กาสะลอง...กลีบช้ำ...!

พุด


http://www.thaipoem.com/forever/ipage/song5259.html
http://www.thaipoem.com/forever/ipage/song5468.html
(มนต์รักกาสะลอง...กาสะลองกลีบช้ำ)


ฉันนั่งนิ่งนิ่ง ใต้ต้นกาสะลองรายเรียง
ที่กำลังระดะดวงดอกดก
พราวขาวนวลสะพรั่งไปทั้งต้น ทุกต้น
จน...
หอมอวลไปทั่วทั้งบริเวณ
หลังจากที่....
ก้มลงเก็บดอกที่แม้นกลีบจะช้ำ
หากยังให้หอมฉ่ำ 
ที่พร่างพื้นหญ้ามาห่อไว้ในผ้าเช็ดหน้าอย่างทะนุถนอม
รอ...
นำหวานหอมนั้นมาบรรจุในโถแก้ว
แล้ววางไว้เหนือหัวนอน 
ให้..
หัวใจดวงอรชร
ได้พบอ่อนหวานอ่อนไหว เฉกเช่นกัน


เบื้องบน นภา ฟ้ายามค่ำ 
กำลังฉ่ำไปด้วยเมฆฝนทุกทิศทาง
โลกทิพย์นิรมิต..กลับพร่างพรึบทันที..ที่หลับตานิ่งนิ่ง
ทิ้งทุกทุกข์สรรพสิ่ง ไว้ภายนอก


พลัน...
เห็นเพียงเจดีย์สีทองสุกปลั่งโผล่กลางแมกไม้
บนเงื้อมง่อนชะโงกผา กลางไพรพฤกษ์พงดงพนา
และ..
นั่นคือภาพ..
ที่เลือกตราจำไว้ในดวงจิต ยามชีวิตยังอยู่ในวัยเยาว์


เด็กหญิงผู้เกิดมากับใจดวงงามเงียบเหงา
ที่ชอบนอนบนหินผากว้างใหญ่ใกล้กระท่อมไม้ไผ่
ที่แสนสุขสงบสมถะ 
ให้...
นางฟ้าหว่านดาวดวงพร่างพราว..ปลอบประโลมในยามค่ำ 
แลระร่ำรินด้วยหยาดน้ำค้างพร่างพรม
ผสานผสม..
ไปกับ...สายลมเย็นรำเพย
เผยอวลดวงดอกไม้ป่ามารัดร้อยดวงใจ


นั่น...
เพียงฉากยิ่งใหญ่น้อยนิดที่หยิบมาจินตนา
ที่ทุกบทตอนชีวิต มากล้นความทรงจำมีค่า
ที่จิตดวงนี้เลือกจดจำ 
และ...
กับเรื่องรานร้าวระกำ
ที่จิตจักสั่งให้ เลือกเลือน ลืม ลืม ลืม.....
..............


สายลมชื่นพัดโชยมากับโรยละอองฝน...
ให้หยุดทบทวน  บางสิ่ง
เพราะ..
*มีใครบางคน*
ที่หวังฝากกมลอยากมาเดินร่วมทาง


หาก..
เขาจะรู้หรือไม่ละหนอว่า
เส้นทางเหว่ว้า อ้างว้าง ร้างไร้ ดายเดียวนั่น
ฉัน...
ตั้งจิตอธิษฐาน...
ปรารถนาเพียงบุคคลผู้สามารถทิ้งโลกย์โศกสุขไว้เพียงเบื้องหลัง


และ...
จนกระทั่งนาทีนี้...
ก็ยังหามีใครสักคนในโลกแห่งความจริง
เดินผ่านมาฤาก็หาไม่....!!!!


http://www.thaipoem.com/forever/ipage/song5468.html
กาสะลองกลีบช้ำ 
 
ดอก กาสะลอง
ล่องลอย ตามลมลงใต้
บาน ไม่เท่าไหร่
หลุดจาก กิ่งใบแล้ว หนา
ส่งกลิ่นหอม ยังไม่กี่ เวลา
โดนลม พัดพา
ไกลต้น ร่วงหล่น นาไกล
ดอกไม้ สีขาว
คล้ายเรา เพิ่งสาว แรกรุ่น
ความขาว หอมกรุ่น
ละไม ละมุน สดใส
เพิ่งอวด ความงาม
ยัง ไม่ทัน เท่าใด
ล่องลอย มาไกล
คล้ายกา สะลอง ล่องลอย
มาเบ่งบาน ในตู้โชว์ ใบใหญ่
เป็นทาส ความใคร่
ไม่เคย เต็มใจ สักน้อย
กลีบดอก ชอกช้ำ
ระกำ น้ำตาร่วงผ๋อย
ห่วงคน อยู่หลัง ยังคอย
จึงปล่อย ให้ชาย เชยชม
ดอก กา สะลอง
ดอกน้อย ล่องลอย คืนเหนือ
สิ่งที่ คงเหลือ
เพียง กลีบดอก โทรมๆ
ไร้ซึ่ง เกสร
ต้องมา หนาวร้อน นอนซม
สุดท้าย แทบตาย นอนตรม
สิ้นหอม กลีบช้ำ ยับเยิน
  
ดอก กา สะลอง
ดอกน้อย ล่องลอย คืนเหนือ
สิ่งที่ คงเหลือ
เพียง กลีบดอก โทรมๆ
ไร้ซึ่ง เกสร
ต้องมา หนาวร้อน นอนซม
สุดท้าย แทบตาย นอนตรม
สิ้นหอม กลีบช้ำ ยับเยิน... 
 


http://www.thaipoem.com/forever/ipage/song5259.html
มนต์รักกาสะลอง 
โอ้ ละหนอ
คนงาม เอย
พี่นี้แบกรักเดิน
ขอเชิญโฉมเจ้า
รับเอาไป
พี่เป็นหนุ่มต่างแดน
มาหาแฟน
ที่เมือง เชียงใหม่
บ้านพี่ อยู่ไกล
รับรักคนใต้
นะแม่ นาง
โอ้ ละหนอ
คำดวง เอย
เจ้าจงอย่าเฉยเมย
ขวัญเอ๋ยขวัญพี่
ศรี สุดา
กาสะลองบานแล้ว
วับแววทั่วพฤกษ์พงป่า
รักพี่ นั้นหนา
เบ่งบานเกลื่อน
เหมือนกาสะลอง
เห็นนกเขาขันคู่
จับอยู่ ที่บนกิ่งไม้
นกมันจองคู่ไว้
จู๋จี๋กันไปไม่มีหมอง
พี่นึกแล้วยิ่งอายนก
เจ้านกมันคอยมองจ้อง
เหมือนดั่ง จะเย้ยให้หมอง
ขาดคู่รักครอง อกเรา
ขวัญเอ๋ยขวัญเอ๋ยนงเยาว์
มาช่วยแบ่งเบา
ความทุกข์ระทม
ไร้ชู้ไร้ชู้ นอนชม
ระทมทอดกาย
น่าอายนกกา
หอมอื่นหมื่นแสน
ไม่แม้นแก้มเจ้า
หอมดอกคัดเค้า
แก้มเจ้าหอมกว่า
ยิ่งกว่าพันธุ์ไม้อื่น
ดาษดื่นในพงพนา
ขอกอดซักคืน
ขวัญยืน ซิตายบ่ว่า
บ่จุ เจ้าหรอกหนา
ขอสัญญาให้ฟ้าผ่าตาย
รักน้อง บ่แหนงหน่าย
ตายแล้วตาย อ้ายบ่ขอลืม... 
............................................
 


พร้อมพลีอภินันทนาการภูมิใจเสนอ..
*ระบำไพร!..*

http://365jukebox.com/script/play.cgi?songid=2814 


ฝนปรอย..ทั้งวัน..
พลอยให้ หัวใจคนช่างฝัน ฝันไกลไปตามฟ้าฝน
ฝนอุ้มน้ำไว้ พลันพร่างสายพรายพรมให้ผืนหล้า พืชพรรณได้ฉ่ำเย็น


ดอกไม้..ค่อยค่อย..คลี่กลีบบางบาง  งามงามหอมหอม 
ชูช่อชันเกสรหวาน..หวาน..
ฝัน ..ให้มวลหมู่ภมรมาร่อนเชยชม
ภิรมย์คลึงเคล้าดูดดื่มหวานมิรานรุก..


ฤดูกาล..ระบำไพร เริงไปกับสายวสันต์ฝันถวิล..
ลอยละลิบข้ามทิวทิพย์เมฆ ไปถึงใครละหนอ! 
ในสายฤดี ที่ระรินรักคิดถึงมีว่างเว้น
ฝากเพลงถึงนะคนดี..
ที่มาพร้อมกับปีศาจวสันต์ครวญ..
หวนไห้ราวสายสวาทสาดกระหน่ำ..
กระแทกกระเทือนใจ..เธอ..


http://365jukebox.com/script/play.cgi?songid=2814 
หัวใจร้องไห้..
ไปเสียเถิดเมื่ออยากไปมีใหม่
อย่าเกรงใจฉันเลย
บอกเขานั้นฉันนี้เฉยเมย
จะหลบหลีกให้เลยและไม่ทวงถาม...
ใจจงอย่า อย่าเดินสองทาง
ควรจะเลือกทางงาม
ใจของใครไม่มีใครหวงห้าม
เธอเห็นดีงามฉันก็ตามใจ
ยอมทุกอย่างเมื่อเมื่อเดินเดินทางเก่า
ฉันพอทนเหงาได้
เมื่อมีเขาเลิกมีฉันไป
ก็ไม่อาจจะฝืน ให้ทำยังไง
ตาบอกห่วงแต่ใจนั้นลวง
แล้วจะหน่วงทำไม
เพียงตื้นตันหัวใจร้องไห้
ยอมรับ..เธอไปฉันตายทั้งเป็น!
............
ชอบคำบทสุดท้ายนะ
ตาบอกห่วงแต่ใจนั้นลวง
แล้วจะหน่วงทำไม...จริงไหม..ใช่ไหม ก็ตัดใจไปเลย..ดีที่สุดนะนะ
ไม่ทรมานทรกรรมซึ่งกัน..


ใบจำปีสีน้ำตาลปลิดปลิวลอยละลิ่วละล่อง.....
ตามบทเพลงหัวใจร้องไห้..ดายเดียว!
เฝ้านอนนิ่ง..ดูสัจจธรรมงามเงียบ กับละอองฝนลมเย็น
เป็นสะอ้านสว่างกลางใจ..
ในกระท่อมทับห้องหับแห่งหัวใจละเมียดดวงนี้..
ที่ยากยิ่งใครจะหยั่งถึง..
และ..
กลางกระท่อมใจนั้น พลันสว่างเรืองด้วยงามป่าหน้าฝนหนึ่ง
ในหุบเขากลางไพร..ชะโงกง้ำชะง่อนผา
แพนใจลงมา..จับนิ่งแช่ภาพสวย..
สายธารหวานระรินระริกไหล..
จั๊กจั่นเรไรกรีดเสียงก้องราวป่า
ไพรพนามีแต่เสียงดนตรีธรรมชาติ 
และ
เสียงหยดฝนกระทบหลังคาจาก
ลูกยางร่วงพรู ปลิวคว้างฝน ปนไปกับลมแรง...
เงาะพวงดก แดงระย้า ..ห้อยย้อย
ช่วงรอฝนฟ้าเปิด ปลิดใส่ปากอมฉ่ำสด..หวานกรอบเคี้ยว
กระรอกไต่ตามต้นมะพร้าว กระโดดเร็วรี่ราวไล่จับ..
แกล้งทำเสียงจิ๊กจั๊กให้ตกใจ
โขดหิน..พราวพรมกำมะหยี่สีเขียวไพล เฟิร์น และตะไคร่งาม..
เป็นเงียบงามสวรรค์เสกฝากหล้า 
และหลบสายตานักพร่าไพร เร้นลับ จับใจ
มาให้รำลึกนึกถึงจนอิ่มใจถึงวันนี้ 
และที่ยังมากมีสิ่งล้ำค่าคือ..
กล้วยไม้ป่า..นามมงกุฏไพร..ที่หอมจรุงใจ
และบันดาลให้อยากตามหอมไปไกลถึงแดนสรวงแดนหิมพานต์...
ฝนหลั่งหยุดสั่งฟ้า หยุดร่ำลา อาวรณ์อ้อนอาลัยแล้ว...
ดวงใจพุด..พุทธ..ผุดผ่องแผ้วน้อมรับงาม ..
ทุกโมงยามกับธรรมชาตินี้  ไม่ว่าจะกี่วสันต์ลาจะกี่ฟ้าครวญ...
ด้วยปาฏิหารย์แห่งรักนี้...
ที่..สลักซึ้งกลางก้นบึ้งแห่งเนื้อดวงใจละไมละมุน!
....................
				
comments powered by Disqus
  • rain..

    17 ตุลาคม 2549 21:43 น. - comment id 616149

    ..เรนก็อยากให้มีปาฏิหาริย์..แห่งรัก..62.gif
     ด้วยดิคะ...
             แบบเรนขอพี่พุดพัดชา.. นะคะ36.gif46.gif
  • ที่สุดแห่งทางช้างเผือก

    17 ตุลาคม 2549 23:44 น. - comment id 616188

    12.gif16.gif36.gif                                         รักเอยรักนี้พลีใจ  มอบแด่ขวัญหทัย เลิศล้ำ  มิประสงต์สิ่งใดอื่น เพียงประสบ ใจบรรจบสู่ก้าวสู่ผัน นิรันดร์รัก
  • กระต่ายใต้เงาจันทร์

    18 ตุลาคม 2549 00:15 น. - comment id 616199

    คงเหมือนกระต่ายน่ะค่ะ
    ที่ปาฎิหารณ์แห่งรักไม่มีจริง
    ถึงว่างเมื่อไรแวะมาบ้านพี่พุดเรื่อยอย่างน้อยก็ยังมีถ้อยคำที่งดงามหล่อเลี้ยงใจ
  • แมงกุ๊ดจี่

    18 ตุลาคม 2549 09:34 น. - comment id 616314

    ข้างห้องทำงาน  (ห้องทำงานอยู่ชั้น  2) มีต้นกาสะลอง....
    เวลาลมโชยอ่อน ๆ   จะได้กลิ่นหอมเรื่อ ๆ  
    มีความสุขมากค่ะเวลาทำงาน...
    
    
    คิดถึงนะคะ
  • พุด

    18 ตุลาคม 2549 09:50 น. - comment id 616331

    16.gif36.gif
    แทนคำรักแด่ทุกดวงใจ
    ที่ซื่อสัตย์มั่นคงกับ*จิตวิญญาณบ้านภายใน
    แห่งเราค่ะ
    จาก*ซึ้งใจ*ที่คุณก่อพงษ์เคยให้พลังใจ
    นักอยากจะเขียนเพียรฝันค้างคนนี้ค่ะ36.gif
    
    สวัสดีครับคุณพุด
    
    คุณเชื่อไหมครับ
    กับเพื่อนบางคน
    แม้ไม่ต้องเอ่ยเลยซักคำ
    เราก็รับรู้หัวใจของกันและกัน
    
    ที่ทางกับเวลาของชีวิต
    บางทีก็ไม่เอื้อให้เราได้พูดในสิ่งที่หัวใจของเราปรารถนา
    จึงได้แต่เก็บงำไว้ไม่น้อย
    
    
    ผมเอง
    ติดนิสัยเขียน
    ผมเขียนความรู้สึกเหล่านั้นออกมา  วันแล้ววันเล่า
    
    ทุกวันที่เขียน ก็มีความรู้สึกสุขอยู่ลึกๆ
    
    การได้ทักทายกัน
    ทักทายเพื่อน  
    ดูเหมือนเป็นของขวัญ
    จากวันเวลาอย่างหนึ่งในหลายอย่าง
    ที่เราได้รับจากการที่เราเกิดขึ้นมาบนโลก
    
    
    ผมเชื่อว่าคุณพุดเองก็มีความสุขที่ได้เขียน
    ใช่ไหมครับ
    
    
    สุขสันต์วันเกิดนะครับ
    
    
    จากมิตรของคุณพุด 
    ก่อพงษ์ 20 ก.พ. 49
    .........................
    
    พุดซึ้งใจค่ะ
    ที่คุณเข้ามาให้กำลังใจ
    ทำให้พุดน้ำตาซึม
    เพราะวันเกิดพุดไม่ค่อยมีใครทราบ
    
    ไม่มีดอกไม้และคำอวยพรมากมายจากใครค่ะ
    พุด
    มีเพียงใจดวงเหงางามเงียบ..ลำพัง
    พุด
    จึงไม่ทราบจะกล่าวคำใดแทนใจดวงดายเดียวของพุด
    นอกจากคำว่าขอบคุณค่ะ
    .....................
    
    แด่ดวงตาดารางามนามนักเขียน
    
    
    
    พระจันทร์สีส้มสุกดวงโตสุกปลั่ง
    กำลังสาดส่องทอประกายนวลละอองดั่งทองทา 
    
    เมื่อแหงนเงยหน้าบนฟากฟ้าสีน้ำเงินงามเข้มดั่งกำมะหยี่ 
    ในราตรีที่ดวงดาวราวเร้นหลีกหลบประกายกล้า
    มิหาญกล้าทายท้าแสงนวลใย หายเข้าไปในหน้าต่างเมฆ..
    
    ฝากดอกไม้ไทยที่พากันเอาใจ 
    บานละออชูช่อรอหยาดน้ำค้าง 
    ที่คงหยาดสายพรายพร่างในยามดึก...
    
    ผ่านม่านมนต์เมฆเสกเสน่หาให้มวลมนุษย์ 
    มองหาสวรรค์ฝันหวานหวาน
    ฝากผ่านถึงดวงใจ..ทุกดวงที่ยังห่วงใยเกี่ยวกระหวัดรัดรึง
    ให้ละเมียดละมุนด้วยความงามนั้ที่ร่มรักเรือนไทยเรือนทอง
    
    และผ่านดวงตาดารางามนามว่า
    *นักอยากจะเขียนเพียรสร้างฝัน*กันมิว่างเว้นในยามนิทรา..
    
    ที่ทุกดวงตาอื่นๆนั้นพากันหลับไหล 
    ไฉนเลย..!
    เราจึงมาเดินบนถนนสายเดียวกัน 
    ในมิติฝันอันลี้ลับมหัศจรรย์ไร้กาลเวลา.
    
    .นอกจากใจนำพาให้เราได้พบและรักกัน
    ได้โอบเอื้อแบ่งฝันอันละเมียดใจ 
    ในทุกอณูหนึ่งนี้กับโชคดี
    ที่กาลเวลา
    ได้ประทานของขวัญอันแสนเลอล้ำค่ามลังเมลืองใจ ..เกินกล่าว..แล้ว ... 
    
    ......................
    
    
    http://www.thaipoem.com/forever/ipage/song112.html
    หัวใจสลาย
    
    ดัง แก้วบาง เขา ทุบ ทิ้ง แตก
    ใจ ฉันแหลก เพราะน้ำมือเธอ
    ปวด ช้ำ คร่ำครวญ พร่ำเพ้อ
    เคย ไหมเธอ จะเหลือบเหลียวมา
    คำ ทุกคำ ล้วน ซ้ำ หยาม เหยียด
    คำ รังเกียจนั้นเหลือระอา
    เทอด ทูนเธอ ดั่งเจ้า ชีวา
    ไย ถึงฆ่า ฉันลง
    คงเป็นสุขอุรา ที่สม ดัง ใจ
    ลวงคนให้คลั่งไคล้ เหมือนนก เพลิน กรง
    เธอช่างฆาตกรรม ได้แสน บรรจง
    เกินดวงจิตพะวง ไหว ทัน
    ดั่ง เหมือนถูก ทับ ไว้ ใต้ โลก
    น้ำ ตาตกทุกค่ำคืนวัน
    สุด โทษใคร ให้คน ขบขัน
    ใจ ฉันมัน ง่าย เอง
    
    คงเป็นสุขอุรา ที่สม ดังใจ
    ลวงคนให้คลั่งไคล้ เหมือนนก เพลิน กรง
    เธอช่างฆาตกรรม ได้แสน บรรจง
    เกินดวงจิตพะวง ไหว ทัน
    ดัง เหมือนถูก ทับ ไว้ ใต้ โลก
    น้ำ ตาตกทุกค่ำคืนวัน
    สุด โทษใคร ให้คน ขบขัน
    ใจฉันมัน ง่าย เอง... 
    36.gif10.gif
  • พุด

    18 ตุลาคม 2549 09:54 น. - comment id 616338

    36.gif16.gif
    http://www.thaipoem.com/forever/ipage/song4689.html
    ร้อยบุปผา สุนารี ราชสีมา 
    
    ร้อยบุปผา บานพร้อมพรัก
    ร้อยสำนัก ประชันแข่งใจ
    มวล ดอก ไม้ พร่างพรายมา พ้อง พาน
    ร้อยดอกงาม เด่นตระการ
    แย้มบานในดวง ใจ
    ชู่ ช่อ ธรรม สง่า งาม ในนาม ศิลปิน
    
    มาสร้าง งาน ศิลป์ ชุบชีวิน มนุษย์ชาติ
    สะอาดสดสวย ด้วยบทเพลง แห่งสวรรค์
    ให้มาลัย ฝากรัก มอบใจภักดิ์ ร่วมกัน
    จุดไฟ ความฝัน พร่างพลัน ประกาย เพลิง
    
    มาเถิด พี่น้อง ร่วม ร้อง เพลงเพื่อ
    กลั่นจาก เลือด เนื้อ หยาดเหงื่อ เร่าร้อน
    เราจะเร่ง แนวรบ ไม่สยบ อ้อนวอน
    เริงระบำ รำฟ้อน ร้อยกรอง กวี กานต์
    
    มาร่วม ใจรัก พร้อม พรักพลีชีวาตม์
    ผงาด อาจ หาญ สร้างตำนานตระการฟ้า
    แต่งเติม โลกศิลป์ ให้ผ่องพิณ โสภา
    ด้วยวิญ ญานท้า ทรนงเทิดคง ธรรม
    
    ร้อยบุปผา บานพร้อมพรัก
    ร้อยสำนักประชันแข่งใจ
    มวล ดอก ไม้ พร่างพรายมา พ้อง พาน
    ร้อยดอกงาม เด่นตระการ
    แย้มบานในดวง ใจ
    ชู่ ช่อ ธรรม สง่างาม ในนาม ศิลปิน 
     
    
    
    36.gif10.gif16.gif
  • พุด

    18 ตุลาคม 2549 10:04 น. - comment id 616349

    36.gif10.gif
    จากดวงจันทร์ถึงดวงใจ! 
    
    
    
    
    กวีหรือนักเขียน ศิลปินหรือผู้สร้างงานศิลปะ
    ประชาชนคนเดินดินธรรมดาๆทุกๆคน 
    ที่ไม่จำเป็นต้องเป็นอาร์ติสก็ได้
    ขอเพียงแค่ให้ มีใจดวงละมุน..
    มักจะใช้จันทร์ฉาย จันทราจากฟากฟ้า เป็นแรงฝัน แรงบันดาลใจ
    
    ทั้งดาว เดือน ดาริกา ผีเสื้อ
    และมวลหมู่ดอกไม้ ท้องฟ้า ผืนดิน 
    ธรรมชาติรายรอบ ที่งามสิ้นในโลกหล้าจักรวาล 
    คือสิ่งที่หล่อหลอมให้บรรดาศิลปิน 
    และผู้อยากจะเป็นได้ฝันใฝ่ไม่รู้สิ้น 
    มีจินตนาการอันบรรเจิด..เพริศแพร้วมลังเมลือง..เกินธรรมดาๆ
    
    ถ้าเอาแต่มองน้ำครำ 
    หรือมีชีวิตลำเค็ญท้องกิ่ว ไม่มีจะกิน
    ก็คงคิดอะไรไม่ออก 
    ถ่ายทอดออกมาเป็นจินตนาการได้ยากยิ่ง
    เพราะคงได้ยินแต่เสียงท้องร้องจ้อกๆ 
    แทน ท้องทุ่งนา ป่าเขา ลำเนาไพร
    ข้าวรวงเรียว ที่เห็นก็อยากแค่เอามาเคี้ยว 
    แทนการเขียนบรรยายให้เห็นแค่งามนะซี....
    
    มีเหมือนกัน ศิลปินไส้แห้ง 
    ที่มีอุดมคติ ที่ทำงานด้วยใจรัก แต่มักจะอยู่สร้างฝัน
    ไม่ได้นานรีบ ตายเสียก็เยอะ 
    เพราะโรครุมเร้า เล่นงาน จนทุกข์ทน..
    
    เหมือนดั่งพระพุทธองค์ 
    ที่ทรงแสวงหาทางสู่นิพพาน ความว่าง
    ความตรัสรู้ ด้วยการบำเพ็ญทุกกริยา 
    เพียรทรมานทรกรรมร่างกายจนผ่ายผอม
    จนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก ก็หาได้บรรลุไม่..
    เพราะเป็นทุกข์ใจกับสังขารจนไม่มีสมาธิ...
    
    พระองค์จึงหันกลับมาเดินทางสายกลาง 
    ทางสายที่พอดีๆไง ไม่หลงใหลในรูปรสกลิ่นเสียง ตู้เตียงฟูกหนา 
    หรือแม้แต่กามโลกีย์ เพียงแต่ปล่อยวางเพื่อพบความว่าง
    จากทุกสิ่งที่จะทำให้ไม่ยึดติด และไม่ทำร้ายตัวเองอีกต่อไป..
    
    อดหยากมากไป 
    ใจของเราก็จะกระวนกระวาย สับสน 
    คิดแต่เรื่องหาใส่ปากใส่ท้อง
    ที่ร้องจนน่าตกใจ พาให้รบกวนสมาธิ และพลังงาน การสร้างฝัน 
    
    ใช้ชีวิตสุดหรู เกินไป 
    ไม่ ติดดินเอาเสียเลย ก็เป็นศิลปินยาก
    เพราะต้องอาศัย ความโดดเดี่ยว 
    ให้มีสมาธิ ที่ต้องนำมาใช้เขียน
    ใช้คิด ใช้จินตนาการ ให้งานออกมาจากกระพี้ 
    แห่งความจริงแท้แน่นอนของชีวิต
    ที่มีความคิด คิด คิด เป็นเครื่องมือ
    ตอนสมองว่างๆ อย่างผู้ที่หวังผลิตงาน 
    คือการเขียน เป็นเป้าหมายและผลผลิต.....
    
    ถ้าร่างกาย ทรุดโทรมมากเกินไป
    ด้วยโรคภัย สมองที่ไหนจะมาสร้างฝันแสนสวย แสนดีอยู่ได้
    
    เพราะฉะนั้น สัจจธรรมที่แท้ 
    ไม่ว่าจะเป็นนักเขียน หรือนักอะไร
    ต้องมีความเป็นกลาง ความรู้จักคำว่าว่าง รู้จักคำว่าพอดีๆ..
    ถ้ายอมทรมานตัวเอง เพื่อค้นหา 
    ยอมทิ้งความสุขทุกสิ่งอย่าง
    มันก็ดี แต่ต้องมีขันติ และอดทนเป็นเลิศ 
    กว่าจะไปถึงดวงดาว 
    อาจจะยอม ท้อแท้ แพ้พ่ายเสียก่อน..
    กว่าจะไปถึงคำว่าศิลปินใหญ่
    
    น่าจะมีสองสิ่ง คู่กัน คือพรสวรรค์ พรแสวง...
    สำหรับดวง มาจับปากกาเอาตอนนี้ 
    และที่เขียนด้วยความรัก
    ความสุข สบายใจ จะดีหรือไม่ ก็คิดว่านั่นคือผลพลอยได้
    
    เหนือสิ่งใด คือเราต้องทำด้วยใจ ด้วยความรัก ความสุข
    
    ฝากบอกทุกดวงใจวัยอลวน ลองเริ่มต้น 
    ตั้งใจเขียนนะ แสวงหาแนวทาง
    และค้นคว้าอย่างตั้งใจซี 
    ทำมันให้ดีด้วยชีวิตด้วยดวงใจทุ่มทั้งดวง
    
    เพื่อเก็บดาว.....พราวพรายฟ้า มากมี 
    ที่ทอแสงรอท่า นำมาประดับใจ
    ประดับเกียรติ ให้ภาคภูมิ
    
    อ่านให้มาก คิดให้มาก 
    และเปิดใจกว้าง กับทุกเรื่องราว ให้เข้ามาเป็น
    ประสบการณ์ชีวิต ไม่ว่าร้ายหรือดีก็มีคุณค่า 
    ถ้านำมาเป็นบทเรียนสอนใจ
    ให้มองโลกเป็น เห็นงาม เห็นความว่าง ความพอดี....
    
    บางที เวลาดวงเข้าร้านหนังสือ 
    จะได้สัจจธรรม นำมาสอนใจนะ
    ว่าโลกนี้มีหลายเส้นทาง 
    เพราะหนังสือยังมีหลากหลายรูปแบบ
    และแนวทาง ของใครของมัน..
    
    ทั้งวรรณกรรมเพื่อชีวิต ทั้งข้อเขียนขำขัน 
    ให้ความบันเทิงใจ ทั้งศาสนา ปรัชญา 
    นวนิยาย งานแปล งานประดิษฐ์ มากมายรายเรียง
    และสุดแท้แต่นักเขียนจะถนัดแนวไหน 
    ให้เลือกหามาอ่านตามรสนิยม.... 
    
    ดูแต่งานเขียนของ คุณอุดม แต้ สิ 
    ที่เขียนจนสนั่นเมือง เพราะสามารถถ่ายทอดเรื่องราว 
    สนุกสนานใกล้ตัว มาปรุงรสชาติ
    ให้มันส์ ให้ถูกใจวัยรุ่น ในวันนี้ 
    จนขายดีต้องพิมพ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า...
    
    ดวง....อ่านงานหลากหลาย 
    และแม้แต่นิยายประโลมโลกย์ ประโลมใจ
    ในวัยวันหนึ่ง ของชีวิต 
    เพราะเวลานั้นอ่านแล้วมันแสนจะโดนใจ
    
    ในเวลานี้ 
    หันมาอ่านหนังสือศาสนา ปรัชญา 
    และวรรณกรรมเพื่อชีวิต
    และค้นพบว่า จริงๆ งานที่ดี 
    ที่ชอบคืองานที่เรียบง่าย ใช้ภาษาบริสุทธิ์ใสใส 
    ทั้งที่ตัวเองแสนจะยอกย้อน เวลาพรรณณา....ในงานเขียน
    
    แม้ใจอยากเขียนแบบนั้น 
    แต่ก็เขียนไม่ได้ ไม่ถนัด 
    และพยายามไม่ฝืนใจ
    แปลกดีไหม ที่เขียนได้แค่นี้ 
    และยอมรับคำว่า นักเขียนเรื่องน้ำเน่า....
    ที่เป็นทัศนะของท่านผู้อ่านบางคน....
    
    ถ้าเป็นน้ำเน่า 
    ก็ขอแค่ ให้ข้อคิด ในงานเป็นดั่งสะพาน ดั่งบันไดไม้ที่มากมีรัก
    เพื่อให้ผู้อ่าน ข้ามผ่าน ไปสู่สิ่งที่ดี 
    ที่สร้างสรรกว่า..ของชีวิต และให้ปีนขึ้นไป
    
    พบความสวยงาม ที่รอท่าต้อนรับ 
    ผู้ที่รักงานเขียน และมีความเพียรพยายาม
    กับงานที่ต้องขับเคี่ยวกับตัวเอง 
    บนความว่างเปล่า ของหน้ากระดาษ ที่รอให้รจนา
    ออกมายังประโยชน์แก่โลกใบนี้ ที่บิดเบี้ยวขึ้นทุกๆวัน....
    
    ขอให้พบกับโชคดี ที่ฝัน ที่ต้องการนะคะ 
    จากดวงจันทร์ ถึงดวงใจ และจากผู้หญิงคนนี้ที่ชื่อดวง..
    ที่พร้อมจะเคียงข้างเป็นกำลังใจ 
    ด้วยรักและปรารถนาดีนะคะ 
    
    
    
    
    ตราบท้องฟ้ายังมีดาวพราวพรายแสง
    เม็ดทรายยังแข่งหัวเราะคลอคลื่นใส
    ทะเลยังเงียบงามตัดฟ้าไกล
    ในดวงใจยังมีวันรอฝันดี...
    
    ชีวิต..คืออะไรใคร่ค้นหา
    กาลเวลาเพาะบ่มฝันในวันนี้
    ให้เสาะหาอย่าท้อถอยนะคนดี
    กับชีวีหนึ่งเดียวเกี่ยวเก็บประสบการณ์..
    
    สำหรับฉันฝันคืนหลังยังไพรกว้าง
    เดินสวนทางห่างวกวนค้นหาหวาน
    ให้ดวงตามองโลกสวยใจสราญ
    ให้ผสานกับธรรมชาติวาดหวังใจ..
    
    เพราะหลงรักชีวิตติดดินถิ่นไพรกว้าง
    ใจจึงว่างร้างอยากได้ให้หวั่นไหว
    หนีโลกวัตถุทุรนร้อนหลอนลวงใจ
    ตามฝันไปไกลสุดหล้า..ลาโลกลวง!
    
    
    36.gif10.gif
  • เพียงพลิ้ว

    18 ตุลาคม 2549 10:07 น. - comment id 616352

    12-20061018100056.jpg
    
    ดอกปีบสองดอกนี้ไม่ช้ำค่ะพี่พุด
    
    พี่พุดอย่าเศร้านะคะ
    
    36.gif36.gif36.gif36.gif36.gif36.gif1.gif
  • พุด

    18 ตุลาคม 2549 10:08 น. - comment id 616354

    10.gif16.gif36.gifนักอยากจะเขียนเพียรฝันค้าง..
    
    
    
    แพม ขอบคุณมาก 
    ที่มีท่านผู้อ่าน ที่แสนดี มากมีน้ำใจ 
    ที่ได้ให้กำลังใจ และยกย่อง เรียกว่า นักเขียน....
    
    สารภาพนะคะ..ว่าจั๊กกระจี้ 
    และแสน ละอายใจ ที่ได้ยินได้ฟัง ใครมาเรียกอย่างนี้
    ทั้งๆที่อยากจะเป็น อยากจะรับไว้ใจจะขาด...
     โอ้.. คำที่แสนดี....นักเขียน...อื้อฮือ... 
    ช่างแสนสวย แสนงาม ในความรู้สึก
    
    แต่ขอบอก..นะคะ ว่า..มันคงเป็นไปไม่ได้. 
    เพราะคำคำเดียวนั้นมัน..ยิ่งใหญ่.. 
    ไกลเกินคำว่า... ดาวเอ๋ยดาวน้อย 
    ที่ลอยสูงเด่น..ซะอีกนะ แม้อยากจะคว้าไขว่
    
    คำว่า นักเขียน นั้น 
    สำหรับในใจในความรู้สึก ของแพม 
    มันล้ำลึก ลึกลับเลอเลิศ สูงค่า สูงส่ง 
    ราวกับดาวอังคาร ที่ไกลเกินเอื้อมเลยค่ะ ไม่ใช่ดาวน้อยธรรมดาๆ
    
    ยิ่งได้อ่านผ่านตา 
    วิถีคนกล้าของการฟันฝ่า 
    เพื่อมาเป็นนักเขียนใหญ่ อย่างกวีซีไรต์
    ของคุณ กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ 
    ที่รักจะเขียน วรรณกรรมเพื่อชีวิตแล้ว...
    ยิ่งเหี่ยวห่อ เป็นยิ่งนักนะใจ ไม่ใช่อย่างอื่นเหี่ยว....นะคะ
    
    เพราะ..หนังสือ เล่มล่า 
    ชื่อ หุบเขาฝนโปรยไพร 
    ของคุณกนกพงศ์นั้น 
    ยิ่งตอกย้ำทำให้เข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า... 
    คนเราจะเป็นนักเขียนที่ประสพความสำเร็จได้นั้น
    ต้องมุ่งมั่น มากมีความเพียรพยายามเพียงใด 
    
    บางคนถึงกับต้องเสียสละ ความรักแบบครอบครัว
    เพื่อเอาเวลามาทุ่มเท ให้กับงานฝัน 
    งานจินตนาการ งานเขียน 
    
    ที่ต้องใช้ความคิด คิด และคิด 
    เพื่อ..ก้าวผ่านพ้น คำว่ารักแบบดึงแข้งดึงขา 
    ที่จะแย่งเวลา แย่งความสงบ ..สมาธิ...
    นี่คือ นักเขียนที่หวังสูง มีอุดมคติมากล้น เกินคนธรรมดาๆ
    
    บางที อ่านไปอ่านมา 
    ถึงการต่อสู้กับความต้องการของตัวเอง 
    แล้วก็เศร้าแทน คุณกนกพงศ์ 
    แพมคิดว่า ไม่มากไปหน่อยหรือ คุณกนกพงศ์ คะ! 
    
    แต่คนเรา
    มักคิดอะไรต่างกันในมุมมองของชีวิต 
    แม้วิถีนั้นมันจะสุดโต่ง 
    แต่เขาก็ทำด้วยความรัก ความพอใจนี่นา
    แล้วเราจะมาเอาศีรษะ ไปหนักแทนทำไมกัน....
    แต่ขอบคุณนะคะ 
    ที่เป็นแรงบันดาลใจ บันดาลฝัน ให้แพมสามารถ รจนา
    เรื่องจากดวงจันทร์ ถึงดวงใจได้เรื่องหนึ่ง หลังอ่านจบ
    
    นี่ถ้าไม่อาย 
    จะส่งไปให้คุณกนกพงศ์อ่าน นะท่าจะดี
    แค่อยากบอกเป็นนัยๆว่า 
    ทำอะไรน่าจะเดิน สายกลาง 
    ให้มีความพอดี ความว่าง ความพอใจ น่าจะเข้าทีดีที่สุด 
    
    สำหรับแพม คิดว่า 
    ถ้าต้องแลกกับคำว่า.. 
    นักเขียน..ยิ่งใหญ่ไปถึงโลกไหนในอนันตกาลจักรวาลสุดหล้า.. 
    ด้วยชีวิตที่ว่างเปล่า เหลียวไป ไม่มีรัก
    ไม่มีอบอุ่น แบบปุถุชน คนเดินดินแล้ว 
    แพม...คงไม่...ขอเป็น จะดีที่สุด
    และเพราะรู้ว่า อยากแค่ไหน ก็ใช่จะเป็นได้ทุกคนซะเมื่อไหร่....
    
    คนมีอุดมคติสุดขั้ว ในโลกนี้ มีมากพอแล้ว 
    ขอให้เขาเดินไปในเส้นทางนั้นเถิด
    ถ้าเขามองเห็นทางนั้นสวยสด 
    และถึงฝั่งฝันได้อย่างไม่ยากเย็น...
    แพม..ทนขวากหนาม 
    ความอดทน ความยากลำบาก 
    เพื่อพิสูจน์คุณค่า ในตัวเองไม่ไหวแน่ 
    คงพ่ายแพ้เพลี่ยงพล้ำ เสียก่อน 
    เพราะพลังใจไม่กร้าวแกร่งพอ
    
    จึงขอสดุดี..นักเขียน 
    และศิลปินทั้งหลาย ในหล้าโลกนี้ 
    ที่ประสบกับเกียรติยศ 
    กับความชื่นชม ความสำเร็จ 
    สามารถก้าวพ้นผ่าน ด่านอรหันต์ มหันตภัย
    จนได้ฝากผลงาน ไว้เพื่อเป็นเกียรติ 
    เป็นประวัติศาสตร์ของชีวิต และของโลก
    
    แพม...ขอก้มศีรษะและดวงใจ ลงคารวะ 
    แด่ท่านทั้งหลายเหล่านั้น ที่น่าชื่นชมสุดขั้วหัวใจ
    
    แพม..เป็นแค่..นักอยากจะเขียนแค่นี้ ก็แสนดีแล้ว 
    เพราะทุกวันนี้ก็มีคนตัดพ้อ 
    และเหน็บแนม แกมประชดแพม 
    ด้วยสมญานาม มากมี....เช่น
    โคโค่เพ้อ โคโค่พลอมแพลม 
    ลับๆล่อๆแล้วแต่สถานการณ์อารมณ์
    ที่เป็นดั่งนี้..เพราะเหตุว่า..... เวลาในชีวิต
    ได้ถูกงานเขียนมาแบ่งปัน 
    ไปบางส่วนและมากมีในบางวัน...
    
    บางคืนค่ำ นอนอยู่ดีๆ ก็เหมือนผีเข้า 
    เด้งดึ๋งได้ แบบนักยิมนาสติก ไวปานนั้น
    เพราะคิดคำกลอนได้
     แม้จะธรรมดาๆ แต่สำหรับแพม...
    มันแสนดี มีค่ามากเลย
    ที่อยากมอบให้ ผู้อ่านผ่านตา นะคนดีที่รักยิ่ง.....
    
    และเชื่อไหมว่า 
    ตั้งแต่มาจับงานเขียน แบบมือใหม่สมัครเล่นแล้ว
    ไม่ว่าไปไหนๆ ใจดวงที่ปลอดโปร่งโล่งงาม 
    ก็ไม่วายจะสรรหา เรื่องมาคิด คิด คิด 
    ทั้งที่มีสาระและไม่มี 
    ที่มัก จะออกมาในแนว 
    พร่ำเพ้อละเมอหารัก เสียเป็นส่วนมาก 
    เพื่อ เสนอสนองอารมณ์ 
    อยากเขียนของตัวเองนะซี จะมีอะไร
    
    บางทีคิดเอาว่า น่าจะมีใครสักคน รู้ใจ 
    ราวเพื่อนร่วมฝัน ร่วมเส้นทางแห่งกำลังใจ
    ที่ทอดยาวไกล ให้เดินดุ่ม ค้นหา ไม่รู้จบ..
    เพื่อมอบสิ่งดีๆ ที่อยากรินรด จ่ายแจก 
    ให้เห็นงามตามกันไป ใน ทางสายสวยใส เส้นนั้น
    
    ชีวิตนี้...จึงราว..ถูกพันธนา 
    ด้วยความฝัน อันอลังการ 
    ตามประสาใจคนอยากเขียนอยากถ่ายทอด
    ที่รอเวลาจะระเบิดพวยพุ่ง..
    เป็นความฝันที่แสนงามราวสายรุ้ง...เลื่อมสี.
    แม้นมิเคยคิด คาดหวัง
     ไฉนเลยใจยังเป็นไปได้ถึงเพียงนี้...หนอ
    ที่ ทั้งทุ่มเท ทุ่มใจ ไม่เหน็ดเหนื่อยเลย
    
    งานการเขียนนั้น 
    ถ้าจะให้ดี ต้องเขียนให้ถูกใจผู้อ่าน 
    และมีสาระ ย่อยเรื่องยาก 
    ให้กลายกลับเป็นเรื่องง่ายๆ น่าสนใจติดตาม 
    และ...ยังมีกลวิธีซับซ้อน
     ที่เป็นเทคนิคในการเขียนของแต่ละคนไม่เหมือนกัน.....
    
    นักเขียนส่วนมาก 
    มักผ่านการเป็นนักอ่านตัวยงมาก่อน
     แล้วลองพัฒนาตัวเอง พยายามลองเขียนดู
    ถ้าไม่รักการอ่าน
    
     อยู่ๆจะเขียน คงต้องเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์
    และมีความเป็นอัจฉริยะ ในตัวตน..อย่างล้ำเลิศ...
    
    เขียนมายาวย้วย 
    เพียงอยากบอกว่า ชีวิตแพม..ช้าไป แล้วต๋อย 
    ที่จะทุ่มเทมากมายกว่านี้ได้ จนหมดใจ
     เพราะหมดไฟหาหนทาง....
     ที่จะก้าวย่างไปไกลสู่โลกบรรณพิภพ ของคำว่านักเขียน..
    
    อยากฝากใจ ฝากบอก 
    ถึงนักเขียนสมัครเล่นรุ่นใหม่..แค่นั้น
    ที่ยังเป็นคลื่นลูกใหม่ไฟฝันยังแรงร้อน ว่า....
    ทุกสิ่ง ไม่ไกลเกินเอื้อม ถ้าเริ่มวันนี้ 
    
    เพราะยังมีหนทางไกลให้ลองก้าวเดิน 
    จงทำด้วยใจ ด้วยรักนะคะ
    และ..แพมคนนี้....
    จะขอเคียงข้างให้กำลังใจ....ไปเสมอ 
    
    เพียง..แค่ขอ..เห็นใครสักคน
    สานฝัน....ในใจแพมนั้น...ให้สำเร็จ เป็นจริง
    
    ด้วยรักนี้..จากใจโคโค่แพมนะคะ. 
    แด่นักเขียนสมัครเล่นทุกท่านในร่มรักเรือนไทยนี้....
    ที่ให้โอกาสเราทุกคน
    ก้าวเดินไป...ตามหาฝัน..วันแสนดี...
    แสนยิ่งใหญ่..ของเรา ค่ะ...
    ....................
    
    10.gif36.gif16.gif
  • เพียงพลิ้ว

    18 ตุลาคม 2549 10:09 น. - comment id 616355

    12-20061018100536.jpg
    
    พี่พุด อย่าเศร้าไปเลยค่ะ
    
    36.gif36.gif36.gif36.gif36.gif36.gif1.gif
  • แมงกุ๊ดจี่

    18 ตุลาคม 2549 10:40 น. - comment id 616368

    มะกรูดส่งเมลล์  ไปให้พี่พุดแล้วนะคะ
    ลองอ่านดูก่อน   ถ้าไม่เข้าใจยังไง...
    
    พี่พุดออนเอ็มมาหามะกรูดก็ได้ค่ะ
    ช่วงบ่าย แก่  ๆ  มะกรูดจะว่างค่ะ..
  • พุด

    18 ตุลาคม 2549 10:35 น. - comment id 616382

    10.gif16.gif36.gif
    ด้วย.......
    ความซึ้งใจ..เหลือล้ำ
    นะคะน้องกานต์ที่รักยิ่ง
    
    พี่พุด ....ขอบคุณค่ะ
    ที่ยังคอยเป็นหยาดน้ำใสดั่งละออง
    น้ำค้างลงพร่างพรมให้นวลใจพี่พุด
    ยังมิมอดดับมิสิ้นแรงใจไฟฝัน
    
    วันนี้พี่พุด..เพียงมีบางสิ่งมาทำกระทบ
    ให้โศกศัลย์เพียงนิดน้อยค่ะ
    
    
    แล้ว...
    เชื่อมั่นว่า *งามดวงใจใครเล่ารู้นี้*
    ก็พลันจักผันผ่านพ้น
    ผัสสะวันแห่งสายฝนลมแรง
    พบแสงทองจากฟากฟ้า36.gif10.gif
    
    พี่พุด 
    นำบทรจนา
    ถึง..จิตวิญญาณ
    *แห่งนักอยากจะเขียน
    และ..
    เราทุกดวงใจกระวีกระวาด*
    
    ผู้ที่ฟ้าเบื้องบนประทาน 
    พรสวรรค์ให้มา
    เพื่อผสานกับ*พรแสวง*
    แล้ว...
    ให้ใช้เป็นแรงบันดาลใจไฟฝัน 
    รจนา.....
    ทุกสิ่งมากล้นคุณค่าเกินกว่าอัญมณีใด
    ประดับจิตให้ผ่องพราวไสวสว่าง
    พบความกระจ่างสงบ
    แด่ผองชนคนร่วมชะตา
    ที่..
    *เงินมหาศาลมิอาจบันดาลบันดล....*36.gif10.gif
    
    เพราะ...
    นั่นคือ
    *จิตวิญญาณบ้านภายใน*
    ที่แสนยิ่งใหญ่
    
    ที่ควรมอบให้แก่เพื่อนไทย
    แผ่นดินไทยผืนดินทองน้องพี่
    ผู้ร่วมชะตากรรมผู้ยังหลงเหว่ว้า
    ในกระแสโลก จนลืมกระแสธรรม
    ที่...
    กำลังขาด หยาดน้ำอมฤตใส 
    จากสวรรค์ไว้ดับแล้งใจแล้งไร
    ไปทุกหนแห่งค่ะ
    
    นายกรัฐมนตรี 
    อาจจะหาง่ายกว่าศิลปินสักคนนะคะ 
    
    ที่ฟ้าดินเบื้องบนส่งให้มารังสรร...
    พลังแห่งความฝันความหวัง 
    เพื่อ..
    ให้โลกนี้ยังคงดำรงอยู่...เป็นนิรันดร์...
    
    แด่...ทุกดวงใจให้ไหวพบว่า
    แท้แล้วไซร้ เราเกิดมาเพื่อสิ่งใด
    ก่อนวันที่จักสายเกิน36.gif10.gif
    
    
    และ
    พลีน้อมคารวะ
    แด่กวีซีไรท์ในดวงใจ
    *คุณกนกพงศ์ สงสมพันธุ์*
    ที่พุดเคยเพียรรจนาด้วยความซึ้งค่า
    ซึ้งใจ ภูมิใจ ด้วยหัวใจ36.gif10.gif
    
    และ..
    ราวกับว่า..จิตจักรับรู้ว่า
    วันนี้ จักไม่มีเขาอีกเลยแล้ว
    
    *กวีแก้วแห่งรัตนโกสินทร์..*
    
    ผู้ไม่ยอมพ่ายเพียรที่จักดำรงชีพ
    เพื่อซื่อสัตย์กับตัวเอง
    อุทิศ...ทุกลมหายใจ...
    ฝากผลงานล้ำค่าไว้กับแผ่นดิน
    
    อย่างผู้รู้คุณค่ากาลเวลา
    ว่าดั่งกระแสธาร ที่มิอาจรอผู้ใด ..
    .....................
    
    36.gif10.gif
  • แก้วประเสริฐ

    18 ตุลาคม 2549 10:45 น. - comment id 616387

    36.gif16.gif36.gif
    
          กาสะลองน้องนุชบริสุทธิ์นัก
    กลิ่นกายประจักษ์หอมกรุ่นละมุนหา
    ขาวสล้างกระจ่างไว้สุดสายตา
    ยากนำมาประดิษฐ์ไว้สู่กายเรา.
    
              คิดถึงคุณเสมอๆมิอาจลืมเลือนแต่เสมือน
    เคียงใกล้กัน
    
                      16.gifแก้วประเสริฐ.16.gif
  • พฤหัส กฤษชยรักษ์

    18 ตุลาคม 2549 10:50 น. - comment id 616394

    ดูรูปแล้วไม่เห็นร่องรอยช้ำเลยนี่ครับ
    สบายดีนะครับ
  • พุด

    19 ตุลาคม 2549 09:02 น. - comment id 616750

    3084_b1_050118111124.jpg 
    
    http://www.thaipoem.com/forever/ipage/song34.html
    พรานทะเล 
    
    ชีวิตที่คร่ำ กลางน้ำเวียนวน
    ลอยล่องกลางชลไม่พ้นทนไป
    อยู่กับเรือเบื่อใจ ผองพรานทะเลเร่ไป
    อยู่ห่างไกลกลางสายชล
    มองน้ำตรงหน้า จรดฟ้าไกลไกล
    ว้าเหว่ดวงใจไม่เห็นผู้คน
    คลื่นและลม สู้ ทน ทุกข์ใจปานใดไม่บ่น
    สู้แดดฝนลำบาก กาย
    อยู่หว่างทะเล นาน นาน
    ท้องเรือเป็นบ้าน ท้องธารเรือนตาย
    สิ้นชีพสิ้นชนม์ เคราะห์ร้าย
    ศพฝังโดยง่าย ฝากเอาไว้ใต้ คงคา
    เพียงเห็นริมฝั่ง สักครั้งดีใจ
    มาบกทีไรให้แสนปรีดา
    ใกล้แผ่นดิน เข้า มา
    เหมือนมีวิมานตรงหน้า
    ปลื้มหนักหนา แทบจูบดิน
    อยู่หว่างทะเล นาน นาน
    ท้องเรือเป็นบ้าน ท้องธารเรือนตาย
    สิ้นชีพสิ้นชนม์ เคราะห์ร้าย
    ศพฝังโดยง่าย ฝากเอาไว้ใต้ คงคา
    เพียงเห็นริมฝั่งสักครั้งดีใจ
    มาบกทีไรให้แสนปรีดา
    ใกล้แผ่นดินเข้ามา
    เหมือนมีวิมานตรงหน้า
    ปลื้มหนักหนาแทบจูบดิน... 
     
    10.gif36.gif

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน