18 มิถุนายน 2547 06:30 น.

.รัก.บังเอิญ

อาภาภัส


           สวัสดีทุกท่านค่ะ  ขอให้มีความสุข
      
        กราบขอพรวอนฟ้านราสรวง
        ใจทั้งดวงเวียนหวังพบเพื่อนผอง
        ที่จิตงามสะอาดดังแผ่นทอง
        ติดโรยรององค์พระปฏิมา

        แม้อยู่ไกลแห่งไหนให้ได้พบ
        เนตรประสบสว่างใสใจดีหนา
        ค่าแห่งคนดำรงค์ไว้ในแววตา
        ทั้งรู้ว่าบุญกรรมยำชีวี

       อยากผูกเรื่องฝากเห็นเป็นความรัก
       เจิดประจักษ์ด้วยหญิงหวานสวยศรี
       นวลอนงค์พราวพร้อมสมนารี
       ตลอดปีทำงานจนลืมวัน

      อีกทั้งเอื้อเจือจุนละมุนจิต
      แบ่งเป็นนิจคนยากได้สุขสันต์
      เสริมตนงามจารเจือเอื้อมอบปัน
      นานเนามั่นคุณธรรมประจำตน

      มาวันหนึ่งพึงถือว่าฟ้าเปลี่ยน
     นั่งขีดเขียนอักษราบรรเลงผล
     มีการ็ตูนตัวตลกมาเยี่ยมยล
     เทพบันดลคุยกันสนั่นจอ

   บอกอยู่ไกลในเขตอีกซีกโลก
   ลมโบยโบกเย็นหนาวกว่ากันหนอ
   ตั้งแต่นั้นทุกวันจึงเฝ้ารอ
  สุขละน้อหัวใจไหวเริงลม


   โอ้เส้นทางการรักชักนำสุข
   โอบล้อมปลุกสร้างศรีทวีสม
   ใจและใจก่อใจจ่อใจชม
   เพลินอารมณ์พรหมตอบมอบดวงใจ

   บนเส้นทางสายหวานท่านสานต่อ
  เอาตัว  ร  ก่อรักเร้าสวยใส
  รักผองท่านรักมั่นตลอดไป
  ท่านหวังใดได้หวังดังลำนำ


อรุโณทัย อาภาภัส
๑๘ มิถุนายน ๒๕๔๗
พระประแดง





				
15 มิถุนายน 2547 06:44 น.

..ภาพหวาน..ลานสวน..

อาภาภัส



สวัสดีคะ ลองหัดแต่งกาพย์ห่อโคลงมาอ่านพอเพลินไม่หวานรักแต่รักหว่านสานภาษาค่ะ  ด้วยความขอบคุณทุกท่าน


  ย้อนความเยาว์ยังจำ              ภาพงามล้ำริมเคหา
  มวลหมู่ไม้พรรณผกา              ล้วนหลากตาบนลานดิน
     ยามยังเยาว์เริ่มรู้                   เรียนเริง
   ภาพแจ่มริมเรือนเพิง              พรั่งพร้อม
  งามงอกเหล่าผกาเพลิง              พราวเด่น  แดนนา
  มวลหมู่พรรณหลากล้อม            เหล่าล้วนชวนฝัน      
       
 งามบุปผาหนึ่งนั้น                  เกินจำนรรค์บานบุรี
ลอดเลื้อยตระการสี                 เหลืองละอออยู่เต็มลาน
         เหลืองละออนี่นี้                 เนานาน
    บานเบ่งงามตระการ              ก่อเกื้อ
    เงางอกแห่งเถาลาน              ลดหลั่น      งามเอย
    นามหนึ่งบุรีเคื้อ                    ครั่นคร้ามความหมาย

  สอดสลับเฟื่องฟ้าเถา          ไร้ความเหงาด้วยหลากสี
ชูช่อล้อวารี                           ระริกรื่นชื่นชมพรรณ
  สอดกอแทรกเฟื่องฟ้า               ฝันหรู
กลีบก่อพราวพรู                         ไล่เลื้อย
พระพายรื่นเพลินดู                     ดลดั่ง  แดฤา
สดชื่นมิอาจเจื้อย                        แจ่มจ้าโรยเหงา
 
ขาวระดะดื่นดาด                ดังภาพวาดมะลิพราย
กอบเก็บครายามสาย          ร้อยเรียงเรื่อเพื่อบูชา
       มะลิขาวร่วงเร้น                 รายเรียง
กอบก่ำมาลัยเคียง                     คู่พร้อม
วางจัดเพื่อเผดียง                      ดุจดั่ง   ธรรมแฮ
สายส่งคงหวังห้อม                     ห่อไหว้บวงสรวง

 เข็มแดงพรั่งเพลิงไพร         เหมือนหัวใจไหวระเริง
ปักตรึงรานใจเหลิง              ลิ่วหารักมาร่วมเคียง
    เข็มสวยราวสั่งสร้าง              ศรรัก
ปักป่วนราญใจนัก                    หนึ่งน้อง
หัวใจลิ่วทายทัก                        หวังเพื่อ     ครองเอย
แดงเด่นใจเจ็บร้อง                  เรื่อยลี้คะนึงหา

      เพียรกาพย์พจน์รจนา            หวังภาษาก่อเกริกไกล
รวมผกาห่อโคลงไว้                      ฝากแดนฝันมั่นกานท์กลอน
     เชลงคำพร่ำเพ้อ                     เพียงงาน
หวังเพื่อพจนาสาน                      สู่หล้า
มวลผกาก่อเกิดกานท์                  กาพย์ห่อ    โคลงเอย
ประหนึ่งฝากฝันกล้า                    ก่อเกื้อภาษา

อรุโณทัย   อาภาภัส
๑๕ มิถุนายน  ๒๕๔๗
บ้านพระประแดง








				
13 มิถุนายน 2547 07:35 น.

..หนาวไอ...ในสายฝน

อาภาภัส



   กาพย์ฉบัง ๑๖

          แสงอรุณแรงเรื่อเรือง            สาดส่องประเทือง
   พรายพร่างเพริดแพร้วนภา
         เจือจานฉายผ่านพสุธา           ชุบชีวีกล้า
   ทั้งชนสรรพสัตว์พืชไพร
         กิ่งก้านแตกกอเกิดใหม่          สวยสดสีใส
  ระดะดอกดังเดือนดาวลอย
        ยามพระพายชื่นเชยกลอย       พลิ้วสบัดเพียงน้อย
  กลิ่นหอมล้อมอวลยวนลาน
      ผีเสื้อเริงร่าสนุกสนาน               ลิ้มรสสุคนธมาลย์
  สานก่อต่อแต้มแซมพฤกษ์
     เรไรหริ่งหรีดกรีดคึก                 เรียกร้องก้องกึก
 ดั่งเราระทึกตรึกตรอง
     สกุณาโผผินครอบครอง              รวงรังจับจอง
แมกหมู่มวลไม้พรายพันธุ์
    เหลียวมองวกกลับตัวฉัน             หวังสุขเวียนวัน
กอบก่ายกอดไว้สายลม
    เมื่อไหร่หนอความระทม              เปลี่ยนกลับทับถม
ก่อสุขเสริมศรีอุรา
    คะครึนครั่นคร้ามฟากฟ้า             ครางครวญลั่นมา
มวลหมู่เมฆาเปลี่ยนผัน
    บัดเดี๋ยววสันต์โรมรัน                 หยาดหยดลงพลัน
ซู่ซ่าสาดซ่านเปียกปอน
     รวดร้าวหนาวใจสุดถอน             หวลหาอาวรณ์
ไออุ่นรุนใจให้เริง
      หนาวฝนทนไขว่ใจเปิง              ราดรดกลดเพลิง
ปกป้องจองจำกรอมเกรียม
     อรุณรุ่งพุ่งเพริศเลิศเรียม           รักคงเทียบเทียม
สุกไสวในสายปลายฟ้า
       
  

อ่านกันเพลินๆค่ะ
อรุโณทัย  อาภาภัส















				
12 มิถุนายน 2547 13:06 น.

...ต้นรัก...ลมหนาว

อาภาภัส



       หากความรักดุจดังมวลใบไม้
       ลมเริงเย้าพลิ้วไหวโบกลมหนาว
      สั่นสะท้านถอนใจใต้ดวงดาว
      แสงพะพราวเพริดนภาอารมณ์ปรวน

     ปรารถนาให้รักมาแนบชิด
    ซึ้งสนิทรัดใจได้เสสรวล
    ใฝ่ฝันหาคนเคียงคนึงครวญ
    สุขอึงอวลป่วนปั่นรันทดตรอม

   
    ใครคงรู้รักนั้นมิอาจหนี
    แม้หลีกลี้ลุวันยังหล่อหลอม
   สร้างสุขหวังครองใจไว้ดมดอม
   มิยินยอมหน่ายเหเร่หัวใจ

    
    จะทุกข์หนักปานใดใยจะสน
    จะล่วงหล่นปานใดใยจะไหว
    จะรอรู้อยู่ละจะทำไม
    จะคลาไคลไร้รักจะเคียงคง

   ลมโบกบางวางฤทัยไหวตามลม
   เชยชิดชมต้นรักดังใหลหลง
   แตกกอเร็วรวดร้าวราวปลิดปลง
   จิตงวยงงหลงทางอ้างว้างทรวง

    
  ยามเมียงมองจ้องเจ้าเย้ายวนใจ
  กิ่งไสวลานตาสง่าสรวง
  มิกล้าเด็ดด้วยนึกกลัวรักลวง
  เพียงดึกล่วงเก็บกอดออดเพียงฝัน


สวัสดีค่ะ พออ่านเพลินๆค่ะ

อรุโณทัย  อาภาภัส


				
6 มิถุนายน 2547 10:47 น.

....ไร้ชื่อ..ฤาชำ

อาภาภัส

     
 กาพย์สุรางคนางค์ ๒๘    
        
                      สับสนเดียวดาย    สุขสันต์ห่างหาย     งุนงงสงกา
        รานรอนอ่อนแอ     เหลือบแลเหลียวหา   เศร้าซึมกายา    โศกศัลย์รำพัน 
 
                      รวดร้าวล้ำลึก    ปวดแปลบตราตรึก     ตัวตนวายวัน
     ทุ่มเทสั่งสอน       เหมือนหมอนนอนฝัน  ปลุกปั้นบากบั่น    โอบลมตรมตรอม

                      โอ้เอยชีวิต     พิษร้ายแผลงฤทธิ์   ฟาดฟันหลอกหลอม
             ค่าคนตกต่ำ       กระหน่ำเหือดหอม     ธุลีรายล้อม    คลุกเคล้าชีวา

                     ดั่งราวข้าศึก    โจมตีเหิมฮึก     ยิ่งใหญ่กว้างกว่า
            ขูดรีดแรงใจ      สดใสโรยรา    ร่ำรวยน้ำตา    อาภัพอับจน

                    นี่หรือเสียสละ       ลืมรสยอมละ    ยากเข็ญอดทน
           วาดหวังตั้งมั่น     คืนวันปรับตน    กล่อมเกลาดวงกมล      คงดีมีทาง

                    ฟ้ามืดคืบคลาน    หนาแน่นคำขาน    ขอดค่อนถากถาง
           ถูกผิดขีดใหม่       เติมใส่ชิมลาง     ลากลิ้นลากข้าง      หมางหม่นคนพาล

                     เก็บพลังย่างก้าว       ต่อแต้มลบร้าว     แหวกว่ายดวงมาลย์
           ทะลุมุมั่น     มิหวั่นทำการ    ศึกษาเสริมงาน    ก่อฝันลั่นไก

                     เล็งลักษณ์จักด้น    ระเหระหน    หาถิ่นฐานใหม่
         หยาดน้ำคลอเบ้า     ตัวเราเหตุไฉน       ฟ้าลืมเราใย    ปล่อยห่างวางเฉย

                     ก้มกราบพสุธา     ไหว้วอนฟากฟ้า     พลิกผันเอื้อนเอ่ย
          อาจจรจากลับ    มิกลับดังเคย     ปลูกใจงอกเงย   ดั่งดวงทินกร

                    ส่องแสงอุษา     นานเนาโลกา    เจิดจ้าสถาพร
       มากล้นค้นหา    เกินค่ามหานคร     จากใจเพียรวอน    เผยพจน์สลดทรวง

       อรุโณทัย  อาภาภัส
     ๖   มิถุนายน  ๒๕๔๗
      
       
            
				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟอาภาภัส
Lovings  อาภาภัส เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟอาภาภัส
Lovings  อาภาภัส เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟอาภาภัส
Lovings  อาภาภัส เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงอาภาภัส