ
ใคร่เป็นหงษ์
จะ ร่อนลง สิงสู่ เป็นคู่สอง
ขอ ติดตาม ทรามสงวน
นวลละออง
เป็น คู่ครอง พิศวาส
ทุกชาติไป...
........................
 

สไบนวล..ค่อยๆพาตัวเอง
มาทรุดตัวลงนั่งใต้กิ่งลั่นทมหวานสะพรั่ง
ดวงดอกดก...สถานที่ดั่งคำมั่นสัญญา
ไห้โหยหาอดีตรักอันงามงด
ราวปรากฎในกระแสจิตวิญญาณผ่านภพ


เธอหลับตาช้าๆ...
วงหน้านวลละออ
ริมเรียวแก้มขวัญนั้น
มีดวงดอกลั่นทมแซมริมไรผมหอมเศร้า


แล้วไยเล่า..ในความว่างนั้น
พลันราวมีภาพพร้อมพลังเสียง..
จากฟากฟ้าแสนไกลค่อยๆลอยล่องเข้ามา
ราวกับว่าทุกเรื่องราว
กำลังเกิดตรงหน้าเธอนะบัดนี้..
ที่..
ราวภาพในนิมิตฝัน


ผู้ชายคนเดิมคนดีผิวสีทองแดง..
กำลังเอนอิงในอ้อมตัก
ในห้องหับเรือนไทย
ที่ได้กลิ่นเกสรดอกไม้หอมเศร้า
เคล้าอวลมากับสายลมบางเบา..


เขาช้อนสายตาแห่งรัก
ราวพิมพ์พักตร์ผุดผ่องนวลเนื้อทอง
ที่ค่อยๆประคองหน้า
ลูบไล้อย่างแผ่วเบาอ่อนหวาน
น้ำตานัยน์เรียวตาเศร้าราน
ค่อยๆระรินหยดบนอกอุ่นแข็งแรง


เขาใช้มือสาก
ไล้โลมเรียวแก้มหอมน้อมโน้มหน้านวล
ประคองจูบประทับรับขวัญซับหยาดน้ำตา


เสียงเขาราวลอยมาจากฟ้าแสนไกล
ปลอบประโลมใจหนักแน่น
นุ่มนวลอ่อนหวานอ่อนโยน..
*คนดีอย่าร้องไห้..
ข้าจำพรากไปพลีหยาดเลือดรัก
ทำหน้าที่ยิ่งใหญ่เพื่อผืนดิน
ให้เลือดละหลั่งรินจนหยาดสุดท้าย
ฝากไว้ทาแผ่นดิน*


ให้ลูกหลานไทยและโลกรู้ว่า
*กรุงศรีอยุธยาจะมิมีวันสิ้นคนดี*
ข้าขอพลีคำมั่นสัญญา
เอาหยาดเลือดชะโลมหล้าชะโลมดิน
*ไม่รักตัวกลัวตาย*
*ให้รู้ว่า
ลูกผู้ชายชาติไทยหัวใจไท
หัวใจนั้นดั่งเหล็กกล้า
ให้ไอ้พวกข้าศึก..ได้สำนึกว่า..มันอย่าได้มาหยาม..
และ
ให้มันหลั่งน้ำตารดเท้าสังเวยข้า..ที่มันบังอาจ..นัก!*


*นวล..เจ้าเอย..
เจ้าผู้พิสุทธิ์ผ่องแผ้ว
จงถนอมแก้วถนอมขวัญถนอมใจ
รอวันที่ข้ากลับมา
กลักทองที่เจ้ามอบให้ข้านั้น..*


*ให้เจ้าจงรู้ว่า
คือที่รวมขวัญพลี
ที่รวมจิตวิญญาณข้ามิให้พรากไกล
ถึงร่างเราจำไกล 
แต่หัวใจเราสองดวงนั้น..ได้พลีคำมั่นสัญญา
ยอมร่วงลงสู่ปวงพื้นพสุธาพร้อมกันแล้ว
มิใช่ดอกละหรือ.*


*และจะยึดถือคำสัตย์มั่นมิปันแยก
จะกี่ภพกี่ชาติ
ให้พิสวาสดั่งคู่บุญญา 
จะตามติดเป็นพุทธมามกะ
ขออธิษฐานจิต
สถิตทอดคู่กันตลอดไปชั่วกัลปาวสานต์นะนวล*


*เจ้า..ชวนข้าไปจุดเทียนมงคลบนบานในโบสถ์คร่ำ*
เจ้ารู้ไหมยามนั้น
ข้าเห็นเจ้างามตามแสงเทียนทองทอ
งามใดไหนเล่าเจ้าเอย
จะงามเท่าจิตไสว
ที่พร่างสว่างสงบอยู่ภายในกายเจ้านะแม่สไบนวล*


และ
*ข้าแสนรัญจวนใจ
เมื่อยามคิดว่าร่างเจ้านั้น
งามเสียยิ่งกว่านางใดในปฐพีนี้*
ที่ข้าจะขอพลีเสน่หามิเสื่อมคลาย


*ใกล้สว่างแล้ว..ดุเหว่าแว่วเรไรร้อง
ไหนเจ้าบอก
จะเก็บดอกไม้หอมหอมมาให้ข้าห่อไว้ชายสไบ
ให้ข้านำติดตัวไปอย่างไรเล่า*


แต่
*ถึงไม่มีไม้หอม
กลิ่นนวลก็ราวพยอมหอมอวลในอกในใจข้าเสมอมา*


*จำเอาไว้นะนวล..
กลักทอง
คือกล่องเก็บนิรันดร์รักแห่งเรานะเจ้ายอดดวงใจ*
และ
*ยามสุดท้ายแห่งลมหายใจข้า
สไบนางของเจ้าผืนนี้
จะคู่ร่างคู่ชีวีคู่จิตวิญญาณข้าไปในทุกหน*


*ข้าจะใช้มันซับหยาดเลือดและน้ำตา.
ที่ข้าจะพลีจนหยาดสุดท้ายเพื่อปกบ้านป้องเมือง
ที่ข้าจะไม่มีวันเสียดายเสียใจ*
หาก..
ทุกหยดเลือดนั้นจะหยาดรินแม้สิ้นสาย
เพื่อเกียรติภูมิแห่งผืนดิน
พื้นพสุธานี้ที่ข้าแสนรักเสียยิ่งนักแล้ว*


*ข้าขอสัญญานะนวล
เจ้าจงอย่าได้กำสรวลหวนไห้หาข้า
อย่าเหว่ว้าดายเดียว
หากดวงชีวิตข้าถูกปลิดปลงลงสังเวยมาตุภูมิแม่*


*ข้าผู้ไม่แพ้
จะรอเจ้า.บนฟากฟ้า
รอเวลาเราสองได้ครองคู่กัน
จะนานสักกี่กัป์ปกัลป์ข้าก็จะรอเจ้านะนวล*


ให้เจ้า..นวลละออจงไปวัดเพียรภาวนา
และอธิษฐานจิตทุกเวลา


*และเจ้ารู้..
ข้าจะสถิตทอดทุกที่
ในผืนดินนี้เพื่อปกป้องคุ้มครองเจ้า
และยามเหงา..เจ้าจงไปนั่งใต้ลั่นทมงาม..*


ที่*เจ้ารู้ดีว่า
ข้านี้ชอบเด็ดดอกหอมๆมาทัดแก้มแซมผมให้เจ้า*
และนะที่แห่งนั้น..
สวรรค์จะเปิดดวงวิญญาญ์เจ้า
ให้รับรู้เรื่องราวแห่งรักอมตะของสองเรา
ดั่งคำอธิษฐานดั่งคำมั่นสัญญา*


*จงจำไว้นะที่แห่งนั้นคือ
สวรรค์ลอยคอยรอรักแห่งภักดีของสองเรา
ที่จะไม่มีวันพรากจากกัน
จะตามมาเตือนเจ้านั้นให้หันมอง..ลูกผู้ชายคนดี
ที่มาหมายปองเจ้าราวแสนรักเอยแสนรักในกมล
มิผิดคนผิดคำ.*.


หญิงสาว..สะดุ้งจากภวังค์ราวฝันไป
ที่ทุกเรื่องราว
ราวได้สัมผัสมิติยิ่งใหญ่ที่ยากอธิบาย
ราวฉากในเรื่องทวิภพ..


เธอค่อยๆหันไป
แล้ว...
หัวใจเธอก็แทบหยุดเต้น..!
นั่นไง..
ผู้ชายคนนั้นคนในฝัน
ที่เธอเห็นในนิมิตประจำ
และกับนาทีที่เพิ่งผ่านไป
ที่เธอเผลอตกในภวังค์ฝัน
ราวกับไปพบเห็นภาพจริง


ที่นะบัดนี้ 
เขาคนดี...
ผิวสีทองแดงดูงามสุกปลั่งรับดวงตะวันสีทอง
กำลังค่อยๆหันหลังไปชื่นชมภาพตะวันลา


หากทว่า...
เมื่อนวลเห็นหน้า
ยิ่งพาให้ใจเต้นสั่นระริกราวจะเป็นลม..
พอกับดวงดอกลั่นทม
ที่นะบัดนี้
กำลังปลิดปลิว...ปลิดปลิว.....
ลิ่วลอยควะคว้าง.....
ลงพร่างพรมห่มพื้นพสุธา
และ....
หอมห้วงหัวใจ..สไบนวล  
ราวดวงตาสวรรค์พลันรับรู้....!!
........................


http://www.thaipoem.com/web/poemdata/poemdata_60930.php
สไบนาง    แสนย์  
เจียนหมากพลูสู่พี่ชายรออ้ายกลับ
ตั้งตำรับเตรียมข้าวปลากระยาหาร
มะลิน้อยลอยบนขันไว้ประทาน
หลังเสร็จงานออกศึกอ้ายจักคืน
................................................................
ท้องฟ้าเหนือกรุงศรีอยุธยา..
ยามนี้ดูมืดมิด ราวกับพายุลูกใหญ่
กำลังจะพัดผ่านมาเยือน
เสียงกลองศึก ดังกระหึ่ม...
สัญญาณ...เตรียมออกศึกเริ่มขึ้นแล้ว
อีกไม่นาน..เลือดจักหลั่งไหล
นองอาบพื้นธราดล..สองเผ่าชนจักห้ำหั่น
ฝ่ายหนึ่ง...เพื่อครอบครองผืนแผ่นดิน
ฝ่ายหนึ่ง....ปกป้องแผ่นดินเกิดแลแผ่นดินตาย
สดับเสียงพละพลแล..กลองศึก
คะนองคึกตีฝ่าข้ามไพรศรี
หมายห้ำหั่นดัสกรหมู่ไพรี
ป้องกรุงศรี..แผ่นดิน..ถิ่นเรือนตาย
กำดาบสู้ใจหวนอยู่คู่นุชนาฏ
อ้ายนิราศใครจักป้องจากเหตุร้าย
แต่ดนัยมีศักดิ์แห่งชาติชาย
มิอาจหมายหนีทัพกลับมาแล
พลันยินเสียงอัสนีฟาดกึกก้อง
สะเทือนร้อง ดวงหทัย ใฝ่หาแม่
สังหรณ์เหตุอาเพศร้ายในดวงแด
เกรงนวลแขถูกลอบกล้ำช้ำเรือนกาย
ยามพะวงดาบหนึ่งถึงอุระ
ใจเจ็บแปลบคล้ายจะแหลกสลาย
สิ้นเรี่ยวแรงแห่งกำลังประคองกาย
เฮือกสุดท้ายน้ำเนตรหลั่งพลั่งสู่ดิน
ผะแผ่วปราณ..มานชิดเจ้าจอมใจ
เพียงสไบแนบทรวงก่อนลมสิ้น
ยกขึ้นดอมยังหอมหวนอวลระริน
ซับน้ำตาจิตโบยบินไปซบนวล
ร่ายโศลกโศกแจ้งแถลงเอื้อน
ชะตาเฟือนเลือนลบภพกำสรวล
สิ้นแล้วหรือวาสนากับเนื้อนวล
ไม่ทันหวน..ก็เลยลับ...ไป่กลับเรือน
ฤา...จุดจบของนักรบ..มิแผกกัน...  


http://www.thaipoem.com/web/poemdata/poemdata_60693.php
กลักทอง แสนย์ 
ยามรุ่ง..ก่อนเสียกรุงศรีอโยธยา
เปิดกลักทองรอง ผ้าตาด นาฏมอบให้
กรุ่นละไมกรรณิการ์ มณฑาหอม
อ้าย..ยังจำวันรับกลักจากหัตถ์พะยอม
สร้อยถนอมบรรจงวางตรงกลางกร
..ให้โหยหวนครวญหา..คราอดีต
แว่วจำเรียงเสียงไพเราะเสนาะกรรณ
ถ้อยจำนวรรจ์ฝากความจากสมร
สื่อลำนำเสน่หาก่อนอ้ายจร
ให้ภาดรเก็บไว้แทนใจนาง
สอดกลักน้อยกลอยใจไว้ใต้เกศ
ข่มเทวษโทมนัสก่อนสะสาง
ทวงหนี้เลือดเชือดพม่าแด่นวลนาง
อ้ายจักใช้เลือดมันล้างปฐพี
ก้มกำดาบอาบมนต์ไพรีพินาศ
ยามแกว่งวาดอริราชจุ่งถอยหนี
คม แกร่ง แข็งดั่ง วิเชียรมณี
ใช้สับร่างไพรีให้แหลกราญ
ท่ามพสุธ..อยุธยาธราภพ
เลือดนักรบจักหลั่งลงอย่างกล้าหาญ
จวบร่างแหลกกายดับลับวิญญาณ
อยู่บำราบอริมารผลาญแผ่นดิน
..สิ้นแสงอรุโณทัย...
เพลิงเผ่าไหม้ศรีเทพนคร..บั
ดนั้นอโยธเยศก็สิ้นลง...
กลักทองต้องพื้นพสุธา
พร้อมวิญญาชาตินักรบก็จบสิ้น
ชลนาหยาดสุดท้ายต้องแผ่นดิน
ไฟชีวินมอดมลาย..สลายลง......
........
wlokayb1.jpgKing_Naresuan10.jpgKing_Naresuan47.jpgKing_Naresuan13.jpgKing_Naresuan27.jpgKing_Naresuan20.jpgKing_Naresuan18.jpgKing_Naresuan34.jpgKing_naresuan7.jpgKing_Naresuan8.jpgKing_Naresuan42.jpgPic+005.jpgleelawadee03.jpg				
comments powered by Disqus
  • อรุโณทัย

    6 สิงหาคม 2552 20:24 น. - comment id 1018901

    สวัสดีครับพี่พุด
    แวะมาศึกษาบทกวีและประวัติศาสตร์ของชาติ ครับ
  • เอื้ออารมณ์

    6 สิงหาคม 2552 20:25 น. - comment id 1018902

    ขอบคุณสำหรับผลงานดี ๆ ครับ
  • กวีน้อยเจ้าสำราญ

    6 สิงหาคม 2552 13:09 น. - comment id 1023804

    อ่าน โคลง หรือ กาพย์ ของท่านบรมครู แล้วสุดยอดมากครับ  
    
    และพี่พุดก็บรรยายเรื่องราวได้น่าอ่านมาก  ผมว่าเป็นนักเขียน  ได้แล้วล่ะ  
    
    วันนี้ เริ่มปวดหัวอีกแล้ววว ขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะครับ
    
    ช่วงนี้ หายหน้าหายตาไปบ้านกลอน นาน และบ่อย ด้วยนะครับ ไม่สบาย หรือว่า  งานยุ่งล่ะครับ  เป็นห่วงนะครับ
    
    รักแลเคารพ  พี่สาวแสนสวย  น้ำใจงาม นามพี่พุด  ยอดรักนักไพร  ที่หนึ่งเสมอ
  • พุด

    6 สิงหาคม 2552 13:33 น. - comment id 1023811

    024384.jpgIMG_3977-1.jpg760-20070519124933.jpgpicture158ll0.jpg
    http://www.thaipoem.com/forever/ipage/song510.html
    http://www.thaipoem.com/forever/ipage/song314.html
    แผ่นดินของเรา..บ้านของเรา)
    ................
    
    
    ในคืนที่ฟ้านวลพราว
    ด้วยดวงดาวดาริกาดารารายนับหมื่นพัน
    
    หาก..ไยเล่า...!
    ที่ดูยังพ่ายแสง
    เมื่อเทียบกับแรงรัศมีแห่งความ
    จงรักภักดีทั่วแคว้นอาณาเขตประเทศไทย*แดนสุวรรณภูมิพุทธ*
    ที่..
    พลีพร้อมใจกันน้อมศิระกรานกราบแทบเบื้องธุลีพระบาท
    พระผ่านฟ้าผ่านหล้า 
    เพื่อเทิดพระเกียรติ..ถวายพระพรชัย..
    แด่พระพ่อหลวงแห่งปวงชนชาวไทย
    
    
    เป็นคืน..
    ที่แสนน่าอัศจรรย์ใจด้วยพลังพลานุภาพ
    ที่อาบเอิบไปทั่วทั้งสกนธ์
    จากเหนือจรดใต้
    ที่ฉาบไล้ฉายด้วยพลังรัศมีสีทองจากแสงเทียนผ่องพราว
    นับหลายสิบล้านดวง
    
    
    ภาพผู้คนในแดนดินแห่งพุทธภูมิ
    ที่ต่างร่วมกันจุดเทียนถวายพระพรชัย
    และ..
    ต่างหลอมรวมใจกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อเกี่ยวร้อย
    แสดงความสมานสามัคคี
    ที่..
    มาจากจิตวิญญาณ
    แห่งความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ..ดั่งหยาดน้ำฟ้า
    ดับแล้งไร้ทุกหย่อมหญ้า
    ให้..
    โลกหล้า..สิ้น..ทั้งฟ้าดินสิ้นอินทร์พรหม..ได้ทรงสดับ..
    รับรู้ถึงความกตัญญุตา
    อันเกินกว่าจะหาสิ่งใดมาเปรียบประมาณ..
    
    
    สาวนา...
    นั่งสมาธิตั้งแต่ย่ำรุ่ง
    เพื่อน้อมจิตมุ่งเพียรอธิษฐานจิต
    ให้...ทุก...
    ลมหายใจปัจจุบันแห่งชีวาชีวิตนิดน้อยหนึ่งนี้ที่ยังมี
    
    
    ได้รวมพลังเพื่อตั้งมั่น สร้างคุณธรรม ทำความดี
    ตามรอยพระบาท..ตามรอยพระบรมศาสดา
    ที่..
    สาวนาคนหัวใจซื่อ เชื่อมั่นเทิดศรัทธาไว้เหนือหัว
    ว่าคือสิ่งที่ล้ำค่าเกินกว่าสิ่งใดในหล้าโลกนี้แล้ว 
    
    
    ราวมีดวงแก้วณ..กลางใจ
    ราวมีดวงเพชรไสวลอยนำทาง
    ที่แสนพร่างพรายประกายเจิดจรัสเหนือฟ้าไทย
    ด้วยรัศมีใสฉ่ำเย็น โชติช่วง
    ดั่งดวงแสงทองส่องแสงธรรม
    ให้..
    พบเส้นทางแสนงามล้ำแสนสะอาดสว่างสงบสมถะ..
    
    
    และ..
    เราคนไทยทุกดวงใจ..
    แสนโชคดี สักเท่าไรแล้ว
    ที่...
    ได้เกิดมาพบทั้ง..ร่มฉัตรและร่มพระรัตนตรัย
    ที่..ทั้งกางกั้นทั้งกายใจและจิตวิญญาณ
    มิให้หลงทาง มิให้หลงผิด 
    ใช้ชีวิตสูญเปล่าไปกับกาลเวลา
    ที่คงมิรอท่าเรา ...
    
    นอกเสียจาก..ต้องเริ่มทำทุกสิ่งด้วยความเพียรพลี
    ราวกับทุกเวลานาทีแห่งความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม 
    เพื่อเตือนใจมิประมาท
    
    
    สาวนา..
    หมอบกราบ..รับฟังพระราชดำรัส
    ที่ทรงตรัส เพื่อสร้างมิ่งขวัญ
    กำลังใจแด่ทุกหมู่พสกนิกรไทย 
    ในค่ำคืนที่ผ่านมา
    ด้วยหยาดน้ำตาแห่งความปิติเกษม
    
    พร้อมสัญญากับใจตัวเองว่า
    จะทำความดีพลีถวายตราบชีพนี้จะสิ้น
    อย่างข้าแผ่นดิน อย่างรู้จงรักภักดี
    ให้สมกับที่ได้เกิดมา 
    ในแผ่นดินอันแสนสงบร่มเย็นเป็นสุข
    มาแสนช้านาน ...
    
    
    และ...
    เพื่อให้ผืนดินอันแสนอุดมด้วยข้าว
    ในนาราวรวงทองรวงเพชรพราวยังคงประดับหล้า
    ได้หล่อเลี้ยงผู้คน..มิใช่เพียงคนไทยเพียงนั้น
    หาก..
    ยังได้ส่งไปเลี้ยงผู้คนทั่วโลก ให้มิอดตาย..
    ด้วยพลังแห่งหยาดเหงื่อเลือดเนื้อน้ำตา..แห่งภูมิปัญญาไท
    คนที่..
    ใครบางคนคิดว่าไม่ศิวิไลซ์
    และ...กับแรงควายไทยที่นับวันจะสูญพันธุ์
    
    
    และ..
    หาก..วันหนึ่ง...น้ำมันหมดแผ่นดิน
    คนคงหันมาตระหนักชัด ...ซึ่งก็อาจจะสายเกิน..!
    ฉะนั้น..
    จงร่วมด้วยช่วยกันขวยขวาย
    อย่างที่พระองค์ท่านทรงฝากไว้ว่า
    *ให้เพียรหาพลังงาน
    จากน้ำมันปาล์มมารอทดแทน*
    ให้..
    อย่างน้อยแผ่นดินไทย
    ไม่ขาดแคลนลำบากอย่างนานาอารยะชาติ
    หาก...เราเพียรพยายามเริ่มต้น ..
    
    
    และ..
    นี่คือ..
    พระราชปณิธาณที่มากล้นคุณค่า 
    ที่ทุกดวงใจทุกจิตวิญญาณไทย
    ควรจักสำนึกว่า ช่างทรงมีพระปรีชามองการณ์ไกล
    และ..
    คือพระมหากษัตริย์ไทย ที่ทรงมากล้นน้ำพระทัย
    ที่มิเคยทรงท้อแท้ยอมแพ้พ่ายยอมพลีพระวรกาย
    เพื่อทรงทำสงครามกับความยากจน มาตลอดพระชนม์ชีพ..
    
    
    สาวนา...
    ซึ่งเปรียบประดุจดั่งธุลีหล้า
    จึงได้เพียง...
    สวดมนต์ภาวนาทุกค่ำคืน
    
    ให้ผืนแผ่นดินไทยแผ่นดินทองแห่งผองเรานี้
    ได้ครองสงบสุข พ้นทุกข์วิปโยคจากผองภัยนานา
    ให้..
    ผองชน คนไทยทั้งหล้าได้หันหน้ามาปรองดองกัน
    
    
    ได้รู้ธรรม รักธรรมชาติ
    ฉลาดมีสติปัญญาที่จะใช้ชีวิต
    ให้ได้สถิตพึ่งพาพึ่งพิงอิงโอบเอื้อกันไปตราบจนกัลปวสานต์
    เ
    พื่อ..
    ให้ลูกหลานเหลนโหลนไทยภายหน้า
    ยังได้มีฟ้าธรรม ฟ้าไท..
    คุ้มใจคุ้มร่าง อย่างแสนน่าภาคภูมิใจ...
    เมื่อเอ่ยถึงบรรพบุรุษไทย..อันมิเคยสิ้นสุดยอมพลีเลือดหลั่งทา
    เพื่อรักษาผืนมาตุภูมิอิสรา นี้...เอาไว้ได้ ... เอาไว้ให้....!!!!!
    ..................
    
    
    
    
    
    http://www.thaipoem.com/forever/ipage/song510.html
    แผ่นดินของเรา สันติ ลุนเผ่
    
    แผ่นดิน ของเรา
    ย่อมเป็น ของเรา ชาติไทย
    ใกล้ไกล
    ย่อมเป็น ของเรา ชาติไทย
    เลือดไทยไหลโลม ลงดิน
    ใครหมิ่น ศักดิ์ศรี คนไทย
    ย่อมมีวัน สักวัน ให้ไทย
    ล้างใจ อัปรีย์
    แผ่นดิน ของเรา
    ย่อมเป็น ของเรา อยู่ดี
    ที่ใด ย่อมเป็นของไทย อยู่ดี
    หากเชือดเฉือนไป คราใด
    ย่อมแสน หวั่นไหว ชีวี
    ปฐพี แหลมทอง ช่วยกัน
    คุ้มครองป้องกัน
    
    แผ่นดิน ของเรา
    ย่อมเป็น ของเรา อยู่ดี
    ที่ใด ย่อมเป็นของไทย อยู่ดี
    หากเชือดเฉือนไป คราใด
    ย่อมแสน หวั่นไหว ชีวี
    ปฐพี แหลมทอง ช่วยกัน
    คุ้มครองป้องกัน
    สัก วันต้องคืนกลับมา
    มั่นใจ เถิดหนา
    ขอพลี ชีวารักษาชาติไทย
    ชาติไทยคู่ฟ้า
    เลือดทา แผ่นดิน...
    
    
    
    
    
    
    
    http://www.thaipoem.com/forever/ipage/song314.html
    บ้านเรา สุเทพ วงศ์กำแหง
    
    บ้าน เรา แสน สุขใจ
    แม้จะอยู่ ที่ไหน
    ไม่สุขใจ เหมือนบ้านเรา
    คำ ว่าไท ซึ้งใจ เพราะใช่ ทาสเขา
    ด้วยพระบารมีล้นเกล้า
    คุ้มเรา ร่มเย็น สุขสันต์
    รุ่ง ทิพย์ ฟ้า ขลิบทอง
    พริ้วแดดส่อง สดใส
    งามจับใจ มิใช่ฝัน
    ปวง สตรี สมเป็นศรีชาติ เฉิดฉัน
    ดอก ไม้ชาติไทยยึดมั่น
    หอมทุกวัน ระบือ ไกล
    บุญ นำพา กลับมาถึงถิ่น
    ทรุดกายลงจูบดิน ไม่ถวิลอายใคร
    หัว ใจฉัน ใครรับฝาก เอาไว้
    จาก กัน แสน ไกล ยังเก็บไว้ หรือเปล่า
    เมฆ จ๋า ฉัน ว้า เหว่ ใจ
    ขอวานหน่อยได้ไหม
    ลอยล่องไป ยังบ้านเขา
    จง หยุดพัก แล้วครวญรับฝาก กับสาว
    ว่าฉันคืนมาบ้านเก่า
    ขอยึดเอา ไว้เป็น เรือน ตาย
    
    
    
    
    
    ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม   ขอเดชะ
    
    ข้าพระพุทธเจ้า "สาวบ้านนา"
                          * ๕ ธันวาคม ๒๕๔๘ * 
    
    
    
    พลีแด่น้องกวีน้อย...ที่รัก
    และ....
    ทุกดวงใจไทที่ยังรู้ค่าของคำว่า
    *แผ่นดินของเรา* 
    ร่วมกัน ร่วมฝันนิรันดร..!ค่ะ
    
    เลิกแดงเลิกเหลืองเลิกน้ำเงิน
    เลิกรายการทีวี วิทยุปะทุเดือด
    ให้เลือดพล่านจนกำลังจะปิดม่าน
    ด้วยล้านชีวิตแบบเพื่อนบ้าน
    ที่แสนน่าวิปโยคโสกสะเทือน
    ซึ่งหาได้นำมาเตือนใจฤาก็หาไม่
    
    หวังชนะคะคานกันบนทรากปรักหักพัง
    บนซากศพทบทวี
    บนความสิ้นไร้ปรานี
    มีเพียงคราบอมนุษย์
    
    หยุด...ทำร้าย
    ประเทศไทยที่รัก
    ได้แล้ว
    ก่อนจักสิ้นแสงตะวัน..นิรันดร...!!!!
     
    16.gif36.gif
  • แก้วประภัสสร

    6 สิงหาคม 2552 13:56 น. - comment id 1023816

    อ่านกลอนพี่พุตแล้ว
     ยิ่งรู้สึกหวงแหนและรักแผ่นดินไทยยิ่งขึ้นค่ะพี่
     41.gif41.gif41.gif36.gif36.gif
  • คนบนเกาะ

    6 สิงหาคม 2552 14:24 น. - comment id 1023827

    36.gif  สงสารประเทศไทยเราจัง  ได้ศึกษาประวัติศาสตร์ชาติไทยแล้วซาบซึ้ง
       มาบัดนี้ประเทศของเราจะล่มแล้วฤๅ
  • พุด

    6 สิงหาคม 2552 15:02 น. - comment id 1023858

    lunt2.jpgpicture%5C226255215514.jpg1173752677.jpgtat31.jpg36.gif16.gifเพดานดาว..!
    
    
    http://www.thaipoem.com/forever/ipage/song4258.html
    (ณ..วันนี้)
    ..................
    
    
    ดาราราย..ประคองขับรถอย่างช้าช้า
    ฝ่าฝนพรำสายพรายพลิ้ว..ไปยัง..*อยุธยา*
    เมืองเก่าของเราแต่ก่อน...
    
    และ...
    ก่อนหน้าที่จะมา...
    ดารารายได้จองบ้านพักแบบโฮมสเตย์
    เพื่อมาค้างคืน..นอนเหว่ว้าดายเดียว..ลำพัง
    ริมสายน้ำเจ้าพระยาเอาไว้แล้ว
     
    
    ดาราราย มีความสุขมาก
    จนเผลอครวญเพลงพึมพัมหวานแว่ว
    คลอเคล้าไปกับเครื่องเสียงในรถ
    มาตลอดทาง
    ที่กำลังบรรเลงบทเพลงโบราณ
    ที่เธอแสนชื่นชอบ
    
    
    
    http://www.thaipoem.com/forever/ipage/song225.html
    จุฬาตรีคูณ จินตนา สุขสถิตย์
    
    ข้า แต่ คง คา จุฬา-ตรีคูณ
    ดวงใจข้าอาดูร หนักเอย
    ความ งาม วิไล ข้ามิได้ ปรารถนา
    ข้าชัง หนักหนา เจ้า เอย
    เพราะช-นนี ข้าวิไล
    จึงถูกสังเวยเสียในสายชล ด้วยรักเอย
    จุ ฬา ตรี คูณ ชนนี ชีพ สูญ
    ในสายจุฬาตรีคูณ นี่เอย
    ดารารายเลิศโสภา
    ข้าไม่นำพาเพราะกลัวว่าจะถูกสังเวย
    โปรดสาปขอให้โฉม อันน่าเชย
    สิ้นสวยเลย ไร้ค่า
    ให้ ข้า น่า ชัง สิ้นหวังชื่นชม
    ขอให้ไร้ผู้นิยม นำพา
    ขอ ให้ สม ใจ ใน ปรารถ-นา
    นะจุฬา-ตรี คูณ เจ้าเอย
    
    ดารารายเลิศโสภา
    ข้าไม่นำพาเพราะกลัวว่าจะถูกสังเวย
    โปรดสาปขอให้โฉม อันน่าเชย
    สิ้นสวยเลย ไร้ ค่า
    ให้ ข้า น่า ชัง สิ้นหวังชื่นชม
    ขอให้ไร้ผู้นิยม นำพา
    ขอ ให้ สม ใจ ใน ปรารถ-นา
    นะจุฬา-ตรี คูณ เจ้าเอย.
    ....................
    
    
    
    ดารารายชอบฟังเพลงนี้
    เพราะคือที่มาแห่งชื่อเธอ..จากบทละคร
    และ
    บทหนังอันแสนโด่งดังในอดีต
    
    ดารารายรู้สึกสงบใจ
    ในท่ามม่านฝนหม่นมัวสลัวรางรายรอบ
    ราวล้อมกรอบให้เธอดูราวลูกนกหลงทาง
    อย่างแสนอ้างว้างใจ..
    ราวกับหลงอยู่ในอ้อมไพร..*เมืองในหมอก*
    
    
    หยาดน้ำตานางฟ้า
    กำลังพร่างพรมคลี่คลุมไปทั่วผืนนา
    พาให้ราวแพรไหมพลิกพลิ้ว..
    ยามต้องพายุพัดระบัดไหวไกวผ่าน
    
    
    
    เครื่องปรับอากาศในรถ
    กำลังผสานกับมวลอากาศหนาวภายนอก
    บอกให้รู้ว่าร่างเธอ กำลังหนาวเยือก
    เธอค่อยๆคลี่ผ้าคลุมไหล่
    ด้วยพราวไหมใยยวงผืนนวลนุ่มงาม
     ที่ตามติดชีวิตเธอเสมอมา  ในทุกยามเดินทางไกล
    
    
    เครื่องปัดน้ำฝน...ยังคงทำงานอย่างช้าช้า
    ในขณะที่เธอต้องลดระดับความเร็วของรถลง
    เพราะทัศนวิสัยข้างหน้าดูช่างพร่ามัว
    ราวมีหมอกเมฆจนมองแทบไม่เห็นทาง
    
    
    คำเตือนคำสอนของแม่พลันผุดพร่าง
    ราวพระเบื้องบนรับรู้คอยช่วยปกป้องดูแล
    *อย่าขับรถฝ่าพายุฝนนะลูกรัก
    เพราะอันตรายนัก
    ถ้าเป็นไปได้ หาที่หลบฝนก่อน
    อย่ารีบร้อนจะไป
    
    
    จำได้ไหม...
    ญาติเราเสียชีวิตหมู่ที่ประจวบคีรีขันฑ์
    เพราะพายุ 
    ทั้งๆที่รถแสนมีประสิทธิภาพ ยังป้ายแดงอยู่แท้ๆ
    แต่แพ้ถนนลื่นและทัศนวิสัยไม่กระจ่าง
    จำคำแม่ไว้นะ..ลูกรัก..หาที่พักริมทางก็ยังดี..*
    
    
    
    เธอ..คนดีจึงมีสติไหวทัน 
    ราวสวรรค์คอยปรานีเสมอมา
    ค่อยๆประคองขับช้าช้า..
    เพื่อหาที่พักริมทาง
    หาร้านกาแฟสักร้านหลบฝน.....
    
    
    
    แล้ว..
    นั่นไง..เธอเห็นแล้ว
    ร้านกาแฟ ในฝัน..*บ้านไร่กาแฟ*
    
    ที่เจ้าของคนขยัน
    ชื่อแสนงามนามว่า*สายชล*
    
    เป็นสถาปนิกลูกผู้ชาย..
    ที่มีไอเดียบรรเจิดพริ้งพรายมาก
    ได้เนรมิตใช้ความฝันพรสวรรค์พรแสวงเฉพาะตัว
    บวกความมีวิสัยทัศน์กว้างไกล
    
    
     และ..
    กับ..ไอเดียแสนงาม
    ได้ออกแบบร้านกาแฟให้แลดูแสนแปลกตา
    ในลีลาเอียงกระเท่เร่ แบบ เท่ห์ อย่าบอกใคร
    
    ที่ในวงการสถาปนิก
    ต่างยกนิ้วให้ ที่กล้าใช้ความคิดแปลกใหม่
    มารับกับโลกาทันสมัย
    โลกกาแฟให้แสนทันเหตุการณ์ทันยุค
    
    
    
    แถมการออกแบบภายใน
    ยังมีไอเดียให้สายน้ำค่อยๆพร่างริน
    ผ่านกระจกเงา 
    ราวกับให้เรานั่งทอดทัศนาฟ้าฝนในทุกฤดูกาล
    ยามผ่านพบแวะมาพัก 
    หลังจาก
    ขับรถมาอย่างเมื่อยล้าเหนื่อยล้าเป็นระยะทางแสนไกล
    ไม่ต้องหลับใน 
    เสียชีวิตไปในอุบัติเหตุมากมีมากมายตามท้องถนนหลวง
    
    
    
    ในร้านมีขนมอร่อยล้ำ...
    ที่ดารารายติดใจคือเค้กส้มหอมอร่อยนุ่มลิ้น
    และ...
    แสนคุ้นคอกับกาแฟบางยี่ห้อ
    ที่รสดี..แสนกลมกล่อมหอมอวลไปไกล 
    ให้อารมณ์คนรักกาแฟ..กาแฟ..แสนละไมละมุนลิ้นยามลิ้มลอง
    
    
    
    ดารายราย..ประคองรถจอดชิดขอบทาง 
    ชิดใกล้ร้านอย่างที่สุด
    ก่อนที่...
    จะควานหา เสื้อกันฝนสีเหลืองมะนาวสด
    แสนเปรี้ยวจิ๊ดตัวเจ็บ 
    ที่กันน้ำฝนและเหน็บหนาวได้อย่างดี
    
    เพราะ
    ทำมาจากผ้าพลาสติกเนื้อหนา
    ที่เย็บละเมียดมาจากเมืองนอก
    
    
    เสื้อฝนแสนรักนี้
    มีที่มาจากเพื่อนคนดี
    ที่พลีชีวิตไปแต่งงานกับคนญี่ปุ่น
    และ...
    รักดารารายรู้จักดาราราย
    มาตั้งแต่สมัยอยู่เมืองนอกด้วยกัน
    
    คนที่...
    บอกว่าเสื้อฝนตัวนี้นั้น
    แสนเหมาะกับเธอเป็นที่สุด
    ตรงที่
    เธอคนดี คนนี้ ที่ชื่อดารารายไม่ชอบกางร่ม
    ไม่ชอบใช้ร่ม 
    เพราะกลัว..
    ต้องมัวพะวงกับกระโปรง
    จะเปิด..เปิ๊ดสก๊าดให้วาบหวามหวิวหวั่น
    ให้ฝันหายให้อะร้าอร่ามงามแง่ ไปถึงไหนๆ
    
    แบบภาพประวัติศาสตร์ของ
    นางเอกหนัง มาริลีนมอนโรว์
    ผู้แสนโชว์ความเซ๊กซี่..ที่หามีไม่แล้ว..
    
    
    และ
    เพราะมีหมวกแสนเท่
    เก๋ตรงที่สาวไทยไม่นิยมใส่
    
    เวลาเธอใส่ไปไหนๆในยามฝนตก
    จึงมีแต่คนเหลียวมองแทบตกคลองคู
     คอยจ้องดูให้แน่ใจว่ามิใช่ตำรวจ
    หรือช่างประปามาสำรวจดูอะไรข้างทาง
    
    
    
    เธอ..ก้าวลงมาจากรถอย่างรวดเร็ว
    เพราะ
    กลัวพายุฝนที่กำลังกระหน่ำหนักขึ้นๆ
    พาร่างในเสื้อฝนสีสดสว่าง
    กระจ่างแจ่มไปทั่ว 
    ลงมายืนให้ฝนหยดรั่วในร้านพราว
    ในท่ามแขกน้อยคนที่เธอยังมิทันใส่ใจสังเกต
    
    
    
    เด็กในร้าน...รีบเข้ามารับเสื้อไปแขวนให้
    พร้อมกับ..
    รีบยื่นผ้าเช็ดตัวผืนเล็กสีขาวให้.
    อย่างว่องไวและมีน้ำใจไมตรี
    
    
    
    เธอ..กล่าวคำขอโทษ
    กับเรื่องน้ำฝนที่ทำให้พื้นร้านเปียก
    หากทว่า...
     ด้วยรอยยิ้มไมตรี 
    
    ใบหน้าที่ได้รับการอบรมมาอย่างดี
    ให้มีน้ำใจช่วยเหลือแขก...ของเด็กในร้าน...
    ทำให้เธอรู้สึกดี
    เธอ..จึงพลียิ้มหวานๆให้อย่างขอบคุณ
    
    
    และ
    นึกชื่นชม คุณสายชล
    ที่ช่างอบรมพนักงานได้อย่างดี
    และ
    ยังมากมีสิ่งละอันพันละน้อยในหลายเรื่องราว
    ที่เขาคนนี้ พลีฝากไว้
    อย่างคำสอนใจที่แก้วกาแฟ
    
    และ..
    คือราวเรื่องแสนงามนิยามแสนดี
    ที่เป็นนิมิตรหมายแห่งเชิงชั้นธุรกิจ
    ที่ยังยอมอุทิศคืนประโยชน์กลับให้สังคมบ้าง
    
    
    
    เธอ..สั่งกาแฟ รสประจำ แม้แพงแสน
    เพราะคิดว่านานๆครั้ง
    และ..
    แสนคุ้มค่ากับบรรยากาศกับการบริการ
    กับที่พักยามเดินทาง
    ยามเมื่อยล้าเพื่อพาตัวเอง
    ให้กลับบ้านได้อย่างปลอดภัย
    ของนักท่องเที่ยวทั่วไทย 
    อย่างแสนน่าประทับใจ
    อย่างไม่ต้องไปเสียงภัยภยันตราย
    
    
    
    และ
    ในคลองตาช่างงามแปลกดีจัง..
    ยามเมื่อเธอแหงนเงย
    เห็นต้นปีบ ใบระยิบ...
    
    ที่กำลัง..
    ปลิดปลิวลิ่วลอยควะคว้างพร่างพร้อยพวงดวงดอก
    ค่อยๆร่วงพราวลงมา
    ยังพื้นหญ้าริมชายคากระท่อมกาแฟ
    ที่ยังสดฉ่ำ...
    จากกระจกบานกว้างที่กางกั้น
    กลิ่นกลีบกลางเกสร มิให้อวลหอมงามมาถึงนี่
    
    
    
    ที่ที่เธอทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้สตูล..
    ที่หมุนไปมาได้
    และ..
    อยากไปเคลียไคล้เชยชิด ไปหยิบมาเสียบแซมผม
    ให้กมลกรุ่นละเมียดละมุน..
    
    
    ดาราราย.. ค่อยๆคลี่ปอยผมเปีย
    ที่มีหยาดน้ำฟ้าเคลียแก้มออก
    ด้วยกลัวเปียกชื้น..จะเป็นหวัด
    
    แล้ว..
    ค่อยๆใช้ผ้าขนหนูสีขาว
    คอยซับพราวหยดน้ำ ก่อนที่จะไม่สบาย
    แล้ว...ปล่อยให้สยายรุ่ยร่ายรุงรังไปทางเบื้องหลัง
    
    
    
    เธอ..
    หันหลังหมุนตัวไปตามเก้าอี้..
    และ..
    นาทีนั้น..
    พลัน...สายตาสะดุดหยุดลงที่ร่างๆหนึ่ง
    
    สุภาพบุรุษ ผิวคร้ามแดด
     ในชุดกางเกงลำลองสีขี้ม้า เสื้อยืดสีขาว
    ผมตัดเกรียนสั้น เผยให้เห็นต้นคอที่คล้ำแดด 
    
    
    เขากำลังจ้องมองดูเธออย่างนิ่งงัน..
    และ...!
    อย่างช้าช้า
    เธอเบือนหน้ากลับมา..ด้วยความรู้สึกแสนแปลก
    
    *สบตากันชั่วแวบ*
    หากราวมีกระแสพลัง..
    เสมือนราวเคยอธิษฐานจิตภาวนามาแสนนาน
    ให้ได้มาพานพบกัน
    
    ให้ใจเธอดวงเหว่ว้า แปลบปลาบ
    ราวมี  แสงไฟแวบไหลผ่านร่าง
    ราวใจเธอจะวูบวับ อย่างมิอยู่กับเนื้อกับตัว
    
    
    
    ดวงตา..สีสนิมเศร้า...แสนโศก 
    ดูนิ่งงันเงียบงาม
    ราวท้องทะเลสีอำพันแสนลึกล้ำ 
    ที่ซ่อนบางสิ่งอยู่ณ..ภายใน
    ยากเย็น หากฟ้ามิเป็นใจ ที่ผู้ใดจะหยั่งถึง 
    
    
    เขายิ้ม..นิดนิด 
    และ..ก้มศรีษะทายทักเธออย่างมีมารยาท
    ตรงหน้ามีถ้วยกาแฟสีสวย
    ควันหอมกรุ่นหมุนวงลอยคว้าง
    
    
    และ...
    ด้วยความฉลาด...พอที่จะรู้ว่า
    เธอคนดี กำลังเขินอาย
    กับผมอันเปียกลู่ดูรกร่ายรุงรังราวนางไม้
    นางพรายตานี....
     
    เขาจึงค่อยๆเบือนหน้ากลับไป
    ไม่ยอมให้ผู้หญิงในชุดดำ
    ที่เผยไหล่ล้ำให้เห็นผิวพรรณผ่องผุดดั่งหยาดน้ำผึ้งรวง
    รู้สึกอึดอัด..
    
    
    
    เธอ...พยายามรวบผมให้เข้าที่เข้าทาง
    และ...
    กับแสงเรื่อรางในร้านกับพรายฝนพรำ
    ทำให้แก้มอิ่มนั้นเริ่มมีสีสันราวส้มสุก
    
    เธอ..จิบกาแฟช้าช้า 
    อย่างละเมียด..
    ให้ความอุ่นลิ้น
    กลิ่นหอมกาแฟค่อยๆซึมซาบ ปลุกให้มีพลังชีวิตชีวา
    กับนาทีแห่งการรอ..รอ และรอฝนหยุด
    
    
    เขา...คงไม่อยากให้บรรยากาศอึดอัด
    กับการนั่งนิ่งเงียบ...
    จึง...เริ่มบทสนทนาอย่างงดงามอ่อนโยน
    น้ำเสียงที่แสนนุ่มนวลชวนฝันสำหรับสาวๆ
    ในโลกปัจจุบันที่ช่างแสนหายากยิ่ง
    
    ที่สุภาพบุรุษทุกวันนี้
    มักลืม  ทิ้งกิริยาและการอบรมที่ดี
    ไม่มีการเจรจาพาที
    ด้วยความอบอุ่นเอ็นดูกับเพศแม่อีกเลยแล้ว
    
    
    
    *ฝนคงตกนานนะครับ
    ไม่ทราบว่าคุณจะต้องเดินทางไปอีกไกลไหม..
    ผมกำลังจะไปอยุธยาครับ แต่ไม่อยากฝ่าพายุแรง
    
    ตั้งใจจะไปที่วัดมเหยงค์ครับ
    ผมสัญญากับหลวงพี่ไว้ว่าจะไปถวายร่มในพรรษาครับ..*
    
    
    
    เธอ..
    เลิกคิ้วประหลาดใจ..
    
    *ค่ะ..เช่นกัน..ฉันก็จะไปอยุธยาค่ะ
    ฝนแรงก็เลยหยุดพักก่อนค่ะ
    กลัวต้นไม้กิ่งไม้ล้มลงมาด้วยค่ะ*
    
    *ส่วนมากทุกวันหยุดวันว่าง
    ฉันชอบขับรถเพลินๆมาตามเส้นทางสายข้าว
    มาดูสายน้ำเจ้าพระยาและโบราณสถานค่ะ
    
    ฉันผูกพันกับที่นี่ กับวัดวา ปรางค์ปราเจดีย์
    มาทีไร ก็น้ำตาไหลทีนั้นค่ะ
    ฝันเศร้าเลยละค่ะ
    แต่ก็ยังเวียนวนมาบ่อย
    ด้วยแรงรักมังคะ...*
    
    
    
    เขา..ยิ้มเอ็นดูกับคำพูดเธอ
    ผมชอบ..อยุธยาเหมือนกันครับ
    หาเหตุผลไม่ได้ 
    ราวกับว่ามีพลังเร้นลับคอยเรียกร้อง
    สงสัยชีวิตผม...
    คงต้องเคยเกิดมาเป็นคนโบราณผ่านภพแน่ๆเลย
    
    
    
    และ..
    ที่สำคัญคงเป็นชายเชื้อชาติทหาร
    เพราะทั้งตระกูลผม 
    พลีชีพรับใช้แผ่นดินมาแสนยาวนานมากแล้วครับ
    สายเลือดไม่ทิ้งแถวแนวรบเลย*
    ว่าแล้วเขาหัวเราะตลกกับคำตัวเอง...
    
    
    *คุณ..รู้จัก..วัดมเหยงค์มั้ยละครับ
    พิกุลงามมาก และมากมีพันธุ์ไม้เลยครับ
    
    ผมชอบพิกุล
    เพราะเป็นดวงดอกไม้โบราณและหวานหอมมาก
    ผมเห็นพิกุลร่วงทีไร 
    คิดนึกย้อนไปในหนหลังสมัยราชธานี
    ยังสะพรั่งด้วยยอดเจดีย์ระดะทองเลยครับ
    
    
    
    คิดถึงภาพนางในวัง 
    ห่มสไบตาด..สไบทอง..คงงามมาก
    และ..
    คงงามมลังเมลือง
    แค่มีสักนางเสียบแซม..แตะแต้มผมให้หอมพราวด้วย
    ดาวดวงดอกพิกุลพราย ลายแฉกพราวพร้อยร้อยรัด นะครับ...*
    
    
    
    เธอ..เริ่มทึ่ง พึงใจในบทสนทนา ที่แสนแปลกนี้
    ผู้ชายอะไร ...
    เธอพิศเธอคิด
     *ภายนอกดูแสนแข็งแรงและราวเงียบงัน 
    
    หากทว่า...
    ภายในจิตนั้นแสนไสวพร่าง
    ด้วยความอ่อนหวานละมุนละม่อม
    รู้คิดถึง..
    ดวงดอกพะยอมหอมพลีไกล
    แบบพิกุลไพรพิกุลแกมเกศแก้วกุดั่นดวง
    
    
    ค่ะ..ฉันรู้จักมเหยงค์ดีค่ะ
    ฉันเคยไปบวชชีพราหมณ์ที่นั่นค่ะ
    และ..
    แสนรู้สึกดีมาก..ประทับใจมาก
    ฉันรักดอกพิกุลเช่นกันค่ะ
    และ
    รักต้นสาละที่ดอกหอมพราวเลยค่ะ
    ริมชายคาสถานปฎิบัติธรรม
    ที่เราไปสวดมนต์ทุกเช้าค่ำหน้าพระพุทธองค์ใหญ่ค่ะ
    บรรยากาศสุขสงบมากค่ะ*
    
    
    *และ...
    ทุกเช้าและพลบค่ำ
    ฉันจะนำพวงดอกไม้..มาลัย..บัวบูชา
    ไปกราบกราน ณ..เบื้องหน้าพระประธานในโบสถ์คร่ำค่ะ
    และ
    เดินจงกรม ในนั้นลำพังอย่างเงียบงามค่ะ..*
    
    *ฉันคงไม่จำเป็นต้องอธิบาย
    ความงามสุดบรรยายที่นั่นดอกนะคะ
    ว่างามมลังเมลืองอย่างไร
     ในท่ามกลางซากปรักหักพังร้างไร้*
    
    
    โบสถ์..
    ที่มีเพดานดาวพราวพรายระยิบในยามค่ำ
    โบสถ์ที่มีเสาหินใหญ่มาก
    และราวทายท้าพลังอำนาจแห่งความเร้นลับ
    มานานนับเนื่องหลายร้อยปี*
    
    
    โบสถ์ที่ทุกคราที่มีศึก
    * พระนเรศวรมหาราช *
    จะพาทหารมาสวดพระคาถาพาหุงพลีบูชา
    เทพยดาฟ้าดิน
     และ
    สักการะบูชาเซ่นสรวงแด่ดวงวิญญาณบรรพชน
    ทหารทุกคนต้องมาดื่มน้ำพระพิพัฒน์สัตยา ณ..ที่นี่
    มาน้อมพลีเลือดเพื่อยอมหลั่งรินมิสิ้นสาย 
    ยามต้องพรายพลัดพรากจากบ้านจากเมืองไปกรำศึก
    
    
    ไปรำลึกถึงความดี
    ความรักแผ่นดิน
    ที่มิเคยสิ้นสายธารวีรกรรม
    แห่งวิญญาณอันแสนกตัญญุตา 
    ที่ยอมเทิดหล้า แลกเลือดเนื้อ
    เพื่อพลีปกบ้านป้องเมือง
    ไว้ให้มาถึงเราลูกหลานเหลนโหลนไทยในภายหน้า
    ให้ได้แสนภาคภูมิ ปิติใจ และได้หยัดยืนอย่างทรนง
    คงค่าคำว่าไท ไทย มาจนถึงทุกวันนี้ค่ะ*
    
    
    
    *ขอโทษ..นะคะฉันเล่าเสียยาวค่ะ
    เพราะรักและผูกพันมากับผืนดินนี้ค่ะ
    และ
    ที่ฉันรู้สึกแสนดีคือนานๆที
    จะพบเจอคน
    ที่ราวมีดวงจิตวิญญาณราวผ่านภพมาด้วยกันค่ะ*
    
    
    
    *คุณทราบมั้ยค่ะ
    ในคืนค่ำวันราตรีมาฆดวง..ที่ผ่านมา..
    คืนนั้นเป็นคืนในหอมห้วงแห่งดวงชีวิต
    ที่จักสถิตแนบแน่นเป็นความทรงจำ
    ไปกับดวงวิญญาญ์ฉันตราบวันตายค่ะ..*
    
    
    คืนที่ฟ้าพรายพราวส่องแสงระยิบระยับ
    จันทร์จรัสทอทองรัศมีทรงกลด
    เหนือฟ้ามเหยงค์เหนือโบสถ์คร่ำ
    
    ที่มีพระสงฆ์ใในจีวรเหลืองอร่าม
    นั่งอยู่ในท่ามแสงเทียนทองทอพราว
    
    
    ที่มีเรา  สี่แม่ชี..พลีจิต
    กำลังอุทิศบทสวดมนต์อธิษฐานภาวนา
    ด้วยเสียงหวานเศร้าสะเทือนหล้าก้องฟ้าอยุธยา
    ราวพลีน้ำตาหลั่งริน
    สังเวยมิสิ้นวิญญาณบุญบรรพชนคนหาญกล้า
    ให้มาร่วมรับรู้ 
    ทั้งหมู่ทวยเทพไท้ เทวดาและ
    หมู่คนธรรพ์มากมี 
    
    
    เราได้พร้อมพลีจิตสักการแล้ว...
    ให้ใจดวงแก้วดวงทองของเรา
    ได้หลุดพ้นพันธนากรรม
    ราวบัวบูชา
    ได้พ้นโคลนตมหล่มรัก
    
    ได้หอมห่มธรรมมาน้อมนำพาชีวิตลอยล่อง
    ท่องไปสู่แดนดินสุขาวดี 
    และแดนที่ครองสุขว่าง ไปตราบชั่วนิจนิรันดร์ค่ะ*
    
    
    เขา..นิ่งงันกับคำงาม
    ในร่างผู้หญิง
    ที่ดูแสนอ่อนหวานบอบบางอย่างคาดไม่ถึง
    โลกหนอโลก..โชคหนอโชค..
    
    
    แล้ว..
    วันหนึ่งก็มาถึงจนได้
    ให้หัวใจลูกผู้ชายชาติทหารอย่างเขา
    แสนอ่อนไหวอ่อนหวานยามได้พบเธอ..
    ผู้หญิงแปลกหน้า..
    
    
    ที่ราวกับว่าได้รู้จักกันมาแสนนาน
    และกับ
    นาทีนี้ทั้งพาแปลกใจ
    แปลกคิดแสนพิเศษพิสุทธิ์ 
    จนเขาอยากจะหยุดโลกชะลอ
    ให้นานนาที ไม่ให้คนดีพรากลาเร็วเกินไป...
    
    
    
    คุณ..ครับ...
    ผม..ดีใจนะที่ได้รู้จักและพบคุณ
    ได้แลกเปลี่ยนทัศนะกัน
    ผม...ฝันมานานแล้วที่จะได้พบใครสักคน
    ที่มีดวงกมลคิดแบบเดียวกับผม
    
    ผมคิดว่า..วันนี้นาทีนี้ ผมพบแล้วครับ
    
    
    คนที่..
    ผมรอคอยมาแสนนานราวชั่วกาลกัปป์กัลป์เลยทีเดียว
    หากคุณไม่รังเกียจ..นี่ครับนามบัตรผม..
    
    หวังเราจะเป็นมิ่งมิตรกันได้ยาวยืน
    ในโลกโลกาภิวัฒน์นี้
    ที่มากล้นไปด้วยกระแสแห่งความคลั่งวัตถุนิยม
    หากแล้ว
    หัวใจทุกคน
    ก็มักพบแต่ความระทมตรอมตรมมิมีที่สิ้นสุด
    
    เพราะ...
    แท้จริงแล้วไซร้
    ความสุขนั้น..อยู่ในนี้ครับที่จิตใสใจเราเอง...
    
    
    
    ฝนหยุดตกแล้ว
    สักพักเราคงต้องไปต่อ...
    ผมจะขอโอกาสคุณรอพบคุณที่วัดนะครับ
    
    เราถือโอกาสเป็นกัลยาณมิตรธรรม
    ไปสวดมนต์ภาวนาอธิษฐานจิตน้อมนำ
    ไปไหว้พระด้วยกันที่วัดไชยวัฒนารามก่อนก็ได้
    ไปดูสายน้ำเจ้าพระยากัน
    
    และ..
    ผมจะพาคุณเดินผ่านลานลั่นทม 
    ที่เชื่อว่าคงรอพบคนงามอย่างคุณอยู่เป็นแน่
    
    
    แล้ว...
    ไปถวายมาลัยบูชา
    กราบพระพุทธที่โบสถ์คร่ำที่วัดมเหยงค์กันนะครับ
    ไปรำลึกถึงความหลังแสนงามในยามค่ำของคุณ
    
    
    ผม...จะคอยเคียงข้างเป็นเพื่อนคุณ
    เป็นองครักษ์พิทักษ์คุณ
    ให้คุณได้ใช้เวลา
    กับ
    จิตใสใจดั่งดวงดอกแก้วหอมกรุ่นของคุณนานๆณ..ที่นั่น
    
    
    แล้ว..
    เราจะรอดูพระจันทร์ดวงกลม
    ที่ทรงกลดสดสีทอรัศมีดาวพรายพร่างพราว
    ราวเพดานดาราราย 
    คล้ายราตรีก่อนเก่า
    ให้คุณได้รำลึกนึกย้อนรอย
    คงงดงามมากนะครับ...
    
    
    
    แล้ว
    ผมจะขับรถไปส่งคุณให้ถึงที่พักแรม
    อย่างมิให้เหลือบยุงริ้นไรไต่ตอมเลยละครับ
    นี่คือคำสัญญาของมิ่งมิตรหน้าใหม่  
    ของลูกผู้ชายชาติทหารครับ
    หวังคุณจะรับคำและเมตตา...*
    
    
    
    เธอ..ยิ้มขำในทุกคำพูด
    ที่แสนดี ที่เขาพลีให้
    อย่างแสนน่าภาคภูมิใจ
     ในน้ำใจ ในไมตรี ในงามดีงามใจ
    ในระหว่างคนสองคน
     
    ที่คือ การเริ่มต้นอันแสนงดงาม ในท่ามโลกแล้งไร้
    สิ้นความศรัทธาไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน
    มิยอมปันพลีเผื่อแผ่แด่ผู้ใด
    
    
    *ค่ะ..ตกลง
    นี่ค่ะเบอร์มือถือค่ะ หากหลงทางกัน
    นะคะ..แล้วพบกันค่ะ 
    ที่นัดหมายค่ะวัดไชยก่อนนะคะ*
    
    ว่าแล้วเธอก็เดินนำหน้า..
    พาร่างขึ้นรถเคลื่อนออกช้าๆ
    
    
    ก่อนที่..
    จำต้องหยุดรถอีกครา
    เมื่อ..
     เขาคนดีมาโบกมือ..ขวางหน้ารถไว้ให้..ชะลอ
    พร้อมกับ..
    ที่เธอไขกระจก...และ...พบบางสิ่งในมือเขา
    
    
    
    *ช่อดอกปีบแสนหอมพราว
    รวมรัดร้อย*อยู่ในมืออันอบอุ่นแข็งแรงของเขา
    
    ที่กำลังค่อยๆยื่นส่งให้อย่างช้าช้า
    และ
    ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน...
    
    
    
    
    ตาสบตา..นิ่งนาน....!
    ฟ้าและดินเป็นพยาน...
    โลกหยุดหมุน......
    ในท่ามหอมละมุนของดวงดอกปีบ
    และ..
    ในหอมห้วงแห่งสองดวงใจ...
    รอพลีพร้อมเป็นหนึ่งเดียว..!!
    
    ..........................................
    
    
    
    
    
    
    http://www.thaipoem.com/forever/ipage/song4258.html
    
    ญ ...ดังมี สิ่งใดมาดลใจฉัน
    ดังใจ โอ้เอยเฝ้าคอยเธอนั้น
    นานแสนนาน ฮืม
    จึงมาเจอกัน
    คล้ายบางสิ่งผูกพัน
    ร้อยใจเราร่วมกัน
    ช ...ดังมี สิ่งใดมาดลใจฉัน
    ดวงใจ โอ้เอย มีเพียงเธอนั้น
    นับวัน ฮืมจนแรกเจอกัน
    ใจฉันเพียงต้องการ แต่เธอตลอดมา
    ช ...ฝากคำสัญญา ฝากวาจา
    รักเธอไม่เสื่อมคลาย
    ญ ...หมื่นพันสัญญา
    ร้อยวาจา หนึ่งเดียวที่เข้าใจ
    ช ...รอคอย ผ่านวันเนิ่นนานเพียงไหน
    ญ ...คืนวัน ผ่านไปไม่มีความหมาย
    พร้อม นับวันนี้เธออยู่ภายในใจ
    และหวังเพียงได้ครอง
    รักจนตราบนานตลอดไป
    
    ช ...ฝากคำสัญญา ฝากวาจา
    รักเธอไม่เสื่อมคลาย
    ญ... หมื่นพันสัญญา
    ร้อยวาจา หนึ่งเดียวที่เข้าใจ
    ช ...รอคอย ผ่านวันเนิ่นนานเพียงไหน
    ญ.... คืนวัน ผ่านไปไม่มีความหมาย
    
    พร้อม... นับวันนี้เธออยู่ภายในใจ
    และหวังเพียงได้ครอง
    รักจนตราบนานตลอดไป
    นับวันนี้เธออยู่ภายในใจ
    และหวังเพียงได้ครอง
    รักจนตราบนานตลอดไป.
    
    1.gif16.gif
    น้องแก้วประภัสสร ที่รัก
    
    พี่พุดพลีกำนัล
    แด่น้อง
    ด้วยเรื่องงดงาม
    *เพดานดาว*
    เรื่องนี้..
    พี่พุดมีแรงฝันบันดาลใจจาการ
    ไปปฏิบัติธรรมที่วัด*มเหยงค์*
    มีอยู่คืนหนึ่ง
    ที่พระภิกษุนำพวกเราไปสวดมนต์
    ที่โบสถ์คร่ำ
    แต่โบสถ์ที่ว่านี้ไม่มีเพดานค่ะ
    เพราะ..
    กาลเวลาคงพาให้สึกกร่อนไปตาม
    ธรรมชาติ 
    มีเพียงเสาปูนกลมที่กระเทาะออก
    กับพื้นหินแผ่นโตโต
    กับ
    พระพุทธรูปทองคำสุกปลั่งมลังเมลืองค่ะ
    
    ในท่ามเสียงสวดมนต์อันก้องกังวาน
    ราว..
    กับจักให้ลอยผ่านฟากฟ้า
    ที่ดวงดารารายกำลังระดะดวง
    สุกใสส่องแสงพร่างพรายนั้น
    ให้
    ไปถึงสวรรค์สรวงแดนดวง
    แห่งปวงเทพยดาฟ้าดิน
    ได้ทรงสดับ
    มาร่วมอนุโมทนาสาธุด้วยนั้น
    
    พลันดวงจิตพี่พุด
    ที่เคยได้รับฟังมาว่า
    ณ มหาวิหารโบราณ
    สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้นั้น
    ทุกคราครั้งที่พระองค์จะทรงกรำศึกหนัก
    
    สมเด็จพระนเรศวร
    จะนำทหารกล้า
    มาร่วมดื่มน้ำพระพิพัฒน์สัตยา
    สาบานตนเพื่อลาไปออกรบค่ะ
    
    ดวงจิตพี่พุด 
    ณ ราตรีเพ็ญพูนดวงนั้น
    จึ่งราวย้อนนิมิตตาม
    เห็นความศรัทธาความกล้าหาญ
    ของชายชาญชาติอาชาไนย
    และ
    ปิติเกษมใจ
    ในงามสิริมงคลนั้น
    จนพลันเกิดขนลุกซู่
    เกิดความรู้สึกรักชาติศาสน์กษัตรา
    บรรพชนผู้กล้า
    และ
    มีความสำนึก
    กตเวทิตาต่อแผ่นดินแม่
    อย่างเปรียบประมาณมิได้
    และ...
    เมื่อกลับมา
    จึ่งได้เพียรรจนาเรื่องงามนี้ขึ้นค่ะ
    ด้วยดวงใจอันแสนไสวเกษม
    สว่างพร่างพราย
    ดั่งดาวราย
    ในท่ามราตรี
    ที่เพดานโบสถ์นั้น
    ก็กำลังสะพรั่งพรึบ
    ด้วย
    ดารารายพรายรัศมีเฉกเช่นกัน
    
    พากัน
    จรดแย้มแต้มนวลใจและในนวลนภา
    อันแสนยิ่งใหญ่ศรัทธาอันหาที่เปรียบประมาณ
    มิได้ค่ะ
    
    ขอพลีแด่น้องๆให้เพียรอ่านให้จบ
    และ
    หากบทความเรียงนี้
    จะสามารถรัดร้อยให้ทุกสร้อยสายใจ
    ได้ไหวครวญถึงบทเรียนที่แสน
    วิปโยคโศกสะเทือน
    
    หากคุณความดีมีอยู่บ้าง
    ก็ขออนุโมทนา
    ให้ทุกดวงใจในร่มรัก
    อย่าลืม...
    นำไปเตือนจิตสอนใจ
    ให้...
    อย่าลืมหลงในวังวนแห่งวัฏฏะ
    โศกนาฏกรรม
    อีกคราครั้งเลยค่ะ
    
    ด้วยรักมากมายค่ะ
    
    36.gif16.gif
  • พุด

    6 สิงหาคม 2552 15:21 น. - comment id 1023870

    36.gifหอม..หอม....อวล..นวล ดอกโศก..!
    
    3249_b1_061013212230.jpg
    http://www.geocities.com/SoHo/Cafe/2277/0508.htm
    http://www.geocities.com/SoHo/Cafe/2277/1314.htm
    
    
    
    อาทิตย์อัสดง...
    เหนือปรางปราเจดีย์วัดชัยวัฒนาราม
    
    กลางลานศิลา....
    เบื้องหน้าพระพักตร์พระพุทธประธาน 
    แสงสุริยากระทบร่างสล้างราวรูปสลักสีทอง
    ที่ผ่องพรายในท่านั่งสมาธิเงียบงามนิ่งงัน
    
    เธอ...
    สวดมนต์เสียงดังก้องไปทั่วทั้งฟากฟ้า
    ราวให้..
    เทพยดาฟ้าดินสิ้นทั้งอินทร์พรหม
    ได้มาร่วมมารับรู้รับฟังเป็นสักขีพยาน..!
    
    
    
    เสียงทรงพลังด้วยมนต์ขลังศักดิ์สิทธิ์ศรัทธา
    ดังสะท้อนสะเทือนไปทั่วทั้งคุ้งโค้งน้ำป่าสัก..
    
    ที่ไหลระริน ระริน มิสิ้นสาย..
    ผ่านวัดพนัญเชิงวรวิหาร วัดพุทไธสวรรค์
    ก่อนที่จะผ่านมาณ..ที่ตรงนี้..วัดชัยวัฒนาราม
    ที่..
    ยามนี้กำลังปริ่มล้นตลิ่ง...
    ทิ้งทอดสายน้ำไหลวนสุดล้ำลึกสุดจะนึกยากหยั่งถึง...!
    
    
    พระตำหนักสิริยาลัย แฝงในดงไม้
    มวลใบไม้สีเงิน
    กำลังร่ายฟ้อนพลิกพลิ้วพร่างพรายระบัดใบ
    อ้อนสายลมฤดูหนาวในยามค่ำย่ำสนธยา
    
    หลับตาคล้ายได้ย้อนรอยถอยหลังรำลึก
    นึกไปถึงวิถีชีวีเรียบง่าย
    ในยามบ้านเมืองสุขสงบ ไร้พบภัยศึกสงครามพม่า..
    ที่ยาตรามาย่ำยี ให้เลือดไททุกชีวีได้เคยสังเวยหลั่งริน
    จน..
    พื้นแผ่นดินชุ่มโชกด้วยรอยเลือดโศกสุดวิปโยคสะเทือน..!
    
    
    
    
    เธอ..
    ได้ยินเสียงบทเพลง
    *กลิ่นสไบนางหอม หอม.*.หวานแว่วแผ่วลอยลมมา
    กับฟากฟ้ากว้าง 
    ที่ดวงสุริยาซ่อนร่าง
    พร่างพรายเพียงแสงสีรุ้งพุ่งผ่านมวลม่านเมฆ
    ให้ผืนฟ้ายามพลบ 
    ดูราวกับฉากชั้นสวรรค์ชลอ..ลงมากระนั้น ..
    
    
    
    หอมดอกพะยอมไม่เทียบเปรียบปาน
    หอมดอกคัดเค้ารื่นเร้าจิตหวาน 
    เมื่อมาประมาณ กลิ่นไม่เทียบทานสไบ
      กลิ่นสไบนวลนาง
    แม้ห่างยังหอมไม่ชืดจืดใจ 
    ฉันจากถิ่นฐานมาเสียห่างไกล
    โอ้กลิ่นสไบเจ้ายังร่ำไรไม่จาง
      กลิ่นสไบใช่แล้วอกเอย
    กลิ่นนี้พี่เคยเหมือนกลิ่นที่เชยจูบปราง
    เจ้าปัดให้พี่วาง
    พลัดปรางแนบใจ พี่ชื่นสไบบัวทอง
      กลิ่นสไบนุ่มนวล
    หรืออบลำดวน มะลิก่อนครอง
    หอมยั่วจิตใจให้คิดใฝ่ปอง
    ถ้าอยู่ห่างน้อง กลิ่นเจ้าร่ำร้องตามมา
    ดนตรี..
    
      กลิ่นสไบใช่แล้วอกเอย
    กลิ่นนี้พี่เคย เหมือนกลิ่นที่เชยจูบปราง
    เจ้าปัดให้พี่วาง
    พลัดปรางแนบใจ พี่ชื่นสไบบัวทอง
      กลิ่นสไบนุ่มนวล
    หรืออบลำดวน มะลิก่อนครอง
    หอมยั่วจิตใจให้คิดใฝ่ปอง
    ถ้าอยู่ห่างน้อง กลิ่นเจ้าร่ำร้องตามมา
     
    
    ...........
    
    
    น้ำตาจากใจดวงใสแสนเกษมปิติงาม 
    ค่อยๆพร่าซึมระรินพร่างริมเรียวแก้วนวล
    กระทบสายแสงแดดสีทองผ่องแผ้ววะแวววับ
    ราวกับเกร็ดเพชรพร่างแพร้วประภัสสร
    
    ในวันประวัติศาตร์ขวัญวันปาฏิหารย์รักอันแสนยิ่งใหญ่นี้
    ที่ยากยิ่ง..จักอธิบายใจ..ให้ผู้ใดได้ร่วมรับรู้..รับทราบ
    
    ถึง..
    
    ความอาบเอิบอิ่มอุ่นในใจดวงละมุนดวงนี้..
    
    
    
    ที่แม้นโลกทั้งโลก...
    
    ยังอยากยอมหยุด
    
    ร่วมร่ายโศลก..พร้อมพลีอวยพร...แด่เธอ..!!!
    .........................
    36.gif36.gif36.gif
    คุณบนเกาะคะ
    
    เพราะเราคนไทยด้วยกัน
    ต่างพากันทะเลาะนัวเนีย
    ไม่ยอมแพ้พ่าย
    ไม่เมตตาให้อภัย
    ไม่มีความยุติธรรม
    แล้วไง
    ก็ตีกันจนไม่รุว่า
    ตอนนี้ไฟกำลังไหม้บ้านแล้ว
    
    อยากทราบเหมือนกันค่ะว่า
    เวลาเลือดพ่อแม่พี่น้องผองไทย
    กันเองต้องหลั่งละเลงทาเซ่นสังเวย
    แผ่นดินแห่งความวิปโยคโศกศัลย์
    และตายพลีกัน
    สักหลายล้าน
    หัวกระโหลกกะลา
    จักยังมีหน้าปิติภาคภูมิใจอีกไหมว่า
    นี่คือทิศทางแห่ง
    ความสมานฉันท์สามัคคี
    พลีฆ่ากันเอง
    ด้วยความรักชาติรักแผ่นดิน
    แล้วอยากถาม
    เลือดนั้นจักเป็นสีอะไร
    ถ้าไม่ใช่เลือดไทยด้วยกันค่ะ
    
    36.gif10.gif
  • กวีน้อยเจ้าสำราญครับ

    6 สิงหาคม 2552 19:43 น. - comment id 1023960

    พี่พุดครับ  ผมอ่านงานพี่พุด  วันนี้ มีความสุขมากเลยครับ  จากที่ปวดหัวอยู่  มาอ่านงานพี่พุดก็สบายใจขึ้นทันที  กับ นวนิยาย อิงชีวิตจริง ของพี่พุด  ผมแสนประทับใจกับ วจนะถ้อยคำ อันหวานเลิศ  หาใดเปรียบมิมี  
    
    เพราะกว่าเสียงเหน่อๆ ออกทางใต้น่ะครับ อิอิ  มาแอบทำให้ยิ้มๆ ขำๆ น่ะครับ  แต่ไม่รู้จะยิ้มไหม  
    
    ผมอยากบอกว่า ถ้าพี่พุด แต่งนวนิยาย เพื่อไปขาย....ผมรู้ว่าพี่พุดไม่ทำ  ผมเชื่อว่า จะมีคนรักพี่พุด  และซื้อหนังสือจนหมดทุกเล่มแน่ครับ  ผมเชื่ออย่างนั้น
    
    รักแลเคารพ  พี่สาวแสนสวย  น้ำใจงาม นามพี่พุด  ยอดรักนักไพร  ที่หนึ่งเสมอ
  • ปรางทิพย์

    6 สิงหาคม 2552 22:13 น. - comment id 1023991

    พี่พุดคะ
    เต็มอิ่มอลังการ์ เลยค่ะ
    ปรางน่ะเลือดรักชาติแรงค่ะ
    เห็นกันแบบนี้แล้ว ปรางอยาก
    ทราบนักเชียวว่า จะให้เลือดทา
    ผืนแผ่นดินกันทำไม  
    วิญญานปู่ย่า คงร่ำไห้กันแล้ว
    เหล่าท่านที่แลกพลีชีพเพื่อแผ่นดิน
    ท่านเหล่านั้นคงจ้องมองดูทั้งน้ำตา
    
    สาธุ ปรางขอให้สิ่งศักดิ์ทั้งหลาย
    พระสยามเทวาธิราช
    จงดลบันดาลให้พี่น้องชาวไทย
    ยุติความรุนแรงเสียที
    
    ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่างพี่พุดยัง
    แสดงความรักชาติได้ปานนี้เลย
    
    ปรางรักพี่พุดค่ะ
    29.gif16.gif36.gif36.gif36.gif
  • เอื้องอังกูร

    6 สิงหาคม 2552 22:01 น. - comment id 1023994

    อลังการอีกแล้วครับ..คุณพุด
    ครบทุกรส...ภาพ..คำ...เรื่อง..เห็นภาพ..คม...ชัด...ลึก..
    จริงดังว่า...ไทยฆ่าไทย..ให้ชาติอื่นครอง...วิญญาณปู่จะเรียก...ไอ้ลูกหลานจัญไร..
    ข้าศึกมีอยู่รอบตัว..แต่มัว..ห่ำหั่นกันเอง..เฮ้อ..
    เฮ้อ...อนิจจา..อยากให้นักเล่นการเมืองทั้งหัวดำหัวขาวมีโอกาสอ่านงานของคุณพุดจัง..
    จะสำเหนียกบ้างเนอะ...แต่พวกนี้คงไม่สนหรอกครับ...ต้องให้เห็นโลงศพก่อนถึงจะหลั่งน้ำตาครับผม...
    ผมแวะมาอ่านผลงนคุณพุดแล้วชื่นใจครับ...คำ
    คำก้อพลิ้ว...ลึกเกินลึกกินใจดี...ภาพก้องามไหว..เข้าไปในบทกวี...ซึ้งครับ
  • พุด

    6 สิงหาคม 2552 22:02 น. - comment id 1023995

    008.JPG3671-4.jpg1.gif36.gif10.gif
    น้องกวีน้อย ...ที่รักยิ่ง
    
    ซาบซึ้งใจจังค่ะ
    ที่พยายามถ่างตาเอ๊ย
    พยายามอ่านงานของพี่พุด
    ที่คงไม่ผิดที่ผิดทาง
    มาวางไว้ให้ได้เสพสุนทรีย์
    ทางจิตวิญญาณ
    ให้รู้ค่ารักบ้านรักเมือง
    *แผ่นดินทองของเรา*
    ร่วมกัน รวมขวัญ
    หลอมรวมใจมั่นรู้สมานฉันท์
    ปันดีปันพลีมีเมตตา
    อภัยและค้นหาคำตอบ
    ที่พึงตั้งอยู่บนพื้นฐาน
    ความชอบธรรมค่ะ
    อันคือ..
    ประชาธิปไตย
    แบบไม่ยัดเยียดให้ร้าย
    หมายเพียงฆ่ากัน
    ด้วยวาทะกรรม
    อันจักหลอมรวมกันเป็นวิบาก
    แผ่นดินมิสิ้นสุด
    และ..
    จุดจบคือ
    ความสิ้นชาติสิ้นแผ่นดิน
    สิ้นความอิสราเสรี
    ดีไม่ดีแผ่นดินนี้อาจจะมีเจ้าเข้าครอง
    จนต้องบังคับขับไส
    หาก..
    คนไทยยังมัวโง่งมจมปลัก
    ลืมคำของพระพ่อหลวงที่ทรงห่วงใย
    ด้วยหยาดน้ำพระทัยราวหยาดเพชร
    ที่รินรดหยดให้แด่พสกนิกร
    มาอย่างเนานานช้า
    อย่างทรงเสียสละทุ่มเทพระวรกายใจ
    ด้วยหยาดน้ำพระหฤทัยอันใสเย็น
    ประดุจดั่งเช่นหยาดฝน
    จากแดนสรวงค่ะ
    
    พี่พุดรจนาความเรียงมากมาย
    นับพันเรื่องมในรอบหลายปี
    และ..
    แสนปลื้มปิติเกษมใจ
    
    ในหน้าส่วนตัวหลังๆ
    ที่ยังมีท่านผู้อ่านเมตตา
    กลับไปอ่าน
    เพื่อให้นักรักรจนาคนนี้
    ได้มีไฟฝันพลังใจ
    มาตรแม้นบางใครจะไม่เคย
    ให้ความสนใจไยดีแลสำคัญ
    แต่..
    สำหรับพุดไพรและใจสาวบ้านนานั้น
    ทันทีที่ได้ร่ายรจนาด้วยรักศรัทธาจาก
    จิตวิญญาณขวัญอันหาที่สุดมิได้แล้ว
    เชื่อไหมว่า..
    ประดุจดั่งแก้วในดวงใจ
    ส่องไสวพร่างพราว
    ราวดาวดวงโชติจำรัสเป็นรัศมีบุญ
    ในมโนคติแล้วค่ะ
    
    รักน้องที่รู้ค่ารักของนักรักรจนา
    ที่ไม่เคยยอมท้อแท้พ่ายแพ้
    ต่อความเพียรมานานเนา
    และจักเป็นนิรันดร์
    ตราบที่ยังมีดวงใจไฟฝัน
    และพลังรักจากทุกคนดี
    ที่รู้ค่าคนค่างานค่ะ
    
    ด้วยซาบซึ้งใจ
    และ
    แสนรักเอยแสนรักในกมลละไม
    
    จากใจ
    พี่พุดไพร พี่สาวนา
    
    36.gif10.gif
  • พุด

    6 สิงหาคม 2552 22:19 น. - comment id 1024000

    DSCN1853.jpg279-20070716201508.jpg
    สวัสดีครับพี่พุด
    แวะมาศึกษาบทกวี
    และประวัติศาสตร์ของชาติ ครับ 
    
    อรุโณทัย 
     36.gif10.gif16.gif
    หวังอรุโณทัยในดวงใจไทยทั้งชาติ
    พิสุทธิ์สะอาดสว่างกระจ่างใส
    สุวรรณภูมิพุทธ์ใต้ร่มเงารัตนตรัย
    งามเกินใดในโลกหล้าพสุธาทอง...
    
    ซึ้งใจค่ะ
    รออรุณรุ่งในดวงใจไทยทั้งชาติ
    ที่ขาดจิตสำนึก
    จนมืดดำราวกับคืนอันแสนยาวนาน
    ขอ..
    พระสยามเทวาะราช
    ดลบันดาลให้ดวงใจได้สำนึก
    ในคำว่า
    รักชาติศาสน์กษัตรา
    รักอย่างเทิดไว้เหนือดวงชีวาชีวิตค่ะ
    
    36.gif16.gif
  • พุด

    6 สิงหาคม 2552 22:36 น. - comment id 1024003

    463820197_2ef407a981.jpgdsc02817-re.jpg
    ขอบคุณสำหรับผลงานดี ๆ ครับ 
    เอื้ออารมณ์
     10.gif36.gif
    คุณเอื้ออารมณ์..ที่รักยิ่ง
    นาทีนี้..
    หยาดน้ำค้างคำของคุณ
    กำลังหยาดสาย
    พรายพรมเอื้ออารมณ์
    แม่ดวงดอกพุดไพร
    ให้ดวงใจอิ่มงาม
    ท่ามโลกแล้งลวง
    หลง พาผองชนคนไทยให้ผิดทางภักดิ์
    รักภักดีที่เป็นดั่งแสงมณีแห่งศรัทธา
    อันยิ่งใหญ่เกินใดจักเปรียบประมาณ
    ที่เรียกว่า
    ด้ามขวานทองแผ่นดินของเราค่ะ
    
    หันกลับมา..เมตตาอภัย
    อย่าทำร้ายกันอีกเลย...
    หยุดฆ่ากัน
    เพราะ..
    คงมินานวัน
    ฟ้าดินจะลงทัณฑ์พิโรธโกรธกริ้ว
    ด้วยภัยธรรมชาติและภัยจากโรคร้าย
    หมาย..
    กวาดล้างให้สิ้นซากจากแผ่นดิน
    แห่งความงามความดี
    ที่..
    ผู้มีบุญญาบารมีเท่านั้น
    จักพึงรอดพ้นค่ะ
    
    
    
    36.gif16.gif
  • พุด

    6 สิงหาคม 2552 23:13 น. - comment id 1024009

    01202_32.jpg1126924305.jpg466-20051104184946.jpg
    อลังการอีกแล้วครับ..คุณพุด
    ครบทุกรส...ภาพ..คำ...เรื่อง..เห็นภาพ..คม...ชัด...ลึก..
    จริงดังว่า...ไทยฆ่าไทย..ให้ชาติอื่นครอง...วิญญาณปู่จะเรียก...ไอ้ลูกหลานจัญไร..
    ข้าศึกมีอยู่รอบตัว..แต่มัว..ห่ำหั่นกันเอง..เฮ้อ..
    เฮ้อ...อนิจจา..อยากให้นักเล่นการเมืองทั้งหัวดำหัวขาวมีโอกาสอ่านงานของคุณพุดจัง..
    จะสำเหนียกบ้างเนอะ...แต่พวกนี้คงไม่สนหรอกครับ...ต้องให้เห็นโลงศพก่อนถึงจะหลั่งน้ำตาครับผม...
    ผมแวะมาอ่านผลงนคุณพุดแล้วชื่นใจครับ...คำ
    คำก้อพลิ้ว...ลึกเกินลึกกินใจดี...ภาพก้องามไหว..เข้าไปในบทกวี...ซึ้งครับ 
    
    เอื้องอังกูร  
    
    
    36.gif10.gif16.gif
    คุณเอื้องคะ
    
    ทุกคราครั้ง
    ที่มาเยือน
    เรือนโบราณเรือนดอกไม้หอม
    น้ำคำน้ำใจ
    ที่แสนใสเย็นดั่งหยาดน้ำค้าง
    ได้พร่างสาย
    มาให้พุดพัดชาน้ำตาเอ่อซึม
    ได้เสมอมาค่ะ
    
    ขอบพระคุณที่เข้ามา
    ให้ใจดวงนี้ยังซาบซึ้ง
    ค่าแห่งความรักปรารถนาดี
    มิตรไมตรีจิต
    อันคือธารน้ำใจของมิ่งมิตร
    ที่จักตราจำไว้
    ตราบชั่วนิจนิรันดรค่ะ
    
    ด้วยรักแสนรัก
    และ
    ขอพลีกำนัลด้วยเรื่องรักรจนา
    ชื่อว่า....
    
    
    ดั่งดวงเนตรในทุกยาม!
    
    
    http://www.thaipoem.com/forever/ipage/song4.html
    ....................
    ใต้ร่มไม้ใบระยิบระยับไหว
    ฟังธรรมใจรับแดดทองส่องพรายพร่าง
    ใจดวงทองรับยอดธรรมส่องนำทาง
    ใสกระจ่างอัญมณีทิพย์นิรมิตใจ..
    
    หลับตานิ่งทิ้งทุกสิ่งไว้ภายนอก
    ตาในบอกเปิดจิตงามรับพร่างใส
    ดอกบัวบุญแย้มคลี่บานกลางบึงใจ
    ยอดพระรัตนตรัยดั่งน้ำค้างลงพร่างริน..
    
    ในนิมิตเราเคียงกันลานดอกจิต
    น้อมชีวิตกราบกรานถวายสิ้น
    มีเพียงว่างวางทุกข์น้ำตาริน
    หวังสุดสิ้นทุกข์ระทมเคยห่มใจ..
    
    แกะเปลือกใจพบจิตใสอย่างช้าช้า
    แก่นชีวาคือทำดีมิหวั่นไหว
    รู้สละออกเพียรรู้ให้น้ำค้างใจ
    หอมดวงใจใสเย็นพร่างสร้างรอยบุญ..
    
    เสียงสวดก้องสะท้อนทาบอาบอุ่นนัก
    ฝากใจภักดิ์สองดวงจิตอันหอมกรุ่น
    ใบไม้ร่วงพรูพร่างกระจ่างใจรับอรุณ
    ดอกพุดไพรใจละมุนรับวันพร..
    
    แล้วดวงจิตกระจ่างก็พร่างวับ
    งามธรรมจับนวลเนื้อจิตซึ้งคำสอน
    สนิทแนบแอบแสนรักฟ้าอวยพร
    ให้เราสองล่วงสู่ฝั่งฝันวันนิพพาน..!
    
    
    
    
    ใบบัวไปวัดมาในยามเช้า
    นุ่งผ้าถุงตีนจกผืนสวยลายดวงดอกไม้
    
    รัดผมด้วยดวงดอกเล็บมือนางสามสีสลับ
    แดงชมพูนวลพราว
    ขับมุ่นมวยผมยาวดำขลับ
    ที่พันทบยกรวบไว้
    เผยให้เห็นต้นคอเรียวระหงงาม
    
    
    มีเขาคนดีที่แสนรักช่วย
    หิ้วตะกร้าเงินถักสานลายสวยละเมียด
    ลายแมลงปอเกาะเกสรดอกไม้
    ฝากหยาดสายเสน่หา
    และ
    มีอาหารคาวหวานผลไม้พร้อม
    
    
    ในมือใบบัว
    ถือช่อดอกบัวสีขาว
    ที่*เขาคนดี*เพิ่งพายเรือลงบึง
    เก็บมาให้นำไป
    น้อมกราบถวายพระ
    และ
    ดวงดอกไม้ไทยรายรอบบ้าน
    ที่นำมามัดรวมงามแบบบุหงาส่าหรี่
    พร้อมมีพวงมาลัยมะลิห้อยอุบะ
    ด้วยดวงดอกรักพราวพิสุทธิ์
    แทนดอกดวงใจใบบัว..และเขาคนดี
    ที่กำลังจูงมือใบบัวอยู่นะนาทีนี้
    อย่างทะนุถนอมแสนรัก
    
    
    สองร่างค่อยๆก้าวไปในเขตขอบขัณฑสีมา
    เขาค่อยๆประคองใบบัวให้นั่งลง
    ตรงลานหินใต้ร่มปีบใบระยิบระยับ
    
    ที่ดวงดอกแดดสีทอง
    กำลังทอทอดส่องลงมา
    จนเกิดประกายพร่างพราย
    ราวใบไม้แก้วกำลังควงฟ้อน
    อ้อนออดออเซาะสายลมหนาว
    ในยามเช้าที่ช่างแสนงามนี้
    
    
    สองดวงใจน้อมจิตใสประภัสสร
    ชวนกันฟังธรรม
    และหันมาแย้มยิ้มเย็นฉ่ำ
    ยามสายธรรมแทรกผ่านไปรินรด
    *ให้บัวบุญดอกงามในลานจิตบึงใจ*
    ได้แย้มตระการ
    รับหยาดน้ำค้างจากยอดพระรัตนตรัย
    
    
    จบฟังธรรม น้อมนำใจถวายสังฆทาน
    ก้มศิระกรานกราบพระสงฆ์
    และพระประธานขอประทานพร 
    เพื่อให้สองดวงใจ
    มีความสุขและเจริญจิตในธรรม 
    
    
    เขาขับรถพาใบบัว ไปตลาด
    ไปซื้อปลา ไปปล่อยในแม่น้ำ
    
    ไปยืนนิ่งนิ่ง
    ให้ใบบัวเอนอิงพิงไหล่กว้าง
    มองดูสายน้ำสายใจเจ้าพระยา
    
    ที่ระรินไหลเอื่อยๆอย่างช้าๆ
    ราวกับว่าคือธารน้ำรัก
    ระหว่างกันและกันที่แสนฉ่ำเย็น
    และ
    ยังประโยชน์ให้แด่ผืนหล้าพสุธาไทยเรานี้
    ที่ได้หยัดยืนดำรง..
    
    
    เวลายังมีที่เขาคนดีจะ
    ขับรถพาใบบัวไปอยุธยา  
    ไปนั่งใต้ต้นลั่นทม เหว่ว้า
    ที่เขารู้ดีว่า
    *คือต้นไม้แห่งรักระหว่างสองเรา*
    ที่มี..
    ฉากหลังเป็นโบราณสถานแสนงาม
    ที่ย้อนรอยกาลรอยเก่าเงางามแห่งอดีต
    
    กลิ่นลั่นทมหวานเศร้า
    ราวย้อนเตือนถึงคืนวันแห่งรัก
    ที่สวรรค์และฟ้าดินได้เมตตาส่งเขามาพบกับใบบัว
    
    
    เขาคนดี
    ค่อยๆก้มลง
    เลือกเก็บดอกลั่นทมสีชมพูและขาว
    ที่ยังสดหวานพราว
    แตะแต้มเต็มพื้นหญ้ามาสองสามดอก
    และ
    ยิ้มอย่างเอาอกเอาใจ
    หันมาทัดผมให้ใบบัว
    อย่างแสนรักแสนทะนุถนอมอ่อนโยน
    
    เป็นกิริยาละมุนละม่อมที่หายากยิ่งนัก
    ที่แสนงามนักจากน้ำใจรักภักดี
    และมาจากนวลเนื้อใจดวงดี
    ดวงที่ได้รับการอบรม
    ให้รู้ค่าคำว่าสุภาพบุรุษลูกผู้ชาย
    ที่จักพึงให้เกียรติผู้หญิงคนเดียวคนดีที่แสนรัก
    
    
    เขาโอบตระกองกอดใบบัว
    ไว้ด้วยอ้อมแขนแข็งแรง
    และ..
    ค่อยๆไล้ลูบจูบแผ่วผิวไปตามริมเรียวแก้ม
    ที่ถ่ายทอดพลังแห่งหวานหอมทั้งสิ้นทั้งมวล
    
    นัยน์ตาสีสนิมเหล็ก
    ทอแววหนักแน่นมั่นคงจงรัก
    ราวผู้ชายโบราณ
    ที่มัก.
    .มีรักภักดิ์พลีวางไว้แทบตัก
    มอบให้ผู้หญิงเพียงหนึ่งเดียวในดวงใจนี้
    ที่จักเป็นดั่งรักนิรันดร์
    เป็นดั่งตำนานให้ตราไว้
    ให้จำจดอย่างสุดงดงามล้ำลึก.
    .ในรู้สึกไปตราบชั่วกาล....
    
    
    แล้ว
    ถึงพาไปวัดมเหยงค์ 
    ที่มีธรรมชาติสวยสด
    ด้วยลานธรรมลานทอง
    และ
    มีกำแพงแก้วสองชั้นล้อมรอบพระอุโบสถ
    ที่มีลวดลายปูนปั้นแสนละเอียดสวยงาม
    มีพระเจดีย์ช้างล้อม
    ที่ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจตุรัส
    ยาวด้านละ 32 เมตร 
    มีช้างเห็นได้ทั้งตัว
    ที่ประดับโดยรอบองค์พระเจดีย์ 
    เป็นแบบลังกา 
    เหมือนพระเจดีย์ช้างล้อมที่จังหวัด สุโขทัย
    และ
    ให้ใบบัวนั่งราวเจ้าหญิง
    เป็นนางแบบ ค่อยๆคลี่ยิ้มหวานเศร้า
    แกมเคล้าซึ้งโศก..สะเทือน
    กับงามเงาในอดีตกาล
    แล้ว
    ให้เขาวาดภาพสเก๊ตต์
    ลงไปบนกระดาษที่เตรียมไว้
    อย่างละเมียดละมุน
    
    
    และ
    นี่คือโลกธรรม โลกทิพย์ และ
    โลกรักที่แสนหวานหอมอบอุ่นกรุ่น
    ด้วยดวงดอกแห่งความดี
    อย่างที่
    สองดวงใจนี้ได้หลอมรวมรัก
    *เป็นหนึ่งเดียว*
    พากันเกี่ยวก้อยสู่แดนดินแห่งฝันอัน
    คือรักที่จักเป็นนิรันดร์ไปตราบชั่วกาล....
    
    
    และ....ราวกับ
    บทกวีแสนงาม
    ของคุณทมยันตี
    จะหวานแว่วแผ่วมากับฟากฟ้ากว้าง
    มาปลอบประโลม
    สองดวงใจอันแสนสงบงามเงียบนี้
    ที่ช่างแสนสุขและเอมอิ่มเปรมปรีย์
    ด้วยภาคภูมิปิติเป็นยิ่งนักแล้ว..
    ................................
    
    
    เจ้าร่างน้อยเอย อย่าอาวรณ์เทวษ 
    พี่ไม่ละดวงเนตร ยังอยู่กับเจ้าไม่หายไปไหน 
    ยามตื่นจะแลหาเจ้า  ยามหลับจะฝันถึงสายใจ 
    พี่ไม่ลี้หนีหาย  ห่างไกลหัวใจเจ้าเอย 
    
    พ่อไม่ลี้หนีหาย  ห่างไกลหัวใจแม่เอย... 
    
    .......................
    
    
    http://www.thaipoem.com/forever/ipage/song4.html
    จงรัก   
    
    โปรด อย่าถาม ว่าฉันเป็นใคร
    เมื่อในอดีตและโปรด อย่าถาม 
    ว่าอดีต ฉันเคย รักใคร
    รู้ไว้อย่างเดียว เดี๋ยวนี้รักเธอ
    และรักตลอดไป รักมากเพียงไหน 
    กำหนดวัดได้ เท่าดวงใจฉัน
    อย่า เพียรถาม ว่าฉันจะรัก 
    เธอนานเท่าใดฉันตอบไม่ได้ 
    ว่าฉันจะรัก ชั่วกาล นิรันดร์
    เพราะชี วิตฉัน คงไม่ยืนยาว
    ไปถึงปานนั้นรู้แต่เพียงฉัน 
    หมดสิ้นรักเธอเมื่อ ฉันหมดลม
    
    อย่า เพียรถาม ว่าฉันจะรัก
    เธอนานเท่าใดฉันตอบไม่ได้ 
    ว่าฉันจะรัก ชั่วกาล นิรันดร์
    เพราะชี วิตฉัน คงไม่ยืนยาว
    ไปถึงปานนั้นรู้แต่เพียงฉัน 
    หมดสิ้นรักเธอเมื่อ ฉันหมดลม...
    
    
    
    36.gif16.gif36.gif
  • พุด

    7 สิงหาคม 2552 00:04 น. - comment id 1024012

    DSC03164.JPGQueen_Sirikit.jpg64-32-1069985934.jpgmother03.jpgqueen_work_001.jpgDSC01281.JPGDSC03007.jpg
    พี่พุดคะ
    
    เต็มอิ่มอลังการ์ เลยค่ะ
    ปรางน่ะเลือดรักชาติแรงค่ะ
    เห็นกันแบบนี้แล้ว ปรางอยาก
    ทราบนักเชียวว่า จะให้เลือดทา
    ผืนแผ่นดินกันทำไม  
    วิญญานปู่ย่า คงร่ำไห้กันแล้ว
    เหล่าท่านที่แลกพลีชีพเพื่อแผ่นดิน
    ท่านเหล่านั้นคงจ้องมองดูทั้งน้ำตา
    
    สาธุ ปรางขอให้สิ่งศักดิ์ทั้งหลาย
    พระสยามเทวาธิราช
    จงดลบันดาลให้พี่น้องชาวไทย
    ยุติความรุนแรงเสียที
    
    ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่างพี่พุดยัง
    แสดงความรักชาติได้ปานนี้เลย
    
    ปรางรักพี่พุดค่ะ
    36.gif16.gif36.gif
    น้องปรางทองในหอมใจของพี่พุดไพร
    
    พี่พุดกราบอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์
    ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
    พระบรมราชินีนาถ
    เพื่อเป็นมิ่งมณีมหามงคลชีวิต
    แด่ทุกดวงใจในร่มรัก
    ให้ได้เทิดศรัทธาแห่งความจงรักภักดี
    ไว้เหนือดวงใจเราทุกดวงนะคะ
    
    ...........................
    และ
    ด้วยซาบซึ้งในคุณงามความดี
    จากสายธารธาราน้ำใจ
    ที่แสนงดงามของน้อง
    ที่หยาดพลีให้แด่ทุกนักรักรจนา
    ในร่มรักเรือนไทยเรือนทองแห่งผองเรา
    อย่างเนานิจมานานวันค่ะ
    ขอให้น้องพบความสุขนิรันดร์
    ฝันดีทุกราตรีกาลค่ะ
    
    ด้วยรักนะคะ
    36.gif16.gif
  • พุด

    6 สิงหาคม 2552 23:38 น. - comment id 1024024

    64-32-1069985934.jpgmother03.jpgDSC01281.JPGDSC03007.jpgqueen_work_001.jpg
    พี่พุดคะ
    เต็มอิ่มอลังการ์ เลยค่ะ
    ปรางน่ะเลือดรักชาติแรงค่ะ
    เห็นกันแบบนี้แล้ว ปรางอยาก
    ทราบนักเชียวว่า จะให้เลือดทา
    ผืนแผ่นดินกันทำไม  
    วิญญานปู่ย่า คงร่ำไห้กันแล้ว
    เหล่าท่านที่แลกพลีชีพเพื่อแผ่นดิน
    ท่านเหล่านั้นคงจ้องมองดูทั้งน้ำตา
    
    สาธุ ปรางขอให้สิ่งศักดิ์ทั้งหลาย
    พระสยามเทวาธิราช
    จงดลบันดาลให้พี่น้องชาวไทย
    ยุติความรุนแรงเสียที
    
    ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่างพี่พุดยัง
    แสดงความรักชาติได้ปานนี้เลย
    
    ปรางรักพี่พุดค่ะ
    
    36.gif16.gif36.gif
    น้องปรางทองในหอมใจของพี่พุดไพร
    
    พี่พุดกราบอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์
    อันแสนยิ่งใหญ่งดงาม
    เป็นมิ่งมณีมหามงคลชีวิต
    ทุกสายใจไทยทั้งชาติ
    มาเพื่อเทิดศรัทธาจงรักภักดีนะคะ
    .............................
    และ
    ด้วย
    ซาบซึ้งกับความงามความดี
    ที่น้องหยาดพลีให้แด่ทุกดวงใจ
    ในร่มรักแห่งเรา
    อย่างไม่เลือกที่รักมักที่ชัง
    เสมอมาค่ะ
    
    พี่พุดปลื้มปิติที่ได้พบน้องคนดี
    คนที่มีดวงใจแสนงาม
    ในท่ามกลางโลกสายดวงดอกไม้นี้
    ที่เรามารัดร้อยด้วยสร้อยอักษรา
    ภาษาไทยภาษาทอง
    ให้ผ่องพราว
    ดั่งดาวดวงช่วงฉายฉาย
    ประดับในดวงจิต
    เป็นดั่งอัญมรีชีวิต
    ไปตราบชั่วนิจนิรันดร์ค่ะ
    
    
    36.gif16.gif36.gif
  • ม่านดอย

    7 สิงหาคม 2552 12:42 น. - comment id 1024185

    สวัสดีงามๆยามเทียงเจ้า พี่พุด คนงามน้ำใจ36.gif36.gif36.gif
    
    อ่านแล้ว พูดได้อย่างเดียว ว่า ยอดเยียม งดงาม ลำค่า ในทุกๆด้านเจ้า สมกับ พี่พุดเจ้า41.gif41.gif41.gif
    
    ขอให้มีความสุขในยามบ่ายเจ้า

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน