31 กรกฎาคม 2546 22:03 น.

...คำมั่นสัญญา...

ลำน้ำน่าน

หลายคนด่าว่าฉันนั้นโง่เง่า
ตื่นแต่เช้าทนไถนาเป็นว่าเล่น
จะไปไหนต้องคอยจูงเดินไม่เป็น
อยู่ลำเค็ญถิ่นท้องนาป่าโคลนตม

รู้จักฉันดีแค่ไหนไอ้เพื่อนเกลอ
จึงเสนอให้ตัวฉันโดนทับถม
บ้างเปรียบเปรยอืดอาดเป็นทาสคน
ฉันนี่แหล่ะโคตรตัวตนแห่งข้าวปลา

หยาดเหงื่อแรงฉันหยดรดแผ่นดิน
ไถทำกินให้มนุษย์หว่านข้าวกล้า
ผลผลิตงามด้วยมูลฉันในท้องนา
ยามเหนื่อยล้าแค่ให้ฉันแช่ตมเลน

เอารูปฉันไปล้อเล่นเช่นไอ้ควาย
เอาฉันขายได้เงินมาใช้เล่น
ขี่หลังฉันแล้วสบายหายลำเค็ญ
เคยเห็นมั้ยว่าฉันนั้นน้ำตานอง

ถึงอย่างไรฉันเตรียมเจียมเนื้อตัว
ฉันมันชั่วอาจจะพานให้คนหมอง
อยากให้เธอคิดสงสารมาปรองดอง
อยากครอบครองตัวฉันมั่นในใจ

ฉันดีใจที่เธอรักและชอบฉัน
ในวันนั้นน้ำตาฉันพลันเอ่อไหล
รู้หรือเปล่าว่าซาบซึ้งกับน้ำใจ
ที่อยากได้รูปฉันก่อนร่ำลา

อย่าน้อยใจไปหากได้แค่รูปเดียว
ถ่ายภาพเดี่ยวก็พอแล้วที่ทุ่งท่า
อยากได้ภาพอีกมากมายให้กลับมา
คำสัญญาฉันมั่นไว้จะไม่แปร.....

....................
ตอนไปงานบวชเพื่อนที่จังหวัดสุรินทร์ในต้นวสันต์ของปีนี้ ตอนกลับได้พบควายน้อยตัวหนึ่งยืนเดียวดายอยู่ในท้องทุ่งเขียวขจี  ลำน้ำน่านกับเพื่อนอยากทำความรู้จักและก็ขอเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก เลยบุกน้ำลุยโคลนลงไป เห็นแววตาหม่นเศร้า มีน้าตาไหลตลอดเวลา  เป็นภาพที่ตรึงอยู่ในหัวใจจนทุกวันนี้ เลยเก็บภาพมาไว้เค้าดีใจมาก และคิดว่าวันหนึ่งจะกลับไปเยี่ยมเค้าอีก..เค้าสัญญาว่าจะรอ...เพราะพวกของผมเป็นเพื่อนคนแรกในชีวิตของเค้า..
				
29 กรกฎาคม 2546 11:23 น.

มโนราห์..มโนรี

ลำน้ำน่าน

มโนราห์.......พุดพัดชา

ดูมโนราห์ร่ายรำคิดถึงบ้าน
งามตระการยอดหญิงเพริดพริ้งหนา
ช่างอ่อนช้อยยามนวยนาดบาดนัยน์ตา
รู้ไหมว่าน้องเป็นนางกลางดวงใจ

ท่วงทำนอง รองรับ กับทีท่า
ยามลีลา เสน่ห์นาง เกินขานไข
วัฒนธรรม พื้นบ้าน งามเหลือใจ
สะท้อนไทย สะท้อนชาติ สะท้อนคน!

เพราะชอบดูมโนราห์มาก 
จึงรจนาบทนี้หลังไปดูมโนราห์ทันทีที่ดูจบลง!
ด้วยรักและประทับใจค่ะ
นานมากแล้ว..
ตั้งใจว่าจะใส่รายละเอียดบรรยายให้เข้าใจ
ถึงวิถีไทยและวัฒนธรรมพื้นบ้านนี้ไว้ให้ประทับใจ..
ต้องขอเวลาค้นคว้านะคะ.
.คิดว่าจะมาต่อเพิ่มเติม
และหากใครรักมโนราห์เฉกเช่นเดียวพุดพัดชา
และมีความรู้ลึกซึ้งพอ
ก็น่าที่จะมาต่อให้งามละมุนละเมียดกว่านี้นะคะ..



มโนราห์.....ลำน้ำน่าน

ปีกหางหงส์ทรงศักดิ์ระยับไหว
บินร่อนไล่กินรีรี่ลงสระ
รำกรีดกรายสะบัดท่าผาหลา
ทำนองเพลงมโนราห์มโนรี

งามอ้อนช้อยลอยชายกลายกลับ
กลองโพนรับสอดสร้อยมาลาศรี
โค้งวงแขนแพนปีกเหล่านารี
เป็นศักดิ์ศรีวัฒนธรรมล้ำวิไล

รำแม่บทแบบโนราท่าสิบสอง
ปี่พาทย์กลองเจื้อยแจ้วแนวสมัย
ศรีมาลาเสด็จมาบันดาลใจ
โนราไพรร่อนเร้าเย้ากินนร

มนต์เสน่ห์แฝงฝังดั่งเครื่องทรง
เทริดสูงส่งทรงคุณค่าครูบาสอน
ลูกปัดลายพรายพร้อยร้อยอรชร
สืบเพลงกลอนมโนราห์คุณค่าคน....

.........................
มโนราห์เป็นวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ในดวงใจชาวใต้ แฝงฝังกับความเชื่อและจารีตที่สืบต่อกันมาตามบรรพบุรุษ ศรัทธาและความดีงาม  มีแม่ศรีมาลาเป็นครูต้น หญิงผู้งามยิ่ง ท่วงท่าการรำมโนราห์ไม่มีใครเทียบเทียบ นางอยู่เหนือหัวของเหล่ามโนราห์ทุกๆ คน  อีกเครื่องทรงมโนราห์เป็นของสูงส่ง จะเอามาทำเล่นๆ เห็นจะไม่ได้  การรำมโนราห์ โบราณ รำท่าสิบสอง (ยากมาก) โดยเฉพาะท่าสอดสร้อยมาลา ที่งามจนเกินบรรยาย   ท่วงท่าลีลา กระชากใจและสะกดให้ผู้ชมต้องพลีใจให้ ...ด้วยชื่นชมสุดหัวใจ				
24 กรกฎาคม 2546 15:09 น.

ดั่งพรมสวรรค์พลันห่มใจ

ลำน้ำน่าน

เธอไต่ถามถึงพรมงามกลางผืนป่า
เป็นดงหนารกแพนอยู่แดนไหน
เขียวขจีคลี่เรียวก้านสานบ่วงใบ
กระทบใจครั้งแรกพบสบสายตา

แผ่กระจายรายรอบทุกขอบทิศ
งามวิจิตรพรมสวรรค์จากชั้นฟ้า
เขียวมรกตดั่งมณีตีราคา
อาบห่มป่าซับน้ำฟ้าหล่อเลี้ยงไพร

ใบสอดใบก้านสอดก้านต่างพันธุ์เผ่า
ใต้ร่มเงาเอื้ออาทรม่อนไม้ใหญ่
เหล่านางไม้รุขเทวารักษาไพร
ร่วมอวยชัยร่ายรำ..กังวานพฤกษ์

พรมสวรรค์บันดาลกลางดงดิบ
แผ่วกระซิบวาบหวามในยามดึก
ใบเฟิร์นน้อยคอยน้ำค้างพร่างโปรยลึก
บ่มสำนึกถึงคุณค่าวิญญาใจ

ในวิถีบาทบทกฎธรรมชาติ
ใสสะอาดบริสุทธิ์ทุกยุคสมัย
เกื้อกูลหนุน...เนืองนองครรลองไพร
เป็นผู้รับผู้ให้ต่างกันไปในแดนดง

.......................
ใบเฟิร์นที่ปกคลุมทั่วทั้งป่า ดั่งพรมสวรรค์บันดาล มาปูลาดอาบผืนไพรให้เขียวขจี  ราวอัญมณีที่มีค่า ยากที่จะเสาะแสวงหามาครอบครองเป็นเจ้าของแต่เพียงคนเดียว ด้วยเป็นสมบัติรัตนะของไพรพฤกษ์ ที่ธรรมชาติเสกสรรให้เกื้อกูลซึ่งกันและกันตามกฎธรรมชาติ....แม้นแต่เหล่านางไม้รุขเทวาก็ร่วมยินดี
				
24 กรกฎาคม 2546 10:01 น.

...มิ่งมิตรในอรุณ...

ลำน้ำน่าน

หอมดอกไม้ในอรุณเมื่อรุ่งสาง
ตามรายทางบานพร่าเวลาเช้า 
เป็นแรงใจแรงรักสลักเงา 
ปลุกแรงเร้าคำกวีที่พร่างพรู 

ต่างคนต่างฝันในวันวาน 
ผสมผสานคำงามสุดเลิศหรู 
เรียนกลอนหวานผ่านใจนัยเป็นครู 
เยี่ยงยอดชู้เป็นมิ่งมิตรคอยติดทัน

มีพี่สาวพี่ชายบ้างคล้ายเพื่อน 
รักคล้อยเคลื่อนเลื่อนมาตามหาฝัน 
น้ำใจงามถามหามาแบ่งปัน 
มอบกำนัลทุกดวงใจให้งดงาม

ดอกผลแห่งความหวานในบ้านนี้ 
เป็นสิ่งพลีแด่ทุกใจไร้คำถาม
ประโลมโลกบรรเจิดจิตคอยติดตาม
กวีงามมิ่งมิตรพร้อมควรถนอมและจดจำ 

.............. 
บ้านเรือนไทยหลังนี้อย่างที่พุดพัดชาว่า เป็นเวทีใจ เป็นบ้านที่อุ่นอก อุ่นใจ ต่างคนต่างมีหัวใจเป็นปากกา จับมา รจนาเป็นภาษาดอกไม้ มอบให้ ซึ่งกันและกัน ให้หวมหวลทวนลม อมทุ่ง ให้บ้านหลังอื่นๆ อิจฉาเล่น..เป็น เรื่องที่ดีอยู่ไม่ใช่น้อยทีเดียว ทุกๆ ดวงใจว่าจริง หรือไม่อย่างไรกัน.......				
24 กรกฎาคม 2546 09:34 น.

..ใบสนในม่านหมอก...

ลำน้ำน่าน

ละอองร้าวลมเหงาและเงาหมอก 
แผ่ระลอกห่มป่าเมื่อหน้าฝน 
สนรวยรื่นรักเคยกรุ่นอุ่นระคน 
กลับหนาวท้นทรวงกายอยู่ดายเดียว 

เคยระบัดกิ่งใบกลางไพรพฤกษ์ 
ในยามดึกร้างผู้ใดใคร่แลเหลียว 
ระเริงลมอาบแสงฝันพระจันทร์เคียว 
ใบดอกเดี่ยวผสานเพลงบรรเลงไพร 

เย็นลมหนาวร้าวอาบมาทาบป่า 
ณ ปลายฟ้าอรุณแอบแนบถิ่นไหน 
ปล่อยหมอกเหมยเลยล้ำเข้ากำใจ 
สนสั่นไกวใบร่วงร้างลงลานดิน 

นอนซบหน้าหลบหมอกด้วยชอกช้ำ 
น้ำค้างพรำเนื้อหนาวเหน็บเจ็บทั่วสิ้น 
จะเอ่ยอ้างคำใดให้ยลยิน 
เพื่อหลั่งรินไอรักมาปักใจ 

หวังเพียงแสงแห่งอรุณมาอุ่นอบ
อยู่เคียงซบไล่ลมหนาวที่ร้าวไหว 
เรียกลมชู้มาลูบโลมโถมห้องใจ
ร้อยหนาวไหนทวีย้ำไม่หวั่นตรม 
 
.................. 
ลมฝนลมหนาวในบทบาทหนึ่งคือย่างกรายเข้ามาทำร้ายจิตใจ ป่าฝน ป่าสนในสายลมหนาว ณ อุทยานแห่งชาติขุนขาน ดินแดนแห่งป่าสนสามใบ ที่ลำน้ำน่านไปฝากรักฝากฝันไว้เมื่อวันหยุดยาวเข้าพรรษาที่ผ่านมา ป่าสนกับม่านหมอกในความรู้สึก แม้นสวยงาม แต่ก็รานร้าวอยู่ในที...เพราะด้วยปรารถนา ลมรื่นให้ใบสนได้ต้องลมมากว่าความเหน็บหนาวแห่งม่านหมอกนั่นเอง... 

แค่ลีลาใบสนซึ้งเพียงหนึ่งใบ
ยังตรึงใจหวามไหวได้เพียงนี้
แล้วหมื่นแสนพรรณผกานานามี
จะหล่อหลอมชีวีได้กี่เปรม

แค่ม่านหมอกหลอกลวงห้วงสำนึก
ยังรู้สึกหนักหน่วงทรวงเกษม
รสละอองเหมยนิ่มจึงอิ่มเอม
ชุ่มชะเอมฤาเทียบทันวรรณกวี

ขุนเขาขานรับสดับโสต
เพลงโปรดร้อยอื่นหมื่นดิถี
เสนาะใดหนอเก่งกว่าเพลงนี้
เพลงที่มีสนบรรเลงเพลงแห่งฝัน

ยะเยือกเย็นเยียบกว่าเย็นอากาศ
ขาวสะอาดกว่ามณีแห่งสีสัน
ระยิบแข่งแสงทองของเพ็ญจันทร์
ราวดาราร้อยพันร่วมบรรเลง

ลีลาร่วมเส้นลายคล้ายภาพวาด
เจ้ากรีดกราดราวจิตรกรเก่ง
สำเนียงดังเด่นไกลในวังเวง
คือบทเพลงคือมนตราพนาสูง 

(ม้าก้านกล้วย)
				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟลำน้ำน่าน
Lovings  ลำน้ำน่าน เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟลำน้ำน่าน
Lovings  ลำน้ำน่าน เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟลำน้ำน่าน
Lovings  ลำน้ำน่าน เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงลำน้ำน่าน