9 กรกฎาคม 2552 23:25 น.

จะปิดใจมืดบอดนานถึงไหน

ละไมฝน

ใครพรากศรัทธายิ่งใหญ่ไปจากรู้สึก
ใครแต้มสามานย์สำนึกในใจมหันต์
ใครเหยียบย่ำความถูกต้องแทบเท้านั้น
ใครทุบตีบีฑาขวัญ...ประเทศไทย

ใครบอกว่าการก่อการ...คือกู้ชาติ
ใครหนอสะอาดสะอ้านผ่านสมัย
ใครก้าวขึ้นมาด้วยเกียรติ...เชื่อถือไม่ได้
ใครพร่ำรักประชาธิปไตยยิ่งวิญญาณ์

บนเวที...ใครตะโกนกร่างอย่างทะนงตน
ใครดูคล้ายคล้ายคนวิปริตอุบาทว์บ้า
อาหารดีดนตรีไพเราะเสนาะอุรา
แล้วชักชวนปวงประชาร่วมอุดมการณ์

อัตตาอุดมการณ์กู้ชาติวิลาสล้ำ
ส่งใครมาตอกย้ำซากการเมืองไร้แก่นสาร
ใครคือปลาเน่า...ในนาวารัฐบาล
ใครประทานท่านมาต่างตอบแทน

เรารู้ว่า...นิติรัฐเอื้อมไม่ถึงวันยังค่ำ
นิติธรรมยิ่งน่าอเนจอนาถแสน
ผู้ก่อการยึดสนามบินแห่งไทยแลนด์
รับบำเหน็จเป็นตัวแทนไทยทั้งผอง

จะปิดใจให้มืดบอดนานถึงไหน
ยังยิ้มได้ทั้งใจที่มัวหมอง
ขอเรียนถามท่านผู้ผยองคะนอง
ท่านจะปกป้องเกียติภูมิไทยอย่างไร...

                                         ละไมฝน				
9 กรกฎาคม 2552 23:15 น.

คำทำนายของคนทรงผีปู่ตา

ละไมฝน

คำทำนายของร่างทรงผีปู่ตาบ้านหนองหิ่งหาย  ปี พ.ศ. ๒๕๕๒

                                                                                      

ดงดอกฝ้ายท้ายบ้านผลิบานขาว
ทางมะพร้าวพร้อมพรักให้ถักสาน
รูปวัวควาย เป็ดไก่ สัตว์ใช้งาน
ถวายศาลปู่ตาขออาลักษณ์

ผู้เฒ่าจ้ำชำระกายบริสุทธิ์
นุ่งห่มชุดคลุมขาวยาวยิ่งศักดิ์
สวมชฏาดอกไม้มาลัยลักษณ์
จึงย้ายยักถือของ้าวเข้าพิธี

บุหรี่มวนพริกแห้งเหล้าแรงรส
ทั้งของสดของคาวเซ่นชาวผี
เหล่าปู่ย่า ตายาย วายชีวี
รับเซ่นพลีพร้อมพรั่งดังเจตนา

เฒ่าทรงผีปู่ตาว่าทายทัก
ปีนี้ผักพืชผลฝนล่าช้า
ขาดแคลนน้ำตอกย้ำปีที่ผ่านมา
ต้นข้าวกล้ากรอบแห้งเพราะแล้งนาน

โจรขโมยโหยกระหายผู้ร้ายเฟื่อง
นักการเมืองจักเฉือนเชือดจนเดือดพล่าน
พร่ำจะช่วยชาวประชาให้ชื่นบาน
กลับร้าวรานหนี้หนักมิจักสิ้น

เศรษฐกิจแก้ผ้าเอาหน้ารอด
กลุ่มคนรอดล้วนคนรวยด้วยทรัพย์สิน
ชนชาวนามากมายในแผ่นดิน   
หิว...ดื่มกินน้ำตาประสาจน

ผีปู่ตาทิ้งท้ายคำทายทัก
ปีนี้ผักพืชไร่จะไร้ผล
ข้าวจะยากหมากจะแพงแล้งใจคน
จงอดทน ทนรออีกต่อไป
                                    

 หมายเหตุ: ผู้เฒ่าจ้ำ คือหมอผีทำพิธีสื่อสารกับวิญญาณบรรพบุรุษของชาวอิสาน				
9 กรกฎาคม 2552 23:05 น.

โขงบ่กั้น (๓) พงสาลี...แดนนี้มีมนต์ขลัง

ละไมฝน

๓

พงสาลี...เมืองนี้มีมนต์ขลัง


ทะเลเมฆโอบภูฟ้า..........เมืองสวรรค์
พงป่าผากผาชัน..........สลับซ้อน
เยือกหนาวในหมอกฝัน...........พงสาลี
ย่ำเย็นฤทัยสะท้อน..........พร่ำเพ้อ ละเมอฝัน



แพรหมอกกอดยอดผา 
ละมุนตาพาชวนฝัน
หอมกลิ่นลดาวัลย์ 
ทิวานั้นหมอกมิวาย

เมืองหนาวบนภูสูง 
สุดสายรุ้งแม้นมุ่งหมาย
ชีพชนม์จักวางวาย 
มิเคยคลายหวนคำนึง


คะนึงหาพงสาลี 
เมืองรมณีย์ใฝ่ฝันถึง
เปรียบสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ 
ให้ตราตรึงจุมพิตดาว

เฮือนน้อยแนบคลื่นเขา 
วิเวกเหงาในหมอกหนาว
น้ำค้างเพชรร่วงพราว 
ย้อมฝันวาววิสุทธิ์ใส

แสงสุรีย์อาบยอดดอย 
นับร้อยพันกาลสมัย
พฤกษ์แย้มหน้าต่างไพร 
ถวิลไหวหาวิลาวัลย์

ภูฟ้ายอดเสียดฟ้า 
เอื้อมมือคว้าได้ดาวฝัน
ใกล้ฟ้าหอมดาวจันทร์ 
เสน่ห์ขวัญประภัสสร

พระธาตุงามบนผาเมฆ 
ใครปั้นเศกแต่ปางก่อน
ต้องแสงตะวันรอน 
วับสะท้อนระยิบพราย

ธารทิพย์กระซิบฝัน 
รำพันรุ้งระยับสาย
น้ำอูพะแพร้วพราย 
กรวดทรายแก้ววับแวววาม

ชุบชีวิตแห่งชนเผ่า 
ม้งเย้า อาข่า ผ่านเขตข้าม 
บุปผาจากเวียดนาม 
ช่างงดงามราวนางไม้

เพ้อหลงพงสาลี 
แดนทิพย์นี้ชวนหลงใหล
เมืองลอยฟ้านภาลัย 
สุดห้ามใจฝันรำพันมา....

ละไมฝน/ลำนำ				
9 กรกฎาคม 2552 22:30 น.

จดหมายจากนายฝันละไมถึงสาวขวัญละมุน ( ฉบับที่ ๕ )

ละไมฝน

ฉบับที่ ๕
ถึง ขวัญละมุน กวีสาวเพียงพลิ้ว ผู้แก้มดำ ตาตี่


สวัสดีกวีสาวละมุนขวัญ
อากาศร้อนร้าวอุรากว่าทุกวัน
เลยไม่ทันมาต่อกลอนในตอนบ่าย

ทั้งหน้าที่การงานค้างนานแล้ว
ถ้อยคำแก้วกานต์วลีลี้ห่างหาย
นั่งหน้าดำคร่ำเคร่งวังเวงวาย
แสนเสียดายเวลาฝันถึงกัลยาณี

คืนวันพฤหัสจำรัสถวิล
รวยระรินกลิ่นผกามาถึงนี้ 
คล้ายกลิ่นแก้มขวัญตามารตี
แก้มดำดีสีไม่จางจึงหอมนาน

มิอยากเชื่อกรรมกรร่ายกลอนพลิ้ว
หรือสิบนิ้วชุบน้ำผึ้งจึงหอมหวาน
ภาษาสวยรวยคำคลุกน้ำตาล
จินตนาการพลิ้วพร่างกระจ่างใจ

โถ...ตาไม่ตี่ก็ตู่ตาว่าตีบตี่
แก้มหอมสีชมพูดูสดใส
ก็ปดว่าแก้มดำเพราะช้ำใน
ซ้ำมีภัยพิษร้ายทำลายรัก

จะถ่อมใจถึงไหนนะขวัญฟ้า
หรือเกรงว่าฝันละไมใคร่รู้จัก
ถึงถ่อมตนตัวดำระกำรัก
สวามิภักดิ์น้อยไปหรือไรหนา

คืนนี้ฝากฝันสวยมาด้วยนะ
สารัตถะทั้งปวงคือห่วงหา
ฝันละไมฝากรักฝากศรัทธา
ฝากภาษาบอกความนัยห่วงใยเจ้า

หากเหนื่อยหนักในคืนที่เหน็บหนาว
อ่านเพลงยาวขานรับกับความเหงา
ผ่านสายลมละเมอซึ้งถึงน้องเรา
ไล่ความเศร้าห่างหายจากภายใน

ท้อบ้างไหมในการงานที่ผ่านมาก
ความลำบากพรากฝันจากขวัญไหม
ความหวังวาดอย่าขลาดขลังพลังใจ
อย่าหวั่นไหวไมตรีจากพี่ชาย

หนาวมากไหมในฤดีฤดูดาว
ระยิบวาวสกาวส่องแสงเฉิดฉาย
ค่ำคืนนี้ดาวกระจ่างงามพร่างพราย
ฝากความหมายลำนำให้คำนึง

เหงามากไหมในราตรีที่หม่นเหงา
ขอแบ่งเบาอารมณ์อันขมขึ้ง
รื้อลิ้นชักซ่อนตัวตนก่นรำพึง
ร่ายกลอนถึงเพียงพลิ้วปลิวลมมา

ฝากไออุ่นสุนทรีย์วลีถ้อย
แม้นจะน้อยเพราะถ้อยคำอันล้ำค่า
หากห่วงใยละไมฝันถึงขวัญตา
เพียงพลิ้วจ๋าหน้างอไยโลกไม่งาม

เรียน พี่ๆนักกลอนทุกท่าน

            ขออภัยที่ไม่สามารถตอบกระทู้ของท่านที่มาเยี่ยมชม  และแสดงความคิดเห็นในบ้านกลอนของพี่ๆได้  เนื่องจากระบบคอมฯ ที่บ้านไม่ตอบสนอง แปลกนะ มันโพสต์ได้อย่างเดียว  แสดงความคิดเห็นไม่ได้เลยครับ

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
ด้วยรักและไมตรีจิต
นายฝันละไมฝน				
8 กรกฎาคม 2552 14:52 น.

โขงบ่กั้น ( ๒ ) เวียงภูผาลดาทิพย์

ละไมฝน

โขงบ่กั้น ( ๒ )
เวียงชัย...เวียงภูผาลดาทิพย์

ล่องเรือยามบ่ายคล้อย                   แสงสมัย
จากซำเหนือสู่เวียงชัย                   สุดหล้า
สองฝั่งหมอกละไม                       เย็นฉ่ำ
ภูผาสูงเสียดฟ้า                            สลับสล้าง...เขาเขียว


ละอองไอลออฝัน                         ชุบวสันต์วนาสมัย
นวลนุ่มละมุนละไม                       ลอยเลื่อนไหลพลิ้วสายลม

โอบกอดอ้อมอกผา                      ชื่นชีวาต์หมอกฟ้าห่ม
ละมุนเหมยเฉลยลม                     หวานรื่นรมย์สุนทรีย์

ขุนเขาสูงสลับซ้อน                     ครามเขียวอ่อนสลับสี
ป้องปกวนาลี                              อุ่นฤดีฤดูกาล

สวรรค์เสกเมฆวิจิตร                    นฤมิตคุณค่ามหาศาล
หยาดเย็นเป็นห้วงธาร                  สูงตระการน้ำตกเหนือ

พลิ้วพลิ้วพร่างเป็นชั้นฉาก             ฝอยน้ำจ้ากงามหลากเหลือ
น้ำซัมใสน่าล่องเรือ                     เย็นน้ำเหนือชวนว่ายวน

หากนงพะงาเจ้ามาด้วย                 คงได้ช่วยสร้างกุศล
พายเรือน้อยล่องลอยชล              ข้ามฝั่งพ้นนทีกรรม   

สู่ดินแดนประวัติศาสตร์                กู้เอกราชในเถื่อนถ้ำ
อเมริกามหาริยำ                           มาครอบงำทำสงคราม

ถ้ำกษัตริย์สุพรรณวงศ์                    วิจิตรบรรจงโอ่อ่าอร่าม
ถ้ำคำใต้ระบือนาม                         ล้วนงดงามไม่แพ้กัน

ช้างลอดชื่อถ้ำใหญ่                     กระจ่างใจวิสุทธิ์สรรค์
งามดุจช้างเทียมแม่นั้น                   เชิญเทียบฝันดวงจำปา

แปลงนาข้าวเขียวลดหลั่น               หอมข้าวขวัญสิเน่หา
หอมใดเทียบแก้มกานดา                หอมปานว่าจำปาลาว

หวนหอมฝันถึงนงลักษณ์                จึงประจักษ์ว่ารักเจ้า
ยามเย็นย่ำเหม่อมองดาว                คิดถึงสาวที่ฝั่งไทย...

ละไมฝน/ลำนำ

หมายเหตุ....น้ำจ้าก เป็นภาษาลาว  หมายถึง น้ำตก				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟละไมฝน
Lovings  ละไมฝน เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟละไมฝน
Lovings  ละไมฝน เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟละไมฝน
Lovings  ละไมฝน เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงละไมฝน