14 มิถุนายน 2553 21:50 น.

หลงไฟ

สุริยันต์ จันทราทิตย์


     ๏ อยู่บ้านนาไม่ว่าดี			
เมินหน้าหนีสู่เมืองใหญ่
เมืองแห่งความศิวิไลศ์				
หลากแสงไฟหลายผู้ฅน

     ๏ ใครเขาเตือนใครเขาบอก			
ไม่รู้หรอกแกล้งไม่สน
เพราะมั่นใจในภูมิตน				
ขอดิ้นรนจนสุดใจ

     ๏ เจอะแต่ฅนหน้าตาดี			
พบแสงสีในเมืองใหญ่
ตื่นกับความศิวิไลศ์				
เลยหลงไฟเลยหลงทาง

     ๏ ยามดึกดื่นค่ำคืนนี้			
รุ่งราตรีไฟสว่าง
เพ้อสุขใจในแสงพราง				
คิดว่าช่างงามเหลือเกิน

     ๏ เคลิ้มคารมเขายวนยั่ว			
คำฅนชั่วมิขัดเขิน
ยอมพลีกายขายแลกเงิน				
ซื้อความเพลินความสบาย

     ๏ แล้วชีวิตก็ไร้ค่า			
สูญศรัทธาสิ้นความหมาย
อยู่ก็ยังซังกะตาย				
ใจแพ้พ่ายกายผุพัง

     ๏ ฟังเสียงฝนหล่นจากฟ้า			
หยาดน้ำตารินไหลหลั่ง
ทุกข์เทประเดประดัง				
มีร่างยังเพียงหายใจ

     ๏ อยู่บ้านนาไม่ว่าดี			
เมินหน้าหนีสู่เมืองใหญ่
ได้บทเรียนศิวิไลศ์				
คือหลงไฟใจเสียฅน๚๛

				
10 มิถุนายน 2553 22:09 น.

พรหมวิหารธรรม

สุริยันต์ จันทราทิตย์


     ๏ เมตตาสัตว์โลกล้วน..........เป็นทุน

ยังสุขก่อกรุณ...........................จากนั้น

ยินดีต่อนาบุญ..........................ผู้อื่น

อุเบกขาอดกลั้น......................หมั่นสร้างบำเพ็ญ

     ๏ ยึดเป็นหลักมั่นไว้............สมาทาน

ธรรมะสี่ประการ.......................นั่นไซร้

คือหลักพรหมวิหาร..................เกลาจิต

ผู้ทะนุฝึกได้...........................จักขึ้นแดนพรหม

     ๏ ซร้องขรมไปทั่วทั้ง.........โลกา

ทะลุนาคนาคา	........................ภพพื้น

กึกก้องพสุธา..........................ลือลั่น

แสงธรรมส่องใจชื้น.................จิตน้อมสาธุการ

     ๏ ธรรมแห่งพระพรหมา			

คือเมตตาคุณธรรม

ต่อสัตว์ผู้มีกรรม				

มนุษย์ทั่วทุกตัวตน

     ๏ กรุณาผู้ตกยาก			

ในวิบากที่ผจญ

มุทิตาบันดาลดล				

เสวยผลตามแรงกรรม

     ๏ อุเบกขาละเว้นวาง
			
ใจเป็นกลางผดุงธรรม

เนืองนิจและประจำ				

ตลอดชีพธำรงมา

     ๏ อันพรหมวิหารสี่			

ผู้ใดมีศีลรักษา

โสฬส ณ ชั้นฟ้า				

ได้เสวยทิพย์วิมาน

     ๏ กำเนิดเกิดเป็นพรหม			

ตามเหมาะสมกำลังฌาณ

เสพสุขเกษมศานติ์				

จนสิ้นพรหมายุขัย

     ๏ บุญแห่งพรหมวิหาร			

ทะลุผ่านพิภพใด

ก็อัศจรรย์ใจ				

สาธุซร้องสดุดี

     ๏ ทั้งนาคบาดาลดิน			

ตลอดสิ้นแดนฉิมพลี

พื้นภพปฐวี				

และแว่นแคว้นแดนสวรรค์

     ๏ ทุกวรรณะกำเนิด			

สามารถเกิดเป็นพรหมัน

เพียงตั้งในธรรมอัน				

ที่กล่าวแจ้งแสดงมา

     ๏ ด้วยเดชเดชะบุญ			

อันนำหนุนเนื่องรักษา

ร่ายพจน์รจนา				

วิทยาทานะทาน

     ๏ ขอข้าฯประสบสุข			

นิรทุกข์เกษมศานติ์

ผู้ใดสาธุการ				

ก็จงสุขเกษมศรี

     ๏ ยังจิตบริสุทธิ์			

ถวายเป็นพุทธพลี

ตั้งอยู่ในความดี				

ตลอดมั่นนิรันดร์เทอญ๚๛

				
3 มิถุนายน 2553 23:01 น.

เหงา (กลอน๕)

สุริยันต์ จันทราทิตย์


     เข้มเคี่ยวจนเหนียวข้น			

งวดจนแห้งเข้าไส้

ซึมซ่านผ่านเนื้อใน				

เปี่ยมไปทุกอณู

     ปกปิดคิดซ่อนเร้น			

ที่เห็นและเป็นอยู่

มิให้ใครใครรู้				

ยิ้มสู้ทั้งน้ำตา
	
     หัวเราะทั้งร้องไห้			

แบกทุกข์ไว้บนบ่า

เหนื่อยอ่อนจนรอนล้า				

ชินชาอยู่ดายเดียว

     เหงาจนไม่รู้เหงา			

เปลี่ยวเปล่าจนเปล่าเปลี่ยว

ขอดเกร็งเขม็งเกลียว				

ทุกข์เทียวเที่ยวเย้าใจ

     จะอีกนานหรือเปล่า?			

จะผ่านเหงาได้ไหม?

วันนี้ไม่มีใคร				

วันไหนจะมีกัน?

     หากนี่คือฝันร้าย			

ก็หมายตื่นจากฝัน

พ้นกาลผ่านคืนวัน				

ที่มันเกาะกุมใจ

     โสดเคี่ยวจนเหนียวข้น			

งวดจนแห้งเข้าไส้

ซึมซ่านผ่านเนื้อใน				

เหงาไป...ทุกอณู๚๛

				
31 พฤษภาคม 2553 22:30 น.

ว่าง

สุริยันต์ จันทราทิตย์


	
     เมื่อจิตว่างวางปลดปละละกิเลส
			
เปลื้องจากเหตุอันหม่นหมองมิผ่องใส

ปราศจากแม้มลทินเกาะกินใจ
			
ก็ยังให้เกิดสงบพบกับฌาณ

     เพียงติดตามลมหายใจได้เข้า - ออก

ระลึกบอกด้วยพุทธ - โธ นะโมขาน

กำหนดจิตให้รู้รับกับลมปราณ
					
ด้วยอาการอันสันติบานผลิใจ

     จิตประหนึ่งผิวพื้นน้ำยามไร้คลื่น
				
ราบเรียบดั่งดุจแผ่นผืนกระจกใส

ไร้ละอองธุลีเถ้าเขม่าใด
					
มาทำให้กระจกนี้มีราคิน

     เมื่อความว่างสว่างวาบมาทาบจิต
				
ไม่ยึดติดในสิ่งใดอะไรสิ้น

ไม่รับรู้ไม่รับฟังไม่ยังยิน
					
หมดมลทินสิ้นกิเลสเศษอารมณ์๚๛

				
21 พฤษภาคม 2553 21:17 น.

ประชุมเทวดา (โคลงมหาสินธุมาลี)

สุริยันต์ จันทราทิตย์


     ๏ ตรีเนตรโปรดสดับซร้อง.....ยลยิน

จตุรมุขแปดโสตผิน..................พักตร์บ้าง

นารายณ์บรรทมสินธุ์................ล่วงตื่น

อ้า...พิฆเนศรอย่าร้าง...............หลบลี้ทำเมิน

     ๏ เชิญองค์อินทร์เจ้าฟ้า.......มามอง

เทพนพเคราะห์คระลอง............บ่ายหน้า

องค์นักษัตริย์ทั้งสิบสอง.............อีกเล่า

ขอล่วงลงจากฟ้า...................สู่พื้นธรณินทร์

     ๏ ทั้งพระอัศวินผู้.................แพทยา

พระวิษณุกรรมา.......................ชาญช่าง

แหละพระสยามเทวา................ธิราช

โปรดเถิดโปรดร่วมสร้าง.......พลิกพื้นนครทอง

     ๏ เรืองรองเรืองฤทธิ์ไท้.......เทวัญ

เทพพระผู้ทรงธรรม์.................เอนกแล้ว

ชุบชีพเมืองสวรรค์..................อมรยศ

รัตนโกสินทร์แก้ว...................กลับฟื้นคืนดี

     ๏ โอมศรีชยไชย...............เทวฤทธิ์

โปรดประสาทประสิทธิ์.............ก่อเกื้อ

ดลบันดาลนิรมิต....................กรุงเทพฯ

อโยธยาให้อะเครื้อ..........อะคร้าวราวสวรรค์๚๛


				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟสุริยันต์ จันทราทิตย์
Lovings  สุริยันต์ จันทราทิตย์ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟสุริยันต์ จันทราทิตย์
Lovings  สุริยันต์ จันทราทิตย์ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟสุริยันต์ จันทราทิตย์
Lovings  สุริยันต์ จันทราทิตย์ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงสุริยันต์ จันทราทิตย์