23 กุมภาพันธ์ 2553 11:33 น.

น้ำผึ้งฤดิโหม

จันทร์ดำ วราคุณ

ร้อยทางเดินร้อยเล่มเกวียนร้อยรวงรส
หวานน้ำหยดขมน้ำเหงาเศร้าน้ำโศก
ข่มนัยน์หลับซับใจอิ่มยิ้มอวยโชค
ผึ้นธารโบกบอกไล่ให้เห็นหลัง

เดียวเดี่ยวโดดโจทน์คำถามตามวิ่งไล่
ใผ่เอนไหวใจอ้อนคำค้ำความหวัง
หูแนบลมฝั่งฟ้าผาช่วยฟัง
ซับกลิ่นกรังน้ำค้างที่ทางเดิน

เกวียนพานทองอร่ามกลางดอกดาว
เส้นทางเท้าช้างเผือกเชือกรุ้งเหิร
ก่อกำเนิดเส้นพรมแดนแผ่นสีเงิน
เฝ้าเพลินเพลินท่ามความเงียบแลเหว่หว้า

อรุณรุ่งเลือนแสงคอยแข่งฟ้า
นกถลาคนเถลเซชังค่า
ก็มีบ้างแหลกร้าวคราวผ่านมา
ด้วยเหตุว่าเดินมาได้เพราะแรงมี

ฟ้าอรุณอีกครั้งที่ฝั่งฟ้า
เมฆนภาอาจจางหายในนาที
สีเงินงามอาจระยับจับลงที่
ฤดีน้อยค่อยช้อยชดหยดเม็ดงาม				
22 กุมภาพันธ์ 2553 10:05 น.

ใต้นวลแสง ๑

จันทร์ดำ วราคุณ

แสงจันทร์สะสาดสี         ธรณีก็สวยใส
เรืองเรืองละอองใบ         ดุจไล้ทะทาบทอง
ทวยเทวดาใด                ลิขิต์ให้อร่ามรอง
สาดแสงสะกดห้อง          หฤทัยสิวายล่ม
หลงคีตไผ่ผิว                  ละละลิ่วละเลงลม
สอดแทรกกวีสม             มยุราจะเปล่งคำ
กรีดกริ่งชะแซ่งแซ่          ปะทะแตรชะชื่นฉ่ำ
ผีเสื้อระเริงรำ                 ยะยะโยกตะโพกไกว
ต่างเกื้อวทัญญา              ยิหวามะเรืองใส
ชวนชื่นระรื่นใจ              สุภสดพนาธาร
ถึงคราบุหลันจาก             รุจิหลากก็ลาลาน
บทขับกวีกานฑ์                ก็ระงับบ่ขับเพลง
ทุกสรรพสิ่งลี้                     ผละหนีธุลีเคว้ง
อารัญละโหลงเหลง          บ่มิมี  ธ  ผู้ใด
งานเลี้ยงระบำแสง          ระวิแดงยุแยงให้
สุดสิ้นมะลายไป              กิจจาระดาษดิน				
19 กุมภาพันธ์ 2553 11:15 น.

นาฏกรรมภัยมืด(ขอแก้ตัวใหม่ครับครั้งที่แล้วอัพไม่ได้)

จันทร์ดำ วราคุณ

ทุ่งระแหงแสงระวีสีระโรย         
 ฟ้าระโหยโรยแรงตามแสงสี
 ไอ้ทิศเท่งละเลงจอบอย่างเร็วรี่
  ก่อนสุรีสีแดงพลิกแสงลา

ขออีกรูเถอะหนาจะละแล้ว
คงพอแจ่วใส่น้ำจ้ำปลาร้า
ขุดบึกบึกนึกไปให้อิ่มอุรา
วันนี้หนากูจะกินให้พุงกาง


ชั่วอึดใจจอบใหญ่ก็สับบุ๊
รูทะลุโพลงลึกก็เปิดกว้าง
ไข่เบ้ากลมเก้าใบใส่แด้นาง
สงบร่างนอนนิ่นอยู่ข้างใน

ปลดขาวม้ามาขอปมเป็นถุงไถ้
ล้วงเอาไข่ในดินใส่ไหว่ไหว่
จนครบถ้วนหมดสิ้นทั้งเก้าใบ
ไอ้ทิศจึงได้บ่ายหน้าสู่คาเรือน

กระยับเท้าฉับฉับกระซับเร่ง
 เนื้อน่องเกร็งปั้นก้อนเป็นปลายเสี้ยน
เจ็บปวดล้าโถมถั่งดั่งเล่มเกวียน
 ฉวัดเฉวียนตามเส้นแลเลือดเอ็น


หิวก็หิวพยาธิท้องก็จองหอง
คอยแต่จ้องจะสอบใส้ให้ทุกข์เข็ญ
มือคลำท้องบอกพยาธิมึงอย่าเค้น
ตกตอนเย็นมึงต้องได้กินแน่


หยุดพักขามองฝ่าทุ่งโถงโล่ง
สุดขอบโค้งขุดเขาอันยามแผ่
ดูลางลางลิบลิบยอดขลิบแป
เห็นจะแย่แต่ต้องย่ำต่อไป

เหงื่อกระชิกริกไหลอาบใบหน้า
ซึมสู่ตาแสบซ่านปานพริกไหม้
ถึงกระนั้นมิหวาดหวั่นแก่อันใด
ขันติธรรมตั้งไว้แต่ใดมา


ข้ามทุ่งโล่งตัดฝ่าป่าหญ้าแห้ง
กาละนี้ตาวันแลงก็ลับฟ้า
เคล้าความมืดก็ค่อบคืบคลานเข้ามา
ปานนี้หนาแม่ไอ้หล้าคงร้อนใจ

ซอยเท้าถี่เร่งรี่ขึ้นอีกเท่า
หวังจะเข้าเขตคามก่อนเทียนใต้
นอกทางลัดที่รกชฏก็ลัดไป
เพื่อจะได้ให้ถึงซึ่งเร็วไว


ชั่วเพียงเสี้ยวทางเปลี่ยวเลี้ยวข้ามห้วย
สู่ป่ากล้วยรกร้างขาดหางไถ
เจ็บ..จี๊ด....ข้อเท้าข้นทันใด
ปราดคอไปเห็นงูเห่าชูคอตั้ง

โอ้นี่กูถูกงูฉกเข้าแล้ว
จับจอบแน่วเงื้อง้างชัดเข้าปั้ง
ดิ้นแหง็กแหง็กหัวแหกแตกเพพัง
ไอ้ทิศทรุดนั่งกุมขาหน้าหงิกแหง๋


พิษงูร้ายกระจายอย่างเร็วรวด
เจ็บแปลบ..แสบปวดจวดจวดแผล
วิ่งพลุกพล่านลมปราณก็ผันแปร
เห็นจะแย่แน่แล้วพ่อแก้วจ๋า

หอบฮักฮักเหงื่อแตกพลั๊กพิษกักกั้น
ลมอุดตั้นม่านตาก็เริ่มพร่า
แต่กระนั้นไอ้ทิศแห่งบ้านนา
ยังป่ายหาไถ้ใส่เบ้ามาเนาไว้

ลมหัวค่ำพัดกระหน่ำตามหลืบเขา
นกแสกเต้าร่ายเรียงเสียงบอกใบ้
ชี้บอกทางให้ท่านนั้นเดินไป
ลมหายใจเฮือกสุดท้ายก็ลัยลา				
19 กุมภาพันธ์ 2553 09:00 น.

วัฒนธรรมพึ่งพิง

จันทร์ดำ วราคุณ

น้ำนาป่าเขียว                      กุมเกี้ยวกอดบ้าน
ชื่นฉ่ำสำราญ                       ทั่วลานพนา
ปลูกเฮือนตามเชิง                เป็นเพิงหญ้าคา
อยู่ตามชายป่า                      ประสาชาวดอย
ทำไร่ไถนา                          สู้ฟ้าบ่ถอย
ได้ข้าวเพียงน้อย                 ก็คอยแบ่งปัน
ถึงยากตรากตรำ                  แต่ฉำสัมพันธ์
ก้าวไปด้วยกัน                    ไม่หวั่นไม่เกลง
กอดคอเคียงคู่                     ร้องกู่บทเพลง
ฟ้อนเกี้ยวบรรเลง               ครื้นเครงคักแท้
อ้านบ่าวสาวน้อย                 เกี่ยวก้อยกันแจ
กระเช้าเหย้าแหย่               สุขแท้ป่าไพร
ยึดรีตฮีตธรรม                    เหนี่ยวนำตัวไว้
มิให้หลงไหล                       กับไฟมายา
ธรรมะธรรมโม                    พุทโธศีลห้า
เฝ้าคอยรักษา                      ศรัทธาเปรียบเกิน
ต่างแต่นกหงห์                     อยู่ดงหงห์เหิร
เล่นลมชมเพลิน                   บ้านเผิ่นเมืองตน
แบ่งแยกแตกสี                    เปรมปรีอวดขน
จิตทิพย์ดาลดล                     เสริมขนบารมี
อ้างเอาธรรมสูง                    จะจูงธรรมดี
เบี้ยเงินคำภีร์                      ช่วยชี้สัจธรรม (หรือไร)				
15 กุมภาพันธ์ 2553 12:59 น.

ฝังราก

จันทร์ดำ วราคุณ

หมอกเหมยมืดหม่นมัวทั่วท้องทุ่ง
ผู้คนมุ่งหมายมาดเหมือนหมู่มด
หาบคุน้ำโคลงเคลงเร่งรีบ*รด*
ผักสวยสดชื่นใบคราได้น้ำ

หาบหลายรอบหลายเที่ยวเทียวขึ้นฝั่ง
ประดุจดังข้อจะหลุดสุดเจ็บช้ำ
บ้างก้าวพลาดเตะขั้วหัวขมำ
คุน้ำคว้ำเรื่อราดสาดลงพลัน

ผ้าซิ่นเปียกถึดถัดปัดแข้งขา
คานกัดบ่าปวดแปลบแสบสะบั้น
ทั้งหนาวเหน็บนวดเนื้อเข้าโรมรัน
มือซีดสั่นควันกรุ่นพุ่งเป็นสาย

กว่าจะได้ยอดผักที่เขียวขาว
เจ็บปวดร้าวแค่ไหนยากบรรยาย
ผักหวานลิ้นวิตามินมีมากหลาย
ขวากความตายหลายความเจ็บเหน็บให้กิน				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟจันทร์ดำ วราคุณ
Lovings  จันทร์ดำ วราคุณ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟจันทร์ดำ วราคุณ
Lovings  จันทร์ดำ วราคุณ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟจันทร์ดำ วราคุณ
Lovings  จันทร์ดำ วราคุณ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงจันทร์ดำ วราคุณ