การบรรยายเรื่องการปกครองคณะสงฆ์ไทยแบบฉบับพระธรรมราชานุวัตร

กระต่ายใต้เงาจันทร์


                           
 	ในการฟังบรรยายของนักวิชาการหรือผู้มีความรู้ความเชียวชาญแต่ละท่านจะสังเกตได้ว่าทุกคนล้วนมีเอกลักษณ์ที่เฉพาะตัวจะเรียกว่าความสามารถพิเศษก็ว่าได้  ในเอกลักษณ์  ของพระธรรมราชานุวัตรนั้น    ในบรรยายทุกครั้งผู้เขียนจะชอบฟังและเก็บรายละเอียดเพราะหลวงพ่อบรรยายน่าฟัง  ไม่น่าเบื่อ และยังสอดแทรกประวัติศาสตร์หรือแม้แต่เรื่องเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย  ที่หลายคนมองข้ามไป  หลวงพ่อจะให้ข้อคิดเสมอ ท่านมีความจำเป็นเลิศทีเดียวไม่นั่งอ่านเอกสาร ตามที่ใครหลายๆคนชอบทำ แต่สำหรับพระธรรมราชานุวัตรแล้วท่านสามารถบรรยายเรื่องราวให้เห็นภาพชัดเจนและยังสอดแทรกเรื่องราวของประวัติศาสตร์พร้อมยกตัวอย่างมาประกอบการบรรยาย  สร้างบรรยากาศเป็นกันเอง  สนุกสนานไม่น่าเบื่อ   ซึ่งทำให้ข้าพเจ้าเพลิดเพลินและชอบเก็บเอามาเขียนทุกครั้งไป
 	ในการเขียนงานแต่ละชิ้นสิ่งที่จะสร้างความรู้สึกของผู้ฟังเกิดให้เกิดประทับใจและจดจำเรื่องราวอย่างๆจนอยากจะเขียนได้นั้น  ต้องมาจากสิ่งที่เราสนใจและมีความสุขจนอยากจะถ่ายทอดความสุขและบรรยากาศให้อีกหลายๆคนได้รับรู้ย่อมหมายความว่า   ผู้ถ่ายทอด   มีเทคนิค   ใช้จิตวิทยา   รวมทั้งทักษะความสามารถเฉพาะตัวที่หมั่นค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมเสมอ
 	ก่อนการบรรยายได้มีการมอบของที่เป็นประโยชน์ให้ห้องเรียนมจร.วัดพระแก้ว  ซึ่งผู้ประสานงานครั้งนี้คือ  พระมหาบุญเหลือเป็นตัวจักรสำคัญในการติดต่อและประสานงาน  
 	ในการมอบของอะไรที่ให้และเป็นประโยชน์กับทางห้องเรียนหลวงพ่อท่านกล่าวว่า    การได้รับสิ่งของเหล่านี้ล้วนก่อประโยชน์ทั้งทางด้านการศึกษาและศาสนกิจ    และ	โลกเรานี้เปรียบเหมือนบ้านหลังใหญ่     ทวีปยุโรปเปรียบเหมือนห้องรับแขก   เปรียบทวีปอเมริกาเหมือน  ห้องทำงานเพราะคนมีความกระตือรือร้น   ทวีปแอฟริกา เหมือนโรงครัว มีการพูดถึงเรื่องอาหาร ซึ่งส่วนใหญ่จะขาดแคลน ผู้คนก็ขะมุกขะมอม เหมือนคนทำครัว   ทวีปเอเชียเหมือนห้องพระ   ศาสนาทุกศาสนาล้วนเกิดที่นี่
 	ในการมอบของวันนี้มีนาฬิกามามอบให้ไว้ติดในแต่ละห้องเรียน  หลวงพ่อบอกว่า การมอบนาฬิกาเขาถือ ห้ามให้เป็นของขวัญวันเกิดเพราะอีกไม่กี่นาทีก็ตาย   แต่มหาลัยไม่มีวันเกิดวันตาย  ยินดีรับ    เรียกเสียงหัวเราะได้ทั้งห้องประชุมทีเดียว   ก่อนจะเข้าการบรรยายเรื่องการปกครองคณะสงฆ์ไทยจากอดีตถึงปัจจุบันซึ่งหลวงพ่อเคยบรรยายในที่ประชุมสงฆ์มาแล้วในการบรรยายครั้งนี้  มีเอกสารประกอบการบรรยายในหัวข้อนี้ให้บุคคลที่สนใจอ่านประกอบตามไปด้วย
พระธรรมราชานุวัตร  เจ้าคณะภาคหก  จังหวัดเชียงราย  ให้ข้อคิดไว้ว่า  สำหรับพระนิสิตนั้นต้องผ่านทั้งทางโลกและทางธรรมให้แตกฉาน    กล่าวคือ  ทางพระก็แตกฉาน   ทางมารก็รู้จัก จะพิทักษ์พระพุทธศาสนาได้ถ้าเข้าใจทั้งทางโลกและทางธรรม
สำหรับการปกครองคณะสงฆ์  คือ พระธรรมและ  วินัย   หลวงพ่อผู้เข้าฟังบรรยายอ่าน พระพุทธพจน์ที่ว่า 
 	.โย  โว อานนฺท   มยา   ธมฺโม   วินโย  จเทสิโต  ปญฺญตโต   โส   โว  มมจฺเจเยน  สตฺถา
 	ดูกร  อานนท์   ธรรมและวินัยอันใด  แล  ที่เราแสดงแล้วแก่ท่านทั้งหลาย โดยการล่วงไปแห่งเรา  ธรรมและวินัยนั้นย่อมเป็นศาสดาของท่านทั้งหลาย  
 	การปกครองคณะสงฆ์ไทยนั้นแก่นแท้คือ การปกครองตามพระธรรมวินัยคือยึดพระธรรมวินัยเป็นธรรมนูญการปกครอง ในสมัยรัชกาลที่5พระองค์ทรงถวายอำนาจรัฐช่วยคณะสงฆ์จัดระบบการปกครองขึ้นเป็นครั้งแรก ด้วยพระราชบัณญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์รัตนโกสินทร์ศก121(พ.ศ.2345)ต่อมาในรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอนันทมหิดลได้ทรงตราพระราชบัญญัติสงฆ์พ.ศ.2505 พุทธศักราช2484ยกเลิกฉบับแรก  เพื่อจัดระบบการปกครองคณะสงฆ์ใหม่ให้มีรูปแบบคล้ายกับการปกครองราชอาณาจักรต่อมายกเลิกพระราชบัญญัติสงฆ์ฉบับนี้และใช้ฉบับปัจจุบันคือ พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505ดังนั้นยุคต้นรัตนโกสินทร์จึงมีการปกครองแบบพุทธจักรและอาณาจักร  ในรูปแบบและระเบียบการปกครองคณะสงฆ์อธิบายได้ดังนี้
สกลมหาสังฆปริณายก คือ  ตำแหน่งพระประมุขสงฆ์ไทยและสงฆ์อื่น
ตำแหน่งพระประมุขสงฆ์ไทยคือสมเด็จพระสังฆราชเป็นประมุขสงฆ์เรียกว่า  หัวหน้ามีทั้งสายธรรมยุติและมหานิกาย  สงฆ์อื่นคือ จีนนิกาย  อนันตนิกาย
สมเด็จพระสงฆราช ในตำแหน่งสกลมหาสังฆปริณายกเทียบได้เท่ากับสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก  ตามมาตรา5-6แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์  พุทธศักราช 2484และทรงอยู่ในฐานะปูชนียะและครุฎฐานะอันสูงสุดดุจยอดพระเจดีย์ ผู้ใดหมิ่นประมาทดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายมิได้(ม.44ทวิ)
มหาเถรสมาคมคือองค์กรปกครองคณะสงฆ์สูงสุดคณะสงฆ์และสามเณรต้องอยู่ภายใต้การปกครองของมหาเถรสมาคมซึ่งมีสมเด็จพระสังฆราชทรงเป็นประธานกรรมการประกอบด้วย  ประธานกรรมการ   กรรมการโดยตำแหน่ง   กรรมการโดยแต่งตั้ง
ประธานกรรมการมหาเถรสมาคมเท่ากับตำแหน่งผู้นำสงฆ์ในพ.ร.บ.คณะสงฆ์ปีพ.ศ.2484รวม4ตำแหน่งคิอ ประธานสังฆสภา  สังฆนายก    ประธานคณะวินัยธรและประธานก.ส.พ.
มหาเถรสมาคมมี  อธิบดีกรมการศาสนา เป็นเลขาธิการมหาเถรสมาคมโดยตำแหน่ง   กรมศาสนาทำหน้าที่สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม หมายเหตุ ที่ระบุไว้ว่า   กรมศาสนาให้เปลี่ยนเป็น สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
 	ระเบียบการปกครองคณะสงฆ์แบ่งออกเป็น2ส่วนคือ  ส่วนหลักได้แก่  แบบแผนกำหนดหน่วยงานเขตปกครอง หรือผู้รับมอบงานหรือคณะผู้รับมอบงานและส่วนย่อยไ ด้แก่ แบบแผนกำหนดอำนาจหน้าที่ การควบคุมบังคับบัญชาการประสานงาน ผู้รักษาการแทน  และวิธีปฎิบัติอื่นๆ ซึ่งในระเบียบการปกครองคณะสงฆ์ในที่นี้จะพูดถึงเฉพาะส่วนหลักคือการได้แก่  กิจการที่คณะสงฆ์จะต้องทำหรือถือว่าเป็นธุระหน้าที่เพราะเป็นการคณะสงฆ์และการพระศาสนามี 6 ฝ่ายคือ   การเพื่อความเรียบร้อย   การศาสนศึกษา   การศึกษาสงเคราะห์   การเผยแพร่พระพุทธศาสนา   การสารณณูปการ   การสารณสงเคราะห์ในรูปแบบการปกครองคณะสงฆ์ของพระธรรมราชานุวัตรมีทั้งหมด6 ระดับ11ตำแหน่ง คือ1. วัด(เ1.จ้าอาวาส   2.รองเจ้าอาวาสและ3.ผู้ช่วยเจ้าอาวาส)2.ตำบล(4.เจ้าคณะตำบล5.รองเจ้าคณะตำบล)3.อำ
เภอ(6.เจ้าคณะอำเภอ7.รองเจ้าคณะอำเภอ)4.จังหวัด(8.เจ้าคณะจังหวัด  9.รองเจ้าคณะจังหวัด)5.ภาค(10.เจ้าคณะภาค11.รองเจ้าคณะภาค)11.การ(ส่วนภูมิภาค)
สำหรับปกต้องมีพรหมวิหารคือ  ธรรมประจำใจของผู้ประเสริฐหรือผู้มีจิตใจยิ่งใหญ่กว้างขวางดุจพรมมีสี่ประการคือ เมตตา   กรุณา  มุทิตา  อุเบกขา
หลักสำหรับครองต้องมีสังควัตถุคือ ธรรมที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจคนมีสี่ประการคือ ทาน  ปิยวาจา  อัตถจริยา   สมานัตตา
สรุปหลักการปกครองการปกครองคณะสงฆ์และการพระศาสนาพระธรรมราชานุวัตรให้หลักไว้ว่าต้องมีความรักความเมตตาช่วยเหลือผู้อื่นได้พ้นทุกข์  ยินดีเมื่อเห็นผู้อื่นมีความสุข  และมีใจเป็นกลาง เที่ยงตรง  ยุติธรรมที่รวมกันเรียกว่า พรหมวิหารสี่และต้องมีสังควัตถุสี่คือทานได้แก่ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เสียสละ ช่วยเหลือ แบ่งปัน  ปิยวาจาได้แก่  การกล่าวคำพูดไพเราะน่าฟัง   อัตถจริยา ได้แก่ ทำประโยชน์ให้แก่เขาช่วยแก้ปัญหาและส่งเสริมด้านจริยธรรม สมานัตตา  เอาตัวเข้าสมานคือ  ทำตัวให้เข้ากับเค้าได้วางตนเสมอต้นเสมอปลายไม่เอาเปรียบร่วมทุกข์ร่วมสุขช่วยกันแก้ปัญหา
ในส่วนของการปกครองถือว่าเป็นยาขมหม้อใหญ่ที่ต้องศึกษาให้แตกฉาน ถ้าเราศึกษาเราจะเข้าใจได้ว่าเรื่องใดจะเห็นว่าส่วนมากเกี่ยวโยงกับอดีตแบบทั้งสิ้นเปลี่ยนเพียงกาลเวลา  สถานที่  และบุคคลเพราะไม่ว่าเหตุการณ์บ้านเมืองต้องอาศัยพระพุทธศาสนาโอบอุ้มแบ่งปันซึ่งกันและกันเช่น ตำนานสมเด็จพระนเรศวร หรือแม้แต่พระเจ้าตากสินก็ตาม  จึงเห็นได้ว่าตำแหน่งไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ขอเพียงตั้งใจสิ่งต่างๆก็จะบรรลุผล   งานด้านการปกครองจึงต้องติดตามข่าวเสมอและต้องรู้จักปรับประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม
ในส่วนของเกร็ดความรู้ที่สอดแทรกระหว่างการบรรยายผู้เขียนขอนำเสนอแบ่งเป็น2ตอนคือ
ส่วนที่1.เกร็ดความรู้ทางประวิติศาสตร์ระหว่างบรรยาย
ส่วนที่2.คำคมหรือข้อคิด    สาระน่ารู้ระหว่างบรรยาย
                                                                                       ( โปรดติดตามตอนตไป)
                                                                                                  กระต่ายเงาจันทร์				
				
				
comments powered by Disqus
  • ฤกษ์(ไม่ได้ล๊อกอิน)

    20 กันยายน 2554 23:36 น. - comment id 126513

    การปกครองพระ ปัจจุบันใช้แต่วินัยสงฆ์ ผิดแค่จับสึก  ไม่มีกฏหมายทางโลกเข้ามาบังคับใช้ จึงทำให้ไม่มีพระองค์ไหนกลัวเกรง การที่ไม่เอากฏหมายทางโลกมาบังคับเท่าที่ทราบเพิ่งเลิกไปในรัชการที่ 6 น่าจะนำกลับมาใช้ใหม่ ใครปราชิก ตืดคุกด้วย ใครโกงเงินวัดติดคุกด้วย ใครสะสมเงินทองมีปัญชีฝากเป็นล้าน ๆ ยึดเข้าหลวง เพราะพระไม่ต้องสะสมสมบัติ ใครจะเป็นพระต้องไม่โลภ ให้เลิกอาชีพพระหรือพระอาชีพที่หารายได้เข้าพกเข้าห่อ ถึงจะปกครองกันได้
  • นีลรัสมี

    24 กันยายน 2554 09:29 น. - comment id 126543

    ฤกษ์(ไม่ได้ล๊อกอิน)
    
    วิจารณ์ได้น่าคิดมากๆ  สนับสนุนครับ
  • กระต่ายใต้เงาจันทร์

    29 กันยายน 2554 15:55 น. - comment id 126635

    ขอบคุณที่แวะมาคะ11.gif36.gif

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน