ไม่ทราบชื่อเรื่องค่ะ แล้วแต่ผู้อ่านจะแต่งให้

โอปอล

เรื่องที่หนึ่ง
จดหมายรักจดหมายร้าว
เรื่องราวจากประสบการณ์จริงของผู้ชายคนนึง
	ผมเรียนมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในเมืองใหญ่  ผมเรียนคณะวิศกรรมศาสตร์  ตอนแรกเลยผมบอกตรงๆว่าผมรู้สึกหดหู่มากที่ได้เขาเรียนมหาวิทยาลัยแห่งนี้  เพราะเพื่อนๆของผมเขาไม่ได้เข้าเรียนที่นี่กัน  แต่ก็ยังโชคดีที่คนรักของผมสมัยที่เรียนมัธยมด้วยกัน  เธอสอบเข้ามาที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้  เธอสอบได้คณะนิเทศน์ศาสตร์ตามที่เธอหวังไว้  วันแรกของการเข้าเรียนมาถึง  เมื่อผมก้าวเท้าก้าวแรกเข้าไปในมหาวิทยาลัยของผม  ผมรู้สึกใจหาย  เหมือนกับว่าเมื่อวานผมยังวิ่งเล่น  เล่นโปลิศจับขโมยอยู่เลย  รู้สึกเหมือนว่าผมถูกแรงอะไรบางอย่างกระตุกเวลาของผม  ให้เร็วขึ้น  แล้วผมก็เดินไปเข้าคณะที่ผมเรียนอยู่  ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับคณะนิเทศน์ศาสตร์พอดีเลย  ผมมายืนรอลินคนรักของผมอยู่หน้าคณะของเธอ  เมื่อเธอเดินมาถึงเธอยิ้มให้ผมแล้วเข้ามาทักทายผมอย่างเคย  ผมก็รู้สึกดีขึ้นกับความคิดเมื่อนาทีที่ผ่านมา  ผมยังรู้สึกอบอุ่นเหมือนเดิม
ผมถามเธอว่าหิวไหม  เธอบอกว่าไม่หิวเพราะทานมาแล้ว  แต่ถ้าผมหิวเธอจะพาไปทาน  แต่ผมปฏิเสธไปตามฟอร์มของผมเอง  ลินเป็นคนที่สวย  น่ารักคนนึงเลยทีเดียว  เมื่อยังเรียนอยู่ที่โรงเรียนเก่านั้น  เธอเป็นขวัญใจใครหลายคนเลย  วันแรกก็ย่อมมีการรับน้องเป็นประเพณี  ผมและลินจากกันตรงหน้าคณะของผมเอง 
วันนั้นคณะของผมรับน้องไม่มากมายอะไร  ก็เพียงแค่เปรอะเปื้อนพอเป็นพิธีแล้วก็เลิกลากันไป  รุ่นพี่ไปทำโปรเจ็คงานของเขาต่อ  บ้างก็ไปดูน้องใหม่ของคณะอื่นๆ  ส่วนน้องใหม่อย่างผมก็คงจะหนีไม่พ้นการไปอาบน้ำ ล้างหน้า ล้างตัว ตามสภาพของผม  แล้วผมก็หวังว่าผมจะไปดูการรับน้องของคณะอื่นๆด้วย  เพื่อนใหม่ของผมคนนึงชื่อ  ชัย  เขามาจากจังหวัดสมุทรปราการ  ชวนผมไปดูเด็กใหม่คณะนิเทศน์  ผมก็ยากจะปฏิเสธเขา  เพราะผมก็อยากไปอยู่แล้ว  เมื่อผมเดินออกจากห้องน้ำ  ระหว่างทางผมกับชัยคุยกันไม่ค่อยมีสาระเท่าไหร่  เมื่อถึงคณะของลิน  ผมเดินเข้าไปดู  ผมเห็นลินกำลังถูกรุ่นพี่ปะแป้งซะขาววอกเลย  ผมนึกขำในท่าทางของลินเหลือเกิน  ชัยชี้มือไปที่ลินแล้วถามผมว่ารู้จักลินมั้ย  ผมตอบว่ารู้จักดีเลยแหละ  เธอเป็นคนรักของผมเอง  ชัยถึงกับอึ้ง  คงเพราะไม่คิดว่าคนอย่างผมจะหาแฟนได้หน้าตาดีขนาดนั้นกระมัง  แล้วคณะนิเทศน์ก็จะมีประเพณีที่เรียกกันว่าคัดเลือกFreshly โดยจะเลือกคนน่ารัก หน้าตาดี  ซึ่งลินก็รับรางวัลนั้น  เมื่อหมดพิธี  ผมรับลินไปทานข้าวด้วยกัน  แต่ลินไม่ไป ลินบอกว่า อยากเดินสำรวจมหาวิทยาลัยมากกว่า    ผมก็ต้องพาเธอเดินสำรวจ  หลงบ้าง ถูกบ้าง แต่เราก็มีความสุขดี  เมื่อลินเหนื่อย  ลินให้ผมพากลับคณะ  ผมก็พาเธอกลับ เพราะคณะลินเรียกประชุม  ผมรอเธอชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่า  แต่เธอก็ยังไม่ออกมาเสียที  ผมเห็นว่ามันเย็นมากแล้ว  ผมเลยต้องโทรตามลิน แต่ลินปิดเครื่อง  ผมก็เลยต้องกลับบ้านก่อน เพราะบ้านผมมีกฎเหล็กอยู่เหมือนกัน  คืนนั้น ผมเป็นห่วงลินมาก  ผมพยายามโทรตาลินหลายครั้ง  จนกระทั่ง โทรศัพท์ของผมร้อนราวกับไฟ ผมจึงจำเป็นต้องหยุดโทร  แต่ในใจก็ไม่วายคิดถึงและเป็นห่วงลินอยู่ดี  คืนนี้ผมคงนอนไม่หลับแน่ถ้าไม่ได้ยินเสียงลิน  ผมจึงตัดสินใจโทรไปที่บ้าน  แต่ที่บ้านบอกว่าลินไปรับน้องยังไม่กลับ  ผมคงไม่มีหวังจะได้ยินเสียงลินแล้วมั้ง สำหรับคืนนี้  จนเวลาประมาณตี3 เศษ ผมตัดสินใจโทรไปหาลินอีกที  ลินบอกว่าโทรมาทำไมเดี๋ยวก็เจอกันแล้ว เธอบอกว่าเธอเหนื่อยเหนื่อยทั้งกายเหนื่อยทั้งใจ  ผมก็ขอโทษเธอแล้วพยายามข่มตานอน  พอเช้า  ผมก็รีบแต่งตัวแล้วลงไปข้างล่าง  เพื่อไปไหวพ่อแม่ก่อนไปเรียนหนังสือ เมื่อไปถึงมหาวิทยาลัย  ผมไปนั่งคอยลินอยู่ประมาณชั่วโมงเห็นจะได้  ผมพบลิน  ลินยิ้มให้ผมอย่างเคย  แล้วชวนผมไปทานข้าว ผมก็ไปเป็นเพื่อนเธอ  เธอคุยให้ผมฟังตั้งหลายอย่าง  แต่มีอยู่ประโยคหนึ่งที่ทำให้ผมถึงกับไม่เชื่อในหูของตัวเองเลยทีเดียว  เธอบอกว่าเธออยากเข้าชมรมนักเขียน  ซึ่งผมคิดว่าผมรู้จักเขาดีนะ  เขาไม่เคยคิดริเริ่มอยากเขียนหนังสือ  เพราะเธอบอกกับผมเองว่าเธอชอบอ่านหนังสือที่คนอื่นแต่งมากกว่า  ผมก็เลยสนับสนุนเธอเต็มที่  ซึ่งตัวผมเองคงจะเข้าชมรมกีฬาอะไรซักอย่าง  เพราะผมคงเข้าชมรมเดียวกับลินไม่ไหว  ลินรู้จักผมดีพอ  เมื่อต่างคนต่างเรียนต่างคนต่างคณะ ก็เรียนต่างกัน  เวลาผ่านไป 3  เดือน  ผมแทบไม่มีเวลาแม้จะคิดถึงลินเลย  แต่ผมก็ยังอยากเจอกับลินอยู่เหมือนกัน  แต่หาเวลาไม่ได้  เพราะผมเรียน จันทร์  พุธ พฤหัส  อาทิตย์  ส่วนลิน เรียนอังคาร ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์  แต่เราก็ยังไม่ได้เจอกันอยู่ดี  เพราะวันที่ลินมีเรียนถึงแม้ผมจะไม่มีเรียน แต่ผมก็ไปไม่ได้อยู่ดี ผมต้องทำรายงาน แต่สำหรับลิน ผมไม่ทราบว่าลินจะมาหาผมได้รึเปล่า  หวังว่าเธอคงยุ่งแบบผม  แต่ผมกับลินก็เริ่มติดต่อกันเมื่อ เดือนที่4ของการเรียนนี่เอง  เราติดต่อกันทางจดหมาย  เมื่อเธอเขียนเธอก็จะส่งมาหาผมในที่ที่เรานัดกันไว้  ในจดหมายเธอบ่งบอกได้ว่าเธอมีความสุขมากที่เรียนเธอบอกผมเกี่ยวกับทุกอย่างที่เธอเรียน  ผมก็เขียนตอบไปด้วยเช่นกัน .
	6 เดือนแล้วที่ผมไม่ได้พบหน้าลิน ไม่ได้ยินเสียงลิน  เหมือนกับโลกทั้งใบหดหู่เสียเหลือเกิน  ในจดหมายของลินทุกฉบับจะมีคำว่า ดูแลสุขภาพด้วยนะ  เป็นห่วงเธอเสมอ  หวังว่าสักวันเราคงจะได้ไปกินข้าวด้วยกันอีกนะ  ทุกฉบับ  แต่ฉบับแรกของเดือนนี้  มีเพียงคำว่าดูแลสุขภาพด้วยนะ  ผมไม่แปลกใจอะไรเท่าไร  เพราะลินคงไม่มีเวลาที่จะสาธยายไรมากเท่าไหร่  ผมก็เขียนตอบไปอย่างหวานและเป็นตัวของตัวเองที่สุดแล้ว
ลินเข้าใจผมอยู่รึเปล่า  ผมไม่แน่ใจ  เพราะเราเริ่มมีความคิดไม่ตรงกัน มีความคิดเห็นแปลกไป  ลินเปลี่ยนความชอบ  จากที่ชอบสีชมพู ก็เปลี่ยนเป็นชอบสีส้ม  เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์  เปลี่ยนทุกอย่างเลยก็ว่าได้  แต่ผมก็ไม่ได้คิดอะไร  เธอคงโตขึ้น พร้อมกับสภาพสังคมนิเทศน์ของเธอ  เหมือนผมที่เติบโตท่ามกลางคณะของผม  เราติดต่อกันตลอด  แต่ผมมีความรู้สึกว่าลินเริ่มตอบจดหมายช้า  เขียนช้าลง  และในจดหมายไม่เหมือนเก่า  เหมือนไม่แยแสไรผมนัก  ผมเคยถามเธอทางจดหมายว่าเราทั้งสองโกรธไรกันรึเปล่า  แต่ลินไม่ตอบ ลินกลับเขียนถึงชมรม 
และเขียนถึงกิจกรรมยามว่างของเธอ  แล้วก็อะไรหลายๆอย่าง  ผมมีความรู้สึกว่าลินเปลี่ยนไป อย่างเห็นได้ชัด
ผมถามเบอร์โทรใหม่ของลิน ลินตอบผมว่าไม่มี  แต่ผมไม่เชื่อ ผมรู้จักลินดี ลินเคยบอกผมว่าถ้าเธอไม่มีโทรศัพท์เธอจะฆ่าตัวตาย   ผมถามถึงความรู้สึกที่เธอมีต่อผมแต่เธอไม่ตอบ  ผมถามว่าเธอยังคิดถึงผมอยู่รึเปล่า  เธอไม่ตอบ  ผมสับสนว่านั่นเป็นสัญญาณไรรึเปล่า  ผมยังไม่มั่นใจไรเท่าไหร่  เธอเริ่มตอบจดหมายผมช้าลงเรื่อยๆ จากอาทิตย์ละครั้ง  เป็นเดือนละครั้ง  แล้วก็สองเดือนครั้ง  เวลาผ่านไปเกือบปีแล้ว  ลินกับผมไม่ได้พบหน้ากัน  ผมตัดสินใจไปที่บ้านของลิน  ลินไม่อยู่ลินไม่ได้กลับบ้านมา 3 เดือนกว่าแล้ว  ผมใจหาย ผมไม่แน่ใจว่าลินไปที่ไหน เพราะผมไม่ได้ใกล้ชิดเธอเลย ตลอดเวลา เก้าเดือนที่ผ่านมา  ผมเริ่มเครียดเรื่องลินแล้วตอนนี้  ผมไปหาลินที่มหาวิยาลัย  เขาก็บอกกันว่าลินไม่อยู่หรอก  ยัยลินอ่ะเหรอ ให้โผล่หัวมาก่อนสิจะขอหวยให้ดู  นั่นคงแสดงว่าลินไม่ได้มาเรียนที่มหาวิทยาลัยนี้แล้วหรืออย่างไร  ผมไม่ทราบ  แต่ในใจผมตอนนั้น แทบล้มทั้งยืนอยู่แล้ว  ถ้าไม่มีลินผมจะอยู่ยังไง  แล้วจดหมายนั่นล่ะ  คงไม่ใช่ลินหรอกมั้ง  ที่เขียนตอบผมอยู่เป็นประจำแล้วนั่นเป็นใครกัน
หัวสมองผมสับสนอย่างมาก  ผมพยายามยืนคิดทบทวนถึงเรื่องระหว่างผมกับลิน  แม้ว่าผมจะไม่ได้เจอลิน  แม้ว่าจะไร้ค่าแม้ผมจะออกตามหาลิน  ผมก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ให้ลินกลับมาเป็นลินคนเดิม  ผมรักลิน  ผมจะตามหาเธอ นั่นอาจเป็นเพียงความฝันเพราะผมก็ใกล้จะสอบแล้ว  ผมไม่อาจทิ้งอนาคตของตัวเองไปเพราะผู้หญิงคนเดียวได้  พ่อแม่หวังในตัวของผมมาก  ผมจึงต้องเอาลินออกไปจากหัวสมองผมชั่วคราว  
	เวลาผ่านไปอีก 3 เดือน  มีจดหมายมาถึงผม  ผมไปรับจดหมายในจดหมายมีเนื้อความว่า
ถึง..ภู  
	อันดับแรกเลยนะ  ต้องขอขอบคุณภูมากที่ขยันเขียนจดหมายมาหาลิน  ภูคงคิดถึงลินมากใช่ไหม  ภูคงมีความสุขกับการเรียนที่มหาวิทยาลัยนั่นสินะ  ลินก็ดีใจนะที่ภูมีความสุข  ภูยังเป็นห่วงใยลินดีเหมือนเดิม  ภูยังเป็นภูริของญลินดาคนเดิมเลยนะ  เสมอต้นเสมอปลาย  ลินเสีย ที่ไม่ซื่อสัตย์กับภูเลย  ภู ลินบอกภูตรงๆเลยนะ ความจดหมายฉบับนี้คงจะเป็นฉบับสุดท้ายแล้วล่ะ  ที่ลินจะเขียนมาหาภู  ความจริงก็คือ  ลินไม่เคยได้ตอบจดหมายของภูเลยแม้แต่ฉบับเดียว  ลินให้เพื่อนของลินตอบให้  ให้เขาแสดงเป็นตัวลิน  เพราะลินไม่อาจห้ามใจตัวเองได้ในตอนนั้น  แต่จดหมายทุกฉบับของภูอ่ะ  ยังอยู่กับลินดีนะ  ลินยังเก็บมันไว้ไม่ต้องเป็นห่วงลินหรอกนะ  แล้วขอบคุณมากเลยนะที่ภูไปตามลินที่บ้าน  ลินบอกที่บ้านเองแหละว่าลินไม่กลับบ้าน  แต่ความจริงแล้วลินอยู่ที่บ้านนั่นแหละ  แล้วที่ลินเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ก็เพราะลินอยากตัดใจจากภู  ลินทนไม่ได้ที่ลินจะหลอกภู  เพราะตลอดเวลา2ปีของเรา  ภูดีกับลินมากๆอย่างที่ลินคิดไม่ถึง  ภูไม่เหมือนผู้ชายคนอื่นที่คบแล้วทิ้ง  ภูยังรักลินอยู่ใช่มั้ย  ภูตัดใจจากลินซะเถอะนะ  ลินมีคนใหม่แล้ว  แล้วลินกับเขากำลังจะหมั้นกันในไม่ช้าเนี่ยแหละ 
เขาเป็นคนดีนะภู ภูไม่ต้องเป็นห่วงลินหรอกนะ  ลินยังอยู่ดี ลินมีความสุขดีที่อยู่ข้างเขาอ่ะ  เราสองคนไม่สามารถไปด้วยกันได้หรอกภู  ลินไม่อยากฝืนอีกต่อไป  วันนึงภูก็ต้องมีคนที่ภูรักซึ่งคนนั้นจะไม่ใช่ลินแล้ว  ภูต้องรักเขาให้มากๆนะ  รักให้มากกว่าที่รักลินนะภู  ลินไม่ดีเองที่ไม่บอกภูตั้งแต่แรก  ลินพยายามหลบหน้าภูเพราะลินไม่อยากฝืนใจตัวเอง  ลินอยากเจอภู แต่พี่นันท์คงไม่ให้ลินไปเจอหรอก  เขาหวงลินมากนะ  พ่อแม่ของลินก็ตกลงว่าจะให้ลินหมั้นกับพี่นั้นแล้วด้วย  ขืนลินยังติดพันภูอีก  ลินคงไม่ได้ผุดได้เกิดอีกแล้ว  แล้วลินก็จะย้ายมหาวิทยาลัยด้วยนะ  ลินจะย้ายไปต่างประเทศนะ  ลินคงคิดถึงภูมาก  ถ้าภูคิดถึงลินก็พยายามนึกถึงวันเก่าๆของเรานะ  ถึงแม้มันจะกลับมาไม่ได้ก็ตาม  ลินเชื่อนะว่าคนดีๆอย่างภู  คงจะมีคนมารักแน่นอน  ไม่ใช่ลินคนเดียวหรอกนะ ที่รักภูคงจะมีผู้หญิงนับล้านเลยนะที่รักภู  เพราะภูเป็นคนดี ซื่อสัตย์ เป็นคนที่น่ารักมากเลยนะ  ภูเป็นคนจริงจัง แล้วก็จริงใจ ลินไม่เคยเสียใจเลยนะ ที่ลินได้รู้จักกับภู  ภูไม่ใช่คนหน้าตาดีอะไร  แต่ภูเป็นคนที่รักลินและลินรัก ลินไม่ได้รักภูตรงที่ภูเป็นคนหน้าตาดี แต่เพราะลินรักที่ภูเป็นคนจริงใจกับลิน  ซึ่งลินไม่เคยได้จากใครเลยแม้กระทั่งพี่นันท์
แต่เหตุผลที่ลินต้องหมั้นกับพี่นันท์เพราะแม่ของลินติดหนี้ทางบ้านพี่นันท์ไว้เยอะ  ซึ่งทางเราไม่สามารถหามาใช้ได้  บ้านของลินก็มีลูกสาวอยู่คนเดียวนั่นก็คือ ลิน  ลินจึงต้องทำตามคำสั่งของแม่  ภูไม่ว่าลินนะ ที่ลินต้องทำอย่างนี้  ถ้าภูอยากคุยกับลิน  ก็โทรเบอร์เดิมนั่นแหละ ลินไม่ว่าอะไรหรอกนะ  อยากให้ภูรู้ไว้ว่าลินไม่ใช่ของภูอีกต่อไปแล้วล่ะนะ  ขอให้เราจากกันด้วยดี  ขอให้ภูพบรักใหม่กับผู้หญิงที่ดีกว่าลินล้านเท่าเลยนะ
ปล.แม้ห่างไกลใช่ห่างกัน(ภู เคยบอกลินไว้ไม่ใช่หรอ)
							รักภูเสมอ
				
						               ญลินดา  (ลิน)
หลังจากผมอ่านจดหมายผม  ผมชาไปทั้งตัว ราวกับโดยเข็มทิ่มแทงหัวใจของผมอย่างหาที่สุดมิได้ มันเจ็บจนเกินที่ผมจะทนไหว  ผมตัดสินใจโทรไปหาลินอีกครั้ง  ผมคิดว่าถ้าโทรไปแล้วอะไรๆอาจจะดีขึ้นก็เป็นได้
เมื่อโทรไปหาลิน ผมกับลินคุยกันดังนี้
ผม : ฮัลโหลขอสายญลินดา หน่อยฮะ
ลิน : ลินพูดอยู่นั่นใครเหรอคะ?
ผม:  ภูริ
ลิน : ภู มีอะไรเหรอโทรมาหาลินอ่ะ?
ผม : ผมจะโทรมาหาไม่ได้หรือไง ?
ลิน  : ภู ได้อ่านจดหมายนั่นไหม?
ผม : อ่านแล้ว  ก็ดีนะ
ลิน : แล้วภูยังจะตามหาลินอีกทำไมกัน  ลินบอกแล้วใช่มั้ย ว่าอย่าติดต่อลินอีก ภูไม่เข้าใจลินหรือไงกัน  ลินไม่อยากใช้ไม้แข็งกับภูนะ อย่ายุ่งกับลินอีกเลย  
ผม : ผมอ่านแล้ว ผมไม่ได้ตามหาคุณเลยนะลิน ผมจะบอกให้นะ ผมไม่ได้อยากติดต่อไรลินหรอก  ผมแค่จะโทรมาบอกคุณว่า ถ้าคุณคิดว่ามันเป็นวิธีที่ดีที่สุดเรื่องงานหมั้นก็ตามใจ แต่ผมมีวิธีที่ดีกว่านี้อีกนะ
ลิน : จริงเหรอภู แต่เราติดหนี้เขาไว้มากนะ
ผม :ติดไว้เท่าไหร่กัน ล้าน สองล้าน หรือมากกว่า ผมทำได้นะ ถ้ามันจะทำให้ลินมีอิสระ
ลิน : ภู ลินติดหนี้เขาไว้แปดแสน  ภูจะจ่ายให้ลินเหรอ?
ผม : อืม ผมจะจ่ายให้ลิน จะได้เลิกติดพันไอ้หมอนั่นเสียที
ลิน : ภู  งานมันก็จะเริ่มอยู่แล้วนะ  ลินไม่อยากถอนอะไรตอนนี้แล้ว
ผม : แปลว่าลินรักคุณนันท์ แต่ลินเอาเหตุผลบ้าๆมาอ้างผมใช่ไหม?
ลิน : ไม่ใช่อย่างนั้นนะภู  จะหมั้นใน สามวันข้างหน้านี้แล้ว มันจะไปทันอะไร แล้วอีกนะ มันเงินของภูไม่ใช่เงินของลิน ถ้าภูจ่ายก็เท่ากับว่าลินเป็นหนี้คุณอีก  มันแทบจะมีค่าเท่ากันเลยนะ
ผม : ไม่สิลิน อย่าคิดอย่างนั้น  ผมเคยบอกคุณไหม ว่าผมจะทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เสียคุณไป คุณลืมแล้วเหรอ ว่าผมเคยเข้า ICU เพราะคุณมาแล้วนะ อย่างนี้เหรอที่คุณจะทิ้งผมได้ลง
ลิน : ภู แล้วภูจะทำยังไงล่ะ?
ผม : ผมก็จะเอาเงินไปให้เขาแล้วบอกว่าพวกคุณใช้หนี้ แล้วให้ถอนหมั้น หรือว่าเรื่องหมั้นไรเนี่ยกับลินซะ
ลิน : แล้วเขาจะยอมเหรอภู
ผม : ขึ้นชื่อว่าเจ้าหนี้ เมื่อมีเงินมาวางตรงหน้า คุณก็จะหมดความหมายแล้ว
ลิน : แล้วภูจะเอาไปให้วันไหน 
ผม : วันหมั้นเลยดีกว่านะลิน ผมว่าฉีกหน้าคนอื่นเขาดี
ลิน : มันไม่ใช่บาทสองบาทนะภู มันเป็นแสนนะ ภูจะไปหามาจากไหน แล้วจะหาทันเหรอ
ผม : ขอแค่ลินมั่นใจในตัวผม แค่นั้นผมก็ดีใจแล้ว เรื่องเงินไม่ใช่เรื่องยากแล้วล่ะลิน
ลิน : ขอบคุณมากนะ ภู ลินรักภูเกินกว่าที่ลินจะเลิกรักได้ บายก่อนนะ
ผม : อืม
เมื่อผมวางสายจากลิน ผมรู้สึกว่าผมต้องทำได้  ผมเริ่มนับเงินของตัวเอง มีอยู่ไม่ถึงหมื่นเลย  แต่ผมก็ไม่ได้ย่อท้ออะไร ผมไปตามกู้ยืมบ้าง ขอพ่อแม่บ้างโดยบอกว่าเอาไปจ่ายค่าลงทะเบียน  ผมเหลือเวลาอีกสามวันกับอีก หกแสน  จะหาจากไหนได้ผมก็ยังไม่ทราบเลย  คืนนั้นผมทำงานในผับทั้งคืน จนรุ่งเช้า  ผมเริ่มไปตามสินเชื่อ ธนาคารต่างๆอีก  ผมไม่เหลือเวลาอีกต่อไปแล้ว  อีกไม่ถึง 12 ชั่วโมง ลินก็จะเข้าพิธีแล้ว  จะหาจากไหนกัน
ผมก็เลยไปขอญาติผมที่ต่างจังหวัดจนได้มาอีก สามแสน ซึ่งผมเองก็ยังมีเงินในธนาคารต่างๆของผมอีก  ผมนับจนครบทั้งแปดแสนนั้น  ผมดีใจซะเหลือเกิน
						ภาคต่อไปกำลังแต่งอยู่ และอยู่ในขั้นตอนการเรียบเรียงค่า				
comments powered by Disqus
  • แยมเอง

    18 มีนาคม 2547 13:18 น. - comment id 71877

    น่าติดตามแฮะ
  • แยมเอง

    18 มีนาคม 2547 13:18 น. - comment id 71878

    น่าติดตามแฮะ
  • คนเจียมตัว

    18 มีนาคม 2547 19:57 น. - comment id 71887

    สุดยอด!!!
  • สิดามัน

    19 มีนาคม 2547 12:39 น. - comment id 71902

    ผมว่าบทนำธรรมดา แต่พอมาถึงช่วงหลัง ดีมากครับ ผมจะรออ่านนะครับ   ทักทายเหมือนกันครับ
  • ลาเวนเดอร์

    19 มีนาคม 2547 17:47 น. - comment id 71927

    หากว่าคุณต้องการกำลังใจในการแต่งอยู่ละก็ เราขออาสาเป็นกำลังใจให้เองน่ะ
    .....และจะคอยติดตามตอนต่อไปด้วย...
  • กัลปพฤกษ์

    20 มีนาคม 2547 11:20 น. - comment id 71951

    เรื่อง..เธอเปลี่ยนไป..
    เอาใจช่วยพระเอกสุด ๆ นะครับ
    
  • คนอ่านคนหนึ่งครับ

    23 มีนาคม 2547 00:22 น. - comment id 72036

    อืมดี
  • ฟ้า

    14 ธันวาคม 2551 17:59 น. - comment id 102891

    1.gif1.gif

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน