วัยเดียงสา

ใบคา

พ่อเลี้ยงใจยักษ์
                                ขืนใจลูกเลี้ยง
                                นานนับ ๕ ปี
	เธอวางหนังสือพิมพ์แปะลงบนโต๊ะไม้เล็กๆ  ภายในร้านกาแฟทันที ที่อ่านพาดหัวข่าวของหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง  พร้อมถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนที่จะบ่นพึมพำ  แล้วจึงค่อยๆบรรจงโน้มหน้านำปากอันแตกและแห้งกรานอันเนื่องจากปราศจากการตกแต่งจากเครื่องสำอางแต่อย่างใด  เธอเผยอ ริมฝีปากอันแห้งกรานนั้นคาบหลอดกาแฟปั่น  อย่างช้าๆ ในร้านกาแฟที่เธอมักจะมานั่งสั่งกินประจำทุกๆวัน  หลังจากที่ตื่นนอนในบ่ายแก่ๆย่ำเย็นไปค่อยข้างมากปล่อยใจและสิ่งต่างๆให้ผ่านจมหายไปในสายตาและโสตประสาทขังมันไว้อย่างนั้นโดยที่มีรสขมอมหวานของกาแฟปั่นที่เคลื่อน
จากหลอดพลาสติกเข้าสู่หลอดคอเป็นตัวช่วยกระตุ้นเป็นระยะๆ  
	จริงๆแล้วเธอก็อยากจะใช้ชีวิตประจำวันเหมือนหลายล้านคนเขาทำกัน  และเธอก็อยากจะตื่นเช้าเหมือนกับหลายๆคนที่เขาทำหรือเป็นกัน   อยากตักบาตรตอนเช้า   อยากนอนตั้งแต่หัวค่ำให้ร่างกายพักผ่อนในยามค่ำคืนได้อย่างเต็มที่ เฉกเช่นสังคมรอบๆข้างเธอเป็นกัน  แต่นั้นมันก็เป็นเพียงความต้องการที่มักจะแย้งกับความเป็นจริงอยู่เสมอ  เพราะว่าขณะที่คนเหล่านั้นเขาตื่นนอนกัน เธอเพียงแต่จะเริ่มนอนเท่านั้น  และในขณะที่เขาตักบาตรกัน  เธอก็เคลิ้มหลับไปแล้ว
	เธอหยิบหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นขึ้นมาอ่านดูพาดหัวอีกครั้ง  ในใจคิดเพียงแต่ว่าทำไมสังคมเราช่างแหลกเหลวได้ถึงเพียงนี้  ข่าวข่มขืนกระทำชำเรามีมาดาหน้าจ่อแถวรอคิว  เหมือนกับเด็กน้อยเข้าแถวรออาหารกลางวันอยากใจจดใจจ่อ เข้าแถวเพื่อจะนำตัวเองมาปรากฏกายเป็นพาดหัวตัวใหญ่ในหน้าหนังสือพิมพ์รายวันได้เขียนได้พิมพ์กันอย่างไม่มีจบสิ้น  เธอได้แต่เพียงปล่อยให้ความคิดหยุดนิ่งเพียงเท่านี้  ด้วยรสกาแฟปั่นอึกใหญ่เต็มๆคำ  หยุดด้วยอาการเสียวฟัน ทันทีที่เกร็ดน้ำแข็งปั่นมาออกันเต็มปากเธอ  และหยุดด้วยคำถามในใจว่า  ทำไม!  
	ทำไม!  ทำไมสังคมไทยจึงเป็นเช่นนี้  ทำไมพระเจ้าจึงสร้างให้ผู้หญิงอ่อนแอกว่าผู้ชายและสร้างให้เกิดมาเป็นเครื่องเล่นของผู้ชาย  มันช่างเป็นเรื่องที่ไม่มีความยุติธรรมเอาเสียเลย  หากว่าวันใดเธอได้ลาจากโลกนี้ไปไม่ว่าด้วยสาเหตุและวิธีใดก็ตาม  เธออยากจะเจอพระเจ้าอีกสักครั้ง (หากว่าพระเจ้ามีจริง)  และเธอจะถามพระเจ้าด้วยข้อข้องใจของเธอนี้เพื่อให้คำว่า  ทำไม!  หายไปจากเธอเสียทีแต่ถ้าหากว่าเธอตกนรกละ  เธอจะได้เจอพระเจ้าหรือเปล่า  แต่คงไม่เป็นไรมันต้องมีสักวันหนึ่งละที่พระเจ้าต้องมาเที่ยวนรกบ้าง  แล้ววันนั้นเธอก็จะได้สางความสงสัยเสียที
หนังสือพิมพ์ถูกหยิบแล้ววาง วางแล้วหยิบ อ่านเฉพาะพาดหัวข่าว  ๓  บรรทัดนั้นกลับไปกลับมา  โดยที่ไม่ต้องการอ่านและรับรู้เนื้อหาข้างในเพิ่มอีก  เพียงเท่านี้มันก็ทำให้เธอรู้สึกหดหู่ใจมากพออยู่แล้ว  รู้สึกเศร้าสลดใจ  รู้สึกเข้าไปถึงในอดีตครั้งที่ยังเยาว์วัยอายุเพียง  ๑๔  พองามๆ
	เธอเพียงแค่บ่นพึมพำกับตัวเองว่า  ก็ยังถือว่าดี  ดีอย่างไรคนถูกข่มขืนนานนับหลายๆปีเธอยังมีรอยยิ้มแบบยิ่งๆแถมความเห็นใจปนอยู่ในรอยยิ้มนั้น
	ก็ยังถือว่าดีในความรู้สึกของเธอต่อเด็กน้อยในพาดหัวข่าวครั้งนี้ก็ยังนับว่าเด็กคนนั้นยังโชคดีกว่าเธอมากนัก  ดีกว่าในแง่ของความรู้สึก  ในแง่ของความนับถือและศรัทธา  เด็กน้อยคนนั้นถึงแม้ว่าจะโดนข่มขืนจากพ่อเลี้ยงเป็นเวลานานแต่เหตุการณ์อย่างนั้นแต่ก็เคยประสบพบเจอมาเช่นกัน แต่เนื่องด้วยระยะเวลาและความกร้านโลกเป็นได้แปรสภาพตัวของมันเองเป็นเตาหลอมตัวใหญ่หล่อหลอมให้เธอไม่รู้สึกกับมันเสียแล้วเหมือนกับมันไม่เคยเกิดขึ้นกับเธอเลยในชีวิตนี้   ทำให้อดีตที่โหดร้ายต้องยอมจำนนเป็นได้แค่เพียงฝันร้ายในคืนหนึ่งของเธอ  ด้วยความร้ายกาจนั้นทำให้เธอต้องสะดุ้งเฮือกตื่นขึ้นมาด้วยเหงื่อดันแตกพรัก  และหายไปกับความแห้งระเหยของเหงื่อแห่งความน่ากลัวนั้นและช่วยย้ำดับความน่ากลัวนั้นลงไปด้วย ยานอนหลับอีก ๒ เม็ด ตามด้วยน้ำเปล่าเต็มแก้วก่อนจะล้มตัวลงนอนต่อไปเพื่อต้อนรับเย็นของวันใหม่
	แม้ฝันร้ายอันนั้นจะโบกมือลาเธอไปอย่างถาวรแต่ทว่าความทรงจำยังไม่เคยตามฝันร้ายนั้นไปด้วยเลย  มันยังคงแวะมาทักทายเธอทุกครั้งที่รู้สึกว้าเหว่เหมือนจะคอยเตือนเธอว่าอย่างน้อยเธอก็ยังมีมันเป็นเพื่อนอยู่  เธอยังคงทักทายกับความทรงจำของฝันร้ายนั้นต่อไปภายในร้านกาแฟถึงลูกค้าจะเข้าออกมากน้อยเพียงใดหรือจะมีคนทักทายเธอแต่เหตุการณ์เช่นนี้ก็ไม่อาจทำให้เธอไล่ความทรงจำนี้ออกไปเหมือนกับว่าเธอยังต้องการสนทนากับเพื่อนคนนี้ต่อไป
	กาแฟปั่นพร่องไปกว่าครึ่งแก้วแล้ว  ในขณะที่เธอกำลังขุดคุ้ยความทรงจำของฝันร้ายนั้นขึ้นมาจากเบื้องลึกของหัวใจโดยมีพาดหัวข่าวตัวใหญ่  ๓  บรรทัดนั้น เป็นจอบและเสียมอย่างเยี่ยมให้เธอใช้ขุดคุ้ยได้โดยไม่เปลืองแรงแต่อย่างใด  ก็ยังถือว่าดี  กลับเข้ามาช่วยเธอขุดคุ้ยด้วยอีกแรง ก็ยังถือว่าดีในความหมายที่นิยามจากความรู้สึกของเธอนั้น  มันช่วยบอกเธอว่า เมื่อเทียบกับเธอแล้ว  ยังดีที่ปีศาจร้ายในคราบของมนุษย์นั้นเป็นเพียงบิดาภายในนามมันจึงได้เพียงสร้างตราบาปให้กับเด็กสาวคนนั้น  แค่ความรู้สึกจากการถูกแย่งชิงของรักของหวงโดยที่ไม่เต็มใจ  ตราเข้าไปในจิตใจแม้จะลึกเพียงใด  เมื่อปล่อยให้เวลามาชะล้างออกไปก็จะหายไปเองโดยอัตโนมัติ  เหมือนกับรอยคราบสกปรกบนสิ่งของอันเกาะแน่นเมื่อใช้แรงน้ำฉีดเข้าไปนานๆก็อาจจะหลุดออกไปได้
	และ..ความรู้สึกเช่นสาวน้อยคนนั้น  เธอก็เคยรับรู้มาไม่ต่างกัน  มิหนำซ้ำยังจะมีมากกว่าด้วยเพราะเหตุการณ์ของเธอมันมรความรู้สึกที่เข้มข้น  เข้มข้นเหมือนเลือดที่โดนมีดเฉือนเนื้อเป็นแผลหยดลงมาเป็นสาย  โปรยปรายเหมือนสายฝนที่กระทบกับหลังคาและพากันไหลลงมาตามร่องของกระเบื้องหลังตกลงมาเป็นสาย น้อยบ้างมากบ้างตามกระแสของฝน และการกักเก็บน้ำของร่องกระเบื้องบนหลังคา   มันคือเลือดและเนื้อที่สร้างเธอมา  คือมนุษย์ในร่างแฝงของจอมปีศาจ  คือบุพการีผู้ให้กำเนิด  และผู้ทำลายให้ป่นปี้ไปในตัว
	เธอโดน พ่อบังเกิดเกล้าข่มขืนมานานหลายปี  พอๆกันกับระยะเวลาของเด็กหญิงในพาดหัวข่าวนั้นโดยที่มีแม่รู้เห็นเป็นใจ
	ทำไมทำกับหนูอย่างนี้ หรือหนูไม่ใช่ลูกแท้ๆคำถามอย่างนี้เคยกรูกันออกจากปากของเธอหลายต่อหลายครั้งแต่คำตอบที่ได้กลับทำให้เธอต้องช้ำใจหนักหลายเท่าตัว  มึงเป็นลูกกู  กูให้มึงเกิดมา  กูจะทำอย่างไรก็ได้   แต่ได้แต่รำพึงแค่ว่าหากรู้ว่าจะต้องเกิดมาเป็นลูกของสังคมเช่นนี้จะไม่ขอเกิดมาแน่เลย
	และ..ทุกครั้งที่บ้านมีงานเลี้ยงเธอมักจะต้องเป็นผู้ต้อนรับ พวกเพื่อนๆของพ่อเธอภายในห้องของเธอโดยที่พวกผู้ใหญ่นั้นพลัดเปลี่ยนกันเข้าทีละคนทุกครั้งหลังจากที่ทุกคนเมามายได้ที่แล้วจึงทำให้เธอรู้สึกว่างานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะนั้นมันช่างไม่น่า  โสภาเลยสำหรับเธอ
	ทำไมทำกับหนูอย่างนี้ หรือหนูไม่ใช่ลูกแท้ๆ หลังจากงานเลี้ยงเลิกราและหลังจากเธอต้อนรับเพื่อนพ่อและพ่อเอง แล้วคำถามนี้มักจะตามมาเสมอและคำตอบนั้นก็เป็นอย่างเคย  เธอได้แต่เพียงโทษฟ้า  โทษดิน  และโชคชะตา  ก้มหน้ารับกรรมที่เธออาจจะเป็นคนก่อไว้แต่ชาติปางไหน  ก้มหน้าทดแทนบุญคุณที่ ผีห่า ซาตาน ให้เธอกำเนิดมาอย่างระทมทั้งกายใจ  จนกระทั่งเธอสามารถรับรู้ด้วยวัยอันแข็งแกร่งทางด้านความคิดและแรงกายรับรู้ได้ว่า  ไม่ว่าฟ้าหรือดิน หรือโชคชะตาไม่อาจขีดเขียนเส้นชีวิตเธอได้หรือแม้แต่บุพการีก็ไม่มีสิทธิ์มาวาดขีดเส้นเธอได้
	เธอยังจำได้ดีที่ เธอสามารถทำให้ตัวเองเป็นบุคคลสูญหายจากครอบครัวจำแลงจากภูตผีนั้นได้  มาหางานทำในเมืองอันศิวิไล ด้วยค่าเดินทางเพียงพันต้นๆ  โดยทิ้งอดีตที่ข่มขืน  ขมจนไม่อาจจะทนกลืนกินลงไปได้อีกแล้วทิ้งมันไปคู่กับคำด่า  คำสาปแช่งคำตัดเยื้อไย  ของผู้ให้กำเนิดทั้งสองของเธอ แต่คำเหล่านั้นกลับเป็นเหมือนดั่งคำอวยพรจากสวรรค์มอบแต่เธอ
	เธอได้งานทำได้ชื่อใหม่จาก แมวเป็น แคท ในเมืองหลวง  ได้หนีจากการถูกกระทำที่เธอไม่ต้องการ  ได้งานที่เธอได้เลี้ยงปากท้องเป็นงานสบายๆ  และได้ยืนหยัดเพียงลำพัง เพราะไม่อยากให้ไอ้ตัวน้อยของเธอ  เป็นอย่างเธอหรืออย่างเด็กในพาดหัวข่าว
	กาแฟปั่นเหลือเพียงเกร็ดน้ำแข็งจืดชืด  ซึ่งเธอได้ดูดกินไปพร้อมๆกับอดีตที่เธอระลึกจนหมดรสชาติ  ทั้งรสกาแฟและอดีตต่างก็ขมทั้งคู่แต่ทั้งคู้นี้ก็มีสิ่งที่ทำให้หายขมได้ด้วยกัน  กาแฟเติมครีมน้ำตาลลงเป็นใช้ได้  ส่วนอดีตนั้นเติมอนาคตและปัจจุบันลงไปก็หายสิ้น....กาแฟหมดแต่เออยากได้มันอีกจึงชูมือ เอ่ยปากสั่งเจ้าของร้าน  เพียงแค่ริมฝีปากเริ่มเพยอออกมาเท่านั้นเอง เสียงที่เธอคุ้นเคยก็พลันมาขัดเสียก่อน
	อี แคท เย็นแล้วนะโว้ย ไม่รีบเข้าร้านไปแต่งตัวอีกเดี๋ยวแขกมา  ไม่ทันบริการเขา แม่ก็ด่าอีกหรอก  เสียงเพื่อนของเธอตะโกนออกมาเรียกจาก ร้านคาราโอเกะข้างๆเธอได้ยินแต่ทำเฉยไม่สนใจ จนเจ้าของเสียงนั่นต้องเดินหนีไปและเธอก็เริ่มชูมือเรียกเจ้าของร้านต่อไป
	เก็บตังค์คะ
*****				
comments powered by Disqus

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน