6 มีนาคม 2550 17:07 น.

ลมร้อน

อินสวน

ลมร้อน

ลมร้อน....พัดกลับมาทักทายอีกแล้ว   ทำไมนะเจ้าลมร้อนจึงมีอิทธิพลมากมายก็ไม่รู้   ทั้งที่มีอะไรตั้งหลายอย่างที่เกิดขึ้นและผ่านเข้ามาในชีวิตของฉัน ไม่ว่าจะเป็นลมฝน ลมหนาว หรือเหตุการณ์ใดๆ  แต่ไม่เคยมีสิ่งไหนที่ทำให้ฉันหวั่นไหวได้เหมือนลมร้อน  นับว่าเป็นเรื่องแปลกอีกเช่นกันที่ชีวิตของฉันมักเจอกับเรื่องราวที่ฝังแน่นในความทรงจำ พบรัก อกหัก อ้างว้าง เดียวดายมีมากมายหลายรูปแบบ รวมทั้งเรื่องราวที่แปลกประหลาดโลดโผนต่างๆก็มักจะเข้ามาทักทายชีวิตฉันในช่วงเวลานี้ ช่วงเวลาที่ลมร้อนพัดเข้ามาทักทาย    ใช่สิ..ก็เจ้าลมร้อนนี่ไงล่ะที่เป็นตัวบงการให้ฉันมานั่งคิดถึงเรื่องราวเก่าๆของตัวเองอย่างเดียวดายอยู่นี่ไง  ฉันมองไกลออกไปจากแพ กลางทะเลสาบ มองเห็นแต่ผืนน้ำริ้วคลื่นเล็กๆ ไกลสุดสายตา สุดขอบน้ำเป็นขอบฟ้าที่กลุ่มก้อนเมฆล่องลอยอยู่เหมือนจะตอกย้ำให้ฉันเดียวดายมากยิ่งขึ้น  ใครต่อใครหลายคนเวียนวนเข้ามาในความคิดคำนึงแต่ละคนอยู่ห่างไกลฉันเหลือเกิน  คงเป็นเพราะความร้ายกาจของฉันเองกระมังจึงทำให้ใครต่อใครไม่สามารถอยู่ข้างกายฉันได้   แล้วฉันก็ตกใจตื่นจากภวังค์.....มาคนเดียวแบบนี้ไม่เหงาหรือครับ................นี่ครับได้แล้วของที่สั่ง
ฉันหันมองหาที่มาของเสียงทักทาย  เด็กหนุ่มหน้าตาเกลี้ยงเกลาดูกร้านแดดอยู่นิดๆ  สวมเสื้อกล้ามสีดำมอๆกับกางเกงบอลสีเดียวกันเผยให้มองเห็นผิวกายที่ค่อนข้างคล้ำ เหงาสิ ....แต่ก็ชอบมาคนเดียว.......ขอบคุณนะฉันสนทนาโต้ตอบเพียงแค่นั้น ก็กลับมาให้ความใส่ใจกับอาหารและเครื่องดื่มที่เด็กหนุ่มนำมาเสิร์ฟ  แล้วเขาก็เดินออกไปตามทางเดินบนแพที่โคลงเคลง แต่ก็ยังอุตส่าห์ทิ้งท้ายว่า มีอะไรก็ตะโกนเรียกก็แล้วกันนะครับผมอยู่ใกล้ๆแถวนี้แหละ  ฉันมักหนีความวุ่นวายใจและจากสิ่งแวดล้อมมาที่นี่เสมอ  ยิ่งเป็นช่วงหน้าร้อนด้วยแล้วฉันก็ยิ่งต้องหลบลมร้อนมาเร้นกายอยู่ที่นี่  ......ทะเลสาบเหนือเขื่อนที่ค่อนข้างเงียบสงบ ก็อาจจะครึกโครมบ้างก็เพียงแค่เสียงเรือหางยาวที่มักแผดเสียงบางครั้งครา  ปีนี้ร้อนมากผิดจากปีก่อนๆฉันจึงต้องหอบสังขารที่ร่วงโรยมาที่นี่เกือบทุกวันหยุดสุดสัปดาห์  ทุกครั้งที่ฉันมาก็จะมีเด็กหนุ่มคนเดิมให้บริการอำนวยความสะดวก  บ่อยครั้งเข้าจึงได้ทราบว่า เขาชื่อเก่ง  ฉันจำได้ถึงเหตุการณ์วันนั้น  วันที่ฉันเมามายแล้วคิดถึงความหลังจนเผลอร้องไห้ บังเอิญที่เด็กหนุ่มเข้ามาหา....พี่ครับต้องการอะไรเพิ่มไหมครับ.......อ้าว..พี่ร้องไห้นี่ เป็นอะไรหรือเปล่าครับ  ฉันรีบปาดน้ำตาทิ้ง เปล่าหรอก  คนมันเหงาน่ะ  พี่มักน้ำตาไหลแบบนี้แหละเวลาคิดถึงความหลัง  เด็กหนุ่มมองหน้าฉันคล้ายๆอยากจะเข้ามาช่วยเหลือ ฉันถามว่า เก่งหล่ะเคยเหงาบ้างมั๊ย  แล้วเคยร้องไห้บ้างรึเปล่า   เขาไม่ยอมตอบได้แต่ยิ้มยิงฟันขาว  ฉันมองแล้วรู้สึกได้ทันทีถึงความสดชื่นแจ่มใส เด็กอะไรฟันขาวเรียงเป็นระเบียบดีจังเลย  ฉันจึงแกล้งถามต่อ  ตกลงว่าไงล่ะ เคยรึไม่เคย เก่งตอบแบบประหม่าและซื่อๆว่า  ก็เคยนะครับ เคยเหงาคิดถึงแม่ มาอยู่นี่ตั้งแต่เล็กๆมากับพ่อ  พ่อมามีเมียใหม่อยู่ที่นี่ มาตั้งแต่อยู่โรงเรียนชั้น ป.๔ ยังไม่เคยเจอแม่เลยสักครั้งเดียว   ฉันนิ่งฟังพร้อมๆกับความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ดูสีหน้าของเก่งเปลี่ยนไป แววตาที่เคยเปล่งประกายเจิดจรัสดูวูบหมองไป  ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดคุยอะไรต่อ เด็กหนุ่มก็รีบพูดตัดบท  ไม่เอาละพูดอะไรก็ไม่รู้ ตกลงจะเอาอะไรเพิ่มไหมครับ  เดี๋ยวผมจะออกเรือไปขึ้นฝั่งเตะบอลกับเพื่อนซักหน่อย  แล้วผมจะรีบมาครับ    
	จากนั้นเป็นต้นมาฉันก็มีโอกาสได้พูดคุยกับ เก่ง ทุกครั้งที่ฉันมาที่นี่  จนกลายเป็นว่าทุกครั้งที่ฉันมาที่นี่ฉันจะต้องมองหาเขา  เรามักพูดคุยกันหลายเรื่องแม้เก่งจะเป็นเด็กบ้านนอกมีชีวิตอยู่แต่ในแพที่ห่างไกลแต่เก่งก็พูดคุยกับฉันได้ทุกเรื่อง  แม้บางเรื่องเก่งจะไม่เข้าใจและคุยตามประสาคนไม่รู้ แต่มันก็ดูซื่อๆน่ารักไร้เดียงสา  เก่งอายุ ๒๒ ปีดูยังเป็นเด็กที่น่ารักร่าเริงบางโอกาสแต่บางครั้งก็ดูเป็นผู้ใหญ่เกินวัยอยู่เหมือนกัน  ผมอยากเป็นแบบพี่จังเลย  มีรถยนต์ขับ อยากมาเที่ยวเมื่อไหร่ก็มาได้ มีเงินใช้ และแต่งตัวทันสมัย  ฉันเคยชวนเล่นๆว่า  เอามั๊ยล่ะไปอยู่กับพี่ก็ได้เดี๋ยวพี่หางานให้ทำ  เก่งส่ายหน้าพร้อมกับทำหน้าตาเศร้าๆเนือยๆ ไม่ใช่ไม่อยากไปครับพี่แต่มันเป็นไปไม่ได้ หากผมไปใครจะอยู่กับพ่อ ช่วยพ่อต่อแพ ซ่อมแพ ยิ่งช่วงที่มีแขกเยอะๆจะยุ่งมาก    จากนั้นเรื่อยมาฉันก็จะวนเวียนเข้าไปที่นั่นอย่างสม่ำเสมอ  แม้ลมร้อนจะกลายเป็นลมฝนแล้วก็ตามที   ตั้งแต่ต้นที่วันจันทร์กว่าจะถึงวันเสาร์ ช่างยาวนานเหลือเกิน ฉันมักหงุดหงิดอย่างไม่มีเหตุผล แต่แท้ที่จริงแล้วฉันคอยเพื่อจะให้ถึงวันเสาร์ แล้วฉันจะได้ไปยังทะเลสาปแห่งนั้น ฉันให้เหตุผลกับตัวเองว่ามันคือสถานที่คลายเครียดสำหรับฉัน ฉันเหนื่อยมาทั้งสัปดาห์ย่อมต้องการที่จะพักผ่อน  ฉันไม่นึกเลยว่าครั้งนี้ จะเป็นการมาครั้งสุดท้ายของฉัน  เก่งเดินขึ้นมารับถึงที่จอดรถ  เก่งกล่าวสวัสดี ยกมือไหว้พร้อมๆกับดึงกระเป๋าของฉันขึ้นแบกไว้บนหลัง  ดูเก่งกระตือรือร้นกับการมาของฉันเสียจัง  ค้างสัก ๒-๓ คืน ได้ไหมครับ ช่วงนี้รู้สึกคิดถึงพี่จังเลยครับ  ฉันฟังแล้วใจมันกระชุ่มกระชวยดีจังกลบเกลื่อนความดีใจว่า จะบ้ารึแค่คืนเดียวก็จะแย่แล้วงานกองรออยู่เต็มโต๊ะเลยแหละ บ่ายวันนั้นเก่งกับฉันสนุกสนานเหลือเกินกับการว่ายน้ำแข่งกันบ้าง งัดข้อแข่งกันบ้าง เก่งไม่เคยร้องเพลงให้ฉันฟังก็มาร้องในคราวนี้  แล้วจู่ๆเก่งก็มีทีท่าเปลี่ยนแปลงไปอย่างกระทันหัน เพียงแค่มีเรือหางยาวผ่านมาบนเรือมีผู้หญิงวัยกลางคนและเด็กสาวหน้าตาธรรมดาๆคนหนึ่ง  ฉันถามว่า เป็นอะไรรึเปล่าเก่ง  ทำไมเงียบไปละ เก่งหันมาจ้องหน้าฉัน ก็ดีเหมือนกันที่พี่ถามผมมีเรื่องกลุ้มใจมากๆที่อยากจะปรึกษา อยู่พอดี  เก่งดูมีสีหน้าจริงจังมากขึ้นแววตาดูหมองๆเศร้าๆ  มีอะไรก็ว่ามาสิ พี่ยินดีรับฟังนะ พูดมาเถอะ  เก่งนิ่งไปชั่วครู่แต่ก็นานสำหรับฉัน  ไม่เอาไม่พูดแล้ว  ไม่มีอะไรหรอก เก่งพูดปัดออกนอกประเด็น  แต่ฉันคิดว่าต้องมีอะไรอย่างแน่นอน แต่เก่งก็ไม่ยอมพูดอะไรอีกเลยเกี่ยวกับเรื่องนั้น จนวันรุ่งขึ้นเก่งแบกกระเป๋าขึ้นมาส่งฉันที่รถ ก่อนฉันจะก้าวขึ้นรถ เก่งซึ่งยืนส่งอยู่ก็เอื้อมมือมาจับมือฉัน  พี่ครับพี่จะมาที่นี่อีกไหมครับ  เก่งถามแปลกเสียงก็เครือๆพิกล ทำไมถามพี่แบบนี้ล่ะ หรือไม่อยากให้พี่มาที่นี่อีก  ..........เปล่าครับผมเพียงแต่เกรงว่าพี่มาแล้วอาจจะไม่เจอหน้าผม  ฉันรู้สึกหวั่นใจนิดๆรุกถามกลับไปว่า แล้วเก่งจะไปไหน  ทำไมพี่ถึงจะมาไม่เจอล่ะ  เก่งอึกอักไม่ตอบคำถามเราต่างคนต่างนิ่งไปนาน แล้วเก่งก็พูดขึ้นมาว่า ถ้าพี่บางครั้งอาจไม่เจอผมเพราะผมจะไปอยู่แพฟากทางโน้น  เก่งชี้มือออกไปอีกฟากหนึ่งของทะเลสาป  แล้วเก่งก็รีบพูดต่อ พ่อผมจะให้ผมแต่งเมียอีกไม่กี่วันนี้แล้วครับ ก็ผู้หญิงคนนั้นแหละคนที่พี่เห็นขับเรือผ่านมากับแม่ของเขาเมื่อวานไงครับ  ฉันมึนตึ๊บบนศีรษะ พูดอะไรไม่ออกคิดอะไรไม่ออก มีแต่เสียงของเก่งพูดต่อ ผมไม่ชอบเขาเลยพี่ดำก็ดำพูดมากอีกด้วย เอาเป็นว่าทุกๆวันเสาร์ผมจะหาเรื่องข้ามฟากมาคุยกับพี่ก็แล้วกัน  ฉันไม่รู้ตัวเลยว่าขับรถออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ คำพูดสุดท้ายที่ร่ำลาเก่งคืออะไร  ฉันเหงาจับใจ   อ้างว้างเหมือนไม่มีใครในชีวิต ขอให้เธอโชคดีนะเก่ง  ฉันคงจะไม่มาที่นี่อีกไม่รู้จะมาหาใคร รอปีหน้าถ้าลมร้อนกลับมาเยือนอีกสักครั้งฉันจะยังเจ็บปวดและอ้างว้างอยู่หรือเปล่าแล้วฉันอาจจะกลับมาเล่าให้เธอฟัง				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟอินสวน
Lovings  อินสวน เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟอินสวน
Lovings  อินสวน เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟอินสวน
Lovings  อินสวน เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงอินสวน
>