22 มีนาคม 2553 00:00 น.

~ รัก ~ ฟ้ามิอาจกั้น ~

พจน์รำพัน

W9019282-0.gif

~ รัก ~ ฟ้ามิอาจกั้น ~

ถึง     จะไกลรักพร้อม............ยืนยง

ฟ้า     แค่ภาพดำรง...............คู่หล้า

จะ      รักมั่นประสงค์.............ในสุข

กั้น     เถิดระแวงว้า...............ก่อเศร้าหลอนไหว



ให้     เพียงเรารักรู้................อดทน

ฉัน     เชื่อจะสมผล..............ดั่งอ้าง

และ    ชวนคิดพิศดล............ถึงซื่อ สัตย์นา

เธอ    จะหายหมองข้าง.........สุขแม้ไกลฝัน



ไกล   กันยังเคลิบเคลิ้ม..........ทุกวัน

กัน    ทุกข์คิดผูกพัน..............มอบรู้

สุด    ตาจะเสกสรรค์.............พจน์เพิ่ม หวานเฮย

ตา    ห่างใจแทนกู้...............ส่งแจ้งนัยหมาย



หรือ   ผายคำห่วงคล้อง.........อาทร

ว่า     หนึ่งประสงค์วอน.........อย่าล้า

ภู      ไพรยากบังตอน...........เราห่าง

ผา    ลึกหาทันท้า................ก่อเพ้อมาถึง

 

ทอด  รำพึงพร่างพริ้ง............ยามใด

ยาว   อิ่มบอกถึงใจ...............รื่นเร้า

ขวาง  เพียงสิ่งเคาะไข...........ชวนโศก

หน้า   ชื่นมักเมียงเย้า.............หลอกสร้อยลืมขาน



บัง     ลานเหงาแจ่มจ้า..........คืนจันทร์  เพ็ญเอย

ตา     ร่ายราวประชัน.............ข่มเก้อ

แค่    หวังจะดับดัน...............เผาแผ่ว ทรวงนา

ไหน   ใช่จะเผลอเพ้อ............อ่อนให้เหงาผลาญ



แม้     พานฝนหลั่งล้อม.........ขอบภักดิ์

มี       รึจะหยุดรัก.................หล่อช้ำ

ทะ     เลกักยังปัก.................หลักเบี่ยง

เล(เล่ห์)หลั่งหันหัก ห้ำ...........ลักร้อนไหลหนี



เหลือ  วิถีท่องถ้อย...............สอยคำ

หยั่ง    รักถึงลำนำ................สุขเอื้อ

คะ      นึงนิ่งหลากจำ...........จองอวด

เน      ติถึงแดนเกื้อ..............รุ่มแพร้วมวลหอม



มา      ออมรวมรักด้วย..........อธิษฐาน

กั้น     หม่นกับมนต์บาน.........ดอกช้อย

เรา     จะสุขโดยสาน............แดนสวาท

ไว้     เหนี่ยวเป็นเกลียวร้อย....จิตพร้อมรวมเหลา



อย่า   เมาหมองหวั่นว้าง........หนทาง

ได้     ระลึกยืดวาง...............ห่วงหุ้ม

ตก     นัยเลื่อนทันสาง..........จนจบ

ใจ      จ่อจะหมดกลุ้ม...........ยากคล้อยคมโหย



ถึง      หนาวโปรยห่มผ้า........ฉับพลัน

ห่าง    หวั่นหากลัวรัน............หยอดแกล้ง

แค่      ควันซัดงงงัน............เพียงครู่

ไหน    ขุ่นจะมาแย้ง.............ล่อให้จางขยัน



ก็       รักกันสุขแท้...............ชีวา

ไม่     โกรธยามจันทรา.........ยั่วล้อ

สำ     ราญต่อหรรษา............เรียงหลั่น

คัญ(คราญ)แข่งแปลงรัก ป้อ....ไล่เยิ้มทรวงสรวล


โดย.... โอเลี้ยง ( ญามี่ )


อำ ...มฤตแห่งรักน้าว ...... เหนืออำ-
นาจ ..อื่นฤๅจะงำ ............ เงื่อนกั้น
ใด ...เลยเอ่ยจักจำ ......... จนดับ ชีพเอย
ใด ...เท่า"รัก"คำนั้น ........ หนึ่งแท้ปรารถนา

ที่ ....ห่วงหาต่างดิ้น ........ ดาประดัง
ใน ...สุขโศกชอบชัง ....... ชื่นเศร้า
โลก ..หมุนอยู่ท่ามดัง ...... ดุลยภาพ
นี้ ....ย่อมด้วยรักเฝ้า ....... ใฝ่ทั้งจักรวาล

ไม่ ...พบพานใคร่คว้า ....... ไขว่ปอง
มี .....ค่าเกินเงินทอง ........ เทียบได้
ความ ..รักกว่าศักดิ์ผอง ..... ภักดิ์เท่า
หมาย ..มุ่งภิรมย์ใกล้ ......... กอดไว้ทุกตอน

แม้ ...นอนแม้ตื่นเฝ้า ........ ฝันไป
แต่ ...หนึ่งในดวงใจ ......... จ่อแท้
ภู ....ดอยต่างแดนไกล ..... กันรัก อยู่ฤๅ
ผา ...แกร่งกำแพงแม้ ....... หมื่นลี้ฤๅขวาง

ก็ ....ทางรักทอดด้วย ....... ดวงแด
อาจ ..ว่างเปล่าใจแล ....... จึ่งรู้
ท ....ว่าสื่อกระแส ........... สู่จิต
ลาย ..รักอักษรชู้ ............. ชื่นล้วนพันธนา

มิ .....ว่าอุปสรรคด้าน ...... ใดมี
อาจ ...แทบขาดชีวี ......... หว่างสู้
ขวาง ..อยู่ทุกนาที ........... ถมทาบ
กั้น ....เถิดจักได้รู้ ............ รักนี้ใหญ่หลวง

รัก ...ห่วงหวงสุดห้วง ....... มหรรณพ
เรา ...ดั่งบุญใดพบ ........... เพื่อสร้าง
มี ....กันและกันสบ .......... สองสมัคร
ปีก ...รักผายแผ่กว้าง ........ กว่ากว้างกลางใจ

บิน ...ไปเคียงคู่ค้น .......... ความหมาย
หลีก ..หลบพบภัยภาย ...... ผ่านพ้น
ข้าม ..เขาทะเลราย .......... เรียงสลับ
ฟ้า ...ช่างงามล้ำล้น ......... โลกนี้น่าภิรมย์

ลอย ..ชมลมชื่นป้อน ....... ปรนเปรอ
มา ...หล่อใจบำเรอ ......... รักล้น
หา ...ไหนเทียบเสมอ ...... เหมือนอิ่ม ใจเอย
กัน ...แต่ใจสุขท้น ........... ท่วมเฟ้อฟองฝัน

ขอ ...ฉันกางปีกอ้อม ....... โอบตระกอง
ให้ ...อุ่นอวลไอสอง ........ สู่เพี้ยง
รัก ...เราร่วมประคอง ........ เคียงปลูก
ฉัน ...จักฟูมฟักเลี้ยง ......... รักด้วยภักดี

แน่ ...นักที่ใฝเฝ้า ............. ฝันคะนึง
นอน ..ท่ามความคิดถึง ..... ทอดข้าม
เท่า ...คอยสู่วารพึง .......... พิศวาส
นั้น ...ย่อมสุดหักห้าม ........ ห่มร้อยรำพัน

ฟ้า ...กั้นก็ช่างฟ้า ............ ฝั่งไหน
ดิน ...แยกห่างอย่างไร ...... รักสู้
เกรง ..ฤๅเมื่อสองใจ ......... จริงมั่น
กลัว ..แต่ฟ้าดินรู้ .............. รักนี้นิรันดร


เพลง   ฟ้ามิอาจกั้น
ประพันธ์โดย   สุรพล โทณะวณิก
ศิลปิน แห่งชาติประจำปี พ.ศ. 2540
สาขาศิลปะการแสดง (การประพันธ์เพลงไทยสากล)

.				
16 มีนาคม 2553 21:55 น.

~ โคลงนนท์-เหนือ ~ ดอยกิ่วลมสมสวาท ~

พจน์รำพัน

img3691a.jpg
ทิวทัศน์ที่มองไปจากดอยกิ่วลม

~ โคลงบันทึกการเดินทางท่องเที่ยว ~ นนท์ - เหนือ ~


๔๑. ยามสายอิ่มแล้วมุ่ง ...... แม่ริม
ออกนอกเมืองแลหงิม ......... เงียบบ้าง
มาเที่ยวชื่นเชยชิม ............. ธรรมชาติ
ซึมซับรู้สึกสร้าง ................ สุขแต้มแต่งฝัน

๔๒. "พิพิธพัณฑ์ผีเสื้อ" ..... ฝรั่งรุม ชมแล
ตาข่ายแยกส่วนคลุม ......... ครอบไว้
ทางเดินท่ามสุมทุม ........... ธรรมชาติ
หมื่นดอกฟาร์มกล้วยไม้ ...... มื่นแม้นสวนสรวง

๔๓. จนล่วงผ่านแยกซ้าย .....ไปสะเมิง
น้ำตกแม่สาเชิง .................. แปดชั้น
ทางราบเรียบระเริง .............. เรื่อยแล่น
สองฝั่งทางหว่างนั้น ............ รถน้อยเกินคะนึง

๔๔. สิบโมงถึงแยกแหม้* ..... มาลัย
ปายแยกซ้ายเลี้ยวไป ........... ป่ายขึ้น-
ปีนลงหว่างพงไพร .............. พฤกษ์แนบ
บางช่วงเร่งบรึ้นบรึ้นส์ .......... บุกขึ้นทางชัน

๔๕. หว่างไพรสัณฑ์คดเคี้ยว ..... คลานวน
บางจุดอับตาจน ..................... จรดโค้ง
น้ำตกหมอกฟ้าหน .................. ทางผ่าน ไปเอย
บางจุดแสนโล่งโจ้ง ................ จรดซ้ายสิเหว

๔๖. เอวเอียงเบี่ยงเบียดเลี้ยว ..... เลาะเขา
ไม้ป่านานาเนา ...................... แน่นฟ้า
เพียงรู้ผ่อนหนักเบา ................. บางช่วง
นับเช่นวิถีกล้า ........................ ก่อนนั้นมิเคย

๔๗. กลัวเลยทางแยกห้วย ..... น้ำดัง
แวะจุดวิวรักจัง .................... จักรู้
ร้านค้าที่ถามยัง .................. ประโยชน์สุ ขาแล
พักยืดเส้นสายสู้ .................. สิใกล้แล้วหนอ

๔๘. หก ก.ม. ขึ้นที่ ........ ทำการ
เขตวนอุทยาน ............... หยั่งฟ้า
ทางคับแคบค่อยคลาน ..... ขึ้นระดับ
พันหกร้อยสิบห้า ............. เมตรล้ำทะเลลอย

img3507r.jpg
บ้านพักบนดอยกิ่วลม

๔๙. ดอยกิ่วลมบ้านพัก ..... พอใจ
ลดโหลดกระเป๋าไป ..........ปล่อยห้อง
จนแล้วเสร็จมิไถล ........... ถลันออก
เที่ยงสิบบันทึกจ้อง .......... จดไว้ไปปาย

๕๐. รายทางบ้างกลิ่นคลุ้ง ..... ขี้วัว
คงนับสิบสิบงัว ................... ปล่อยเลี้ยง
รีสอร์ทเริ่มเรียงตัว ............... ตามหว่าง วิถีแฮ
เห็นสะพานเหล็กเพี้ยง .......... ผ่านข้ามลำปาย

๕๑. ตลาดปายสองฝั่งร้าน ..... พะรุงพะรัง
ถึงบ่ายโมงประดัง ................ แดดจ้า
ยามบ่ายทั่วปายยัง ............... สงบเงียบ อยู่นา
เย็นค่ำคนมากหน้า ............... จึ่งเข้าชิมเมือง

๕๒. เรื่องอาหารปากท้อง ..... ถึงคราว
ตรงสี่แยกปายหนาว ............ หนึ่งร้าน
อาหารมากอย่างราว ............ ร้านเก่า แก่เอย
ดูสะอาดสะอ้าน .................. อิ่มแล้วออกเดิน

๕๓. เพลินเพลินชมเผื่อซื้อ ..... สิ่งของ
นุชหนึ่งน่าเมียงมอง .............. ละเมียดเนื้อ
เม็ดเหงื่อหยาดเนืองนอง ........ เนินอุ ราเอย
ขาวสุดขาวเอื้อเฟื้อ ............... ฝากฟื้นใจชาย

๕๔. บ่ายสามขับเที่ยวข้าม ..... ลำปาย
วนทั่วเมืองจนหลาย .............. รอบแล้ว
จะลาจากใจหาย .................. ให้ห่วง นุชเฮย
ร้อนแดดคงมิแคล้ว ............... คราสเนื้อนวลหมอง

๕๕. อยากลองสักน้อยรส ..... กาแฟ
"คอฟฟี่เลิฟ"เล็งแล ............. เลียบข้าง
สาวหนุ่มไม่จอแจ ............... นั่งจิบ กันแฮ
ถ่ายรูปกันอยู่บ้าง ................ กับบ้านยุโรปเหลือง

๕๖. เนื่องประวัติศาสตร์อ้าง ..... เอ่ยขาน
ญี่ปุ่นสร้างสะพาน .................. ผ่านไว้
เพื่อขนส่งอาหาร ................... จากพม่า
ยุทธลำเลียงใช้ ..................... ช่วงครั้งสงคราม

๕๗. ตามทางกลับนับโค้ง ..... คณามี
โค้งแคบโค้งกว้างลี- ............ ลาศโค้ง
โค้งหักศอกโค้งดี ................ โค้งเด่น
ร้อยเกือบห้าสิบโค้ง ............. เบื่อโค้งจริงจริง

๕๘. ออกวิ่งยามอยู่เบื้อง ..... บนดอย
แลปล่อยใจล่องลอย ........... ลึกค้น
ความรู้สึกที่คอย ................. ครวญใคร่
ความหนึ่งตรึงแต่ต้น ............ ตรึกต้องใจคอย

img3641d.jpg
ทิวทัศน์บนดอยกิ่วลม ยามเย็น

img3691a.jpg
ทิวทัศน์ที่มองไปจากดอยกิ่วลม ยามโพล้เพล้

๕๙. ดอยกิ่วลมพิศฟ้า ..... ยามเย็น
ปุยเมฆเป็นสายเห็น ......... แห่ห้อม
ทิวเขาทอดแนวเป็น ......... ปอยยอด
แสงสาดทาบเงาย้อม ....... หยาดแต้มสีสัน

๖๐. ราวสวรรค์สรรค์ภาพฟ้า ..... เพียงทะเล
ลมเยือกเย็นถ่ายเท ................. กระทบหน้า
กิ่งสนแกว่งไกวเห .................. หันโยก โยนเอย
ยามเมื่อสนธยาล้า ................. เลื่อมรุ้งหลากสี

๖๑. นาทีสุริยะคล้อย ..... คลายดวง
คราเมฆมองล่องลวง ..... ล่วงพลิ้ว
สีแสงฉากภาคปวง ........ แปรภาพ พลันเอย
เงาทาบทึมทอริ้ว ........... ราศร้างลานัยน์

๖๒. ใจพลอยลอยเลื่อนคล้าย ..... ความฝัน
อันว่ายเวียนวารวัน ................... วาดรุ้ง
ด้วยรักแอบอิงอัน ..................... อิงแอบ ไว้เอย
จมจ่อมจนฟายฟุ้ง .................... ฟ่องเร้ารัญจวน

๖๓. หวนคำนึงย่างย้อน ..... เยื่อใย
ความห่วงหาคราไกล ......... ก่อแล้ว
เกาะกุมอยู่ภายใจ ............. จรัสดั่ง ดาวเอย
ดารดาษราตรีแพร้ว ........... กะพริบพร้อยแพรววาว

๖๔. แสงดาวสุดฟากฟ้า ..... พราวงาม
ดูดั่งตาเธอวาม ................ วาบจ้อง
สะกดอยู่ทุกยาม ............... ยลยิ่ง มนตร์เอย
เกินกว่าห้ามใจพร้อง ......... พร่ำเพ้อรำพึง

๖๕. ถึงเธอเพียงภาพแม้น ..... มีเรา
คืนค่ำบนดอยเขา ................ เขตฟ้า
เพียงสองสอดซบเนา ........... แนบสนิท
ปลดปล่อยใจไขว่คว้า ........... ไขว่ข้ามเขตสรวง

๖๖. อย่าหวงอย่าปิดป้อง ..... ปรางหอม
ขอชื่นเชยชมดอม .............. ด่ำซึ้ง
เกินนิดกว่าหน่อยยอม ......... อย่าหลบ เลี่ยงรา
เถิดอย่าอายอกอึ้ง .............. อุ่นแก้มนาสา

๖๗. ปรารถนาอันนุ่มน้อม ..... แนมนวล
โสมส่องแสงสบยวน ........... ยิ่งแล้ว
ยิ่งเชยยิ่งชายชวน .............. ชมพลอด พร่ำเฮย
ปองปลดปมปลายแพร้ว ....... พร่ำย้ำเยินยอม

๖๘. อ้อมโอบอิ่มอุ่นเอื้อ ..... เอนโอน
เพราพุ่มพรางไพรโพลน ..... พร่างพลิ้ว
ยอยวงยะยวบโยน ............. ยังยอด
เรือนทอดระทวยริ้ว ............ เท่ารู้เทียวราย

๖๙. ดาวพราวพรายพร่างฟ้า ..... ฟายเดือน
พลันเมฆมาบังเหมือน ............. ม่านกั้น
ลมบนชื่นเชยเยือน ................. ยอนแยบ ยลเอย
ลามเลื่อนเดือนเด่นครั้น ........... ขับพื้นภูลอย

๗๐. ดอยกิ่วลมกิ่วงุ้ม ..... งามไฉน
หนอสุดหักห้ามใจ .......... จิ่มพื้น
หนาวสั่นสะท้านใด ........ ฤดีสบ สมเอย
ยามหยาดน้ำค้างชื้น ....... ฉ่ำพริ้มพนาดอน

๗๑. อ่อนอ่อนลมโบกพลิ้ว ..... พรายพรม
สนกวัดไกวกิ่งกลม ............... แกว่งก้าน
เนิบเนิบไป่ปรารมภ์ .............. ริ้วระลอก
คราครั่นครืนสะท้าน ............. ท่วงครั้นกระพือโหม

๗๒. โคมดาวดารดาษเวิ้ง ..... เวหน
วิบวับวูบวาบยล .................. แยบเย้า
เงาทอท่ามทีกล .................. กาเมศ
เลศเล่ห์เสน่ห์เร้า ................. ร่ำรู้แรงแสง

๗๓. แห่งหนอันอาจเอื้อม ..... อัมพร
คว้าไขว่ดาววาววอน ........... ว่อนฟ้า
โลดลอยเลื่อนลามจร .......... โจมจุด
สูงสุดสอยฤๅล้า ................. หลั่นไว้ในที

๗๔. ราตรีอันยืดเยื้อ ....... ยั่วยวน
ใจจ่อใจรัญจวน ............. จรดก้อย
อิ่มอาบอบไออวล ......... เอมโอช
สองดั่งหนึ่งสอดสร้อย ..... สุขซ้อนเกินประทัง

๗๕. ห้วยน้ำดังดั่งน้ำ ..... แนวพนางค์
ระเรื่อยรินธารทาง .......... ทาบห้วย
แผ่วแผ่วแว่ววนคราง ...... เครียวคร่ำ
ดูดดื่มฤดีด้วย ............... ด่ำเพ้อละเมอละไม

๗๖.เผลอไผลในโอบอ้อม ..... อารมณ์
รู้สึกสู่รู้สม ......................... เสพรู้
อิ่มหวานอยู่กลางขม ............ ขื่นอก ชายนอ
สาแก่ใจเจ้าชู้ ..................... ชื่นเพ้อรำพัน

๗๗. คืนฝันพันลึกล้า ...... หลับตา
ปลดปล่อยใจโหยหา ....... หื่นห้อม
คะนึงล่วงเลยครา ........... เคียงแนบ
สองสู่สานสบพร้อม ........ พร่ำร้อยรวงใจ

img3755x.jpg

๗๘. ใกล้รุ่งฟ้าพร่างด้วย ..... ดารา
ดังเพชรพรรณรายดา .......... ดาดรุ้ง
ทะเลหมอกสุดตา .............. เต็มหาด ดอยเอย
แพรคลื่นพลิ้วพาดคุ้ง ......... แข่งฟ้าท้าดาว

img3786j.jpg

๗๙. หนาวสิบลิบลิบโพ้น ..... พืดเขา
ทิวเหยียดยาวทึมเทา ........... ทอดกั้น
เกาะกลางหว่างแพรเพรา ...... เพียงหย่อม ยอดแล
ไอหมอกเนียนนุ่มนั้น ........... แน่นฟุ้งชลาธาร

img3800b.jpg

๘๐. แสงหวานสาดส่องฟ้า ..... ฟอกสี
ใสสว่างสวยสดที ................. ละน้อย
ตรึงตายิ่งเหมือนมี ................ มนตร์สะกด
ทิวทัศน์แปรเปลี่ยนคล้อย ....... เคลื่อนเคลิ้มในภวังค์

img3810h.jpg
.				
4 มีนาคม 2553 08:05 น.

*** *** ดูกรบุรุษผู้ .... ผายลม *** ***

พจน์รำพัน

.

* ดูกรบุรุษผู้ ............. ผายลม
เผยปากปานอาจม ..... จิตด้อย
กวีเอกชนนิยม ........... ยกย่อง
ยังไป่โอหังถ้อย ......... ถากผู้อ่อนเขียน

.

จากคุณ 	: หนึ่ง [ ๑ ]
เขียนเมื่อ 	: 1 มี.ค. 53 11:25:25 A:124.121.213.41 X: [แก้ไข]
ถูกใจ 	: นกโก๊ก, ยี่หร่า@, KAVINT, ploythana, D_AkIrA, ลำน้ำ C, มุมแดง, เสกคาถา, y@mie, คนสาธารณะ, ชญานุช, เวลาและวารี
.				
19 กุมภาพันธ์ 2553 15:58 น.

~ โคลงบันทึกการเดินทางท่องเที่ยว ~ นนท์ - เหนือ ~

พจน์รำพัน

seaofmist.jpg


~ โคลงบันทึกการเดินทางท่องเที่ยว ~ นนท์ - เหนือ ~

๑. ยามอรุณรุ่งฟ้า ........ เฟือนแสง
สายหมอกมัวระแรง ...... รอบด้าน
เสร็จสารพัดจัดแจง ...... จรเที่ยว
จากถิ่นฐานฝากบ้าน ..... บ่ายหน้าไปเหนือ

๒. เมื่อสะพานพระนั่งเกล้า ... ไกลตา
ไกลจากเจ้าพระยา ............. ย่านนี้
รัตนาธิเบศร์มา .................. มองโล่ง
ผ่านวิภาวดีฯลี้ ................... ล่วงเข้าสู่พหลฯ

๓. พหลโยธินมุ่งขึ้น ..... ขับฝัน
เข้าเขตอยุธยาผัน ........ ผ่านผ้าง
นึกถึงพม่าครัน ............ ขมจิต
ตราทัพมาไล่ล้าง ......... ล่มซึ้งสองสมัย

๔. ใกล้อ่างทองครุ่นเคลิ้ม ..... คะนึงครา
นุชหนึ่งงามอัจฉรา .............. เริดร้าง
ตรึงตราแต่ธิดา ................... กาชาด
เกริกไขว่จนไกลคว้าง ........... คลาดแม้ใจมี

๕. สิงห์บุรีค่ายบ้าน ..... บางระจัน
รบพม่าโรมรัน ............ ตราบสิ้น
คือเกียรติภูมิอัน .......... อิ่มชาติ ชายเอย
เสียเลือดชีพดับดิ้น ...... ดั่งต้นตระกูลไทย

๖. ชัยนาทนึกครั้งเขื่อน ..... เจ้าพระยา
สร้างแห่งแรกพัฒนา ......... ลุ่มน้ำ
ยังสวนนกมหึมา .............. มีชื่อ ระบือแล
ธรรมชาติชวนชื่นล้ำ ......... หล่อเลี้ยงชีวี

๗. อุทัยธานีสืบอ้าง ..... อู่ไทย
เขาป่าลำเนาไพร ......... เพรียบแจ้ง
สืบ นาคะเสถียรไฉน ..... หน่ายโลก
มรดกห้วยขาแข้ง ......... ขัดแข้งใครกัน

๘. นครสวรรค์ฤนี้ ............ ถนนสวรรค์
ปานแอ่งผิวพระจันทร์ ....... ลาดเลิ้ง
บางหลุมหลบมิทัน ........... กระแทกอ่วม อกเอย
ขับส่ายไปมาเซิ้ง ............. ส่ายหน้าตาหมอง

๙. หนองเบนวนย่างย้อน ..... ยูวิถี
ร้านแม่กุหลาบดี ................ แด่ท้อง
สุขาเอี่ยมแอร์-ที- .............. วีใหญ่ แบนแฮ
ใครโผล่เข้าต่างร้อง ........... เลิศล้ำกระไรหรู

๑๐. พักครู่แล้วออกดั้น ....... กระดอนหน
ปุปะลาดยางยล ................ ยิ่งท้อ
ทางหลวงเลขหนึ่งพหล- ..... โยโธ่!
ขับเบี่ยงคอยเบรคล้อ ......... เลี่ยงเลี้ยวจนแหยง

๑๑. กำแพงเพชรพ้นล่วง ..... สลกบาตร
ตกหล่มหลุมอากาศ ........... โดดเด้ง
เลนขวาต่างยุรยาตร .......... ยังแย่
ดังล่องแก่งเท้งเต้ง ............ แขม่วท้องกระเทือนผวา

๑๒. นาทองมองมุ่งป้าย ..... ป.ต. ท.นา
เติมเสร็จมิรีรอ ................. รีบแจ้น
รถราว่างยังพอ ................ โผซิ่ง
หมายมุ่งเมืองตากแม้น ...... เหมาะนั้นบ่ายโมง

๑๓. ทางโคลงลอนลาดขึ้น ..... เขามี บ้างแล
สองฝั่งไพรพฤกษ์พี ............... พุ่มงุ้ม
ผาแดงอินดัสตรี ................... ตะบึงผ่าน
จำแม่นกำไรคุ้ม :) ................ ค่าหุ้นครางาม

๑๔. สามแยกตากแยกซ้าย ..... รถบาง ตาแฮ
บ้านตากมากเนินขวาง .......... หว่างนี้
ภูมิพลเขื่อนแยกทาง ............ โถมผ่าน
โลดแล่นลอยร่อนลี้ .............. ล่วงเข้าลำปาง

๑๕. หนทางโอนอ่อนช้อย ..... เชยเขา
หลุมบ่อพอบางเบา .............. เบี่ยงบ้าง
ใจเขาใส่ใจเรา .................... รักปลอด ภัยนา
รถวัสดุก่อสร้าง ................... ซิ่งโค้งปานเหิน

๑๖. เลยเถินเพลินพ้นสู่ ..... สบปราบ
ทางค่อยดูเรียบราบ .......... รื่นรื้น
บางช่วงถนนทาบ ............ เนินใหญ่
เร่งไต่ตอนลงครื้น ............ คล่องล้อปานปลิว

๑๗. ทิวสักสองฝั่งข้าง ..... เคียงหน
บ้านฟ่อนลำปางถนน ....... เรียบแล้
แยกนาก่วมต่อชน ........... เชียงใหม่
ใจเริ่มคึกคักแม้ .............. เมื่อยล้าขาแข็ง

๑๘. กาดทุ่งเกวียนฝั่งโน้น ..... นุงนัง
รถแน่นซ้อนคันบัง ............... เบียดห้อม
ศูนย์อนุรักษ์ช้างยัง .............. ยืนหยัด อยู่นอ
ทางไต่ขุนตาลพร้อม ............ ผ่านเข้าลำพูน

๑๙. เนินนูนพูนป่าไม้ ..... มากพรรณ
ทางแม่ทามาครัน .......... คล่องเลี้ยว
เขาเขินต่ำมิชัน ............. ชื่นชอบ
หลายช่วงหักคดเคี้ยว ..... ขอบรั้วคั่นผา

๒๐. มาจนเห็นชัดเข้า ........ เขตเมือง
เชียงใหม่แลรุ่งเรือง ........... รถล้น
ถึงถนน"เจริญเมือง" ........... มั่นเหมาะ
หมายสู่"ลอยเคราะห์"ค้น ..... ไขว่คว้า"ดวงตะวัน"

๒๑. "เซ็นทารา"นี่นี้ ...... "ดวงตะวัน"
บ่ายสี่เช็คอินพลัน ........ พักล้า
ชั้นยี่สิบเอ็ดอัน ............ อัพเกรด ให้เอย
มุมแจ่มมองเมืองฟ้า ..... ครึ่งฟ้าเฉิดฉาย

๒๒. น้องชายรองขึ้นล่อง ..... เหลือแรง
สบที่ดินเหมาะแปลง ........... ปลูกบ้าน
เนินบ้านแม่แรมแจง .......... จัดแต่ง
มารับคอยอยู่ด้าน- ............. ล่างให้ไปชม

๒๓. สมดังน้องเฝ้าภาค .......... ภูมิใจ
บ้านเด่นเห็นแต่ไกล ......... สุดสล้าง
ไปถึงทึ่งยิ่งใคร ................... ใครต่าง ตะลึงแล
งามดั่งสวรรค์สร้าง ............... เสกเน้นเนินเขา

img3445copy.jpg

๒๔. เรือนเทาหินอ่อนต้อง ..... ตาเห็น
แลลวดลายยลเย็น ............... อย่างพร้อย
แท้สีฝุ่นผสมเป็น ................. ปูนฉาบ
ด้วยงบแต่เพียงน้อย ............. หนึ่งไร้ใครเหมือน

img3438kw.jpg

๒๕. เรือนรับรองไม้สัก ..... เสาโต
ซื้อเสาะยุ้งเก่าโข ............. ค่อยสร้าง
ขัดผิวเคลือบเงาโชว์ ........ โฉมลวด ลายแล
อายุร้อยปีอ้าง ................ อวดยุ้งโบราณ

๒๖. ด้านหน้าบ่อลึกเลื้อย ..... ราวงู
ธารซับน้ำตกพรู ................. พรั่งเลี้ยง
ปลาคาร์พหนึ่งฝูงตรู ........... โตรวด เร็วแฮ
สีจัดผิวพรรณเกลี้ยง ........... เกล็ดกว้างแวววาม

๒๗. สนามด้านหน้าลาด ..... ลงชัน
จนจรดทางเข้ายัน ............. หลักล้อม
แต่งสนปลูกปรงพันธ์ ......... พื้นป่า
ทางฝั่งซ้ายเฟิร์นพร้อม ....... พืชน้ำหลากหลาย

๒๘. เสียดายมิอาจค้าง ..... คืนนา
น้องสี่บังเอิญพา .............. เพื่อนพ้อง
จากชลบุรีมา .................. ท่องเที่ยว
พักอยู่เต็มทุกห้อง ............ ขณะนี้เข้าเมือง

๒๙. เนื่องน้องรองสุขเลี้ยง ..... มารดา
มิคิดแต่งภริยา ..................... อยู่เฝ้า
แม้ญาติชักนำพา .................. พธูเลิศ ลักษณ์แล
ต่างปวดเศียรจนเกล้า ............ กล่อมซ้ายทะลุขวา

๓๐. สนทนากันสนุกครั้น ..... ค่ำลง
มื้อค่ำน้องเจาะจง .............. จัดให้
"โป่งแยงแอ่งดอย"คง ......... ความอร่อย อยู่นา
ไฟส่องแม่สาใกล้ ............... กล่อมด้วยดนตรี

๓๑. แลมีนุชหนึ่งซึ้ง ..... สวยสม
การแต่งกายเผ้าผม ...... พักตร์ต้อง
ทั้งจริตช่างชวนชม ...... ชวนชื่น แลนา
แวบหนึ่งมิจำจ้อง ........ แจ่มรู้ความงาม

๓๒. ยามอิ่มหนำจ่ายแล้ว ..... ลาจร
ถึงที่โรงแรมตอน ................ ดึกล้า
แต่ยังมิอยากนอน ............... สักเท่า ไรเอย
จึงเที่ยวชมร้านค้า ............... ตลาดไน้ท์บาซาร์

๓๓. วันอาทิตย์นี่แท้ ..... เทียวหนอ
ไยเงียบเชียบราวรอ ...... ปิดร้าน
สอบถามจึ่งทราบพอ ..... เพียงว่า
คนต่างไปเดินด้าน ........ ตลาดโน้นคนเดิน

๓๔. ถนนคนเดินอยู่ด้าน ..... ท่าแพ
แนวราชดำเนินแล ............. คล่ำครื้น
สามทุ่มกว่าจอแจ ............. จับจ่าย
นักท่องเที่ยวคนพื้น ........... ที่นั้นทยอยมา

๓๕. สายตาก็สบด้วย ...... บังเอิญ
นุชหนึ่งนั้นมาเดิน ........... ดั่งยิ้ม
มุมปากนิดนิดเขิน ............ คราสบ ตาเนอ
เพียงแวบหนึ่งเพราพริ้ม ..... ผ่านคล้อยคลาไคล

๓๖. ในตลาดสองฝั่งข้าง ..... แขวนวาง
พื้นที่ส่วนตรงกลาง ............. ก็ด้วย
จ้อกแจ้กตลอดทาง ............. ที่ทอด ไปแล
ดูท่ายาวเหยียดย้วย ............. อย่างน้อยนับกิโล

๓๗. โอ้บังเอิญอีกแท้ ..... เทียวนา
น้องสี่เดินเข้ามา ........... ทักไหว้
แนะนำเพื่อนแล้วลา ....... กลับก่อน
มาแต่ค่ำมือไม้ .............. เมื่อยหิ้วสิ่งของ

๓๘. เดินมองนี่นั่นแล้ ....... หลากหลาย
ของหัตถกรรมมากมาย ..... น่าซื้อ
ศิลปินนั่งเรียงราย ............ ร้อง-เล่น แสดงแฮ
ขนมอีกอาหารอื้อ ............ อิ่มโอ้อ่อนใจ

๓๙. เดินไปจนสุดเส้น ..... สายถนน
ยามดึกกร่อยผู้คน ........... ค่อยคล้อย
ทั้งเมื่อยมิอยากวน .......... วกกลับ
จึงเรียกตุ๊กตุ๊กน้อย ........... นั่งเข้าโรงแรม

๔๐. แย้มม่านออกกวาดจ้อง ..... ใจเมือง
แสงสว่างยังรองเรือง .............. รอบฟ้า
เตรียมพักผ่อนประเทือง ........... ทัศน์ครุ่น โคลงเอย
วันพรุ่งจักบ่ายหน้า ................. โน่นแล้ไปปาย

๔๑. ยามสายอิ่มแล้วมุ่ง ...... แม่ริม
ออกนอกเมืองแลหงิม ......... เงียบบ้าง
มาเที่ยวชื่นเชยชิม ............. ธรรมชาติ
ซึมซับรู้สึกสร้าง ................ สุขแต้มแต่งฝัน

๔๒. "พิพิธพัณฑ์ผีเสื้อ" ..... ฝรั่งรุม ชมแล
ตาข่ายแยกส่วนคลุม ......... ครอบไว้
ทางเดินท่ามสุมทุม ........... ธรรมชาติ
หมื่นดอกฟาร์มกล้วยไม้ ...... มื่นแม้นสวนสรวง

๔๓. จนล่วงผ่านแยกซ้าย .....ไปสะเมิง
น้ำตกแม่สาเชิง .................. แปดชั้น
ทางราบเรียบระเริง .............. เรื่อยแล่น
สองฝั่งทางหว่างนั้น ............ รถน้อยเกินคะนึง

๔๔. สิบโมงถึงแยกแหม้* ..... มาลัย
ปายแยกซ้ายเลี้ยวไป ........... ป่ายขึ้น-
ปีนลงหว่างพงไพร .............. พฤกษ์แนบ
บางช่วงเร่งบรึ้นบรึ้นส์ .......... บุกขึ้นทางชัน

๔๕. หว่างไพรสัณฑ์คดเคี้ยว ..... คลานวน
บางจุดอับตาจน ..................... จรดโค้ง
น้ำตกหมอกฟ้าหน .................. ทางผ่าน ไปเอย
บางจุดแสนโล่งโจ้ง ................ จรดซ้ายสิเหว

๔๖. เอวเอียงเบี่ยงเบียดเลี้ยว ..... เลาะเขา
ไม้ป่านานาเนา ...................... แน่นฟ้า
เพียงรู้ผ่อนหนักเบา ................. บางช่วง
นับเช่นวิถีกล้า ........................ ก่อนนั้นมิเคย

๔๗. กลัวเลยทางแยกห้วย ..... น้ำดัง
แวะจุดวิวรักจัง .................... จักรู้
ร้านค้าที่ถามยัง .................. ประโยชน์สุ ขาแล
พักยืดเส้นสายสู้ .................. สิใกล้แล้วหนอ

๔๘. หก ก.ม. ขึ้นที่ ........ ทำการ
เขตวนอุทยาน ............... หยั่งฟ้า
ทางคับแคบค่อยคลาน ..... ขึ้นระดับ
พันหกร้อยสิบห้า ............. เมตรล้ำทะเลลอย

img3507r.jpg
บ้านพักบนดอยกิ่วลม

๔๙. ดอยกิ่วลมบ้านพัก ..... พอใจ
ลดโหลดกระเป๋าไป ..........ปล่อยห้อง
จนแล้วเสร็จมิไถล ........... ถลันออก
เที่ยงสิบบันทึกจ้อง .......... จดไว้ไปปาย

๕๐. รายทางบ้างกลิ่นคลุ้ง ..... ขี้วัว
คงนับสิบสิบงัว ................... ปล่อยเลี้ยง
รีสอร์ทเริ่มเรียงตัว ............... ตามหว่าง วิถีแฮ
เห็นสะพานเหล็กเพี้ยง .......... ผ่านข้ามลำปาย

๕๑. ตลาดปายสองฝั่งร้าน ..... พะรุงพะรัง
ถึงบ่ายโมงประดัง ................ แดดจ้า
ยามบ่ายทั่วปายยัง ............... สงบเงียบ อยู่นา
เย็นค่ำคนมากหน้า ............... จึ่งเข้าชิมเมือง

๕๒. เรื่องอาหารปากท้อง ..... ถึงคราว
ตรงสี่แยกปายหนาว ............ หนึ่งร้าน
อาหารมากอย่างราว ............ ร้านเก่า แก่เอย
ดูสะอาดสะอ้าน .................. อิ่มแล้วออกเดิน

๕๓. เพลินเพลินชมเผื่อซื้อ ..... สิ่งของ
นุชหนึ่งน่าเมียงมอง .............. ละเมียดเนื้อ
เม็ดเหงื่อหยาดเนืองนอง ........ เนินอุ ราเอย
ขาวสุดขาวเอื้อเฟื้อ ............... ฝากฟื้นใจชาย

๕๔. บ่ายสามขับเที่ยวข้าม ..... ลำปาย
วนทั่วเมืองจนหลาย .............. รอบแล้ว
จะลาจากใจหาย .................. ให้ห่วง นุชเฮย
ร้อนแดดคงมิแคล้ว ............... คราสเนื้อนวลหมอง

๕๕. อยากลองสักน้อยรส ..... กาแฟ
"คอฟฟี่เลิฟ"เล็งแล ............. เลียบข้าง
สาวหนุ่มไม่จอแจ ............... นั่งจิบ กันแฮ
ถ่ายรูปกันอยู่บ้าง ................ กับบ้านยุโรปเหลือง

๕๖. เนื่องประวัติศาสตร์อ้าง ..... เอ่ยขาน
ญี่ปุ่นสร้างสะพาน .................. ผ่านไว้
เพื่อขนส่งอาหาร ................... จากพม่า
ยุทธลำเลียงใช้ ..................... ช่วงครั้งสงคราม

๕๗. ตามทางกลับนับโค้ง ..... คณามี
โค้งแคบโค้งกว้างลี- ............ ลาศโค้ง
โค้งหักศอกโค้งดี ................ โค้งเด่น
ร้อยเกือบห้าสิบโค้ง ............. เบื่อโค้งจริงจริง

๕๘. ออกวิ่งยามอยู่เบื้อง ..... บนดอย
แลปล่อยใจล่องลอย ........... ลึกค้น
ความรู้สึกที่คอย ................. ครวญใคร่
ความหนึ่งตรึงแต่ต้น ............ ตรึกต้องใจคอย

img3641d.jpg
ทิวทัศน์บนดอยกิ่วลม ยามเย็น

img3691a.jpg
ทิวทัศน์ที่มองไปจากดอยกิ่วลม ยามโพล้เพล้

๕๙. ดอยกิ่วลมพิศฟ้า ..... ยามเย็น
ปุยเมฆเป็นสายเห็น ......... แห่ห้อม
ทิวเขาทอดแนวเป็น ......... ปอยยอด
แสงสาดทาบเงาย้อม ....... หยาดแต้มสีสัน

๖๐. ราวสวรรค์สรรค์ภาพฟ้า ..... เพียงทะเล
ลมเยือกเย็นถ่ายเท ................. กระทบหน้า
กิ่งสนแกว่งไกวเห .................. หันโยก โยนเอย
ยามเมื่อสนธยาล้า ................. เลื่อมรุ้งหลากสี

๖๑. นาทีสุริยะคล้อย ..... คลายดวง
คราเมฆมองล่องลวง ..... ล่วงพลิ้ว
สีแสงฉากภาคปวง ........ แปรภาพ พลันเอย
เงาทาบทึมทอริ้ว ........... ราศร้างลานัยน์

๖๒. ใจพลอยลอยเลื่อนคล้าย ..... ความฝัน
อันว่ายเวียนวารวัน ................... วาดรุ้ง
ด้วยรักแอบอิงอัน ..................... อิงแอบ ไว้เอย
จมจ่อมจนฟายฟุ้ง .................... ฟ่องเร้ารัญจวน

๖๓. หวนคำนึงย่างย้อน ..... เยื่อใย
ความห่วงหาคราไกล ......... ก่อแล้ว
เกาะกุมอยู่ภายใจ ............. จรัสดั่ง ดาวเอย
ดารดาษราตรีแพร้ว ........... กะพริบพร้อยแพรววาว

๖๔. แสงดาวสุดฟากฟ้า ..... พราวงาม
ดูดั่งตาเธอวาม ................ วาบจ้อง
สะกดอยู่ทุกยาม ............... ยลยิ่ง มนตร์เอย
เกินกว่าห้ามใจพร้อง ......... พร่ำเพ้อรำพึง

๖๕. ถึงเธอเพียงภาพแม้น ..... มีเรา
คืนค่ำบนดอยเขา ................ เขตฟ้า
เพียงสองสอดซบเนา ........... แนบสนิท
ปลดปล่อยใจไขว่คว้า ........... ไขว่ข้ามเขตสรวง

๖๖. อย่าหวงอย่าปิดป้อง ..... ปรางหอม
ขอชื่นเชยชมดอม .............. ด่ำซึ้ง
เกินนิดกว่าหน่อยยอม ......... อย่าหลบ เลี่ยงรา
เถิดอย่าอายอกอึ้ง .............. อุ่นแก้มนาสา

๖๗. ปรารถนาอันนุ่มน้อม ..... แนมนวล
โสมส่องแสงสบยวน ........... ยิ่งแล้ว
ยิ่งเชยยิ่งชายชวน .............. ชมพลอด พร่ำเฮย
ปองปลดปมปลายแพร้ว ....... พร่ำย้ำเยินยอม

๖๘. อ้อมโอบอิ่มอุ่นเอื้อ ..... เอนโอน
เพราพุ่มพรางไพรโพลน ..... พร่างพลิ้ว
ยอยวงยะยวบโยน ............. ยังยอด
เรือนทอดระทวยริ้ว ............ เท่ารู้เทียวราย

๖๙. ดาวพราวพรายพร่างฟ้า ..... ฟายเดือน
พลันเมฆมาบังเหมือน ............. ม่านกั้น
ลมบนชื่นเชยเยือน ................. ยอนแยบ ยลเอย
ลามเลื่อนเดือนเด่นครั้น ........... ขับพื้นภูลอย

๗๐. ดอยกิ่วลมกิ่วงุ้ม ..... งามไฉน
หนอสุดหักห้ามใจ .......... จิ่มพื้น
หนาวสั่นสะท้านใด ........ ฤดีสบ สมเอย
ยามหยาดน้ำค้างชื้น ....... ฉ่ำพริ้มพนาดอน

๗๑. อ่อนอ่อนลมโบกพลิ้ว ..... พรายพรม
สนกวัดไกวกิ่งกลม ............... แกว่งก้าน
เนิบเนิบไป่ปรารมภ์ .............. ริ้วระลอก
คราครั่นครืนสะท้าน ............. ท่วงครั้นกระพือโหม

๗๒. โคมดาวดารดาษเวิ้ง ..... เวหน
วิบวับวูบวาบยล .................. แยบเย้า
เงาทอท่ามทีกล .................. กาเมศ
เลศเล่ห์เสน่ห์เร้า ................. ร่ำรู้แรงแสง

๗๓. แห่งหนอันอาจเอื้อม ..... อัมพร
คว้าไขว่ดาววาววอน ........... ว่อนฟ้า
โลดลอยเลื่อนลามจร .......... โจมจุด
สูงสุดสอยฤๅล้า ................. หลั่นไว้ในที

๗๔. ราตรีอันยืดเยื้อ ....... ยั่วยวน
ใจจ่อใจรัญจวน ............. จรดก้อย
อิ่มอาบอบไออวล ......... เอมโอช
สองดั่งหนึ่งสอดสร้อย ..... สุขซ้อนเกินประทัง

๗๕. ห้วยน้ำดังดั่งน้ำ ..... แนวพนางค์
ระเรื่อยรินธารทาง .......... ทาบห้วย
แผ่วแผ่วแว่ววนคราง ...... เครียวคร่ำ
ดูดดื่มฤดีด้วย ............... ด่ำเพ้อละเมอละไม

๗๖.เผลอไผลในโอบอ้อม ..... อารมณ์
รู้สึกสู่รู้สม ......................... เสพรู้
อิ่มหวานอยู่กลางขม ............ ขื่นอก ชายนอ
สาแก่ใจเจ้าชู้ ..................... ชื่นเพ้อรำพัน

๗๗. คืนฝันพันลึกล้า ...... หลับตา
ปลดปล่อยใจโหยหา ....... หื่นห้อม
คะนึงล่วงเลยครา ........... เคียงแนบ
สองสู่สานสบพร้อม ........ พร่ำร้อยรวงใจ

img3755x.jpg

๗๘. ใกล้รุ่งฟ้าพร่างด้วย ..... ดารา
ดังเพชรพรรณรายดา .......... ดาดรุ้ง
ทะเลหมอกสุดตา .............. เต็มหาด ดอยเอย
แพรคลื่นพลิ้วพาดคุ้ง ......... แข่งฟ้าท้าดาว

img3786j.jpg

๗๙. หนาวสิบลิบลิบโพ้น ..... พืดเขา
ทิวเหยียดยาวทึมเทา ........... ทอดกั้น
เกาะกลางหว่างแพรเพรา ...... เพียงหย่อม ยอดแล
ไอหมอกเนียนนุ่มนั้น ........... แน่นฟุ้งชลาธาร

img3800b.jpg

๘๐. แสงหวานสาดส่องฟ้า ..... ฟอกสี
ใสสว่างสวยสดที ................. ละน้อย
ตรึงตายิ่งเหมือนมี ................ มนตร์สะกด
ทิวทัศน์แปรเปลี่ยนคล้อย ....... เคลื่อนเคลิ้มในภวังค์

img3810h.jpg
.				
9 กุมภาพันธ์ 2553 14:25 น.

~ โคลงกลบท พจน์พรรณราย ~ เพียงรัก ~

พจน์รำพัน

egg.jpg


~ โคลงกลบท พจน์พรรณราย ~ เพียงรัก ~
( โคลงกลบท ๑๐ )

     	สวัสดีครับ - กลบทคราวนี้ชื่อ "พจน์พรรณราย" เป็นบังคับซ้ำคำต้นวรรคหน้ากับต้นวรรคหลัง และซ้ำเสียงพยัญชนะคำที่ ๓ - ๔  ผสมผสานด้วยกลบท "ชลาสังวาลย์" หรือ "วิติมาลินี" ก็ได้ ซึ่งทั้งคู่นี้เป็นโคลงกระทู้ ๑ คำต้นบาท  ต่างกันตรงที่ "วิติมาลินี" คำกระทู้ในบาท ๒ กับ ๓ คล้องจองกัน  ตามด้วยกลบท "สีหติกำกาม" ซึ่งบังคับซ้ำเสียงสระตรงคำที่ ๒ - ๓  และกลบท "โตเล่นหาง แบบที่ ๑" ซึ่งบังคับซ้ำเสียงพยัญชนะตรงคำ ๕ - ๖ เชื่อมวรรค หน้า - หลัง  ทั้งหมดนี้รวมอยู่ในกลบทเดียวกัน  เขียนกลบทเดียว เหมือนได้เขียนหลายกลบท คุ้มความคิดคุ้มเวลาจริงๆครับ

	ก่อนอื่นจะขอยกตัวอย่างกลบทโคลงครูที่อ้างถึงเสียก่อนครับ

"ชลาสังวาลย์"  บังคับกระทู้ ๑ คำ ต้นบาท ( จินดามณี )

แก้ว..แหวนน้องเกื้อมิ ....... ทุกอัน
ชู้......ก่อของนองนันต์ ...... แต่งเจ้า
กอง..ทองคอสบสรรพ์ ........ เศกแม่
เงิน...เลื่อนหลังข้างเต้า ..... แต่งขึ้นเรือนเรียม


"วิติมาลินี"  บังคับกระทู้ ๑ คำ ต้นบาท  บาท ๒ - ๓ คำคล้องจองกัน ( จินดามณี )

พี่.....กำพร้าหน้าต่ำ ...... ออมอด
น้อง....เป็นดีมียศ ......... ก่อเกื้อ
ซ้อง...ฦๅชาปรากฏ ....... โฉมแม่ เดียวแม่
แซม..ซุมซนต้นเนื้อ ..... บ่ให้เห็นองค์


"สีหติกำกาม"  บังคับซ้ำเสียงสระ ตรงคำที่ ๒ - ๓ ( จินดามณี )

   ธ วัวกลัวเมียเพี้ยง ...... กลัวเสือ
โม เมาเงางุนเยือ ............ กล่าวกล้า
โอ โถงโครงเปล่าเหลือ ..... ตัวแต่ง
ปาก หากลากคำค้า ......... คึ่งให้ใครขาม


"โตเล่นหาง แบบที่ ๑"  บังคับซ้ำเสียงพยัญชนะ ตรงคำที่ ๕ - ๖ ( ผืนแผ่นไผทนี้ล้ำ แหล่งคุณ )

   คลุกประจนเลือดหลั่งเนื้อ ..... นองไหล
ตาวต่อตาวโล่หัน ..................... หวดดิ้น
ไทยรุกไล่มอญไถล .................. ถลาหอบ
คชไขว่ม้าล้มสิ้น	 ...................... สุดปราน

* ที่น่าสังเกตคือโคลงตามหนังสือจินดามณี มีตกเอกอยู่หลายที่ แต่ไม่เคยอ่านพบความเห็นในเรื่องนี้


"พจน์พรรณราย"  :  เพียงรัก

เพียง "คำจำ"จ่อมเพ้อ .......... เพียงละเมอ
เท่า "จิตติด"ตรึงเธอ ............ เท่าเคลิ้ม
เมา "ใจใฝ่"ฝันเสมอ ............ เมาอัก ษเรศเอย
หยาด "หยดรส"รจน์เยิ้ม ...... หยาดย้อมกล่อมหวาน

ปาน "รักชัก"ชื่นปลื้ม .......... ปานฝัน
วาด "ดั่งหวัง"แวววรรณ ........ วาดฟ้า
คาด "ถึงกึ่ง"กรุ่นคันธ์ .......... คาดหอบ ลมเลย
รัก "พลุ่งรุ้ง"ฤๅร้า ................. รักพลิ้วพันหอม

	จะว่ายากก็ยากครับ ถ้าจะเขียนให้ถูกใจ  เชิญท่านลองเขียนดูดีกว่า  ถ้าเขียนสองบทขึ้นไป  ลองร้อยโคลงไว้ด้วย  การร้อยโคลง เปรียบเสมือนการเพิ่มสัมผัสระหว่างบทลงในโคลง โดยให้คำที่ ๑ หรือ ๒ หรือ ๓ ของบาทแรกรับสัมผัสจากคำท้ายบทโคลง  ข้อสำคัญอีกข้อหนึ่งอย่าลืมนะครับ อย่าเขียนโคลงจบบทด้วยคำตาย  จะอ่านทำนองเสนาะ หรือขับโคลงไม่ได้

	หวังว่าท่านจะมีความเพลิดเพลินในการเขียนโคลง โยงถึงความรัก และมีความสุขในเดือนแห่งความรัก โดยเฉพาะวันแห่งความรักที่ใกล้จะถึงแล้ว  ...  ขอบคุณครับ




คุณเพียงพลิ้ว  :  "เพียงลม...."

เพียงลมพรมพากย์พลิ้ว..........เพียงคำ
จ่อพจน์จรดใจจำ..................จ่อคล้อง
นวลหนุนอุ่นไอนำ...............นวลชื่น  สุขนา
ห่มวาทสาดสู่ห้อง..................ห่มเนื้อเรือนขวัญ

ฝันถึงหนึ่งหนุ่มนั้น...............ฝันหวาน
รักพบสบสำราญ....................รักแพร้ว
กรองรินกลิ่นเกยกานต์...........กรองกล่อม  รักรา
รูปรักสลักรอยแล้ว..................รูปนี้นิรันดร์


คุณโอเลี้ยง(ญามี่)  :  "เพียงขอ...รัก"

ไกล  กันพลันเพิ่มใกล้.............ไกลหวัง
พิศ   โศกโยกเยือนผัง............พิศเฝ้า
คิด   มนต์หม่นเหมือนขัง.......คิดคร่ำ
ยอก เลียบเงียบหงอยเย้า...........ยอกนี้เกินขาน

วาน   พรหมถมท่วมว้าง..........วานเชิญ
ภักดิ์  อยู่พรูเพียงเพลิน............ภักดิ์ช้อย
ดัก    เสียงเบี่ยงเบนเดิน.........ดักด่าว
ผละ  ช่วงลวงลุพร้อย................ผละสิ้นรอยขม

พรม  รักวักแวะพร้อม...............พรมสรวล
หนัก  มั่นชันชนวน.................หนักพริ้ง
ชัก   เหมือนเคลื่อนคอยชวน.....ชักฉ่ำ
เทิด...เลื่อนเบือนเบนทิ้ง.............เทิดคล้ายฉายหวาม

ความ รักชักฉ่ำข้าม.................ความกลัว
รัก     หล่อออไอรัว................รักเรื้อ
พัก   ยากฝากฝันพัว...............พักแน่น
แนบ  หว่างวางหวิดเนื้อ...........แนบรู้ผลหวง

ทรวง  เผาเหลาเร่าสร้าง............ทรวงหมอง
มัก  ยื่นขืนขมมอง..................มักคว้าง
ทัก  ทีถี่ทุกข์ถอง.....................ทักคู่
บอก เจ็บเหน็บนัยบ้าง..............บอกแล้วยังหวัง

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

โคลงภาคผนวก


คุณแกงเขียวหวาน

สัญญารักร่วมสร้าง ..... ลืมกัน
ทุกสิ่งดังภาพฝัน ......... ที่ให้
สัจจะมั่นแปรผัน ......... แหนงหน่าย
เจอใหม่ลืมกันได้ ....... พ่ายแพ้ดวงชะตา


คุณดอกบัว

โคลงวรรณกรรม ฝึกหัด

เสียงใดปานเคลื่อนคล้าย.....ร่ายมนต์
เสียงเปล่งถ้อยรอยกล..........เล่ห์นั้น
อวลไอใฝ่กมล.....................พจน์ร่ำ คำเฮย
รื่นรื่นหมื่นพันดั้น.................กลั่นแกล้มกลกานท์

หอมหอมรวยรื่นเร้า......เคล้าคลอ
เฝ้าใฝ่เคียงพะนอ.........เพลี่ยงพล้ำ
ได้สบยิ่งเออออ.............อิ่มอุ่น  ใจนา
ขจิตจ่อมเคลิ้มค้ำ.........คู่ค้นคลอครวญ

สายสมรอิ่มยิ้ม.................เยือนกานท์
เปรียบเด่นชำนาญชาญ.....เชี่ยวรั้ง
แถลงเร่งกล่อมขาน...........ปราศเล่ห์ กลนา
ขับเคลื่อนข้อข้องทั้ง..........อุ่นอ้อมเอมอร

หอมคำชักรื่นล้อม..........รวยริน
ให้ชุ่มชื่นอรพินท์............โรจน์เร้า
ปวงปราชญ์ท่องธานิน......ครวญใคร่ เข็นนา
รุกเร่งฝันเฟื่องเฝ้า..........ใฝ่ร้อยวรรณกรรม

เพลงรักลอยล่องริ้ว.............อารมณ์
พลิ้วผ่านปานเทพพรหม......พรั่งพร้อม
สร้อยสายระรื่นรมย์.............คมพลอด
ดุจเล่ห์รอยรักล้อม..............แทรกซ้อนทรวงใน


คุณ virismara

โคลงกลบท "ตรีวิริศมาหรา"
บังคับซ้ำคำที่ ๑-๓-๖ ประกอบกับกลบท "วิติมาลินี" และ "โตเล่นหาง แบบที่ ๑"

เพียง ยินเพียงพิศเพ้อ....เพียงฝัน
พจน์ สรรพพจน์รำพัน.....พจน์พร้อง  
รส   รติรสนิรันดร์.........รสอิ่ม ใจเอย
รัก  หนึ่งรักเรียกร้อง.......รักเร้นกระนั้นฤๅ

มัก  คิดมักหมกมุ่น......มักหวัง  
ใหญ่ กว่าใหญ่แลยัง.....ใหญ่ได้
ใฝ่  ฝัน ใฝ่ฝากฝัง.......ใฝ่เติบ- โตนา
สุด  โต่งสุดเสียวไส้.......สุดรู้ถูกสอย

กอด  นึกกอดพลอดแก้ม....กอดนวล
จาก  จิตจากรัญจวน...........จากเจ้า
หาก  คิดหากคืนหวน.........หากห่อน รู้เฮย
รัก   รุ่มรักลวงเร้า............รักเศร้าสุมทรวง


งามคม ประจักษ์แจ้ง..........คมงาม
พลิ้วดาบ นารียาม...............ดาบพลิ้ว
ผ่องพักตร์ พิศเพลินตาม......พักตร์ผ่อง
เรียวดาบนางกรีดริ้ว.............ร่ายร้อยดาบเรียว
( กลบทสกัดแคร่ "ทวารประดับ" )


โคลงกลบท "บุปผชาติดาษดา"
บังคับซ้ำเสียงพยัญชนะตั้งแต่คำที่ ๔ ไปจนจบบาท

นางคอยใจเหว่ว้า...............หวามไหว
มองลูกเปลแกว่งไกว..........กล่อมแก้ว
น้ำตาหยดรดไหล...............รินร่วง
เคยคู่กลับคลาดแคล้ว.........ครั่นคร้ามครางครวญ


คุณโอเลี้ยง(ญามี่)

ขอบ ฝันเรียงด้วยร่าย..........โคลงมนต์
คุณ เด่นพาใจดล.................เหนี่ยวร้อย
ครู โคลงเกี่ยวกมล..............ชวนเชื่อ
สอน กล่าวนำพาคล้อย.........สู่ด้านแดนสรวง

ปวง จินต์บินสู่ฟ้า.................อัศจรรย์
คำ กล่อมราวสวรรค์............ยื่นให้
หวาม เวียนส่งเปรมปัน........ลืมตื่น
ไหว ล่องลอยตามใกล้..........อิ่มเคลิ้มปรารถนา
( กลบทชลาสังวาลย์ )
.				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟพจน์รำพัน
Lovings  พจน์รำพัน เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟพจน์รำพัน
Lovings  พจน์รำพัน เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟพจน์รำพัน
Lovings  พจน์รำพัน เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงพจน์รำพัน