16 มีนาคม 2551 05:06 น.
ช...
ขนำดาวนับล้านลานโชติช่วง
แต่ละดวงเด่นดวงดูเด่นฟ้า
ช่วยส่องทางพราวพร่างสว่างตา
แล้วนำพากระจ่างสู่กมล
เกิดแสงส่องในใจหายอ่อนล้า
ช่วยชีวากำลังแกร่งไม่สับสน
จะสู้ต่อก้าวไปด้วยจิตตน
สุดกำลังมิหม่นเสื่อมศรัทธา
มาวันนี้วันรุ่งของวันใหม่
มั่นดวงใจจะใฝ่ฝันตามที่หา
ทุกย่างก้าวจะก้าวด้วยแรงศรัทธา
มิยากเกินกว่าที่เราจะก้าวเดิน
16 มีนาคม 2551 02:15 น.
ช...
ม่านหมอกกอดรัตติกาล
ยินเพลงขับขาน
เพียงแว่วแผ่วผ่านได้ยิน
ป่าลึกนึกภาพศิลปิน
ร่วมคีตศิลป์
ในดินพนาป่าไพร
นั่นคือหรีดหริ่งเรไร
กู่ร้องก้องไพร
ตามเนินไศลไพรวัน
ยินท่วงทำนองสุขสันต์
บรรเลงร่วมกัน
เสนาะเลาะผ่านโสตทรวง
ดึกดื่นคืนนี้เลยล่วง
สรรพสิ่งทั้งปวง
นิทราลาแรมลงนอน
เหลือเรานั่งมองจันทร
มีเพื่อนเพลงกลอน
ขับกล่อมในยามราตรี
อยากหลับทอดถอนฤดี
เพียงนิดพอมี
เรี่ยวแรงแข่งท้าเวลา
เร่งสานงานที่ค้างคา
ให้ทันเวลา
จนสุดกำลังที่มี
อยากพ้นช่วงนี้ไปที
โอ้...เอย ชีวี
จะได้พักหลับเต็มตา
5 มีนาคม 2551 13:34 น.
ช...
เหนื่อย ทุกข์ท้อ พอประมาณ
ยังยิ้มขานกับชะตาพาสู่ฝัน
จะมุ่งหน้าฟันฝ่าหนอชีวัน
อุปสรรคนั้นเกินรั้งความตั้งใจ
เดินมากลางระหว่างทางอ้างว้างบ้าง
ปล่อยจิตวางความสับสนระคนไห้
ปาดหยดน้ำนัยน์ตานั้นทิ้งไป
บอกดวงใจสู้ไว้ไม่ต้องกลัว
เส้นทางย่อมมีมืดสว่างดับ
เดี๋ยวแสงวับสลับดับสลัว
เพียงตั้งจิตมุ่งมั่นอย่าหวั่นกลัว
ความหม่นมัวไล่ไปจากจิตตน
ปลุกเรียกขวัญมาเถิดกลับสู่ขวัญ
สติตั้งหมั่นเพียรมิสับสน
เปิดไฟให้แสงสว่างทางกมล
เร่งฝึกตนอดทนจนแกร่งพอ
ความสำเร็จอยู่ใกล้มิไกลเกินไขว่คว้า
ปริญญาค่าชีวิตลิขิตต่อ
อีกนิดแล้วขวัญแก้วฝั่งที่รอ
เพียงแค่ขอเรานั้นต้องตั้งใจ
อีกนิดนะอีกนิด...โอ้ขวัญจิต
ใกล้พิชิตความฝันได้ดังหมาย
เตรียมยิ้มรับความฝันมาเคียงกาย
เอื้อมคว้าได้ปริญญาชีวาเรา
29 กุมภาพันธ์ 2551 02:32 น.
ช...
ครืนครืนสะอื้นฟ้าฝนพรำ
หนักกระหน่ำซ้ำซัดจากเวหน
หลั่งเป็นสายดิ่งลู่สู่สกล
มากเสียจนล้นหลากธรณิน
กระแสสินธุ์หลั่งรินมิอาจยั้ง
ปฐพีคลืนพังโศกถวิล
พลัดพาร่างนราวายชีวิน
หายวับสิ้นลงเวิ้งกระแสธาร
โปรดเถิดฝนโปรดคืนร่างมาสนอง
ด้วยยังปองยังหวังยังร้องขาน
ขอเพียงพบศพร่างร้างวิญญาณ
ก็ชื่นบานปนน้ำตาโศกาดูร
ละห้อยโหยอาลัยให้ใจอนาถ
ธรรมชาติพิฆาตชนม์มาดับสูญ
ชั่วพริบตาฟ้าหม่นจนอาดูร
ผู้คนสูญลาลับดับชะตา
24 กุมภาพันธ์ 2551 23:27 น.
ช...
...โสมส่องลอยเลื่อนสูงลิบ
เพ่งเนตรเพียงทิพย์
วิมานม่านฟ้ากระจ่าง
กาลก้าวข้ามเข้าสู่กลาง
มัชฉิมเลือนลาง
ริมทางราตรีเงียบงัน
หรีดหริ่งร่ำทั่วไพวัน
บทเพลงจักจั่น
บอกผ่านม่านรัตติกาล
สมองหนึ่งนั่งนึกตรองฝัน
เรียบเรียงคืนวัน
ได้ฟันได้ฝ่าท้าใจ
คิดคิดชีวิตของใคร
คือเราไฉน
จุดหมายใช่ไกลเกินเอื้อม
หากแม้แยกลับสลับเหลื่อม
ผสานรอยเชื่อม
มิเสื่อมเร่งสานฝันคอย
หยิบหนึ่งเพียงใจน้อยๆ
ปั้นฝันมิถอย
คอยวันพบฝันโสภา