16 สิงหาคม 2546 09:34 น.

วิปลาส..รู้ไหม ?

พี่ดอกแก้ว

เมื่อผ่านกัปป์ลับล่วงดวงตาแล้ว 
มนุษย์ต่างสิ้นแววความสดใส 
บรรเลงกรรมนำบ่วงล่วงสู่ภัย 
เพราะสิ้นไร้แสงทองส่องอินทรีย์ 

คลาดจากสุขรุกไล่สู่สายมาร 
สิ้นบันเทิงธรรมบาลต้องหลีกลี้ 
มิอาจสู้ศาสตร์ใหม่ในปฐพี 
ที่เร่งรี่สร้างภาพอาบลักษณ์ตน 

บทถนนหนแห่งต่างแต่งแต้ม 
เพื่อยั่วแย้มความกระหายให้หวังผล 
เพียงสินทรัพย์นับชื่อลือหมู่ชน 
ลบรอยผลคุณงามและความดี 

ค่านิยมบ่มรากซากความหลง 
เพื่อหมายคงความใหญ่ในโลกนี้ 
ต่างค้นหามายาประดามี 
เข้าราวีตีต่อก่อราคา 

หลงเส้นทางล้างเป้าหมายในสายธรรม 
จึงครอบงำทิศทางอย่างออกหน้า 
ความลุ่มหลงครอบครองนครา 
อย่าหมายว่าธรรมจะเฟื่องเลื่องระบือ 
				
16 สิงหาคม 2546 09:31 น.

รู้ใจตนเองได้นะ

พี่ดอกแก้ว

คล้ายกำหนดชีพไว้ในอุ้งหัตถ์ 
คล้ายแจงจัดทุกสิ่งปรารถนา 
คล้ายพระพรหมขีดเส้นเกณฑ์ชะตา 
คล้ายใจนี้เป็นราชาที่เหนือใคร 

ที่จริงใจมิใช่ไทแต่เป็นทาส 
ที่หมายวาดเอาชนะเหนือสิ่งไหน 
ที่ลำพองครองบังเหียนความเพียรไว้ 
ที่มักใหญ่ไม่พอต่อโลกีย์ 

เรียนเพื่อรู้รู้เรียนเพียรสร้างค่า 
เรียนเพื่อความก้าวหน้าของชีพนี้ 
เรียนเพื่อหมายเสริมต่อก่อบารมี 
เรียนนั้นมีหลายประสงค์ตรงผู้เรียน 

มาเรียนใหม่เรียนรู้ใจให้รู้คิด 
มาเรียงจิตให้เป็นไทไร้บังเหียน 
มาขีดเส้นเบนค่าราคาเรียน 
มาขีดเขียนคำว่าพอก่อที่ใจ 

รู้ว่าความไม่พอเพราะใจอยาก 
รู้ว่าความทุกข์มากเพราะหวั่นไหว 
รู้ว่าความท้อแท้เพราะแพ้ใจ 
รู้ว่าความพอได้เพราะใจดี 
				
15 สิงหาคม 2546 07:37 น.

หมด..สิ้น

พี่ดอกแก้ว

หมดรักมลายหลง 
หมดพงศ์มลายเผ่า 
หมดตนมลายเงา 
หมดเรามลายอัตตา 

สิ้นทุกข์คือสุขล้ำ 
สิ้นกรรมคือคุณค่า 
สิ้นเหตุคือตัณหา 
สิ้นสมุทยาคือนิพพาน 
				
15 สิงหาคม 2546 07:29 น.

ทางชีวิต..ที่เลือกเดิน

พี่ดอกแก้ว

เป็นริ้วรอยเวลามากรีดกด 
ให้รู้รสชีวิตสิทธิทั้งหลาย 
ได้พบความงามล้ำพรรณราย 
และวุ่นวายร้ายล้นอัปลักษณ์ 

บางคราวเหงาเศร้าทรวงทวงถามฟ้า 
ดั่งธุลีไร้ค่าอันต่ำศักดิ์ 
นอกสายตาผู้ใดจะทายทัก 
อยู่ในปลักอารมณ์ขมขื่นใจ 

บางคราวราวมณีที่สูงค่า 
เขาถนอมนักหนาเอาใจใส่ 
ดุจเพชรงามร้อยเหลี่ยมเจียรนัย 
ที่วางไว้บนเรือนแห่งราชา 

สลับความเหลี่อมล้ำต่ำสูงนี้ 
ให้ชีวีรับบทที่มีค่า 
รู้สัมผัสรสร้ายแห่งมายา 
หลอมให้กล้าแกร่งสู้อยู่บนทาง 

ทุกรอยแผลแท้คือชัยชนะ 
ที่อดทนเสียสละแม้อ้างว้าง 
ทุกรอยยิ้มคือหัวใจไม่เจือจาง 
จากแรงสู้อยู่อย่างไม่มืดมน 


ผ่านเวลามาพบประสบศิลป์ 
จึงหมายจินต์จารตำนานที่ผ่านหน 
ให้ปรากฏลายสือสื่อกมล 
อักษราค่าล้นบนกลอนกานท์ 


ไว้เป็นอย่างต่างแบบไม่แคบคิด 
ด้วยชีวิตไม่ราบรื่นชื่นสุขศานต์ 
ไว้เป็นบทช่วยจำย้ำเหตุการณ์ 
ของวันวานเพื่อพรุ่งนี้ที่ดีงาม 				
15 สิงหาคม 2546 07:25 น.

เฉาตาย..ต้นไม้แห่งรัก

พี่ดอกแก้ว

พิรุณพร่างร่างละออก่อความชื้น 
ปลุกใบไม้ให้ตื่นจากหลับใหล 
เริงระบัดวรรษาจากฟ้าไกล 
เขียวขจีปรี่ใบไล้แสงทอง 

มองหยดน้ำตามใบที่ใสพราว 
ร่างแวววาวกลิ้งหล่นไม่หม่นหมอง 
กระทบดินสิ้นแล้งแหล่งละออง 
ก็เจิ่งนองซึมรากผู้พรากใบ 

อีกไม่นานท้องธารจะเอิบอิ่ม 
พฤกษาปริ่มเปี่ยมชุ่มชอุ่มไหว 
จะผลิดอกออกผลบนช่อใบ 
ในพงไพรไม่ร้างห่างอุดม 

มีเพียงหนึ่งซึ่งไร้ความหมายแล้ว 
ดุจรากแก้วขาดสายกลายความขม 
ถูกพิษรักกร่อนใบให้ระทม 
กิ่งก้านเฉาร้าวระบมเพราะแผลใจ 

แม้นวรรษาพร่างสายให้ความชื่น 
มิอาจปลุกให้ตื่นจากหมองไหม้ 
ยิ่งท่วมท้นพ่นพิษสะกิดใจ 
ส่งกิ่งใบติดเชื้อไม่เหลือดี 

แม้นฝนหลั่งสั่งฟ้ากี่คราครั้ง 
ไม่อาจยังต้นรักเพียงต้นนี้ 
ให้งอกงามแตกใบได้ผลดี 
รอนาทีล้มร่างลงกลางดิน 				
Calendar
Lovers  1 คน เลิฟพี่ดอกแก้ว
Lovings  พี่ดอกแก้ว เลิฟ 1 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟพี่ดอกแก้ว
Lovings  พี่ดอกแก้ว เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟพี่ดอกแก้ว
Lovings  พี่ดอกแก้ว เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงพี่ดอกแก้ว