แมลงวันหัวเขียว

พีรเดช นวลสาย

แมลงวันหัวเขียวตัวอ้วนกลมตัวหนึ่ง
บินโฉบเข้าไปทางหน้าต่างของบ้านสีชมพูหลังใหญ่  มันตั้งหน้าบินตรงไปยังโต๊ะอาหาร  ซึ่งคนในบ้านกำลังนั่งทานมื้อเช้ากันอยู่
มันร่อนลงเกาะบนจานข้าวของลูกสาวคนเดียวของบ้าน เธออายุสิบห้า กำลังแตกเนื้อสาวด้วยใบหน้าสวยได้รูปเหมือนแม่ ดวงตาคมเหมือนพ่อ  และมีรอยยิ้มที่ใครต่อใครพากันนึกอิจฉา  เธอกำลังเรียนชั้นมัธยมปลายในโรงเรียนที่มีชื่อแห่งหนึ่ง  ซึ่งพ่อกับแม่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อให้เธอได้สิทธิเข้าเรียน
ความจริงเด็กสาวเป็นเด็กฉลาด  มีผลการเรียนที่ดีมาโดยตลอด  แต่มันไม่เพียงพอที่จะได้นั่งเก้าอี้โรงเรียนระดับแนวหน้าแห่งนี้หรอก  หากว่าพ่อแม่ของเธอเป็นแค่นายหมูนางหมาจนๆ  ไม่มีเพื่อนที่เป็นอาจารย์คอยเป็นธุระวิ่งเต้นให้  เด็กสาวตอบแทนด้วยการมานะตั้งใจเรียน  ไม่วอกแวกเสียสมาธิกับสิ่งเร้ารอบข้าง  และมันควรจะเป็นอย่างนั้นไปตลอด
หากเธอไม่บังเอิญมองเห็นเจ้าแมลงวันหัวเขียวตัวใหญ่น่าขยะแขยง  กำลังไต่ตอมบนจานข้าวแล้วรู้สึกกระอักกระอ่วนคลื่นไส้  จนต้องรีบลุกวิ่งเข้าห้องน้ำ  แม่หันมองตามหน้าตาตื่นรีบวิ่งตามลูกสาวไปติดๆ  ด้วยความเป็นห่วง   ช่วยลูบหลังให้เธอเป็นพัลวัน  อีกมือรองน้ำใส่แก้วยื่นให้บ้วนปาก  เสร็จแล้วค่อยประคองกลับมานั่งที่โต๊ะอาหารดังเดิม
พอเห็นว่าลูกสาวเริ่มตั้งตัวได้  ทั้งแม่ทั้งพ่อ รีบร้อนซักถามอาการแทบจะพร้อมกัน  แต่เด็กสาวยังไม่ทันได้ขยับปากพูด  เธอเหลือบไปเห็นเจ้าแมลงวันหัวเขียวตัวเดิมเข้าอีก  ก็เกิดอาการคลื่นไส้จนต้องวิ่งเข้าห้องน้ำไปอีกครั้ง  และคราวนี้ส่งเสียงโอ้กอ้ากดังยิ่งกว่าหนแรก  แม่ตามเข้าไปในห้องน้ำด้วยสีหน้ากังวล  เธอรู้ได้โดยสัญชาติญาณว่าชักไม่เข้าที  แต่ยังประคองสติยืนลูบหลังให้ลูกสาวด้วยความเป็นห่วง  แล้วประคองกลับมาที่โต๊ะอาหาร
เธอถามลูกสาวทันทีว่าเป็นอะไร  เด็กสาวไม่ตอบเอาแต่ก้มหน้าก้มตานิ่งเงียบ  แม่เค้นเสียงถามอีกครั้ง  เด็กสาวตัวสั่นและเริ่มสะอื้น  แม่ของเธอใจหายวาบ  คล้ายแว่วคำตอบที่ไม่อยากได้ยินดังมาจากที่ไหนซักแห่ง  แต่เธอยังพยายามตั้งสติ  และระงับอารมณ์เพื่อไม่ให้ลูกสาวตื่นกลัว
เธอถามคำถามเดิมอีกครั้งด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนยิ่งขึ้น  เด็กสาวยังไม่ยอมปริปากกลับสั่นวะอื้นหนักขึ้นกว่าเดิม   แม่ยังไม่หมดความอดทน  เธอค่อยๆ ประคองไหล่เล็กๆ ของลูกสาวให้เงยหน้าขึ้นมา  แล้วเอ่ยถามอย่างอ่อนโยนอีกครั้ง  เด็กสาวมองเข้าไปในดวงตาของแม่มันทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยจนกล้าหาญมากพอจะตอบคำถาม
หนูท้อง!
เธอพูดได้เท่านั้น  น้ำเสียงก็เหมือนขาดห้วงหายไปเฉยๆ  เหลือเพียงเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นตอนซบหน้าชื้นลงบนตักแม่
แมลงวันหัวเขียวบินขึ้นจากจานข้าวของเด็กสาว  โฉบบินส่งเสียงดังหึ่งๆ มันไม่รู้หรอกว่า  ผู้หญิงคนหนึ่งกำลังหัวใจสลาย  พ่อของเด็กสาวนั่งตัวแข็งทื่อ  เขาเพิ่งจะกินข้าวได้เพียง 2-3 คำ  แต่ตอนนี้กลืนอะไรไม่ลงอีกแล้ว
ไม่เป็นไรจ้ะ  ไม่เป็นไร...  แม่ลูบหัวลูกสาวเบาๆ พลางปลอบโยน  ทั้งๆ ที่เธอเองนั้นก็กำลังรู้สึกอื้ออึงในหูทั้งสองข้าง  และแทบจะชาไปหมดทั้งตัว  เธอปล่อยให้ลูกสาวซบสะอื้นบนตักอย่างนั้นจนเริ่มเงียบเสียงลง  จึงค่อยใช้มืออุ่นประคองหัวไหล่น้อยๆ  ให้ลุกขึ้น   พอเห็นดวงตาแดงก่ำบนใบหน้าชื้นน้ำตาของลูกสาว  แม่ก็อดไม่ได้ที่จะร้องไห้ออกมาบ้าง  แต่เธอยังพยายามตั้งสติ และถามออกไปแผ่วเบา
หนูท้องกับใคร  บอกแม่ได้ไหม?
เด็กสาวหลบตา
ไม่ต้องกลังนะลูก  บอกแม่มาเถอะ แม่จะได้ช่วยหนูได้ไงจ๊ะ  แม่ยายามอีก  แต่ยังไม่มีคำตอบใดๆ หลุดจากปากลูกสาว  นอกจากเสียงสะอื้น
นิกรใช่ไหม?!
เธอนึกถึงเพื่อนชายที่ลูกสาวสนิทสนมด้วยมากที่สุด  นิกรเรียนห้องเดียวกันกับลูกสาวของเธอ เด็กทั้งสองดูสนิทสนมกันเป็นพิเศษ  แต่มันก็ยากจะเชื่อว่าเด็กหนุ่มท่าทางซื่อๆ  ตรงไปตรงมาอย่างนิกรจะร้ายกาจถึงขั้นกล้าฉวยโอกาสกับลูกสาวของเธอได้ ที่สำคัญการพบปะของเด็กทั้งสองเรียกว่าไม่เคยพ้นจากสายตาผู้ใหญ่เลย
เป็นมันจริงๆ ด้วย  ไม่ต้องกลังหรอกพ่อจะจัดการให้เอง  จะลากคอมันมาเค้นเอาความจริงให้ได้  พ่อซึ่งนั่งนิ่งอยู่นานทุบโต๊ะเสียงดัง  เด็กสาวหันขวับไปมองด้วยแววตาแข็ง  พลางกัดเม้มริมฝีปากแน่น
เจ้าแมลงวันหัวเขียวบินโฉบลงมาเกาะไต่ในจานข้าวของพ่อ  เขารีบตวัดมือไล่อย่างฉุนเฉียว  มันบินหลบว่องไว  และโฉบไปบินวนเวียนส่งเสียงดังหึ่งๆ อยู่บนหัวเขาแทน
ไล่มันออกไปที หนูเกลียดมัน!!
เด็กสาวชี้มือไปทางเสียงหึ่งๆ โดยไม่หันหน้าไปมอง
ไล่มันไปสิคุณ ไอ้แมลงวันหัวเขียวสกปรก! 
แม่หันไปบอกพ่อ  เธอเองก็เริ่มจะหงุดหงิดมันขึ้นมาบ้าง  พ่อตวัดมือไล่แรงๆ แต่เจ้าแมลงวันหัวเขียวตัวใหญ่ยังไม่ยอมบินหนีไปง่ายๆ เขาจึงลุกขึ้นใช้สองมือไล่ตบ  มันบินฉวัดเฉวียนหลบหลีกไปที่ตะกร้าเสื้อผ้าตรงมุมห้อง  เขารีบตามติด และตบโครมลงไปด้วยโทสะ  จนตะกร้ากระเด็นกลิ้งหลุนๆ  เสื้อผ้ากระจัดกระจายเกลื่อนพื้น  เจ้าแมลงวันหัวเขียวบินร่อนลงแบผ่านเนกไทสีแปลกตาอันหนึ่ง  พ่อรีบก้มหยิบขึ้นมากำแน่นไว้ในฝ่ามือ
มันมาที่นี่อีกแล้วใช่ไหม?! 
พ่อเหวี่ยงเนกไทอันนั้นลงบนโต๊ะตรงหน้าแม่  เธอถึงกับผงะรีบเสหน้าไปทางอื่น
ฉันถามว่า มันมาที่นี่อีกแล้วใช่ไหม! 
พ่อทุบกำปั้นโครมลงบนโต๊ะ
ใช่!  แม่ตวาดกลับ  เขามา-แล้วจะทำไม!?
อ้อ!  เดี๋ยวนี้กล้าลอยหน้าลอยตารับอย่างไม่อายแล้วสินะ  นังแพศยา!
พ่อขบกรามจ้องหน้าแม่เขม็ง
อย่ามายืนชี้หน้าด่าฉันแบบนี้นะ  แม่ลุกพรวดขึ้นบ้าง  อย่างน้อยเขาก็ดีกว่าคุณ!
จะเทิดทูนมันยังไงก็เชิญตามสบายเลย  แต่อย่าพามันมาระเริงกามในบ้านหลังนี้!
พูดยังงี้ต่อหน้าลูกได้ยังไง!
ฉันจะพูด! มันจะได้รู้ความจริงซะทีว่า  แม่มันน่ะทำตัวเหลงแหลกแค่ไหน
ที่ทุกอย่างมันเป็นอย่างนี้ก็เพราะคุณ! คุณไม่เคยให้ความสุขกับฉันเลย  แล้วถ้าฉันจะหาความสุขใส่ตัวบ้างมันผิดมากมายนักรึไง!?
หาความสุข!  นี่เธอกล้าพูดอย่างไม่กระดากปากขนาดนี้เลยหรือ?
ทำไมล่ะ  ถ้าจะอาย  ฉันคงอายที่มีสามีอย่างคุณมากว่า  อย่าคิดนะว่าฉันไม่เคยระแคะระคายเรื่องหนุ่มคู่ขาของคุณเลย  คนเค้าลือกันจนจะได้ยินมาถึงหน้าบ้านอยู่แล้ว!
เจ้าแมลงวันหัวเขียวตัวเดิมบินวนกลับเข้ามาที่โต๊ะอาหารอีก  แต่เวลานี้ไม่มีใครใส่ใจมันอีกต่อไปแล้ว  โต๊ะอาหารที่เคยดูอบอุ่น  บัดนี้กลายสภาพเป็นเหมือนสมรภูมิรบร้อนระอุ  ไม่มีความเป็นพ่อ-แม่-ลูก หลงเหลือ  มันได้แต่บินวนเวียนส่งเสียงหึ่งๆ ไปรอบๆ
พอซะทีได้ไหม๊!!
เด็กสาวแผดเสียงร้อง  แต่มันก็ถูกกลืนหายไปกับเสียงทะเลาะกันของพ่อแม่ และเสียงของแมลงวันหัวเขียว
หนูท้องกับอาจารย์ประจำชั้น!!  เธอลุกขึ้นขึ้นยืนระหว่างคนทั้งสอง  เขาข่มขืนหนูที่โรงเรียน!
คราวนี้ได้ผล  พ่อกับแม่ถึงกับหยุดชะงักใบหน้าซีดเผือดไปทั้งคู่
ได้ยินไหม๊!!
อาจารย์ประจำชั้นเพื่อนสนิทของพ่อกับแม่คนนั้น-มันข่มขืนหนู  มันขู่จะเอาคลิปเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ต ถ้าหนูเล่าให้ใครฟัง  ฮือๆ
เด็กสาวปล่อยโฮออกมาอย่างไม่สนใจอะไรอีกต่อไปแล้ว-หัวใจของเธอแหลกสลายจนไม่มีชิ้นดี
พ่อกับแม่ของเธอได้แต่นิ่งอึ้ง  ทรุดตัวลงนั่งอย่างอ่อนแรง  บัดนี้ทั้งโต๊ะอาหารเหลือเพียงเสียงสะอื้นไห้
เจ้าแมลงวันหัวเขียวตัวอ้วนกลมบินวนเวียนส่งเสียงหึ่งๆ  อยู่ครู่หนึ่ง  มันก็บินผละออกมาทางหน้าต่างของบ้านสีชมพูหลังใหญ่หลังนั้น
มันบินฉวัดเฉวียนไปมาในอากาศอย่างเริงร่า  ก่อนจะตั้งหน้าบินตรงไปยังหน้าต่างบ้านที่อยู่ถัดไป...				
comments powered by Disqus
  • โคลอน

    4 ธันวาคม 2549 16:02 น. - comment id 94054

    อ่านจบแล้วทำให้คิดได้ว่าผู้เขียนคงต้องการสื่อให้"แมลงวันหัวเขียว"ในเรื่องเป็นตัวแทนของ "ความจริง" เพราะ***ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ***6.gifยิ่งเป็นเรื่องที่ไม่ดีไม่งามแล้วล่ะก็ถึงจะพยายามปิดบังหรือทำลายขนาดไหน มันกลับจะยิ่งปรากฏเร็วขึ้นเท่านั้น32.gif
  • พีรเดช

    4 ธันวาคม 2549 18:51 น. - comment id 94061

    ครับผม...ง่ายๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน
    แต่สิ่งที่มันไม่ง่าย ก็คือการยอมรับของเรานี่แหละครับ  ทั้งที่ความจริง(ที่ฟอนเฟะ)นั้น ดำรงอยู่ตรงหน้าเรา แต่เราพยายามบ่ายเบี่ยง  เลือกที่จะไม่มองหรือแกล้งมองไม่เห็นมัน นานวันเข้ามันก็กลายเป็นความเคยชิน
    ไปโดยที่เราไม่รู้ตัว...น่ากลัวนะครับ เมื่อไหร่ก็ตามที่ความเฉยเมยกลายเป็นความเคยชิน
  • มนตด

    4 มกราคม 2550 10:14 น. - comment id 94556

    29.gifยาวจริงๆ29.gifขอคารวะ
  • มนตด

    4 มกราคม 2550 10:15 น. - comment id 94557

    29.gifยาวจริงๆ29.gifขอคารวะ
  • พีรเดช นวลสาย

    9 กุมภาพันธ์ 2550 01:35 น. - comment id 94929

    ผมเขียนยาวไปเหรอคับ??
    
    17.gif
  • your friend

    15 กุมภาพันธ์ 2554 05:00 น. - comment id 122084

    ไม่ยาวไปหรอก แต่พิมพ์ตกเยอะไปหน่อย.. อิอิ
     เอาอีก เอาอีก!!46.gif

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน