29 พฤศจิกายน 2552 22:25 น.

22/104 เชิญเถิด...ที่รัก (ว่าด้วย กลบทเทพชุมนุม+มธุรสวาที)

กวีน้อยเจ้าสำราญครับ

ผมต้องขอโทษ และขออภัย ที่ไม่ได้ตอบเลย

แต่กระนั้น ก็ยังไม่สำคัญที่ว่า กลบทนี้ ผมแต่งผิดเยอะมากๆ

และก็ยัง งงๆ รวมถึง สับสน อยู่เช่นเดิม  ต้องซ้ำเสียงพยัญชนะ 
และสระ อย่างละ 2 คู่ ในหนึ่งบาท ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร 
เห้ออ  เรื่องแค่นี้ ยังไม่เข้าใจ  ไม่สมชือกวีเลยจริงๆ อายตัวเอง 

11984649932671.jpg


*สายลมโบยโชยพัดระบัดใบ
กวัดแกว่งไกวไหวพลิ้วละลิ่วล่อง
ดั่งดนตรีคีตกาลหวานทำนอง	
ที่ขับร้องหมองหม่นระคนกัน


*ยามที่เหงาเศร้าใจใครจะรู้
เพราะพธูดูดายทำลายขวัญ
เจ็บแสนแสบแปลบซึ้งถึงชีวัน
จะอาสัญบั่นทอนพิษรอนราน

*เชิญเถิดหนายาหยีสุดที่รัก
เอาให้หนักชักดิ้นสิ้นสงสาร
ฟันให้ยับดับลงคงไม่นาน
ย่อมเลยผ่านการลืมเลิกปลื้มไป

*เกิดเป็นชายหมายมั่นจะปั้นฟ้า
เคียงธาราป่าเขาลำเนาใส
หวังให้รักสลักตรึงจนซึ้งใจ
แต่ทำได้ไม่ดีแค่นี้เอง

*คงต้องจบพบทางอ้างว้างแน่
เหลือเพียงแค่แลหาพาโหวงเหวง
รักสะดุดสุดสายป่านซ่านเสียงเพลง
ร้องตะเบ็งเกรงใครก็ไม่มี

*เคยเปรียบเธอเสมอมั่นแม่จันทร์แจ่ม
อร้าแอร่มแก้มน้องงามผ่องสี
เจ้าสวยสุดผุดผาด “ยอดหยาดเทวี”
แสนโสภีที่หนึ่งเอ่ยซึ้งคำ

*ถึงยามนี้ที่รักมาหักเห
รถไฟ-เรือ-เมล์-ลิเก-งามขำ   
ไม่อาจโกรธโทษเว้นมองเป็นกรรม
ร้องครวญคร่ำซ้ำหนองยังต้องทน

*เผื่อว่าเจ้าเศร้าใจเมื่อไรแล้ว
จดจำแววแว่วหวานน้ำตาลหม่น
จงหวนถิ่นดินดาน ณ บ้านตน
ทุยน้อยบ่นจนผอม...เพื่อยอมตาย

180405_3134003.gif				
27 พฤศจิกายน 2552 23:24 น.

21/104 พูด-ทำ-คิด...ถึงแต่เธอ (ว่าด้วย กลบทนายโรงลืมกรับ)

กวีน้อยเจ้าสำราญครับ

ก่อนจะแต่งกลบทนี้  ผมบอกตรงๆ เลยว่า 
ชื่อ กวีน้อยฯ จะหมดสภาพก็วันนี้แหละ
เพราะงงกะคำว่า เสียงลหุ - คำตาย

ยังดีที่ได้ คุณกี้ บอกว่าคำตาย คือ ก ด บ
และ สระ อะ อิ อุ เอ๊ะ โอ๊ะ เอี๊ยะ ฯลฯ
ต้องขอบคุณ....คุณเจ้าสาว  เป็นยิ่งนัก ขอรับ

*พูด-ทำ-คิด...ถึงแต่เธอแบบเพ้อหนัก
คงเพราะรักเจียนบ้าพาตระหนก
ถึงร้อยเรื่องพันราวคราวหยิบยก
หวังได้กกกอดกลมให้สมคิด

*อยากเอ่ยคำฉ่ำหวานน้ำตาลหยด
เพื่อปรากฏรสถ้อยรอยสนิท
เพราะห่างไกลเกินใฝ่จะใกล้ชิด
เหมือนถูกปิดจิตใจใช่ไหมนะ

*ทำแต่งานการกิจรับผิดชอบ
ไร้คนปลอบเปล่าดายหลายขณะ
แอบเหงาหงอยคอยอยู่มิรู้ละ
กี่ครั้งนะรักนั้นหวั่นใจนิด

*หรือแค่ครวญป่วนแล้วเห็นแววหยุด
กลัวรักสุดสิ้นไปจนไร้สิทธิ์
หากบอกไปใจฉันทุกวันคิด
เธอคือจิตคือใจที่ใฝ่พบ

*เธอคือฝันนิรันดร์ปลุกปั้นสุข
ให้มาลุกปลุกฝันคืนจันทร์หลบ
เป็นแสงทองส่องใสในพิภพ
รวมบรรจบชายหญิงพักพิงรัก...


คำอธิบาย 

กลบทนายโรงลืมกรับ คือ ทุกบรรทัด จะต้องลงส่งสัมผัสนอก ด้วย คำ ลหุ(คำตาย เสียงสั้น) เท่านั้น

เรื่องเล่ามีอยู่ว่า ครั้งเมื่อวางโกลนเรือ เอนกชาติภุชงค์ แล้วเสร็จ จำต้องมีการลองน้ำ พระราชวังบวรฯ โปรดที่จะเสด็จล่องเรือจากท่าวาสุกรีไปขึ้นที่วังหน้า ด้วยความฉุกละหุก นายโรงผู้จัดเตรียมอุปกรณ์ ลืมนำ กรับ ลงเรือให้อาลักษณ์ขับเห่ พอเรือออกจากท่า อาลักษณ์ก็เริ่มเห่ แต่หา กรับ ไม่เจอ ด้วยปรีชา จึงต้องว่ากลอนท้ายหัก จะได้ไม่ต้องลง กรับ กรมพระราชวังบวร เห็นเป็นการแปลก เลยถามอาลักษณ์ว่า เฮ้ย นี่มึง ด้นกลอนกลอะไร อาลักษณ์ จึงตอบไป ว่า นี่เป็นกลบท นายโรงลืมกรับ พระเจ้าข้า

ตัวอย่าง บทกลอนที่เกี่ยวข้อง

กลเม็ดคนร้อยรัก(กลบทนายโรงลืมกรับ)   โอเลี้ยง

กับรักเผื่อเหลือที่คิดกอดเกาะ
เสียงพลิ้วเพราะเคาะจิตพาอึดอัด
ซ้ายก็งามขวาแจ่มเกินคิดคัด
ยากสลัดตัดขาดหยุดยั้งรัก

วันวานเจอคนหนึ่งจิตคึกคัก
วันนี้หลักถูกผลักเพราะเผลอกัก
คนวันนี้น่ารักเกินเมินทัก
จึงต้องพักแวะชวนสรรค์ต่อพจน์

ผ่านอีกวันพบใหม่ใจสะอึก
ห้วงรู้นึกพิมพ์ภาพคนสวยสด
คนอะไรช่างงามพาระทด
ต้องรีบจดที่อยู่แล้วตามติด

หนึ่งสัปดาห์ผ่านพ้นต้องเสาะเคล็ด
กลเม็ดก่อนเก่าไม่ศักดิ์สิทธิ์
เพราะคนงามมีมากล้อมทั่วทิศ
จำต้องคิดลบทอนรีบปลดซะ

หนึ่ง-สอง-สามตัดก่อนเพราะเก่านัก
สี่-ห้าดักตามหึงจึงสละ
หกดูแล้วใจร้อนชวนปะทะ
เจ็ดสะอาดเรื่องมากยากเคียงคบ

อาทิตย์นี้จึงเป็นโสดไร้พิรุธ
รีบเร่งรุดดักรอเพียรประจบ
คนรักใหม่งามเกินเคยพานพบ
ต้องตลบตะแลงเพียรเพิ่มภักดิ์

แค่สามเดือนผ่านพ้นจิตกระตุก
คนปลุกทุกข์คนใหม่ที่พังหลัก
คือคนน้องแสนงามของคนรัก
เศร้ารุมผลักอีกครั้งกับรักเลาะ

*********************************************
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=jiujik&month=01-2009&date=27&group=5&gblog=52

เกลาเหงา..คราหนาวจับ(ด้วยกลบทนายโรงลืมกรับ)
 

หนาวยาวนาน ผ่านสั่น ฝันกระตุก
คิดสนุก ลุกมา เต้นเปะปะ
ริดเดียวดาย อ้างว้าง ที่ปะทะ
ให้สละ เหว่ว้า ที่พิงพัก

หนาวทีไร ใจเจ็บ ล้อมรุมรัด
เบื่อชะมัด ปัดเปลี่ยว เหนี่ยวตรมตัก
จำลุกเล่น เต้นรำ แบบแอบลัก
ย่ำย้ายยัก ผลักโศก ลับเลือนลบ

สวดอ้อนวอน ผ่าวพ้อ ช่อยุบยับ
จงเร่งพับ หักห่าง เร้นลี้หลบ
ให้สารสุข รุกร่น มาสมทบ
พาจิตจบ จมลง ตรงเริงซุก

พาเสี้ยวฝัน พรั่นผ่าน กาลหนาวเหน็บ
จับจิตเจ็บ เก็บกร่อน ร่อนร้าวเกาะ
อยู่ร้องเร้า เฝ้าเกลา ชื่นฉอเลาะ
ให้เพลินเพาะ เจาะจิต ทุกระยะ

หนาวแค่ไหน ไกลกลุ้ม กุมรุมจับ
เพียงพร้อมปรับ ดับทุกข์ ผลักผ่าวผละ
หาเพลงเพลิน ปลอบปลุก อย่าลดละ
เพื่อชนะ หงอยเหงา คราหนาวทับ

*********************************************************

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=jiujik&month=23-09-2009&group=5&gblog=80
หลงดงดอกรัก(ด้วยกลอนกลบท "นายโรงลืมกรับ")   
เขียนและอัพโดย......ญามี่///...


หลงคีตามาพรมจมจ่อมจิต
เนรมิตชิดชื่นคืนกล่อมสุข
เพลงพรายพรั่งฝังใฝ่ละลืมลุก
โปรยปรอยปลุกหวามจับปรับวุ่นวับ


ตราบความรักผลักตึงผึ้งสะดุด
หวานสานผุดฉุดฉ่ำละลายขับ
ลมเริงร่านิ่งพิงเลือนเลยพับ
ใจพร้อมกลับรับรักไม่ห่างละ


ผะแผ่วเพลงเร่งหลอนป้อนห่วงมัด
สุดสกัดปัดปลื้มยืมเมินผละ
แว่วไวหวามซ่านซ้ำย้ำปะทะ
ยากสละรักหวานหาญมาทัก

ลานรักเคลิ้มหล่นไหลอุ่นระอุ
ไล่ปะทุผุพร้อยย้อยประจักษ์
หมดพื้นที่คลี่คลายมาเติมลัก
ว่าวางวักปัดรักไม่ห่างคลุก


จินต์ชำแรกแทรกคลำลืมตรองตรึก
รักเราะลึกศึกสุขเพลินสนุก
ลุ่มหลงนานปานปล่อยรอยบรรทุก
ยากฉีกฉุกห่วงใคร่ยามรุมทับ


เคลิ้มรอยหลับท่ามรักชักชวนดัด
กาลเดือนผลัดเปลี่ยนแปรหารู้สับ
ในม่านมนต์ดงรักเหมือนเมืองลับ
ลืมสดับตรับแล้วแววไหววก.


///////////////////////////////////////////

http://gotoknow.org/blog/2etc/213292

กลอน         :ธรรมดา หน้า 67-68
แต่งโดย     : เพิ่มบุญ (เสริมศักดิ์) เปลี่ยนภู่ (นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ,เนติบัณฑิตไทย)  
นามปากกา : เวทย์ 
หนังสือชื่อ   : ข้างกองไฟ ( สำนักพิมพ์พรศิวะ, กรุงเทพฯ.พิมพ์ครั้งแรก  2547 . 116 หน้า)

พุทธศาสน์สอนอะไรให้ชีวิต
ถ้าไม่คิดให้ซึ้งบึ้งสัจจะ
กี่ชาวพุทธน้อมนำในธรรมะ
เลิกวอนพระศักดิ์สิทธิ์เสริมอิทธิ

เหลือกี่สงฆ์เสมือนพระผู้ประเสริฐ
แทนเตลิดอวดมนุษย์อุตริ
เดียรัจฉานวิชชาอุตส่าห์ริ
เพียงหวังผลิศรัทธาเรียกสาธุ

สงสารวัดลืมปลงสงสารวัฏ
กลับละเลยศีลสัตย์เน้นวัตถุ
วัดขาดวัตรฤๅนิพพานท่านบรรลุ
ตราบบาปคุคลุมครอบกรอบความคิด

กี่คนมั่นอริยมรรคหลักครองชีพ
ชูประทีปแห่งธรรมนำดวงจิต
กี่บุญทานทำไปในชีวิต
แค่แลกสิทธิ์ขึ้นสวรรค์วันล่วงลับ

เมื่อแหล่งเที่ยวแหล่งธรรมนำมาคละ
แล้วธรรมะหวังให้ใครสดับ
กี่งานวัดที่ถวิลเพียงสินทรัพย์
ระเริงกับมหรสพลบเลือนพุทธ

ระหว่างกฎแห่งกรรมรอคำตอบ
คนชื่นชอบโลกีย์ไม่มีหยุด
ปัญหาหนักหมักหมมสังคมทรุด
โลกถึงจุดสับสนท่วมท้นทุกข์

กลอน         : พจน์  หน้า 79-80
ราวสายลมเริงร่ายล้อสายหมอก
ก่อนเย้าหยอกภูผาผืนป่าปก
แล้วกล่อมเห่ห้วงฝันอันสะทก
ในอ้อมอกคืนวันแห่งพันธะ
เจือความงามความหมายสู่ลายลักษณ์
กอบถ้อยทิพย์ผจงถักสร้อยอักขระ
อุดมการณ์บานบ่มคมวาทะ
นำสัจจะบรรจุมธุรส
โศกก็โศกยิ่งกว่าพญาโศก
ประโลมโลกก็หวานปานจะหยด
ครั้นเสียดสีสาสมอารมณ์ประชด
บริบทโดยตลอดก็สอดรับ
วิญญาณแห่งบทกวีสุนทรีทิพย์
สมควรจิบเรื่อยร่ำเรียงลำดับ
เพื่อให้ถ้อยทุกถ้อยค่อยซึมซับ
ผ่านเสียงขับของโศลกโลกทัศน์
ความอ่อนหวานอ่อนไหวในพิภพ
จงบรรจบผสานเกลียวเกี่ยวกระหวัด
มโนภาพซาบซึ้งช่วยรึงรัด
เป็นอาณัติกำหนดบทบาทมนุษย์
อย่าเจื้อยแจ้วแล้วคล้อยเลื่อนลอยลับ
แทรกทุกศัพท์ด้วยคติบริสุทธิ์
เผยเงื่อนงามตามธรรมพระสัมพุทธ
ให้เป็นจุดเกิดแสงแห่งชีวิต 

/////////////////////////////////////////////

http://www.thaipoet.net/index.php?lay=boardshow&ac=webboard_show&Category=thaipoetnet&thispage=44&No=282757
แค่นี้แหละ 
คนใจบาปบ่นพร่ำถ้อยธรรมะ
คนกักขฬะขับลำนำทำนองเสนาะ
คนโศกเศร้ากลั้นสะอื้นฝืนหัวเราะ
เพียงจำเพาะอำพรางสร้างภาพลักษณ์
ยากเสแสร้งทุกสิ่งสมจริงหมด
แต่ปรากฏเลศนัยให้ประจักษ์
ยิ่งกลบเกลื่อนเงื่อนงำทำเล่ห์นัก
ยิ่งประดักประเดิดเกิดพิรุธ
ขอเพียงเราคอยระวังช่างสังเกต
ค้นหาเหตุโยงผลจนที่สุด
ธรรมชาติธรรมดาของมานุษย์
ตอย่อมผุดทุกทีที่น้ำลด
จึงเกิดหลักสำหรับการจับเท็จ
กลเม็ดมุ่งข้อบริบท
แค่พบความเคลือบแคลงแย้งประพจน์
คำโป้ปดปลิ้นปล้อนซ่อนไม่มิด
ไหนจับแพะชนแกะแยกแยะออก
ไหนกลิ้งกลอกกลับคำทำปกปิด
ใช้ความรู้รอบด้านเอื้อการคิด
ทั้งแง่วิทย์แง่ศิลป์ถวิลครบ
หลอกได้แค่คนโง่ตามโอกาส
ไม่สามารถหลอกผู้รู้เจนจบ
ความรู้มีทั่วไปในพิภพ
อย่าเป็นกบใต้กะลาปัญญาเซอะ
(เวทย์) 

กลียุค
ประเทศไทย ในวิถี กลียุค 
เมื่อแขกบุก ปลุกชาวบ้าน ต่อต้านรัฐ 
ใช้กำลัง ชังขันติ จึงวิบัติ 
ญิฮาด ยัด ระเบิดสู่ ผู้รับเคราะห์ 
น้ำเหม็นยิ่ง ล้างสิ่งเน่า เคล้าอุตลุด 
เวรประทุษฐ์ ฉุด ฉะ กัน นั่นหรือเหมาะ 
ไฟลุกหรือ สื่อเติมเชื้อ เพื่อกระเพาะ 
ไข้สูงเสาะ กินยาผิด ชนิดชะงัก 
ศรีสยาม ยามเมื่อป่วย เปี่ยมด้วยโรค 
ปล่อยตามโชค ชะตาไป ไข้ยิงหนัก 
ยาดีมี อยู่ที่ใจ ควรใช้รัก(ษ์) 
เลิกจมปลัก แดดักดาน การสู้รบ 
กองอัคคี มีน้ำมัน นั้นยิ่งคุ 
คอยระอุ ประทุได้ ไม่รู้จบ 
หวังวารี สีสะอาด ราดสมทบ 
จึงจะกลบ ไฟใต้ดับ กลับสันติ 
ให้อภัย ให้กันเถิด ไม่เกิดทุกข์ 
กลียุค เข่นฆ่าฟัน ฉันอริ 
ไทยไทยไทย เมื่อไรสุข ทุกลัทธิ 
ดอกไม้ผลิ ศริวิไล ไม่พานพบ 
(กวินทรากร) 


คุณพระมารดา 
ยอสองกร วันทา กว่าศีรษะ 
หัตถาจะ ขีดเขียน เพียรปรากฏ 
เอาหัวใจ ตั้งมั่น ดั่งบรรพต 
บรรเทาทด แทนคุณพระ นฤมิต 
จะอ้างเอา ดินฟ้า นภากาศ 
จะเอื้อมอาจ เชิญเทวัญ อันศักดิ์สิทธิ์ 
มาอวยชัย ต่อพระผู้ ชูชีวิต 
ด้วยลิขิต บรรเลง เพลงเคารพ 
ตระหนักซึ้ง ตรึงใจ ไม่คลายขัด 
สลักชัด เต็มใจ ไม่รู้จบ 
พระคุณที่ สร้างลูก ปลูกพิภพ 
แม้ดินกลบ หน้าเกลื่อน มิเลือนรัก 
สองเท้าลูก ก้าวหน้า กว่าเมื่อเกิด 
สองมือเลิศ เพียรอุ้มชู มิรู้หนัก 
สองมือแม่ เฝ้าพยุง เฝ้าจูงชัก 
สองมือหลัก สูงค่า กว่าที่คิด 
เสียงกล่อมลูก โอละเห่ โอละหึก 
เช้าจนดึก ยวนใจจับ หลับสนิท 
เพลงซ้ำซ้ำ กล่อมกู่ อยู่เป็นนิตย์ 
แม้ถูกผิด พยายาม ตามแต่นึก 
หัตถาที่ ขีดเขียน เพียรปรากฏ 
เพราะได้บท เรียนแปลก แรกรู้สึก 
แม่กุมมือ วาดกอไก่ ใจจารึก 
จนผนึก แนบทรวง ทุกท่วงทัด 
แม่สอนทำ ทุกสิ่ง ยิ่งเก่งกาจ 
แม่สอนวาด สอนท่องจำ ตามถนัด 
สอนทำครัว สอนทำใจ สอนไปวัด 
และเคร่งครัด ให้ฝักใฝ่ ในธรรมะ 
จวบวันนี้ วันที่ มีโอกาส 
ซึ่งโอวาท แม่เน้น เป็นสัจจะ 
ลูกรับรู้ เป็นข้อ สรณะ 
ซึ่งลูกจะ ยึดไว้ ในชีวิต 
จะอ้างเอา ดินฟ้า นภากาศ 
จะเอื้อมอาจ เชิญเทวัญ อันศักดิ์สิทธิ์ 
มาอวยชัย ต่อพระผู้ ชูชีวิต 
ขอเทเวศ บันดาลฤทธิ์ พิชิตทุกข์ 
ให้แม่จง พ้นพาล อันราญราบ 
ภัยจงสาบ สูญสลาย กลายเป็นสุข 
เคราะห์ที่แม่ ร้าวรน ที่ทนทุกข์ 
ขอให้ลูก รับแทนไว้ ได้เชยชด 
(ม้าก้านกล้วย) 


เมื่อคำตาย
รัตนโกสินทร์ฤาสิ้นปราชญ์? 
จึงเป็นทาสประเทศตะวันตก 
เจ้าพระยาสับสนไหลวนวก 
น่าตระหนกตระหนักจักรภพ 
กวีแววแก้วปิ่นสิ้นศรีศักดิ์? 
สิ้นมนต์รักประจักษ์หูมิรู้จบ? 
สิ้นคำหยาด “ครูเนาว์” ที่เคารพ? 
สิ้นระบบวาทีกวีวัจน์? 
เยาวชนรุ่นใหม่ไม่รู้รส 
กวีบทสารพันท่านบัญญัติ 
ไม่ประสีประสาประชาทัศน์ 
ไม่พึงคัดหัดเขียนไม่เพียรคิด 
“ลูกผู้ชายลายมือนั้นคือยศ” 
ไม่เคยจดเคยจำย้ำเตือนติด 
แต่กลับเก่งภาษามหามิตร? 
สิ้นสนิทเสน่ห์ไทยในพิภพ 
เมื่อลำนำ “คำตาย” คล้ายสิ้นชาติ 
ร่องรอยปราชญ์ลางเลือนเหมือนโดนกลบ 
คำ“ท่านภู่” “ครูเอื้อ” เมื่อเลือนลบ 
คำจึงจบกวีไทยใกล้กลียุค 
รัตนโกสินทร์จึงสิ้นศักดิ์ 
สิ้นบทรักษ์อารมณ์ระดมปลุก 
จักรวรรดินิยมก็โหมรุก 
“ไท” จึงทุกข์เพราะประเทศถูกโถมทับ 
เชษฐภัทร				
26 พฤศจิกายน 2552 21:17 น.

โคลง - กลอน วันเกิด ญามี่ 27 พ.ย

กวีน้อยเจ้าสำราญครับ

วันเกิดนี้ ขอให้น้องมี่ มีสุขภาพแข็งแรง
พลานามัย สมบูรณ์  ร่ำรวยทรัพย์สิน
เงินทอง  เครื่องใช้  ตลอดไปเทอญ

c19-3.jpg

*ขออวยพรส่งให้     ญามี  (มี่)น้อง
มีสุขทุกนาที              ท่วมท้น
วันเกิดประเสริฐศรี      ดีเด่น   ยิ่งนา
เจ้าแม่กล-บทพ้น       ผ่านร้อยปีเทอญ

*ยี่สิบเจ็ดครบแล้ว     พฤศ-จิกา
คุณพระมอบปัญญา      เลิศล้ำ
คิดหวังดั่งอุรา               พานพบ   สิ่งดี
ยิ้มละมุนบุญค้ำ             ฉ่ำซึ้งผลบุญ

*ขอสิ่งวาดปราถน์นั้น       พลันสม
เหมือนดั่งปองอารมณ์        แห่งน้อง
มีคนรักนิยม                         ปานเทิด  เกียรตินา
สินทรัพย์ประดับห้อง           มากท้นทวี

*พรใดเลิศประเสริฐบังเกิดสุข
คลายความทุกข์คลายหม่นระคนหมอง
พรอันนั้นโปรดช่วยอำนวยปอง
สมสนองครองจิตนิทรารมย์

*ขอให้มีมิ่งมิตรคอยชิดใกล้
คนรู้ใจคลายหนาวกอดสาวห่ม
แทนผ้าหมอนเสื่อใบใจนิยม
สนินสนมประคับประคองทั้งสองคน

*ทั้งการงานก้าวหน้าด้วยหน้าที่
เร็วรุดรี่เงินทองในห้องหน
บ้านใหญ่โตโก้หรูอู้ฟู้รถยนต์
ร่ำรวยล้นเกียรติกำจรสะท้อน...บารมี 

 (อิอิ  เจ้าแม่กลบทไง มีบารมี อิอิ)


ประการสุดท้าย  ขอให้เจอ เนื้อคู่ตุนาหงัน หล่อๆ อย่างกะในภาพเน้อออ
link45.jpg				
25 พฤศจิกายน 2552 21:25 น.

20/104 ถักทอรัก... (ว่าด้วย กลบทถอยหลังเข้าคลอง)

กวีน้อยเจ้าสำราญครับ

กฏเหล็ก  กลบทนี้ ถึงแม้จะถอยหลังทุกคำ
แต่ มีข้อแม้ว่า  ในคำท้าย บาทที่ 1 ต้องเชื่อม 
กับบาทที่สอง  ในคำที่  2-5  เหมือนกลอนแปด

หากแต่งแล้ว ไม่สัมผัส ในบาทที่  1-2  และ  3-4  
ในคำ  2-5   โปรดจงพิจารณา  ให้ถ่องแท้....

* นั่นจันทร์นวลชวนพิศพินิจจิต 
จิตพินิจพิศชวนนวลจันทร์นั่น
คืนเงียบเหงาเราหวั่นรำพันจันทร์
จันทร์รำพันหวั่นเราเหงาเงียบคืน

*  ฝืนทนยังตั้งตาคราห่วงหา
ห่วงหาคราตาตั้งยังทนฝืน
มากแค่ไหนใจขื่นขมทุกคืน
คืนทุกขมขื่นใจไหนแค่มาก

*  ฝากรสถ้อยร้อยคำพร่ำคืนค่ำ
ค่ำคืนพร่ำคำร้อยถ้อยรสฝาก
รักเธอจนล้นหลากเอ่ยยากมาก
มากยากเอ่ยหลากล้นจนเธอรัก


*  ถักทอรักนานวันพลันหวั่นฝัน
ฝันหวั่นพลันวันนานรักทอถัก
นานยังหวานปานภักดิ์สลักรัก
รักสลักภักดิ์ปานหวานยังนาน


ตามคำอธิบาย  ของคุณ ญามี่

เป็นกลบทที่เขียนให้ได้ความยากมากอีกบทหนึ่ง 
เพราะเป็นกลบทสลับทั้งวรรคดังนี้

คือเมื่อเริ่มเขียนวรรคแรกแล้ว
จะนำมาเขียนซ้ำโดยการถอยหลังทั้งวรรค
ดังนี้
12345678
87654321

และในบาทที่ 1 คำท้าย สัมผัสกับ  บาทที่ 2
ตังแต่ บาทที่ 2-5  
และใน บาทที่  3-4  เช่นเดียวกับกลอนแปดค่ะ

กฏของกลบทถอยหลังเข้าคลอง
 
หาใช่แค่เขียนวรรคแรกแล้วถอยกลับ
จากคำท้ายมาใส่ในวรรคสองเลย
ต้องดูด้วย คุณมีคำสัมผัสระหว่างวรรคไหม
กฏสัมผัสวรรคกลอนแปดคือ คำที่๒ถึง๕ คำใดคำหนึ่ง
ต้องสัมผัสกับคำท้ายวรรคแรก
และคำท้ายวรรคสามก็ต้องสัมผัสกับ
คำที่๒ถึง๕ คำใดคำหนึ่งของวรรคสี่

กลอนกลบท  ที่เกี่ยวข้อง  

แพ้เงาช้ำ(ด้วยกลบทถอยหลังเข้าคลอง)  โอเลี้ยง

ฝันใกล้กรายคล้ายดักเหมือนหลงรัก
รักหลงเหมือนดักคล้ายกรายใกล้ฝัน
วันและคืนลืมยากเพราะฝันพัน
พันฝันเพราะยากลืมคืนและวัน

หวั่นไหวคอยหาสิ่งอาลัยยิ่ง
ยิ่งอาลัยสิ่งหาคอยไหวหวั่น
ล้าปนหวังปั่นป่วนคอยดึงดัน
ดันดึงคอยป่วนปั่นหวังปนล้า

ท่าทีรอคอยฝืนเหมือนขมขื่น
ขื่นขมเหมือนฝืนคอยรอทีท่า
เคียงหวังคลอพ้อหาพิงเหว่ว้า
ว้าเหว่พิงหาพ้อคลอหวังเคียง

เสียงแว่วเหมือนใกล้ไกลใครร้อนร้าว
ร้าวร้อนใครไกลใกล้เหมือนแว่วเสียง
ช้ำเจ็บจิตลอยลอดเบี่ยงร่ายเรียง
เรียงร่ายเบี่ยงลอดลอยจิตเจ็บช้ำ

ค่ำจรดวันพันใฝ่สรรค์หวังฝัน
ฝันหวังสรรค์ใฝ่พันวันจรดค่ำ
พบเพียงเคียงเรียงแผลตำเติมซ้ำ
ซ้ำเติมตำแผลเรียงเคียงเพียงพบ


กลบซุกซ่อนร้าวรอนลดปัดปลด
ปลดปัดลดรอนร้าวซ่อนซุกกลบ
แพ้พ่ายเพราะเพ้อช้ำเฝ้าเร้ารบ
รบเร้าเฝ้าช้ำเพ้อเพราะพ่ายแพ้

///////////////////////////////////

ใจพิมพ์ยิ้ม(กลบทถอยหลังเข้าคลอง   กฤตศิลป์ ชินบุตร

นั่งมอง ตามองเฝ้า เราคู่สอง.....................สองคู่เรา เฝ้ามอง ตามองนั่ง
ใจละมุน อุ่นละไม มั่งพลัง........................พลังมั่ง ละไมอุ่น ละมุนใจ

ได้นวลน้อง ต้องจิต ห้ามคิดคร้าม........คร้ามคิดห้าม จิตต้อง น้องนวลได้
ยิ้มพิมพ์ใจ ละไมต้อง คล้องหทัย.......หทัยคล้อง ต้องละไม ใจพิมพ์ยิ้มฯ

////////////////////////////////////////////////////////////////

ลมหนาว...ร้าวทรวงใน...(กลบทถอยหลังเข้าคลอง) จะไม่เด็ด.

หนาวลมแนบแอบอิงจริงหวั่นไหว
ไหวหวั่นจริงอิงแอบแนบลมหนาว
มาประดังภวังค์จมถมทุกข์คราว
คราวทุกข์ถมจมภวังค์ประดังมา

ว่าเหมือนดังหลั่งไหลไปละลิ่ว
ละลิ่วไปไหลหลั่งดังเหมือนว่า
ใจเลื่อนลอยถอยร่นหนร้อยครา
คราร้อยหนร่นถอยลอยเลื่อนใจ

ไม่หวลกลับลับลงคงคืนยาก
ยากคืนคงลงลับกลับหวลไม่
ลมผ่านแล้วแนวห่างจางจืดไป
ไปจืดจางห่างแนวแล้วผ่านลม

ขมจากรักหนักหนามาหน้าหนาว
หนาวหน้ามาหนาหนักรักจากขม
ใครไหนอื่นชื่นรักภักดิ์ภิรมย์
ภิรมย์ภักดิ์รักชื่นอื่นไหนใคร...

/////////////////////////////////////////////////////

กลบทถอยหลังเข้าคลอง : พระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
(ประชุมจารึกวัดพระเชตุพน ฯ) 

                                                                 เจ้างามสรรพสรรพางค์ดังนางสวรรค์              
โพยมแจ่มจันทร์เปรียบพอเทียบทัน      ทันเทียบพอเปรียบจันทร์แจ่มโพยม 
โฉมชะอ้อนอัปสรทรงเสมอสมร          สมรเสมอทรงอัปสรชะอ้อนโฉม  
ฤๅทัยโทมโทรมเศร้าประเล้าประโลม     ประโลมประเล้าเศร้าโทรมโทมฤาทัย 

ไฉนคิดจะชิดชมสนมสนิท              สนิทสนมชมชิดจะคิดไฉน
เจียมใจด้วยไหวหวั่นเพราะพรั่นใจ      ใจพรั่นเพราะหวั่นไหวด้วยใจเจียม
เสงี่ยมงามเจ้าแจ้งประจักษ์รักแถลง     แถลงรักษ์ประจักษ์แจ้งเจ้างามเสงี่ยม
ร้อนอกเรียมเทียมระทมกรมเกรียม      เกรียมกรมระทมเทียมเรียมอกร้อน

ถอนฤๅทัยทอดถอนนอนกรกอด       กอดกรนอนถอนทอดฤาทัยถอน
คิดครวญใคร่สมรมิ่งวิงวอน          วอนวิงมิ่งสมรใคร่ครวญคิด
จิตจริง เจ้า สวาทจงอนงค์นาฎ       นาฎอนงค์จงสวาท เจ้า จริงจิต
ร้างแรมไม่คิดหวังฝังชีวิต           ชีวิตฝังหวังคิดไม่แรมร้าง

ขนางใจไยสุดาสัญญาให้            ให้สัญญาสุดาใยใจขนาง
นวลแหนงด้วยหมางบาดสวาทวาง      วางสวาทบาดหมางด้วยแหนงนวล
สงวนงามเจ้าทรามรักขอซักถาม        ถามซักขอรักทรามเจ้างามสงวน
พรายแพร่งไม่ม้วนมิดต้องคิดครวญ    ครวญคิดต้องมิดม้วนไม่แพร่งพราย


หมายมุ่งเหมือนเดือนดับลับเมฆเกลื่อน  เกลื่อนเมฆลับดับเดือนเหมือนมุ่งหมาย
นึกแน่โอ้ วายชีวีครั้งนี้ชาย            ชายนี้ครั้งชีวีวายโอ้แน่นึก
ตรึงตรองหวังยั้งจิตคิดรอรั้ง             รั้งรอคิดจิตยั้งหวังตรองตรึก
ลำลำใจนึกคลั่งโอหังฮึก                ฮึกโอหังคลั่งนึกใจลำลำ

ค่ำเช้าทุกข์ใจร้อนนอนจับไข้            ไข้จับนอนร้อนใจทุกข์เช้าค่ำ
คะนึงครวญคร่ำถวิลกินระกำ            ระกำกินถวิลคร่ำครวญคะนึง
ถึงคิดให้จิตจนพิกลจิต                 จิตพิกลจนจิตให้คิดถึง


น้องนี้ฉะอึ้งอ้ำทำมึนตึง                 ตึงมึนทำอ้ำอึ้งฉะนี้น้อง
สองภิรมย์ชมชิดประสิทธิ์สม              สมประสิทธิ์ชิดชมภิรมย์สอง
กลบทบรรยายย้ายทำนอง             ชื่อ ถอยหลังเข้าคลอง ตรองอ่านเอย.				
22 พฤศจิกายน 2552 22:22 น.

โคลง รัก....เธอเท่าฟ้า (I Love U to Sky)

กวีน้อยเจ้าสำราญครับ

พึ่งหัดแต่งโคลง ครั้งแรก อย่าว่ากันครับ  แบบว่า ภาษาสำนวน คงยังไม่ได้

ขอบคุณ น้องมี่ ที่ช่วยแนะ  คำตาย   ก  ด บ  และ สระ อะ อิ อุ อึ  เสียงเอก  ถ้างั้น คงลำบากมะน้อย ครับ

ช่วยให้เข้าใจขึ้นมาระดับหนึ่ง  และยังช่วยวิจารณ์คำผิด  ทุกๆ  บท


1  มองดาวเดือนเคลื่อนคล้อย       คอยใคร
ดาวอยู่สูงปานใด                 ฟากฟ้า
เราชนม์ต่ำต้อยไป                เกินเอ่ย
แม้รักสุดแหล่งหล้า                ยากคว้ามาครอง

2  เพราะรักเธอเท่าฟ้า            แรมปี
จนหมดทั้งวจี                    เอ่ยอ้าง
รักเกินเปรียบคนดี               รักยิ่ง  แท้นา                    
ตั้งแต่เห็นรูปสล้าง                พร่ำเพ้อนานวัน

3   หากบุญปางก่อนสร้าง          อำนวย
ย่อมอยู่คู่คนสวย                  ชาตินี้
หายใจออกรินรวย                 ยังสุข ใจนา
หวังเทพบันดาลชี้                  ขีดเส้นทางใจ

4  เพ่งพิศดาวส่องหล้า             แสนครวญ
 แอบเหม่อจนแปรปรวน            กระนั้น
อยากอยู่แนบข้างนวล               เคียงชิด  น้องนา  
เอื้อนเอ่ยถ้อยอดกลั้น               อัดอั้นตันทรวง

5  เหม่อดวงเดือนเคลื่อนคล้อย       ลอยไหล
สูงสุดจับฟ้าไกล                    เหว่ว้า
ฤา จันทร์ว่างามวิไล                ไยเล่า เศร้านา
แสงส่องตรงตัวข้า                  อ่อนล้าใจจริง

6  ขอฝากฝันอ่อนล้า                คราเหงา
เพ้อเพ่งเห็นนงเยาว์                นิ่มเนื้อ
ลอยสูงเด่นดั่งเงา                   แจ่มลักษณ์
สวยรูปงามแจ่มเชื้อ                 แซ่ซ้องสาวสวรรค์

7  หากพูดคำเอ่ยอ้าง                อันใด
จนเสียดแทงทรวงใน                แน่แล้ว
อยากของดโทษไท                   วอนปลด  เปลื้องที
ทุกข์ประชิดจิตแก้ว                  กอบเกื้อดวงมาลย์

8  จวบจนถึงบัดนี้                  พี่รำพัน
กกกอดก่ายความฝัน                 จ่อมเศร้า
คิดถึงเรื่องร้อยพัน                   จดจ่อ
ขอเถิดอย่าหยอกเย้า                 หยอดอ้างความใด

9  ยามฝันคงไม่ร้าย                 หลอกลวง
เหมือนบอกอยากเคียงควง             คู่คล้อง
พี่แอบชอบจันทร์จวง                  ดวงเด่น
สุดรักภักดิ์คู่น้อง                     พร่ำเพ้อจริงแล	

10  รักเธอเทียมเท่าฟ้า               ราตรี
สวยเด่นงามโสภี                     แจ่มจ้า
ดวงจันทร์เด่นรตี                    ไหนเท่า
รูปพักตร์ที่รักข้า                     เลิศฟ้านางเดียว				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟกวีน้อยเจ้าสำราญครับ
Lovings  กวีน้อยเจ้าสำราญครับ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟกวีน้อยเจ้าสำราญครับ
Lovings  กวีน้อยเจ้าสำราญครับ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟกวีน้อยเจ้าสำราญครับ
Lovings  กวีน้อยเจ้าสำราญครับ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงกวีน้อยเจ้าสำราญครับ