เรื่องเล่าแอฟริกากลาง : เรื่อยเปื่อย

..สายลมทะเล..

แฟนผมเป็นคนช่างเอาใจครับ (เอาใจตัวเองเป็นหลัก เอาใจคนรักเป็นรอง)  ไปกินข้าวดูหนังทีไร ได้ต่อยกันทุกครั้ง.. ผมถามจะดูเรื่องอะไร จะกินอะไร..เธอก็บอกตามใจผม  บอกให้เลือกมาสักอย่าง..ก็พูดได้แค่ ตามใจพี่ๆ  ผมจะตามใจเธอมั่ง เธอก็ไม่ยอม.. ยังไงๆ ก็ต้องตามใจผม  และถ้าผมขัดใจไม่ยอมทำตามเธอบอก  เป็นได้งอแงปราดเข้าประชิดจับผมทุ่มลงไปนอนอิปป้งทันที.. คบลูกสาวนักยูโดก็งี้แหล่ะครับ ใช้กำลังและเอาแต่ใจเป็นที่สุด
เมื่อวานเธอโทรมาบอกว่า เธอตัดใจไม่เอาดีทางยูโดแล้ว  ผมค่อยใจชื้นและเห็นด้วยกับการตัดสินใจแยกทางเดินกับพ่อเธอ ..แต่พอเธอพูดต่อ ว่าเธอเริ่มสนใจซูโม่หญิงชิงแชมป์เอเชีย..นอกจากผมจะใจหาย ยังพอนึกภาพออกเลาๆ ว่าป่านนี้เธอคงเจริญวันเจริญคืนเหมือนดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่มาแรงแซงขาดตั้งแต่โค้งแรก
ผมยังเจ็บใจไม่สร่างเมื่อนึกถึงตอนเพื่อนทักวันมาส่งขึ้นเครื่องเมื่อหกเดือนก่อน
ใจแข็งจังว่ะ แฟนท้อง..ยังตัดใจบินไปแอฟริกาได้..นี่กว่าเอ็งจะกลับมา ลูกก็คงห้าเดือนพอดี
ผมถลึงมองมันแทบอยากจะหักคอ  ไม่รู้มันซื่อไม่เคยเห็นคนลงพุง หรือมันปากบอนไม่อยากกินน้ำพริก  ถึงกล้าลามปามพระนางอันเป็นที่เคารพ
เธออาจมีหน้าท้องที่บริบูรณ์เกินงามไปนิด  แต่เธอก็ครบตามสเป็คผู้หญิงในฝันของผม
ผมชอบผู้หญิงผิวขาว..เธอก็ขาวเป็นวงๆ เพราะเกลื้อนกลากยังรักษาอยู่
ผมชอบผู้หญิงบอบบาง..แฟนผมก็บาง ถ้าหารเธอตามยาวออกเป็นสามส่วน
ผมชอบผู้หญิงผมยาว..ผมเธอก็จะยาวในอีกสิบปี ถ้าผมบังคับเธอไม่ให้ตัด
ผมชอบผู้หญิงฉลาด..แฟนผมก็ฉลาด และเธอมีประกาศจาก กศน.รับรองแล้ว
ผมชอบผู้หญิงบุคลิกดี..แฟนผมก็มีการันตีด้วยรางวัลเทพีงานวัดหนองไผ่ตัน
ครบถ้วนกระบวนพิชัยยุทธอย่างนี้ไม่รักให้หัวปักเมาทิ่มก็แย่แล้ว..จริงไหม
วันนี้ผมทำงานให้กับทีมใหม่วันแรก  เมื่อวานหัวหน้าทีมโทรมาบอกว่าไม่มีงาน แค่เข้าออฟฟิศเซ็นเอกสารนิดหน่อยแล้วก็กลับไปนอนได้  ตอนเช้าผมเลยกินกาแฟถ้วยเดียว กะว่าค่อยกลับมากินข้าวทีเดียวตอนเที่ยงที่บ้าน  ..ที่ไหนได้ มีงานด่วนให้ไปต่างจังหวัด  ..รีบไปรีบกลับ เหยียบกันจนมิดคันเร่งแต่ก็ไม่ทัน ถนนถูกบล็อกทุกเส้น ต้องนอนกันบนยอดเขา  จริงอยู่ว่ารถยูเอ็นผ่านได้ทุกแห่ง แต่ที่ถูกซุ่มยิงเมื่อสองอาทิตย์ที่แล้วก็รถของยูเอ็นนี่แหล่ะ  ยิ่งการเจรจาที่แทนซาเนียเมื่อสามวันก่อนล้มเหลว..สองฝ่ายบอกพร้อมเผชิญหน้า  เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น  เล่นเอาตอนเจดสะดาปิ๊กติ๊กเจษฏาภรณ์ปวดหัว (ผมหมายถึงผม ไม่ต้องทำงง.. ตัวจริงก็หล่อครือกันนั่นแหล่ะ..ไม่เชื่อเหรอ..ไม่เชื่อก็ปิดไฟซิคร้าบบ)
ถ้าคุณคิดว่าผมต้องนอนหง่าวหนาวตัวสั่นอยู่ในรถบนยอดเขาสูงห้าพันฟุตล่ะก็..คุณคิดผิด..อย่างผมต้องพักโรงแรมครับ..หรูเริ่ดสะแมนแตน..เชอราตันยังอาย..ประตูหน้าประตูหลังเป็นกระจกใส ม่านลูกไม้บางๆ ใครเดินผ่านเห็นหมดตั้งแต่มือขาวๆ ถึงฝ่าเท้าอมชมพู  ..ห้องกว้างขวาง เดินห้าก้าวยังไม่ทะลุประตูหลัง  แต่ถ้าหกก้าวนั่นก็ลงเหวไป  ..ชักโครกสะอาด เสียก็แต่ฝารองนั่งลืมซื้อมาใส่  ..อ่างล้างหน้าเป็นระบบเซฟตี้วาล์ว จะใช้แต่ละครั้งต้องเดินไปเปิดที่ท่อส่ง  ..ระบบแสงสว่าง เป็นแบบรวมการ..ประหยัดพลังงานไม่ต้องเดินปิดเปิดหลายแห่ง..เพราะไม่ว่าจะกี่ร้อยสวิทซ์ ก็ติดอยู่หลอดเดียวกลางห้อง  จะอาบน้ำทีต้องปิดตาอาบ (อย่าถามนะ ว่าทำไม)  ..นี่ยังไม่นับระบบน้ำเย็น ที่หนาวสะท้านจนแทบอยากร้องไห้..
หลังจากกาแฟแก้วเมื่อเช้า  อาหารที่ตกถึงท้องถัดมาคือขนมปังปลากระป๋อง  อภินันทนาการจากจ่าแอฟริกาใต้ ที่เห็นทหารไทยบอบบางหิวหน้าซีดจะเป็นลมตอนสองทุ่ม  ..ผมซึ้งน้ำใจจ่าน้ำตานี่ไหลท่วมทุ่ง ช่างเป็นปลาซาร์ดีนในซอสมะเขือเทศที่อร่อยอย่าบอกใคร
อ้อ! เตือนผมด้วยนะว่าอย่าลืมทวงค่าโรงแรม  ก็ดูซิ ผมนะเดินขึ้นรถจะนอนอยู่แล้วเชียว  เพื่อนในทีมอีกสามคนที่มาด้วยกัน บอกนอนในรถไม่ไหวว่ะ หนาว นอนไม่สบายด้วย ไปหาโรงแรมกันดีกว่า  ภูเขาแถวนี้มันเคยมาหลายครั้ง พอรู้จักที่ทาง
แล้วเป็นไงล่ะ..ถึงโรงแรม ค่าห้องคนละหมื่นห้าพันฟรังค์  คนแรกควักออกมาทั้งตัวมีอยู่พันสองร้อยห้าสิบ  คนที่สองมีหมื่นสาม  คนที่สามมีห้าพัน  หันมามองหน้าผมทำตาละห้อย..ผมล่ะหมั่นไส้  ตังค์ก็ไม่มี ยังมีหน้ารักสบายกันอีกนะพระเดชพระคุณ  ..นี่ถ้าผมไม่รวยเพราะมรดกน้องแพทองทามานี่จะทำยังไงกันคร้าบบบ
ตอนนี้กองพันแอฟริกาใต้ซึ่งเป็นกำลังหลักของภารกิจนี้กำลังระหองระแหงกับพลเรือนของยูเอ็น  ..ตอนแรกผมก็ไม่เข้าใจ เวลาพลเรือนจะเข้าพื้นที่ไปทำงานที  ทำไมต้องยกขบวนเอารถหุ้มเกราะสองคันกระหนาบหน้าหลัง  ไปกันแค่สองคน ทำงานครึ่งชั่วโมงเสร็จก็กลับ..เสียดายทรัพยากรจริงๆ  ตอนหลังสงสัยจะนึกได้ เลยลดเหลือรถเกราะคันเดียวพร้อมชุดคุ้มกันติดอาวุธแค่สิบเอ็ดคน
อาทิตย์ก่อนรถหุ้มเกราะลาดตระเวนของกองพันแอฟริกาใต้ตกเขาไปหนึ่งคัน  ยังไม่รู้สาเหตุ  ..ทหารก็บอกอาจโดนซุ่มยิง  แต่พลเรือนบอกขับเร็วแหกโค้งมากกว่ามั๊ง  ..ทหารในรถถูกช่วยขึ้นมาด้วยเฮลิคอปเตอร์  ส่วนรถเกราะคงปล่อยนอนแอ้งแม้งในเหวห่างจากจุดตกสามร้อยเมตร..ทุกคนรอดชีวิต  ผมละทึ่ง..สงสัยเพราะปลาซาร์ดีน
ในยูเอ็นพลเรือนเป็นใหญ่อย่างที่รู้ๆ  การกู้รถเกราะถึงตอนนี้จึงยังไม่มี..กองพันแอฟริกาใต้ฉุนมาก..ทหารผมออกไปคุ้มกันคุณฟรีๆ รับเงินพันเหรียญต่อเดือน คุณใส่ในรายงานว่าไปกันเองตามลำพังแล้วเบิกค่าฝ่าอันตราย รับเดือนละหมื่นกว่าเหรียญ..คุณยังหน้าด้านไม่แสดงน้ำใจในยามยากอีกหรือ...คุณ คุณ คุณ...คุณแน่มาก (พูดไปตัวสั่นไป สงสัยปวดห้องน้ำ) 
จะจากไปเฉยๆ เดี๋ยวจะหาว่าผมเป็นทหารชั้นสากกะเบือ  ไหนๆ ก็ไหนๆ ขอทิ้งท้ายคมๆ ให้สมกับเป็นหัวรบน้ำปลาพริกหน่อยนะครับ
" ครั้งหนึ่ง ข้าเคยเดินทางได้ดังสายลม บัดนี้ข้ายอมจำนน และจบลงแต่เพียงเท่านี้ "
- เจอโรนีโม (นักรบอินเดียนแดง)				
comments powered by Disqus
  • แก้วนีดา

    7 กันยายน 2548 16:29 น. - comment id 86555

    20.gif...อ่านแล้วให้นึกสนใจแฟนของสายลมทะเลเสียจังเลยนิ....17.gif

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน