* น้ำตาไอ้หนุ่มลูกทุ่ง *

แก้วประเสริฐ


               น้ำตาไอ้หนุ่มลูกทุ่ง
          ตะวันรอนท้องฟ้าสีแดงสลัวของสายัณห์ที่ทอดเข้ามา
อากาศค่อนข้างเยือกเย็น  เป็นฤดูของเปลี่ยนแปรตามกาล
ท้องฟ้าเริ่มมืดคลึ้ม  สายลมพัดค่อนข้างรุนแรง
ขอบฟ้าเริ่มทมึนปกคลุมไปด้วยเมฆจำนวนมากที่ลอยละล่อง
หมุนสลับไปๆมา  ปลายแห่งขอบฟ้ามีสายวิชชุแปลบปลาบ
เป็นบางครั้ง  แล้วค่อยๆทะยอยปกคลุมไปทั่ว
         ท้องฟ้าเริ่มมีเสียงคำรามกึกก้องประปราย  ใบไม้เริ่มลู่ลม
มากยิ่งขึ้น พร้อมกับมีสายฝนโปรยเป็นระยะๆ   ใบข้าวที่กำลัง
ตกเขียวชะอุ่มเริ่มลู่ไปตามกระแสลม
          ร่างของชายคนหนึ่งนุ่งผ้าขาก๊วยที่เอวรัดไปกับผ้าขะม้าเป็น
ปมชายย้อย แต่ก็ปลิวไหวไปๆมาๆตามสายลมที่กระโชก ตอนนี้
เริ่มรุนแรงยิ่งขึ้น
          เขาแหงนหน้ามองท้องฟ้า  ซึ่งเริ่มโปรยละอองฝนลงมาเปียก
ตามใบหน้าและร่างกายที่ไม่ได้ใส่เสื้อ อกเป็นกล้ามมัดๆสมบูรณ์ยิ่ง
ยืนกอดอก  รู้สึกว่าจะไม่ยี่หระต่อสายฝนที่เริ่มโปรยมาอย่างหนัก
           “ไอ้โชติโว้ยๆ ไอ้โชติมึงยังไม่กลับบ้านหรือนี่ฝนก็เริ่มจะตก
อย่างแรงแล้วนะว๊ะ”
             เสียงร้องตะโกนมาจากแปลงนาอีกผืนหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆกัน 
ชายหนุ่มรูปร่างทะมัดทะแมง หันไปมองพร้อมตะโกนตอบ
            “ยังหรอกน้าแจ่ม  ข้าว่าจะรอให้ฝนตกมากกว่านี้ค่อยกลับ
อากาศมันร้อนมากๆเสียด้วยวันนี้ มีฝนตกก็ดีนาจะได้รับน้ำไปเลี้ยง
ต้นข้าว   ข้าจะอยู่เป็นเพื่อนนานี่แหละน้า”
            “เออๆๆๆใช่ว๊ะ  ไม่รู้มันร้อนผิดปกติมาตั้งแต่เช้าแล้ว  ข้าว่า
ฝนตกก็ดี มันแล้งมาหลายวันแล้ว  แล้วมึงไม่ออกไปหาเขียด หากบ
ปลาเก็บไว้หรือ  เพราะน้ำใหม่ปลาและสัตว์มักจะออกมาเล่น
น้ำใหม่  จะได้เก็บไว้ขายและกินวันหลังว๊ะ”
             “นี่ข้าก็คอยดูแหละน้า  เพราะยังไม่รู้ว่าฝนจะตกนานหรือ
เปล่าเพราะว่าเป็นฝนทิ้งช่วงเสียด้วย”
               “แต่ข้าว่ามันเอาแน่นะโว้ย  มันอั้นมานานแล้ว”
เสียงร้องตะโกนข้ามนา แต่ไม่ห่างไกลมากนัก
               “แล้วน้าว่ามันจะนานไหมล่ะ???”
               “ข้าว่านะคงจะนาน  เพราะว่าเอ็งดูเมฆซิมันมาทุกๆด้านเลย
อีกอย่างหนึ่ง มันอั้นทิ้งช่วงแล้งมานานแล้ว”
                “ข้าก็คิดอย่างน้าแหละ แต่ขอดูและอาบน้ำใหม่ให้ชื่นใจ
สักหน่อย แล้วค่อยเข้าบ้าน ไปลองน้ำฝนเก็บไว้ก่อนจะออกหาปลา
ด้วยต้องปล่อยให้ฝนล้างหลังคาเสียก่อน  สิ่งสกปรกจะได้ออกมา”
                 “ตามใจเอ็งว๊ะ  ข้าไปก่อนนะโว้ยว่าเดี๋ยวให้ยายม่อมมัน
เตรียมเครื่องแกงสำหรับต้มปลา สักหน่อย แล้งปากมานานแล้ว”
                  “อ้าวแล้วมึงล่ะ ข่าวว่าอีเรียมมันหายหัวไปกรุงเทพฯนะ
มีวี่แววจะกลับมาหรือเปล่าล่ะ????”
         คราวนี้คำพูดของชายกลางคนทำให้หนุ่มถึงกับสะอึก  อึกอักไป
ก่อนจะตอบว่า
                  “ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันน้า   เขาคงจะได้ดิบได้ดีแล้วล่ะ จึง
ลืมท้องทุ่งไป  แต่ช่างเถอะน้าจะให้ข้าไปตามหรือ ข้าก็ไปไม่ถูกเขา
ว่ากรุงเทพฯมันใหญ่โตกว้างขวางเสียด้วย  มีรถราเยอะแยะเดี๋ยวทำ
ให้ข้าเวียนหัวเปล่าๆ”
                   “นั่นซิข้าก็ได้ยินไอ้จ้อยมันเล่าให้ฟังเพราะมันพึงจะกลับ
มาเยี่ยมว๊ะ”
                    “แล้วมันไปทำงานอะไรที่กรุงเทพฯหรือน้า”
                   “เห็นมันบอกว่าเป็นลูกมือจ้างของอู่ซ่อมรถยนต์ว๊ะ แต่
บอกเหมือนกัน  แต่ข้าไม่รู้จัก  ว่าแต่ว่าเถอะว๊ะ อีเรียมมันก็ใจดำนัก
นะมันทิ้งผัวไปไม่ใยดีเอาเสียเลย   ปล่อยมันไปเถอะว่าไอ้โชติ
  ผู้หญิงส่วนมาก็แบบนี้แหละว่า   อีดาปลายโค้งโน้นก็หนีผัวไป
เหมือนกันเขาว่าไปเป็นหางเครื่องวงอะไรข้าก็ไม่รู้ว่า  มันชอบเพลง
ลูกทุ่ง     หากทำงานอื่นมันก็ทำไม่ได้หรอกไม่มีความรู้อะไร แต่มัน
เชื่อเพื่อนมัน  มันชอบเต้นๆรำๆ เฮ่อๆๆๆแม่มันบ่นเสมอเวลาข้าไป
เยี่ยมนะ  ว่าไอ้แดงอีดามันทิ้งไปไม่ยอมส่งเงินทองมาให้เลย นางแม่
มันกล่าวปรึกษาข้า  ไอ้ข้าหรือก็ไม่รู้จะช่วยมันอย่างไรนอกจากแบ่ง
ข้าวที่ทำได้ให้มันหุงกินและหาปลาได้ก็แบ่งให้เพราะสงสารว๊ะ”
                 “นั่นซิน้า  นางเรียมมันก็ไม่มีความรู้แต่มันไปเชื่อเพื่อน
ข้าเองก็ทัดทานมันแล้วมันไม่ฟัง มันเปลี่ยนไปมากตั้งแต่หลงวิทยุ
ที่มันโฆษณาและหนีข้าไปเมื่อไหร่ข้าก็ไม่รู้ไม่ได้บอกกล่าวอะไรเลย
ตื่นนอนมามันหายไป  เขียนจม.บอกว่าจะไปหาเงินที่กรุงเทพฯแล้ว
จะส่งเงินมาให้เหมือนกันนับแต่มันหายไป  ไม่ได้ข่าวคราวมันเลยไม่
รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไร  ตอนแรกข้าเองก็ทำใจไม่ได้  บอกแก่น้าตรงๆ
ไม่อายหรอก ข้าร้องไห้ทุกๆคืนเลย ยามอยู่คนเดียวแบบนี้ มันเหงา
จริงๆ นึกว่าเวรกรรมของข้าจะหาใหม่หรือมันยังรักอยู่เลยทำใจไม่ได้
ทั้งๆทีอีสาวบ้านคุ้งโน้นมันก็ให้ท่าให้ทางแก่ข้าจ๊ะน้า”
               “นั่นซิไอ้โชติเอ๋ย   ความรักนี้นี่แหละทำให้คนตาบอดดัง
พระท่านเทศน์ไม่ผิดเลยว๊ะ  เอ็งทำใจได้แล้วมันอาจจะไปมีผัวใหม่
ก็ได้มันลืมเอ็งเสียแล้วว๊ะไอ้โชติ”
               “คงจะเป็นอย่างนั้นนะน้า นี่ก็หลายปีดีดักแล้วล่ะ”
     กล่าวเสร็จไอ้หนุ่มลูกทุ่งโชติ  ก็ยกมือเสยผมที่เปียกปอนไปด้วย
หยาดน้ำฝน  จริงซินะฝนมันซื่อสัตย์ต่อท้องนาจริงๆ แม้ว่าจะห่าง
หายไปบ้างแต่ก็ยังกลับมา   เมียกูล่ะหายเงียบไปตอนรักกันใหม่ๆ
ก็จู๋จี๋ดีให้สัญยกสัญญากันว่าจะสู้กับท้องทุ่งจวบจนวันตาย ฮึๆๆๆ
ชายหนุ่มระบายออกทางจมูก  พลางหันไปทางน้าแจ่มเพื่อจะถาม
อะไรบ้างอย่าง เห่อๆๆน้าหายไปแล้ว  แต่มันยังยืนแหงนมองฟ้าที่
ฝนเริ่มจะรุนแรงกว่าเดิมมาก  ท้องฟ้าก็คำรามสายฟ้าวิ่งไปวิ่งมาเป็น
แปลบๆ        ไอ้หนุ่มลูกทุ่งหาได้เกรงกลัวเพราะมันชินเพราะพบมา
ตั้งแต่เล็กๆแล้ว  บัดนี้มันเป็นหนุ่มมีเมียแล้วแต่ไม่มีลูก อยู่สองคน
ในกระท่อมกับอีเรียม   โถเรียมนะเรียมไม่น่าทำกับกูได้เลย  มัน
เปรยเบาๆท่ามกลางฝนฟ้าที่คะนอง  เสียงฟ้าผ่ามันมองเห็นต้นไม้
ที่ไกลออกไป เสียงดังสะท้านก้องไปทั่วทุ่ง มันรีบนั่งยองๆทันที
น่าจะผ่ามายังข้านะจะได้หมดเรื่องหมดราวเสียทีไอ้หนุ่มนึก  พลัน
นึกย้อนอดีตไปในท่ามกลางฝนที่ตกอย่างหนัก
          “พี่โชติจ๋า ปีนี้พี่คงจะเก็บเกี่ยวได้ดีนะ เห็นพี่ตั้งแต่พ่อแม่พี่
เสียไปก็ไม่มีใครนอกจากพี่ทำอยู่คนเดียวไม่หาใครมาช่วยหรือ”
          “เรียมเอ๋ยใครล่ะ???ที่จะมาช่วยเหลือพี่เงินทองหรือก็มี
ไม่มากนัก แค่พออยู่พอใช้กับท้องนานี่แหละ  เออๆๆปีนี้ได้มาก
หน่อยกำไรหลายเกวียนจ๊ะเรียม”
           “แล้วพี่มองหาใครหรือยังล่ะ???”
พลางทำตาชะม้อย  เหลือบมามองมาทางหนุ่มรุ่นกระทงอย่าง
มีเลสนัย
           “ก็มองเหมือนกันแหละเรียม แต่ว่าพี่มันบุญน้อยใครเขา
จะมาสน ได้ข่าวว่าคนที่ข้าหลงมองมันไปสนใจลูกกำนันอยู่”
            “เอ๊ะๆๆใครหรือพี่โชติ  ที่พี่มองนะแหม๋คงมีบุญมาก
หากได้พี่โชติเป็นคู่”
            “เรื่องนี้พี่ไม่กล้าบอกหรอกจ๊ะ  เขาว่าขุนเขาที่อยู่ห่างไกล
นั้นนะ บางทีอาจจะไกล้ก็ได้ หากเราพยายามแต่ความพยายามพี่
มันไร้ผลเสียแล้ว”
              “อะไรเรื่องคนมันเกี่ยวกับขุนเขาเชียวหรือ???”
              “ข้าเพียงยกตัวอย่างให้ฟังเท่านั้นแหละเรียม”
              “แล้วใครล่ะพี่ บอกเรียมไม่ได้หรือ  อิอิ หรือว่าเขิน”
พลางอีสาวก็เข้ามาเกาะแขน พร้อมทั้งเขย่าไปๆมาๆ
        ไอ้หนุ่มโชติมองตาเป็นประกาย จริงซินะหากไม่บอกตอนนี้
เห็นทีไม่มีโอกาสแน่ พลางเอ่ยขึ้นว่า
                “แล้วเรียมมีใครสนใจหรือเปล่าล่ะ???”
                “ใครจะมาสนใจเด็กบ้านนอกอย่างฉันล่ะพี่โชติ”
                “เออๆหากมีคนเกิดสนใจล่ะเอ็งจะว่าอย่างไร”
           เสียงอีสาวหัวร่อลั่น  
               “พี่นี่ช่างเย้าจริงๆนะ เรียม เองยังนึกไม่ออกเลย ทั้งๆที่มีไอ้
หนุ่มบ้านเราและหมู่บ้านอื่นมาติดพันแต่    ข้าไม่สนใจหรอกพี่
เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กๆนะ  ส่วนไอ้หนุ่มบ้านอื่นพ่อก็ไม่ตกลง
เคยมาขอเหมือนกัน  มันเป็นนักเลงหัวไม้พ่อไม่ชอบ”
               “ถ้าอย่างนั้น พี่ว่าเรียมเอ็งต้องแก่ขึ้นคานแน่เลย  ฮ่าๆๆๆ”
     ว่าแล้วไอ้หนุ่มก็ต้องสะดุ้งโหยง แล้วถอยออกมา เพราเจ้าหล่อน
เล่นหยอกด้วยการหยิกและข่วน  
              “เฮ้ยยๆๆเจ็บนะโว้ยเรียม เล็บเอ็งยิ่งคมแหลมไม่รู้จะไว้
ทำไม  ไว้เสียจนยาวแบบนี้” 
              “ไว้ข่วนพี่นี่แหละเวลาเจ้าชู้และขัดใจเรียม”
พูดแล้วก็ค้อนควักๆ ตามประสาหญิงสาว
               “หากพี่จะไปขอเอ็งกับพ่อเอ็ง  พ่อเอ็งจะว่าหรือเปล่าว๊ะ
เรียม” 
               “ฮั่นแน่ๆพี่โชติไม่ได้เชียวนะพอเปิดทางให้ ก็พรวดมา
แทบตั้งตัวไม่ทันเชียว”
               “เฮ้ยๆๆถามจริงๆว่า ถ้าข้าคิดแบบนี้เอ็งจะรังเกียจข้าหรือ
เปล่าว๊ะเรียม”
                “ให้มันจริงดังคำพูดเถอะพี่โชติ รับรองว่าข้าจะรับใช้พี่
จวบจนวันตายไม่มีวันเป็นอื่นไปเด็ดขาด”
                “จริงๆนะเรียม เอ็งพูดอย่าทำให้ข้าต้องผิดหวังนะโว้ย”
                “สาบานจ๊ะสาบาน  ข้าขอสาบานต่อหน้าเจ้าทุ่งนี่แหละพี่
หากเราสองอยู่ด้วยกัน  ข้าจะรับใช้พี่จวบจนวันตายไม่เป็นอื่น
เด็ดขาด  แล้วพี่ล่ะ”
                 “ข้าก็เหมือนเอ็งแหละว๊ะเรียม หากผิดสัญญาขอให้ฟ้าผ่า
ข้าตายในทุ่งนี้แหละ”
                 ทั้งสองหยอกเย้ากันไปตามประสาความรักขอหนุ่มลูกทุ่ง
ทั้งหลายแต่ไม่ได้ผิดผีประเพณีแต่อย่างไร
                 ชายหนุ่มหลับตาพริ้มนึกถึงอดีตทำให้เขาอดหลั่งน้ำตาเสีย
ไม่ได้ ใช่แล้วหลังจากนั้นเขาก็เริ่มขยันหมั่นเพียร ซ้ำยังไปช่วยเหลือ
พ่อของเรียมในการเกี่ยวข้าวและงานอื่นๆ จนเป็นที่รักใคร่ของพ่อ
เรียม  ดังนั้นเวลาผ่านไปไม่นานเขาก็ไปขอร้องผู้ใหญ่บ้านให้มาช่วย
เป็นพ่อสื่อสู่ขอเรียม พ่อเรียมหรือก็เมตตาสงสารและยอมยกลูกสาว
ให้อยู่กินกับเขามา เป็นเวลาหลายๆปีจวบจนบัดนี้
                  เรียมเปลี่ยนไปแล้ว เปลี่ยนไปตามกระแสสังคมที่เริ่มจะ
เจริญรุกเข้ามาในที่ คนบางคนขายแต่เขาไม่ยอมขายสู้กับกระแส
ความกดดันรอบข้าง  จนได้ชัยชนะจะมีก็ไม่เท่าไหร่นักที่ไม่ยินยอม
ขายที่ของปู่ย่าตาทวด  ความเปลียนแปรมีสิ่งทันสมัยเข้ามานี่แหละ
ทำให้เรียมเปลี่ยนแปลง และหายไปจากเขามารู้ก็สายไปเสียแล้ว
                ฝนแม้จะตกหนักขนาดไหนแต่ก็ไม่ทำให้ ไอ้หนุ่มโชติ
ต้องเดินกลับบ้าน  มันยืนแหงนหน้าพร้อมภาวนาให้ฟ้าผ่ามันจะ
ได้หมดทุกข์โศกจากความคิดถึงเสียที  แต่ฟ้าไม่ปราณีต่อมันเลย
หยาดน้ำไหลย้อยพร้อมน้ำตารินไหลเป็นทางสู่หน้าอกของมัน
              ใช่ซินะความรักย่อมไม่ปราณีใคร  แม้แต่มันเองที่มอบ
ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างด้วยความรัก แต่ความรักกลับกลั่นแกล้งมัน
ไอ้หนุ่มโชติรำพึง
                มันยืนกอดอกใต้สายฝนรำพึงความหลัง ครั้งในอดีต
มันและเรียมต่างช่วยกันทำมาหากิน บนผืนนาน้อยแห่งนี้แต่
เหมือนฟ้ากลั่นแกล้ง ปีนั้นนาล่มเสียหายหมด ข้าวก็ถูกเพลี้ยเข้า
ทำลาย น้ำหรือก็แล้ง ผืนนาแตกระแหง  มันแทบหมดเนื้อหมด
ตัว แต่มิใช่แค่สิ่งนี้เท่านั้น มันเสียสิ่งที่มันรักไปด้วย เรียมหายไป
พร้อมกับความแห้งแล้งและความหมดตัวของมัน
              ยิ่งคิดมันยิ่งเศร้าใจ ยกมือขึ้นลูบไล้ใบหน้าพร้อมกับเสยผม
แม้ว่าพ่อตามันจะมาปลอบโยน แต่เขาพ่อลูกกันย่อมไม่เห็นใครดี
ไปกว่าลูกของตน  ดังนั้นพ่อตาแม่ยายจึงทำเป็นเหินห่าง เขาไปบ้าน
ต้อนรับแบบเสียไม่ได้
           ไอ้หนุ่มโชติคิดๆหรือว่าทุกๆอย่างมันจบสิ้นหมดแล้ว ความ
หลังสะท้อนใจอย่างรุนแรง  มันแทบจะฆ่าตัวตายแต่ด้วยความเป็น
นักต่อสู้ของมันทำให้มัน เริ่มต้นสร้างฐานะใหม่อาศัยพ่อผู้ใหญ่บ้าน
ที่เป็นพ่อสื่อให้มัน คอยปลอบใจมันจนบัดนี้มันเป็นคนที่มีหน้ามีตา
จัดว่าเป็นคนมีเงินทองคนหนึ่งด้วยความอุตสาหะพากเพียรของมัน
และเหมือนฟ้าเมื่อกลั่นแกล้งมันจนพอใจและกลับมาสร้างเชิดชูมัน
ข้าวมันขายได้เป็นล่ำเป็นสันราคาดีจนมันสามารถซื้อผืนนาขยายออก
ไปได้อีกหลายสิบไร่  
         ความเป็นคนที่เอางานเอาการ สาวทั้งหลายต่างพุ่งเป้ามาหามัน
แต่มันกลับกลัวสาวๆเหล่านี้ ยามใดที่มันคิดถึงเรียมสาวแรกรัก  มัน
ต้องแอบร้องไห้ เช่นวันนี้มันให้น้ำฝนช่วยชะล้างหยาดน้ำตาของมัน
ที่ไหลย้อยหลั่งรินลงบนผืนนาอันเป็นสุดที่รักของมัน  
         “เรียมเอ๋ยข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน ข้าพร้อมที่จะอ้าแขนข้ารับเจ้า
เข้าสู่อ้อมกอดข้าอีกไม่ว่า เอ็งจะผ่านสิ่งใดมา “
         เสียงมันตะโกนฝ่าสายฝนไปยังฟากฟ้าท่ามกลางเสียงคำราม
ของสายฟ้าที่วิ่งไปวิ่งมาอย่างน่ากลัว  แต่มันหาได้เกรงกลัวมันพร่ำ
รำพันถึงหญิงที่มันรักอย่างไม่อายหวาดหวั่นใดๆ
        “เรียมๆๆๆเมื่อไหร่เจ้าจะกลับมา  ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน เอ็ง
ไม่คิดถึงข้าบ้างเชียวหรือเรียม”
        เสียงพร่ำคร่ำครวญจวบจนฟ้าฝนหยุดโปรยปราย นั่นแหละมัน
ถึงลุกขึ้นด้วยท่าทางอันอ่อนล้าเหน็จเหนื่อยเหมือนทำงานหนักมา
นาน  เดินเอียงซ้ายเอียงขวาหายลับไปกับความมืด  นอกจากได้
ยินเสียงคร่ำครวญทอดเป็นระยะๆ ไปจนเสียงนั้นขาดหายไปพอจับ
ได้ความว่า
          “เรียมเอ๋ยพี่รักเอ็งมากๆนะ พี่คอยเจ้าหวังเจ้าจะมาช่วยเช็ด
หยาดน้ำตาข้าเป็นเวลานาน  เรียมอันเป็นสุดที่รักข้าเอย.”
     เสียงนี้ขาดหายไปพร้อมกลับความมืดเข้าปกคลุมอาณาเขตนั้น
ตราบนิรันดร์กาล.
                          * แก้วประเสริฐ. *

117684ygkpzfr3jr.gif				
comments powered by Disqus
  • ร้อยฝัน

    27 กันยายน 2555 09:29 น. - comment id 130479

    41.gif41.gif
    ลุงแก้ว ขออ่านอีกสักเรื่อง
  • เพียงพลิ้ว

    27 กันยายน 2555 09:40 น. - comment id 130480

    น่าสงสารพ่อโชติจริงๆค่ะคุณลุง
    
    
    36.gif36.gif36.gif36.gif36.gif36.gif36.gif36.gif36.gif36.gif1.gif
  • แก้วประเสริฐ

    27 กันยายน 2555 13:12 น. - comment id 130481

    36.gif16.gif36.gif
    คุณ ร้อยฝัน
    
          ตามสบายครับ ผมอย่างไรก็ได้เสมอ
    ขอบใจนะที่แวะมาเยี่ยม รักเสมอ
    
                   16.gifแก้วประเสริฐ.16.gif
  • แก้วประเสริฐ

    27 กันยายน 2555 13:13 น. - comment id 130482

    36.gif16.gif36.gif
    คุณ เพียงพลิ้ว
    
             หลานรักลุงว่างๆก็หันมาเขียนทางนี้
    เห็นแดนพิศวงยังไม่ตกหน้า ก็เลยมาเอา
    แบบสั้นๆนะ  รักหลานเรามากๆเสมอ
    
                    16.gifแก้วประเสริฐ.16.gif
  • อนงค์นาง

    27 กันยายน 2555 13:49 น. - comment id 130483

    ศิษย์ชอบอ่านเรื่องสั้นค่ะครู อ่านเรื่องยาวทีไรยอมแพ้ทุกที
    ถ้าเป็นนวนิยายแบบเป็นเล่ม สมัยก่อนตอนยังสาวจะอ่านจบทีเดียวไปเลย พอแก่ลงใช้สายตากับคอมพ์ทั้งวันในกาทำงาน กลับบ้านสายตาจะอ่อนล้า อ่านอะไรนานๆไม่ค่อยไหวค่ะครู ขออภัยที่ไม่ได้ตามอ่านเรื่องยาวของครูด้วยนะคะ
    
    36.gif29.gif36.gif
  • เอื้องอังกูร

    27 กันยายน 2555 15:16 น. - comment id 130484

    เรียมไม่กลับมา   นาไม่มีคนทำ.พ่อแม่
    ชราหนีหน้าตาดำๆ  ไม่เคยว่าเรียมสักคำให้
    ช้ำน้ำใจ...แม่แก่เฝ้ารอ..พ่อทำนาไม่ไหว
    ได้แต่เป็นลมนอนระทมตรมใจ..คิดถึงลูกสาว
    ในใส้..เมือ่ไรจะกลับมาหา....ฯลฯ ครวญเพลง
    ให้ฟังหนึ่งท่อนครับ....16.gif
       สนุก..เห็นบรรยากาศ ท้องทุ่งนาดีครับ
    มันเปนชีวิตที่มีชีวา16.gif36.gif
  • แก้วประเสริฐ

    27 กันยายน 2555 15:37 น. - comment id 130485

    36.gif16.gif36.gif
    คุณ อนงค์นาง
    
             จ้าอายุพวกเรามากกันแล้วย่อม
    เป็นธรรมดาของสายตานี่แหละสำคัญ
         ครูจะพยายามสอดแทรกเรื่องสั้นๆ
    แบบนี้มาให้อ่านนะ ยกเว้นเรื่องยาวที่
    ต้องทำประจำอยู่แล้ว รักศิษย์เรามาก
    เสมอๆ
    
               16.gifแก้วประเสริฐ.16.gif
  • แก้วประเสริฐ

    27 กันยายน 2555 15:43 น. - comment id 130486

    36.gif16.gif36.gif
    คุณ เอื้องอังกูร
    
            ครับชีวิตธรรมชาติปราศจากมายา
    สาไถใดๆ เป็นชีวิตที่บริสุทธิ์ผุัดผ่องนัก
           ผมเองสมัยหนุ่มปีหนึ่งต้องไปเปลี่ยน
    ปอดสักครํ้งหนึ่งเท่าที่จะทำได้ การเปลี่ยน
    ปอดผมหมายถึงการไปสูดอากาศอันบริสุทธิ์
    จากป่าเขาลำเนาไพรท้องทุ่งนาครับ ได้
    รับอากาศดีจิตใจสบายชุ่มฉ่ำใจยิ่งนัก
            การเขียนเรื่องแบบนี้ผมถนัดนักครับ
    เพราะมันเป็นประสบการณ์ที่พบเห็นมาจน
    จำในสมองได้ไม่ลืมเลือน ง่ายๆกว่าการ
    เขียนเรื่องพิศวงมากมายนัก ที่ต้องมานั่ง
    ทบทวนความรู้ประกอบจินตนาการหาตัว
    ลครและต้องจดจำในตัวลครที่สำคัญไว้
    เพื่อจะใช้ดำเนินเรื่องครับ หวังว่าจะเป็น
    ที่ถูกใจของคุณนะครับ ขอบคุณรักเสมอ
    
                  16.gifแก้วประเสริฐ.16.gif
  • ..กุสุมา..

    27 กันยายน 2555 19:31 น. - comment id 130492

    อ่านเรื่องสั้นของท่านมาระมาณ3เรื่อง.รู้สึกเห็นใจพระเอกในเรื่องเจ้าค่ะ
    ทุกเรื่องมีแต่การรอคอย..หญิงคนรักก็รังแต่จะทอดทิ้ง..ทำไมหรือเจ้ าค่ะ
    ถ้าจะเอาเรื่องต่างๆมาอ้าง คงมิใช่ดอกกระมัง เพราะเธอไม่่มีใจรักต่างหาก
    ความรัก..ไม่มีสิ่งใดจะขวางกั้นได้ เพียงสองใจพร้อมที่จะรักกันเจ้าค่ะ
    จะติดตามอ่านเรื่องต่อไปนะเจ้าค่ะ
    แต่ไม่ค่อยมีเวลา ต้องพกคอมติดตัว
    ตลอด ว่างเมื่อไหร่
    เป็นต้องเข้าบ้านกลอนเจ้าค่ะ
    16.gif36.gif36.gif16.gif
  • แก้วประเสริฐ

    27 กันยายน 2555 22:40 น. - comment id 130494

    36.gif16.gif36.gif
    คุณ กุสุมา
    
           การเขียนผมมักจะสร้างจินตนาการ
    ผสมผสานกับเรื่องจริง แต่มาดัดแปลง
    ครับ และผมก็ไม่ได้เขียนเรื่องสั้นแบบนี้
    มานาน อาจจะซ้ำกันในตอนจบด้วยสิ่ง
    ที่ฝังในหน่วยความจำผมก็เป็นได้ครับ
           ผมเองสร้างขึ้นเพื่อสนุกสนานและ
    เร้าอารมณ์คนจะคละกันไปครับ  ขอบคุณ
    ครับที่เข้ามาเยี่ยมชม ซึ่งอาจจะไม่ดีนัก
    เพราะผมเขียนแล้วส่งเลยม้ันว่างๆเลย
    เขียนขึ้นมากครับ  หวังว่าจะพบกันอีก
    นะครับ ขอบคุณ
    
                      16.gifแก้วประเสริฐ.16.gif
  • คนน่ารัก

    30 พฤศจิกายน 2555 07:41 น. - comment id 131192

    อยากรู้ประวัติผู้แต่งทำไงดี
  • แก้วประเสริฐ

    1 ธันวาคม 2555 15:54 น. - comment id 131235

    36.gif16.gif36.gif
    คุณ คนน่ารัก
    
           คุณนั้นน่ารัก แต่คนแต่งน่าชังนะ
    ประวัติผู้แต่งนี้ เอาคร่าวๆนะครับ
    เป็นชายรูปร่างเล็ก  ขาว น่าตาสะอาดสะอ้านคนหนึ่ง
    ไม่เตี้ยไม่สูงเกินไป มีปากดั่งรูปกระจับแบบหญิง
    สาว  เริ่มแรกเรียนหนังสือโรงเรียนวัด คือวัดดอน ยานนาวา
    ต่อมาจบก็มาศึกษาต่อที่โรงเรียนมัธยมวัดสุทธิวราราม
    จนจบการศึกษา ด้วยฐานะยากจนจึงจำเป็น
    ต้องหาที่เรียนที่เป็นวิชาชีพ ทั้งๆที่ใจนั้น
    ต้องการที่จะเรียนทางด้านหมอมาก  แต่อนิจจา
    ความฝันใยเล่าจะเข้าข้างคนฝันก็หาไม่จึง
    จำเป็นหักเหอนาคตตนเอง ทำให้เศร้าใจใน
    ส่วนลึกของหัวใจ แต่ก็ต้องทนเพื่ออนาคตเนื่อง
    จากเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นที่หักเหของดวงชะตา
    เมื่อสำเร็จการศึกษาจาก รร.กรมไปรษณีย์โทรเลข ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการชั้น
    จัตวาระดับ 2 เงินเดือน 550 บาท สมัยนั้นถือ
    ว่ามากพอค่าใช้จ่าย ด้วยทองคำขายบาทละ
    450 บาท หาทางศึกษาต่อแต่ไม่สำเร็จเพราะ
    งานนั้นกระชับมัดตัวเองเอาไว้  เมื่อทำงาน
    เงินเดือนยังไม่ครบดีเท่าไหร่ในอัตราขั้นชั้น
    ตรีก็ได้รับบรรจุเป็นข้าราชการชั้นตรี  ทำงาน
    ไปได้สักระยะหนึ่ง ถูกเพื่อนร่วมรุ่นดูถูกว่าจะ
    ต้องดักดานอยู่ในชั้นนี้ไม่มีโอกาสจะก้าวหน้า
    ไปได้มากกว่านี้  ความที่ถูกดูถูกมากพอดี
    ขณะนั้นเปิดการสองเปลี่ยนตำแหน่งขึ้นมา
    จึงได้ดักดานไปสอบชั้นโท  ทั้งๆที่เงินเดือน
    ยังไม่ถึงขั้นพิจารณาก็ตาม เพื่อลบล้างในการ
    ที่เขาดูถูกจึงทดลองดู  
    สมัยนั้นตำแหน่ง ชั้นโทนี้ได้ยากสอบก็ยาก
    หาได้รับโดยง่ายดายไม่ ต้องใช้ความรู้
    ความสามารถเชี่ยวชาญเป็นกรณีพิเศษ
    แต่ความที่ถูกดูถูกจากเพื่อนร่วมรุ่นนั้นเอง
    จึงได้ตั้งมั่นว่าจะต้องสอบให้ได้ในตำแหน่ง
    นี้เพื่อที่จะลบล้างคำดูถูกจากเพื่อน เมื่อ
    ประกาศผลการสอบออกมา ปรากกว่าเหนือ
    ความคาดหมายของบรรดาข้าราชการด้วยกัน
    คือ  สอบชั้นโท ได้เป็นระดับที่ 3 ของทั้งหมด
    ทั่วประเทศ แต่อนิจจา่คนที่ได้รับระดับต่ำกลับ
    ได้รับการบรรจุไปก่อน สาเหตุเนื่องจากเงิน
    เดือนยังไม่ถึงตำแหน่งที่สอบได้  จนต้องตก
    ค้างไปอีก 1 ปี  การสอบนี้จะขึ้นบัญชีไว้ 2 ปี
    จวนจะหมดเวลาอยู่แล้วและต้องถือเป็นโมฆะไป
    แต่คนแต่งไม่เสียดายนัก เพราะได้หักความ
    ดูถูกจากเพื่อนไปได้ คนเชื่อไหมคนเรานะ
    เวลาทำเกินกว่าเขา  เขากลับมาเอาอกเอาใจ
    เราอย่างมาก แตต้องวางเฉยๆไว้ จวบกระทั่ง
    อธิบดีท่านตรวจสอบผลการสอบที่จะให้เป็น
    โมฆะในครั้งนี้ ท่านอุทานว่าเหตุใดคนที่สอบ
    ได้ต่ำกว่าได้รับการบรรจุ แต่คนที่สอบได้
    เป็นอันดับ 3 จึงยังไม่ได้บรรจุ จึงได้เรียก
    ตัวไปสัมภาษณ์และท่่านอุทานออกมาจำ
    ไม่ได้แล้วว่าท่านอุทานอะไรออกมา แล้ว
    บอกว่าให้กลับไปได้  พอล่วงมา 1 เดือน
    ก็มีการบรรจุคนแต่งได้รับตำแหน่งชั้นโท
    ไปกินตำแหน่งที่ต่างจังหวัด  อ้อๆๆลืมบอก
    ว่าคนแต่งทำงานในกรุงเทพฯนี้เอง  แต่
    ตำแหน่งไปอยู่จำได้ว่าที่พิจิตร เตรียมขน
    ของไปรับตำแหน่งแล้ว แต่ก็พลาดอีกจน
    ได้เพราะ  เขาให้ไปเฉพาะตำแหน่งแต่ตัว
    ยังทำงานที่เดิม เป็นที่อิจฉาคนทั่วๆไปเพราะ
    เป็นชายหนุ่มอายุยังน้อยไม่เกิน 25 ปีก็ได้
    รับตำแหน่งนี้ที่ว่ายาก ทำให้เนื้อหอมเป็น
    ที่รุมล้อมจากคนรอบข้าง แต่คนแต่งรู้ตัว
    ว่าอะไรเป็นอะไรที่ได้คงเป็นเพราะโชค
    ชะตาเล่นตลกมาก กว่า จนกรมไปรษณีย์
    โทรเลขได้แยกตัวมาเป็นรัฐวิสาหกิจ ก็
    ถูกย้ายตามผู้บังคับบัญชามาด้วย พอไม่
    นานก็ได้ตำแหน่งชั้นเอก และไม่เท่าไหร่
    ก็ได้ตำแหน่งชั้นพิเศษในชีวิตราชการและ
    รัฐวิสาหกิจ จนครบเกษียรอายุ  ออกมาหา
    ประสบการณ์  ก็พอดีได้รู้จักกับเพื่อนใน
    เวปฯไทยกลอนนี้แนะนำ  แต่ไม่ได้พบในเวปฯ
    นี้นะครับ ที่เวปฯอื่นๆ  จึงทดลองมาสมัคร
    และเล่นมาจวบจนปัจจุบันนี้  นี่คือประวัติ
    คร่าวๆของการเรียนและการทำงานนะ เอา
    แค่นี้ก็พอนะ   ขอบคุณที่สนใจประวัติผมขอให้
    คุณจงโชคดีและอย่ามีชะตะดั่งผมเลย
    ครับ ค่อนข้างอาภัพทั้งเรื่องส่วนตัวและ
    วงการทำงาน ต้องต่อสู้ด้วยความยาก
    ลำบาก เลือดตาแทบกระเด็นเชียว 
          สวัสดีครับ ขอบคุณ
    
                    16.gifแก้วประเสริฐ.16.gif

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน