1 มิถุนายน 2549 16:32 น.

เรื่องน่าขำ

ผู้หญิงสีรุ้ง

ฉันนั่งคุกเข่า ปล่อยให้น้ำตาเป็นอิสระจากความเศร้า 
                               มองเม็ดน้ำตา เม็ดน้อย ค่อยๆซึม 
                              แทรกตัวลงบนกางเกนยีนส์ตัวเก่ง 
                                       ด้วยภาพที่พร่ามัว 

ฉันไม่ปัดมันออกไปจากแก้ม 
เพราะรู้ว่าแม้ปัดออกไปเท่าใด 
ก็จะมีน้ำตาหยดใหม่มาแทนที่อยู่ดี 
 
                      ฉันปล่อยมันออกมา เพราะไม่บ่อย และไม่ง่ายนัก 
                          ที่จะปลดปล่อยตัวเองได้ถึงเพียงนี้ 
 
นาทีนั้น ฉันคิดว่าคงไม่มีอารมณ์ใดมาแทนที่ 
ความเศร้า เหล่านี้ได้เลย 
ฉันไม่ได้ยิน 
ฉันไม่ร้อน ไม่หนาว 
ไม่มองสิ่งใด นอกจาก เม็ดน้ำตาที่กำลังซึมเปียก 
 
                              ไม่คาดคิดว่า จะมีเรื่องน่าขำเกิดขึ้น 
                   ความรู้สึกที่หนักหน่วงกว่าความเศร้าที่ปลดน้ำตานี้
                     นั่นคือ ความรู้สึกปวดชา ที่ก่อตัวจากปลายเท้า 
                 เรื่อยขึ้นมาจนถึงน่อง จนเกือบจะกินเนื้อที่ทั้งขาของฉัน 
 
สุดท้ายแล้วฉันต้องลุกขึ้นยืน 
ลืมน้ำตาไปหมด 
ฉันป้ายน้ำตาออกจากทั้งสองแก้ม 
ยิ้มน้อยๆกับความน่าขำของตัวเอง 
ที่แม้ว่า ใครๆปลอบเท่าใด
แสดงความห่วงใยเท่าใด 
ก็ไม่สามารถทำให้ฉันลุกขึ้นยืนแล้วเลิกเศร้าได้อย่างนี้ 
 
                                   แต่ว่า ที่น่าขำกว่านั้นก็คือ 
                       เหน็บชาน่ะ เริ่มกินมาถึงหัวใจฉันด้วย				
10 มีนาคม 2549 10:19 น.

"ความรัก" ของเรา หรือว่าแค่เพียง" ความสัมพันธ์"

ผู้หญิงสีรุ้ง

ฉันสงสัยมากขึ้นทุกวันกับความสัมพันธ์ของเรา  ฉันเคยคิดว่า ที่เขา

สัมผัสฉัน นั่นก็เพราะนั่นคือวิธีการแสดงออกถึง ความรัก ของเขา 

           ฉันล่วงเส้นแบ่งของความสัมพันธ์ไปกับเขา มันลึกซึ้งขึ้นด้วยว่าฉันก็รัก

เขามากเช่นกัน รักจนไม่คิดว่า การที่เราทั้งคู่จะกระทำตามธรรมชาตินั้นเป็นการ

ผิดบาปอันใด จนแม้ว่าใครจะรู้ก็ตาม ฉันไม่แยแส ก็ฉันรักเขา พร้อมจะเข้าใจ

และยอมรับ การแสดงออกถึงความรักของเขา  แต่ว่า

            มาวันนี้ ฉันเริ่มรู้สึกถึงความสงสัยนั้นมากขึ้นทุกวัน ว่า นี่น่ะ เป็นความ

รักจริงๆหรือ เราจำเป็นต้องกระทำมันหรือ จึงจะเรียกได้ว่าเป็นคนรักกัน ถ้าครั้ง

ต่อไปฉันจะปฏิเสธล่ะ จะทำให้อะไรเปลี่ยนแปลงไหม เขาจะรักฉันน้อยลงหรือ

เปล่า หรือว่าฉันเองจะรักเขาน้อยลงไป 

           ฉันถามตัวเองอย่างที่อยากถามเขา คำตอบที่ฉันได้คือ เปล่าเลย การที่เรา

ไม่ได้มีความสัมพันธ์ในด้านร่างกายนั้นมันไม่ทำให้ฉันรักเขาน้อยลงหรอก แต่

สำหรับเขาแล้ว ฉันตอบไม่ได้ ฉันไม่รู้ 

           ฉันรู้สึกว่าเรื่องนี้มีความสำคัญกับเขามากเหลือเกิน ยิ่งเขาต้องการจาก

ฉันมากขึ้นเท่าไรเหมือนกับว่า มันยิ่งทำให้ฉันสงสัยมากขึ้น ทำให้ฉันเริ่มรู้สึกไม่

ดีกับความสัมพันธ์ทางกายที่เรามี 

           ทำไมนะ ทั้งที่จริงๆแล้วฉันก็รักเขา แล้วเขาก็บอกว่าเขารักฉัน แต่ว่า ฉัน

ก็ยังไม่หายสงสัยสักที				
20 กุมภาพันธ์ 2549 12:43 น.

กาแฟ...กับ...เซ็กส์

ผู้หญิงสีรุ้ง

รสขม ที่แสนหวาน เมื่อผ่านประสาทสัมผัสรับรสแล้ว ต่างรู้ว่า มันขม 

ทั่วไปแล้ว รสขม เรานั้นไม่สู้จะปรารถนา แต่หากว่า เป็นรสขมที่ซ่อนเสน่ห์ชวน

หลงไหลนี้ไว้ล่ะก็ กลับทนได้และยินดีที่จะสัมผัส  ลิ้มรส ความขมที่ทำให้เป็นสุข

    เมื่อแรกสัมผัส อาจทำหน้าเจื่อนเนื่องด้วยรสที่ขมไม่คุ้นเคย แต่หากได้ลอง

แล้ว ก็จะไม่ปฎิเสธมันอีก จะเสพติดมัน รักมัน นำมันเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ

ชีวิต ไฝ่หามัน เพียงได้กลิ่นหอมของมันเจือมากับลมที่ผ่านปลายจมูกจางๆ

   เซ็กส์ล่ะ ไม่ต่างกันเลย ขลาดกลัวเมื่อเบื้องแรก เจ็บปวดด้วยรสแรกแห่งการ

สัมผัส หัวใจเต้นแรงด้วยแรงสุบฉีดจากตอบรับสัญชาติญาน ซึมซับความรู้สึกที่

แผ่ซ่านด้วยอาการที่ปราศจากการเสแสร้ง 

   และเช่นกัน มันจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ไม่อาจปฎิเสธเมื่อจิตใจเรียก

ร้อง เสพติด ดั่งกับ ไม่รู้จักอิ่มเต็ม 

    มนุษย์............				
20 กุมภาพันธ์ 2549 08:35 น.

หมา-นุด หรือว่า มนุษย์

ผู้หญิงสีรุ้ง

ความไม่เข้าใจ ความใฝ่รู้ หรือการไม่รู้จักพอ................

      คนๆนึง จะทำอะไรได้บ้างในหนึ่งชีวิต 

         ฉัน ไฝ่หาความว่างเปล่า อยู่ข้างหนึ่ง     หน้าไม่อายที่อีกข้างหนึ่ง ไขว่คว้าหา

สิ่งเกาะยึดที่ไม่จีรัง เลือนราง

        เสียงหัวเราะ ดังขึ้นแล้วจางไป  ดอกไม้ช่อเก่า เคยสวย ความงามกลับเป็น

สิ่งที่ผ่านล่วงไปแล้ว

         ฉันสงสัยจริงๆว่า  มนุษย์เนี่ย เกิดมาเพื่อประโยชน์อันใด      

 เพื่อสร้างโลกเหรอ...   เพื่อทำลายระบบนิเวศ  หรือเพื่อทำลายเผ่าพันธ์ตัวเอง 


         มนุษย์  เหมือนกัน ทำล้านๆอย่างที่ต่างกัน

         มนุษย์  เรียนรู้ ศึกษา วิวัฒนาการ แต่ก็น่าแปลกที่ความรู้ ไม่ได้ช่วยให้

มนุษย์ คลายสันดานที่ธรรมชาติมอบให้เลย ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าใด  

เพียงแต่รูปแบบการแสดงออกแห่งสันดานนั้น ยิ่งแยบคายขึ้นทุกขณะ				
26 มกราคม 2549 14:57 น.

**..เด็กน้อยกับการเดินทาง..**( 1 )

ผู้หญิงสีรุ้ง

เด็กชายตัวน้อย  ผ่านการคลาน ตั้งไข่ จนเดินได้คล่องแคล่วแล้ว ในแบบของเขา

           ตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ ที่เขาฝันไฝ่จะมีทุกสิ่ง เพียงท่องจำอยู่ในใจเสมอว่า หากต้องอยู่อย่างไร้จุดหมาย ไร้ความหวัง แล้วล่ะก็ ชีวิตนั้นก็ไม่มีค่าควรดำเนิน

           พร้อมด้วยความคิดใหม่ๆ จากการเติบโต สิ่งแวดล้อม และการพร่ำสอนของสังคม กรอปกันขึ้นเป็นเด็กน้อยที่พร้อมจะออกเดินทาง เดินทางเพื่อ่....  
                                  
                                "ความสำเร็จ"

           เขาไม่มีแผนที่ ไม่มีเข็มทิศ มีเพียงใจที่แสวงหาเท่านั้นเป็นเครื่องนำทาง 

           วันเวลาล่วงเลยไป เข้าวัยหนุ่มในชีวิต รอยยิ้มที่เคยฉายบนใบหน้าเมื่อครั้งเริ่มตอนเดินทางนั้น ได้เหือดหายไปนานแล้ว ร่างกายแสดงร่องรอยของการก้าวเดิน แววตาของเขาในตอนนี้เปล่าสุข   

           ระหว่างการเดิน แต่ละก้าวของเขาเกิดคำถามขึ้นมากมาย ....  คำถามที่วงเวียนซ้ำๆ ไร้คำตอบ

           นี่ฉันกำลังเดิน  ......... ใช่เรากำลังเดิน
 
  แล้วนี่ฉันเดินเพื่ออะไรล่ะ.... ก็ "ความสำเร็จไงล่ะ นายจำไม่ได้เหรอ

  แล้วไอ้ความสำเร็จเนี่ยนายเห็นไหม เคยเจอหรือเปล่า หน้าตามันเป็นยังไง

 ฉันเองก็ไม่รู้หรอกนะ แต่เห็นเขาว่ากันว่า มันแสนสุข ใครๆที่ได้สัมผัสก็ต่างมีแต่รอยยิ้ม

       แล้วเราจะมีโอกาสได้ลิ้มรสมันไหมน้า............

       แล้วการเดินทางก็ดำเนินต่อไป

   จนมาวันนึง เขามีโอกาสได้พบกับชายแปลกหน้า ผู้ไม่แยแสต่อสายตาดูแคลนใดๆ เขาทำตัวเยี่ยงคนไร้หลัก ไคร่ยิ้มก็ยิ้ม  ไคร่หัวก็หัว  ไมนำพาสิ่งใดแม้เพียงอาภรห่มกาย

    เขาประหลาดใจ และขัดความรู้สึกแม้เพียงพยายามที่จะทำความเข้าใจ  แต่ขัดไม่ได้ที่จะพักในชายคาเดียวกัน

    ชายคนนั้น  ยิ้ม  ยิ้มทั้งๆที่ข้างนอกฝนตก ลมแรงสาดมาโดนตัวจนชุ่มหนาวสั่น แม้เขาเองยังหนุ่มยังแน่นก็ตัวสั่นไปพร้อมกับเสียงฟ้าคำรามนั่นด้วย
    อีกครั้งแล้วที่ความไม่เข้าใจคลืบคลานเข้ามา  
 
     เขาถามออกไปด้วยอาการออกจะหัวเสีย ต่อกริยาของชายผู้นั้น 

    "นี่ลุง ยิ้มอะไร หนาวจะตาย ไม่หนาวบ้างหรือไง"

   ชายแปลกหน้า เบือนสายตามาทางต้นเสียง พร้อมกับรอยยิ้มที่ยังไม่หดหายนั้น
    
    "หนาวซิ ข้าก็หนาว ........ หนาวแล้วทำไมถึงยิ้มไม่ได้
            เปียกแล้วทำไมต้องขุ่นเคือง  ก็ข้ามีพร้อมทุกอย่างแล้ว"				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟผู้หญิงสีรุ้ง
Lovings  ผู้หญิงสีรุ้ง เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟผู้หญิงสีรุ้ง
Lovings  ผู้หญิงสีรุ้ง เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟผู้หญิงสีรุ้ง
Lovings  ผู้หญิงสีรุ้ง เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงผู้หญิงสีรุ้ง