3 สายพันธุ์ใหม่ “แม่จำเป็น-แม่ไฮเปอร์-แม่เชย”

ลุงเอง

3 สายพันธุ์ใหม่ “แม่จำเป็น-แม่ไฮเปอร์-แม่เชย”......
วานนี้ (11 ส.ค.) ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เครือข่ายครอบครัวจัดเสวนา เรื่อง “แม่ไทยจะเป็นแบบไหน ในอีก 10 ปี ข้างหน้า” โดย ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพผู้ อำนวยการสถาบันรามจิตติ กล่าวว่า ในอีก 10 ปี ข้างหน้าจะมีคุณแม่สายพันธุ์ใหม่เกิดขึ้น 3 แบบ คือ 1.คุณแม่จำเป็นมีลูกเพราะไม่ตั้งใจ จากการศึกษาข้อมูลพบว่า แต่ละปีมีเด็กอายุต่ำกว่า 19มาทำคลอดปีละ 6-7 หมื่นคน โดยในปี 2550 มีมากถึง 68,385 คน เฉลี่ยวันละ187 คน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในอีก 10 ข้างหน้าจะมีแม่กลุ่มนี้ไม่ต่ำกว่า 7 แสนคนที่ส่วนใหญ่เป็นแม่วัยรุ่นไม่พร้อมจะเลี้ยงลูก ทั้งด้านจิตใจหรือเลี้ยงไม่เป็นเนื่องจากไม่มีความรู้ บางส่วนยังต้องเรียนหนังสือรวมถึงคุณแม่ที่ยากจน ขาดความสามารถที่จะเลี้ยงดูบุตร ซึ่งจะเป็น 10%ของคุณแม่ทั้งหมดทำให้แม่กลุ่มนี้เสี่ยงที่จะติดสุราและบุหรี่และเป็นยุว อาชญากรมากกว่าแม่กลุ่มอื่นๆ ถึงเท่าตัว
      
mom898t778.jpg (116.87 KB)
12-8-2008 11:04
       ดร.อมรวิชช์ กล่าวต่อว่า ส่วนกลุ่มที่ 2 คือ คุณแม่ไฮเปอร์จอมเวอร์ เจ้าไฮเทค เป็นกลุ่มหญิงชนชั้นกลางอยู่เมืองใหญ่ๆ มีการศึกษาสูงซึ่งปัจจุบันมีคนที่เรียนต่อปริญญาโท-เอก ประมาณ 2-3 แสนคนและส่วนใหญ่คุณแม่กลุ่มนี้มีรายได้สูง มีกำลังซื้อมากดังนั้นจึงพยายามเป็นผู้อำนวยการสร้างออกแบบชีวิตของลูกสรรหา สิ่งที่คิดว่าที่สุดให้กับลูก จนเกินพอดี เช่นมีสถาบันพัฒนาสมองชั้นเลิศต้องพาไปเรียน ใส่โปรแกรมเรียนพิเศษจนแน่นแย่งกันพาเด็กไปเข้าคอร์สอัจฉริยะทุกด้าน ต้องเก่งดนตรีเหมือนบีโทเฟ่นวาดรูปตามรอยแวนโก๊ะ มีเทคโนโลยีใหม่ๆ ต้องหามาประเคนให้ลูกเพราะมีความคิดว่าลูกต้องไม่ด้อยกว่าเด็กคนอื่น
      
       “คุณ แม่กลุ่มนี้จะมีราว 10-15% ซึ่งตัวแม่นั้นไม่น่าห่วง ที่น่าห่วงคือเด็กเด็กที่เติบโตมาท่ามกลางการถูกยัดเยียดสิ่งที่ดีที่สุด ทำให้เด็กรับไม่ไหวจากการถูกเร่งมากเมื่อเด็ก พอโตถึงช่วงวัยรุ่นตอนต้นเด็กเครื่องจะดับบางคนกลายเป็นเด็กมีพฤติกรรมเกเร กลายเป็นแม่ฆ่าลูกด้วยรัก อีกทั้งยังทำให้เกิดช่องว่างในสังคมมากขึ้นทุกทีเพราะเด็กที่เกิดจากคุณแม่ กลุ่มที่ 1 และ 2 จะมีความแตกต่างกันมากกลุ่มแรกด้อยโอกาสอย่างมหาศาล กลุ่มที่ 2 ก็เปี่ยมโอกาสจนล้นผมอยากให้ลองนึกดูว่า สังคมข้างหน้าจะเป็นอย่างไร คนที่มีความต่างกันมากๆจะยิ่งพูดกันไม่รู้เรื่อง” ดร.อมรวิชช์ กล่าว
      
       ดร.อมรวิชช์ กล่าวต่อว่า กลุ่มที่ 3 คุณแม่ที่ก้าวไม่ทันโลกรู้ไม่ทันลูก ที่เป็นแม่กลุ่มใหญ่ที่สุดราว 75-80%กลุ่มนี้ที่ส่วนหนึ่งอาจเป็นแม่บ้าน แม่เลี้ยงเดี่ยว แม่ทางไกลที่เป็นหญิงทำงานในเมืองตามตึกสูง ต้องเลี้ยงลูกทางโทรศัพท์ แต่ทันลูกไม่ค่อยรู้เรื่องเทคโนโลยี ต้องทำงานหนักเพื่อหาเลี้ยงชีพ ไม่มีเวลาให้ลูกจนแทบไม่รู้ว่า ลูกของตนทำอะไรอยู่ ขณะที่อีก 10 ข้างหน้าจะอยู่ในยุคของทุนนิยมสุดขั้ว เต็มไปด้วยความเจริญทางวัตถุ อบายมุขสิ่งยั่วยุ มีสิ่งล่อตา ล่อใจ ให้เด็กต้องการ และทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาถ้าแม่รู้ไม่เท่าทัน ปัญหาสังคมจะรุนแรงกว่ากรณีเล่นเกมจีทีเอแล้วไปฆ่าคนเสียอีก
      
       “แม่ ที่ดีต้องเป็นแม่แบบไทยผสมกับความทันโลก แม่ต้องเข้าใจโลกของลูกซึ่งต้องอาศัยความเป็นเพื่อนสูง จึงจะซี้กับลูกมากพอที่เขาจะไว้ใจพอที่จะพูดคุยปรึกษากับเราได้ทุกเรื่อง แต่ในความเป็นจริงมีงานวิจัยพบว่ามีแม่เพียง 20% ใช้ประโยคทางบวก พูดชื่นชม ยินดีกับลูก ขณะที่ถึง 80 %พูดคุยกับลูกด้วยประโยคทางลบ เช่น คาดคั้น กล่าวโทษ ว่าร้ายทำให้เด็กหัวใจรวน ซึ่งเด็กปัจจุบันน่าสงสารมาก ถูกยั่วยุ รุมเร้ามากเขาจึงต้องการแม่ที่จะพุดคุยด้วยเพื่อเช็คความคิดและการตัดสินใจ ของเขาว่าถูกหรือไม่”ดร.อมรวิชช์ กล่าว
      
       ดร.อมรวิชช์ กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม คุณแม่ทั้ง 3 กลุ่มต้องการความช่วยเหลือที่ต่างกัน และสามารถที่จะแก้ไขได้ในกลุ่มกลุ่มซึ่งแม่กลุ่มที่ 1 น่าห่วงที่สุดภาครัฐต้องมีนโยบายชัดเจนที่จะลดจำนวนแม่อายุต่ำกว่า 19 ลงให้ได้พร้อมทั้งช่วยเหลือเด็กที่กลายเป็นแม่ ให้กลับไปเรียนหนังสือส่วนแม่ไฮเปอร์ มีความรู้มากอยู่แล้ว แต่ต้องมีความเข้าใจด้วย ไม่กดดันลูกและรัฐต้องกระจายการศึกษา การพัฒนาต่างๆ ต้องให้เท่าเทียมทั่วถึงลดช่องว่างทางสังคม
      
       ผู้อำนวยการสถาบันรามจิตติ กล่าวด้วยว่า ขณะเดียวกันรัฐต้องให้ความสำคัญกับนโยบายการพัฒนาสังคมโดยรวมและให้ความ สำคัญกับครอบครัว แก้ปัญหาสังคม ปราบสื่อลามกเพิ่มพื้นที่ดีให้เด็ก เพื่อให้เป็นเบ้าหลอมที่ดีแก่เด็กส่วนใหญ่ในสังคมโดยเสนอให้ใช้ทฤษฎีคนตัว เล็ก เพราะความซับซ้อนทางการเมืองอาจทำให้คนเก่งไม่สามารถทำงานได้มาก และไม่ควรตั้งความหวังกับคนตัวโตแต่ใจใหญ่หันมาสนับสนุน ใส่น้ำ เติมปุ่ยให้กับคนตัวเล็ก อย่างอบต.อบจ.เครือข่ายครอบครัว ให้คนตัวเล็กในพื้นที่เล็กๆ ก็สามารถทำงานใหญ่ๆ ได้
      
       รศ.ดร.สายฤดี วรกิจโภคาทรผู้ อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว กล่าวว่าจากงานวิจัยชิ้นหนึ่ง พบว่า วัยรุ่นไทยอยากเป็นแม่เพียง 20%เนื่องจากเห็นว่าความเป็นแม่ เป็นความทุกข์ยาก ลำบาก เหนื่อยแต่กลับไม่มีอะไรมาตอบแทนโดยเด็กที่มีลักษณะเสี่ยงที่จะเป็นแม่ที่ ไม่มีคุณภาพ คือเด็กที่ไม่มีความสนใจในตัวเอง ไม่คิดอะไรมาก ชอบเที่ยวชอบแต่งตัวมีแต่เพื่อนเที่ยว ซึ่งการเตรียมความพร้อมสู่สังคมยุคต่อไปเยาวชนต้องมีความเก่งเพิ่มขึ้นหลาย เท่าตัว โดยเฉพาะการปรับตัวให้เหมาะกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป การมีทัศนคติที่ดีในการชีวิตขณะที่รัฐบาลต้องมีนโยบายในการแก้ปัญหาครอบครัว อย่างจริงจังโดยจะต้องให้รัฐมนตรีแต่ละกระทรวง ทำแบบทดสอบว่านโยบายของกระทรวงนั้นๆเกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงสู่เรื่องครอบ ครัวและเด็กอย่างไร
      
       ด้านนางทิชา ณ นครผู้ อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านกาญจนาภิเษก กล่าวว่าการเลี้ยงลูกพ่อแม่ต้องเชื่อว่าลูกไม่ใช่สมบัติไม่เช่นนั้นจะทำให้ เกิดการเลี้ยงลูกแบบครอบงำ คาดหวังกับลูกมากเลี้ยงลูกเหมือนตุ๊กตา จับแต่งสิ่งต่างๆโดยตอบสนองความใฝ่ฝันของตนเองที่ขาดหายไปจึงสร้างแรงกดดัน และปัญหาให้กับเด็กมากเมื่อเกิดปัญหาเด็กจะไม่กล่าบอกเล่าหากผิดจากความคาด หวังของพ่อแม่แต่หากเลี้ยงลูกให้เข้ามีชีวิตและพื้นที่ของเขาเองจะทำให้การ เลี้ยงลูกในครอบครัวเป็นแบบสบายๆ
      
       นางทิชา กล่าวต่อว่าครอบครัวไทยในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงโครงสร้างจากครอบครัวขยายมา เป็นครอบครัวเดี่ยว เด็กมีความว้าเหว่า และเหงา ปัจจุบันใครเลี้ยงลูกรอดถือเป็นความสามารถเฉพาะตัวเนื่องจากกลไกภาครัฐยัง ไม่มีการออกแบบให้มีการรองรับหรือตอบสนองในการแก้ปัญหาครอบครัวตนจึงอยากให้ พรรคการเมืองลุกขึ้นมาประกาศนโยบายสาธารณะเกี่ยวกับครอบครัวไม่ใช่มีแต่ นโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมหากทำได้จะช่วยให้พื้นที่ความสำคัญของการแก้ปัญหาครอบ ครัวกลับมาได้ส่วนหนึ่ง
      
       นางกนิษฐา ปวีณะโยธินตัว แทนเครือข่ายพ่อแม่ กล่าวว่า หากสังคมต้องการแม่ที่มีคุณภาพต้องปรับทัศนคติให้เท่าเทียมกันทั้งชาย หญิง การจะมีแม่ที่ดีได้ต้องเริ่มสร้าง “พ่อที่ดี” ไปพร้อมๆ กันเพราะการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกของเด็ก นอกจากความอยากลองแล้วส่วนใหญ่เกิดจากการใช้กำลัง ข่มขืน อีกทั้งต้องไม่คาดหวังกับเด็กสูงเกินไปจะทำให้พวกเขาต้องเอาตัวรอด ชิงดีชิงเด่น และหากอยากให้เด็กกตัญญูคนในครอบครัวต้องเป็นตัวอย่าง มีความกตัญญูต่อ ปู่ ย่า ตา ยายให้เด็กเห็นเสียก่อน				
comments powered by Disqus

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน