31 มีนาคม 2547 14:14 น.

๑๕ @..ตาต่อตา..@ .....

tiki

 @..ตาต่อตา..@ .....

                             วันใดที่เธออ้างว้าง
                        ยังมีฉันอยู่ข้างข้างเธอรู้ไหม
                        เธอคือสิ่งเปราะบางในหัวใจ
                        ที่ฉันพร้อมประคองไว้ทุกเวลา.....  .        


      วันที่ไปทำงาน ที่บริษัทโฆษณาที่เพลินจิตอาเขตเพิ่งจะเริ่มเป็น
ยักษ์ในวันนั้น
       ฉันยังจำบรรยากาศวิ่งไปมาในห้องฝ่ายครีเอทีฟว์กับห้องประชุม
ได้ดี ว่ามันชุลมุนวุ่นวายเพียงใด       

         มีอยู่คนที่นั่งอยู่ข้างหลัง มีแค่ฉากกั้นอยู่ โดยตำแหน่งหน้าที่ 
เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ของฉันคือ พี่สินธ์มาดเซอร์ แบบนิ่มๆ  ผอม บาง 
เจ้าอารมณ์  ทำงานละเอียด ช้า สุขุม... รำคาญเสียงพิมพ์ดีดแบบ
กระเป๋าหิ้วของฉันมาก...
 ว่ามันทำลายบรรยากาศ คิดรูป Visualization ของเขา

                 แต่เวลาเราล้งเล้งบ๊งเบ๊ง มา เพราะ โดนลูกค้ากับฝ่าย
บริการลูกค้าโยนแบบทิ้ง พี่สินธ์ก็คือคนที่ปลอบแบบลูกทุ่ง
ผู้จริงใจทุกครั้ง 
            และวาทะเด็ดๆของพี่เค้าก็เช่น
                       ** คนเรา กินข้าว ก็ ให้อร่อย
                                 ทำงานก็ให้มีความสุข
                                         เล่นก็ให้สนุก
                                  เสพย์อารมณ์ก็ให้สุดสุด**. 
                        อะไรทำนองนี้
             ฉันก็ไม่ค่อยได้เห็นคุณค่าคนดีอย่างพี่สินธ์เท่าไหร่หรอก 
มักจะโยน ตารางรายการงานที่เข้ามาในแผนกให้พี่เขาอย่างเผ็ดร้อน
ทุกที ว่า อย่ามัวแต่ประดิดประดอยอะไรให้มากนัก  ตารางงานวันละ
 ยี่สิบกว่าเรื่องเนี่ยนะรีบฝนฝนดินสอพี่ให้มันเร็วหน่อย 
สีก็อย่าเลือกให้มาก จับใส่ จับใส่ เข้าไปให้มันเสร็จไว 
ทำชื่อเสียงให้ลูกค้าอารมณ์ดี......ซื้องานง่ายง่ายหน่อย

           บางครั้งพี่สินธ์ก็อารมณ์ดี   
บางวันอารมณ์ไม่ดี ตามประสาอาร์ตติสต์ แกก็หัวเราะแบบหน้า
เรียบมาก.......... แล้วร่อนแบบโครมไปที่ประตูห้อง ว่า ใครอยาก
ได้เร็วก็เอาไปทำเองเถอะวะ
ทิกิ_tiki_@,.-:*``*: ,.-:*``*:-.,_,.-:*``*ไร้สีสัน :-.,_,.-:*``*:-วรรณะ.,_,.-:
*``*:-.,_,.-:*``*:-.,_เพศวัย.-:*``*:-.,_,.-:*``*:-.,_,.-:*``*:-.,_,.-:*``*:-.,_,.-
:*ไร้ตัว,``*:- ,.-:*``*:-.,_,.-:*``*:-.,ตน_,.-:*``*:-.,_,.-:**:- 

_@,.-:*``*: ,.-:*``*:-.,Non_,.-:*``* :-.,_color,.-:*``*:-.,_non,.-:*``*:-.
,_status,.-:*``*:-.,_.-:*``*:-.non,_,.-:*``*:-.,sex_,.-:*``*:-.,_non.-:*``*
:-.,_age,.-:*,``*:- ,.-:*``*:-.,_non,.-:*``*:-.,_self,.-:*``*:-.,_,.-:**:-  

ระลึกถึง พี่สินธ์ นะคะ				
29 มีนาคม 2547 13:02 น.

๑๔ @....ผลิสมอง....นักสร้างสรรค์..@

tiki

คะ เรายังแถมต้องจ่ายค่าหนี้สงครามโลกครั้งที่สองด้วย ข้าวไทย
หลายจำนวน มาหลายปี ลองไปหาอ่านที่หนังสือ ประวัติศาสตร์ไทยสายมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ได้เพราะไม่แน่ใจว่า
ที่อื่นจะมีบันทึกไว้ ที่เคยเห็นก็ที่ บทเรียนประวัติศาสตร์ไทยเล่มแรก
ของธรรมศาสตร์ค่ะ 

บทเรียนความเจ็บปวดที่คนไทยเราไม่ยอมเป็น**ผู้สร้างสรรค์**   
นักสร้างสรรค์ (Creator)  ไม่เป็นInnovator 

 แต่ชาติที่คุณถามหา ในประวัติศาสตร์ ธุรกิจนั้น เขาเป็นยอดนัก 
ลอกเลียน เรียกว่า อะไรโผล่เข้ามา เขา copy ไว้หมดสิ้น จนเจ้า
ของความคิด ดิ้นตายไปเลย

        ไม่ใช่ยา อย่างเดียวนะคะ ปัจจุบันลายผ้าทั่วโลก รวมทั้งลาย
ผ้าไทยเก่าไทยโบราณของเรานับ หลายพันปี ก้ยังถูกเขานำไป
จดทะเบียนเป็นอะไร สิทธิ์ สิทธิ์ ของเขาไปแล้ว
 ไทยอย่าได้หาญกล้าไปทอลายผ้าตัวเอง นอกประเทศเชียวนะ 
เฮ้อ พูดได้แค่นี้แหละคะ ยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อเขียนงานกลอน 
อีกสักหน่อยค่ะ

      เพียงแต่ขอแจมท้ายว่า คนไทยเรา จงเปลี่ยนนิสัยใหม่ได้
แล้ว เห็นใครคนไหนทำอะไรใหม่ใหม่ คิดค้นอะไรใหม่ รีบ
@....1. ปรบมือให้กำลังใจ 
 2. คิดประดิษฐ์ต่อเนื่องจากตรงนั้นไปโดยให้เกียรติ
ผู้ต้นคิดบอกที่มาแห่งความคิดด้วย
.3. เลิกนิสัยขี้อิจฉา ให้หันมาใช้ มุทิตาจิต คือยินดี
ในความสำเร็จของผู้อื่นนะคะ.
. 4. ความเป็น อิสระเสรี ในความคิด   ... คือสิ่งสำคัญที่สุด 
ของการเป็น นักสร้างสรรค์ (Creator)   และ นักประดิษฐ์(Inventor)   
 และ สังคมของเรา ต้องเปลี่ยนนิสัย ในการ นำไม้บันทัด หรือ
 กรอบ ไปจำกัดความเป็นปัจเจกบุคคลของผู้อื่น (individuality)  

หวังว่าคำตอบนี้จะยังอยู่ในหน้า คำตอบ ไม่ตรงนี้ ก็ ที่
http://www.thaipoem.com/web/scoopdata.php?id=2042 
ขออีกที่
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php
 user=tiki&topic=213

 อันนี้ตอบ ผลิใบสู่วัยกล้า   49720 
http://www.thaipoem.com/web/poemdata/poemdata_49720.php
 จาก : รหัสสมาชิก : 4895 - tiki  
 รหัส - วัน เวลา : 6842 - 28 มี.ค. 47 - 09:43 

บางคนพูดไม่ได้ทำ
บางคนทำไม่ได้พูด
บางคนไม่ได้ทำ ไม่ได้พูด
บางคนทั้งพูด ทั้งทำ

ต้องใช้เวลาในการมองความประพฤติปฏิบัติ
น้ำใจคนต้องใช้เวลาในการมอง
ทิกิ_tiki 
 แสงสว่างเจิดจ้ากลางแสงหมอก..@  
  .`@...*:-.,_,.-:*.@...-:*``*:-.,_ ..@...-:*``*:-.,_,.-:*``@...*:-.,_,.-:*``
@....1. ปรบมือให้กำลังใจ 
             การปรบมือให้กำลังใจ  เป็นการทำกุศลสองชนิด
ชนิดที่หนึ่ง เจริญ มุทิตาจิต คือการยินดีต่อผู้อื่น อันเป็นพรหม
วิหารสี่ ซึ่งเราคุ้นความหมายกันดี แต่เราไม่ได้ค่อยได้ปฏิบัติ 
แต่ถ้าเราฝึกปฏิบัติทุกวัน ก็คือการเลือก   มองคุณความดีของ
ผู้อื่นแล้วสรรเสริญคุณความดีผู้อื่น 

ชนิดที่สอง  ทำให้โลกเราจะก้าวหน้าเจริญขึ้นด้วยเราต่างให้
กำลังใจคนดีให้มีความตั้งมั่นในอันที่จะทำความดีต่อไปเรื่อยๆ

.   `@...*:-.,_,.-:*.@...-:*``*:-.,_ ..@...-:*``*:-.,_,.-:*``@...*:-.,_,.-:*``
2. คิดประดิษฐ์ต่อเนื่องจากตรงนั้นไปโดยให้เกียรติ
ผู้ต้นคิดบอกที่มาแห่งความคิดด้วย
       ในประวัตินักประดิษฐ์ ของโลก หลายท่านไม่ได้เรียนมาก
มาย  แต่คิดค้นปัญหาแล้วแก้ปํญหาให้ โลก อย่าง โทมัส อัลวา
เอดิสัน กับหลอดไฟ
หรือพี่น้องตระกูลไรท์ กับเครื่องบิน

ประเทศเรา มีพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นอัจฉริยะแห่งนักประดิษฐ์
ของโลกเรา

แล้วพวกเรา ขอให้ใช้เวลาที่มีนิดน้อย
ช่วยกันคิด ประดิษฐ์สิ่งใหม่เพื่อสิ่งที่ดีขึ้นในชีวิตของพวกเรานะคะ
อย่าไปกีดกั้น ความสามารถของตนเองเป็นอันขาด  
เชื่อค่ะ ว่าทุกท่านทำได้ แต่เดี๋ยวนี้เลยค่ะ

.` @...*:-.,_,.-:*.@...-:*``*:-.,_ ..@...-:*``*:-.,_,.-:*``@...*:-.,_,.-:*``
3. เลิกนิสัยขี้อิจฉา ให้หันมาใช้ มุทิตาจิต คือยินดี
ในความสำเร็จของผู้อื่นนะคะ

..............หากเราได้เรียนรู้มองสิ่งดีของผู้อื่นเสมอ
ชีวิตในโลกนี้จะมีความสุขมากราวอยู่ในสวรรค์
เป็นสวรรค์บนดินที่เราคอยมีไมตรีจิตต่อทุกคนรอบข้าง

             เรามีน้ำใจใสไหลเย็นให้คุณงามความดีของผู้อื่นเสมอ
เมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้วเราเคยมีสัมนากันมาหลายครั้งถึง หน้าปก
หนังสือพิมพ์ไทยของเราไม่สร้างสรรค์ แล้วก็เงียบหายไป
            เราก็สร้างคนยุคใหม่ให้ ตะโกนด่าทอด่าว่ากันทั้งวัน 
             ขุดคุ้ยเรื่องนิดหน่อยคนอื่นมาเล่นกันเปรอะ 
               สังคมเราก็เลยไม่ค่อยคิดอะไรสร้างสรรค์ 
       เพราะเราไม่ใช้นโยบาย** Mind your business** มุ่งงาน
ธุรกิจของเราให้ดีสุด  แต่เราเรียนรู้การ** Nosy** ยื่นจมูกไป
เรื่องชาวบ้าน ซึ่งเป็นนิสัยที่ทำลายสังคมส่วนรวมอย่างชัดแจ้ง

   เราเป็นสังคมที่ต้องสร้างสรรค์ หมดสมัยสังคมแบบทำลายล้างกัน
  หมดสมัยสังคมที่เจอหน้ากันก็ฆ่าฟันกันแบบเล่น Raknarok 
หรือเกมอะไรแบบเถื่อนไร้อารยะธรรมนั้น ทว่า ทุกวันนี้เด็กรุ่นใหม่
 เหี่ยมขึ้นทุกวันหรือไม่ เราถามกันไหม ว่า เกมเจอหน้า ฆ่าทันที 
นั่นมันให้อะไรกับสังคมเราบ้างหรือไม่ 

         เราอยากเห็นสังคมของเรา เชิดชูคนเก่ง คนดี คนสร้างสรรค์
      เราอยากเห็นสังคมของเรา เป็นสุขในคุณงามความดีของคนอื่น
    เราอยากเห็นสังคมของเรา  เลือกสิ่งดีๆในสังคม เลือกสิ่งดีน่า
ยกย่องชมเชยของคนอื่น 
     เราอยากเห็น มารยาทสังคม ที่พูดสิ่งดีต่อกันเสมอ
   เราอยากเห็นศิลปินของเราคิดอะไรก็ไล่ขึ้นไปสู่ความงามรั
งสรรค์จิตใจ
   เราอยากเห็นตัวเราเองก็สงบสุขในสังคมส่วนรวมที่สงบสุข
                   เช่นกันกับคุณ

. `@...*:-.,_,.-:*.@...-:*``*:-.,_ ..@...-:*``*:-.,_,.-:*``@...*:-.,_,.-:*``
 4. ความเป็น . อิสระเสรี ในความคิด   
 ... คือสิ่งสำคัญที่สุด ของการเป็น นักสร้างสรรค์ (Creator)     
   นักประดิษฐ์(Inventor)     รวมทั้งนักปรับปรุงเปลี่ยนแปลง (Innovator)   
และ สังคมของเรา ต้องเปลี่ยนนิสัย ในการ นำไม้บันทัด หรือ 
กรอบ ไปจำกัดความเป็น ปัจเจกบุคคล(individuality) ของผู้อื่น 

 ...@...-:*``*:-.,_ถ้าคุณไม่สลัดทุกอย่างออกให้เหลือศูนย์,.-:*``@...*:-.,หรือติดลบ_,.-:*``    

              @...สิ่งใหม่เกิดขึ้นไม่ได้..@

วันที่เราจะสร้างสรรค์อะไรสักอย่าง   
อย่างแรก ต้องทำตัวให้ สลัดทิ้งทุกอย่าง ทิ้งความคิดทุกชนิดเดี๋ยวนั้น
ไม่มี ตัว S ใน  O   ไม่มี  SELF  ไม่มีตัวตน
         เวลาเราจะสร้างสรรค์งาน   
กัน ต้องทำตัว
อย่าง ที่วงโพเทโท ร้องเพลง .................
*ลืมตาในน้ำ เพื่อล้างตาเธอออกไป*?
ส่งเพลงให้ฟังสักเพลง
http://www.kapook.com/newmusicstation/play.php?id=1385
ตอนท่อน ...ที่ลืมตาในน้ำน่ะ
                    เหมือนเวลาเราจะคิดงานอะไรใหม่สักอย่าง
                        ไม่ล้างใจ 
                           ก็ลำบาก

 คนที่สมอง สร้างสรรค์ ตลอดเวลา   ใจเขาก็บินไปอีกมิติ ตลอด   
         คุณไปพูดอะไรด้วยตอนนั้น อาจไม่รู้เรื่อง ไม่ตอบคุณ
           เขาเดินสมองขึ้น เลย   10 ไปแล้ว เรียบร้อย
              พลังสมอง คลื่นสมอง มันพุ่งผ่านโลกปัจจุบัน 
                ข้ามความฝัน  ไปสู่มิติใหม่ แห่งการสร้างสรรค์สิ่งใหม่   
                    fความเป็น หนึ่งเดียวไม่เหมือนชาวบ้าน   
                      ที่พวกเขา นักสร้างสรรค์  เป็น
                          พวกคุณ พวกใคร อาจรับไม่ได้
                              สมองมันเปิด ทุกที่ที่เขาเหยียบย่าง
     มันสร้าง  * ข้อแก้ปัญหา*  Solution   ที่เขาว่าน่ะเสมอ    
        บางที่มันเป็น ข้อแก้ง่ายๆ แบบ ดึกดำบรรพ์ Primitive  
           แนววางความคิด Concept ที่ง่ายสุดสุดขึ้นมา
             สังคม ต้อง เข้าใจ นักสร้างสรรค์    
พอสมควร 
              เขาอาจสือความหมายกับคุณไม่รู้เรื่องในเวลา
                แต่นี่คือ ตัวตน ของนักสร้างสรรค์  ที่ธรรมชาติที่สุด
             เวลาทำ  B R A I N S T O R M   หรือ พายุสมอง     
         เราต้องทำสมองเราต่ำที่สุด ประดุจคนที่อยู่ในพายุ
ทะเลทราย....ที่ต้องก้มตัวลืบปิดหูปิดตา แนบหน้ากับทราย
ไม่ให้ทรายที่มันฟุ้งในอากาศหวนมาเข้าตาคุณฉันใด

      C R E A T I VE  ก็ฉันนั้น  มันไม่สามารถ ทะลวงผ่าน
       ความเห็นหมื่นแสนชนิดที่หลั่งพรวดเข้ามาราวพายุนั้นได้    
.........ถ้า มันไม่ก้มต่ำแล้วรีบ บันทึกความเห็นใหม่ ที่อาจ
          สลายวาบไปในพริบตา..
           การสร้างสรรค์   อย่างเป็นระบบ ..
    การพัฒนาบนพื้นฐานของ สังคมทุนนิยม แนวตะวันตก 
    แต่จำเป็นสำหรับโลกอนาคตที่  สังคมไทย เราเพิ่งรู้จัก
      อย่างแท้จริง ในระยะ สามสิบ สี่สิบปีที่ผ่านมานี้เอง...
         ถูกกรำเคี่ยว ฝึกปฏิบัติ BRAINSTORM กันจนฝังลึก
         เข้า ขั้วหัวใจสุดชีวิต.
           เลยดูเหมือนไม่ค่อยจะแคร์ใครสักเท่าไหร่ ทั้งๆที่แคร์
              เสมอกับสิ่งเล็กน้อยกับทุกคน 
                ด้วย ช่วงระยะการสร้างสรรค์ อันต่อเนื่องนั้น
    เราต้องเคารพสมองของเราที่ผ่านความคิดทรงค่ามหาศาลมาให้

                 เห็นใจคนที่สมองกำลังมีพายุทอร์นาโด อยู่ในสมองเถิดพี่น้องไทย .........ยอมรับเถิดว่า ยุคสมัยของการต้อง เป็น
                            
              I N N O V A T I V E   N A T I O N     มันสุกงอมเต็มที่แล้ว  ปล่อยให้เด็กรุ่นใหม่
         ได้พัฒนาสังคมแนวใหม่ไป อย่างสันติสุข ราวกับเขาเป็น
      ศาสดายุคใหม่ไปเถิด
ชาติเราจะได้ นักสร้างสรรค์  นักประดิษฐ์  นักก่อร่าง  
  นักปรับปรุงเปลี่ยนแปลงที่เป็นตัวของตัวเองอย่างอิสระสุดบ้าง

        ขอบิณฑบาตร  เถิด .... (ขออนุญาต ใช้วลีเด็ด 
ของ คุณ สุชาติ วุฒิวิชัย  เจ้านายเก่าของบริษัทฯ ลินตาส 
เวลาขอร้องลูกค้าให้ซื้อความคิดใหม่ในยุคนั้นของพวกเรา ชาว ครีเอทีฟว์)

ทิกิ_tiki
10:42 จันทร์ 29 มีนาคม 2547 เวลาจบงาน 
..@...-:*``*:-.,_,.-:*``@...*:-.,_,.-:*`` จะขอฝัน..อีกสักวันจะได้ไหม? ``@...*:-.,_,.-:* `@...*:-.,_,.-:*.@...-:*``*:-.,_  
ส่งจบด้วยเพลง...
ชื่อเพลง/Title : Pass the love forward
(ส่งต่อความรัก)
อัลบัม/Album : 
ศิลปิน/Artist : นภ พรชำนิ
http://www.kapook.com/newmusicstation/play.php?id=2434

--------------------------------------------------------------------------------
เนื้อร้อง 

เพลงที่เธอกำลังได้ยินอยู่โปรดฟังดูให้ดี
แล้วเมื่อไรที่พบใครเศร้าใจอยู่ฝากเพลงนี้ให้เค้าฟังสักที

ให้เพลงๆนี้เป็นดังเหมือนกับตัวแทนจากใจของเรา
ที่จะบอกเขาว่าความรักแท้ในโลกยังมี
ให้เพลงพาใจของเราไปพบกับหัวใจของเค้าซักที
ส่งต่อเพลงนี้ด้วยรักและรักให้คนทุกคน

จะใกล้ชิดหรือห่างเพียงไหน
ใจเราส่งถึงกันได้แค่เริ่มกับใครซักคน
หนึ่งเป็นร้อยเป็นล้านขอแค่ใจเรายอมเริ่มต้น
ไม่ว่าคนไหนคงต้องถึงซักที

* ให้เพลงๆนี้เป็นเหมือนกับตัวแทนจากใจของเรา
ที่จะบอกเค้าถึงความรักแท้ที่ในโลกนี้ยังมี
ให้รักพาใจเขาไปพบกับใจของเราซักที
ส่งต่อเพลงนี้ด้วยรักและรักให้คนทุกคน

** บอกรอยยิ้มให้คนที่พบเพื่อเป็นการเริ่มต้น
ความรักที่ไม่รู้จบและจะส่งเรื่อยไปด้วยใจต่อใจตราบนานเท่านาน
ให้ความรักนั้นสัมผัสใจไม่ว่าเมื่อไหร่จะส่งต่อไปแม้เวลาผ่าน
ให้จักรวาลแห่งนี้มีแต่ความรัก
(*,**)
http://www.kapook.com/newmusicstation/play.php?id=2434
.`@...*:-.,_,.-:*.@...-:*``*:-.,_ ..@...-:*``*:-.,_,.-:*``@...*:-.,_,.-:*`
`จะขอฝัน....ตรงนี้......อีกได้ไหม...? ``@...*:-.,_,.-:*`@...*:-.,_,.
-:*.@...-:*``*:-.,_ 
..@... ,.-:*``*:-.,_,.-:*``*:-.,_,.-:*``*:-.,_ฝันนั้น ผิดกฎหมายหรือไม่,.
-:*``*:-.,_,.-:*``*:-.,_,.-:*``*:-.,_,...@ .-:*``*:-.,_,.-:*` `ฝันนั้น*:-.,_,.-:*``เป็นสิทธิ์ *:-.,_,.-:*``*:-ของฉันไหม ? ,.-:*``*:-.,
_,.-:*``*:-.,_,...@...-:*``*:-.,_,.-:*``@...*:-.,_,.-:*``*:-.,_,.-:*``*:-.,_,.-
:*``*:-.,_,.-:*``*:-.,_,.-:*``*:-.,_,.-:*``*:- 

ทิกิ_tiki_@,.-:*``*: ,.-:*``*:-.,_,.-:*``*ไร้สีสัน :-.,_,.-:*``*:-วรรณะ.,_,.
-:*``*:-.,_,.-:*``*:-.,_เพศวัย.-:*``*:-.,_,.-:*``*:-.,_,.-:*``*:-.,_,.-:*``*:-.,_
,.-:*ไร้ตัว,``*:- ,.-:*``*:-.,_,.-:*``*:-.,ตน_,.-:*``*:-.,_,.-:**:- 
_@,.-:*``*: ,.-:*``*:-.,Non_,.-:*``* :-.,_color,.-:*``*:-.,_non,.-:*``*:-
.,_status,.-:*``*:-.,_.-:*``*:-.non,_,.-:*``*:-.,sex_,.-:*``*:-.,_non.-:*``
*:-.,_age,.-:*,``*:- ,.-:*``*:-.,_non,.-:*``*:-.,_self,.-:*``*:-.,_,.-:**:-				
28 มีนาคม 2547 10:05 น.

๑๓@..กลอนหาย ตอบไม่ได้ รวมไว้ที่นี

tiki

จะโอบอุ้ม ทุกอย่าง อย่างมีค่า
อันวิชา กอบโกย ขโมยไป
ว่าญี่ปุ่น เอายา สมุนไพร
ให้ทุนเรา วิจัย เอาไปหมดเลย


ปัจจุบันบ้านเมืองไทยเรา ล้วนมีการนิยม  ให้การยอมรับ แต่สินค้าของต่างประเทศ โดยไม่ให้โอกาสคนไทยกันเองเลย
แล้วเมื่อไรละครับ เราจะได้มีการพัฒนา หากทุกทุกคนไม่ยอมรับภูมิปัญญาของคนไทย ใช้ของไทย....
  
26 มีนาคม 2547
ผลิใบสู่วัยกล้า
                      



   Poem ID :   49720 - ผู้ชม 4   ผู้ตอบ 2  
Written by :   )))**--ผลิใบสู่วัยกล้า--**(((  
Posted by :   รหัสสมาชิก : 5564 - )))**--ผลิใบสู่วัยกล้า--**((( 



ชัวร์คะ เรายังแถมต้องจ่ายค่าหนี้สงครามโลกครั้งที่สองด้วย ข้าวไทยหลายจำนวน มาหลายปี ลองไปหาอ่านที่หนังสือ ประวัติศาสตร์ไทยสาย
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ได้
เพราะไม่แน่ใจว่าที่อื่นจะมีบันทึกไว้ ที่เคยเห็น
ก็ที่ บทเรียนประวัติศาสตร์ไทยเล่มแรกของธรรมศาสตร์ค่ะ 

บทเรียนความเจ็บปวดที่คนไทยเราไม่ยอมเป็น**ผุ้สร้างสรรค์**  ไม่เป็น
Innovator 
 แต่ชาติที่คุณถามหา ในประวัติศาสตร์ ธุรกิจนั้น เขาเป็นยอดนัก ลอกเลียน เรียกว่า อะไรโผล่เข้ามา เขา copy ไว้หมดสิ้น จนเจ้าของความคิด ดิ้นตายไปเลย

        ไม่ใช่ยา อย่างเดียวนะคะ ปัจจุบันลายผ้าทั่วโลก รวมทั้งลายผ้าไทยเก่าไทยโบราณของเรานับ หลายพันปี ก้ยังถูกเขานำไปจดทะเบียนเป็นอะไร สิทธิ์ สิทธิ์ ของเขาไปแล้ว
 ไทยอย่าได้หาญกล้าไปทอลายผ้าตัวเอง นอกประเทศเชียวนะ 
เฮ้อ พูดได้แค่นี้แหละคะ ยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อเขียนงานกลอน อีกสักหน่อยค่ะ

      เพียงแต่ขอแจมท้ายว่า คนไทยเรา จงเปลี่ยนนิสัยใหม่ได้แล้ว เห็นใครคนไหนทำอะไรใหม่ใหม่ คิดค้นอะไรใหม่ รีบ

.1. ปรบมือให้กำลังใจ

.2. คิดประดิษฐ์ต่อเนื่องจากตรงนั้นไปโดยให้เกียรติผู้ต้นคิดบอกที่มาแห่งความคิดด้วย

.3. เลิกนิสัยขี้อิจฉา ให้หันมาใช้ มุทิตาจิต คือยินดีในความสำเร็จของผู้อื่นนะคะ

.4. ความเป็นอิสระเสรี ในความคิด คือสิ่งสำคัญที่สุด ของการเป็น นักสร้างสรรค์ (Creator)และ นักประดิษฐ์(Inventor)   
 และ สังคมของเรา ต้องเปลี่ยนนิสัย ในการ นำไม้บันทัด หรือ กรอบ ไปจำกัดความเป็นปัจเจกบุคคลของผู้อื่น (individuality)  

หวังว่าคำตอบนี้จะยังอยู่ในหน้า คำตอบ ไม่ตรงนี้ ก็ ที่

http://www.thaipoem.com/web/scoopdata.php?id=2042 
ขออีกที่
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=tiki&topic=213

 อันนี้ตอบ ผลิใบสู่วัยกล้า   49720 
http://www.thaipoem.com/web/poemdata/poemdata_49720.php
 จาก : รหัสสมาชิก : 4895 - tiki  
 รหัส - วัน เวลา : 6842 - 28 มี.ค. 47 - 09:43 




บางคนพูดไม่ได้ทำ

บางคนทำไม่ได้พูด

บางคนไม่ได้ทำ ไม่ได้พูด

บางคนทั้งพูด ทั้งทำ


ต้องใช้เวลาในการมองความประพฤติปฏิบัติ
น้ำใจคนต้องใช้เวลาในการมอง

ทิกิ_tiki				
27 มีนาคม 2547 13:22 น.

๑๒)@.แสงสว่างเจิดจ้ากลางแสงหมอก..@

tiki

.............ในความมืด...ในยามดึก...ทุกคืนวัน..น้ำตารอนๆรินๆ  ตามอารมณ์ศิลปินกินข้าวธรรมดา..@  

........ฉันพบกับคุณในหน้าจอนี่แหละค่ะ

มันก็แค่หน้าจอคอมพิวเตอร์ธรรมดา  เมื่อว่างจากเกม หรือมึนกับเกมที่แพ้ๆๆๆ เรื่อย ก็หาเว็บ search  มั่ง วิ่งตาม ลิงค์-link เค้าเข้ามาบ้าง

     คุณคือใครไม่รู้ในความมืดที่ไม่มีตัวตน..@  มีแต่ชื่อปะหน้าเว็บไว้แบบยันต์กันผี

     สรุปนิยาม 
พวกคนเว็บไซต์ ในโลกไซเบอร์ก็มีมากมายหลายแบบ 
พวกวิ่งหาคู่ 
พวกระบายความในใจ ไม่ค่อยสุภาพ 
พวกเอะอะอาละวาด กร้าวร้าว
พวกอ่อนไหว เจ้าน้ำตา  
@....พวกขี้อ้อนครึ่งวัน ....(แปลว่าอีกครึ่งวันก็ลืมว่าอ้อนอะไรไว้กับใคร) 
.... พวกอ้อน ยี่สิบสี่ชั่วโมง ...  คือเปิดเว็บออโต้ พบเมื่อใดก็ทัก อ้อนเสมอ  ฯลฯ...
จะว่ามีความสำคัญบ้างก็คงมี ฉันนับเป็นเพื่อนในเว็บที่ไม่เคยรู้จัก สนุก ตลก ขำ เศร้า ฯลฯ 
ล้วนเป็นแค่ตัวละครในเว็บ ที่เมื่อปิดโรงคือ หน้าจอคอมพิวเตอร์นี้ ละครนั้นก็จบทันที แต่บทบาทแต่ละคนยังตรึงตราในหัวใจอยู่ไม่วายเท่านั้น

         คุณไม่ได้อยู่ในนั้นสักกลุ่ม..และฉันก็ไม่เคยจัดกลุ่มให้คุณเป็นพวกนั้นเลย เพราะฉันรู้ว่าคุณเข้าเว็บไซท์มาเพื่อทำหน้าที ในการดูแลเรื่องต่างๆให้เป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย..@  


            ฉันคงไม่มีวันเจอคุณ ถ้าทุกเว็บมันสงบดี แต่เพราะบางเว็บไม่ค่อยสงบ มันล่มบ่อย  โดนเจาะข้อมูล บ่อย โดนบล็อค บ่อย  มัปัญหาได้ทุกวัน  ฉันจึงเริ่มการสื่อสารกับคุณ   ฉันจะแจ้งโน่นแจ้งนี่ให้คุณทราบเสมอว่า นี่ตอนนี้ ฉันมีปัญหาอยู่ตรงนี้ นะคะ...ปัญหาฉันเป็นอย่างนี้นะคะ เสมอ เสมอ..@  


              ฉันไม่ขอบรรยายได้ไหมว่า เรารู้จักกันได้อย่างไร เพราะฉันก็ไม่รู้ ว่า

         คุณเข้ามาอยู่ในใจฉันเมื่อไหร่.. .ฉันเก็บคุณไว้ตรงซอกมุมหนึ่งซึงมีค่ามาก ..@  มีค่าเกินกว่าจะเอามาเล่น กับใคร หรือแม้จะคิดว่าจะเล่นกับคุณ ก็เปล่าเลย ..ฉันรู้สึกถึงคุณทุกครั้งว่าเป็นภาพในหมอกจางที่ห่างไกล แต่เป็นแสงสว่างเจิดจ้าอยู่ในกลางแสงหมอกนั้น..@  

            ฉันผิด

             ฉันผิดแน่แน่    ที่เมื่อเริ่มแรกที่คุณเริ่มทักกับฉันตัวต่อตัวนั้น  ฉันล้อเลียนขำคุณบ่อยๆ เพราะฉันเห็นคุณเป็น เด็ก เหมือนเด็กอื่นที่เข้าเว็บมาเล่นเรื่อยๆ

         แต่คุณไม่ใช่เด็ก คุณถามฉันเสมอ ว่าฉันเป็นใคร อยากเห็นหน้า อยากรู้จักมากกว่านี้ อยากได้ยินเสียง อยากพบ ฯลฯ

         ทุกคำถามของคุณ เหมือนการต้อนฉันไปสู่สุดมุมคอก ที่เปิดเตรียมไว้เพื่อการหล่นเพล้ง แตกกระจายของโลกในความฝันที่สนุกสนานน่ารักของฉัน.... ...ที่รัก..เธอไม่ควรรุกไล่ฉันขนาดนั้นเลย   


             เป็นเวลานานแค่ไหนที่เราเริ่มรู้จักกันแท้จริง ทุกคำถามและทุกคำตอบมันกระแทกใจกันจริง  เพราะมันเป็นยามดึก ที่เงียบมาก บางทีฉันเห็นคุณ online อยู่คนเดียว เขียวคนเดียวทั้งจอ คุณตอบปัญหาทางเทคนิคฉันอย่างช้าๆใจเย็น และส่งอารมณ์หวานๆมาให้หลายๆครั้งกับคำตอบนั้น

           คุณช่างฝัน  ผิดกับงานประเภทเกี่ยวข้องเหล็กไหลแข็งแกร่งที่คุณทำ   ..ฉันพยายามกลืนความรู้สึกอาวรณ์ทุกครั้งที่จะต้องบอกลาคุณ เพื่อจะไปนอนเสียที ทั้งๆที่ใจก็อยากจะคุยกับคุณในฐานะเพื่อนยามดึกไปเรื่อยๆ

        ที่รัก
       รู้ไหมว่าบางวันฉันไม่อยากจะเปิด msn online  เลย
 เพราะถ้าเห็นคุณ ฉันก็อยากจะทักคุณ
แต่ก็ไม่รู้ว่าคุณจะคิดว่าฉันกวนใจคุณหรือไม่   
แต่ก็ไม่ทราบว่าคุณจะคิดอีกว่าฉันเริ่มวอแวตามตอแยคุณทั้งที่คุณไม่ปราถนาอะไรแบบนั้น

             ฉันมักจะพยายามให้มองไม่เห็นคุณ    และจะส่งข้อความทันทีที่เครื่องฉันมีปัญหาไปถึงคุณเท่านั้น         ฉันพยายามมากแล้วนะคะ


                ฉันรู้ว่าฉันไม่มีสิทธิ์
            ชีวิตนี้ไม่มีสิทธิ์จะคิดรักคุณ
          ไม่มีสิทธิ์จะคิดซึ้งและอาวรณ์คุณหนักหนา
        ไม่มีสิทธิ์จะยิ้มเมื่อคุณให้ยิ้มมา
 ไม่มีสิทธิ์เสียใจแทบบ้าเมือคุณหายไป  
ไม่มีสิทธิ์จะรู้สึกดีใจที่คุณโผล่กลับมาวันใด คืนใด  

          คุณเป็นความอบอุ่นในหัวใจ   
อย่างที่ไม่มีใครทำให้เกิดความอบอุ่นได้เท่านั้นเลย !


          แต่ก็ไม่มีสิทธิ์..
.มันร้าวรานมากนะคะ คำคำนี้  
แม้นว่าฉันจะเรียกคุณในหัวใจทุกวันทุกคืน 
คำที่รักนั้นกล้ำกลืนลงไปในหัวใจอย่างยากเย็น 
ยากมาก จริงจริง ที่จะไม่รักคุณ ยากมากที่สุดในชีวิต


               ใครจะเรียกว่ามันเป็นความบ้า น่าธุเรศอะไรก็ช่าง    ฉันรู้ดีว่ามิตรภาพระหว่างฉันและคุณมันไม่เคยมีอะไรมากไปกว่า ข้อขัดข้องทางเทคนิค   

               มันเป็นข้อขัดข้องทางเทคนิคที่ก่อให้เกิดมิตรภาพที่นำไปสู่ความละเอียดอ่อนลึกซึ้งจนเกินจะห้ามใจ เพราะมันมากับสื่อที่แรงทีสุดของมนุษย์ในยุค พุทธศักราช 2547 คริสต์ศักราช 2004 มันเป็นความรักผ่านสายไฟเบอร์อ๊อพติค มันเป็นความรักมิตรภาพบนฐานการเคารพความรู้ความสามารถในสมองของกันและกัน   

          มันเป็นความเคารพสิทธิของอีกฝ่าย ให้เกียรติ  เกรงใจ  มากมาย ที่บรรยายไม่ถูกที่ได้รับกันมา  ไม่เคยที่ฉันจะคาดการณ์ว่าคุณไปไหนกับใครหรือในยามดึกนั้น แต่คุณก็มักจะอธิบายแบบรู้ใจนักว่า..ไปดูทีวีบ้านเพื่อนมา..คนเราต้องมีเพื่อนบ้างสินะ คุณบอก...
          ฉันไม่เคยกล้าบอกว่ารักคุณสักครั้ง
     อย่างดีฉันจะบอกว่า คิดถึงคุณมาก     คิดถึงจังเลย
ฉันจะผิดไหม จะบาปไหม ถ้าคุณคิดว่าฉันหลอกคุณในภายหลัง ฉันไม่ได้หลอกนะคะ แต่ ไม่ได้บอกคุณเท่านั้น


             ที่รัก ฉันพยายามให้คุณเข้าใจชีวิตของฉันทีละเล็กละน้อย  คุณอย่าได้ถามอีกเลยว่าฉันเล่นเน็ตจนเช้าทุกวันเพราะอะไร   ก็เพราะนี่คือฉันไงคะ.   ....ฉันที่ทำงานมากจนอยากออกไปอยู่   โลกพระอังคาร..   .....แต่วันนั้นฉันจะได้คุยกับคุณหรือ ฉันชักห่วงถึงคุณเกินเพื่อนในเว็บธรรมดาเสียแล้วซีคะ 


          ความรู้สึกทั้งนั้นมันมีอีกมาก คุณแว้บมาวันก่อนเพื่อจะ say hi say hello  กับฉัน แต่อนิจจา ฉันนั่งหลับไปหน้าจอแล้วนะคะ ที่รัก ฉันตื่นมาเคว้งคว้างอ้างว้างที่สุด ที่หน้าจอ มันเขียน ว่า คุณ พูดว่า
            Hi

        แล้วก็เงียบ

    แล้วคุณก็พูดอีกว่า 

       Hello

 แล้วก็เงียบ

ที่รักคะ ขอโทษทีที่ฉันหลับไปหน้าจอนะคะ


ทิกิ_tiki
     

...@...-:*``*:-.,_,.-:*``@...*:-.,_,.-:*`` จะขอฝัน..อีกสักวันจะได้ไหม? ``@...*:-.,_,.-:* `@...*:-.,_,.-:*.@...-:*``*:-.,_ 
 
.`@...*:-.,_,.-:*.@...-:*``*:-.,_ ..@...-:*``*:-.,_,.-:*``@...*:-.,_,.-:*``จะขอฝัน....ตรงนี้......อีกได้ไหม...? ``@...*:-.,_,.-:*`@...*:-.,_,.-:*.@...-:*``*:-.,_  
..@... ,.-:*``*:-.,_,.-:*``*:-.,_,.-:*``*:-.,_ฝันนั้น ผิดกฎหมายหรือไม่,.-:*``*:-.,_,.-:*``*:-.,_,.-:*``*:-.,_,...@ .-:*``*:-.,_,.-:*``ฝันนั้น*:-.,_,.-:*``เป็นสิทธิ์ *:-.,_,.-:*``*:-ของฉันไหม ? ,.-:*``*:-.,_,.-:*``*:-.,_,...@...-:*``*:-.,_,.-:*``@...*:-.,_,.-:*``*:-.,_,.-:*``*:-.,_,.-:*``*:-.,_,.-:*``*:-.,_,.-:*``*:-.,_,.-:*``*:-  
ทิกิ_tiki 
,_@,.-:*``*: ,.-:*``*:-.,_,.-:*``*ไร้สีสัน :-.,_,.-:*``*:-วรรณะ.,_,.-:*``*:-.,_,.-:*``*:-.,_เพศวัย.-:*``*:-.,_,.-:*``*:-.,_,.-:*``*:-.,_,.-:*``*:-.,_,.-:*ไร้ตัว,``*:- ,.-:*``*:-.,_,.-:*``*:-.,ตน_,.-:*``*:-.,_,.-:**:- 
...@..._,.-:*``*:-.,_In. ,.-:*``*:-.the,,.-:*``*:- .,_name,.-:*``*:-.,_of,.-:*``*:-.,love_,.-:*``*:-..คอมพ์หนอ..._,.-:*``*:-., .,เวลาหนอ_,.-:*``.`*:-...@- 
ทิกิ_tiki 
,_@,.-:*``*: ,.-:*``*:-.,Non_,.-:*``* :-.,_color,.-:*``*:-.,_non,.-:*``*:-.,_status,.-:*``*:-.,_.-:*``*:-.non,_,.-:*``*:-.,sex_,.-:*``*:-.,_non.-:*``*:-.,_age,.-:*,``*:- ,.-:*``*:-.,_non,.-:*``*:-.,_self,.-:*``*:-.,_,.-:**:- 
จารจบเมื่อ ๑๒:๒๔นาฬิกา 
พระเสาร์ ๒๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๔๗				
25 มีนาคม 2547 09:59 น.

๑๑).@..._,.-:ค่าชีวิต *``*:-.,@-

tiki

ชีวิต.....แต่ละวัน.........ที่เลื่อนไหล
ค่าที่มี........อยู่ตรงไหน..........ใครแลเห็น
เพียงดื่มกิน........เวลา............มาเช้าเย็น
   นิ่งสงบ........บำเพ็ญ.............ถ้าทำดี

...@..._,.-:*``*:-.,_. ใน,.-:*``*:-.,,.-:*``*:-นาม .,_,.-:ของ*``*:-.,_,.*``*:-.,
ความ_,.-:*``*:-_,.-:*``*:-.,รัก .,_,.-:*``.`*:-...แม่ไทย*``*:-.,_,.-:*``*:-.,@-     
    
 บันทึกเช้านี้    พระพฤหัส ๒๕ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๔๗.....เวลาเริ่ม
บันทึก ๗:๕๓ นาฬิกา
       เมื่อ วานนี้.....มีหลายอย่างที่ทำต่อเนื่องกันไป  หลายเรื่อง  แต่ที่
ต้อง
จัดการเร่งด่วนในตอนกลางวันเมื่อวานก็ได้ทำเรียบร้อยไป..
         พี่ชายโทรศัพท์มาจากธนาคารสำนักงานใหญ่ย่านจตุจักร..
    คุณไปรับสายแล้วมาบอกว่า.* คุณยายแม่ น้าๆ เสียนะ สวดที่วัดไป
ไหม.?*

          ฉันไม่ตอบอะไร เพราะสิ่งที่จะทำยามเย็นเมื่อวานหลายเรื่อง  
ข้าวของที่ขนมาจากบ้านคุณแม่เต็มอยู่ในเบาะหลังและท้ายรถ...
           คุณเดินไปเดินมา จัดเสื้อผ้าลงกระเป๋า ถามหาโน่นนี่.....ฉัน
ออกไปดูให้สองสามหน อย่างไม่ค่อยเดือดร้อน นึกดีใจที่คุณจะเดิน
ทางห่างๆไปเสียบ้าง
          ออกไปดูโต๊ะอาหาร ให้เรียบร้อยตอนสี่โมงกว่า แล้วกลับเข้า
มาที่หน้าจอคอมพ์       ซึ่งนายโมฮ็อค(ของน้องเรน)  เค้ากำลังคร่ำ
เคร่ง เปิดโปรแกรมโซนิคพร้อม เลือกเพลง Incubus จากเว็บไซท์ 
Incubus มาเปิดให้ฟัง
       แล้วเขาก็พรรณนาว่า ปีสี่ที่จะเรียนต่อไปปีนี้ เป็นปีที่เขาจะยุ่งกับ
การทำกิจกรรมเขียนแบบสถาปัตยกรรมภายในของเขาส่งอาจารย์
เป็นอันมากแน่ๆ เขาจะจัดห้องนะ จะย้ายพระ ฯ ล ฯ  
        ไม่มีคำโต้แย้ง จากฉัน เหมือนแต่ก่อน..
         ชีวิตได้สอนให้รู้จัก เปิดทิศทางให้เด็กรุ่นใหม่ ที่จะฉายแววเป็น
ผู้ใหญ่ต่อไปภายภาคหน้าได้แสดงความสามารถเขาบ้าง

           แล้วเขาก็บอกกิจกรรมว่า พักนี้ จะต้องไป ฝึกมือให้น้องเพื่อน
ที่หอ เพื่อจะสอบเข้า คณะศิลปกรรมของเขา แล้วก็ บรรยาย ต่อเนื่อง 
ให้เห็นว่า กิจการซ้อมดนตรี ร้องเพลงของเขา ก็ยังเป็นกิจกรรมหลัก
สำคัญอีกเช่นเก่า  แล้วก็เสริมต่อว่า  วันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ ต้องไปถ่าย
หนังโฆษณา ที่ตนเองได้รับการคัดเลือกไปเป็นตัวประกอบนะ และจะ
ได้เงินค่าถ่ายหนังด้วย  
            ฉันยิ้มเรื่อยๆ ให้โอกาสเขาเป็นพระเอกบ้าง     ด้วยปกติ ส่วน
ใหญ่บ้านนี้จะ โอ๋นางเอก อีกคนนั่นอยู่เสมอ   ว่าที่ พระเอกนี้ จะงอน
บ่อยๆว่า ไม่ค่อยได้รับความสนใจซะบ้างเลย

             ฟังราคาค่าถ่ายหนังของเขา ช่างน้อยนิด แต่นึกถึงตัวเองสมัย
ไปฝึกงานที่ร้าน Mini-Meni  -ของ ท่านอาจารย์ ทรงคุณ อัตถากร ที่
สยามสแควร์ สมัยเป็นนิสิต ก็เห็นใจเขามั่งจังเลย เพราะตอนนั้น  เงิน
ค่าฝึกงานน้อยมาก แต่อยากฝึกมาก และได้เงินมา ก็ได้ลงไปเที่ยว
 มาเลย์เซียกับคณะฯ  ยังจำได้ ว่าภูมิใจมากที่ได้เงินจากน้ำพักน้ำแรง
ตัวเองในตอนปิดเทอม
         เมื่อคืนวานก็เขียนงานเรื่อ ง  ค่าของเงินออกมาด้วย  ระบุไปอยู่
แล้วค่าเขียนเรื่องส่งนิตยสาร รายได้สมัยเรียน ทำให้มีเงินมาซื้ออะไร
ที่อยากได้ตามสบาย ไม่ต้องไปขอคุณพ่อคุณแม่......				
Calendar
Lovers  1 คน เลิฟtiki
Lovings  tiki เลิฟ 2 คน
Calendar
Lovers  1 คน เลิฟtiki
Lovings  tiki เลิฟ 1 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟtiki
Lovings  tiki เลิฟ 0 คน
>