แท็กซี่หัวใจสาย เอเทรียม ตอนที่ 4

เก่งกาจ



ศรนั่งไตร่ตรองตามคำมิว และแล้วเธอก็ตัดสินใจไปส่งไบรท์

เธอรีบวิ่งไปที่หอที่พักประจำร้านที่เขาอยู่

และลูกศรก็ได้เจอชายหนุ่ม

“ไม่เหมือนในหนังเลยเนาะ ฉันมาทันว่ะ”ศรพูดยิ้มๆ คิดว่าคงสมหวังคราวนี้

ไบรท์ทำหน้าเศร้า”มาทำไมอ่ะ”

“ฉันคิดดูแล้ว ส่งนายดีกว่า”ศรบอก ในใจตื่นเต้นสุดๆ

“อือ”ไบรท์ทำหน้านิ่งๆ

“ไม่ได้เหรอ”ศรเริ่มเห็นความผิดปกติของไบรท์ ดูเขาไม่ดีใจที่เธอมา

“ได้ แต่ฉันลืมของ ข้างใน สำคัญด้วย”ไบรท์บอกศร

“แล้ว”ศรสงสัย

“เธอไปเอาให้ฉันที”ไบรท์วานหญิงสาว

“อือ งั้นก็ได้”ศร เดินเข้าไปในร้านเพื่อจะไปหยิบของให้เขา

หากทว่าไบรท์มองตามศรที่เดินลับไปในร้าน แล้วพูดกับแท็กซี่ว่า

“พี่ไปกันเลย”

แท็กซี่ได้ยินดังนั้น ก็วิ่งออกไป

 

ทางด้านศร เมื่อเข้าไปนั่งร้าน ก็ถามเด็กในร้านว่า

“น้องเห็นของพี่ไบรท์ไหม”

“ของ ของไรพี่ พี่เค้าขนไปหมดแล้วนะ”เด็กในร้านว่า

“แต่เขาบอกนี่ว่ามี”ศรเริ่มเอะใจ

“ไม่มีนะพี่”เด็กในร้านยืนยันกับเธอ

“...”

“จะมีก็แต่แห้งกระป๋องทิ้งไว้กับผม พี่จะกินมันกับผมไหมล่ะ”เด็กเสิร์ฟตอบกวน

“กินคนเดียวเหอะน้อง เอาให้จุกเลยนะ”ศรว่า

ศรประหลาดใจมาก และแล้วเธอก็นึกไรออก จึงรีบวิ่งไปหน้าร้าน

แต่ศรก็ไม่เห็นไบรท์ ลูกศรจึงรีบวิ่งตามแท็กซี่ไป

“เฮ้ย นาย นาย” เธอวิ่งตามไป แต่ไม่ทัน

เธอหอบ ไม่เข้าใจเขาเลยว่าทิ้งเธอไว้ตรงนี้ทำไม  จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาติดต่อเขา

เขาชั่งใจอยู่นาน ก่อนจะรับโทรศัพท์

“อือ ว่าไงเธอ”

“ฉัน...ของบ้าอะไรของนายฮะ ไม่เห็นมีเลย หลอกกันนี่”ศรทำท่าจะพูดคำนั้น แต่เปลี่ยนเป็นไม่พอใจแล้วถามเขา

“ไม่ได้หลอก มีจริงๆ”ไบรท์พูดเศร้าๆ

“ไม่มี คนโกหก”ศรว่าเขา

“มีสิ แต่เธอไม่มีวันหาเจอหรอก ความว่างเปล่าไง”ไบรท์เหมือนบอกเลิกหญิงสาว

“อะไรนะ”ศรเข้าใจว่าเขาต้องการไป แต่ยังอยากยื้อให้เขาอยู่ก่อน

“ไปไหน ก็ไปเหอะ”ไบรท์พูดไล่เธอ

“แต่ฉันจะบอกนาย..”ศรพยายามพูดคำนั้นเพื่อยื้อ

“พอเหอะ ฉันไม่อยากฟัง ขี้เกียจมานั่งหวั่นใจ นั่งกลัวอย่างนี้”ไบรท์บอกเศร้าๆ จริงๆเขากลัวมาก

“สายไปเหรอ”ศรถามอย่างเสียใจ

“โคตรสายเลย แม่งเวลามีเยอะแยะ ก็ไม่พูด”ไบรท์บอกความในใจมาหมด

“แล้วไง”ศรไม่เข้าใจ

“เธอคิดว่างานที่ฉันทำเนี่ย มันง่ายเหรอ เป็นตายเท่ากันนะเว้ย”ไบรท์บอก แอบไม่พอใจว่าหญิงสาวรั้งรออะไรนักหนาที่จะพูด

“ขอโทษ”ศรขอโทษเพื่อยื้อ

“ไม่เป็นไร เรารู้ว่ามันไม่ง่ายสำหรับเธอ แต่มันก็ไม่ง่ายสำหรับเราเหมือนกัน”ไบรท์เข้าใจอย่างเศร้าๆ

“ก็กำลังจะบอกคำนั้นอยู่ไง”ศรไม่ยอมแพ้

“พอ พอ เธอไม่ต้องพูดคำนี้ผ่านทางโทรศัพท์ เราไม่อยากฟัง”ไบรท์เสียงดังใส่ จริงจังมากตอนนี้

“...”ศรอึ้งไม่รู้จะทำยังไง

“เราว่า เธอไม่ใช่ว่ะ ไม่ต้องฝืนดีกว่า ฝืนกันไป ก็กลัวนะเว้ย กลัวมาก”ไบรท์บอกเศร้า ๆ ศรรู้สึกว่าเหมือนเขาต้องการพอแล้วกับความสัมพันธ์ของเธอกับเขาในครั้งนี้ เธอสะอื้นไห้ออกมา

“ฮือๆๆ”

“เธอไม่ต้องร้องหรอก เราสองคน จริงๆ ไม่ได้รักกันเลย มันเจ็บตรงไหนวะ แค่นี้นะ”ไบรท์ใจเสียเหมือนกัน แต่ต้องตัดใจ  และตัดสายไป

“เดี๋ยวๆ นายๆๆ”ศร น้ำตาไหล

 

แต่นาทีนั้นโทรศัพท์ของเธอดัง เธอนึกว่าเป็นไบรท์

“ฮัลโหล”ศร

แต่เป็นเสียงของพี่มน

“เฮ้ย ศร”

“พี่มน ..มีไรเปล่า”ศรผิดหวังที่เป็นพี่มน

“อยู่ไหนเนี่ย”พี่มนถาม เพราะมีเรื่องต้องการจะบอก

“ออกมานอกคณะ”ศรซับน้ำตาม แล้วทำเสียงปกติ

“อ้าว ไปไมอ่ะ ไม่สอบหรอ”พี่มนถาม

“มันยังทัน หรอพี่ ทันหรอ”ศรพูดมีนัย

“เฮ้ยเป็นไรเนี่ย”พี่มนเป็นห่วง

“ไม่ เดี๋ยวจะไปเดี๋ยวนี้”ศรเปลี่ยนเรื่อง เธอนึกรู้ว่าพี่มนโดนอาจารย์ให้ตามเธอมาสอบ

“อือๆ”พี่มน

ศรมองถนนอีกทีแล้วเดินไปคณะ

 

เมื่อถึงห้องที่กรรมการรออยู่ เธอเข้าไปในห้อง กรรมการนั่งรออยู่ทุกคน

“สายไปครึ่งชั่วโมง คุณจะสอบไหมครับ คุณลูกศร”อาจารย์วัชร์เสียงแข็งทันที อดไม่พอใจที่นักศึกษาไม่มีความรับผิดชอบ ไม่ตรงเวลา

“ขอโทษค่ะ”ทำหน้าเจ็บปวดสุดๆ

“ช้ากว่านี้กรรมการจะกลับล่ะนะ”อาจารย์วัชร์เสียงอ่อนลง เมื่อเห็นหน้าเธอดูเนือยๆ

“ค่ะ” ลูกศรตอบด้วยสีหน้าเหมือนคนสูญเสียทุกอย่าง

“ไปเริ่มได้ละ”อาจารย์บอก

“ค่ะ”เธอเดินไปเอื่อยๆ

จากนั้นเธอก็เริ่มอธิบายทฤษฎีทันที

“เอเทรียม อนุภาคมูลฐานอย่างหนึ่ง ที่ประกอบด้วยสองหน่วยที่แตกต่างกันเป็นสมบัติเฉพาะตัว ไม่มีวันแยกจากกัน”ศรกล่าวไปเอื่อย

“สมบัตินี้จะเกิด เมื่อระบบมีสมดุล หรือผ่านการทำให้สมดุลแล้ว”ศร

“ครับๆ ผมก็พอจะเข้าใจ แต่ไอ้สองหน่วยนี่มันแยกกันไม่ได้จริงเหรอ”กรรมการสงสัยแล้วถามเธอเลยนาทีนั้น

“ไม่ได้ค่ะ ไม่เคยได้”ศรตอบ มีนัยถึงความรักของตนเอง

“สองหน่วยที่ว่านี่คืออะไร ลองยกตัวอย่าง หรืออธิบายให้ละเอียดกว่านี้”กรรมการอีกคนถามต่อ

“จริงๆมันก็เป็นสมบัติใหม่นะคะ  ความคิดนี้ริเริ่มจากนามธรรมที่เราเห็นได้ชัดตามธรรมชาติ”ศรตอบเศร้าๆ

“อือ นามธรรมอะไรหรือครับ”กรรมการอีกคนถาม

“ครั้งหนึ่งหรือแม้แต่ตอนนี้ ดิฉันกลัว มันเป็นสิ่งที่เป็นส่วนหนึ่งของจิตใจเรา เช่นเดียวกับความกล้าที่เป็นสิ่งที่แตกต่างกับมันอย่างสิ้นเชิงก็อยู่คู่กับจิตใจเราเหมือนกัน  ”ศรอธิบายๆ ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทฤษฎีนี้มีเข้าใจได้ เพราะความรักนั่นเอง

“ดูมันเป็นอุปสรรคกับthesis ของคุณนะ”กรรมการคนแรกอดถามเป็นห่วงไม่ได้

“เป็นค่ะ มันเป็นมาก เป็นไปแล้ว”เธอพูดทั้งน้ำตา เมื่อนึกถึงตอนไปส่งไบรท์ และเขาหนีเธอไปไกลแสนไกลแล้ว

“อือไม่ต้องเครียด”กรรมการปลอบเธอ เพราะหน้าเธออมทุกข์สุดๆ

“ฮือๆๆ”เธอร้องไห้

กรรมการหน้าเสีย แต่พูดติดตลก

“คุณครับทำ thesis นะครับไม่ใช่ผัวทิ้ง”

เธอก็ยังร้องไห้เสียงดัง สะอื้นไห้

ทันใดนั้นก็มีคนเคาะประตู

“เชิญ”อาจารย์วัชร์บอกไป ไม่นึกว่าคนที่เข้ามาขัดจังหวะจะเป็นป่วนลูกสาวเขา

“ยัยป่วน ”

“หนูน่ะ ต่อยอดให้ไหม”ป่วนพูดเสียงเรียบเฉย

“อะไรของแก”อาจารย์วัชร์ห้ามปราบบุตรสาว แอบรู้ว่าเธอจะก่อเรื่อง

“จริง ๆสองหน่วยมันแยกออกจากกันได้นะ”ป่วนบอกจริงจัง

“ยังไง”กรรมการสงสัย แอบทึ่งในความกล้า และความเก่งตามกิตติศัพท์ที่คนอื่นพูดถึงเด็กหญิง

“ระบบที่สนใจ ถ้าหากถึงภาวะปั่นป่วนที่สุดละก็ ต่อให้กลัวแค่ไหน เราก็กล้าได้ กล้าทำในสิ่งที่ใจต้องการ กล้าไปตามธรรมชาติของหัวใจ เว้นแต่”ป่วนเว้นไว้มองหน้าพ่อตนเอง

“ยัยป่วน”อาจารย์วัชร์รู้ว่าบุตรสาวพยายามจะบอกอะไร แต่ก็ห้ามไม่ได้

“เว้นแต่ สิ่งนั้นไม่ใช่หัวใจของเราจริงๆ ใช่ไหม พ่อ”ป่วนตัดพ้อบิดา

แล้วเธอก็เดินจากไป

กรรมการเห็นด้วยกับป่วน และพูดว่า

“อือๆ สมบูรณ์น่ะ ทฤษฎีที่คุณใช้กับ thesisคุณ”

“เอาเป็นว่าไปแก้ข้อเขียนมาอีกนิดหน่อย แล้วส่งรายงานให้ผม เตรียมพร้อมสอบจบครั้งหน้า”กรรมการบอกกับลูกศร

“ค่ะ”

อาจารย์วัชร์เห็นป่วนออกไป กลัวบุตรสาวจะไปทำอะไรให้ห่วง เลยรีบขอตัว

“ถ้ายังไงคุณ ผมขอตัวก่อน”

“อือๆ พักนี้ลูกคุณ รมณ์บ่จอยบ่อยนะ”กรรมการที่เป็นเพื่อนแซวๆ แต่ก็ห่วงอาจารย์วัชร์

 

ป่วนจะไปรออยู่ห้องพ่อ แต่ก็พบว่าปุ้ยกับหมวกกันน็อคหน้าแมวที่ปุ้ยถืออยู่

“อะไร”ป่วนถามปุ้ยเสียงแข็ง

“เออ พี่มนมาเห็น ก็เลยบอกให้พี่ทิ้ง”ปุ้ยบอกอึกอักๆ

“ของพ่อ”ป่วนบอกเฉย นึกประติดประต่อเรื่องราวได้

“จ๊ะ คงงั้น”ปุ้ยตอบยิ้มๆ

“พ่อไม่ชอบแมว และไม่ชอบอะไรลับหลังด้วย”ป่วนตั้งใจว่าปุ้ย

“เหมือนคิดเลยเนาะว่าเป็นพี่ แต่พี่ไม่”ปุ้ยแก้ตัว

“หนูก็ไม่คิดว่าเป้นพี่นี่ หมูคงไม่มีปัญญาตัดหัวแมวให้ใคร”ป่วนรีบสวนกลับ

“จ๊ะ งั้นทิ้ง”ปุ้ยรีบๆจะทำลายหลักฐาน

“ไม่ต้องหรอก เป็นพี่จะกล้าส่งอีกเหรอ โดนจับได้แล้ว”ป่วนขู่ปุ้ย

“อือๆ งั้นพี่ไปล่ะนะ”ปุ้ยรีบผละออกไป

ทันใดนั้นอาจารย์ก็เดินเข้ามาที่ห้องพักตนเอง

“หวัดดีค่ะอาจารย์”ปุ้ยเคารพและรีบไป

อาจารย์วัชร์สงสัยว่าปุ้ยเป็นอะไรเลยถามป่วนอย่างไม่พอใจ เพราะกลัวลูกตนเองก่อเรื่อง

“ทำไรเขาหรือเปล่า ทำไมเขาทำท่าอย่างนั้น”

“ตกใจไอ้นี่มั้ง”ป่วนชูหมวกกันน็อครูปหัวแมวกระพริบตาข้างเดียวยิ้มๆให้

“ของใคร”อาจารย์ถามเสียงแข็ง

“ของพ่อหนูเอง”ป่วนกวน

“ฮะ”อาจารย์สงสัย

“หนูพูดเล่น”ป่วนเปลี่ยนเรื่อง

“วันนี้พ่อว่าง”อาจารย์วัชร์พูดดีๆกับบุตรสาว เพื่อสมานความสัมพันธ์ที่มีรอยร้าว

“แล้วไง”ป่วนไม่สน

“ลูกอยากกินอะไรหรือเปล่า พ่อมีเวลานะ”อาจารย์พูดดีๆ

“ใครเขาอยากจะได้เวลาของพ่อกัน”ป่วนชวนทะเลาะ

“ป่วน”อาจารย์เหลืออด จึงเสียงดัง

“ไปก็ไปสิ แต่หนูอยากกินโจ๊กนะ”ป่วนตอบสีหน้าเรียบเฉย

“กลางวันอยู่ใครขาย”อาจารย์ตอบยิ้มๆ

“พ่อก็ทำให้หนูเหมือนที่แม่ทำสิ”ป่วนพูดถึงแม่ ด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ

“จะกินที่บ้านว่างั้น”อาจารย์วัชร์ถามบุตรสาว เขายอมตามใจบุตรีทุกอย่าง

“...”ป่วนทำหน้านิ่ง

“อือ ไปๆ”อาจารย์บอกพร้อม พาเด็กหญิงออกไป กลับบ้านทันที

 

เมื่ออาจารย์กลับถึงบ้าน ก็ลงมือทำ โจ๊กใส่กุ้งกับหมูของโปรดของบุตรสาว

“อือ พ่อรู้ว่าลูกชอบทั้งกุ้งหมู เลยใส่ไปหมด”

“แม่ก็ชอบนะ”ป่วนบอกเศร้าๆ อาจารย์ก็เศร้าเช่นกันจึงพูดว่า

“ป่วน ไม่มีแม่ลูกก็ยัง..”

“พ่อนั่นแหละ ทำให้หนูไม่มีแม่”ป่วนสวนกลับ เสียงแข็ง

“ป่วน เรื่องนั้น พ่อ..”อาจารย์กล้ำกลืนที่จะพูดเหมือนกัน

“ขอโทษ มันไม่พอจริงๆพ่อ”ป่วนตอบทั้งน้ำตา

“แล้วพ่อต้องทำไง”อาจารย์พูดเหมือนวอนลูกสาว

“หนูได้ทุนเรียนต่อ เมืองนอก”ป่วนตัดสินบอกผู้เป็นพ่อ

“ลูกจบเกรดสิบสองแล้วไม่ใช่เหรอ”อาจารย์ถาม เขาไม่ทันตั้งตัวที่ได้รู้เรื่องนี้

“หนูจะเรียนอีก อย่างน้อยเงินทุนก็ทำให้หนูดูแลตัวเองได้เอง”ป่วนบอกพ่อเธอ อย่างเด็ดขาด

“ยังไง”อาจารย์ไม่เข้าใจ ไม่ยอมเด็ดขาดที่ลูกจะอยู่คนเดียว ดูแลตัวเอง เขาอดห่วงไม่ได้

“หนูไม่อยู่กับพ่อแล้ว เชิญพ่ออยู่ไปกับงานวิจัย ไอ้เรื่องเอเทรียมบ้าๆของพ่อเหอะ”ป่วนบอกอย่างไม่สนใจ

“ป่วน ทุกอย่างมันกำลังจะจบ พ่อกำลังจะทำตามสัญญา”อาจารย์พยายามจะเปลี่ยนใจบุตรสาว

“ไม่เอา หนูไม่เอาแล้ว หนูไม่อยากได้อะไรจากพ่อแล้ว”ป่วนพูดเสียงเรียบ แต่เด็ดขาดเช่นเคย

“ป่วน”อาจารย์ไม่อยากเชื่อ

“ตั้งแต่ไม่มีแม่ หนูไม่อยากอยู่กับพ่อ เพราะพ่อ !!พ่อ พ่อทำให้แม่จากไป”ป่วนบอกทั้งน้ำตา

“ป่วน มันสุดวิสัย”อาจารย์พยายามให้ลูกเข้าใจความจริง

“ไม่ ไม่ต้องพูด หนูตัดสินใจแล้ว ตัดสินใจแล้ว เข้าใจไหม!!”ป่วนเสียงดังแล้ววิ่งจากไป

 

อาจารย์กลับไปที่ห้องของตัวเองอย่างเหนื่อยหัวใจ เขามองรูปภรรยาที่จากไป

วันนั้นแม่ป่วนกำลังทำข้าวต้มกุ้งหมูในครัว

“ทำอะไรอ่ะ หอมจัง หอมเหมือนตัวคุณ”ประโยคสุดท้ายอาจารย์พูดหวานๆ แล้วหอมแก้ม

พิมซึ่งเป็นแม่ป่วนยิ้มๆ หวานๆ เขินๆ

“....”

“อ้าวข้าวต้มผมไหม้แล้ว ถ้าผมอด ผมกินอย่างอื่นแทนนะ”อาจารย์วัชร์หวานใส่ภรรยา

เธอเขย่าศีรษะสามีเบาๆด้วยมือสองข้างพร้อมพูดงอนๆ “คุณแกล้งฉัน”

“โอ๊ย 555”อาจารย์ร้องแต่ก็มีความสุข ที่ได้หยอกล้อภรรยา

ไม่นานทั้งสองก็สบตาหวานกันพิมกุมใบหน้าเขาไว้ พร้อมจุมพิตเขาแล้วบอกอย่างอ่อนโยนว่า

“โชคดีนะคะ”

แต่ทั้งสองไม่รู้ว่า ป่วนบุตรสาวอยู่ตรงนั้น และกำลังมองมาอย่างนึกสนุก เพราะต้องการจะแซวพ่อกับแม่

“หือ จะเชื่อมข้าวต้มหรือไง พ่อแม่”

“ยัยป่วน”พิมว่าเด็กหญิง

“แล้วจะทำไมหืม”อาจารย์วัชร์แกล้งทำพูดหาเรื่องบุตรสาว

“หืม..พ่อจ๋า แม่จ๋า หนูจะกลายเป็นลูกที่ถูกลืมหรือเปล่าอ่ะ ตอนนี้”ป่วนทำหน้าอ้อนสุดๆ

“ว่าไปนู่นนะเจ้า”อาจารย์ว่าขำขันท่าทางของบุตรสาว

“ก็จริงนี่เวลาพ่อแม่อยู่ด้วยกัน ลืมโลก ลืมหนูทุกที”ป่วนแซวยิ้มๆ

555 น่านสิ อยู่กันสองคนดีๆ อยู่ๆ เจ้าก็มาจากไหนไม่รู้”อาจารย์บอกยิ้มๆ

“พ่ออ่ะ”ป่วน

“ไม่ลืมหรอก ลูกเองก็จบเกรดสิบสองเร็วกว่าเพื่อน พ่อเองปีนี้ก็จะจบงานแล้ว เราจะไปเที่ยวกัน อย่างที่ตั้งใจไว้ไง”แม่ป่วนบอกอย่างยินดี มองหน้าผู้เป็นสามีอย่างเข้าใจกัน

“จริงหรือคะ”ป่วนร้องอย่างยินดี

“แล้วคิดว่าพ่อจะหลอกเราทำไมละฮืม”อาจารย์บอกยิ้มๆ พร้อมยีหัวบุตรสาว

“เย้ๆ”ป่วนกระโดดดีใจ

“ถ้างั้น เอาใจป๋ากันหน่อย ตักข้าวต้มชามโตๆให้ป๋า สิลูก”พิมบอกป่วน

“ได้อยู่แล้ว พวกกระเป๋าหนักหนูชอบ”ป่วนรับมุก

555”อาจารย์วัชร์กับพิมหัวเราะ

 

จากนั้นป่วนกับพิมก็มาส่งอาจารย์หน้าบ้าน

“ผมไปนะ”อาจารย์วัชร์บอกพิม พร้อมยิ้มและมองอย่างมีความหมาย

“ค่ะ เจอกันตอนเย็นนะ”พิมบอกยิ้มหวาน

 

ระหว่างที่อยู่บ้าน ขณะที่พิมรอสามีของเธอป่วนก็ชวนแม่คุยเรื่องเที่ยวรอบโลก

“แม่ ถ้าพ่อเสร็จงานละ เราจะไปไหนก่อนดี”

“อือ แล้วหนูอยากไปไหนละ ลูก”พิมบอกพร้อมลูบหัวอย่างรักใคร่

“หนูอยากเหยียบทะเลทุกที่ ทุกมหาสมุทรเลยแม่”ป่วนพูดจ๋อยๆ

“จะสำรวจดินแดน แข่งกับโคลัมบัสหรือไง”พิมแซวลูกขำๆ

“เปล่าแม่ หนูจะไปตบหัวเพนกวินต่างหาก”ป่วนพูดกวน

“กวนตลอดเรา”แม่ป่วนบอกยิ้มๆ

“มันน่ากอดดีนะ ตัวกลมๆ เหมือนแม่ไง”ป่วนบอกพร้อมกอดแม่

“โอ๊ย...”พิมรู้สึกแน่นหน้าอก

จากมือที่ลูบหัวบุตรสาว แล้วเอามือมาไว้บนบ่า จนไม่มีแรงกลายเป็นว่ามือกดบ่าลูกไว้

“โอ๊ยแม่หนูเจ็บ”ป่วน หันมาดู “แม่เป็นไร”

“โอ๊ย”พิมหายใจไม่ออก

“แม่ รถพยาบาล”ป่วนบอกกับตนเอง พร้อมโทรศัพท์เรียกรถพยาบาล

แต่ซวยสุดๆโทรไม่ติดสักที่ ป่วนเห็นแม่แย่แล้ว

จึงโทรหาพ่อ

 

ทางด้านอาจารย์วัชร์ พรีเซนต์ผลงานตนเองเสร็จ ก็มีอาจารย์อาวุโสท่านหนึ่งมาขอร้อง

“คุณ มีนายทุนเขาสนใจงานวิจัยของคุณ”อาจารย์อาวุโสคนหนึ่งบอกพ่อป่วน

“ครับ”อาจารย์วัชร์อึกอัก จะรีบกลับบ้าน

“คุณก็พอมีเวลา คุยกับเขาหน่อยสิ”อาจารย์อาวุโสขอร้อง

“ผม”อาจารย์วัชร์ลังเล

“น่าแป๊บเดียว อย่าลืมสิพ่อคุณตั้งความหวังกับงานนี้มาก”อาจารย์อาวุโสหว่านล้อม

“ครับ”และแล้วอาจารย์วัชร์ก็ต้องไปคุย และทิ้งโทรศัพท์มือถือของตนไว้ก่อน

 

ป่วนพยายามโทรหาพ่อแต่ไม่ติด

“แม่เดี๋ยวหนูมานะ”

ป่วนวิ่งออกมานอกบ้าน เรียกแท็กซี่เท่าไหร่ ก็ไม่ว่าง

และแล้วก็มีคันที่ว่าง ตอนนั้นค่ำมากแล้ว

เป็นแท็กซี่ที่มีเรื่องกับศร และเป็นคนเดียวที่ป่วนจี้นั่นเอง

แต่ป่วนไม่รู้ว่าแท็กซี่ก็เจอเหตุการณ์หนักๆ ในวันที่เก็บคิทตี้ข้างทาง

เธอถือกระเป๋าที่มีรูปคิทตี้มาด้วย

ป่วนใช้กระเป๋าคิตตี้เคาะประตู

“พี่ๆ ช่วยด้วย เข้าไปรับแม่หนูที”ป่วนขอร้องแท็กซี่

“หา”แท็กซี่ทำตาเลื่อนลอยสุดๆ

“ไปรับแม่หนูที”ป่วนขอร้อง

แท็กซี่ตาไปเห็นคิตตี้

“หา แมว!!! ไม่ไป ไม่ไปโว้ย”แท็กซี่รีบออกรถอย่างรวดเร็ว

“พี่ เดี๋ยวๆ ช่วยแม่หนูก่อน”

ป่วนรีบวิ่งไปที่บ้าน

“แม่ หนูจะพาแม่ไปเอง”ป่วนพยุงแม่ไปอย่างลำบากตอนนี้แม่ไม่ได้สติ

“แม่คุยกับหนูสิ”ป่วน

“แม่!!! หนูสั่ง ตื่นขึ้นมา แม่!!!ฮือๆๆ”ป่วน

สักพักก็มีคนไปช่วยพาส่งโรงพยาบาล แต่ก็ไม่ทัน

อาจารย์ เห็นโทรศัพท์ นึกโทรไป ที่บ้าน มือถือก็ไม่รับ

จนถึงบ้าน เช็คที่อยู่โทรศัพท์

ก็รู้ว่าอยู่โรงพยาบาล นึกรู้

“คุณ”

อาจารย์รีบไปโรงพยาบาล

“คือ ไม่ทราบว่ามีผู้ป่วยชื่อเด็กหญิงปันรสี ไหมครับ ”อาจารย์ถามโอเปอร์เรเตอร์อย่างเป็นห่วง

พยาบาลกินฝรั่ง เกือบติดคอ กินน้ำ

“ค่ะ จะรีบหาให้นะคะ”พยาบาลที่เป็นโอเปอร์เรเตอร์พยายามหาข้อมูลให้ทันที

“ไม่มีค่ะ”พยาบาลคนนั้นบอก

เขาโล่งอก แต่นึกรู้ก็ถามพยาบาลอย่างกลัว

“แล้วชื่อคุณพิมชนก มีไหมครับ”อาจารย์วัชร์ถามอย่างกลัวๆ หวั่นๆคำตอบ

“อ่อ ค่ะ อยู่ตึกศัลยกรรมหัวใจค่ะ”พยาบาล

“แน่ .. แน่ใจแล้วเหรอครับ”อาจารย์วัชร์อึ้ง ถามอีกครั้ง รู้สึกตกใจมากๆ

“ค่ะ พึ่งมาเมื่อสามชั่วโมงที่แล้ว”พยาบาลคนนั้นบอก

เขารีบวิ่งไปที่ตึกนั้นทันที ใจไม่ดี

 

เมื่อถึงหน้าห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน อาจารย์วัชร์ก็พบป่วนที่นั่งน้ำตาซึม

“ป่วน แม่..แม่เราเป็นไร หือ”อาจารย์พูดกับบุตรสาว เสียงหลง

ป่วนซึม วิญญาณออกจากร่าง

“ป่วน”อาจารย์เสียงดัง

ป่วนมาได้สติอีกทีตอนพ่อเรียกเธอดังๆ

ป่วนมองพ่อทั้งน้ำตา

“ทำไมพ่อไม่รับโทรศัพท์”ป่วนถามพ่อทั้งน้ำตา

“พ่อ”อาจารย์วัชร์อึกอัก

“ทำไมฮึ”ป่วนถามย้ำอีกที

“แม่ แม่”อาจารย์นึกถึงภรรยา ถามบุตรสาวอีกครั้ง

“พ่อไม่ต้องถามอะไรทั้งนั้น ตอบหนูมาก่อน ว่าทำไมพ่อไม่รับโทรศัพท์”ป่วนเสียงดัง

“พ่อ..ติดงาน”อาจารย์บอกตามความจริง

ป่วนก้มหน้าทำหน้ากล้ำกลืนสุดๆ”งานอีกแล้ว”

“แม่เป็นไง ตอบพ่อมาสิ”

“ตายแล้ว”ป่วนเรียบๆ แต่เจ็บปวด

อาจารย์ทรุด ช็อค

“ไม่จริง”

“ฮือๆ”ป่วนร้องไห้

“พ่อ พ่อผิดเอง”อาจารย์วัชร์กล่าวทั้งน้ำตา

“ใช่ พ่อผิด พ่อผิดอยู่แล้ว หนูนึก...หนูนึกอยู่แล้ว ว่าต้องเป็นอย่างนี้”ป่วนบอกทั้งน้ำตา

“ป่วน”

“เพราะงานบ้าๆของพ่อนั่นแหละ ฮือๆ”ป่วนสะอื้นไห้

“พ่อ”เขาจะโอบลูก

“อย่ามาแตะต้องตัวหนู ไอ้คนน่ารังเกียจ”ป่วนว่าผู้เป็นบิดา

เขาพยายามฝืนกอดลูก

“ออกไป ออกไป ฮือๆๆ”ป่วนพยายามสะบัดหนี นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ป่วนปั้นปึ่งกับผู้เป็นพ่อ และแกล้งแท็กซี่ที่เธอโทษว่าเป็นต้นเหตุให้แม่เธอต้องจากไป เธอโกรธมาก โดยเฉพาะบิดาของเธอ

 

 

หนึ่งเดือนผ่านไป

ที่ห้องแลปที่มิวอยู่ ศรนั่งเหม่ออยู่เธอลืมเรื่องระหว่างเธอกับไบรท์ไม่ได้ ไม่อยากคิดว่ามันจะจบอย่างนี้ มิวเห็นดังนั้นจึงเรียกลูกศร

“พี่”

“...”ศรเหม่อ

“พี่”มิว

“ฮะ”ศร

“เป็นอะไร นั่งมองต้นตะขบ แล้วเศร้าอย่างนี้นานล่ะนะ”มิวแซวยิ้มๆ

“มีไร”ศรถามเสียงเนือย

“เที่ยงแล้ว ไปกินกุ้งร้านพี่ไบรท์กัน”มิวชวนศร อารมณ์ดีอย่างทุกวัน

ศรได้ยินชื่อไบรท์

“...ไม่อ่ะ”ศรส่ายหน้า

“ทำไมอ่ะ ทะเลาะกันหรือเปล่า”มิวถามอย่างห่วงๆ

“ก็ทำนองนั้น เขาไล่ฉันแล้วนะแก”ศรน้ำตารื้น

“เอ้า ไมเป็นงั้นได้อ่ะ นึกว่าพี่เขา..”มิวหน้าเสียเหมือนกันที่รู้อย่างนี้

“รักฉันอย่างนั้นหรือ”ศรตอบแทน

“อือ”มิวพยักหน้า

“....”ศรเศร้า

“ไปกินกุ้งเหอะ เรื่องมันอาจไม่ได้เลวร้ายอย่างนั้น ไปๆ”มิวพยายามชวน เพื่อให้ศรหาไรทำ สลัดความเศร้า

“แกฉัน”ศรจะปฏิเสธ

“น่า อย่าพึ่งรีบกลัวไปก่อน”มิวปลอบเพื่อนตนเอง

มิวลากศรมาจนได้ และแล้วทั้งสองก็ไปถึงร้านของไบรท์

“น้องพี่ขอกุ้งเผาตัวโตๆ สองจานเลยนะ”มิวบอกเด็กเสิร์ฟ

“โหไอ้มิว ไปหิวจากไหนเนี่ย”ศรประหลาดใจ เริ่มสังเกตมิวอารมณ์ดีเป็นพิเศษ วันนี้

“แหม เอาแรงไงพี่ วันนี้มีโปรแกรมเด็ดสำหรับฉันและพี่เลยนะ”มิวว่า

“โปรแกรมอะไรของแกวะ”ศรสงสัย

“น่า...”เด็กเสิร์ฟมาส่ง มิวเลยถาม”น้องพี่ไบรท์อยู่ป่ะ”

“เอ่อ...”เด็กเสิร์ฟอึกอัก”เอ่อ อยู่ก็เห็นแล้วสิครับ”มันตอบกวนๆ

“อือ ตอบกวนดี ไปเผามาใหม่ ฉันจะกินร้อนๆ”มิว

“โหยพี่ เผากว่านี้จะกินแต่เปลือกกุ้งหรือไง”เด็กเสิร์ฟว่าให้

“จะฉีกแกทิ้งแล้วกินแกแทนนี่แหละ ให้ไปทำไรก็ไปทำ หรือว่าจะให้ฉันเรียกเจ้าของร้านมาทำแทนแกฮะ”มิว

“ครับๆ”เด็กเสิร์ฟลนลาน

“ท่าทาง พี่ไบรท์เค้าหลบหน้านะ”มิวนึกรู้เหมือนกัน

“ก็บอกแกแล้ว ว่าเขาไล่ฉัน”ศรตอบเศร้าๆ

“เฮ้ย อย่าพึ่งเซ็ง ไปกันดีกว่าพี่”มิวบอกยิ้มๆ

“ไปไหน กุ้งยังไม่ได้กิน ตังค์ไม่จ่ายเลย”ศรบอก

“เออน่า ช่างแม่ง งกนักก็ตามไปเก็บสิ”มิวบอกอย่างไม่ยี่หระ

 

สักพักมิวและลูกศร ก็มาถึง ดรีมเวิลด์ สวนสนุกคนไทย

“มาไมนี่”ศรถามอย่างสงสัย

“พี่เราก็อยู่ด้วยกันมานาน”มิวพูดเหมือนมีไร

“โห อารมณ์ไหนวะเนี่ย”ศรบอกยิ้มๆ

“ฉันก็พาพี่มาบินไง”มิวบอก

“รถไฟเหาะ เหอะ ไม่อ่ะ”ศรทำท่ากลัว

“น่าอย่าให้ท้องฟ้า ว่างนาน เราต้องไปสัมผัส ไป”มิวชวนศร พร้อมฉุดให้วิ่งไป

ทันทีที่สองสาว ขึ้นรถไฟเหาะ

“พี่ฟ้า เราจะอยู่ด้วยกันแล้ว”มิวตะโกนอย่างปลดปล่อย

“อะไรของแกวะมิว”ศรตะโกนตกใจระหว่างนั่ง

“กอดหนูแน่นๆนะ กอดหนู วู๊ๆๆ”มิวเสียงดังสุดเสียง

ศรหลับตา ร้องไม่ออก

“แม่จ๋า หนูมีผัวแล้ว”มิวว่าคนเดียวอย่างอารมณ์ดีสุดๆ

เมื่อรถไฟหยุด ผมมิวตั้งฟู ทำหน้าปลื้มปริ่มเหลือล้น

“มิวเป็นบ้าไรวะ แล้วพี่ฟ้าใครวะ”ศรถาม

“งานฉัน”มิวตอบทันที

“ฮะ”ศรไม่เข้าใจ

“มะรืนนี้ฉันจะเริ่มงานละนะ”มิวตัดสินใจบอก

“งานไรวะ”

“จำที่หายไปได้ไหมที่ฮ่องกง”มิวค่อยๆพูดเรื่องของเธอ

“เออ แกบอกจะไปบินไปเที่ยว”

“อือ ฉันไปสมัครเป็นนักบินมา”มิวบอก

“เฮ้ย ก็ดีว่ะ แต่แกคงไม่ได้จะทิ้งฉันไปตอนนี้ใช่ไหม”ศรแอบเศร้าที่เพื่อนอาจจะเดินจากเธอไปอีกคน

“โทษทีว่ะ ความฝันฉันเลยนะเว้ย นักบิน”

“ขนาดนั้นเลยหรือวะ”ศรพยายามยื้อ

“อือ ฉันรู้สึกท้องฟ้า ทุกอย่างมันเป็นของฉัน ตอนฉันขับเครื่องบินแหละ”มิวบอกยิ้มๆ

“แล้วแม่แกล่ะ”ศรอดห่วงเรื่องนี้ไม่ได้

“บอกละ โดนด่าหูชา แต่ก็ทำไงได้วะ ใจมันรัก”มิวตอบอย่างตัดสินใจแล้ว

“อือ แกจะไปเมื่อไหร่”ศรถาม

“ตอนนี้แหละ ไปนะ”มิวหอบสะพายเป้แล้วเดินจากไป

“มิว”ศรเรียกใจหายท่าทางมิวเป็นสุขเหมือนหนีตามผู้ชายไปอย่างไงอย่างนั้น

“พี่ เรื่องพี่ไบรท์ พยายามเข้านะ พยายามให้มากกว่านี้ ฉันเชื่อทุกอย่างต้องไปได้ดี ไปละ”มิวให้กำลังใจ และเดินตามความฝันของเธอทันที

comments powered by Disqus

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน

>