26 ธันวาคม 2553 17:58 น.

สายฝนกับลมหนาว

din



อากาศกำลังเย็นสบาย
อยู่ดีๆ ฝนก็ตกลงมาเสียอย่างงั้น
ไม่มีปี่ ไม่มีขลุ่ย ไม่มีโหมโรงใดๆเลยนะเจ้าฝนเอ๋ย

ทั้งสายฝน ทั้งลมหนาว ทำเอาเดี้ยงเลย
ร้อยกรองก็เขียนไม่ออก 
เอาเป็นร้อยแก้วห้วนๆ อย่างนี้แหละนะ

เหงาๆขึ้นมาก็เปิดวิทยุฟัง
เจอเพลงเข้ากับบรรยากาศพอดี

ฝนที่ตกทางโน้น หนาวถึงคนทางนี้
ยังอยากได้ยินทุกเรื่องราว...............

ยิ่งฟังก็ยิ่งเหงา 
พอเพลงจบเขาก็พูดคั่นว่า
เราจะเห็นคุณค่าของสิ่งใด ก็เมื่อสิ่งนั้นขาดหายไปจากชีวิต
เออ...มันก็น่าจะจริง ทำไมเราถึงคิดถึงคนที่ห่างห่ายไปจากชีวิตเสมอ
บางทีมันก็มาแว๊บเดียว 
แต่บางทีความรู้สึกนั้น มันก็อยู่กับเรานาน

ถามตัวเองว่ารำคาญไหม
มันก็รำคาญนะ...รำคาญหัวใจตัวเองนั่นแหละ
ทำไมต้องไปคิดถึงคนที่เขาไม่ใสใจในตัวเรานักก็ไม่รู้
โทรศัพท์สักกริ๊กเดียวก็ไม่มี ไม่ว่าในวาระอะไร

อย่าคิดอะไรกันมาก ทั้งหมดที่เขียนไม่มีความจริงสักกะผีก
ก็แค่สายฝนกับลมหนาว ทำเอาเป็นไข้
เลยเพ้ออะไรให้อ่านกันยืดยาว

รักษาสุขภาพกันด้วยนะทุกๆคน

อ้อ....ก่อนนอนอย่าลืมห่มผ้าด้วยล่ะ





				
24 ธันวาคม 2553 16:22 น.

รางวัลเกียรติยศ

din

***

กว่าจะก้าวถึงจุดที่สุดยอด 
ก็แทบมอดหมดไฟเคยใฝ่ฝัน 
เหนื่อยแสนเหนื่อยเมื่อยล้าสู้ฝ่าฟัน 
หวังรางวัลเกียรติยศอันงดงาม 


จากเส้นทางเดิมเดิมที่เริ่มก้าว 
ในบางคราวต้องถางถากขวากหนาม 
ในบางคราวล้ม-ลุกถูกคุกคาม 
ยังก้าวตามความฝันอันเรืองรอง 


บนทางเดินเร่งรุดสู่จุดหมาย 
มีเส้นสายแสงธรรมคอยนำส่อง 
มีใจเอื้อโอบรับประคับประคอง 
ฟ้าสีทองเริ่มเห็นเป็นความจริง 


บนจุดหมายปลายทางที่ฝันใฝ่ 
มิได้สมดั่งใจไปทุกสิ่ง 
ทางข้างหน้าก้าวไปคล้ายถูกทิ้ง 
คนแสนหยิ่งแอบปาดหยาดน้ำตา 

				
14 ธันวาคม 2553 18:16 น.

...........ช่องว่างระหว่างเรา............

din

เมื่อไม่มี กันและกัน ในวันนี้
ทุกนาที เย็นเยียบ เงียบและเหงา
บนเส้นทาง รักร้าง ระหว่างเรา
มันซึมเซา เหงาเงียบ สุดเปรียบเปรย

หากมีกัน และกัน ในวันนี้
ทุกนาที มีสุข ใช่ไหมเอ่ย?
เมื่อรักร่วง แรมร้าง อย่างที่เคย
ฉันก็เลย เคว้งคว้าง อย่างที่เป็น

จะตัดรอน ใจลง คงมิได้
ทุกห้องใจ บอบบาง อย่างที่เห็น 
จึงกลืนกล้ำ น้ำตา อย่ากระเซ็น
เว้นมันป็น ช่องว่าง ระหว่างเรา
				
10 ธันวาคม 2553 17:55 น.

.............แก้ว..................

din

*******

กาลครั้งหนึ่ง เนิ่นนาน....นานมาแล้ว
ยังมีแก้ว ดวงหนึ่ง ซึ่งสวยใส
เมื่อเวลา แปรเปลี่ยน หมุนเวียนไป
แก้วที่ใส หมองหม่น จนขึ้นรา


เกิดอะไร ขึ้นแล้ว แก้วจึงเปรอะ
มันแสนเขลอะ เลอะคาว แห่งตัณหา
แก้วเคยใส วาววับ จับนัยน์ตา
ช่างไร้ค่า เมื่อเพลิน เดินผิดทาง


มาวันนี้ แก้วช้ำ จำกลับบ้าน
เธอซมซาน มาถึง เมื่อรุ่งสาง
ตะวันส่อง แสงจ้า มาจางจาง
ฟ้ารุ่งราง ต้อนรับ การกลับคืน


แก้วหวังเป็น คนดี คนมีค่า
แต่ทว่า ไม่อาจข่ม ความขมขื่น
เมื่อสิ่งที่ คิดหวัง ไม่ยั่งยืน
จึงเสียงปืน แก้วปลิด ชีวิตตน


กาลครั้งหนึ่ง เนิ่นนาน นานมาแล้ว
เรื่องของแก้ว ดังไป ในทุกหน
กลายเป็นอุ- ธาหรณ์ สอนกมล
อย่ามืดมน สิ้นหวัง ดั่งแก้วเลย



%16%.........................				
3 ธันวาคม 2553 18:29 น.

.....เหมือนไม่เคยรักกัน

din

***

ไม่อาจย้อน เวลา คืนมาได้
จะต้องทำ ฉันท์ใด ใจเจ้าเอ๋ย
แค่ล้อเล่น เพียงนิด ไม่คิดเลย
เธอจะเอ่ย วาจา เหมือนฆ่ากัน

เราพบกัน ตรงนี้ เมื่อปีก่อน
ทุกช่วงตอน อยู่ใน หัวใจฝัน
เคยหยอกเย้า ยั่วแหย่ เคยแคร์กัน
แล้วเหตุใด แปรผัน ผิดสัญญา

เหมือนไม่เคย รักกัน ในวันนี้
ทุกนาที เสียขวัญ หวั่นผวา
อยู่กับความ ว้าเหว่ แห่งเวลา
ที่ผลาญพล่า เราให้ ไกลจากกัน

				
>