19 สิงหาคม 2546 21:48 น.

โหยไห้..ใจแทบสิ้น

พี่ดอกแก้ว

อาจเป็นคราวร้าวฝันวันฝนฉ่ำ 
ใจจึงพรำพร้อมฝนบนฟากฟ้า 
แล้วรินไหลกลายเป็นหยาดน้ำตา 
ถึงเวลาอารมณ์ที่น้อยใจ 

คนอยู่ใกล้..เฉยชา มาทิ้งทอด 
ไม่พร่ำพรอด..เอื้อนเอ่ย น่าสงสัย 
อาจเป็นเพราะหมองหม่นล้นหทัย 
ด้วยคิดไปเหมือนกันวันฝนนอง 

คงต้องถามความนัยให้ได้รู้ 
อย่านิ่งอยู่พร้อมน้ำตาคราหม่นหมอง 
ก่อนเขาจากไปไกลไม่เหลียวมอง 
คงจำต้องเปิดตามาถามกัน 
				
19 สิงหาคม 2546 21:40 น.

หมองไหม้..ในอารมณ์

พี่ดอกแก้ว

ลำแสงทองสิ้นสายที่ปลายฟ้า 
ดวงดาราเริ่มฉายประกายแสง 
ความหมองหม่นบนหล้าพาโรยแรง 
ฟ้าสีแดงอมเทาช่างเหงาใจ 

ช่วงชั้นสีที่สลับกับผืนฟ้า 
ทอดสายตาแลมองอย่างหมองไหม้ 
ม่านราตรีคลี่คลุมรุมหทัย 
รอดวงใจกลับเรือนเยือนแผ่นดิน 

ป่านฉะนี้จะเป็นเช่นไรบ้าง 
หรือมีภัยหลงทางจนพลัดถิ่น 
สุขหรือทุกข์อย่างไรใคร่ยลยิน 
จะโบยบินไปรับกลับคืนทรวง 

อยู่ตรงนี้ที่เก่าช่างเหงาจิต 
คะนึงคิดผ่านวันที่เลยล่วง 
รู้หรือไม่มีใจอีกหนึ่งดวง 
ทุกนาทีเป็นห่วงคนอยู่ไกล 

				
19 สิงหาคม 2546 14:30 น.

ด้วยรัก...และไมตรี

พี่ดอกแก้ว

อยู่ในใจใคร่กล่าวคราวคิดถึง 
ห้วงคำนึงแสนหวานปานรสสรวง 
แม้นห่างไกลยังซึ้งตรึงติดทรวง 
อยู่ในบ่วงไมตรีที่ร้อยใจ 

มองแผ่นฟ้าพาใจให้ร้อยเรียง 
กระแสเสียงผ่านอักษรที่อ่อนไหว 
ไปกับสายเสน่หาพัดพาไกล 
จารฝากไว้บนเวทีกวีกานท์ 

ฟ้าเปลี่ยนสีกี่ครั้งหยั่งใจรู้ 
กี่ฤดูเปลี่ยนวันที่ผันผ่าน 
แต่ใจนี้มิเคยเปลี่ยนอุดมการณ์ 
คงสืบสานมิตรภาพอาบใจภักดิ์ 

แม้นฟากฟ้ากว้างไกลเกินได้พบ 
แต่บรรจบที่ใจหมายสมัคร 
เราและเธอ ณ จุดที่มีความรัก 
ฟ้าก็จักแคบสิ้นยินเสียงกัน 

				
19 สิงหาคม 2546 14:20 น.

เลือดนักสู้

พี่ดอกแก้ว

หลับตาลงตรงนี้ที่ใจล้า 
ทอดกายาบนทางอย่างท้อแท้ 
ไร้เรี่ยวแรงแข่งขันฝันปรวนแปร 
ริ้วรอยแผลมากมายบนลายกรรม 

ก้าวที่กล้าล้าร้าวก้าวไม่ไหว 
มิตรเคียงใกล้กลายอมิตรคิดตอกย้ำ 
เหลือเพียงภาพอดีตกรีดความจำ 
อยู่กับความมืดดำของทิศทาง 

มีเพียงลมหายใจให้รับรู้ 
ว่าชีวิตคงอยู่อย่างอ้างว้าง 
ค่ำคืนนี้ม่านราตรีช่างเลือนลาง 
ทุกทิศทางหม่นหมองครองกมล 

เคยพบพานอุปสรรคที่หนักหนา 
ยังฟันฝ่าผ่านไปได้ทุกหน 
เพราะมีมิตรสนิทเรียงเคียงข้างตน 
ร่วมอดทนไม่ท้อต่อผองภัย 

หายใจเอย ..หายใจไล่ความคิด 
กำหนดจิตไล่ขุ่นข้องให้ผ่องใส 
ก้าวเริ่มต้น....ค้นหาที่สิ่งใด 
ก้าวต่อไปอย่าหยุดยั้ง...ยังไม่พบ 

ไม่มีใคร..ไม่มีคน..พ้นจากเพื่อน 
อย่าลางเลือนเส้นทางคว้างจุดจบ 
ยังเหลือใจและกายให้คู่คบ 
เพื่อค้นพบสิ่งหวังดังตั้งใจ 

ลืมตาที่หม่นหมองมองทางนี้ 
แม้นสิ้นสีแสงทองส่องไสว 
หากคืนนี้เคลื่อนคราราตรีไป 
พรุ่งนี้ไซร้จะแจ่มแสงแห่งสุรีย์ 

เลือดนักสู้ยังอยู่ครบทุกหยด 
จงรินรดแผ่นดินอย่าสิ้นศรี 
และยืนหยัดก้าวไปในปฐพี 
ตราบชีวีสิ้นไร้ไม่ยอมแพ้ 
				
18 สิงหาคม 2546 19:57 น.

เมื่อรักร้าง....มืดหม่นจนหมองไหม้

พี่ดอกแก้ว

แสงรวีสีอ่อนสะท้อนฟ้า 
ปุยเมฆขาวพราวนภาผุดภาพฝัน 
ใจน้อยน้อยลอยเล่มลมชมตะวัน 
กอบเมฆฝันสร้างสรรค์ใจไร้พรมแดน 

ท่องตามถิ่นบินไปคล้ายนกน้อย 
เหิรล่องลอยอิสระละหวงแหน 
ชมแมกไม้ ลำธาร ผ่านเขตแคว้น 
พบเมืองแมนแสนงามยามแสงทอ 

ในห้วงใจไร้สิ่งอิงแอบซ่อน 
ทุกบทตอนยิ่งใหญ่ไร้ความท้อ 
ไปตามปีกของใจไม่รั้งรอ 
ตะวันทอแสงสว่างกระจ่างใจ 

พลันแรงลมโหมพัดซัดนกน้อย 
ให้หลุดลอยจากเมฆฝันอันสวยใส 
บินตามแรงแห่งพละวาตภัย 
สู่ซอกลึกโพรงใหญ่ใต้ศิลา 

ในบัดนั้นหลืบหินพลันเลื่อนสลัก 
จึงเก็บกักนกไว้อย่างแน่นหนา 
อยู่ในห้วงอารมณ์จมมายา 
เสน่หากังขังเหนี่ยวรั้งใจ 

เหมือนไร้ปีกโบยบินไปถิ่นกว้าง 
เมื่อรักร้าง....มืดหม่นจนหมองไหม้ 
สิ้นเสรีที่ความคิดและจิตใจ 
กักขังไว้ในกรงเศร้าเคล้าน้ำตา 

				
Calendar
Lovers  1 คน เลิฟพี่ดอกแก้ว
Lovings  พี่ดอกแก้ว เลิฟ 1 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟพี่ดอกแก้ว
Lovings  พี่ดอกแก้ว เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟพี่ดอกแก้ว
Lovings  พี่ดอกแก้ว เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงพี่ดอกแก้ว