16 เมษายน 2551 19:02 น.

สงกรานต์ปีนี้ไม่มีพ่อให้ขอพร

รัสสะตะ

สงกรานต์ปีนี้เป็นปีเดียวที่ไม่ได้เล่นน้ำสงกรานต์  และยังเป็นปีที่เงียบเหงาที่สุดเท่าที่จำได้ในชีวิต  ไม่นึกเลยว่าสงกรานต์ปีที่แล้ว จะเป็นปีสุดท้ายที่ได้รดน้ำขอพรพ่อ  
        พ่อของฉันเริ่มป่วยหนักปลายปี   2549  ด้วยโรคไตและโรคเบาหวาน ในคืนวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ของปี 2550  ขณะที่ทุกคนฉลองกันอย่างมีความสุข ฉันนั่งเฝ้าพ่อที่โรงพยาบาล พ่อบอกให้ฉันนอน  แต่ฉันจะนอนได้อย่างไรในเมื่อพ่อร้องครวญคราง เจ็บปวดทั้งคืน  พ่อร้องไห้ทุกครั้งที่ฉันไปหา  ทั้งที่ก่อนหน้านี้  พ่อไม่เคยแสดงอาการแบบนี้ให้เห็นเลย  พ่อบอกว่า พ่อเสียใจที่ไม่ได้เลี้ยงฉัน และไม่ได้ดูแลเอาใจใส่อย่างที่ควรจะเป็น  แต่ฉันไม่อยากให้พ่อพูดหรือคิดเรื่องนี้เลย  เพราะสิ่งเดียวที่ฉันคาดหวังและต้องการ คือการที่พ่อได้เห็นลูกสาวคนนี้ในวันรับปริญญา  อีกไม่กี่ปีเองนะพ่อ
        หลังจากนั้นพ่อก็เข้าๆออกๆโรงพยาบาลเป็นระยะ  หมอแนะนำให้พ่อฟอกไต  ซึ่งครอบครัวของพ่อก็ยินดีที่จะจ่ายถึงแม้ว่าค่าใช้จ่ายจะตกเดือนละเกือบ 3 หมื่นก็ตาม  แต่พ่อก็ไม่ยอม  พ่อบอกว่า   ยังไงก็ต้องตาย ยื้อไว้ก็ไม่มีประโยชน์ พ่อไม่อยากทรมานไปนานกว่านี้  เก็บเงินไว้ให้ลูกจะดีกว่า  พ่อยืนยันเสียงแข็ง  การตัดสนใจของพ่อ ไม่มีใครกล้าทัดทาน
         ช่วงที่พ่อเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยๆ  ฉันยอมรับว่าเครียดมาก มันเป็นช่วงที่ทุกอย่างเป็นปัญหาเข้ามาสุมให้กลุ้มคิดมากในเวลาเดียวกัน  เพราะฉันก็มีภาระที่มหาวิทยาลัยที่จะต้องดูแล    การเฝ้าพ่อตอนกลางคืน  แล้วไปเรียนตอนเช้ามันทรมานไม่น้อยเหมือนกัน  บางครั้งคิดมากจนเบลอ  ทำข้อสอบไม่ครบ
         และแล้วปลายเดือนพฤศจิกายน พ่อก็ป่วยหนัก พ่อพูดกับฉันว่า "กลับไปเรียนเถอะ  คนเราจะตายก็ต้องตาย  ตั้งใจเรียนให้ดี  อนาคตอยู่ที่ตัวลูกเอง" ฉันยังจำสายตาพ่อที่มองฉันในวันนั้นได้ ไม่มีลืม
         อีก 2-3 วันต่อมา ฉันกำลังจะเริ่มเรียนตอนเช้า  ก็มีโทรศัพท์มาบอกว่า  พ่อไม่น่าจะพ้นคืนนี้    ฉันร้องไห้บอกเพื่อนเสียงสั่น เพื่อนเป็นห่วงและขอตามกลับบ้านด้วย  แต่ฉันไม่อยากให้เพื่อนขาดเรียน และรู้ว่าตัวเองยังมีสติ  จึงขับรถกลับบ้าน   เมื่อ ไปถึงพ่อพูดจาไม่ร้เรื่องแล้ว ฉันเข้าไปหาและบอกว่า "หนูมาแล้วนะพ่อ"  พ่อบอกว่า "ไอ้รจมันไปเรียน มันไม่อยู่ที่นี่  มันไปเรียนหนังสือ"
          วันต่อมาพ่อก็พูดไม่ได้ และอีก 2 วัน พ่อก็เสีย  ฉันนั่งเฝ้าพ่อตลอด  ไม่อยากแม้จะไปอาบน้ำ กินข้าว  เพราะกลัวจะไม่ทันดูใจพ่อ  ฉันอยากส่งพ่อ อยากอยู่ดูลมหายใจสุดท้ายของพ่อ ให้พ่อได้ไปในที่สงบ  ในที่ที่ไม่ทรมาน  ไม่ต้องร้องครวญครางเจ็บปวดอีกต่อไป
          งานศพพ่อฉันไม่ได้บอกใคร  นอกจากเพื่อน 2-3 คน ที่รู้เรื่องนี้  แต่วันเผาก็มีคนมางานศพพ่อเยอะมาก  ท้งอาจารย์ คณบดี เพื่อนๆ น้องๆที่มหาวิทยาลัย  ในยามที่เราทุกข์ใจ  ฉันก็ดีใจที่เห็นว่ามีคนที่คอยให้กำลังใจฉันอยู่
          สงกรานต์ปีนี้  ถึงแม้ไม่ได้รดน้ำขอพรพ่อแต่ฉันก็เชื่อว่าคำพูดทุกคำที่พ่อพูดกับฉันก่อนตาย เป็นพรที่มีค่าให้ฉันได้ดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างถูกทาง  สำหรับใครที่ยังมีพ่ออยู่  ก็อย่าลืมท่านนะคะไปรดน้ำขอพรกับท่าน  ทำดีกับท่านมากๆ  เพราะโอกาสในการทำเช่นนี้  ไม่ได้มีให้คุณทำ  ในทุกๆปีที่คุณมีชีวิตอยู่				
20 มิถุนายน 2550 14:43 น.

เธอถูกข่มขืน

รัสสะตะ

ปัญหา การถูกข่มขืนเป็นปัญหาใหญ่ในสังคมปัจจุบัน  และสำหรับฉัน  ฉันคิดว่ามันเป็นปัญหาใหญ่มาก  ที่ควรได้รับการป้องกัน แก้ไข

       เมื่อไม่กี่วันมานี้  มีผู้หญิงคนหนึ่งเขาถูกข่มขืน  ฉันสงสารเขามาก  ผู้หญิงทุกคนถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้คงรับไม่ได้

       ชายสารเลวคนนั้น  ทำอย่างนี้กับผู้หญิงมาหลายคนแล้ว  ผู้หญิงบริสุทธิต้องเสียพรหมจรรย์ให้มันไม่รู้กี่คน

        ผู้หญิงที่โดนทุกคนไม่มีใครกล้าไปแจ้งความเพราะอาย  อายที่ตัวเองต้องตกเป็นเหยื่อ  และกลายเป็นคนแปดเปื้อนโดยที่ตัวเองไม่ได้ทำผิดอะไร

        ทั้งผู้ชายคนนั้นยังมีแก๊งค์ใหญ่  ที่คอยช่วยเหลือกันอยู่

         มันถูกต้องแล้วหรือที่ผู้หญิงเหล่านั้นต้องมานั่งรับกรรมเช่นนี้
  น่าจะมีมาตรการมาจัดการให้มันเด็ดขาดมากขึ้น


        				
10 มิถุนายน 2550 23:37 น.

ครูจ๋า

รัสสะตะ

ฉันเรียนอยู่ที่คณะรัฐศาสตร์  มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี   ที่คณะของฉันถึงแม้เป็นคณะที่ตั้งได้เพียงไม่นาน  แต่ก็เต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น
       สิ่งที่ประทับใจฉันมาก ก็คือ  อาจารย์ดีกับฉันมาก  คอยห่วงใย ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ  รวมถึงเรื่องการเรียนตลอด   คอยกระตุ้น หาหนังสือให้อ่าน   เวลาที่ฉันมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว  เรื่องการเรียน  เรื่องกิจกรรม  อาจารย์จะคอยให้ความช่วยเหลือ  ให้คำแนะนำเสมอ  
      ฉันคิดว่าฉันเป็นคนที่โชคดีมาก  ที่ได้พบกับอาจารย์ที่น่ารักอย่างนี้  เป็นกันเอง  จริงใจ  และพร้อมที่จะรับฟังปัญหาของฉันเสมอ
       แต่ความโชคดีของฉันดูเหมือนจะน้อยลง  เมื่อได้รับรู้ว่า   อาจารย์ต้องไปเรียนต่อต่างประเทศ ถึง  2  คน   และเป็นอาจารย์ที่ฉันรักมาก  ฉันไม่รู้ว่าวันข้างหน้าของฉันจะเป็นอย่างไร  คงลำบากไม่น้อยที่ไม่มีอาจารย์ทั้ง  2  คนนี้   มันเริ่มทำให้ฉันหวาดระแวงแล้วว่า  แล้วต่อไปจะเป็นใครที่จากฉันไป  คิดถึงเรื่องนี้ทีไร  น้ำตามันก็ไหลได้ทุกที..
        ฉันไม่ได้โกรธอาจารย์หรอกนะ  ที่อาจารย์จากฉันไป  ฉันเข้าใจว่า คนเราก็ย่อมมีเส้นทางของตัวเอง   อาจารย์เขาก็ต้องทำเพื่อความก้าวหน้า  เพื่อครอบครัวของอาจารย์   ฉันสัญญากับอาจารย์แล้วว่าฉันจะไม่ร้องไห้  ให้อาจารย์ได้ยินอีก   แต่ฉันคงสัญญาไม่ได้ว่า  ฉันจะไม่ร้องไห้อีก..
        ต่อไปฉันคงลำบากไม่น้อย  ในการทำกิจกรรม  แต่ก็ยังพอมีอาจารย์ที่รัก และหวังดีกับฉันอยู่  ก็คงต้องสู้ต่อไป  อาจารย์สัญญาว่าอาจารย์จะมาในวันรับปริญญาของฉัน  มาจริงๆนะคะอาจารย์
        ใกล้จะถึงวันไหว้ครูแล้ว   อยากไหว้อาจารย์ด้วยตัวของตัวเอง  แต่คงทำไม่ได้  ถ้าโทรไปก็คงจะร้องไห้แน่ๆ   ทำไมอ่อนแออย่างนี้นะเรา  ทำไมไม่เข้มแข็ง
อาจารย์สัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างและให้กำลังใจเราเสมอ  
       ถึงวันนี้ หนูยังไม่ลืมนะคะ  อาจารย์  
              หนูอยากจะบอกว่าหนูรักและคิดถึงอาจารย์เสมอ  อาจารย์อย่าลืมคิดถึงหนูบ้างนะ
                    				
11 พฤษภาคม 2550 15:46 น.

เรื่อยเปื่อยในคืนเงียบเหงา

รัสสะตะ

ในค่ำคืนที่เงียบสนิท  เหลือฉันอยู่เพียงคนเดียวที่ยังไม่หลับ  ในสมองของฉันมันมีภาพต่างๆมากมายวิ่งเข้ามาในหัว
       และในวันนี้เอง ฉันคิดถึงคนที่อยู่ค่อนข้างใกล้และคนที่อยู่ห่างไกล  คนที่ตายไปแล้ว  และคนที่ยังมีชีวิตอยู่

       คนที่ตายแล้วเค้าจะไปอยู่ใหนกันนะ  แล้วพวกเค้าจะได้อยู่ที่เดียวกันหรือเปล่า  หรือว่าต่างคนต่างอยู่คนเดียว  ผีจะเหงาเป็นเหมือนคนไหมนะ  ไม่มีใครให้คำตอบฉันได้เลย  นอกจากจะพิสูจน์ด้วยตัวเอง....เอะ!..แต่เราคงไม่ลงทุนขนาดนั้นหรอกนะ  มันเสี่ยงเกินไป

       ในคืนที่เงียบเหงานี้  อยากมีใครซักคนนึงมานั่งข้างๆ  คนคนนั้นไม่ต้องมีคุณสมบัติอะไรมากมายหรอก  แค่เขาเป็นคนที่เรารัก  และเขาเต็มใจจะนั่งเป็นเพื่อนเราแค่นั้นก็พอ

       ฉันอยากจะนั่งมองดูพระจันทร์  ให้มันเหมือนมิวสิกวีดีโอเพลงในหนัง  แต่ลองไปนั่งดูแล้ว  มันวังเวงชอบกล  เหมือนจะมีอะไรที่ไม่ใช่คนมานั่งข้างๆ ยังไงก็ไม่รู้  และมันก็เหมือนว่าขาดอะไรบางอย่าง...เพื่อนคุยไง!  

        คุยในสิ่งที่เราฝัน  ในสิ่งที่เราชอบ  หรือไม่ก็ปรับทุกข์อะไรซักอย่าง  คงจะดีไม่น้อย

         แต่ตอนนี้ เรานั่งมองพระจันทร์คนเดียว คงไม่สนุกแน่ ทางที่ดี..เผ่นดีกว่า....				
19 กุมภาพันธ์ 2550 17:06 น.

บ้าดารา

รัสสะตะ

บ้าดารา				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟรัสสะตะ
Lovings  รัสสะตะ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟรัสสะตะ
Lovings  รัสสะตะ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟรัสสะตะ
Lovings  รัสสะตะ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงรัสสะตะ