Home บ้านรักในรอยแค้น ตอนที่ 9

สมภพ แจ่มจันทร์

ตอนที่ 9

“ไอ้กิตติ ไอ้คนสารเลว” ชโลธรโพล่งออกมาเมื่อรู้สึกตัวว่าหลุดออกมาจากความฝันแล้ว

“ต้องเป็นแกแน่ๆ คุณรันเลยต้องหาทางออกด้วยวิธี....ไอ้คุณโชค ไอ้เพื่อนหูเบา” แหม่มสบถออกมาด้วยความเห็นอกเห็นใจรันชรีอย่างเต็มเปี่ยม ทั้งโดนคนรักหลอก เพื่อนก็ไม่เข้าใจแถมยังหูเบาไปเชื่อคนอื่นอีก

ด้วยอารมณ์ขุ่นเคืองชายทั้งสอง หญิงสาวไม่วายที่ต้องเล่าให้เพื่อนอย่างชมพู่ให้ได้รับรู้เรื่องราวที่เธอเพิ่งได้รับรู้มา เพราะเรื่องทุกอย่างมันคงไม่ใช่การประจวบเหมาะอย่างแน่นอน นับตั้งแต่การไปสำรวจบ้านร้างกับคลื่นวิทยุ ซึ่งได้รับการชักชวนจากก้อยเพื่อนสมัยเรียนมัธยม ที่นานๆ เจอกันที การได้มาทำงานในเมืองๆ นี้ ที่รันชรีเคยอยู่ ได้ร่วมงานกับกิตติ ชายคนรักของรันชรีและที่สำคัญที่สุดเรื่องราวทุกอย่างของรันชรีถูกถ่ายทอดมาให้ชโลธรได้รับรู้ นับตั้งแต่วันที่เธอได้ไปเยือนบ้านหลังนั้น

วันแรกสำหรับการทำงานเธอพยายามเลี่ยงการพบปะหรือพูดคุยกับกิตติจนเห็นได้ชัด ไม่วายชมพู่จะเตือนว่านั่นคือหัวหน้างาน และเตือนสติให้แยกแยะเรื่องความฝันและเรื่องความจริงให้ขาดออกจากกัน มันก็จริงอย่างที่ชมพู่ว่าหากเธอทำแข็งขืนกับหัวหน้างาน มันย่อมส่งผลให้กับการทำงานของเธอเป็นแน่แท้ เธอจึงเริ่มมีความคิดอีกอย่างเข้ามาแทนที่

หญิงสาวเคาะประตู แล้วเดินเข้าไปในห้องผู้เป็นหัวหน้า พร้อมยกมือไหว้อย่างนอบน้อม

“ดิฉันต้องขอโทษด้วยนะคะ เมื่อวานรู้สึกเพลียมากทำให้ทำงานไม่เต็มที่ ดิฉันขอแก้ตัวใหม่นะคะ”

“ผมเห็นแล้ว มันก็จริงอย่างที่คุณว่า หวังว่าวันนี้และวันต่อไปคงจะไม่เหมือนเมื่อวานนะครับ”

กิตติมองหน้าชโลธรอยู่นิดหนึ่ง แต่แล้วเขาก็ต้องผงะเมื่อใบหน้านั้นเปลี่ยนเป็นหน้าของหญิงสาวที่เขาคุ้นเคย

“รันชรี”

เขาลุกจากโต๊ะทำงานแล้วเดินไปหาหญิงสาว เขาพยายามหลับตาแต่เมื่อลืมตาขึ้นมา ภาพด้านหน้าก็ยังคงเป็นภาพของรันชรีเช่นเดิม

“คุณกิตติเป็นอะไรไปคะ” ชโลธร เอ่ยถามพร้อมกับเท้าที่กำลังก้าวย่างเข้าไปหา

“รัน คุณจริงๆ ผมขอโทษ ยกโทษให้ผมนะ” ผู้เป็นหัวหน้างานพูดประโยคนี้ซ้ำไปซ้ำมา พลางเอื้อมมือไปจับมือของหญิงสาวเขาสวมกอดหญิงสาวไว้แน่น

ชโลธรพยายามดิ้นสุดแรงจนหลุดออกจากวงแขนของผู้เป็นหัวหน้า เธอมองหน้าเขาอย่างเพิ่งพินิจ เหงื่อกาฬซึมจากผิวหนังไม่รู้สักกี่หยาดหยด เธอสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ก่อนจะเรียกผู้เป็นหัวหน้าด้วยกังวานเสียงอันดุดัน

“คุณกิตติ...”

แล้วภาพรันชรีก็หายไป คงเหลือแต่ชโลธรที่กำลังจ้องมองมาที่เขาด้วยสายตาที่ล้วนแล้วแต่เป็นคำถาม แล้วรีบวิ่งออกจากห้องไป

ภาพของรันชรี ปรากฏขึ้นอยู่เบื้องหน้า

กิตติพาร่างของเขานั้นนั่งลงบนโซฟาภายในห้อง สองมือกุมที่ขมับ เขางุนงงกับภาพที่เพิ่งปรากฏ

“รัน ผมขอโทษ ยกโทษให้ผมนะ กลับมาหาผมเถอะ ผมผิดไปแล้ว”

เขารำพึงอยู่ในใจ ความร้อนค่อยแผ่ขึ้นรอบดวงตา น้ำใสอุ่นๆ เริ่มซึมมาที่ขอบตาทั้งสองแล้วหยดลงบนหลังมืออันสั่นเทานั้น

“ผมไม่น่าเลย ไม่น่าทำกับคุณแบบนั้นเลย” ภาพเหตุการณ์เก่าๆ กำลังแล่นเข้ามาในความทรงจำอีกครา

...............................................................................................................

“คุณกิตติ คุณทำได้ดีมากต่อไปนี้หมดหน้าที่คุณแล้ว คุณไม่ควรมาที่นี่อีก ที่เหลือแพรวจะจัดการเอง ส่วนสัญญากู้ยืมแพรวคืนให้คุณ แล้วแต่คุณว่าจะเก็บไว้ดูต่างหน้าหรือจะทำลายมันเสีย และอย่าลืมนะว่าคุณอย่ากลับมาที่นี่อีกเด็ดขาด” แพรวพรรณพูดด้วยสีหน้าจริงจังและตามด้วยรอยยิ้มที่ร้ายกาจ

มันคือเหตุการณ์หลังจากที่ชันชรีโอนเงินจำนวนนั้นให้เขาเรียบร้อยแล้ว

ย้อนไปเมื่อสิบปีที่แล้ว ภรรยาสุดที่รักและเพื่อนสุดที่รักของเขาสร้างบาดแผลอันฉกาจฉกรรจ์ไว้กับเขา ทั้งคู่หอบเงินเก็บทั้งหมดและหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ความโกรธแค้น ความเสียใจ ได้ทำให้เขาเปลี่ยนเป็นคนละคน เขามุ่งแต่จะแก้แค้นผู้หญิงทุกคนที่เข้ามาในชีวิต เขาใช้ชีวิตเยี่ยงเพลย์บอย ทุกที่ที่เขาต้องเดินทางไปทำงาน เขาจะต้องมีผู้หญิงของเขาไว้ที่นั่นเกือบทุกแห่ง เขาจะทำให้ผู้หญิงพวกนั้นรักและตายใจในความรัก แล้วค่อยหาวิธีใดวิธีหนึ่งที่ทำให้ผู้หญิงต้องเสียใจ ร้องไห้ และทุกข์ทรมานที่สุด นั่นคือความวิปริตทางจิตใจที่เขาเองเป็นผู้สร้างมันขึ้นมาโดยเฉพาะเรื่องเงิน เขามีความสามารถที่จะดึงเงินจากผู้หญิงเหล่านั้นมาใช้อย่างสบายมือ มันยิ่งเพิ่มความหยิ่งผยองในใจขึ้นเรื่อยๆ

พักหลังเขาเริ่มเล่นการพนัน โดยเฉพาะการพนันบอล ที่เคยนำเงินเข้ามาให้เขาหลายล้านบาท แต่โชคก็ไม่ได้อยู่กับเขาอย่างถาวร เขาเสียพนันบอล จนถูกพวกโต๊ะบอลตามล่า หนี้สินจำนวน 1 ล้านบาท หากในยามที่เขามั่งมี เงินเพียงเท่านี้มันไม่ยากเลยสำหรับเขา ในการสั่งจ่ายเช็ค เขาเครียดมากพยายามขอยืมเงินเพื่อน จนกระทั่งโทรไปยืมเงินน้าของแพรวพรรณ ที่เป็นรุ่นพี่สมัยเรียนหนังสือด้วยกัน และเมื่อเรื่องนี้ถึงหูแพรวพรรณแผนการที่หญิงสาวคิดไว้นั้น ก็เริ่มเดินหน้าทันที

แพรวพรรณนำเงิน 1 ล้านบาทไปจ่ายค่าพนันบอลให้กับเขา โดยทำหนังสือสัญญากู้ยืมระหว่างเขาและแพรวพรรณ แต่มีข้อตกลงว่ากิตติต้องทำงานที่แพรวพรรณมอบหมายให้คือทำให้รันชรีออกไปจากชีวิตโชค แพรวพรรณจะคืนสัญญานั้นให้กิตติทันที เขาพอใจในข้อเสนอ เพราะมันเป็นเรื่องถนัดของเขาอยู่แล้วในการทำให้ผู้หญิงรักและหลง 

ในช่วงแรกเขาต้องเลิกติดต่อกับผู้หญิงทั้งหมดที่คบหากันอยู่ เพื่อทำทุกวิถีทางให้รันชรีใจอ่อนให้ได้ ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขา รันชรีเป็นคนหัวอ่อน ไม่ยากสำหรับคนที่เจนจัดอย่างเขาจะทำให้เธอใจอ่อนได้ และทุกอย่างมันก็เป็นตามแผนการที่เขาวางไว้ เพียงสองเดือนเท่านั้น เขาก็ทุบกำแพงหัวใจของรันชรีลงได้อย่างง่ายดาย

ระยะเวลาที่เหลือคือผลประโยชน์ล้วนๆ ที่เขาได้รับ นอกจากจะได้เงินค่าตอบแทนจากแพรวพรรณมาใช้หนี้ เขายังได้เงินติดมือจากที่รันชรี ยังไม่รวมถึงการเอาอกเอาใจทุกอย่างจากหญิงสาวที่รันชรีเต็มใจมอบให้เขา อาจจะเรียกได้ว่า รันชรีหลงใหลในตัวเขาอย่างชนิดจะบีบก็ตายจะคลายก็รอดก็ว่าได้

พักหลังเขาเริ่มคบหากับผู้หญิงอื่น ซึ่งเขาสามารถปิดบังรันชรีมาได้ตลอด ดังนั้นระยะหลังๆ เมื่อเริ่มจะแน่ใจว่ารันชรีรักเขาจริงแท้แน่นอน เขามักจะปลีกเวลาไปหาผู้หญิงคนอื่นๆ ของเขาเสมอ รวมไปถึงการหายตัวของเขาก่อนที่จะโทรไปปรึกษารันชรีเรื่องเงินยิ่งรันชรีส่งข้อความถึงเขามากเพียงไร เขายิ่งแน่ใจว่าใกล้ถึงเวลาสิ้นสุดของการทำงานแล้ว จนกระทั่งเงินถูกโอนเข้าบัญชี

                เหมือนหลุดจากข้อพันธนาการ เขากระหายถึงหญิงอื่นที่ไม่ใช่รันชรี

                แต่มันเป็นความชั่วร้ายอย่างมโหฬารที่วันนี้เขาไม่อาจให้อภัยตัวเองได้เลย

                เขาเดินทางเข้าเมืองกรุง และนำเงินที่ได้มาไปเสพสุขกับหญิงคนใหม่ของเขา โดยไม่สนใจว่ารันชรีจะประสพชะตากรรมเช่นไรต่อไปหลังจากเหตุการณ์นั้น ทุกอย่างเขาเพียงทำตามสัญญาเท่านั้น แต่เหมือนโลกมันกลม วันหนึ่งที่เขากำลังจะออกจากสำนักงานใหญ่ รันชรีกำลังจะเดินเข้ามาในตัวตึก เขายังจำเหตุการณ์นั้นได้ดี

เธอเห็นเขาและเขาก็เห็นเธอ ทั้งสองสบตากันไม่กี่วินาที ใบหน้ารันชรีบ่งบอกถึงความหม่นเศร้าอย่างชัดเจน แววตาที่แร้งไร้ซึ่งความสดใส รันชรีถลาเข้าหาเขา แต่เขาเองกลับรีบถอยหลังหนีทันที

                “คุณกิตติ คุณทำแบบนี้กับรันทำไม คุณทำกับผู้หญิงที่รักคุณได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ” หญิงสาวพูดทั้งน้ำตา

                “ขอโทษนะครับ ผมไม่รู้จักคุณ” เขาตอบเธอไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยและกำลังจะขยับเท้าเพื่อก้าวออกไปด้านนอก

                อีกฝ่ายหนึ่งปล่อยโฮออกมาอย่างไม่สนใจต่อสายตาหลายคู่ที่กำลังจ้องมองอยู่และวิ่งตามฝ่ายชายไปแล้วโถมกอดเขาจากด้านหลัง

                เธอกอดรัดเขาไว้แน่น แต่เขาก็แกะมือเล็กๆ นั้นออก พร้อมกับมองหา รปภ. ที่กำลังเดินเข้ามาทางเขา

                “ผมไม่รู้จักคุณ กรุณาออกไปเถอะครับ ผมไม่อยากให้ รปภ.ต้องเชิญคุณออกไป” เขายังพูดต่อด้วยน้ำเสียงสุภาพ

                ภาพรันชรีทรุดนั่งลงต่อหน้าต่อตา แต่เขาก็มองหญิงสาวด้วยสายตาเย็นชา ปล่อยให้ รปภ.หนุ่มสองนายประคองหญิงสาวให้ลุกขึ้น

                กริ๊งๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

                เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้น

                “ว่าไงครับคนดี ผมกำลังจะออกจากบริษัท เดี๋ยวผมขับรถไปรับนะครับ” เขาบอกกับผู้ที่โทรมาแล้ววางโทรศัพท์ทันที

                หญิงสาวผู้อยู่เบื้องหน้านั้น กลับมีอาการสงบลง หลังจากที่เขาวางโทรศัพท์

                ภาพนั้น...รันชรีตัวอ่อนปวกเปียก มี รปภ.สองคุณพยุงออกไปจากอาคาร เธอหันมามองเขาด้วยสายตาแข็งกร้าวและนิ่งราวกับหิน ไม่มีเสียงสะอึกสะอื้นหรือคำพูดใดจากปากเธอ มีเพียงสายตาเท่านั้นที่จ้องมองเขา พร้อมกับหยดน้ำตาที่ไหลมาจากดวงตาทั้งสอง เขายืนมองชายสองคนพาเธอออกไป จนลับตา

                คงมีเพียงอับอายเท่านั้นที่เขารู้สึกกับเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นไป เขาอายที่รันชรีทำเช่นนี้ เพราะคนที่เห็นเหตุการณ์มีไม่ต่ำกว่าสามสิบคนเป็นแน่ เขาไม่อยากจะเห็นหน้าผู้หญิงคนนี้อีกต่อไป เพราะเขายังมีใครอีกคนหนึ่งที่รอเขาอยู่...

ใช่...นั่นคือ...ผู้หญิงคนใหม่...ของเขา

                ทั้งสาวกว่า สวยกว่า และที่สำคัญรวยกว่ารันชรีหลายสิบเท่า ชนิดที่รันชรีเทียบไม่ได้เลยสักอย่าง เธอเป็นลูกสาวเจ้าของรีสอร์ทที่ภูเก็ต เขาเจอเธอเมื่อครั้งไปสัมมนาที่นั่น ทุกอย่างที่อยู่รายรอบหญิงคนนี้มันช่างเป็นเหมือนแม่เหล็กที่ดึงดูดให้เขาต้องรีบออกมาจากรันชรีให้เร็วที่สุด แต่เมื่อเขาหลุดพ้นจากรันชรีมาได้แล้ว มิวายที่ผู้หญิงคนนี้จะมาตามรังควานเขาอีก บวกกับพฤติกรรมเมื่อครู่ เขายิ่งไม่อยากแม้จะมองหน้าเสียด้วยซ้ำไป

                แต่เหมือนเวรกรรมวิ่งมาถึงตัวเขาแล้ว หลังจากเหตุการณ์ที่เขาพบรันชรีไม่นาน เขาก็พบกับหญิงอีกคนหนึ่งเป็นแม่ม่าย เธอเป็นเจ้าของบริษัทส่งออกผ้าไหม แม้ว่าจะอายุมากกว่าหญิงทุกคนที่เขาคบหามา แต่กลิ่นเงินมันก็หอมมากกว่าผู้หญิงทุกคนเช่นกัน เขาตัดสินใจคบหากับแม่ม่ายคนนี้ โดยที่ยังไม่เลิกรากับลูกสาวเจ้าของรีสอร์ท ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขาแม้แต่น้อย เพราะเป็นเรื่องที่เขาถนัดอยู่แล้ว เขาสลับรางได้ดีวางแผนทุกอย่างได้แนบเนียน จนหญิงทั้งสองไม่เคยสงสัยในพฤติกรรมของเขาเลย แต่หากถามว่าจะให้เขาเลือกคนใดคนหนึ่ง บอกตามตรงว่าเขาเองก็เลือกไม่ถูกเช่นกัน คนหนึ่งรวย สามารถเนรมิตสิ่งที่เขาต้องการได้ อีกคนหนึ่งแม้จะมีเงินไม่มากเท่าแต่ก็สวยกว่า สาวกว่า มันยากเหลือเกินที่จะเลือก

                แต่แล้วเขาก็พลาดเข้าจนได้ เมื่อผู้หญิงทั้งสองจับได้ว่าเขาคบหากับคนทั้งคู่พร้อมกัน แล้วหันหลังให้เขาทั้งคู่ ซ้ำร้าย จากการฟุ้งเฟ้อของเขามันก็สร้างหนี้สินก้อนโตให้กับเขาอีกครั้งหนึ่ง พ่อของหญิงสาวผู้เป็นเจ้าของรีสอร์ทส่งคนมาทำร้ายร่างกายเขา จนต้องพักฟื้นเป็นเดือน ส่วนหญิงม่ายก็ส่งนักเลงมาดักทำร้ายร่างกายเขาเช่นกัน

                และในช่วงเวลาแห่งความเลวร้ายนั้นเอง เขาก็คิดถึงเธอขึ้นมา “รันชรี” ผู้หญิงคนหนึ่งที่เขารู้ดีกว่าเธอรักเขามากเพียงใด ผู้หญิงที่หยิบยื่นความช่วยเหลือให้กับเขาในเรื่องราวที่เขากุขึ้นมา หญิงสาวผู้ที่เขาทำร้ายเธอ เขาไม่สามารถอยู่ที่บ้านตนเองได้ เพราะกลัวจะมีคนมาดักทำร้าย อีกทั้งเจ้าหนี้ที่มาตามทวงหนี้ เขาเคยคิดว่าจะไปหารันชรีที่บ้าน มันเป็นเรื่องไม่ยากสำหรับเขา ที่จะทำให้รันชรีให้อภัยเขา นั่นคือความผยองในความคิดของตนเอง

แต่แล้วเขากลับไม่กล้าที่จะไปหาหญิงสาว ความทุกข์ที่เขาได้รับอยู่นั้น มันทำให้เขาได้คิด ยิ่งนานวัน เขายิ่งคิดถึงเธอมากยิ่งขึ้น...รันชรี

จนในค่ำคืนหนึ่งในความฝัน รันชรีพูดพร่ำแต่คำว่ารัก และคำสัญญาในการรอคอย ความฝันนี้กลับวนซ้ำไปซ้ำมาอยู่นานวัน จนความรู้สึกผิดมันกระจ่างในใจว่าสิ่งที่เขาได้ทำลงไปกับเธอนั้น มันผิดมากมายสักเพียงไหน ในวันนี้เขาเพียงต้องการขอโทษเธอ และนำเงินทั้งหมดไปคืนให้เธอ แต่จะมีทางไหนเล่า เขาตัดสินใจไปหารันชรีที่บ้าน ก็ไม่พบใครทั้งนั้น สอบถามคนข้างบ้าน ก็ทราบว่าบ้านถูกขายต่อไปแล้ว เขาคงหมดหวังที่จะกล่าวคำขอโทษต่อเธอ

กระทั่งเมื่อบริษัทต้องการเจ้าหน้าที่มาประจำที่เมืองนี้เขาจึงเสนอตัวมาอย่างยินดี นั่นเองทำให้เขาผิดคำสัญญากับแพรวพรรณและอานนท์  ยิ่งคิดดวงตาของเขาก็ร้อนผ่าวขึ้นมา น้ำใสๆ กำลังเคล้าคลอกับดวงตาทั้งคู่ เขารู้สึกผิดกับรันชรีมาก จนไม่ให้อภัยตัวเอง ที่เขายอมกลับมาเมืองนี้ก็เพื่อเขาจะได้เจอเธออีกครั้งหนึ่ง เขายืนดีจะคืนเงินให้เธอ และยอมรับโทษทัณฑ์จากเธอ

แต่นับตั้งแต่เขาเข้ามาวางแผนการทำงาน จนถึงวันนี้ก็สองเดือนแล้ว เขาเคยโทรไปที่เบอร์โทรศัพท์รันชรีแต่ไม่มีสัญญาณตอบรับ เขาอยากจะไปที่ร้านอาหารอีกครั้งหนึ่ง แต่คำสัญญาที่ไว้ให้กับแพรวพรรณและอานนท์ ก็ทำให้เขาต้องชะงักเท้าเมื่อจะก้าวไปที่ร้านแห่งนั้น เขาได้แต่บอกให้พนักงานไปซื้ออาหารที่ร้าน แล้วไถ่ถามว่าเจอผู้หญิงในรูปหรือไม่ คำตอบคือไม่ ความคิดวนเวียนถึงขนาดจะเข้าไปหาโชค และเล่าทุกอย่างให้โชคฟัง แต่ทุกอย่างมันสับสนอยู่ในความรู้สึก เพราะเขาอยากพบรันชรีด้วยตัวเขาเอง ในตอนนี้อยากโอบกอดเธอไว้แน่นๆ เหลือเกิน แต่จะมีวันนั้นอีกหรือไม่

จนกระทั่งวันนี้ จู่ๆ ใบหน้าของชโลธรก็กลับกลายเป็นใบหน้าของรันชรี หรือเขาจะคิดถึงเธอมากจนทำให้ตาฝาดไป

...................................................................................................................................

ชโลธรยังตกใจกับเหตุการณ์เมื่อสักครู่ไม่หาย ชมพู่ดึงข้อมือเพื่อนออกมาจากสำนักงาน แล้วไถ่ถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น

“เขาต้องการขอโทษคุณรัน ไม่อย่างนั้นเขาไม่พูดคำว่าขอโทษซ้ำไปซ้ำมาหรอก หรือว่าเขาสำนึกผิดแล้วจริงๆ”ชมพู่ออกความคิดเห็น

“ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน”แหม่มยังคงสงสัยในตัวกิตติอยู่

ในใจระลึกถึงแต่รันชรี หญิงสาวอยากถามรันชรีเหลือเกินว่าต้องการให้เธอทำเช่นไรต่อไป ในเมื่อบัดนี้ท่าทีของกิตติเหมือนต้องการพบรันชรีเพื่อกล่าวคำขอโทษต่อเธอ

“คุณรันค่ะ ถ้าคุณรันอยากให้แหม่มช่วยจริงๆ ละก็ ต้องรีบไขข้อข้องใจทุกอย่างนะคะ แหม่มมีเวลาอยู่ที่นี่แค่สองเดือนเท่านั้น”หญิงสาวเอ่ยขึ้นมาลอยๆ เพราะหวังว่ารันชรีอาจจะได้ยินกับคำกล่าวของเธอ

หญิงสาวใบหน้าหม่นในชุดเสื้อยืด กระโปรงยาวกรอมเท้า ยืนดูหญิงสาวที่นั่งพนมมืออยู่ข้างๆ สำนักงานนั้น

“ฉันพาเธอมาถึงที่นี่แล้ว อีกไม่นานเธอจะรู้ทุกอย่าง”ซุ่มเสียงหม่นเศร้า ที่ไร้ซึ่งผู้ได้ยิน

“คุณรันคะ แต่ที่แหม่มอยากรู้ก็คือคุณตายได้อย่างไรคะ คุณรันช่วยให้แหม่มได้เห็นภาพเหล่านั้นได้หรือเปล่า”หญิงสาวยังคงพูดต่อไป ราวกับว่าจะรู้ว่าคู่สนทนานั้นอยู่ไม่ไกลจากกัน

แทนใบหน้าหม่นเศร้านั้นกลับเป็นสายตาที่แดงก่ำ เลือดสีแดงสดค่อยๆ ผุดออกมาจากตาทั้งสองข้าง แขนทั้งสองข้างของเธอกำลังมีเลือดไหลออกมาเช่นกัน  พร้อมกับเสียงหวีดร้อง ที่ตอนนี้หากหญิงสาวได้เห็นภาพที่อยู่เบื้องหน้าของเธอ เธอจะยังคงครองสติได้หรือไม่

......................................................................................................................................

comments powered by Disqus

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน