แล้วเราก็เข้าใจกัน(ตอนที่2)

เรียงร้อยเป็นเรื่องราว

ทันทีที่มาถึง หวานได้รีบวิ่งออกจากรถโดยเร็ว ไม่ยอมฟังเสียงของพ่อที่ร้องไล่ตามหลังให้ระวัง เพราะเป็นห่วงกลัวว่าจะหกล้ม ดวงตากลมโตอันสดใส จ้องมองบ้านหลังใหญ่นี้อย่างตื่นตา บ้านที่เคยถามแม่ว่า 
          "แม่จ๋า จะมีสักวันไหมจ๊ะที่เราสองคนจะได้อยู่บ้านหลังใหญ่ ๆ มีสนามกว้าง ๆ " แม่ไม่ได้ตอบคำถามของหวาน เพียงแต่ยิ้มให้อย่างอ่อนโยน 
          "ชอบบ้านหลังนี้ไหมลูก" หวานสะดุ้งด้วยความตกใจ เมื่อเสียงของพ่อมาทำลายมโนภาพระหว่างหวานกับแม่ที่สร้างขึ้นเมื่อกี้ให้ดับลง 
          "ถ้าหนูเห็นในบ้าน หนูต้องชอบกว่านี้แน่จ๊ะ" ทัศนัยพูดขึ้นมา พลางเตรียมจะจูงมือลูกสาวให้เดินมากับตน แต่ก็ต้องถูกปฏิเสธ 
          "ไม่ต้องมาจูง หนูเดินเองได้" ว่าแล้วหวานก็รีบวิ่งเข้าบ้านไป 
                        . . . . 
          "ห้องหนูอยู่ชั้นบนด้านในสุดทางขวามือนะลูก" 
      ทัศนัยบอกขณะที่ลูกสาวกำลังกวาดตามองไปรอบบ้านด้วยความสนใจ ถึงจะไม่ยินดีที่ได้มาอยู่กับพ่อ แต่ด้วยความเป็นเด็กช่างอยากรู้อยากเห็นของหวาน จึงทำให้ต้องรีบวิ่งขึ้นไปดูห้องของตัวเองว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง 
      ความตื่นตามาเยือนหวานอีกครั้ง ขณะกำลังกวาดตามองไปทั่วห้อง ๆ ที่ติดวอลล์เปเปอร์สีชมพูสดใส มีดวงดาวประดับประดาอย่างสวยงาม และไม่ว่ามองไปมุมไหน ก็เห็นมีแต่ตุ๊กตาน่ากอดเต็มไปหมด แม้กระทั่งบนเตียงก็ตาม หวานพาร่างอันบอบบางเดินไปยังมุมนึงที่มีตู้โชว์ขนาดย่อมวางอยู่ ในนั้นมีตุ๊กตาบาร์บี้ในชุดต่าง ๆ วางเรียงกันอยู่ หวานเอื้อมมือไปหยิบตัวใดตัวหนึ่งพร้อมกับรอยยิ้ม 
          "สวยจัง" 
          "ตอนแรกพ่อคิดว่าหนูจะไม่ชอบห้องนี้เสียอีก แต่พ่อก็คิดผิด" ทัศนัยพูดแล้วยิ้มให้ลูกสาว ขณะที่เดินเข้ามาใกล้ลูกสาว แต่ยิ่งใกล้ หวานก็ยิ่งถอยหนี 
          "เราสองคนจะมาคุยกันดี ๆ ไม่ได้หรือลูก" เขาถามด้วยแววตาอันเรียกร้องความเห็นใจ ไม่มีเสียงพูดใด ๆ 
ออกมาจากปากอันบางเฉียบของหวาน ทำเป็นไม่ได้ยินด้วยซ้ำ ไม่สนใจว่าพ่อจะมองด้วยสีหน้าเช่นไร สนแต่ตุ๊กตาบาร์บี้ที่อุ้มอยู่ในมือเท่านั้น 
          "งั้นพ่อไม่รบกวนหนูแล้วนะ เจอกันพรุ่งนี้เลยก็แล้วกัน" ทัศนัยพูดด้วยน้ำเสียงที่แฝงความน้อยใจนิด ๆ แล้วก็พาตัวเองออกจากห้องไป 
                                  . . . . 
      ร่างของหวานนอนนิ่งอยู่บนเตียง บนตัวมีกรอบรูปอันหนึ่งวางอยู่ ซึ่งในนั้นคือรูปแม่ หวานหยิบมันขึ้นมามองด้วยหัวใจอันร้าวราน มืออันเรียวยาวได้รูป ค่อย ๆ ลูบไล้รูป ราวกับว่าได้สัมผัสกับแม่จริง ๆ "แม่จ๋า!!!" เสียงอันสั่นเครือกับน้ำตาที่ไหลริน เปลือกตาที่อยู่ภายใต้ขนตาอันงอนยาวนั้นปิดลง พร้อมกับเรื่องราวในอดีตที่ผุดขึ้นมาในห้วงความทรงจำ 
      ทุกเย็นเมื่อกลับบ้าน หวานจะรีบตรงไปกอดแม่หอมแก้มแม่ และตามด้วยประโยคที่ว่า "คิดถึงแม่จ๋าจังเลย" ทุกครั้งไป หวานกับแม่นอนด้วยกันทุกคืน ถึงจะนอนบนที่นอนเล็ก ๆ แต่ก็เต็มไปด้วยความสุข แม่ชอบร้องเพลงให้หวานฟังทุกคืน เสียงของแม่นั้น ช่างไพเราะจับใจยิ่งนัก ไม่เพียงแค่นี้ แม่ยังทำอาหารและขนมแสนอร่อยให้หวานได้กินทุกวัน ยามว่างแม่มักจะพาหวานไปเที่ยวอยู่เสมอ......ยิ่งคิดเหมือนเรื่องที่คิดคือความจริง แต่ทว่า โลกใบนี้ คือโลกแห่งความจริง มิใช่โลกในนิทาน จึงไม่มีปฏิหารย์มาทำให้ภาพในอดีตได้หวนคืนมาสู่หวาน ด้วยความง่วงบวกกับความอ่อนเพลีย ทำให้หวานหลับไป พร้อมคราบน้ำตา 
                                  . . . . 
          "ครับแม่ ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ แล้วผมจะพายัยหวานไปค้างกับแม่วันศุกร์และเสาร์...." 
      ทัศนัยวางหูโทรศัพท์ เมื่อการสนทนาสิ้นสุดลง เขาหย่อนก้นลงไปบนเก้าอี้ที่ตรงหน้ามีโน๊ตบุ๊คที่กำลังเปิดหน้าจอวางอยู่บนโต๊ะทำงาน กายที่ดูแข็งแรงทอดลงไปตามแนวโน้มของพนักเก้าอี้ ดวงตาที่เรียวเล็กแต่ดูดี ทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง ถึงดูว่ามองออกไปอย่างไร้จุดหมาย แท้จริงแล้วในดวงตาคู่นี้กับมีอดีตซึ่งไม่ต่างอะไรจากลูกสาวนัก จะต่างกันก็ตรงเรื่องราวที่เคยสัมผัส เสียงฮึดขึ้นในจมูก เมื่อเขาเกือบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ภาพของหญิงสาวที่ไม่มีเค้าของความสวย มีแต่ความน่ารักมายืนอยู่ตรงหน้าต่าง ดวงตาที่ดูแสนเศร้า มันกำลังตัดพ้ออะไรบางอย่างจากเขา 
          "ปรางค์คุณช่วยบอกผมทีได้ไหม ผมทำอะไรผิด ทำไมยัยหวานถึงได้เกลียดผมถึงเพียงนี้ บอกผมทีได้ไหม" 
เขาพูดกับตัวเองด้วยน้ำเสียงอันแหบพร่า เหมือนกับมีอะไรมาจุกอยู่ที่ลำคอ 
  
   
--------------------------------------------------------------------------------				
comments powered by Disqus
  • ธนา

    2 เมษายน 2549 01:27 น. - comment id 90311

    ติดตามๆ1.gif

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน