** เสี้ยวรักหักอารมณ์ **

แก้วประเสริฐ


                                       **    เสี้ยวรักหักอารมณ์   **
       ฐิตินัย วิริยะกุล ชายวัยฉกรรจ์หยิบจดหมายเปิดผนึกที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานขึ้นมาอ่าน
ด้วยสีหน้าที่ค่อนข้างจะเคร่งขรึมแต่ยังแฝงรอยยิ้มน้อยๆที่มุมปาก พร้อมเก็บจดหมายดังกล่าว
ใส่ในซอง ก้มหน้าก้มตาเก็บเอกสารที่จำเป็นและสิ่งของเล็กๆน้อยลงในกระเป๋าเอกสารใบไม่
ใหญ่นักวางลงบนโต๊ะทำงาน  ท่ามกลางสายตาแปลกใจของพนักงานที่ต่างหันมามองด้วยเห็น
ความผิดปกติของเจ้านายมิได้เคยกระทำดังนี้มาก่อนตั้งแต่ทำงานร่วมกันมา
     “ คุณ อรสา บ่ายนี้ช่วยบอกทุกๆคนด้วยนะครับว่า ผมของดการประชุมเพราะมีธุระด่วน”
เขาหันไปสั่งเจ้าหน้าที่ด้านซ้ายมือที่ทำหน้าที่เป็นเลขานุการประจำตัว
     “ค่ะๆ?? ทำคุณจะไปไหนหรือค่ะ”  หญิงสาวที่ชื่อ “อรสา” ถามขึ้นเบาๆ  ด้วยความสงสัย
     “เดี๋ยวผมต้องไปพบกับคุณธเนศยังไม่รู้ว่าเราจะได้ร่วมกันทำงานอีกต่อไปหรือไม่ครับ”
เขาหันมายิ้มตอบเพียงสั้นๆ
     “คงไม่เป็นไรนะครับ ขอให้ทุกๆคนทำงานให้เต็มความสามารถก็แล้วกัน ผมขอฝากไว้ด้วย”
     เขาก้าวลุกขึ้นพร้อมหยิบกระเป๋าเอกสารเดินไปตามโต๊ะพนักงานสนทนาเบาๆ บางครั้งก็ตบ
ไหล่เจ้าหน้าที่ ก่อนจะออกจากห้องไป เขาหันกลับมามองยังเหล่าพนักงานพลางค้อมศีรษะลง
ส่งยิ้มแล้วโบกมือเสมือนจะอำลาจากไป  ยิ่งทำให้ทุกๆคนแสดงสีหน้าเลิกหลักสงสัยยิ่งนักเกิด
การวิพากษ์วิจารณ์กันขึ้นถึงกับเสียงดังเซ็งแซ่ไปหมด
     ก๊อกๆๆๆ เสียงเคาะประตูห้องทำงานดังขึ้นเบาๆ
 “เชิญ”  เสียงดังจากภายในก้องออกมา
    ร่างชายนั้นพลันก้าวผ่านประตูเข้าไป พร้อมทั้งก้มศีรษะทำความเคารพ เห็นภายในห้องนั่งไว้
ด้วยร่างชายหนุ่มใบหน้ายาวมีหนวดประดับไว้เหนือริมฝีปากพองามยังโต๊ะทำงานใกล้ริมหน้าต่าง
  “เชิญนั่งคุณฐิตินัย”  เขากล่าวขึ้นด้วยสำเนียงเคร่งขรึม
  เมื่อชายกลางคนนั่งลงเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มจึงกล่าวต่อขึ้นว่า
   “จากผลงานที่คุณทำมาแล้วให้นึกเสียดายจริงๆที่ผมจำเป็นต้องพักงานคุณไว้ชั่วคราวเนื่องจาก
ระยะนี้เศรษฐกิจกำลังตกต่ำทำให้ค่าใช้จ่ายของบริษัทเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากรายจ่ายสูงกว่ารายรับ การ
ติดต่อกับด้านต่างประเทศก็ขาดทุนอย่างมาก แต่มิใช่ความผิดของคุณหรอก หวังว่าคุณฐิตินัยคงจะรู้ดี
   หากบริษัทเราดีขึ้นกว่าเดิมผมจะติดต่อขอให้คุณมาช่วยทำงานให้แก่เราอีกด้วย คิดว่าคุณคงจะเข้าใจดี
อ้อ..นี่เงินเดือนคุณพร้อมโบนัสประจำปีและเงินค่าแรง 6 เดือนตามกฎหมายแรงงาน” เขากล่าวพร้อม
ยื่นซองยาวสีขาวมอบส่งให้แก่ชายกลางคน
    “ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมเองก็คิดจะวางมือเรื่องงานนี้สักพักครับ งั้นผมขอลาไปเลยนะครับ”
เขายื่นมือมารับซองขาวนั้นใส่ลงในกระเป๋าเอกสาร พร้อมกับลุกขึ้นก้มศีรษะทำความเคารพแล้ว
หันหลังก้าวเดินออกจากห้องไป  เมื่อพ้นหน้าบริษัทฯเขาหันมาหยุดยื่นมองเสมือนจะอำลา
บริษัทนี้เริ่มต้นก่อตั้งด้วยเขากับหญิงสาวเจ้าของบริษัทมีเพียงสองคนเท่านั้นที่เริ่มดิ้นรนขนขวาย
จากตึกห้องแถวที่เช่ากันมาจนกิจการรุ่งเรืองค่อยๆขยับขยาย  ไปซื้อเนื้อที่เล็กๆปลูกสร้างขึ้นต่อมา
การค้าด้านต่างประเทศให้ความเชื่อถือ    จนได้รับเอกสิทธิ์เป็นตัวแทนจำหน่ายผู้เดียวในประเทศก็ผัน
เปลี่ยนไปจัดหาเนื้อที่กว้างขวางเป็นไร่จัดการสร้างบริษัทฯและโรงงานจนใหญ่โตการค้าได้รับความ
เจริญรุ่งเรืองมาจนถึงบัดนี้  หญิงสาวพยายามอ้อนวอนเขาให้มีชื่อร่วมด้วยแต่ด้วยความรักที่มีและ
เกรงครหานินทาจากคนในสังคมเขาจึงได้ปฏิเสธความหวังดีนั้นอย่างสิ้นเชิง การวางตัวปฏิบัติมิได้
เย่อหยิ่งเสมอต้นเสมอปลายในความสมถะของเขาแม้แต่รถยนต์ที่เขาพอจะมีปัญญาซื้อหาได้ก็มิได้
สนใจใยดี คงอาศัยรถประจำทางมาทำงานจนผ่านล่วงมา 40 กว่าปีจนหญิงสาวที่เขาเฝ้าหลงรักหันเห
ชีวิตเปลี่ยนไปสู่ในสภาพแวดล้อม แม้กระทั่งลืมคำมั่นสัญญาที่ให้กันไว้เสียสิ้นไปแต่งงานกับหนุ่ม
สังคมมีหน้ามีตาเขาก็ยังไปร่วมในงานแต่งงานด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสอวยพรคู่บ่าวสาว ครั้งนั้น
ยังจำได้ว่าระหว่างการรดน้ำสังข์นั้นเขาเห็นหยาดน้ำตาเล็กๆไหลคลอเบ้าตาหญิงอันเป็นที่รัก  จนเขา
อดเสียมิได้ที่จะเอื้อมมือไปซับหยาดน้ำนั้นด้วยผ้าเช็ดหน้าของเขา ทุกๆวันนี้ผ้าน้อยผืนนี้เขายังเก็บรักษา
ไว้แนบกายเสมอมิได้ขาดหายไปไหนพกติดตัวตลอดเวลา   
       กาลเวลาเปลี่ยนแปลงไปมาสู่ปัจจุบันนี้  คุณธเนศบุตรชายคนเดียวของ คุณยุพดีหญิงที่เขาใฝ่ปอง
เข้ามาดูแลกิจการแทนแม่ของเขาซึ่งบิดาได้เสียชีวิตไปในระหว่างเดินทางไปต่างประเทศ เมื่อเศรษฐกิจ
ผันแปรไปตามจังหวะการเมืองเข้าแทรกซ้อนกิจการก็เริ่มแปรเปลี่ยนไปด้วยความมักใหญ่ใฝ่สูงของ
คุณธเนศที่หันเหชีวิตเข้าสู่การเมือง บริษัทเริ่มคลอนแคลนแต่ด้วยประสบการณ์ชีวิตของเขาที่ผ่านมา
ทำให้บริษัทมิได้ผันแปรเปลี่ยนไปตามกระแสร์วิถีทาง  เขายืนมองบริษัทด้วยน้ำตาคลอเบ้าพลางพรึ่มพรำ
   “ลาก่อนยุพดี..บริษัทที่รัก”    แล้วหันตัวเดินจากไปในที่สุดท่ามกลางฝูงชนขวักไขว่ไปมา
             บ้านพักน้อยใหญ่ตั้งเรียงรายเหนือเชิงผาริมเนินเขาที่อุดมไปด้วยพฤกษานานาพันธุ์ ไม้ดอกที่ขึ้น
ตามป่าเขาบ้าง ที่ปลูกจัดเป็นบริเวณบ้างสีสันหลายหลากสีส่งกลิ่นหอมวนเวียนด้วยหมู่แมลงต่างๆที่พา
กันไต่ตอมดอกเกสรของหมู่ไม้ เสียงนกต่างๆพากันร้องเซ็งแซ่ เหนือขึ้นไปยังยอดเขาเห็นลิงไต่ตามกิ่ง
ไม้แกว่งตัวไปมา บริเวณกว้างที่รายรอบด้วยบ้านพักต่างๆนั้นเทลาดลงสู่ชายหาดทะเลแลไกลสุดขอบฟ้า
บ้างแลเห็นหมู่เกาะเป็นตะคุ่มๆไม่ห่างไกลมากนัก  มีเรือและสิ่งละเล่นจอดริมชายหาดไว้ให้นักท่องเที่ยว
ใช้เป็นที่สนุกสนานสำราญกัน ทุกๆบ้านอยู่ภายใต้ต้นสนล้อมรอบร่มรื่น เสียงน้ำทะเลซัดสู่ชายหาดเป็น
ระยะๆ  ในยามเย็นพระอาทิตย์ยามอัสดงจะทอดตัวลงยังเหนือน้ำทะเลเป็นจุดมุมมองที่น่าทัศนายิ่ง
มีเหล่าคนงานจำนวนมากกำลังแยกย้ายกันทำความสะอาดบริเวณบ้านพักต่างๆและชายหาดให้ดูสะอาด
ร่างของชายค่อนข้างวัยชราแต่ท่าทางกระฉับกระเฉง ยืนทอดสายตาเหม่อมองท้องทะเลเหนือโขดหินริม
ชายหาดโดดเด่นเดียวดาย  จนกระทั่งร่างชายชราสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงเรียกของเด็กสาวที่กำลังวิ่งเข้า
มาหาพลางโอบกอดเอวไว้   
    “แม่เรียกจ๊ะพ่อ ให้หนูมาตามด้วยล่ะ  ”  เด็กสาวอายุราวประมาณ 14-15 ปีกล่าวเร่ง พร้อมดึงมือผู้
เป็นพ่อให้รีบไป
    “มีคนมาขอเช่าบ้านพักจ๊ะพ่อ มากันหลายๆคนด้วยล่ะ”  เด็กสาวกล่าว
    “อ้าว!!! แล้วแม่บ้านล่ะลูกเขาทำไมไม่ต้อนรับล่ะ” ชายมีอายุถามด้วยความสงสัย
    “อ้อ??? เขามาถามคนที่ชื่อฐิตินัย หนูไม่รู้จักบอกกับเขาแล้วว่ามีแต่คนที่ชื่อ ทัศน์นัยจ๊ะ แต่เขาบอกว่า
ไปสำรวจแล้วว่าบ้านพักเหล่านี้เป็นของคุณฐิตินัยแล้วมาเปลี่ยนชื่อภายหลัง หนูก็งง แม่บอกว่าพ่อเคยอยู่
กรุงเทพฯอาจจะเปลี่ยนชื่อเสียงก็ได้ ให้มาตามพ่อดีกว่าจ๊ะ”  เด็กสาวกล่าวด้วยความสงสัย
     “แล้วมันเกี่ยวกับฐิตินัยกันทำไมล่ะหนู จะเช่าก็เช่าไปซิทำไมต้องถามหากันด้วยล่ะ” เขาถามด้วยสงสัย
     “ไม่รู้ซิพ่อ เห็นหญิงกลางคนแต่สวยจริงๆจ๊ะ เขาว่าอยากพบคุณฐิตินัยจ๊ะ” เด็กสาวเบิ่งตาโตตอบ
     ชายกลางคนสะดุ้งแต่รีบปิดอาการมิให้ลูกสาวจับได้ แสร้งทำเป็นหงุดหงิดทันที
      “ยุ่งจริงพวกนี้”   เขากล่าวพลางกอดไหล่ลูกสาวก้าวเดินออกไป  แต่นึกสังหรณ์ในใจหรือว่าจะเป็น
ยุพดี    ใบหน้าของสาวคนรักเก่าในอดีตผุดขึ้นมาทันที รอยยิ้มที่ช่างตราตรึงเสียเหลือเกิน ปากน้อยๆถ้อยเจรจา
ที่เขายากจะลืมเลือนเสียได้ผุดขึ้นในโสตแว่วกังวานมิรู้เลือน   ช่างเถอะบัดนี้มันเปลี่ยนไปเสียแล้ว
ยากจะหวนคืนมาได้อีก  เขาก้าวเดินกลับบ้านพักที่จัดไว้เป็นที่ติดต่อของนักท่องเที่ยวทั้งหลาย
ก็แลเห็นภรรยายืนกวักมือเรียกไหวๆอยู่   หน้าบ้านพักที่ใช้เป็นที่ทำงาน เต็มไปด้วยคนเรียงราย
บ้างยืนบ้างนั่งบ้างกระจายเต็มไปหมด  เขาก้าวมาหน้าห้องรับรองพร้อมด้วยลูกสาว หันไปทักภรรยา
      “อ้าวแม่พัชร  มีอะไรหรือจ๊ะทำไมเขาไม่พอใจอะไรหรือ?”  เขาหันมายิ้มกับหญิงสาวสวยรูปร่างคล้ำอายุ
อานามห่างกับเขาหลายปีนัก
     “บอกเขาแล้วล่ะพ่อ แต่เขายืนกรานว่าขอพบกับคุณฐิตินัยก่อนจะเข้าบ้านพักนะ” หญิงสาวรูปร่างได้สัด
ได้ส่วนสวยงามเพียงแต่ผิวร่างกายดูออกจะคล้ำไปเท่านั้นเอ่ยขึ้น
     “เขาบอกว่า คุณฐิตินัยกับคุณทัศน์นัยนั้นคนๆเดียวกันคือนามสกุล วิริยะกุลเหมือนกันจ๊ะพ่อ” หล่อน
ตอบพร้อมจ้องตาเขม็งมองหน้าเขา
      “ใช่แล้วพัชร พ่อเองนั้นก่อนชื่อฐิตินัยแต่พ่อมาเปลี่ยนเป็นทัศน์นัยเพราะพ่อทิ้งอดีตไปหมดสิ้นแล้ว
ที่ไม่บอกกับแม่นั้นเพราะไม่อยากรื้อฟื้นอดีตเก่าๆอีกจ๊ะ แม่คงไม่โกรธพ่อนะ เพราะตอนนี้พ่อมีเพียงแม่
และลูกเท่านั้นเองจึงลืมชื่อ ฐิตินัยไปตั้งนมนานแล้วจ๊ะ”  เขาหันมากล่าวแล้วเข้าโอบกอดภรรยาไว้
     “ช่างเถอะพ่อ อดีตคือแค่เพียงความฝันเท่านั้นต่างก็มีอดีตกันทั้งสิ้น แม่เองก็ลืมไปหมดสิ้นแล้วเช่นกัน
คงมีพ่อและยายนันท์ เราสามคนเหลือเท่านี้ก็เพียงพอแล้วจริงไหมจ๊ะพ่อ”  หล่อนหันมายิ้มกับสามี
     “จ้า  ชีวิตนี้พี่มอบให้แก่แม่และลูกหมดสิ้นแล้ว ถึงมันจะหวนกลับมาก็เพียงแค่รำลึกกันเท่านั้นมัน
หมดสิ้นจริงๆไปแล้วจ๊ะ ”  เขาหัวเราะเบาๆพร้อมจูบลงบนใบหน้าภรรยา 
      “อิ้วๆๆๆน่าไม่อาย”  ลูกสาวหยิกตรงแขนพ่อเบาๆ แล้วหัวร่อพลางวิ่งเข้าไปข้างในห้องทันที
     “ไปเถอะแม่ พ่อสังหรณ์ใจว่าจะเป็นคนในอดีตที่เคยชอบกันไว้จ๊ะ แม่อย่าหึงนะจ๊ะ อดีตก็คืออดีต
พ่อไม่หวนกลับไปอีกแล้วล่ะจ๊ะ”  เขาตอบพร้อมดึงร่างภรรยาก้าวเดินเข้าไปข้างในด้วยกัน
      ภายในห้องที่จัดไว้ด้วยโต๊ะเก้าอี้รับแขกและ เคาสเตอร์จัดเอกสารที่ยืนไว้ด้วยแม่บ้านที่คอยต้อนรับ
เขาหันไปสอบถามแม่บ้านทันที
      “มีอะไรหรือ พิม?”   หญิงวัยกลางคนหันมายกมือไหว้ พร้อมผายมือกล่าวขึ้นว่า
      “คุณเธอคนนั้น...เขาอยากพบคุณชายเจ้าค่ะ”
    ทันทีที่เขาก้าวเข้ามาพร้อมพัชราและฐิตินันท์  หญิงวัยกลางคนที่นั่งรออยู่ก็เบิ่งตาโต ยกมือขึ้นปิดปาก
เผลอคำอุทานขึ้นทันที
     “คุณนัย !!!  คุณนัยนั่นเอง”  พร้อมลุกขึ้นรีบก้าวเข้ามาหา ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำที่เบ้าตา
  “สวัสดีครับคุณยุพดี  สบายดีไหมครับ ไม่ได้พบกันกันนาน นี่ครับ พัชราภรรยาผม และโน่น ฐิตินันท์
ลูกสาวผมเองครับ”  เขายกมือขึ้นไหว้หญิงวัยกลางคน แล้วหันมาทางภรรยาและลูกสาว ซึ่งยืนมองแต่
ก็รีบหันมายกมือไหว้ด้วยกันทั้งสองคน   เห็นหญิงวัยกลางคนชะงักแล้วหันมาจ้องภรรยาและลูกสาว
เขาด้วยท่าทีเหม่อลอย แต่ก็ยังยกมือไหว้ตอบ
   “สวยทั้งแม่ลูกเลยนะคุณนัย”  หล่อนหันมากล่าวกับเขา
   “ว่าจะมาขออาศัยพักผ่อนสักระยะหนึ่ง ได้ข่าวว่าที่นี่เป็นทำเลที่สวยงามมากติดภูเขาและทะเลร่ำลือไป
ถึงกรุงเทพฯ แหมแต่กว่าจะมาได้นี้ก็ไกลโขนะ นัย ”
    “ครับ...ที่ดินบริเวณนี้เป็นของภรรยาผมทั้งหมดครับ ผมเองเพียงแค่มาปรับปรุงแต่ก่อนเป็นป่าติดชาย
ทะเลครับรกร้าง ผมมาพบเห็นว่าเหมาะแก่การท่องเที่ยวจึงได้ดำเนินแต่ยังไม่ดีเท่าที่ควรนักครับอาจจะ
ไม่สะดวกสบายเหมือนในกรุงเทพฯครับ”  เขากล่าวขึ้น
    “โอ้..ขนาดนี้ก็นับได้ว่าเยี่ยมแล้วล่ะนัย  ยุพฯเองก็เชื่อในความสามารถนัยเสมอ นับว่าโชคดีของคุณพัชร
และนันท์จริงๆนะที่ได้พ่อที่แสนประเสริฐเช่นนี้  ยุพฯเองวาสนาน้อยเหลือเกิน” หล่อนกล่าวด้วยน้ำตานอง
หน้า
      “ช่างเถอะครับอดีตที่ผ่านไปแล้วมันกลับมามิได้อีกแล้ว นอกจากเป็นแค่ความทรงจำอันดีเท่านั้นเอง
แล้วทางบริษัทฯเป็นอย่างไรบ้างคุณยุพดี”
      “ตั้งแต่เจ้าธเนศให้คุณออกจากงาน มิได้บอกกล่าวแก่ยุพฯเลย  ยุพฯเสียใจมากทะเลาะกันใหญ่ แล้วไล่มัน
ออกจากบ้านไป แต่อย่างไรก็สงสารคิดว่าเป็นลูกจึงให้คนไปตามกลับมาแต่ไม่ให้บริหารงานบริษัทอีก
มันขอโทษว่าไม่รู้ว่าคุณกับยุพฯนั้นก่อตั้งบริษัทขึ้นมาจากเราทั้งสองคนไม่มีอะไรจนใหญ่โตได้  อีกทั้งคุณ
บอกมิให้แจ้งแก่เจ้าธเนศไว้ยุพฯก็ทำตามเสมอๆ   เขาไปเล่นการเมืองก็แทบจะหมดตัว ตอนนี้บริษัทเราแย่
มากๆจำต้องปิดบริษัทไว้ชั่วคราว ที่เป็นตัวแทนต่างประเทศเขาก็ขอคืนไปให้คนอื่นทำแทนแล้วล่ะ พึ่งจะ
มาเปิดใหม่ก็ได้ประมาณปีกว่าๆ  นี่นำพนักงานบริษัทมาพักผ่อนและพยายามสืบหาคุณตลอดเวลาจนเจ้า
ธเนศมันสืบให้จึงรู้ว่าคุณเปลี่ยนชื่อแล้วมาทำกิจการอยู่ที่นี่”  หล่อนกล่าวพลางยกมือก้มตัวไหว้ขอโทษ
ต่อเหตุการณ์ทั้งหมด
      “ไม่คิดว่าคุณมาทำกิจการที่นี่ ตอนแรกตั้งใจจะให้คุณกลับไปช่วยบริหารงานบริษัท แต่ว่าตอนนี้เปลี่ยน
ใจเสียแล้วล่ะ”  หล่อนกล่าว
      “อ้าวแล้วคุณธเนศมาด้วยหรือเปล่าล่ะ”  เขาถาม
      “มาจ๊ะแต่ไม่กล้าเข้าหน้าคุณ ว่าตอนค่ำๆจะขับรถมาขอโทษคุณเอง คงอายคุณล่ะมั๊ง”
     “แล้วคุณยุพฯจะมาพักสักกี่วันล่ะครับ ผมจะได้ให้เขาจัดการต้อนรับอย่างเต็มที่”  พร้อมหันไปทาง
ภรรยาและลูกสาวให้เข้ามาพบปะคุยกันด้วย
     เมื่อทั้งหมดเข้าคุยกันและแลกเปลี่ยนสนทนาก็เกิดความสนิทชิดชอบซึ่งกันและกันด้วยอัชฌาสัย
ตลอดคุณยุพดีนั้นเป็นนักธุรกิจย่อมเข้าใจชำนาญในการเจรจายิ่งนักนั่นเอง จนถึงกับมีเสียงหัวเราะต่อ
กระซิกกันอย่างสนุกสนานต่างก็ไม่มีข้อขุ่นข้องหมองใจกันและกัน สร้างความปิติยินดีแก่เขาเป็นอย่างยิ่ง
     “คุณนัย  นี่เป็นรายจ่ายของบริษัทให้คุณและคุณพัชรคิดในอัตราปกตินะ อย่ามีพิศกพิเศษอะไรทั้งสิ้น”
หล่อนหันมากล่าวกับเขา
    “เราไม่ใช่คนอื่นคนไกลกันนะคุณยุพฯ เอาอย่างนี้ดีกว่าคนล่ะครึ่งทางดีไหมครับ คือว่า ค่าที่พักทั้งหมด
เรางดเก็บยกเว้นค่าอาหารเท่านั้น จะพักกี่วันก็ได้ตามใจคุณ  และวันสุดท้ายขอเป็นวันพิเศษสำหรับผม
และครอบครัวจะจัดเลี้ยงดูให้ทั้งหมดถือว่าผมเองก็ได้มีส่วนช่วยเหลือบริษัทที่เราสองต่างก็ก่อตั้งขึ้นมา
ก็แล้วกันนะครับ  ดีไหมล่ะแม่”  เขากล่าวพร้อมหันมาทางภรรยาเพื่อขอคำตอบ
      “แล้วแต่พ่อซิจ๊ะ แม่ว่า เราควรจะยกเว้นในกรณีพิเศษทั้งหมดไม่ดีกว่าหรือจ๊ะพ่อ”  หญิงสาวกล่าวพร้อม
หันมายิ้มกับเขาและคุณยุพดี
      “อย่าเลยนะแม่พัชร ค่าใช้จ่ายของเด็กๆตั้งหลายคนที่ต้องกินต้องใช้ในการต้อนรับ แค่นี้ก็ถือเป็นบุญคุณ
มากแล้วล่ะ  ถ้าครั้งต่อไปขอให้ดำเนินการตามปกตินะอย่าได้ทำแบบนี้อีก ครั้งนี้ถือว่าเราทั้งหมดต่างพึ่งมา
พบกันจึงยกเว้นไว้นะจ๊ะ”  หล่อนหันมาโอบร่างของพัชราเข้ามากอด พร้อมดึงร่างของนันท์ลูกสาวเขามา
กอดด้วย  ทั้งหมดแสดงความยินดีต่อมิตรไมตรีของกันและกัน
      “นี่พิม...จัดการต้อนรับพวกคุณๆทั้งหมดอย่าให้มีสิ่งขาดตกบกพร่องขึ้นได้นะจ๊ะ ถือว่าเขาทั้งหมด
เป็นญาติๆของเราไว้ด้วยแล้วสั่งพนักงานทุกๆคนด้วยให้อำนวยความสะดวกตลอดจนเรือและเครื่องเล่น
ต่างๆด้วยนะ”  หญิงสาวเจ้าของสถานที่หันมากล่าวแก่แม่บ้านของหล่อน  แม่บ้านซึ่งยืนฟังการสนทนา
ย่อมเข้าใจอะไรๆได้ดี น้อมกายรับคำทันที
       “จ๊ะแม่หญิง” พร้อมทั้งถือเอกสาร ไปหาเหล่าพนักงานและแจ้งให้ทราบว่าสมควรจะพักบ้านหลังใด
    ทุกๆอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อยจวบจนถึงวันสุดท้ายของการพักผ่อน ที่ทางเจ้าของสถานที่จัดไว้
ต้อนรับอย่างมโหฬารเกิดขึ้น ณ ริมชายหาด ประดับประดาด้วยโคมไฟหลายหลากสี มีดนตรีที่ถูกจัดขึ้น
ลักษณะแบบพื้นเมืองปนกับดนตรีสมัยใหม่ บรรเลงตั้งแต่หัวค่ำไปจนดึกดื่นเที่ยงคืน ท่ามกลางเสียงน้ำ
ทะเลที่ซัดสู่ชายหาดเคล้าเสียงดนตรีกลมกลืนกัน  พระจันทร์ส่องสว่างกลางท้องฟ้าท่ามกลางดวงดาว
ที่ส่งแสงระยิบระยับ แสงจันทร์เป็นประกายในท้องทะเลที่ส่งเสียงคลื่นค่อยๆทยอยเข้ากระทบฝั่ง
 ทุกๆคนต่างรื่นเริงบันเทิงใจ  ออกไปเต้นรำกันบ้างร้องเพลงกันตามคนหนุ่มๆสาวๆเป็นที่สนุกสนาน
 คุณธเนศเข้ามากราบที่ตักของเขาพร้อมกล่าวคำขอโทษผิดทั้งปวงที่ได้ล่วงกระทำโดยไม่รู้มาก่อนพึ่งจะมา
ทราบภายหลังจากคุณแม่พร้อมฝากเนื้อฝากตัวซักถามปัญหาต่างๆเพื่อกลับไปแก้ไขดัดแปลงเมื่อกลับไป
จะนำไปใช้กับทางบริษัทอีกครั้งหนึ่ง  ด้วยเห็นการบริหารงานของสถานที่นี้ได้ถูกจัดขึ้นเป็นระบบตลอด
จนพนักงานทุกๆคนต่างขยันหมั่นเพียรอ่อนน้อมยิ่ง ยากนักที่จะสร้างสิ่งนี้ได้โดยง่ายอีกทั้งสถานที่ก็ถูก
จัดการอย่างยอดเยี่ยม นอกจากนักบริหารชั้นโปรฯเท่านั้นที่ถึงจะดำเนินการเช่นนี้ได้  เขารู้สึกทึ่งและเกิดความ
เสียดายยิ่งนักที่ได้คนมีฝีมือเช่นนี้ไว้แต่หาได้รู้จักถึงคุณค่ากลับหลงงมงายปล่อยปะละเลยด้วยความ
เย่อหยิ่งหลงในสิ่งที่ป้อยอจนขาดความคิดอ่านรอบคอบไป  ซึ่งทางฐิตินัยเองก็หาได้ถือสาความใดๆไม่ตาม
นิสัยของตนกลับแนะนำบางสิ่งบางอย่างที่ประสบการณ์รอบรู้ให้แก่คุณธเนศจนหมดสิ้น เพียงแค่กำชับ
ไว้ข้อหนึ่งว่า “ให้รู้เขารู้เรา รู้จักประมาณตัวเอง หมั่นศึกษาตรวจสอบทั้งก่อนทำและหลังทำไปแล้ว
ค้นหาแนวทางต่างๆอย่าได้หยุดชะงักให้ทันสมัยอยู่เสมออย่าหลงแก่ตัวเองเป็นอันขาด 
หาทางหนีทีไล่หลบหลีกปัญหาที่จะมาในภายหน้าเพื่อใช้เป็นวิถีทางในการดำเนินกิจการต่อไป
เป็นสำคัญยิ่ง”  ซึ่งคุณธเนศก็รับฟังและให้สัญญาต่อหน้าแม่ของเรา คุณธเนศยังกล่าวว่าจะขอน้องสาว
ไปร่วมทำงานด้วย  เขาได้แต่อมยิ้มบอกให้โตเป็นผู้ใหญ่กว่านี้ก่อนแล้วจะค่อยพิจารณาอีกที อีกทั้งงาน
ทางด้านนี้เขาเองก็ชรามากแล้วอยากให้ลูกสาวมาช่วยดูแลปกครองจะหาความสบายในบั้นปลายชีวิตกับ
คุณพัชราเสียมากกว่า   ส่วนคุณยุพดีก็กล่าวว่าหากทุกๆอย่างเรียบร้อยแล้วอยากจะมาขอพักอาศัยที่นี่
ด้วยคนและจะขอปลูกบ้านเล็กๆไว้ที่ริมเขาเพื่อใช้ชีวิตตอนบั้นปลายศึกษาธรรมไว้ด้วย ขอความเห็นว่า
จะสมควรหรือไม่   เขาและภรรยาก็ยิ้มต่างบอกว่ายินดีเสมอ เมื่อกาลเวลานั้นมาถึงเราต่างก็จะทิ้งชีวิต
บั้นปลายหนีทางโลกทิ้งไว้   ต่างก็จะพากันขึ้นเขาไปหาสถานที่เงียบสงัดอยู่กัน ทั้งหมดก็พากันหัวร่อ
และให้สัญญากันไว้ จวบจนดึกดื่นได้เวลาพักผ่อน ต่างก็ทยอยกันเข้านอน ยกเว้นเขาและภรรยาต่างพา
กันเดินไปยังริมชายหาดทั้งสองกอดเอวหันหน้าเข้าหากันยิ้มต่อกัน เขาค่อยๆบรรจงก้มลงจูบภรรยา
อันเป็นสุดที่รัก ถึงแม้ว่าจะต่างวัยกันและความรักศรัทธาซึ่งกันและกันหาได้มีอุปสรรคใดจะมาขวางกั้น
แต่หนทางนี้ได้   จวบพระจันทร์จะลับสู่ขอบฟ้าแต่เขาทั้งสองยังนั่งเคียงคู่มองท้องฟ้าและทะเลรับลมโชย
พัดมาปล่อยอารมณ์ท่องเที่ยวไปด้วยกันตราบนานแสนนาน.ฯ
                                                            ***   แก้วประเสริฐ.   ***
				
				
comments powered by Disqus
  • เพียงพลิ้ว

    14 ธันวาคม 2549 14:57 น. - comment id 94294

    ความรักต่างวัย-น่ารักจังค่ะ
    
    ชอบค่ะเรื่องนี้
    
    อยากมีแบบคุณทัศน์นัยค่ะ
    
    36.gif36.gif36.gif36.gif36.gif36.gif1.gif
  • เปเป้ซังแม่มู๋ผู้เดียวดาย

    14 ธันวาคม 2549 15:14 น. - comment id 94295

    5.gifอิจฉาๆๆๆๆ5.gif13.gifอิอิอิอิอิ13.gif
  • กระต่ายใต้เงาจันทร์

    14 ธันวาคม 2549 18:42 น. - comment id 94297

    น่าอิจฉาน่ะค่ะ36.gif
  • แก้วประเสริฐ

    14 ธันวาคม 2549 19:49 น. - comment id 94299

    36.gif16.gif36.gif
    คุณ เพียงพลิ้ว
    
           ผมก็แต่งไปเรื่อยๆแหละครับ อิอิ ผม มันแก่
    ก็เลยผสมผสานลงไปนิดๆจ๊ะตามอารมณ์นึกสนุกๆ
    นั่นแหละ อีกอย่างก็เคยพบเห็นมาเหมือนกันแบบนี้
    นะครับ ผมว่ามันแล้วแต่บุญนำกรรมแต่งนะครับ
    
                    16.gifแก้วประเสริฐ.16.gif
  • แก้วประเสริฐ

    14 ธันวาคม 2549 19:52 น. - comment id 94300

    36.gif16.gif36.gif
    คุณ  เปเป้ซังแม่มู๋ผู้เดียวดาย
    
           โธ่เอ๋ยจะไปอิจฉาอะไรกันกับการแต่งสนุกๆ
    ของผมนะครับ มันเพียงแค่เงาและลม อิอิ ขอบคุณ
    จ้า
    
              16.gifแก้วประเสริฐ.16.gif
  • แก้วประเสริฐ

    14 ธันวาคม 2549 19:54 น. - comment id 94301

    36.gif16.gif36.gif
    คุณ กระต่ายน้อย
    
          ฮ่าๆๆคนสวยอย่างคุณไปอิจฉาทำไม แค่หลิ่วตา
    ข้างเดียวก็คนวิ่งพล่านมาเสนอหน้ากันแล้วล่ะอิอิ
    
                     16.gifแก้วประเสริฐ.16.gif
  • เฌอมาลย์

    14 ธันวาคม 2549 23:32 น. - comment id 94304

    มาอ่านไม่ไหวแล้วค่ะ ตาลายง่วงนอน22.gif
    
    ราตรีสวัสดิ์นะคะ
    
    พรุ่งนี้ต้องเดินทางตี4 อิอิ
  • NONGEVA

    15 ธันวาคม 2549 04:20 น. - comment id 94305

    1.gif I THOUGHT THIS STORY GONNA HAVE MORE I REALLY LIKE IT 64.gif
  • แก้วประเสริฐ

    15 ธันวาคม 2549 12:29 น. - comment id 94313

    36.gif16.gif36.gif
    คุณ  เฌอมาลย์
    
              จ้าอย่าทรมานไปเลยจ๊ะเจ้าหญิงเดี๋ยวรอยย่น
    จะมากเหมือนผมนะ  ขอให้ฝันดีนะครับ
    
            16.gifแก้วประเสริฐ.16.gif
  • แก้วประเสริฐ

    15 ธันวาคม 2549 12:32 น. - comment id 94314

    36.gif16.gif36.gif
    คุณ nongeva
    
            ไม่หรอกครับเรื่องยาวคงอีกนานแสนนาน
    ที่จะแต่งต่อครับไม่มีตอนต่อไปหรอกครับ ขอบคุณ
    ที่ชอบ  เป็นอย่างไรบ้างครับสุขสบายดีหรือครับคิดถึง
    
                   16.gifแก้วประเสริฐ.16.gif
  • แมงกุ๊ดจี่

    17 ธันวาคม 2549 13:35 น. - comment id 94341

    ความต่าง   สุดท้ายก็ห่างเหิน...
    
    บางทีความต่าง   ก็ทำร้ายเรานะคะ...
    
    รักษาสุขภาพนะคะ   อากาศเย็น ๆ
    ภูมิแพ้   ต้องดูแลสุขภาพร่างกายดี ๆ  นะคะ
    ระลึกถึง  และห่วงใยเสมอ...
  • แก้วประเสริฐ

    17 ธันวาคม 2549 21:45 น. - comment id 94350

    36.gif16.gif36.gif
    คุณ  แมงกุ๊ดจี่
    
            ใช่แล้วครับคุณมะกรูด ความต่างเปรียบเสมือน
    ขั้วสองขั้วที่มีส่วนคล้ายคลึงกันแต่ไม่เหมือนกัน
    ต้องสร้างสิ่งต่างนั้นให้พอเหมาะพอควรถึงจะสมดุลย์
    กันได้ เปรียบชีวืตที่แตกต่างกันย่อมสามารถพอดี
    กันได้ย่อมต้องอาศัยสิ่งแวดล้อมเป็นตัวประกอบนำ
    ครับ  ขอบคุณมากผมเองระยะนี้กำลังฟิตออกกำลัง
    กายเพื่อปรับสมดุลย์ของร่างกายอยู่ครับและ
    ทานยายประกอบด้วยครับ ให้คิดถึงท้องนา
    ท้องทุ่งจังเลยครับ ขอบคุณ
    
                 16.gifแก้วประเสริฐ.16.gif

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน