** โธ่เธอ **

แก้วประเสริฐ


                                               **  โธ่เธอ  **
       ท่ามกลางฝนโปรยปรายละอองสัมผัสใบหน้าแทบจะทั่วเรือนร่างที่ยืนเหม่อมองสายตาผ่านทิวไม้
ไปสู่ปลายขอบฟ้าไกลแสนไกล หาได้แยแสต่อสายฝนที่สัมผัสแม้จะมีเสียงดังอย่างน่ากลัวของสายฟ้า
ที่แปลบปลาบตลอดเวลา
     ลมพัดกระโชกเป็นบางครั้ง สายลมพัดทำให้รวงข้าวลู่ไหวเอนไปๆมาๆ  แม้นเวลาใกล้ๆจะพลบค่ำ
แล้วก็ตาม ร่างที่ยืนกอดอกมิไหวพลิ้วตามลม บางครั้งเพียงแต่แหงนหน้ามองท้องฟ้า ละอองน้ำหยาดริน
จากเส้นผมลงสู่ใบหน้าที่กร้านของเนื้อสองสีร่างที่สูงใหญ่ล้ำสัน อะไรหรือที่ทำให้เขาเป็นไปได้ฉะนี้มิ
ใยต่อฟ้าฝนที่คะนองมิคำนึงถึงความปลอดภัย ประดุจไร้สิ่งใดๆทั้งสิ้นมากั้นขวางต่อการกระทำนี้ได้
     เสียงพึมพรำเบาๆลอดออกมาจากปากที่ได้รูปรอยมิกว้างใหญ่หรือเล็กเกินไปจัดได้ว่าสวยงามสมกับ
ร่างกายที่สง่าของชายลูกทุ่ง  เสียงร้องมอๆๆของเจ้าทุยที่ได้ยินเป็นบางครั้งมิห่างไกลนักของกระท่อม
หลังคาจาก เสมือนจะเรียกนายมันให้กลับเข้ามาบ้านเสียที   เสียงนั้นเบาๆเคล้ากับสายฝนที่โปรยปราย
จนกระทั่งร่างนั้นสั่นสะท้านเบาๆ  เสียงนั้นจึงหันหลังกลับเข้ามายังคอกควายที่ปลูกไว้ใต้บ้านที่ยกสูง
เว้นช่วง  ห่างจากคันไถที่แขวนไว้ใกล้ๆกับฟองฟอนหญ้าและกาบมะพร้าววางเรียงเป็นระเบียบเรียบร้อย
      เขาเดินไปที่เตาที่ก่อขึ้นไว้เพื่อสุมไฟจากกาบมะพร้าวเพื่อไล่ริ้นยุงที่คอยตอมเจ้าทุยในคอกที่เบิ่งตา
จ้องมองเขาเสมือนจะพูดคุยกับเขาด้วย แต่เสียงที่พูดเพียงเป็นแค่เสียง มอๆๆ มอๆๆ เท่านั้น เขายิ้ม
พลางเดินไปลูบไล้บนหัวมัน พลางกล่าวเบาๆว่า
     “ ดำ...เห็นจะมีเอ็งเท่านั้นแหละที่ยังรักภักดีต่อข้า เป็นเพื่อนข้าเสมอๆๆ” เสียงนั้นหยุดชะงักหายไป
      “มาดแม้นว่าเขายังเหมือนเจ้า  ข้าคงจะไม่โดดเดี่ยวเดียวดายเช่นนี้หรอก  มีเราสองเท่านั้นที่ยังต้อง
ทนต่อไป  ข้าคิดจะไปตามหรือก็ให้เป็นห่วงเอ็ง มิมีผู้ใดจะคอยดูแลเอ็งกับเจ้าด่าง”   
     เจ้าด่างคือหมาตัวผู้ที่นอนอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ส่งสายตาจ้องมองดูเขา   ร่างนั้นผละจากเจ้าทุยเดินก้าวขึ้น
กระไดที่พาดไว้ชั้นบน สักครู่หนึ่งจึงก้าวลงมาพร้อมนำอาหารเท่าที่มีมานำใส่ในอ่างดินเผา เหมือนจะรู้
เจ้าด่างพลันกระโดดลงมาเคลียคลอส่งเสียงร้องอึ๊งๆๆ เขาเคาะอาหารใส่ลงเพื่อให้เจ้าด่างมันกิน เมื่อเสร็จ
กิจธุระ    พลางเปลี่ยนเสื้อผ้านุ่งผ้าขาวม้าแล้วนำขันเดินไปนอกชายคาซึ่งบัดนี้ฝนเริ่มตกหนักมากๆ
พลางแหงนหน้ารองรับน้ำฝนที่ไหลรินจากหลังคาจากเพื่อชำระล้างร่างกายพร้อมกับถูสบู่ไปพึมพรำไป
เมื่อจัดการทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว จึงผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่  ก้าวขึ้นบันไดที่พาดไว้ พร้อมชักบันได
ขึ้นวางไว้บนชานเรือน  นั่งมองฝนที่กำลังตกหนักย้อนกลับถึงอดีตที่ผ่านมา
     “พี่เมฆอย่าทิ้งนวลนะจ๊ะ”  เสียงนี้ยังแผ่วก้องกังวานประสานกับสายฝน ณ ริมต้นไม้ใหญ่ที่ปกคลุมใบหนา
     “จ๊ะพี่ให้สัญญากับนวล  แต่พี่สังหรณ์เหลือเกิน นวลจ๋าว่าความจนของพี่จะทำให้นวลอยู่กับพี่ไม่ได้ซิน๊ะ”
     “ไม่หรอกพี่  พี่ก็รู้ว่านวลเป็นคนอย่างไร นิสัยเช่นไรมิใช่หรือ”
     “ถูกล่ะถึงแม้พี่จะเชื่อคำของนวล แต่ฐานะล่ะนวลมันแตกต่างกันมากนะ  พ่อแม่นวลเป็นคนมีเงินทองทั้ง
ยังเป็นถึงผู้ใหญ่บ้าน  จะมานับอะไรกับพี่เล่าที่ไร้ญาติพี่น้องมีเพียงตัวคนเดียว จึงทำให้พี่สังหรณ์ใจเสมอๆจ๊ะ”
      “ถึงแม้ว่าจะเป็นอย่างไรก็ช่างเถอะ คนที่นวลรัก นวลย่อมรัก แม้ว่าจะยากจนอย่างไรพี่  นวลจะอยู่กับพี่
ไปจนวันตายจ๊ะ”
     “ สาธุๆๆ...ขอให้เจ้าทุ่งเป็นพยานด้วยเถิด “  ชายหนุ่มยกมือขึ้นไหว้เหนือหน้าผาก
     วันคืนผ่านไป การคบหาสมาคมระหว่างเขากับนวลยังสัมพันธ์แนบแน่นกันดีตลอด แต่แล้วก็มีเหตุการณ์ผัน
เปลี่ยนไปเมื่อ   ปรากฏคณะที่มาจากกรุงมาเยี่ยมเยียนพ่อผู้ใหญ่บ้านพร้อมชายหนุ่มรูปงามทั้งหมดคุยกันอย่าง
สนุกสนาน เขาจับความได้ว่าเคยเป็นเพื่อนรักกันมาแต่เก่าก่อนและมาแยกกันไปทำมาหากัน ต่างก็มีฐานะร่ำรวย
ซึ่งกันและกัน  และแล้วยามเมื่อเขากลับไป นวลก็ติดตามคณะกรุงไปด้วย จนบัดนี้เวลาผ่านมาหลายๆปี หล่อน
จากไปไม่หวนกลับมา   เสียงคำสัญญายังแว่วในความทรงจำเขาตลอดมา เขานั่งซึมทำได้เพียงแค่ส่งสายตาส่งใจ
ไปกลับสายฝนและลมที่กระโชกผ่านต้องร่างเป็นบางครั้งเท่านั้น  ครั้นจะติดตามไปค้นหาพยายามเลียบเลียงเสาะ
ค้นหาจากคนในบ้านพ่อผู้ใหญ่ เพียงแค่ทราบว่าเขาไปเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯ 
     โอ้กรุงเทพฯ  ชั่วชีวิตนี้เขาเพียงแค่ได้ยินแต่มิเคยจะย่างก้าวไปแม้แต่สักครั้งเดียว นอกจากผืนนาท้องทุ่งและป่าเขาลำเนาไพรเท่านั้น  หากไปก็แสนที่จะห่วงใยเจ้าทุยควายตัวเดียว
และเจ้าด่างหมาผู้ซื่อสัตย์คอยติดตามเขา
ตลอดมา
     “นี่หรือคือคำสัญญาว่ารัก  นี่หรือคำมั่นที่ให้ไว้ว่าความยากจนหาใช่เหตุให้ความรักต้องแปรผัน   โอ้น้ำใจหนอ
น้ำใจ”  เขาอุทานออกมาท่ามกลางฝนเริ่มซาลงแทบเกือบจะหมดไปพร้อมกับความมืดที่ย่างกรายเข้ามา เขาปล่อย
ให้มืดคลอบคลุม เพียงแต่สะบัดผ้าขาวม้าไล่ยุงเป็นบางครั้ง   
     เสียงกบเขียดร้องระงมหากเป็นปกติแล้วเขาจะต้องออกหาปลากบเพื่อกักตุนไว้เป็นอาหารต่อไปแต่ทว่าวันนี้
เขารู้สึกหงอยเหงาละเหี่ยใจยิ่งนัก  โอ้เมื่อไหร่หนอจะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นเหมือนเดิมอีกหนอ เขาเฝ้ารำพันเบาๆ
คนเดียว  ป่านฉะนี้เจ้าหล่อนจะเป็นอย่างไรบ้าง  จะคิดถึงเขาอยู่อีกหรือเปล่าได้ยินว่าเมืองหลวงนั้นศิวิไลซ์ยิ่งนัก
บางที่ความรักที่เขามีอยู่อาจจะเปลี่ยนไปก็ได้  ความเจริญรุ่งเรืองย่อมเปลี่ยนจิตใจคนเราได้  เพราะเขาได้ยินมา
ว่า อีนางแจ๋วบ้านคุ้งน้ำโน้นหายไปกรุงเทพฯพอกลับมาเปลี่ยนไปเป็นคนละคนทำตัวลืมท้องทุ่งหมดเดิน
กรีดกรายอย่างนางพญาเห็นชาวบ้านแล้วทำหน้าเบ้ เสมือนหนึ่งมิเคยเห็น  แล้วนวลของเขาล่ะหากหล่อนกลับมา
จะเหมือนนางแจ๋วไหมหนอ  ยิ่งคิดเขายิ่งฟุ้งซ่านจนลืมความหิวไปเสียสิ้น
          วันจะออกพรรษาย่างกรายมาถึงทางวัดตาลตะโนดมีงานทำบุญเทศน์มหาชาติและทำบุญตักบาตรเทโวกัน
เขาก็เข้ามาร่วมช่วยเหลือทางวัดและใส่บาตร  เขารีบตื่นแต่เช้าหุงข้าวพร้อมปลาย่างที่หามาตากแดดไว้เพื่อไปใส่
เท่านั้นอย่างอื่นไปมี  เป็นงานบุญที่ทุกๆคนในหมู่บ้านต้องร่วมมือร่วมใจเขาเพียงตัวคนเดียวย่อมจะช่วยเหลือ
ทางวัดด้วยกำลังเท่าที่จะมีได้  ใครมีเงินทองมากก็ทำบุญกันมากส่วนตัวเขาเล่ามีแค่เพียงเล็กๆน้อยพอประทัง
ชีวิตไปวันๆหนึ่งจะมีเก็บบ้างก็เพียงเล็กน้อยเผื่อยามเจ็บไข้ได้ป่วยเพื่อหาหมอเท่านั้นเอง ขณะที่เขากำลังช่วย
พระดูแลเก็บของคนที่มีติดกัณฑ์เทศน์นำไปส่งยังกุฎีท่าน  ต้องรอญาติโยมมาร่วมทำบุญซึ่งส่วนใหญ่ประกอบ
ด้วยผลไม้และเครื่องอัฐถบริขารเพื่อถวายพระในกัณฑ์ต่อไปเขาทราบว่าเป็นกัณฑ์มัทรีซึ่งผู้ใหญ่บ้านเป็นเจ้า
ของกันเทศน์กันนั้น  เขายืนจ้องเพื่อจะได้ช่วยเหลือในกรณีจำเป็น  คณะผู้ใหญ่บ้านมีมามากรวมทั้งคนกรุงด้วย
          เขายืนตะลึงเมื่อแลเห็นสาวหนึ่งจำไม่ผิดว่าคือนวลนั่นเองแต่ทว่าผิดกับนวลคนเดิมไปเสียสิ้นแต่งกาย
ทันสมัยผิดชาวบ้านทั่วๆไปกำลังกระจุ๋งกระจิ๋งกับหนุ่มชาวกรุงอย่างออกหน้าออกตาทีเดียว หล่อนหันมามอง
ไปรอบๆพอสบตากับเขา หล่อนเพียงแค่ยิ้มแล้วหันกลับ  เขายืนตัวชาดิกแทบจะไม่เชื่อสายตาตนเอง  เขาอยาก
จะเข้าไปไถ่ถามทุกข์สุขดิบแต่สภาพเขาช่างแตกต่างกันสิ้นดี  หล่อนเปลี่ยนไป  เปลี่ยนไปจริงๆเสียด้วยเปลี่ยน
อย่างที่เขาคิดไม่ถึง ย้อนรำลึกถึงวันเก่าๆใต้ร่มไม้ที่เราสองพลอดรักกัน เขาเพียงยืนจดจ้องๆคอยหาโอกาสเพียง
แค่คุยสักหน่อยเท่านั้น  
         จนเมื่อพระเทศน์เสร็จ เขามีหน้าที่คือเข้าไปเก็บของกัณฑ์เทศน์เพื่อนำไปส่งพระ  ในระหว่างนั้นคือโอกาส
ที่ใกล้ชิดกัน เขาเอ่ยปากถามนวลทันที
        “นวลๆๆ  สบายดีหรือ “
หล่อนหันมาจ้องหน้าเขาแล้วตอบว่า
         “สบายดี มีอะไรหรือเมฆ” แล้วสะบัดหน้ากลับไป   แหนะยังจำชื่อเขาได้ เขาอึ้งไปจะพูดต่อแต่คำพูดติดอยู่แค่ลำคอตัวชาดิก หน้าชาทันทีพร้อมทั้งยกมือขึ้นลูบหน้าและขยี้หู  เผื่อหูจะฝาดไปเป็นไปไม่ได้แต่ก็เป็นไปแล้ว
โธ่เธอหนอเธอ  ช่างเปลี่ยนไปจริงๆ  นี่หรือคำว่ารักมีมอบให้กันและกัน นี่หรือสิ่งที่เคยออดอ้อนรำพันตลอดมา
ที่อยู่ร่วมกัน นี่หรือความสัมพันธ์ทั้งกายและใจ หมดสิ้นแล้ว  หมดสิ้นจริงๆเขาอึ้ง ด้วยทิฐิของความเป็นชาย
ทำให้เขาต้องทำใจ  
         “ขอโทษครับ ไม่มีอะไรหรอก  เพียงเห็นว่าเคยรู้จักกันเท่านั้นเอง” เขาเพียงกล่าวได้เท่านั้นรีบขนของพระ
เพื่อนำไปส่งยังกุฎีท่านทันที   เมื่อเสร็จกิจธุระเขาเดินกลับอย่างละโหยโรยแรงเดินไปคิดไปต่างๆนาๆ ขาแข้ง
รู้สึกจะหมดเรี่ยวแรง  นี่หรือความรักที่เขามอบไว้ให้แก่สาวนวลบัดนี้มันหมดไปแล้วหมดไปจริงๆความศิวิไลซ์
ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้  เขาเดินกลับถึงบ้านเมื่อไหร่ไม่รู้ตัว น้ำตารินหลั่งหมดไปเท่าไหร่มิอาจจะรู้
รู้แต่เพียงว่าเขาอยากจะร้องไห้ยิ่งนัก   สิ้นแล้วสิ่งที่รอคอย สิ้นแล้วความหวังที่มอบไว้ให้ สิ้นแล้วความหมาย
ที่มีต่อกัน โธ่เธอหนอเธอ.
                                                     ***   แก้วประเสริฐ.   ***
				
comments powered by Disqus
  • ราชิกา

    25 สิงหาคม 2550 18:30 น. - comment id 97322

    อ่านแล้ว..เหมือนกำลังดูภาพยนต์..เรื่อง..แผลเก่า...ขวัญกับเรียม...ทำนองนี้แหล่ะ...ย้อนอดีตเมื่อ 20-30 ปี  ที่ผ่านมา...
    
    เขียนได้ดีค่ะ..มาชื่นชมนะคะ..อย่าลืม..ดูแลสุขภาพด้วยล่ะ...คิดถึงนะจ๊ะ...ช่วงนี้..เดินสายตลอดค่ะ..ไม่ค่อยว่าง..28-31 สค.นี้..ไปเชียงใหม่ค่ะ...ประชุมวิชาการกระทรวงสาธารณสุข..(นำเสนอผลงานวิชาการ )36.gif44.gif36.gif
  • แก้วประเสริฐ

    25 สิงหาคม 2550 21:44 น. - comment id 97323

    36.gif16.gif36.gif
    คุณ ราชิกา
    
             จ๊ะไม่ยอดหญิงคนเก่ง รักษาสุขภาพด้วยนะ
    รักและเป็นห่วงยิ่งเสมอ เรื่องนี้ผมแต่งขึ้นเองเสร็จ
    ปุ๊บตรวจทานแล้วส่งปั๊บแต่ไม่เคยอ่านเรื่องแผลเก่า
    ใจมันนึกอย่างไรก็เขียนอย่างนั้นเสมอจ๊ะ แต่งาน
    เขียนที่ผมชอลคือเรื่องเกี่ยวกับนางพยาบาล อันที่
    จริงแล้วผมแต่งโดยให้คุณเป็นนางเอกนะ เพียง
    เห็นว่านานแล้วจึงมาบอกกล่าวไว้จ้าเพื่อนรัก
    แล้วเรื่องต่อมาคือเรื่องทัศยุราชันย์นั้นยาว
    หน่อย ส่วนเรื่องที่ค้างไว้คิดว่าคงไม่แต่งแล้วล่ะ
    เพราะตอนนี้สมองมันไม่ค่อยจะดีนัก เป็นเรื่อง
    ที่ต้องใช้เวลาและรู้สึกจะยาวไปทิ้งค้างๆไว้แหละ
    จ้า ให้คนเขาตีความกันเล่นๆเอาเอง  รักแฝด
    เพื่อนรักเสมอ  ดูแลสุขภาพด้วยนะเป็นห่วง
    
                16.gifแก้วประเสริฐ.16.gif
  • ราชิกา

    26 สิงหาคม 2550 08:23 น. - comment id 97328

    เรื่องนางพยาบาล..เป็นอย่างไรบ้าง..รู้สึกจะยังไม่เคยอ่านเลย...แฝดเพื่อน...ส่งเมล์มาให้อ่านบ้างซิคะ...เผื่อจะได้มีกำลังใจทำงานต่อไป..อิอิ...คิดถึงเช่นกันค่ะ....36.gif44.gif36.gif
  • แก้วประเสริฐ

    26 สิงหาคม 2550 09:13 น. - comment id 97329

    36.gif16.gif36.gif
    คุณ ราชิกา
    
               ก็เรื่อง " น้ำตานางฟ้า" ไงล่ะครับ หากจะอ่าน
    คลิ๊กไปที่ชื่อผมแล้วคลิ๊กไปยังเรื่องสั้น ค้นหา ชื่อ
    เรื่องก็จะได้อ่านครับ ผมแต่งยาวหน่อยจะส่งทาง
    เมล์คงจะเกินกำหนดกระมังยังไม่เคยเลยครับ
    ทำตามที่ผมบอกดีกว่าครับ คลิ๊กไปที่ชื่อผมแล้ว
    ค้นหาครับ นั่นแหละคือตัวคุณเองแหละครับ
    
                16.gifแก้วประเสริฐ.16.gif
  • ราชิกา

    26 สิงหาคม 2550 18:58 น. - comment id 97334

    คุณแก้ว...ราชิกา..ไปอ่านมาแล้วค่ะ..ประทับใจมาก...ที่สำคัญ..เคยอ่านมาแล้วจ๊ะ..แต่จำไม่ได้...ขอบคุณมากค่ะที่เข้าใจ...รู้ใจ...ในเครื่องแบบสีขาว...ของเรา..ที่มีคำว่า..ให้..โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน...ขอให้คนไข้...หายจากความทุกข์..มีความสุขกายสุขใจ..เพียงแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว..สำหรับชีวิตพยาบาลของ..ราชิกา...
    
    ..สิ่งที่คุณแก้วเขียนมา..คล้ายชีวิตจริงของราชิกามาก...ราชิกา..ได้รับรางวัลพยาบาลดีเด่น..ของกระทรวงสาธารณสุข..ในปี 2543...และรางวัลข้าราชการดีเด่น...ของกระทรวงสาธารณสุข..ในปี  2546...ซึ่งเป็นความประทับใจในการทำงานวิชาชีพพยาบาล...ในระดับหนึ่ง...
    ..แต่สิ่งที่ประทับใจและภาคภูมิใจมากที่สุดคือ...ผู้ป่วยโรค SARS ที่มารักษาในโรงพยาบาล...หายจากการเจ็บป่วยและกลับบ้านได้...เขาพูดมาประโยคหนึ่งว่า...คุณคือผู้ให้ชีวิตใหม่แก่เขา...เขาเหมือนตายแล้วฟื้นกลับมาอีกครั้งหนึ่ง...ชีวิตเขามีความหมายสำหรับลูก..ที่กำลังรอคอยความหวังอยู่ทุกวัน...ความรู้สึก..ในวินาทีนั้น..บอกราชิกาได้ว่า...สุดยอดของวิชาชีพพยาบาลที่ร่ำเรียนมา..คือสิ่งนี้เท่านั้นเอง...ให้เขาได้หายจากโรคและมีความสุข..ในชีวิตครอบครัว...ตลอดไป...
    
    ขอบคุณ..แฝดเพื่อน..มากค่ะ..ที่เข้าใจราชิกา..
    36.gif44.gif36.gif
  • แก้วประเสริฐ

    27 สิงหาคม 2550 13:49 น. - comment id 97343

    36.gif16.gif36.gif
    คุณ  ราชิกา
    
            นั่นซิผมเหมือนมีฌานหยั่งรู้จริงๆหนอ  เรื่องนี้
    ผมเขียนเฉพาะคุณโดยตรง โดยนำเอาคำพูดคุณ
    ที่แจ้งไว้ให้ผมซึ้งผมจดจำไว้เสมอๆจ๊ะ รักแฝดเพื่อน
    เสมอๆ
    
                      16.gifแก้วประเสริฐ.16.gif
  • เพียงพลิ้ว

    28 สิงหาคม 2550 08:50 น. - comment id 97354

    นึกถึงนิยายของไม้ เมืองเดิมนะคะคุณลุง
    
    
    36.gif36.gif36.gif36.gif36.gif36.gif1.gif
  • แก้วประเสริฐ

    28 สิงหาคม 2550 15:07 น. - comment id 97356

    36.gif16.gif36.gif
    คุณ เพียงพลิ้ว
    
             หลานเอ๋ยผมนึกอะไรๆก็เขียนไปอย่างนั้นแหละ
    เพราะห่างการเขียนแบบนี้มานานแล้วล่ะจ๊ะ ผม
    เองก็ไม่ได้นึกอะไรมากหรอก แค่สิ่งรอบตัวที่เคย
    ผ่านมาเท่านั้นเองแหละจ้า รักเสมอ
    
               16.gifแก้วประเสริฐ.16.gif
  • Black MooN

    29 สิงหาคม 2550 10:18 น. - comment id 97382

    16.gif ดีค่ะ นู๋จันทร์แวะมาอ่านเรื่องสั้นของพี่แก้วฯเจ้าค่ะ ขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็นที่โพสลงกลอนของนู๋จันทร์นะค่ะ อิอิๆๆ
    
    16.gif36.gif16.gif
  • แก้วประเสริฐ

    29 สิงหาคม 2550 10:52 น. - comment id 97384

    36.gif16.gif36.gif
    คุณ black moon
    
             ครับผมเขียนกลอนบ้าง เรื่องสั้นๆยาวๆ บ้าง
    สลับอารมณ์ไปครับ หากต้องการอ่านมากกว่านี้คลิ๊ก
    ไปที่ ชื่อผมแล้วเข้าไปเรื่องสั้น อ่านซิครับ เขียนไว้
    หลายๆเรื่อง ส่วนใหญ่จบทั้งสิ้น มีเรื่องเดียวคือเรื่อง
    ฟ้าเพียงดิน ขี้เกียจเขียนเพราะยาว เจ้าของเวปฯ
    คงไม่ชอบ หากเรื่องยาว อยากให้อ่านเรื่อง 
    ทัศยุราชันย์  อิอิ ขอบคุณมากครับ ที่แวะมาอ่านครับ
    
                  16.gifแก้วประเสริฐ.16.gif

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน