เหรียญในมือ

แทนคุณแทนไท

เคยได้ยินเรื่องอยู่เรื่องหนึ่ง... มีผู้ใหญ่เขาเล่นกับเด็ก 
ผู้ใหญ่กำเหรียญอยู่ในมือ แล้วถามเด็กว่าอยากรู้ไหม ในมือของ ท่านมีอะไร 
ถ้าอยากรู้ให้เขกพื้น 5 ที เด็กก็เขก แต่ผู้ใหญ่ก็ยังไม่ยอมบอก 
แล้วก็ถามอีกว่าอยากรู้จริงๆ ไหม ถ้าอยากรู้จริงๆ ให้เขกพื้นอีก 10 ที 
เด็กก็เขกอีกด้วยความอยากรู้ คราวนี้ผู้ใหญ่แบมือให้ดู 
เด็กก็ได้พบว่าเป็นแค่เหรียญธรรมดาเหรียญหนึ่งเท่า นั้น ต่อมาผู้ใหญ่กำมืออีก 
แล้วถามอีกเหมือนเดิมว่าอยากรู้ไหมว่ามือท่านมีอะไร คราวนี้เด็กไม่สนใจ 
ไม่อยากรู้แล้ว จริงๆ ก็ 
คือเมื่อเด็กได้รู้แล้วว่าในมือผู้ใหญ่เป็นแค่เหรียญธรรมดาเท่านั้น 
ไม่มีอะไรพิเศษเลย เขาก็เลยไม่สนใจอีก... 
นี่แหละ คนเราก็เป็นแบบนี้ ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มา 
ไขว่คว้าเพื่อให้ได้รับรู้ เมื่อเราได้รู้แล้วว่ามันคืออะไร มันเป็น ยังไง 
เราก็ไม่สนใจมันอีก ถามว่าเหรียญในมือเปลี่ยนไปไหม 
ค่ามันน้อยลงไหม เปล่าเลย 
ค่าของมันเท่าเดิม ยังคงเป็น เหรียญๆเดิม ทั้งก่อนและหลังที่เราเห็น 
แต่ความรู้สึกของเราต่างหากล่ะที่เปลี่ยนไป 
ก็เป็นเพราะความรู้สึกที่เอื้อมไม่ถึงไปไม่ถึงนั่นแหละที่ทำให้เราเห็นคุณค่าของ 
สิ่งที่อยู่ไกล ต่อเมื่อได้สิ่งนั้นมาแล้ว ได้รู้จักแล้ว 
เราก็ไม่บางคนที่เราแอบประทับใจ หรือแอบปลื้มมานาน 
พอได้รู้จักพูดคุยกันแค่ไม่กี่คำก็รู้แล้วว่าคนนี้ไม่ใช่ คิดอะไรไม่ เหมือนกัน 
มองกันคนละด้าน...บรรดาคนของสังคม 
เป็นขวัญใจของคนมากมาย เพราะดูดี มีอารมณ์ขัน 
ทำให้ใครต่อใครพา กันปลื้มจนออกนอกหน้า 
แต่หากได้มานั่งจับเข่าคุยกันแล้ว 
ถ้าเขาไม่ได้มีความคิดหรือความเป็นตัวของตัวเองที่โดดเด่น เขาก็ 
แค่คนธรรมดาคนหนึ่ง ความคิดก็เหมือนคนอื่นๆ 
ความรู้สึกประทับใจในตอนแรกก็กลายเป็นเฉยๆไป... ในทางกลับกัน บางครั้ง 
กับคนที่เหมือนไม่มีอะไรน่าสนใจ หน้าตาธรรมดา มีชีวิตอย่างเรียบง่าย 
แต่แค่ได้คุยกันครั้งเดียว กลับรู้สึกดี รู้สึกว่า คนนี้มีอะไรไม่ธรรมดา 
เริ่มรู้สึกว่าน่าสนใจ และอยากเจอเขาอีกเรื่อยๆ 
ความดีในตัวต่างหากที่สำคัญ 
เมื่อได้เรียนรู้กันและกันแล้ว ความน่ารัก ความมีน้ำใจ 
ความเสียสละต่างหากที่จะทำ ให้ไม่รู้จักเบื่อ 
สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่ทำให้อีกฝ่ายอยากค้นหา ติดตาม เห็นคุณค่า 
และไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือไป ไม่ใช่เพียง รูปลักษณ์ภายนอก 
ที่เมื่อได้มาแล้วก็เท่านั้น เหมือนเดิม ไม่มีอะไรแปลกใหม่ 
ไม่มีอะไรให้น่าที่จะรัก น่าที่จะค้นหาอีก 
ในความเป็นจริงแล้ว
คนเราอาจจะได้เจอสิ่งที่อยู่ในมือที่แตกต่างกันออกไป 
บางครั้งเราอาจได้พบเพชรแท้ และ เรียนรู้ค่าซึ่งไม่มีวันสิ้นสุดของมัน 
หรืออาจได้เจอเหรียญสลึงที่ไม่มีคุณค่ามากมายให้ค้นหา 
หรือเจอเพียงมือที่กำความว่าง เปล่าไว้ภายใน... 
แต่ในบางครั้งเราอาจจะพลาด 
ไม่รู้จักแม้คุณค่าของเพชรที่เราได้เห็น 
หรือเห็นว่าเหรียญสลึงในมือนั้นมีคุณ 
ค่าเกินกว่าที่มันเป็น ในชีวิตหนึ่งของคนเราสามารถปิ๊งคนได้หลายคน 
ประทับใจใครได้หลายหน แต่จะมีสักกี่คนที่ใช่ ที่ตรงกับเรา ไม่ 
มีใครสามารถบอกได้ว่าในชีวิตจะได้พบกับคนที่ "ใช่เลย" ไหม
บางครั้งเราอาจกำลังแอบปลื้มคนๆหนึ่งที่เราเพิ่งได้รู้จัก 
อยากคุยอยากเจอหน้าตลอดเวลา แต่พอเจอปัญหา มีเรื่องอยากเล่า 
เรากลับรู้สึกว่าเขาไม่ใช่คนที่เราต้องการ เรากลับเลือกที่จะ 
คุยกับคนอีกคนที่เราสนิทมานาน 
เพราะความรู้สึกมันบอกเองว่าคนๆนี้แหละ
ถึงจะเป็นคนที่เราสามารถคุยได้ทุกเรื่อง 
เข้าใจ เรา เขา...ก็ยังคงเป็นเขาอย่างที่แล้วๆมา ไม่มีอะไรหวือหวา 
ทุกอย่างเป็นของมันอย่างนี้มานานจนกลายเป็นเรื่องธรรมดา จน 
ไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่เราต้องการจริงๆ 
แปลกคนที่ใกล้ชิดกับเราที่สุดมักถูกมองข้ามไปเสมอ
ยิ้มซิก่อนอ่านต่อ
เคยได้ยินไหมที่ผู้ใหญ่มักจะบอกว่าถ้าจะรักใคร 
คิดจะแต่งงานกับใคร ถ้าเป็นผู้ชายให้นึกถึงตอนที่ผู้หญิงคนนั้นหน้า 
มันอยู่ในครัว นั่งเลี้ยงลูก ไม่ได้แต่งหน้า ไม่น่ามอง ถ้าเป็นผู้หญิง 
ให้นึกถึงตอนที่ผู้ชายคนนั้นหัวล้าน อ้วนพุงพลุ้ย นุ่ง กางเกงขาสั้นอยู่กับบ้าน 
ไม่หล่อไม่เท่อีกต่อไป เรารับได้ไหม 
เรายังจะรักเขาอยู่ไหมเพราะเมื่อถึงตอนนั้น 
ความสวยงาม ภายนอกจะค่อยๆ หมดไป 
ความรู้สึกเป็นพิเศษกับคนๆ นี้จะถูกความเคยชินเข้ามาแทนที่ 
แต่เราจะยังรักเขาอยู่ได้ก็ด้วยความดี 
ในตัวเขา ความเข้าใจ ความเอื้ออาทรต่อกัน 
มีคนเคยกล่าวไว้อีกว่าถ้าจะรักใครสักคน
ให้พยายามใช้สมองในอัตราที่ใกล้ๆ 
กับการใช้หัวใจ อย่ารักจนหลง อย่าให้ ความรักทำให้เราตาบอด 
ให้มองด้วยสายตาคนภายนอกซึ่งเป็นคนที่ปรารถนาดีต่อเรา 
ว่าเขามีความเห็นอย่างไร 
การปรึกษาผู้ ที่อาบน้ำร้อนมาก่อนยังคงได้ผลดีอยู่เสมอ 
อย่าหลงคนที่ตอนจีบตอนเพิ่งคบกันเขามาคอยเอาใจ 
เพราะไม่มีใครทำอะไรโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนถ้าเราไม่รัก ไม่สนใจเขา 
ไม่เคยดีกับเขาเลย วันนี้เขาอาจยังอยู่กับเราและดีกับเรา 
แต่ถ้าวันหนึ่งเขาเจอคนที่ดีกับเขามากๆ อย่างที่เขาดีกับ เราในวันนี้ 
เขาจะยังทนเราอยู่ไหม... อย่าหลงคนที่วันนี้เขาอดทนกับเราเหลือเกิน 
เพราะความอดทนทุกคนมีขีดจำกัด
อย่าหลงคนที่ดีผิดปกติและทำกับเราอย่างคนพิเศษจนน่าใจหาย 
เพราะไม่มีใครทำอย่างนี้ในเราได้ตลอดเวลาไปตลอดชีวิตแต่ 
ให้เห็นค่าของคนที่ทำให้เรารู้สึกได้ว่าเขาพยายามและอยากจะทำอะไรให้เรา 
อย่างน้อยก็เกือบๆ เท่ากับที่เขาอยากทำให้ตัวเขา เอง
เพราะคนที่ให้เราได้ขนาดนี้หรือมากกว่านี้ก็คงมีแต่พ่อกับแม่เท่านั้น 
ถ้าได้เจอคนแบบนี้ อย่าปล่อยให้ผ่านไป และรู้ไว้
ด้วยว่าเราคือคนที่โชคดีที่สุดแล้ว 
ในบางครั้งเมื่อเรารอความรักเรากลับหามันไม่พบ 
แต่เมื่อเราไม่ต้องการมันกลับประดังเข้ามาจนตั้งตัวไม่ติด ดังคำที่ว่า 
Love is something, That can't be predicted, 
It comes as a surprise, when you least expect it. 
ไม่มีใครรู้หรอกว่าความรักที่แท้จริงจะมาถึงเมื่อไหร่ เราจะได้เจอคนๆ 
นั้นเมื่อไหร่ หรือคนๆ นี้ที่เจอจะใช่คนที่เรารอ ไหม 
บางคนอาจได้เจอคนๆนั้นตั้งแต่ยังเด็กเป็นเพื่อนเล่นกันมา 
ในขณะที่บางคนกลับใช้เวลารอคอยครึ่งค่อนชีวิตกว่าจะได้ เจอ 
บางคนคิดว่าใช่แน่นอนแล้ว แต่สุดท้ายกลับต้องแยกจากกัน 
บางคนรู้จักกันมานานไม่ได้คิดอะไรกลับได้ลงเอยกันในที่สุด
ความรักไม่ใช่เรื่องของการชั่งน้ำหนักว่าใครดีกว่าใคร 
แต่เป็นเรื่องของใครเหมาะสำหรับเรามากกว่า ความรักขึ้นอยู่กับ โอกาส เวลา 
สถานการณ์ ถ้าคนที่เหมาะสมก้าวเข้ามาในชีวิตเราในเวลาที่เหมาะสม เราพร้อม 
เขาพร้อม นั่นก็เป็นโชคของเรา เป็นสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นในชีวิต 
แต่ไม่ว่าจะอย่างไร คนๆนั้นจะต้องยอมเสียสละ ยอมปรับตัวให้เข้ากับเรา 
ทำเพื่อเรา ในขณะ เดียวกัน เราจะต้องเห็นค่าของเขามากพอที่เราจะเสียสละ 
และปรับตัวเพื่อเขาเช่นกัน 
คู่ของใครก็สำหรับคนนั้น ถ้าคนๆนี้ของเราเขาทำเพื่อเราทุกอย่าง 
ถึงเราจะไม่สวย ไม่หล่อ ไม่โดดเด่นกว่าใครๆ เขาก็ยังคงมองเราเพียงคนเดียว 
ปฏิบัติต่อเราอย่างเสมอต้นเสมอปลาย 
และทำให้เรารู้สึกว่าเรามีค่าสำหรับเขาซะเหลือเกิน.... 
ถึงตอนนั้นคนรอบข้างเราจะดี จะน่ารัก จะเป็นยังไงไม่สำคัญแล้ว 
ไม่ต้องพิจารณาแล้ว... เพราะถ้าเราได้เจอคนที่เหมาะสม ที่ เข้ากับเราได้ 
คนที่เราแน่ใจว่าเขามีค่าสำหรับเราจริงๆ 
เราก็ไม่จำเป็นต้องมองใครอีกแล้วในโลกนี้... 
ถ้าหากไม่เจอคนๆนั้น หรือไม่เจอคนที่เห็นค่าของเรา
ก็ไม่มีอะไรต้องเสียใจ เพราะเรามีค่า 
และเราควรจะ รู้ว่าค่าของตัวเองมีมากเพียงใด..."เพชร" 
ไม่ว่าจะมีคนพบหรือไม่ก็ยังเป็นเพชร ธาตุแท้ของเพชรไม่เคยเปลี่ยน "เรา" 
ไม่ว่าจะ ได้เจอคนๆ นั้นหรือไม่ เราควรจะรู้ค่าของตนเอง เห็นค่าของตนเอง 
และรู้ด้วยว่าคุณค่าของเราไม่เคยเปลี่ยนไปเช่นกัน เหมือนเหรียญในมือ 
ไม่ว่าเราจะอยากดูหรือไม่ ผู้ใหญ่จะแบมือให้ดูหรือไม่ 
เหรียญก็ยังคงเป็นเหรียญๆ เดิม 
และค่าของมันก็ ไม่เคยเปลี่ยนไปจากเดิมเลย รู้สึกเป็นพิเศษอีก
ปลหัวใจผมผมว่าผมรู้นะอยู่ที่ใคร แหละรอรักที่หมายใจได้นิรันดร				
				
				
				
				
				
				
				
				
				
				
				
				
				
				
				
				
				
				
				
				
				
comments powered by Disqus
  • tiki

    8 กันยายน 2547 11:56 น. - comment id 76804

    งานดี ภาพสวยประทับใจมากค่ะ
  • ผู้หญิงสีม่วงจ้า ..

    8 กันยายน 2547 12:00 น. - comment id 76806

    ^_____^
    
    มายิ้ม ก่อนอ่านได้เปล่า ..
    แบบ .. ไว้ว่าง ๆ ค่อยอ่านนะจ๊ะ .. อิอิ
    
    ....................
  • ลอยไปในสายลม

    8 กันยายน 2547 12:05 น. - comment id 76807

    ภาพสวยค่ะ อิ อิ เนื้อหาดีค่ะ ชอบค่ะ เดี๋ยวจะส่งไปให้เพื่อนอ่านนะคะ ขออนุญาตนะคะ อิ อิ
    
    การที่เรารักใครสักคน มันเป็นเรื่องยากที่เราจะรู้ใจตัวเองได้ กว่าเราจะรู้ก็เกือบสายไป หรือบางครั้งมันก็สายเสียแล้ว มีคนบอกว่า ผู้หญิงมักรู้ตัวก่อนผู้ชายเสมอ สงสัยอยู่นิดนึงว่า ทำไมผู้หญิงถึงไม่กล้าที่จะบอกรักผู้ชายคนนั้นก่อน ทำไม......
  • นางสาวใบไม้

    8 กันยายน 2547 12:45 น. - comment id 76810

    
    ค่ะ...บางทีเมื่อคนที่ใช่สำหรับเรา
    แต่ก็ไม่รู้ว่าเราใช่สำหรับเค้ารึป่าว
    ความรักมันก็พูดยาก...นะ
    เมื่อต่างคนก็ต่างมุมมอง
    แต่ถ้าเลือกที่จะรักก็จะทำให้ดีที่สุด
    เพื่อจะรักษาสิ่งที่มีอยู่..ให้คงอยู่ตลอดไป
    ........ทำได้แค่นี้เอง......
    
    
  • พี่พุด

    8 กันยายน 2547 13:24 น. - comment id 76816

    พี่พุดค่ะ
    เห็นภาพแล้วงามสุดรำพันค่ะ
    รักมากขอยืมบ้างนะคะ
    ชอบทุ่งนาและควาย
    กับภาพคนกางร่มฝนตก
    จนหม่นมัวสลัวราวภาพวาดค่ะ
    พี่พุด..ต้องค่อยๆอ่านอย่างละเมียดละมุนค่ะ
    แล้วค่อยว่ากันอีกทีค่ะ
    และเมื่อคืนพี่พุดเพิ่งอ่าน*
    ดิฉัน*
    และพบว่ามีคู่รักคู่หนึ่ง
    จากกันไป35ปีค่ะ
    และได้กลับมาแต่งงานกัน
    เป็นคนไทยนะคะทั้งคู่
    จนหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น
    ในอเมริกาลงข่าวให้ด้วยความชื่นชม
    ทั้งคู่
    มีร้านอาหารไทยค่ะ
    ติดอันดับ1ในสิบของเมืองด้วยนะ
    น่ารักดี
    แต่คุณแสนย์คนดี
    ที่น่ารักสิคะที่เพิ่งมารจนา
    งานในร่มรักเรือนไทยเรือนทอง
    ได้กล่าวไว้ในงานพี่พุดเกี่ยวกับความรักไว้ดังนี้
    หลังจากไปอ่านงานพี่พุดแล้วนะคะ
    **********
    http://www.thaipoem.com/web/poemdata/poemdata_53379.php
    
    ผมเข้ามาอ่านตามที่คุณพุดโพสต์ฝากไว้
    
    งดงามมากครับ
    ..ผมว่า คู่ใจหายากแล้ว
    ...คู่บุญ...คู่ใจพร้อมคู่ธรรมนั้น หายากยิ่งกว่า
    
    หากสองกรจูงกับไปบนทางใจและทางธรรม
    คงเป็นรักที่งามขำเหลือพรรณนา  
    จาก : รหัสสมาชิก : 9625 - แสนย์  
    รหัส - วัน เวลา : 307951 - 08 ก.ย. 47 - 10:56  
    
    
    
    แต่มีบางประโยคสะดุดใจพี่พุดค่ะ
    เช่น*
    บางคนอาจได้เจอคนๆนั้นตั้งแต่ยังเด็กเป็นเพื่อนเล่นกันมา 
    ในขณะที่บางคนกลับใช้เวลารอคอยครึ่งค่อนชีวิตกว่าจะได้ เจอ 
    บางคนคิดว่าใช่แน่นอนแล้ว แต่สุดท้ายกลับต้องแยกจากกัน 
    บางคนรู้จักกันมานานไม่ได้คิดอะไรกลับได้ลงเอยกันในที่สุด*
    *
    ด้วยคิดถึงและชื่นชมค่ะ
  • keekie

    8 กันยายน 2547 14:21 น. - comment id 76818

    การรักใครไม่ใช่เรื่องง่ายเลย....
    แล้วกี้ว่ามันก้อคงไม่ใช่เรื่องยาก...
    มันเป็นเรื่องของ...ความรู้สึก..ความเข้าใจ..แล้วก้ออะไรอีกหลายๆๆ อย่าง 
    
    ขอบคุณค่ะ..ที่ทำให้ได้รู้จักความรักในอีกมุม...
    
    
  • ----------------

    8 กันยายน 2547 14:34 น. - comment id 76819

    ค่ะ  ยังคงรอคอยอยู่เช่นกัน 
    หวังว่าซักวันหนึ่งคงจะเจอใครคนนั้น 
          
    
  • พี่พุด

    8 กันยายน 2547 16:20 น. - comment id 76822

    มาอ่านเอาจริงอีกรอบค่ะ
    และชอบตรงนี้จังเลยค่ะ
    ********
    ถ้าหากไม่เจอคนๆนั้น หรือไม่เจอคนที่เห็นค่าของเรา
    ก็ไม่มีอะไรต้องเสียใจ เพราะเรามีค่า 
    และเราควรจะ รู้ว่าค่าของตัวเองมีมากเพียงใด...\"เพชร\" 
    ไม่ว่าจะมีคนพบหรือไม่ก็ยังเป็นเพชร ธาตุแท้ของเพชรไม่เคยเปลี่ยน \"เรา\" 
    ไม่ว่าจะ ได้เจอคนๆ นั้นหรือไม่ เราควรจะรู้ค่าของตนเอง เห็นค่าของตนเอง 
    และรู้ด้วยว่าคุณค่าของเราไม่เคยเปลี่ยนไปเช่นกัน เหมือนเหรียญในมือ 
    ไม่ว่าเราจะอยากดูหรือไม่ ผู้ใหญ่จะแบมือให้ดูหรือไม่ 
    เหรียญก็ยังคงเป็นเหรียญๆ เดิม 
    และค่าของมันก็ ไม่เคยเปลี่ยนไปจากเดิมเลย รู้สึกเป็นพิเศษอีก
    
    ปลหัวใจผมผมว่าผมรู้นะอยู่ที่ใคร แหละรอรักที่หมายใจได้นิรันดร
     
      
    
  • กัลลดาค่ะ.....

    8 กันยายน 2547 17:20 น. - comment id 76824

    อ่านแล้วซึ้งจังค่ะแทน...
  • rain..

    8 กันยายน 2547 20:56 น. - comment id 76826

    ..เรน ..อ่าน ..ตั้งสองรอบ..นะคะ..
       
           แบบ ถ้าเป็นเรน ..
        รัก แล้ว ..ต้องใช่ ดิคะ..
          เรนว่า ..ไม่มีใคร .
     .ทำลาย ..ความรักได้..  ด้วยดิ..
      
         ..ก็ ..รัก ..เนี่ยน๊า..
    
         ภาพ..สวยมากเลยคะ.
       เรน .. ขออนุญาต ..เก็บ..  นะคะ...
    
  • ผู้หญิงในเงาน้ำ

    20 กันยายน 2547 21:17 น. - comment id 77289

    ความหมายดีมากๆๆๆๆๆๆๆ เลยค่ะ
    เห็นด้วยอย่างมาก
    
    เป็นกำลังใจให้นะคะ
  • คนไร้ค่า(chuti_555@thaimail.com)

    14 ตุลาคม 2547 17:13 น. - comment id 78066

    ฉันเชื่อค่ะ  ว่าเพชรยังไงมันก็คือเพชร  และฉันก็รู้เหมือนที่คุณรู้ว่าหัวใจฉันอยู่ที่ใคร  และมันจะยังคงอยู่เช่นนั้นตลอดไปไม่มีวันเปลี่ยนแปลง  ถึงแม้ว่าเขาคนนั้นจะเปลี่ยนไปแล้วก็ตาม
  • คนอ่านคนหนึ่ง

    18 เมษายน 2548 12:15 น. - comment id 84216

    เรื่องดีดีๆเขียนอีกนะครับ จะติดตาม
    
  • คนอ่านคนหนึ่ง

    18 เมษายน 2548 12:16 น. - comment id 84217

    เรื่องดีดีๆเขียนอีกนะครับ จะติดตาม
    
  • แทนคุณแทนไท

    8 ธันวาคม 2554 22:00 น. - comment id 127706

    นั่นใครกัน
    
    เราร้องถามเธออยู่พักใหญ่ เสียงเรายังก้องอยู่ในก้อนเนื้อที่เต้นตื่น ตึกตัก ตึกตัก เหมือนกลองที่เร่งจังหวะ ก่อนจะจบพิธีการอะไรสักอย่าง
    
    แสงไฟวาบเข้าตา ทำเอาเราตื่นจากถวัง และหันมาใส่ใจกับความอึกทึกรอบข้างอีกครั้ง
    
    เราจำได้ เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา เรายังนอนหลับและต้องรีบตื่นด้วยใจจำยอมเพราะเสียงเครื่องเตือนเวลาให้ตื่น
    
    ขณะที่หลายคนยังหลับใหล เราหยิบจับความภาคภูมิใจและวันที่รอคอยมาสวมทับชุดนักศึกษา บ่าเราเริ่มหนัก แต่เราไม่ได้ยี่หระกลับยิ้มให้ตัวเองเล็กๆ มือขยี้ผมสองสามครั้งให้ไม่รุงรังเกินไป ก่อนก้าวออกจากห้องสี่เหลี่ยม
    
    พิธีการหลายอย่างผ่านไป มีทั้งร่วมรับรู้และร่วมในเหตุการณ์แต่ไม่รับรู้เพราะนั่งสงบหลับไปนานจนใครบางคนสกิดว่าจบพิธีการแล้ว
  • แทนคุณแทนไท

    12 พฤษภาคม 2555 23:14 น. - comment id 129267

    ประเด็นแรก โด่งบอกว่า ตั๊กรู้ไหมว่า กระบวนการพิจารณาของศาลไทย เป็นระบบกล่าวหา ที่จำเลยต้องพิสูจน์เองว่า "ไม่ได้ทำ" ไม่ใช่อัยการต้องพิสูจน์ ว่า "จำเลยทำ" ดังนั้น บางเรื่องที่ยังมีข้อสงสัย หากอากงพิสูจน์ไม่ได้ว่าไม่ได้ทำ ศาลก็อาจใช้ดุลย์พินิจ ตัดสินให้ติดคุกได้ ขอบอกว่าโด่งไม่มีความรู้แล้ว พูดไปเรื่อย (ตามความเข้าใจผิดๆ ของตน) มิน่าละ โด่งเลยโดนเค้าจูงจมูกอยู่แบบนี้ ระบบของเราเป็นระบบกล่าวหาก็จริง แต่อัยการมีหน้าที่พิสูจน์ว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดจริงตามที่ฟ้องต่อศาลโดยนำพยานหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดของจำเลยมาแสดงต่อศาลเพื่อให้ศาลเชื่อว่าจำเลยกระทำความผิดจริง ส่วนจำเลยก็มีหน้าที่ต้องต่อสู้คดีเพื่อหักล้างพยานหลักฐานที่อัยการนำเสนอต่อศาลว่าตนไม่ได้กระทำความผิดตามที่อัยการฟ้อง
    
    ส่วนศาลมีหน้าที่ ชั่งน้ำหนัก ของพนักงานหลักฐานที่ทั้ง 2 ฝ่าย (อัยการและจำเลย) นำเสนอต่อศาล เพื่อตัดสินคดี
    
    ตามมาตรา 227 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อาญา) ศาลต้องใช้ดุลพินิจวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานทั้งปวง อย่าพิพากษาลงโทษจนกว่าจะแน่ใจว่ามีการกระทำผิดจริงและจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดนั้น นอกจากนี้ เมื่อมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยได้กระทำผิดหรือไม่ ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลย
    
    ดังนั้น หากศาลมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยได้กระทำผิดหรือไม่ ศาลก็ต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย โดย ต้อง ยกฟ้องและปล่อยจำเลยไป ไม่ใช่ต้องลงโทษจำเลยตามที่โด่งพูด
    
    ประเด็นที่สอง โด่งบอกว่า ตั๊กรู้ไหมว่า หากศาลยังไม่ตัดสินถึงที่สุด ตามกฏหมายยังถือว่า อากงปริสุทธิ์ และ อากงติดคุกอยู่ในฐานะคนบริสุทธิ์ จนตาย ( ยังมีคนที่ติดอยู่ในคุกในสภาพนี้อีกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะคนไม่มีวาสนา ) ขอบอกว่าโด่งเข้าใจผิดในข้อกฎหมายเรื่องนี้ ไม่มีกฎหมายใดระบุว่า หากศาลยังไม่ตัดสินถึงที่สุด ถือว่าจำเลยบริสุทธิ์
    
    มาตรา 39 ของรัฐธรรมนูญ (ปัจจุบัน) กำหนดเพียงว่า ในคดีอาญา ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด (ข้อกฎหมายข้อนี้กำหนดขึ้นเพื่อให้หน้าที่นำสืบพิสูจน์ความผิดตกแก่ผู้กล่าวหา ดังนั้น ผู้กล่าวหา (อัยการ) มีหน้าที่ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าจำเลยกระทำผิดตามที่ฟ้องต่อศาล)
    
    และก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระทำความผิด จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดมิได้
    
    ส่วนมาตรา 185 ของ ป.วิ.อาญา กำหนดว่า เมื่อศาลเห็นว่าจำเลยได้กระทำผิด และไม่มีการยกเว้นโทษตามกฎหมาย ให้ศาลลงโทษแก่จำเลยตามความผิด แต่เมื่อเห็นสมควรศาลจะปล่อยจำเลยชั่วคราวระหว่างคดียังไม่ถึงที่สุดก็ได้
    
    กรณีที่ศาลชั้นต้นตัดสินลงโทษจำคุกแล้ว แม้คดียังไม่ถึงที่สุดเนื่องจากจำเลยอาจจะอุทธรณ์คดี แต่ศาลก็ต้องขังจำเลยไว้ เว้นแต่จำเลยจะยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ และศาลเห็นสมควรอนุญาต ทั้งนี้ ในการพิจารณาปล่อยชั่วคราว ศาลจะต้องพิจารณาหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในมาตรา 108 (และอีกหลายมาตรา) ของ ป.วิ.อาญา เช่น ความหนักเบาแห่งข้อหา จำเลยจะหลบหนีหรือไม่ ฯลฯ
    
    ดังนั้น แม้คำพิพากษาของศาลชั้นต้นจะยังไม่ถึงที่สุด ศาลก็มีอำนาจขังจำเลยไว้ได้ เนื่องจากเป็นความจำเป็น เพราะหากจำเลยไม่อุทธรณ์และหลบหนีไป ก็ไม่มีตัวจำเลยให้นำมาจำคุกตามคำพิพากษา
    
    โด่งครับ กฎหมายมีเหตุและผล กรุณาศึกษากฎหมายและทำความเข้าใจให้ดี ก่อนวิจารณ์ เพราะการวิจารณ์โดยไม่มีความรู้ จะถูกมองว่าเป็นคน โง่ ครับ
    
    หากไม่มีความรู้ ก็ควรศึกษาก่อน แต่หากโด่งปิดหูปิดตาตัวเองแล้ววิจารณ์แบบผิดๆ ถือว่าโด่งต่างหากละที่มี อคติ ไม่ใช่ตั๊ก
    
    หวังว่าโด่งคงได้อ่าน comment นี้นะ
    
    ทนายธี
    
    Manager ขึ้นให้ด้วยนะ

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน