29 ธันวาคม 2549 10:31 น.

ใครคนหนึ่งในความผูกพัน

ปัน..ปัน

คุณเคยมีความรู้สึกแบบนี้มั๊ย รู้สึกผูกพันกับใครสักคนทั้งๆ ที่พึ่งเจอกันครั้งแรก
รู้สึกเหมือนคุ้นเคยกับเค้ามานาน รู้สึกเป็นห่วงเป็นใยเมื่อรู้ว่าเค้าไม่สบาย
รู้สึกสบายใจเมื่อมีเค้าอยู่ใกล้ๆ ข้างๆ รู้สึกเสียใจเวลาที่พูดไม่ดีกับเค้า รู้สึกผิด
ที่รู้ว่าตัวเองทำให้เค้าไม่สบายใจ รู้สึกอยากอยู่ข้างๆ คอยเป็นกำลังใจให้เค้า
รู้สึกอยากรับรู้ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเค้า รู้สึกแย่ๆ ที่ได้รู้ว่าเค้ารู้สึกดีกับคนอื่น
รู้สึกว่าจิตใจเลื่อนลอยเมื่อได้รู้จักกับเค้า และยิ่งนับวันที่เรารู้จัก และใกล้ชิดเค้า
มากขึ้นก็ยิ่งรู้สึกผูกพันกันมากมาย เหมือนเขาคือครึ่งหนึ่งของชีวิตเรา รู้สึกว่า
นี่แหละคือใครคนนั้นที่เรารอคอย และใฝ่หามาแสนนาน 

และที่สำคัญคุณก็ยังสามารถรู้สึกได้ว่าทั้งหมดของความรู้สึกที่คุณมีนั้นเป็นเพียง
แค่ความรู้สึกของคุณเพียงคนเดียว โดยที่ไม่เคยมีเค้าคนนั้นเป็นส่วนร่วมใน
ความคิด ความรู้สึกเหล่านี้เลย แค่คุณรู้สึกเพียงฝ่ายเดียวว่าใช่ และนั้นก็เป็น
ส่วนหนึ่งของคำตอบให้กับใจคุณว่าทุกอย่างเป็นเพียงสิ่งที่คุณเพียงแต่คาดหวัง
เอาไว้ให้เป็น ไม่ใช่เรื่องจริงที่เกิดขึ้น				
27 ธันวาคม 2549 14:29 น.

จากความฝัน..ที่อยากให้เป็นความจริง

ปัน..ปัน

     รักฉันได้รึเปล่านะเธอ เหมือนที่ฉันรักเธอจนหมดหัวใจ แค่อยากให้เธอได้รู้ความจริงที่เก็บเอาไว้มานาน
     รักฉันได้รึเปล่านะเธอ ไม่ต้องกลัวคำตอบจะทำร้ายกัน แค่ให้เธอได้รู้ความจริงว่าใครที่รักเธออยู่ รักเกินเธอเข้าใจ

นั่นคือถ้อยคำจากโลกแห่งความฝัน ที่ไม่เคยเป็นไปได้ในโลกแห่งความเป็นจริง เพราะในโลกแห่งความจริงนั้นเพียงแต่จะเอ่ยถามแค่ประโยคธรรมดาเรายังไม่กล้าพอเลย ถ้าให้ถามอย่างข้อความข้างบนคงไม่มีทางเป็นไปได้ ความจริงถ้าเรากล้าสักนิดที่จะเอ่ยถามความจริงจากปากของเขา ก็คงดี ดีกว่าต้องคอยมานั่งคิดเอง จินตนาการภาพทุกอย่างเอง แต่ว่าถ้าถามแล้วคำตอบไม่เป็นดังที่ใจเราคิด เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าคำตอบนั้นจะไม่ทำร้ายตัวเรา เรามีความอดทนพอแล้วหรือ ในเมื่อใจเราเองที่ไม่เข้มแข็งพอ แล้วจะโทษใครได้ คงต้องโทษที่ตัวเราเองอ่อนแอเกินไป และทุกๆสิ่งก็ยังคงต้องเป็นเพียงความฝันต่อไป				
27 ธันวาคม 2549 11:37 น.

ส่วนลึกจากใจคนเข้มแข็ง

ปัน..ปัน

จากหญิงสาวที่เข้มแข็ง เต็มไปด้วยความสุข ร่าเริง สดใส
สนุกสนา ร่าเริง เธอไม่เคยสนใจว่าจำเป็นต้องมีคนพิเศษหรือไม่ ขอเพียง
เพื่อนๆ ที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างเธอก็พอ ไม่มีใครดูแลก็ไม่ตาย เรื่อยๆกับชีวิตเรื่องความรักไม่เคยเกิดขึ้นแม้แต่สักเสี้ยววินาทีในความคิดของเธอ เธอมี
ความสุขกับสิ่งที่มี ที่เป็นอยู่ ไม่เคยคิดจะเปลี่ยนแปลงแนวทางการเดินของชีวิต
และแล้วกาลเวลาก็นำพาความเปลี่ยนแปลงเข้ามา ไม่มีใครที่จะมีความสุขได้
ตลอดเวลา คงเป็นคำพูดที่ทุกคนไม่สามารถปฏิเสธได้เลย หญิงสาวได้กลับมาพบ
ใครคนหนึ่งที่รู้จักกันมาแสนนาน หลังจากที่เขาหายไปหลายปี ทั้งคู่ได้คุยกัน 
สนิทสนมกัน ใกล้ชิดกันมากขึ้น และความรู้สึกหนึ่งก็เกิดขึ้นในใจของเธอ แต่
เธอไม่สามารถตอบได้ว่ามันคืออะไร แค่รู้สึกดีเวลาที่ได้รับข้อความที่ลงท้ายว่า
เป็นห่วงนะ และความรู้สึกของเธอก็ยิ่งลึกซึ้งมากขึ้นเมื่อวันหนึ่งเธอได้รับข้อความ
ที่มีคำว่า เพราะเป็นห่วงและรัก เธอเริ่มมั่นใจว่าเขาคนนั้นคือคนที่ใช่ เธอจะไม่
เดียวดายถ้ามีเค้า และเมื่อความรักก้าวเข้ามาในใจเธอเต็มตัว ความเศร้า
ความอ่อนแอก็เริ่มเป็นเงาตามมา เมื่อเขาเงียบหายไป หรือเมื่อคุยกันแล้วมี
เหตุอันทำให้ต้องน้อยอกน้อยใจกัน เธอจะเศร้า จากหยิงสาวที่เคยร่าเริง สดใส
กลายเป็นคนที่เศร้า เหม่อลอย เฝ้ารอคอยข้อความที่ลงท้ายด้วยความเป็นห่วง
เป็นใย รอคอยเสียงสายเรียกเข้าที่มีเสียงของใครบางคนที่อ่อนโยนเวลาพูดจา
 
นี่นะหรือที่เขาว่ากันว่าความรักมีอานุภาพมาก 
บางครั้งความรักก็ทำให้คนที่กำลังเศร้าโศก เสียใจ กลับยิ้มได้อย่างที่ว่าลืม
ความทุกข์เป็นปลิดทิ้ง  แต่ในทางกลับกันความรักอาจทำให้คนที่เคยเข้มแข็ง
ร่าเริง กลับมาเป็นคนอ่อนแอ เลื่อนลอยกับความรู้สึก
แต่ฉันก็ยังเชื่อนะว่าฟ้าหลังฝนมักจะสดใส และงดงามเสมอ สักวันหญิงสาวผู้อ่อนล้าจะกลับมาเข้มแข็ง และร่าเริงได้เหมือนเดิม				
25 ตุลาคม 2549 16:48 น.

เจ็บเพราะใจไม่จำ ตอนที่ 3

ปัน..ปัน

หญิงสาวลืมตาขึ้น ทำหน้างง..งง  เธอกำลังอยู่ที่ไหน เธอคิดอยู่ในใจและพยายามตั้งสติมองไปรอบๆ จนได้พบว่ามีร่างของชายคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างๆ เธอ เขามองหน้าเธอและพูดขึ้นว่า เป็นยังไงบ้าง จำเราได้มั๊ย เอกไง  หญิงสาวเงียบไปสักพักก่อนจะตอบว่า จำได้สิแล้วเรามาอยู่นี่ได้ไง เอกจึงเล่าให้นาฟัง  ขอบคุณมากนะที่พาเรามาส่งโรงพยาบาล แต่นาไม่เป็นไรแล้ว เอกมีธุระก็กลับเถอะ นาอยู่ได้แต่ชายหนุ่มกลับปฏิเสธขออยู่เป็นเพื่อนเธอ ไม่เป็นไรเอกว่าง นายังไม่แข็งแรงดีรอให้มีเพื่อนคนอื่นๆ มาอยู่เป็นเพื่อนก่อนแล้วกันแล้วเอกค่อยไป ขอบใจนะหญิงสาวตอบอย่างเศร้าๆ เพราะในใจเธอกลับคิดถึงอดีต คนที่น่าจะนั่งอยู่ข้างๆ เตียงของเธอน่าจะเป็นปลาย คนที่เธอเคยรัก  แล้วน้ำตาก็ไหลออกมาโดยที่เธอไม่รู้ตัว เอกสังเกตเห็นจึงสงสัยเอ่ยถามขึ้น นาเป็นอะไรรึเปล่า เจ็บตรงไหนหรอ นารู้สึกตัวและตอบว่าไม่เป็นไรหรอก  เอกนั่งอยู่เป็นเพื่อนเธอทั้งวันจนเย็น จึงกลับบ้าน เอกกลับก่อนนะแล้วจะมาเยี่ยมใหม่ นาอยากได้อะไรมั๊ย ไม่หรอกขอบใจนะ นาตอบ  เอกมาเยี่ยมเธอทุกวัน ตั้งแต่เช้าจนเย็น จนเพื่อนๆ สังเกตเห็นความผิดปกติ และเริ่มหยอกล้อทั้งคู่เล่น เอกทำหน้าเขินๆ ไม่ตอบอะไร ส่วนนาก็โวยวายว่าเพื่อนๆ เล่นอะไรกัน ไม่เอาน่าไปแซวเอกเค้า แต่ในใจเธอก็รู้สึกอ่อนไหวตามคำแซวของเพื่อนๆ  เมื่อไหร่จะกลับบ้านได้สักทีล่ะแก เพื่อนคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้น  แต่เสียงตอบนั้นกลับเป็นเสียงชายคนหนึ่ง น่าจะอีกประมาณ 2-3 วัน เพราะร่างกายนาอ่อนแอหมออยากให้พักผ่อนมากๆ ไข้จะได้ไม่กลับมาอีก เสียงนั้นเป็นเสียงของเอกนั่นเอง ทุกคนหันไปตามเสียงด้วยสีหน้าแปลกใจ เอกรีบแก้ตัวพอดีตอนนาหลับคุณหมอเข้ามา แล้วบอกไว้ ยิ่งทำให้เพื่อนๆ พอกัน แซวอย่างสนุกสนาน เฮฮา และแล้วเสียงของทุกคนก็เงียบไป เมื่อมีเสียงเคาะประตู และร่างที่ปรากฏให้เห็นนั้นคือชายคนหนึ่ง ปลายเสียงนาเอ่ยขึ้น เป็นไงบ้างพอดีปลายพึ่งรู้จากเพื่อนๆ เลยมาเยี่ยม ขอบใจนะไม่เป็นไรแล้ว คืนนี้ปลายอยู่เป็นเพื่อนนะ ไม่เป็นไรนาอยู่คนเดียวได้ แต่....  กลับไปเถอะหญิงสาวรีบพูดสวน แต่ดูชายหนุ่มจะไม่ละความพยายาม นาอย่าทำแบบนี้สิเรากลับมาเป็นเหมือนเดิมนะ  ปลายขอโทษ นาลุกขึ้นจากเตียงมายืนมองหน้าปลาย และเอ่ยถามขึ้นแล้วแตนล่ะ ปลายเอาเขาไปไว้ตรงไหน น้ำเสียงอันดัง พร้อมกลับน้ำตาที่ไหลนองแก้ม ทำเอาเพื่อนๆ ตกใจกันหมด  ปลายไม่ได้ชอบแตนนะ  ไม่ได้ชอบแต่ทิ้งไม่ได้งั้นหรอ กลับไปเถอะ เรื่องของเรามันจบแล้วปลาย อย่าพูดอีกเลยไม่มีประโยชน์  นาเสียใจมากพอแล้ว ปลายหักหลังความจริงใจ ความไว้วางใจที่นามีให้ ปลายหลอกลวงนา เห็นนาเป็นคนโง่มาตลอด และเธอก็ทรุดลง  นา.....  เอกเข้าไปรับร่างของนาไว้พร้อมกับเอ่ยขึ้น พอเถอะนายกลับไปเถอะนากำลังไม่สบายเดี๋ยวอาการจะทรุดหนัก นายเป็นใครอย่ามายุ่งได้มั๊ย ปลายเข้าไปผลักเอก และประคองนาแทน นาพยายามผลักปลาย จนเธอล้มลงกับพื้น เพื่อนๆ เห็นจึงทนไม่ได้ ต่างพากันขอร้องให้ปลายกลับไป แต่เหมือนปลายจะไม่ละความมุ่งมั่นของตนเอง
พอเถอะปลายมันสายไปแล้ว เลิกยุ่งกับนาซะ นาไม่เหลือใจให้นายอีกแล้ว นามีคนใหม่แล้ว  เสียงของ ขวัญ เพื่อนสนิทคนหนึ่งของนา ซึ่งก็เป็นเพื่อนปลายเช่นกันดังขึ้น นี่ เอก  เรียนอยู่คณะเดียวกับเรา  และก็เป็นแฟนใหม่ของนาด้วย  ทุกคนหันไปมองหน้าขวัญแบบสงสัย แต่ไม่มีใครค้านเพราะคิดว่านี่เป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้วที่จะให้ปลายไปจากตรงนั้นซะ เพื่อนา ไม่จริงใช่มั๊ยนา  ขวัญโกหกใช่มั๊ยปลายถาม  นาไม่รู้จะพูดอะไรได้แต่มองหน้าเอก และตอบเพื่อตัดปัญหาว่าจริง เอกเป็นแฟนของนา  เมื่อได้ยินเช่นนั้นปลายจึงเดินจากไปอย่างเศร้าๆ  ..............................
				
21 ตุลาคม 2549 16:58 น.

เจ็บเพราะใจไม่จำ 2

ปัน..ปัน

เมื่อการเดินทางของความรักมาถึงจุดสิ้นสุด ก็คงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะฝืนคบกัน   ต่อไป "นา" หลบหน้าเพื่อนๆ หายไปในช่วงสุดสัปดาห์โดยไม่มีใครรู้ว่าเธอไปไหน  เธอไม่เคยไปไหนมาไหนคนเดียวแบบนี้ ทำให้เพื่อนๆ เป็นห่วงและรู้ว่าเธอต้องเสียใจ
และเจ็บปวดมากแค่ไหน แต่เมื่อวันแรกของการเรียนในสัปดาห์มาถึง เธอกลับมาเรียน   ตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอยังคงสนุกร่าเริงเหมือนคนเดิม "ปลาย" เดินเข้า  มายืนตรงหน้าหญิงสาวด้วยหน้าตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกผิด หลังจากรู้ความ
จริงของสาเหตุจากเพื่อนๆ เขาหยุดนิ่งมองหน้าเธอด้วยสายตาที่อ่อนโยน   "ขอโทษนะ เราไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้เลย" ประโยคสั้นๆ สำหรับอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นจากปากของ "ปลาย" หญิงสาวฟังและยิ้มให้เขาเหมือนทุกอย่างเป็นปกติ และเธอกล่าวเพียงถ้อยคำที่ดูเรียบง่ายธรรมดา "ช่างเถอะ ฉันไม่คิดอะไรมาก เราก็ยังเป็นเพื่อนกันนี่นา" และเธอยิ้มให้เขาก่อนเดินจากไป ฟังดูเหมือนประโยคนี้จะอธิบายทุกอย่างได้ดี แต่ใรจะรู้ว่าการเดินจากไปของหญิงสาวมันเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมานที่ฝังอยู่เต็มหัวใจของเธอ เธอกลายเป็นที่เงียบไป ไม่เฮฮาเหมือนเคย จนเพื่อนๆ รู้ว่าเธอพยายามฝืนยิ้มเพื่อให้เพื่อนๆ สบายใจเท่านั้น แต่เวลาก็จะเป็นยาที่ดีที่สุดสำหรับการรักษาอาการแบบนี้  เธอใช้ชีวิตต่อไปโดยมีครอบครัว และเพื่อนๆ เป็นกำลังใจให้เหมือนแต่ก่อนที่ "ปลาย" จะเข้ามาในชีวิตของเธอ เวลาผ่านไป 2 ปีกว่า จนหญิงสาวสามารถกลับมาเป็นคนเดิม  Summer มาถึงทุกคนดีใจมาก ต่างนัดแนะกันไปเที่ยว
ตามประแส และนั่นเองคือจุดเริ่มของความสัมพันธ์ครั้งใหม่ของเธอ เธอไปเที่ยวทะเลกับเพื่อนๆ โดยมีเพื่อนของเพื่อนไปด้วยกันเป็นกลุ่มใหญ่ เมื่อถึงวันนัดพบ ว่าไงยัยนา  มาก่อนเพื่อนเลยนะ ไม่ค่อยเห่อเลย เสียงเพื่อนคนหนึ่งทักขึ้น หญิงสาวยิ้มก่อนตอบว่า
ก็ไม่รู้จะทำอะไรก็เลยออกจากบ้านมาก่อน ระหว่างที่พูดเธอก็เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งยืนมองหน้าเธออยู่ตลอดเวลา  เธอเงียบไปและหลบตาบุรุษคนนั้น  เสียงเพื่อนดังขึ้นอีกครั้ง อ๋อโทษทีลืมแนะนำ นานี่เพื่อนในคณะเรา ชื่อ "เอก"  ส่วนนี่นาเพื่อนในชมรมเรา
ยินดีที่ได้รู้จักครับ เสียงชายหนุ่มกล่าวและยิ้มให้ เธอยิ้มตอบและเดินไปนั่งรอเพื่อนๆ ที่รถ  เพื่อนสาวขอตัวไปโทรศัพท์ตามเพื่อนคนอื่นๆ "เอก" จึงได้โอกาสเดินไปที่รถ  ขอนั่งด้วยคนได้มั๊ยครับ  ได้สิตามสบายไม่ต้องเกรงใจหรอกเพื่อนกันทั้งนั้น ชายหนุ่ม
เริ่มชวนเธอคุย และดูเหมือนทั้งคู่จะเข้ากันได้ เมื่อเพื่อนๆ มาคบ คณะทัวร์จึงเริ่มออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ทะเล เอกไม่ค่อยรู้จักใคร จึงเลือกนั่งข้างๆ นาและชวนคุยตลอดทาง  เมื่อไปถึงหญิงสาวไม่รอช้ารีบลงจากรถ และวิ่งลงทะเลก่อนใคร เธอนั่งเล่นอยู่ริมทะเล
ด้วยความสดชื่นเพียงลำพัง ไม่ลงไปเล่นน้ำกับเพื่อนๆ หรอครับ เสียงเอกดังขึ้น  นาหันไปมองก่อนตอบว่า นาว่ายน้ำไปเป็นหรอกค่ะ แต่ชอบทะเล  เอกไปเล่นกับเพื่อนๆ  เถอะ  ไม่หรอกขอนั่งคุยเป็นเพื่อนดีกว่า นั่งสิหญิงสาวเอ่ยชวน ดูว่าความสัมพันธ์ของ
ทั้งคู่จะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน  ความมืดเริ่มเคลื่อนตัวมาใกล้ ฝนตกกระหน่ำลงมาอย่างที่ไม่มีใครตั้งตัวทัน  เอกคว้าข้อมือของนาและพาวิ่งไปหาที่หลบฝน  มันเป็นเพลิงไม้เล็กๆ ห่างจากที่รถจอดพอสมควร  นายืนมองหน้าชายหนุ่มด้วยใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ เพราะเขายังไม่ปล่อยมือจากเธอ ชายหนุ่มหันมามองและรีบปล่อยมือเธอ ขอโทษทีนะ แค่กลัวนาเปียกฝน  ขอบคุณนะหญิงสาวกล่าว  และฝนก็หยุดดูเหมือนหญิงสาวจะเริ่มรู้สึกไม่สบายขึ้นมา เธอตัวร้อนและมีไข้ขึ้นมา ระหว่างที่เดินกลับไปที่รถเธอล้มลงและหมดสติไป เอกเข้าประคองและอุ้มเธอไปที่รถ  ....................
				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟปัน..ปัน
Lovings  ปัน..ปัน เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟปัน..ปัน
Lovings  ปัน..ปัน เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟปัน..ปัน
Lovings  ปัน..ปัน เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงปัน..ปัน